LOGINก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับพยาบาลสาวที่เดินเข้ามากับรอยยิ้มในมือของเธอถือแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มดูเป็นทางการ
“สวัสดีค่ะคุณนลินี”
“สวัสดีค่ะคุณพยาบาล หมอจะมาตรวจแล้วเหรอคะ”
“ยังหรอกค่ะ เมื่อเช้าวัดไข้น้องตะวันแล้วยังมีไข้ต่ำ ไม่ทราบว่าน้องได้ทานยาไปหรือยังคะ”
“ผมกินข้าวกินยาแล้วครับ” ภูตะวันตอบอย่างฉะฉาน
“กินไปนานหรือยังคะ”
“เมื่อกี้ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นอีกสักพักพี่พยาบาลจะมาวัดไข้สุดหล่อนะครับ”
“ครับ” เมื่อถูกชมว่าหล่อเด็กชายก็ยิ้มแป้น
“แล้วจะได้กลับบ้านตอนไหนคะ”
“คงต้องให้หมอดูผลเลือดก่อนถึงจะออกได้ค่ะ”
ขณะที่พยาบาลกำลังจะเดินออกจากห้องพยาบาลอีกคนก็เดินเข้ามา เธอยิ้มทักทายทายก่อนจะแนะนำตัวเอว
“สวัสดีค่ะคุณนลินี ดิฉันเป็นเจ้าหน้าที่จากศูนย์นวัตกรรมพันธุกรรมของโรงพยาบาลค่ะ”
“สวัสดีค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ น้องต้องไปตรวจอะไรเพิ่มเหรอ” นลินีถามด้วยความกังวล
“เปล่าค่ะ พอดีทางโรงพยาบาลร่วมกับบริษัทประกันที่เป็นพันธมิตรของเรากำลังทำโปรเจกต์โฆษณาสร้างอัจฉริยะตัวน้อยค่ะ เราจะทำการตรวจ Genius DNA เพื่อวิเคราะห์พรสวรรค์ ความถนัดและระดับสติปัญญาทางพันธุกรรมให้ฟรีสำหรับน้องที่แอดมิทในช่วงนี้ค่ะ ปกติค่าตรวจนี้สูงถึงสองหมื่นบาทเลยนะคะ”
“ฟรีเหรอคะ” เมื่อได้ยินว่าฟรีนลินีก็ตาโต
“ใช่ค่ะ”
“แล้วมันดีกับน้องยังไงคะคุณพยาบาล ”
“ดีมากเลยค่ะคุณน้า เราจะรู้ได้เลยว่าน้องตะวันมีความโดดเด่นด้านไหนเป็นพิเศษ เช่น ดนตรี กีฬา หรือคณิตศาสตร์ พ่อแม่จะได้ส่งเสริมได้ถูกทางค่ะ ที่สำคัญบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด คุณน้าแค่เซ็นยินยอมในฐานะผู้ปกครองที่ระบุไว้ในทะเบียนประวัติก็เรียบร้อยค่ะ” พยาบาลอธิบายตามที่ได้ฝึกซ้อมไว้ เธอรู้ว่าที่ทำอยู่นั้นผิดจรรยาบรรณแต่เมื่อคนสั่งคือเจ้าของโรงพยาบาลเธอก็เลยต่อยอมทำตาม
‘ถ้าตรวจแล้วรู้ว่าตะวันเก่งด้านไหน นัชชาก็คงจะดีใจ อีกอย่างนัชชาทำงานหนักก็เพื่อส่งเสียลูก ถ้ามีคนตรวจให้ฟรี ๆ แบบนี้ก็คงเป็นการช่วยลดภาระในอนาคตได้’ นลินีคิดในใจ
“ต้องเจ็บตัวไหมคะ”
“แค่ใช้ไม้พันสำลีกวาดไปตรงกระพุ้งแก้มค่ะ หรือถ้าคุณน้าอนุญาต เราจะเก็บจากตัวอย่างเลือดที่เจาะไปเมื่อเช้าก็ได้ค่ะน้องจะไม่เจ็บเพิ่มเลยค่ะ” พยาบาลสาวอธิบายอย่างลื่นไหลตามสคริปต์ที่ได้รับมาจากหมอนุกูล
“น้าเซ็นให้ก็ได้ค่ะถ้าน้องได้ประโยชน์” นลินีรับปากกามาเซ็นชื่อลงในเอกสารยินยอมอย่างรวดเร็ว โดยหารู้ไม่ว่าลายเซ็นนั้นคือการเปิดประตูสู่ความลับที่ปกปิดมาตลอด
หลังจากพยาบาลเดินออกจากห้องไปนลินีเดินกลับมานั่งลงข้างเตียง มองใบหน้าหลานตัวน้อยเพิ่งจะหลับไปเมื่อสักครู่ เธอลูบศีรษะหลายชายด้วยความเอ็นดู
“ยายหวังว่าผลตรวจของหนูจะมีแต่เรื่องดี ๆ นะตะวันหลานรักของยาย”
นลินีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความทรงจำวันเก่า ๆ ย้อนกลับมา ในวันที่พลอยนัชชาร้องไห้แทบขาดใจเพราะถูกบังคับให้บอกเลิกกับภูผา
เธอรู้ดีว่าหลานสาวรักผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหน และเธอก็รู้ดีกว่าใครว่าพ่อที่แท้จริงของเด็กชายคนนี้ไม่ใช่รุ่นพี่เมธินทร์ที่พลอยนัชชาพยายามแอบอ้าง
.....
บริษัท ภัทรา คอสเมติก
ภูผานั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนัง ตัวเลขในแฟ้มเอกสารตรงหน้าไม่ได้ผ่านเข้าสู่สมองของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เสียงโทรศัพท์ส่วนตัวสั่นครืดคราดเมื่อมีสายเรียกเข้าจากนุกูล
“ว่าไงนุกูล น้าสาวเธอยอมเซ็นไหม” ภูผาถามอย่างร้อนใจเมื่อคืนเขาก็เอาแต่คิดเรื่องนี้จนนอนไม่หลับ
“ยอมสิ พอดีว่าน้องตะวันต้องตรวจเลือดด้วยฉันก็เลยแจ้งห้องแล็บให้ตรวจเพิ่มแล้ว”
“ฉันจะไปโรงพยาบาล”
“นายจะมาทำไม”
“ฉันก็จะไปเจาะเลือดน่ะสิ ผลจะได้ออกมาชัวร์กว่าตรวจกระพุ้งแก้ม”
“ไม่ต้องมาหรอกน่า เดี๋ยวเย็นนี้ฉันไปเก็บตัวอย่างที่นายเอง”
“ทำไมล่ะ ตรวจเลือดไม่ดีกว่าเหรอ”
“ไม่ว่าจะตรวจแบบไหนผลก็ไม่ต่างกัน ถ้านายมาโรงพยาบาลฉันกลัวว่าคนอื่นจะรู้เรื่อง ฉันไม่อยากให้โรงพยาบาลมีปัญหา นายเข้าใจฉันหน่อยนะ”
“เอางั้นก็ได้ แต่นายอย่าลืมนัดเย็นนี้นะ”
“ไม่ลืมหรอกน่า ฉันต้องวางสายแล้วมีงานต้องไปทำนายเองก็อย่าคิดมากนะเรื่องทุกอย่างมันจะกระจ่างเร็ว ๆ นี้”
วางสายจากหมอนุกูลแล้วภูผาก็ยิ้ม เขาหวังว่าเรื่องที่คิดไว้จะถูกต้องและถึงตอนนั้นพลอยนัชชาจะต้องรับชะตากรรมที่บังอาจปิดบังเขาเรื่องนี้
“อีกแค่สามวันเท่านั้นนัชชา” เขาพึมพำกับตัวเอง
ขณะกำลังจมอยู่กับความคิดโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นมันเป็นเบอร์ที่เขาไม่ได้บันทึกไว้ภูผาหยิบขึ้นมาและชั่งใจแต่สุดท้ายก็กดรับ
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะพี่ภู วันนี้พี่ภูไม่เข้าบริษัทเหรอคะ”
“ครับ แต่พี่สั่งศรุตไว้แล้วให้สอนงานณีญา ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ถามเข้าได้เลยนะ” เขาหมายถึงวิทย์ศรุตผู้ช่วยที่สามารถทำงานแทนเข้าได้ทุกอย่าง
“แต่ณีญาอยากทำงานกับพี่ภู ให้ณีญาไปทำงานที่นั่นด้วยได้ไหมคะ” หญิงสาวไม่ได้อยากทำงานหรือเรียนรู้งานเธอก็แค่อยากอยู่ใกล้ชิดกับภูผามากกว่า
“ณีญา พี่ว่าเราคุยกันแล้วนะครับ ที่นี่เป็นบริษัทของแม่พี่ถ้าพี่ให้ณีญามาทำงานมันคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าน้าอารีรู้ก็คงไม่สบายใจแน่นอน”
“แต่....”
“วันจันทร์พี่จะเข้าบริษัท ระหว่างนี้ณีญาเรียนรู้งานไปก่อนดีไหม ศึกษางานคอนโดแห่งใหม่ด้วย”
“ทำไมคะ”
“เพราะพี่ว่าจะไปดูโครงการด้วยตนเองก็เลยอยากให้ณีญาศึกษาข้อมูลไว้ด้วย ณีญาคิดว่าจะทำได้ไหมล่ะ” ภูผามาอยากให้หญิงสาวมาวุ่นวายที่บริษัทของมารดาจึงหาทางทำให้เธอจดจ่ออยู่กับการทำงานที่บริษัทของบิดา
“ได้สิคะ ณีญาจะรีบศึกษางานจากคุณศรุตเลยค่ะ รับรองว่าพี่ภูจะไม่ผิดหวัง” ราณีญาดีใจที่ตนเองจะได้ออกไปทำงานนอกสถานที่กับภูผาอย่างที่หวังไว้
“งั้นพี่ขอทำงานต่อก่อนนะ”
“เดี๋ยวค่ะพี่ภู” หญิงสาวรับร้องห้ามเพราะเธอจะทวงคำสัญญาที่เขาให้ไว้
“มีอะไรอีกพี่มีงานต้องทำนะ” ภูผาเริ่มจะหงุดหงิดแต่ก็พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ
“เรื่องที่พี่ภูจะพาณีญาไปฟังเพลงเราจะไปวันไหนคะ”
“พี่ขอดูก่อนนะ ถ้าลีญาทำงานดีพี่ก็อาจจะพาไปเร็ว ๆ นี้”
“ลีญาตั้งใจศึกษางานอย่างเต็มที่เลยค่ะ หวังว่าพี่ภูจะรักษาสัญญานะคะ”
“ครับ”
เมื่อวางสายจากราณีญาแล้วภูผาก็ถอนหายใจ เขาไม่รู้ว่าจะเลี่ยงการทำงานกับเธอไปได้นานแค่ไหน อันที่จริงก็อยากปฏิเสธตั้งแต่แรกแต่เพราะเห็นว่าเป็นหลานสาวของคุณอารีรัตน์ก็เลยยากที่จะปฏิเสธเพราะที่ผ่านมาเขาก็เห็นแล้วว่าคุณอารีรัตน์ดีกับเขาและครอบครัวมาตลอด
คำถามของนลินีทำให้พลอยนัชชาเริ่มวางแผนว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตตนเองและลูกในท้อง“ท้องของนัชชาคงจะโตมากตอนเปิดเรียนปีสาม ถ้าสอบเสร็จนัชชาจะไปดร็อปเรียนก่อนค่ะ คลอดแล้วก็ค่อยกลับไปเรียนใหม่”“หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียว”“ค่ะแต่ค่าใช้จ่ายอาจจะเยอะปิดเทอมนี้ท้องยังไม่โตมากนัชชาคงต้องหางานพิเศษทำค่ะ”“อย่าออกไปทำงานที่อื่นเลยช่วยน้าทำบัญชีดีกว่าน้าจะรับงานจากเพื่อนรุ่นพี่ของน้ามาให้ นัชชาจะได้ทำงานที่บ้าน”“น้าว่าเงินที่เรามีอยู่มันจะพอไหมคะ” หญิงสาวหมายถึงเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้“ถ้าเราใช้จ่ายอย่างประหยัดก็น่าจะพอจ้ะ”“นัชชาเป็นหลานสาวที่ไม่ดีเลยใช่ไหมคะที่สร้างแต่ปัญหาให้น้า”“อย่าคิดแบบนั้นสินัชชาปัญหามันเกิดแล้วต้องช่วยกันแก้ไขไม่ใช่เอาแต่โทษตัวเอง เด็กที่อยู่ในท้องของนัชชาก็หลานสาวของน้าเหมือนกันนะน้าจะช่วยนัชชาเลี้ยงลูกเอง”เมื่อถ้าสาวพูดแบบนี้หญิงสาวก็รู้สึกเบาใจขึ้นแต่ในใจเธอจะไม่ยอมให้ถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว ถึงแม้เธอจะต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแต่ภูผาก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ เธอจะไม่ยอมให้ลูกที่เกิดมาต้องล่ำบาก.....หญิงสาวทำตัวเป็นปกติจนกระทั่งเย็นวัน
นลินีรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับหลานสาวของเธอเลยที่ต้องมาเป็นทุกข์อยู่แค่ฝ่ายเดียว“ช่างเถอะค่ะนัชชาได้คุยกับน้าแล้วก็สบายใจขึ้นมากค่ะ”“แล้วหนูคิดจะบอกพี่เขาตอนไหนล่ะ”“ว่าจะรอให้สอบเสร็จก่อนค่ะ”“นัชชาจ๊ะน้ารู้ว่าหนูรักเขามากน้าอยากให้หนูตัดสินใจเรื่องนี้ให้ดีและไม่ต้องห่วงเรื่องงานของน้าหรอกนะ พรุ่งนี้น้าจะไปยื่นหนังสือลาออกและไปทำงานที่บริษัทบัญชีของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน”“น้านีคะ นัชชาขอโทษที่ทำให้น้าต้องลำบาก”“อันที่จริงน้าก็คิดเรื่องลาออกแล้วมาทำงานที่บริษัทของรุ่นพี่แต่ยังลังเลอยู่พอมาเจอเรื่องนี้น้าก็เลยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”“แล้วเงินเดือนจะได้เท่าเดิมไหมคะน้านี”“เงินเดือนคงไม่เท่าเดิมแต่จะได้เปอร์เซ็นต์จ้ะ นัชชาไม่ต้องเครียดเรื่องของน้านะ ใกล้สอบแล้วตั้งใจเรียนดีกว่านะตกลงไหม”“ก็ได้ค่ะน้านี”.....พลอยนัชชากลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองจากนั้นก็อ่านหนังสือแต่ก็ไม่มีสมาธิเท่าไหร่จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น“ว่าไงคะพี่ภู อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว” หญิงสาวทักทายด้วยเสียงสดใส“ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเลย คิดถึงนัชชาจังก่อนสอบเราเจอกันหน่อยดีไหมครับ” ปลายสายส่งเสียงอ้อนเพราะเขาไม่ไ
คุณอารีรัตน์เสนอเงินมากถึงห้าล้านเพื่อให้หญิงสาวยอมไปจากลูกเลี้ยงของเธอ เงินจำนวนนี้มันมากพอให้หญิงสาวใช้ชีวิตได้อย่างสบายและที่เธอยอมให้เงินมากขนาดนั้นก็เพราะเธอหวังจะได้มากกว่าถ้าหากคนที่ภูผาจะแต่งงานด้วยเป็นคนที่เธอเตรียมไว้“คืออะไรคะ”“น้าจะให้เงินเธอห้าล้านแต่เธอต้องทำให้ภูผายอมไปเรียนนะ”“น้าจ้างให้นัชชาเลิกกับพี่ภูใช่ไหม”“ว่าอย่างนั้นก็ได้เงินนี้มันมากพอที่เธอจะปล่อยมือจากเขา”“ถึงบ้านนัชชาจะไม่ได้รวย แต่นัชชาก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่เงินนะคะ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะทุกวันนี้เธอก็ไม่ได้ลำบากอะไรเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจากไปก็มากให้เธอเรียนจนจบ“จะไม่คิดดูหน่อยเหรอ”“ไม่ค่ะ ถ้าน้าไม่มีอะไรพูดกับนัชชาแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”“นัชชาน้าของหนูทำงานฝ่ายบัญชีที่บริษัทคุณไพศาลใช่ไหม ถ้ามีข่าวว่าฝ่ายบัญชียักยอกเงินบริษัทแล้วอนาคตการทำงานของน้าเธอก็คงจบลงและคงไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน” เมื่อพูดกันดี ๆ แล้วหญิงสาวไม่ให้ความร่วมมือเธอเลยเขาเรื่องของน้าสาวมาขู่เพราะรู้ดีว่าพลอยนัชชามีญาติเพียงคนเดียว“น้านีไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ” หญิงสาวรีบร้องห้ามเพราะกลัวว่าน้าสาวของตัวเองจะลำบา
เพราะปกติแล้วพลอยนัชชาจะเป็นคนตื่นเช้าอยู่เสมอเช้านี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่นถึงแม้จะเมามากและแทบจะไม่ได้นอนพักแต่หญิงสาวก็ลืมตาตื่นในเวลา 6 โมงเช้า เธอมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแม้จะจำรายละเอียดได้ไม่หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ความรู้สึกก็ชัดเจนพลอยนัชชาหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็รู้สึกเสียใจที่ยอมให้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามามีอิทธิพลเหนือความจริงที่เจ็บปวด เธออยากจะลุกจากตรงนี้และออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ร่างกายกับไม่มีแรง หญิงสาวมองนาฬิกาและเห็นว่ามันยังเช้าอยู่จึงหลับตาลงและนอนต่อเพราะความเหนื่อยล้าเธอรู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง หลังจากผ่านไปอีกเกือบ 3 ชั่วโมง“9 โมงแล้วเหรอ” เธอพูดกับตัวเองแล้วรีบดันตัวลุกขึ้น ตอนนี้ภูผาไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเธอแล้วหญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบชุดที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมแล้วเดินออกมาจากห้อง“ตื่นแล้วเหรอ” ภูผาที่กำลังเทเขาต้มใส่ชามถามขึ้นจนคนที่กำลังแอบย่องออกมาจากห้องสะดุ้งสุดตัว“ท่านรอง”“ท่านรองเหรอ เมื่อคืนไม่ได้เรียกแบบนี้”“ก็เมื่อคืนฉันเมา” เธอก้มหน้าตอบเพราะไม่กล้าจะมองหน้าเขาหลังจากที่เมื่อคืนเผลอปล่อยกายปล
ความสุขแบบนี้เป็นความสุขที่ภูผาโหยหาและคิดถึงมาตลอด ที่ผ่านมาเขามีผู้หญิงอีกหลายคนแต่ก็คบกันไม่รอดเพราะในใจของชายหนุ่มยังคงมีพลอยนัชชาแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแต่ความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแล้วในเมื่อวันนี้มีโอกาสได้ทำแบบเดิมอีกครั้งเขาก็จะตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุดเพื่อให้สมกับวันเวลาที่เขาคิดถึงหญิงสาวมาตลอดหญิงสาวขยับสะโพกไปตามอารมณ์ ท่อนเอ็นร้อนที่เสยเข้าหาประสานกับร่องรักคับแน่นอย่างลงตัว ภูผารู้ว่าหญิงสาวอยู่ในอารมณ์แบบไหน เขาสวนสะโพกเข้าหาเธออย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบดังก้องไปทั้งห้องแล้วความสุขความเสียวซ่านก็เดินทางมาถึงขีดสุด สัญชาตญาณดิบส่งให้ทั้งคู่ถาโถมเข้าหากันเร็วขึ้น แรงบีบรัดในกายและแรงจากการเสียดสีทำให้ความร้อนในกายของทั้งสองคนแผดเผาจนแทบหลอมละลายภูผาจับสะโพกเธอไว้แน่นก่อนจะตอกอัดท่อนเอ็นเสยขึ้นอย่างไม่ยั้งทำเอาพลอยนัชชาขาสั่นจนทรงตัวแทบไม่อยู่ความเสียวซ่านพุ่งสูงสุดขึ้นเสียงครางหวานดังไปทั่วห้องพลอยนัชชาร่อนสะโพกอย่างเร่าร้อน ภูผาโน้มลำตัวเธอลงมาให้หน้าอกอวบอิ่มพอดีกับริมฝีปากร้อนแล้วดูดดึงอย่างหิวกระหายส่งผ่านความเสียวซ่านให้คนที่โยกอยู่ทา
ความรู้สึกแบบนี้หญิงสาวจำได้ดีว่าภูผาเคยมอบให้เธอเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นมันเต็มไปด้วยความรักที่มีให้แก่กันอย่างท่วมท้นแต่วันนี้เธอรู้ว่าทุกอย่างเกิดจากอารมณ์เปลี่ยวเหงาพลอยนัชชาสัญญากับตัวเองไว้ว่าชีวิตนี้เธอจะไม่นอนกับผู้ชายคนไหนหรือคบกับใครอีกเพราะไม่อยากให้ลูกชายมีปัญหาแต่ในเมื่อเขาคือภูผา หญิงสาวจึงปล่อยกายไปกับเขาอย่างเต็มที่ร่างกายของเธอมันตอบสนองทุกอย่างไปตามอารมณ์ความรู้สึกและสัญชาตญาณที่ไม่อาจหักห้ามได้เลย“อ่า....สวยมากนัชชาของพี่สวยไม่เปลี่ยนเลย”เสียบแหบพร่าพูดออกมาจากความรู้สึก เขาไล้ปลายนิ้วโป้งไปบนกลีบกุหลาบที่ปิดสนิท ความรู้สึกไม่ต่างจากครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ความเป็นหญิงของพลอยนัชชาสวยงามอย่างไม่มีที่ติแม้เธอจะมีลูกแล้วแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้อารมณ์ของเขาลุกโชนอย่างง่ายดายภูผาทำให้พลอยนัชชาสั่นท้านไปทั้งตัว ปลายลิ้นกดนวดเป็นวงกลมบนเกสรเสียว ปลุกเร้าจนหญิงสาวต้องแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งเขาลากลิ้นแทรกกลางกลีบกุหลาบเธอก็ยกสะโพกสูง เพื่อให้เขาดูดกินน้ำหวานได้อย่างเต็มที่“อื้ม....อ๊ะ!....”“หวานเหมือนเดิมเลยนัชชา”“พี่ภูอื้อ....”เสียงหวานครางเรียกชื่อคนรักไม







