LOGINก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับพยาบาลสาวที่เดินเข้ามากับรอยยิ้มในมือของเธอถือแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มดูเป็นทางการ
“สวัสดีค่ะคุณนลินี”
“สวัสดีค่ะคุณพยาบาล หมอจะมาตรวจแล้วเหรอคะ”
“ยังหรอกค่ะ เมื่อเช้าวัดไข้น้องตะวันแล้วยังมีไข้ต่ำ ไม่ทราบว่าน้องได้ทานยาไปหรือยังคะ”
“ผมกินข้าวกินยาแล้วครับ” ภูตะวันตอบอย่างฉะฉาน
“กินไปนานหรือยังคะ”
“เมื่อกี้ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นอีกสักพักพี่พยาบาลจะมาวัดไข้สุดหล่อนะครับ”
“ครับ” เมื่อถูกชมว่าหล่อเด็กชายก็ยิ้มแป้น
“แล้วจะได้กลับบ้านตอนไหนคะ”
“คงต้องให้หมอดูผลเลือดก่อนถึงจะออกได้ค่ะ”
ขณะที่พยาบาลกำลังจะเดินออกจากห้องพยาบาลอีกคนก็เดินเข้ามา เธอยิ้มทักทายทายก่อนจะแนะนำตัวเอว
“สวัสดีค่ะคุณนลินี ดิฉันเป็นเจ้าหน้าที่จากศูนย์นวัตกรรมพันธุกรรมของโรงพยาบาลค่ะ”
“สวัสดีค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ น้องต้องไปตรวจอะไรเพิ่มเหรอ” นลินีถามด้วยความกังวล
“เปล่าค่ะ พอดีทางโรงพยาบาลร่วมกับบริษัทประกันที่เป็นพันธมิตรของเรากำลังทำโปรเจกต์โฆษณาสร้างอัจฉริยะตัวน้อยค่ะ เราจะทำการตรวจ Genius DNA เพื่อวิเคราะห์พรสวรรค์ ความถนัดและระดับสติปัญญาทางพันธุกรรมให้ฟรีสำหรับน้องที่แอดมิทในช่วงนี้ค่ะ ปกติค่าตรวจนี้สูงถึงสองหมื่นบาทเลยนะคะ”
“ฟรีเหรอคะ” เมื่อได้ยินว่าฟรีนลินีก็ตาโต
“ใช่ค่ะ”
“แล้วมันดีกับน้องยังไงคะคุณพยาบาล ”
“ดีมากเลยค่ะคุณน้า เราจะรู้ได้เลยว่าน้องตะวันมีความโดดเด่นด้านไหนเป็นพิเศษ เช่น ดนตรี กีฬา หรือคณิตศาสตร์ พ่อแม่จะได้ส่งเสริมได้ถูกทางค่ะ ที่สำคัญบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด คุณน้าแค่เซ็นยินยอมในฐานะผู้ปกครองที่ระบุไว้ในทะเบียนประวัติก็เรียบร้อยค่ะ” พยาบาลอธิบายตามที่ได้ฝึกซ้อมไว้ เธอรู้ว่าที่ทำอยู่นั้นผิดจรรยาบรรณแต่เมื่อคนสั่งคือเจ้าของโรงพยาบาลเธอก็เลยต่อยอมทำตาม
‘ถ้าตรวจแล้วรู้ว่าตะวันเก่งด้านไหน นัชชาก็คงจะดีใจ อีกอย่างนัชชาทำงานหนักก็เพื่อส่งเสียลูก ถ้ามีคนตรวจให้ฟรี ๆ แบบนี้ก็คงเป็นการช่วยลดภาระในอนาคตได้’ นลินีคิดในใจ
“ต้องเจ็บตัวไหมคะ”
“แค่ใช้ไม้พันสำลีกวาดไปตรงกระพุ้งแก้มค่ะ หรือถ้าคุณน้าอนุญาต เราจะเก็บจากตัวอย่างเลือดที่เจาะไปเมื่อเช้าก็ได้ค่ะน้องจะไม่เจ็บเพิ่มเลยค่ะ” พยาบาลสาวอธิบายอย่างลื่นไหลตามสคริปต์ที่ได้รับมาจากหมอนุกูล
“น้าเซ็นให้ก็ได้ค่ะถ้าน้องได้ประโยชน์” นลินีรับปากกามาเซ็นชื่อลงในเอกสารยินยอมอย่างรวดเร็ว โดยหารู้ไม่ว่าลายเซ็นนั้นคือการเปิดประตูสู่ความลับที่ปกปิดมาตลอด
หลังจากพยาบาลเดินออกจากห้องไปนลินีเดินกลับมานั่งลงข้างเตียง มองใบหน้าหลานตัวน้อยเพิ่งจะหลับไปเมื่อสักครู่ เธอลูบศีรษะหลายชายด้วยความเอ็นดู
“ยายหวังว่าผลตรวจของหนูจะมีแต่เรื่องดี ๆ นะตะวันหลานรักของยาย”
นลินีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความทรงจำวันเก่า ๆ ย้อนกลับมา ในวันที่พลอยนัชชาร้องไห้แทบขาดใจเพราะถูกบังคับให้บอกเลิกกับภูผา
เธอรู้ดีว่าหลานสาวรักผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหน และเธอก็รู้ดีกว่าใครว่าพ่อที่แท้จริงของเด็กชายคนนี้ไม่ใช่รุ่นพี่เมธินทร์ที่พลอยนัชชาพยายามแอบอ้าง
.....
บริษัท ภัทรา คอสเมติก
ภูผานั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนัง ตัวเลขในแฟ้มเอกสารตรงหน้าไม่ได้ผ่านเข้าสู่สมองของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เสียงโทรศัพท์ส่วนตัวสั่นครืดคราดเมื่อมีสายเรียกเข้าจากนุกูล
“ว่าไงนุกูล น้าสาวเธอยอมเซ็นไหม” ภูผาถามอย่างร้อนใจเมื่อคืนเขาก็เอาแต่คิดเรื่องนี้จนนอนไม่หลับ
“ยอมสิ พอดีว่าน้องตะวันต้องตรวจเลือดด้วยฉันก็เลยแจ้งห้องแล็บให้ตรวจเพิ่มแล้ว”
“ฉันจะไปโรงพยาบาล”
“นายจะมาทำไม”
“ฉันก็จะไปเจาะเลือดน่ะสิ ผลจะได้ออกมาชัวร์กว่าตรวจกระพุ้งแก้ม”
“ไม่ต้องมาหรอกน่า เดี๋ยวเย็นนี้ฉันไปเก็บตัวอย่างที่นายเอง”
“ทำไมล่ะ ตรวจเลือดไม่ดีกว่าเหรอ”
“ไม่ว่าจะตรวจแบบไหนผลก็ไม่ต่างกัน ถ้านายมาโรงพยาบาลฉันกลัวว่าคนอื่นจะรู้เรื่อง ฉันไม่อยากให้โรงพยาบาลมีปัญหา นายเข้าใจฉันหน่อยนะ”
“เอางั้นก็ได้ แต่นายอย่าลืมนัดเย็นนี้นะ”
“ไม่ลืมหรอกน่า ฉันต้องวางสายแล้วมีงานต้องไปทำนายเองก็อย่าคิดมากนะเรื่องทุกอย่างมันจะกระจ่างเร็ว ๆ นี้”
วางสายจากหมอนุกูลแล้วภูผาก็ยิ้ม เขาหวังว่าเรื่องที่คิดไว้จะถูกต้องและถึงตอนนั้นพลอยนัชชาจะต้องรับชะตากรรมที่บังอาจปิดบังเขาเรื่องนี้
“อีกแค่สามวันเท่านั้นนัชชา” เขาพึมพำกับตัวเอง
ขณะกำลังจมอยู่กับความคิดโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นมันเป็นเบอร์ที่เขาไม่ได้บันทึกไว้ภูผาหยิบขึ้นมาและชั่งใจแต่สุดท้ายก็กดรับ
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะพี่ภู วันนี้พี่ภูไม่เข้าบริษัทเหรอคะ”
“ครับ แต่พี่สั่งศรุตไว้แล้วให้สอนงานณีญา ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ถามเข้าได้เลยนะ” เขาหมายถึงวิทย์ศรุตผู้ช่วยที่สามารถทำงานแทนเข้าได้ทุกอย่าง
“แต่ณีญาอยากทำงานกับพี่ภู ให้ณีญาไปทำงานที่นั่นด้วยได้ไหมคะ” หญิงสาวไม่ได้อยากทำงานหรือเรียนรู้งานเธอก็แค่อยากอยู่ใกล้ชิดกับภูผามากกว่า
“ณีญา พี่ว่าเราคุยกันแล้วนะครับ ที่นี่เป็นบริษัทของแม่พี่ถ้าพี่ให้ณีญามาทำงานมันคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าน้าอารีรู้ก็คงไม่สบายใจแน่นอน”
“แต่....”
“วันจันทร์พี่จะเข้าบริษัท ระหว่างนี้ณีญาเรียนรู้งานไปก่อนดีไหม ศึกษางานคอนโดแห่งใหม่ด้วย”
“ทำไมคะ”
“เพราะพี่ว่าจะไปดูโครงการด้วยตนเองก็เลยอยากให้ณีญาศึกษาข้อมูลไว้ด้วย ณีญาคิดว่าจะทำได้ไหมล่ะ” ภูผามาอยากให้หญิงสาวมาวุ่นวายที่บริษัทของมารดาจึงหาทางทำให้เธอจดจ่ออยู่กับการทำงานที่บริษัทของบิดา
“ได้สิคะ ณีญาจะรีบศึกษางานจากคุณศรุตเลยค่ะ รับรองว่าพี่ภูจะไม่ผิดหวัง” ราณีญาดีใจที่ตนเองจะได้ออกไปทำงานนอกสถานที่กับภูผาอย่างที่หวังไว้
“งั้นพี่ขอทำงานต่อก่อนนะ”
“เดี๋ยวค่ะพี่ภู” หญิงสาวรับร้องห้ามเพราะเธอจะทวงคำสัญญาที่เขาให้ไว้
“มีอะไรอีกพี่มีงานต้องทำนะ” ภูผาเริ่มจะหงุดหงิดแต่ก็พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ
“เรื่องที่พี่ภูจะพาณีญาไปฟังเพลงเราจะไปวันไหนคะ”
“พี่ขอดูก่อนนะ ถ้าลีญาทำงานดีพี่ก็อาจจะพาไปเร็ว ๆ นี้”
“ลีญาตั้งใจศึกษางานอย่างเต็มที่เลยค่ะ หวังว่าพี่ภูจะรักษาสัญญานะคะ”
“ครับ”
เมื่อวางสายจากราณีญาแล้วภูผาก็ถอนหายใจ เขาไม่รู้ว่าจะเลี่ยงการทำงานกับเธอไปได้นานแค่ไหน อันที่จริงก็อยากปฏิเสธตั้งแต่แรกแต่เพราะเห็นว่าเป็นหลานสาวของคุณอารีรัตน์ก็เลยยากที่จะปฏิเสธเพราะที่ผ่านมาเขาก็เห็นแล้วว่าคุณอารีรัตน์ดีกับเขาและครอบครัวมาตลอด
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากไปเที่ยวทะเล ตอนนี้ภูตะวันสอบเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าภูผาก็จะพาเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามสัญญา“ทำไมเราไม่ไปกันพรุ่งนี้เลยล่ะครับผมปิดเทอมแล้วนะครับลุงภู” เด็กชายทวงสัญญาทันทีเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว“ตะวันปิดเทอมแล้วก็จริงแต่แม่กับยายนียังต้องทำงานอยู่ วันศุกร์เราค่อยไปดีไหมลูก”“แต่ผมต้องรออีกหลายวันเลยนะครับ”“แม่รู้ว่าตะวันใจร้อนอยากจะไปเที่ยวอยากจะไปทำกิจกรรมอย่างพี่ลุงภูเล่าให้ฟังแต่ตะวันก็ต้องรู้จักอดทนนะครับลูก คนเก่งของแม่รออีกแค่ไม่กี่วันได้ไหม”“ผมจะได้ไปจริง ๆ ใช่ไหมครับลุงภู” ภูตะวันเริ่มไม่แน่ใจ“ได้ไปสิครับ ลุงจองที่พักไว้แล้วเราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ”“วันศุกร์ใช่ไหมครับ”“ใช่ครับวันศุกร์เราจะออกจากที่นี่กันหลังจากแม่ของตะวันเลิกงานคืนนั้นรู้เราจะดูดาวกันด้วยนะ ลุงเพิ่งซื้อกล้องดูดาวตัวใหม่มามันเห็นดวงดาวชัดมากแล้วก็เห็นไกลมากเลยเลยนะ”“จริงเหรอครับผมอยากให้ถึงวันศุกร์เร็ว ๆ จัง”“ลุงซื้อหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาฝากด้วยนะตะวันจะได้เอาไว้ดูก่อนที่จะไปดูของจริงไงล่ะ”“ขอบคุณครับลุงภู”“แล้วช่วงปิดเทอมแบบนี้ตะวันอยู่ยังไงล่ะนัชชา”
กลับมาจากเที่ยวทะเลภูผารีบเข้าไปคุยกับบิดาเพราะอยากให้ตนเองกับพลอยนัชชาและตะวันได้กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มรอจังหวะที่น้าอารีรัตน์ออกไปข้างนอกบริษัทแล้ว เขาจึงเข้ามาหาบิดาที่ห้องทำงาน“มีอะไรจะคุยกับพ่อใช่ไหมล่ะ” คุณไพศาลพอจะเดาออกเพราะทุกครั้งที่ลูกชายมาหาที่ห้องทำงานนั่นหมายถึงชายหนุ่มจะต้องมีเรื่องมาคุยกับเขา“ครับพ่อ พ่องานยุ่งไหม”“ถ้าพ่อบอกว่างานยุ่งภูผาจะไม่คุยใช่ไหม” คุณไพศาลวางปากกาแล้วมองหน้าลูกชายที่ดูเครียดกว่าทุกวัน“ไม่ครับ ผมจะบอกว่าต่อให้งานของพ่อยุ่งแค่ไหนพ่อก็ต้องฟังเรื่องที่ผมจะบอกก่อน” ภูผาพูดอย่างจริงจังก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่ามาพูดเรื่องหนูณีญาอีกนะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เปล่าครับพ่อ ผมแค่อยากจะบอกว่าพ่อกับน้าอารีไม่ต้องพยายามหรอกครับเพราะยังไงเรื่องของผมกับณีญามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”“ทำไมล่ะลูก น้องก็น่ารักดีน่ะ ช่วงนี้ก็เห็นว่าขยันเรียนรู้งานด้วยนะ” คุณไพศาลชงหลานสาวของภรรยาให้กับลูกชายอย่างเต็มที่“พ่อครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ”“ที่มาคุยกับพ่อเพราะอยากจะมาปฏิเสธใช่ไหม”“คร







