LOGINจังหวะนั้นเองโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของพลอยนัชชาก็ดังขึ้น เธอรีบหยิบออกมาและกดรับเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์โทรของน้าสาว
“สวัสดีค่ะน้านี อะไรนะคะ เดี๋ยวนัชชาจะรีบไปค่ะ” สีหน้าของพลอยนัชชาเปลี่ยนจากโกรธเป็นตื่นตระหนกทันที เธอทิ้งทุกอย่างแล้วเตรียมจะวิ่งออกไป แต่ภูผากลับคว้าต้นแขนเธอไว้
“เธอจะไปไหน งานยังไม่เสร็จนะ”
“ปล่อยค่ะท่านรอง ลูกของฉันไม่สบาย ฉันต้องไปหาลูก” เธอสะบัดแขนอย่างแรง
“ลูกงั้นเหรอ หึ....ข้ออ้างเพื่อจะหนีงานล่ะสิ ถ้าเธอเดินออกไปจากคลังสินค้าตอนนี้ ฉันจะถือว่าเธอทิ้งงานและฉันจะหักเงินเดือนเธอ” ภูผาขู่เสียงเข้ม
“จะหักเงินเดือนหรือจะทำอะไรก็เชิญ ชีวิตลูกฉันสำคัญกว่าเงินเฮงซวยของคุณ” พลอยนัชชาผลักอกเขาเต็มแรงจนภูผาเซไปข้างหลัง เขาอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธที่มองมาทั้งที่แต่ก่อนมันเคยเต็มไปด้วยความรัก
พลอยนัชชาวิ่งออกจากคลังสินค้าโดยไม่สนใจเสียงเรียกหรือคำขู่ของภูผา เธอรีบโบกแท็กซี่มุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง เมื่อไปถึงก็รีบตรงไปยังแผนกผู้ป่วยเด็กทันที
“น้านีคะตะวันเป็นยังไงบ้างคะ”
“ตะวันเป็นไข้สูงมาก ครูที่โรงเรียนโทรมาบอกน้าก็เลยไปรับและรีบพามาที่นี่ตอนนี้หมอกำลังจะให้แอดมิทดูอาการ น้าทำเรื่องเสร็จแล้วตอนนี้รอเขาพาขึ้นห้อง”
“แล้วตะวันอยู่ไหนคะ”
“รออยู่ในห้องตรวจ ตามน้ามาทางนี้จ้ะ”
พลอยนัชชาเดินตามนลินีมายังเตียงผู้ป่วยที่อยู่ในห้องตรวจเด็ก
“ตะวันลูกแม่ดูสิหน้าแดงไปหมดเลย” พลอยนัชชารีบโผเข้ากอดด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวมองลูกชายที่หน้าแดงก่ำด้วยความสงสาร เธอทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงคนไข้และจับมือน้อย ๆ ไว้แน่น
“แม่คร๊าบ....”
“แม่มาแล้วนะลูก แม่มาแล้ว ตะวันคนเก่งของแม่เป็นยังไงบ้างหมอแทงเข็มเจ็บไหมครับ”
“ไม่ครับ”
“ลูกชายแม่เก่งมากครับ”
“น้าขอโทษนะนัชชาที่พาตะวันมาที่นี่ค่าห้องค่อนข้างแพงเราคงต้องจ่ายเพิ่มจากประกัน” นลินีรู้ว่าการนอนโรงพยาบาลเอกชนจะต้องเสียเงินเยอะแต่โรงพยาบาลนี้ก็อยู่ใกล้ที่สุด
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะน้านี ที่นี่คนไข้ไม่เยอะตะวันเลยได้ตรวจเร็วแล้วก็อยู่ใกล้บ้านเรา ถ้าเป็นนัชชาก็คงต้องพาตะวันมาที่นี่เหมือนกัน”
ในขณะที่พลอยนัชชากำลังคุยกับน้าสาวประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับพนักงานแปลที่เข็นรถเข้ามา
“ผมมารับขึ้นห้องพักครับ”
พลอยนัชชาอุ้มลูกชายลงมานั่งบนรถเข็นจากนั้นก็เดินตามออกไป สายตาของหญิงสาวสะดุดกับชายคนหนึ่งที่กำลังยืนมองหาอะไรสักอย่างและเธอภาวนาว่าขออย่าให้เขาเห็นเธอแต่ดูเหมือนคำขอของเธอจะไม่ได้ผล
ภูผาเห็นเธอแล้วและเขากำลังเดินตรงมาที่ทางนี้ พลอยนัชชาต้องรีบทำอะไรสักอย่างเพราะถ้าน้าสาวของเธอเห็นภูผาก็คงจะไม่สบายใจที่รู้ว่าบริษัทที่ตนเองทำงานนั้นเป็นของเขา
“น้านีขึ้นไปบนห้องกับตะวันก่อนนะคะ นัชชาขอไปถามข้อมูลเกี่ยวกับประกันหน่อยค่ะว่ามีส่วนต่างเท่าไหร่”
“ได้จ้ะ”
หญิงสาวยืนรอให้ลูกชายกับน้าสาวเข้าไปในลิฟต์แล้วเธอหันกลับมามองภูผาที่ยืนกอดอกอยู่
“ท่านรองมาที่นี่ทำไม”
ภูผายังไม่ตอบในทันทีเพราะเขากำลังคิดอยู่ว่าใบหน้าของเด็กที่เพิ่งเข้าลิฟต์ไปนั้นมันดูคุ้นตาเหมือนกับรูปที่อยู่ในห้องรับแขกที่บ้านของเขา ความรู้สึกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วอก
“นี่เหรอเหตุผลที่ทำให้เธอทิ้งงาน เด็กคนนี้ลูกของเธอกับมัน สินะ” ภูผาถามอย่างเย็นชา
“ใช่ค่ะ ลูกของฉันกับพี่เมธ คุณเห็นแล้วก็กลับไปได้แล้วค่ะ อย่ามาวุ่นวายกับครอบครัวเราเลย” พลอยนัชชาโกหกคำโต
“ครอบครัวเหรอ แล้วผัววิศวะสุดที่รักของเธอไปไหนล่ะ”
“เขาทำงานต่างจังหวัดค่ะ”
“เหรอ เด็กคนนี้ชื่ออะไร”
“คุณไม่จะเป็นต้องรู้หรอกค่ะ คุณเป็นถึงรองประธานอย่ามาสนใจครอบครัวเล็ก ๆ ของพนักงานเลยค่ะ”
“ในเมื่อเธอทิ้งงานมา ฉันก็จะหักเงินเดือนตามที่พูด”
“คุณตามฉันมาที่นี่เพื่อพูดเรื่องแค่นี้ใช่ไหมคะ ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนค่ะ”
พลอยนัชชากำลังจะเดินไปยังลิฟต์เสียงพนักงานของโรงพยาบาลก็เรียกไว้เสียก่อน
“ผู้ปกครองของน้องภูตะวันใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ฉันเป็นเจ้าหน้าที่ห้องแอดมิทค่ะ น้องทำประกันไว้ใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ”
“ทางเราขอรบกวนเวลาสักครู่นะคะ มีเอกสารบางอย่างที่ผู้ปกครองต้องเซ็นชื่อและขอบัตรประชาชนผู้ปกครองด้วยค่ะ รบกวนผู้ปกครองด้วยนะคะ เชิญทางนี้ค่ะ”
ภูผาที่ยังไม่ได้เดินไปไกลได้ยินชื่อลูกชายของพลอยนัชชาก็รู้สึกว่ามันแปลก ๆ เพราะมันมีคำว่าภูเหมือนชื่อของเขา
ชายหนุ่มเดินไปหลบมุมและรอจนกระทั่งพลอยนัชชาเดินออกมาจากห้องและขึ้นลิฟต์ไปเขาก็เข้าไปถามพนักงานที่อยู่ในห้องนั้นทันที
“สวัสดีค่ะ ติดต่อเรื่องอะไรคะ”
“ผมเป็นเจ้านายของพลอยนัชชาครับ ผมจะถามว่าลูกของเธออาการเป็นยังไงบ้างแต่เรียกไม่ทัน พอโทรไปเธอก็ไม่รับผมเลยอยากจะถามว่าเด็กพักที่ห้องไหนครับ”
“ทางเราบอกข้อมูลผู้ป่วยไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ” พนักงานปฏิเสธตามกฎ
“แต่ผมเป็นเจ้านายเธอจริง ๆ นะครับ ถ้าคุณไม่เชื่อจะลองโทรไปที่ห้องพักเพื่อถามเธอก็ได้ ผมไม่ใช่คนไม่ดีหรือจะมาทำอะไรเธอหรอกนะครับ ก็แค่อยากจะมาแสดงความมีน้ำใจในฐานะเจ้านายอีกอย่างผมกับน้องภูตะวันก็รู้จักกันดีครับ”
พนักงานมีท่าทางอึดอัดแต่เพราะเห็นว่าผู้ชายคนนี้รู้จักทั้งมารดาของเด็กและตัวเด็กเธอจึงยอมบอก
“น้องภูตะวันพักที่ห้อง 8814 ค่ะ”
“ขอบคุณครับ เอาไว้ผมจะบอกหมอนุกูลว่าคุณเป็นพนักงานที่ให้บริการดีมาก”
“คุณรู้จักหมอนุกูลเหรอคะ”
“ครับ ผมเป็นเพื่อนสนิทของเขาขอบคุณอีกครั้ง ผมไปก่อนนะครับ” ภูผาส่งยิ้มให้พนักงานก่อนจะเดินออกมาจากห้อง
ภูผากำลังจะเดินไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปเยี่ยมลูกชายของพลอยนัชชาแต่เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ชายหนุ่มจึงเดินหลบออกมาจากบริเวณหน้าลิฟต์เพื่อรับสาย
“สวัสดีครับพ่อ”
“เลิกงานหรือยัง”
“เลิกงานแล้วครับพ่อมีอะไรหรือเปล่า”
“เราไม่ได้คุยกันนานแล้วเย็นนี้มากินข้าวที่บ้านได้ไหม”
“มีอะไรพิเศษหรือเปล่าครับพ่อ” ภูผาคิดว่านอกจากทานอาหารด้วยกันแล้วบิดาต้องมีเรื่องจะคุยกับเขาแน่ ๆ
“ไม่มีอะไรหรอกก็แค่น้าอารีอยากจะแนะนำหลานสาวให้ลูกรู้จักหน่อยน่ะเห็นว่าจะฝากให้ไปทำงานที่บริษัทด้วย”
“ก็ได้ครับพ่อเดี๋ยวผมจะเข้าไป” เพราะบิดาโทรตามภูผาเลยเลิกล้มการไปเยี่ยมเด็กชายภูตะวันแต่เขาไม่ได้ถอดใจ ชายหนุ่มวางแผนว่าพรุ่งนี้ช่วงกลางวันเขาจะหาเวลามาเยี่ยมเด็กชายคนนี้และต้องสืบรู้ให้ได้ว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงหน้าตาคล้ายกับเขาแทนที่จะคล้ายกับรุ่นพี่วิศวะคนนั้นอีกทั้งชื่อของเด็กก็ยังคล้ายกับชื่อของเขาด้วย
คำถามของนลินีทำให้พลอยนัชชาเริ่มวางแผนว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตตนเองและลูกในท้อง“ท้องของนัชชาคงจะโตมากตอนเปิดเรียนปีสาม ถ้าสอบเสร็จนัชชาจะไปดร็อปเรียนก่อนค่ะ คลอดแล้วก็ค่อยกลับไปเรียนใหม่”“หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียว”“ค่ะแต่ค่าใช้จ่ายอาจจะเยอะปิดเทอมนี้ท้องยังไม่โตมากนัชชาคงต้องหางานพิเศษทำค่ะ”“อย่าออกไปทำงานที่อื่นเลยช่วยน้าทำบัญชีดีกว่าน้าจะรับงานจากเพื่อนรุ่นพี่ของน้ามาให้ นัชชาจะได้ทำงานที่บ้าน”“น้าว่าเงินที่เรามีอยู่มันจะพอไหมคะ” หญิงสาวหมายถึงเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้“ถ้าเราใช้จ่ายอย่างประหยัดก็น่าจะพอจ้ะ”“นัชชาเป็นหลานสาวที่ไม่ดีเลยใช่ไหมคะที่สร้างแต่ปัญหาให้น้า”“อย่าคิดแบบนั้นสินัชชาปัญหามันเกิดแล้วต้องช่วยกันแก้ไขไม่ใช่เอาแต่โทษตัวเอง เด็กที่อยู่ในท้องของนัชชาก็หลานสาวของน้าเหมือนกันนะน้าจะช่วยนัชชาเลี้ยงลูกเอง”เมื่อถ้าสาวพูดแบบนี้หญิงสาวก็รู้สึกเบาใจขึ้นแต่ในใจเธอจะไม่ยอมให้ถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว ถึงแม้เธอจะต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแต่ภูผาก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ เธอจะไม่ยอมให้ลูกที่เกิดมาต้องล่ำบาก.....หญิงสาวทำตัวเป็นปกติจนกระทั่งเย็นวัน
นลินีรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับหลานสาวของเธอเลยที่ต้องมาเป็นทุกข์อยู่แค่ฝ่ายเดียว“ช่างเถอะค่ะนัชชาได้คุยกับน้าแล้วก็สบายใจขึ้นมากค่ะ”“แล้วหนูคิดจะบอกพี่เขาตอนไหนล่ะ”“ว่าจะรอให้สอบเสร็จก่อนค่ะ”“นัชชาจ๊ะน้ารู้ว่าหนูรักเขามากน้าอยากให้หนูตัดสินใจเรื่องนี้ให้ดีและไม่ต้องห่วงเรื่องงานของน้าหรอกนะ พรุ่งนี้น้าจะไปยื่นหนังสือลาออกและไปทำงานที่บริษัทบัญชีของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน”“น้านีคะ นัชชาขอโทษที่ทำให้น้าต้องลำบาก”“อันที่จริงน้าก็คิดเรื่องลาออกแล้วมาทำงานที่บริษัทของรุ่นพี่แต่ยังลังเลอยู่พอมาเจอเรื่องนี้น้าก็เลยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”“แล้วเงินเดือนจะได้เท่าเดิมไหมคะน้านี”“เงินเดือนคงไม่เท่าเดิมแต่จะได้เปอร์เซ็นต์จ้ะ นัชชาไม่ต้องเครียดเรื่องของน้านะ ใกล้สอบแล้วตั้งใจเรียนดีกว่านะตกลงไหม”“ก็ได้ค่ะน้านี”.....พลอยนัชชากลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองจากนั้นก็อ่านหนังสือแต่ก็ไม่มีสมาธิเท่าไหร่จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น“ว่าไงคะพี่ภู อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว” หญิงสาวทักทายด้วยเสียงสดใส“ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเลย คิดถึงนัชชาจังก่อนสอบเราเจอกันหน่อยดีไหมครับ” ปลายสายส่งเสียงอ้อนเพราะเขาไม่ไ
คุณอารีรัตน์เสนอเงินมากถึงห้าล้านเพื่อให้หญิงสาวยอมไปจากลูกเลี้ยงของเธอ เงินจำนวนนี้มันมากพอให้หญิงสาวใช้ชีวิตได้อย่างสบายและที่เธอยอมให้เงินมากขนาดนั้นก็เพราะเธอหวังจะได้มากกว่าถ้าหากคนที่ภูผาจะแต่งงานด้วยเป็นคนที่เธอเตรียมไว้“คืออะไรคะ”“น้าจะให้เงินเธอห้าล้านแต่เธอต้องทำให้ภูผายอมไปเรียนนะ”“น้าจ้างให้นัชชาเลิกกับพี่ภูใช่ไหม”“ว่าอย่างนั้นก็ได้เงินนี้มันมากพอที่เธอจะปล่อยมือจากเขา”“ถึงบ้านนัชชาจะไม่ได้รวย แต่นัชชาก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่เงินนะคะ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะทุกวันนี้เธอก็ไม่ได้ลำบากอะไรเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจากไปก็มากให้เธอเรียนจนจบ“จะไม่คิดดูหน่อยเหรอ”“ไม่ค่ะ ถ้าน้าไม่มีอะไรพูดกับนัชชาแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”“นัชชาน้าของหนูทำงานฝ่ายบัญชีที่บริษัทคุณไพศาลใช่ไหม ถ้ามีข่าวว่าฝ่ายบัญชียักยอกเงินบริษัทแล้วอนาคตการทำงานของน้าเธอก็คงจบลงและคงไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน” เมื่อพูดกันดี ๆ แล้วหญิงสาวไม่ให้ความร่วมมือเธอเลยเขาเรื่องของน้าสาวมาขู่เพราะรู้ดีว่าพลอยนัชชามีญาติเพียงคนเดียว“น้านีไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ” หญิงสาวรีบร้องห้ามเพราะกลัวว่าน้าสาวของตัวเองจะลำบา
เพราะปกติแล้วพลอยนัชชาจะเป็นคนตื่นเช้าอยู่เสมอเช้านี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่นถึงแม้จะเมามากและแทบจะไม่ได้นอนพักแต่หญิงสาวก็ลืมตาตื่นในเวลา 6 โมงเช้า เธอมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแม้จะจำรายละเอียดได้ไม่หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ความรู้สึกก็ชัดเจนพลอยนัชชาหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็รู้สึกเสียใจที่ยอมให้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามามีอิทธิพลเหนือความจริงที่เจ็บปวด เธออยากจะลุกจากตรงนี้และออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ร่างกายกับไม่มีแรง หญิงสาวมองนาฬิกาและเห็นว่ามันยังเช้าอยู่จึงหลับตาลงและนอนต่อเพราะความเหนื่อยล้าเธอรู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง หลังจากผ่านไปอีกเกือบ 3 ชั่วโมง“9 โมงแล้วเหรอ” เธอพูดกับตัวเองแล้วรีบดันตัวลุกขึ้น ตอนนี้ภูผาไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเธอแล้วหญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบชุดที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมแล้วเดินออกมาจากห้อง“ตื่นแล้วเหรอ” ภูผาที่กำลังเทเขาต้มใส่ชามถามขึ้นจนคนที่กำลังแอบย่องออกมาจากห้องสะดุ้งสุดตัว“ท่านรอง”“ท่านรองเหรอ เมื่อคืนไม่ได้เรียกแบบนี้”“ก็เมื่อคืนฉันเมา” เธอก้มหน้าตอบเพราะไม่กล้าจะมองหน้าเขาหลังจากที่เมื่อคืนเผลอปล่อยกายปล
ความสุขแบบนี้เป็นความสุขที่ภูผาโหยหาและคิดถึงมาตลอด ที่ผ่านมาเขามีผู้หญิงอีกหลายคนแต่ก็คบกันไม่รอดเพราะในใจของชายหนุ่มยังคงมีพลอยนัชชาแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแต่ความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแล้วในเมื่อวันนี้มีโอกาสได้ทำแบบเดิมอีกครั้งเขาก็จะตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุดเพื่อให้สมกับวันเวลาที่เขาคิดถึงหญิงสาวมาตลอดหญิงสาวขยับสะโพกไปตามอารมณ์ ท่อนเอ็นร้อนที่เสยเข้าหาประสานกับร่องรักคับแน่นอย่างลงตัว ภูผารู้ว่าหญิงสาวอยู่ในอารมณ์แบบไหน เขาสวนสะโพกเข้าหาเธออย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบดังก้องไปทั้งห้องแล้วความสุขความเสียวซ่านก็เดินทางมาถึงขีดสุด สัญชาตญาณดิบส่งให้ทั้งคู่ถาโถมเข้าหากันเร็วขึ้น แรงบีบรัดในกายและแรงจากการเสียดสีทำให้ความร้อนในกายของทั้งสองคนแผดเผาจนแทบหลอมละลายภูผาจับสะโพกเธอไว้แน่นก่อนจะตอกอัดท่อนเอ็นเสยขึ้นอย่างไม่ยั้งทำเอาพลอยนัชชาขาสั่นจนทรงตัวแทบไม่อยู่ความเสียวซ่านพุ่งสูงสุดขึ้นเสียงครางหวานดังไปทั่วห้องพลอยนัชชาร่อนสะโพกอย่างเร่าร้อน ภูผาโน้มลำตัวเธอลงมาให้หน้าอกอวบอิ่มพอดีกับริมฝีปากร้อนแล้วดูดดึงอย่างหิวกระหายส่งผ่านความเสียวซ่านให้คนที่โยกอยู่ทา
ความรู้สึกแบบนี้หญิงสาวจำได้ดีว่าภูผาเคยมอบให้เธอเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นมันเต็มไปด้วยความรักที่มีให้แก่กันอย่างท่วมท้นแต่วันนี้เธอรู้ว่าทุกอย่างเกิดจากอารมณ์เปลี่ยวเหงาพลอยนัชชาสัญญากับตัวเองไว้ว่าชีวิตนี้เธอจะไม่นอนกับผู้ชายคนไหนหรือคบกับใครอีกเพราะไม่อยากให้ลูกชายมีปัญหาแต่ในเมื่อเขาคือภูผา หญิงสาวจึงปล่อยกายไปกับเขาอย่างเต็มที่ร่างกายของเธอมันตอบสนองทุกอย่างไปตามอารมณ์ความรู้สึกและสัญชาตญาณที่ไม่อาจหักห้ามได้เลย“อ่า....สวยมากนัชชาของพี่สวยไม่เปลี่ยนเลย”เสียบแหบพร่าพูดออกมาจากความรู้สึก เขาไล้ปลายนิ้วโป้งไปบนกลีบกุหลาบที่ปิดสนิท ความรู้สึกไม่ต่างจากครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ความเป็นหญิงของพลอยนัชชาสวยงามอย่างไม่มีที่ติแม้เธอจะมีลูกแล้วแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้อารมณ์ของเขาลุกโชนอย่างง่ายดายภูผาทำให้พลอยนัชชาสั่นท้านไปทั้งตัว ปลายลิ้นกดนวดเป็นวงกลมบนเกสรเสียว ปลุกเร้าจนหญิงสาวต้องแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งเขาลากลิ้นแทรกกลางกลีบกุหลาบเธอก็ยกสะโพกสูง เพื่อให้เขาดูดกินน้ำหวานได้อย่างเต็มที่“อื้ม....อ๊ะ!....”“หวานเหมือนเดิมเลยนัชชา”“พี่ภูอื้อ....”เสียงหวานครางเรียกชื่อคนรักไม







