Mag-log inเช้าวันนี้พลอยนัชชาดูแลภูตะวันทานข้าวทานยาเรียบร้อย แล้วก็เตรียมตัวจะออกไปทำงาน
“น้าไม่แน่ใจเลยว่าวันนี้หมอจะให้ตะวันกลับบ้านหรือเปล่า” นลินีพูดกับหลานสาวที่ดูอิดโรยเพราะอดนอน
“นัชชาว่าคงยังหรอกค่ะ เมื่อคืนตะวันยังมีไข้ต่ำ ๆ พยาบาลบอกว่าอาจจะต้องรับยาฆ่าเชื้อให้ครบก่อนจะกลับ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะพรุ่งนี้ก็เสาร์อาทิตย์แล้วเดี๋ยวนัชชาจะมาช่วยดูแลเอง น้านีคงเหนื่อยมาก ๆ ใช่ไหมคะ”
“ไม่เหนื่อยเลยจ้ะ นัชชานั่นแหละที่จะเหนื่อยกลางคืนจะต้องเฝ้าลูกกลางวันก็ยังต้องไปทำงานอีก”
“นัชชาไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนกลางคืนตะวันไม่ได้งอแงอะไรเลยจะตื่นก็ช่วงที่พยาบาลเข้ามาวัดไข้แค่นั้นเองค่ะ” พลอยนัชชาไม่ได้เหนื่อยอะไรเธอยินดีที่ได้ดูลูกชายเพียงคนเดียว
“แม่ครับผมอยากกลับบ้าน เมื่อไหร่คุณหมอจะเอาสายน้ำเกลือออกสักทีครับแม่”
“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันถ้าวันนี้คุณหมอมาตรวจตะวันลองถามคุณหมอดีไหมครับ”
“คุณหมอจะไม่ว่าใช่ไหมครับ”
“ไม่หรอกครับลูก เราไม่รู้อะไรเราก็ต้องถามแค่นั้นเองแม่ไปทำงานก่อนนะอย่าดื้อมากล่ะเดี๋ยวยายนีจะเหนื่อย”
“ตะวันไม่ดื้อเลยครับแม่”
“ดีมากจ้ะคนเก่งของแม่” พลอยนัชชาหอมแก้มลูกชายเหมือนกับทุกครั้งก่อนจะหันมายิ้มให้กับน้าสาว
“น้านีคะนัชชาไปทำงานก่อนนะคะ”
“เย็นนี้ไม่ต้องรีบมาก็ได้นะนัชชา กลับไปพักผ่อนที่บ้านก็ได้เดี๋ยวคืนนี้น้านอนเฝ้าตะวันให้เอง”
“ไม่เป็นไรค่ะน้านีพรุ่งนี้ก็วันเสาร์แล้ว”
“ถ้านัชชาเหนื่อยไม่ไหวก็บอกน้านะลูกอย่าฝืนตัวเอง”
“ค่ะน้านี นัชชาไหวอยู่แล้วค่ะไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอยิ้มให้กับน้าสาวก่อนจะเปิดประตูออกจากห้อง
หญิงสาวมาถึงบริษัทก่อนเวลาเข้างานเกือบครึ่งชั่วโมงจะถึงแวะไปทานข้าวราดแกงจากนั้นก็ซื้อกาแฟก่อนจะขึ้นไปทำงานที่แผนกบัญชี
เธอเปิดคอมพิวเตอร์แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มทำงานตรงไหนเพราะสองวันมานี้เธอไปทำงานที่งานของเธอไม่ต่อเนื่องเลยต้องรอถามหัวหน้าว่าจะให้เริ่มจากตรงไหน
“สวัสดีค่ะพี่มลพี่ ก้อย” พลอยนัชชาทักทายพี่ทั้งสองที่เดินเข้ามาพร้อมกัน
“สวัสดีจ้ะ” นฤมลทักทายด้วยรอยยิ้ม
“พี่ดีใจด้วยนะได้กลับมาทำงานที่เดิมแล้ว”
“ตอนแรกพี่กับก้อยเครียดมากเลยนะ ตอนนี้ก็ใกล้สิ้นเดือนแล้วถ้านัชชาไม่กลับมาทำงานที่นี่พี่สองคนก็คงจะแย่”
“ว่าแต่ไปทำงานที่แผนกนั้นเป็นยังไงบ้างเหนื่อยไหม” รุจิรัตน์ถามเพราะเธอรู้มาว่างานแผนกนั้นส่วนใหญ่จะมีแต่พนักงานผู้ชาย
“เหนื่อยค่ะแต่ก็สนุกไปอีกแบบ”
“แต่พี่ดูหน้านัชชาเหมือนคนอดนอนเลยนะ”
“ที่หน้านัชชาเหมือนคนอดนอนไม่ใช่เพราะทำงานหรอกค่ะพี่มล พอดีน้องตะวันไม่สบายค่ะนัชชาก็เลยนอนเฝ้าที่โรงพยาบาลค่ะ”
“แล้วเป็นอะไรเยอะไหมจะลางานก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตะวันอาการดีขึ้นแล้วค่ะ หมอให้อยู่ต่อเพราะอยากจะให้รับยาฆ่าเชื้อให้ครบแค่นั้นแหละค่ะ ช่วงกลางวันก็มีน้านีเป็นคนดูแลค่ะนัชชาก็รับอาสาเฝ้าช่วงทั้งคืน” หญิงสาวอธิบายให้เพื่อนร่วมงานที่พอจะรู้ว่าชีวิตเธอมีแค่ลูกชายกับน้าสาว
“ถ้างั้นวันนี้นัชชาไม่ต้องทำโอทีนะ เลิกงานเสร็จก็กลับไปดูแลลูกได้เลย”
“ขอบคุณค่ะพี่มล แล้ววันนี้นัชชาต้องเริ่มทำงานจากตรงไหนคะ ไม่ได้ทำงานมาสามวันนัชชามึนไปหมดแล้วค่ะ”
“เดี๋ยวนัชชารับงานต่อจากพี่ก็แล้วกันนะเดี๋ยวพี่อธิบายให้ฟัง” รุจิรัตน์รีบบอก
การได้กลับมาทำงานที่แผนกเดิมทำให้พลอยนัชชารู้สึกดีขึ้น หญิงสาวไม่รู้ว่าภูผาจะรู้สึกยังไงที่เธอได้กลับมาทำงานที่แผนกนี้โดยได้รับคำสั่งจากท่านประธานโดยตรง หญิงสาวรู้สึกว่ามันเป็นชัยชนะเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอและหวังว่าจากนี้ภูผาจะไม่มายุ่งกับเธออีก
.....
เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้คุณภัทราประธานบริษัทภัทรคอสเมติกเงยกน้สขึ้นจากเอกสารเธอยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาคือภูผาลูกชายคนเดียวของเธอ
“มาหาแม่ถึงนี้มีอะไรหรือเปล่า”
“ผมจะบอกแม่ครับว่า อาทิตย์หน้าผมอาจจะเข้ามาทำงานที่นี่ประมาณวันพุธนะครับพอดีจะต้องไปดูคอนโดที่เพิ่งเริ่มสร้างครับแม่”
“ได้สิ ช่วงนี้แม่ไม่มีธุระไปไหนแม่จะดูบริษัทให้เอง”
“แม่ครับตอนนี้ยุ่งอยู่หรือเปล่า” ภูผามีบางอยากอย่างจะให้มารดาดูและขอความคิดเห็น
“ก็ไม่ยุ่งนะ ภูผามีอะไร”
“ผมจะให้แม่ดูอะไรหน่อยครับเดี๋ยวผมส่งให้ทางไลน์นะ”
เขาส่งรูปที่ตนเองถ่ายกับภูตะวันเมื่อวานให้มารดาเพื่อให้เธอเปิดดูในไอแพดที่จอใหญ่กว่ามือถือของเขา
“แม่ว่าเด็กคนนี้หน้าตาเป็นยังไงบ้างครับ”
“หน้าตาน่ารักนะ หน้าเหมือนภูผาค่ะตอนเด็ก ๆ เลยนี่ใช้แอปพลิเคชันเปรียบเทียบรูปเหมือนที่เขาทำกันใช่ไหม”
“แม่หมายถึงแอปฯ แต่งรูปพวกนั้นเหรอครับ”
“ใช้จ้ะแบบที่เอารูปในอดีตกับรูปปัจจุบันเมื่อใส่ไว้ในรูปเดียวกันไง”
“แม่ครับแม่ดูดี ๆ มันไม่ใช่รูปในอดีตนะ เป็นรูปปัจจุบันทั้งสองรูป”
เมื่อลูกชายพูดแบบนั้นคุณภัทราก็เลยจ้องจอไอแพดเขม็งอย่างตั้งใจ
“เด็กคนนี้เป็นใครล่ะภูผาทำไมหน้าถึงเหมือนลูกตอนเด็ก ๆ มากเลย กำลังแกล้งแม่อยู่ใช่ไหม”
“ไม่ได้แกล้งครับแม่ เด็กคนนี้เป็นลูกของแฟนเก่าผม”
“แล้วภูผาเอามาให้แม่ดูทำไม”
“ผมกำลังสงสัยว่าจะใช้ลูกผมหรือเปล่า” เมื่อคืนเขาเอาแต่มองรูปถ่ายและมั่นใจมากขึ้นว่าตนเองคือพ่อของภูตะวัน
“อย่าบอกนะว่าลูกชายของแม่ไปทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับผิดชอบ” เธอถามด้วยความตกใจ
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับแม่ ผมกับเธอเลิกกันไปนานแล้วแต่พอมาเจออีกทีผมเห็นหน้าลูกเธอแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมลูกชายของเธอถึงหน้าเหมือนผมตอนเด็ก” สีหน้าของภูผาเต็มไปด้วยความสงสัย
“ภูผาก็ถามเธอสิมันจะยากอะไรล่ะ”
“แม่คิดว่าเธอจะบอกผมเหรอครับ”
“เพราะเหตุผลอะไรถึงไม่บอกล่ะหรือมันอะไรที่ทำให้เธอต้องเก็บเป็นความลับ”
“ก็เราเลิกกันแล้วนี่อีกอย่างตอนเลิกกันมันก็จบไม่สวยเท่าไหร่ ถ้าเธออยากให้ผมรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกผมเธอก็คงบอกผมไปตั้งแต่เมื่อเจ็ดปีก่อน”
“ถ้าเด็กเป็นคนนี้เป็นลูกของภูผาแล้วที่ผ่านมาแสดงว่าแม่ของเด็กเลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด”
“ตอนที่เลิกกันเธอมีผู้ชายคนอื่นครับ แต่ผมได้ยินจากคนอื่นมาว่าตอนนี้เธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่พอผมถามเธอเธอก็บอกว่าสามีเธอไปทำงานต่างจังหวัดครับผมก็เลยไม่แน่ใจ”
“ลูกคิดจะทำยังไงต่อ”
“ตอนนี้ผมก็เลยให้นุกูลช่วยตรวจดีเอ็นเอให้แล้วครับ”
“เธอยอมให้ตรวจเหรอ”
“ไม่หรอกครับ แต่ผมก็ตรวจแล้ว”
“ภูผา ตรวจโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอมมันผิดกฎหมายนะ” คุณภัทราเตือน
“ผมรู้ครับแม่ว่ามันผิดกฎหมายแต่ผมก็อยากจะรู้ด้วยว่าเด็กคนนี้ใช่ลูกของผมหรือเปล่า”
“แล้วถ้าใช่ขึ้นมาภูผาจะทำยังไง”
“ผมก็จะขอรับผิดชอบเด็กครับ”
“พูดง่ายนะขอรับผิดชอบเด็กแล้วแม่ของเด็กล่ะ”
“ผมอยากเอาลูกมาอยู่กับผมครับผมคิดว่าผมแล้วจะเลี้ยงลูกได้ดีกว่า”
“คิดได้ยังไงว่าตัวเองจะเลี้ยงลูกได้ดีกว่าเคยลงเลี้ยงลูกแล้วเหรอ” เธอไม่พอใจกับคำตอบของลูกชาย
“ถึงผมไม่เคยเลี้ยงลูกแต่ผมก็คิดว่าผมสามารถเลี้ยงดูเขาให้เติบโตส่งเสียให้เรียนโรงเรียนดี ๆ ได้นะครับแม่”
“ที่พูดแบบนี้หมายความว่าตอนนี้เด็กอยู่อย่างลำบากเหรอ”
“ก็ไม่เชิงลำบากหรอกครับแม่ แต่ผมคิดว่าศักยภาพของผมก็จะมีมากกว่าเธอ”
“ภูผาลูกโตแล้วนะจะทำอะไรคิดให้ดีการจะไปพรากแม่พรากลูกเขามันเป็นเรื่องที่ผิดมาก ๆ ถ้าอยากจะรับเด็กคนนี้มาเลี้ยงก็ต้องตกลงกับแม่ของเด็กก่อนหรือไม่ก็รับแม่ของเด็กมาอยู่ด้วย”
“แต่ผมไม่คิดจะกลับไปคบกับผู้หญิงคนนี้อีกแล้วนะครับ”
“แม่ถ้าไม่คิดจะกลับไปคบก็ไม่ต้องสืบหาว่าเด็กคนนี้ใช่ลูกหรือเปล่าลืมเรื่องนี้ไป”
“แม่ครับใครจะลืมได้”
“แม่ถามความจริงเลยนะภูผายังรู้สึกอะไรกับผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม”
“ไม่ครับเธอทำให้ผมเจ็บมาก”
“แม่พอจะเดาออกแล้วที่ภูผาตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศก็เพราะเธอใช่ไหมเล่าให้แม่ฟังสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“ครับแม่”
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากไปเที่ยวทะเล ตอนนี้ภูตะวันสอบเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าภูผาก็จะพาเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามสัญญา“ทำไมเราไม่ไปกันพรุ่งนี้เลยล่ะครับผมปิดเทอมแล้วนะครับลุงภู” เด็กชายทวงสัญญาทันทีเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว“ตะวันปิดเทอมแล้วก็จริงแต่แม่กับยายนียังต้องทำงานอยู่ วันศุกร์เราค่อยไปดีไหมลูก”“แต่ผมต้องรออีกหลายวันเลยนะครับ”“แม่รู้ว่าตะวันใจร้อนอยากจะไปเที่ยวอยากจะไปทำกิจกรรมอย่างพี่ลุงภูเล่าให้ฟังแต่ตะวันก็ต้องรู้จักอดทนนะครับลูก คนเก่งของแม่รออีกแค่ไม่กี่วันได้ไหม”“ผมจะได้ไปจริง ๆ ใช่ไหมครับลุงภู” ภูตะวันเริ่มไม่แน่ใจ“ได้ไปสิครับ ลุงจองที่พักไว้แล้วเราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ”“วันศุกร์ใช่ไหมครับ”“ใช่ครับวันศุกร์เราจะออกจากที่นี่กันหลังจากแม่ของตะวันเลิกงานคืนนั้นรู้เราจะดูดาวกันด้วยนะ ลุงเพิ่งซื้อกล้องดูดาวตัวใหม่มามันเห็นดวงดาวชัดมากแล้วก็เห็นไกลมากเลยเลยนะ”“จริงเหรอครับผมอยากให้ถึงวันศุกร์เร็ว ๆ จัง”“ลุงซื้อหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาฝากด้วยนะตะวันจะได้เอาไว้ดูก่อนที่จะไปดูของจริงไงล่ะ”“ขอบคุณครับลุงภู”“แล้วช่วงปิดเทอมแบบนี้ตะวันอยู่ยังไงล่ะนัชชา”
กลับมาจากเที่ยวทะเลภูผารีบเข้าไปคุยกับบิดาเพราะอยากให้ตนเองกับพลอยนัชชาและตะวันได้กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มรอจังหวะที่น้าอารีรัตน์ออกไปข้างนอกบริษัทแล้ว เขาจึงเข้ามาหาบิดาที่ห้องทำงาน“มีอะไรจะคุยกับพ่อใช่ไหมล่ะ” คุณไพศาลพอจะเดาออกเพราะทุกครั้งที่ลูกชายมาหาที่ห้องทำงานนั่นหมายถึงชายหนุ่มจะต้องมีเรื่องมาคุยกับเขา“ครับพ่อ พ่องานยุ่งไหม”“ถ้าพ่อบอกว่างานยุ่งภูผาจะไม่คุยใช่ไหม” คุณไพศาลวางปากกาแล้วมองหน้าลูกชายที่ดูเครียดกว่าทุกวัน“ไม่ครับ ผมจะบอกว่าต่อให้งานของพ่อยุ่งแค่ไหนพ่อก็ต้องฟังเรื่องที่ผมจะบอกก่อน” ภูผาพูดอย่างจริงจังก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่ามาพูดเรื่องหนูณีญาอีกนะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เปล่าครับพ่อ ผมแค่อยากจะบอกว่าพ่อกับน้าอารีไม่ต้องพยายามหรอกครับเพราะยังไงเรื่องของผมกับณีญามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”“ทำไมล่ะลูก น้องก็น่ารักดีน่ะ ช่วงนี้ก็เห็นว่าขยันเรียนรู้งานด้วยนะ” คุณไพศาลชงหลานสาวของภรรยาให้กับลูกชายอย่างเต็มที่“พ่อครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ”“ที่มาคุยกับพ่อเพราะอยากจะมาปฏิเสธใช่ไหม”“คร







