Mag-log inถึงแม้ว่าลูกชายจะไม่สบายและแอดมิทที่โรงพยาบาลแต่วันนี้พลอยนัชชาก็ยังคงมาทำงานตามปกติ เพราะไม่อยากจะลางานทั้งที่เพิ่งได้เป็นพนักงานประจำแค่เดือนเดียว หญิงสาวตอกบัตรเข้าทำงานที่คลังสินค้าแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเข้ามาแล้วเห็นคนงานกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอะไรสักอย่างบนผนัง
“สวัสดีค่ะหัวหน้า พวกเขาทำอะไรกันคะ”
“ท่านรองสั่งให้ติดแอร์เพิ่มน่ะ สงสัยกลัวสินค้าจะเสียหายวันนี้นัชชาเข้าไปเช็กสินค้าที่คลังสองนะ แต่ของพวกนั้นต้องระวังหน่อยห้ามกล่องตกเด็ดขาด” วินัยกำชับ
“ได้ค่ะหัวหน้า ถ้างั้นนัชชาขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” หญิงสาวเข้าไปยังคลังเช็กสินค้าสองซึ่งสินค้าส่วนใหญ่จะมีพวกลิปสติก บลัชออนสินค้าชิ้นเล็ก ๆ ที่ต้องใช้ความละเอียดในการตรวจเช็กมากกว่าสินค้าชนิดอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่า
ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีการใช้หุ่นยนต์หรือระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยนับสินค้าแต่คุณภัทรากลับเลือกที่จะใช้คนงานแทนด้วยเหตุผลที่ว่าถึงแม้งานจะช้าแต่ก็อยากจะสนับสนุนให้ทุกคนให้คนที่อยู่ละแวกนี้ได้มีงานทำพลอยนัชชาเองก็เห็นด้วยกับความคิดนี้
ภายในคลังสินค้าสองมีพนักงานกำลังนั่งเช็กสินค้าอยู่หลายคนหญิงสาวเข้ามาสวัสดีทักทายจากนั้นก็รับแฟ้มจากปรียาภรณ์ก่อนจะเริ่มทำงานของตนเองจนกระทั่งถึงเวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน
วันนี้พลอยนัชชาได้ออกมาทานอาหารกับเพื่อนร่วมงานเพราะน้าสาวของเธอไม่ได้ทำอาหารมาให้
“วันนี้ไม่ได้ห่อข้าวมาเหรอนัชชา” ปรียาภรณ์ถามขึ้นเพราะเมื่อวานเธอเห็นว่าหญิงสาวเอาอาหารกลางวันมาจากที่บ้าน
“วันนี้น้าสาวไม่ได้ทำให้ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ พร้อมกับรอยยิ้ม พลอยนัชชายังไม่สนิทกับใครในแผนกดีมากนะเธอจึงไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ฟังว่าชีวิตของเธอเป็นยังไงและมันก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่จะต้องพูดถึงชีวิตของตัวเองให้ใครฟัง
หลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จพลอยนัชชาและเพื่อนร่วมงานคนอื่นก็กลับมาทำงานกันต่อจนกระทั่งถึงเวลาบ่ายสาม ปรียาภรณ์ก็เดินเข้ามาหาพลอยนัชชาที่กำลังเช็กสต๊อกขนตาปลอมอยู่ด้านในสุด
“นัชชาจ๊ะพี่รบกวนอะไรหน่อยนะ”
“อะไรคะพี่อิ๋ว” หญิงสาววางงานในมือแล้วหันมาถาม
“พี่อยากให้นัชชาเอาเอกสารพวกนี้ขึ้นไปให้ฝ่ายบัญชีหน่อยน่ะ นัชชาสะดวกไปไหม” ปรียาภรณ์กลัวว่าการให้เธอกลับไปที่แผนกเดิมจะทำให้พลอยนัชชาคิดมาก
“สะดวกค่ะนัชชาจะได้ไปทักทายเป็นเพื่อนร่วมงานด้วย แล้วนัชชาต้องรอเอาเอกสารกลับมาหรือเปล่า”
“ถ้ารอได้ก็ดีนะ งานตรงนี้ไม่รีบเท่าไหร่วันนี้พวกเราคงไม่ต้องทำโอทีกัน”
“ดีเหมือนกันค่ะ นัชชาจะได้รีบกลับไว ๆ” หญิงสาวยิ้มเมื่อจะได้เลิกงานตรงเวลา
“พี่จะถามตั้งแต่เมื่อเช้าก็ลืมเลยเมื่อวานมีอะไรหรือเปล่าเห็นรีบร้อนออกไปจากบริษัท”
“เมื่อวานลูกชายไม่สบายค่ะ”
“แล้วเป็นยังไงบ้างอาการดีขึ้นหรือยัง อันที่จริงวันนี้นัชชาน่าจะลางานดูแลลูกนะ” ปรียาภรณ์เห็นใจเพราะเธอเองมีลูกก็เลยเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ดีกว่าเวลาลูกเจ็บป่วยจะทุกข์ทรมานใจมากแค่ไหน
“ลูกชายของนัชชาเป็นไข้สูงค่ะ แต่ตอนนี้ไข้ลดลงแล้ว ตอนกลางวันน้าสาวช่วยดูแลให้ค่ะ นัชชาก็แค่นอนเฝ้าตอนกลางคืน”
“แล้วยังมาทำงานแต่เช้าเนี่ยนะ ถ้าไม่ไหวก็บอกพี่นะ ลางานได้ตามสบายเลยเรื่องแบบนี้มันไม่มีใครอยากให้เกิดหรอก”
“ขอบคุณพี่อิ๋วมาก ๆ ค่ะแต่นัชชาคิดว่ายังไหวค่ะ อยากเก็บวันลาไว้พาลูกชายไปเที่ยวดีกว่าค่ะ อีกอย่างก็เพิ่งทำงานได้ไม่นานแล้วก็เพิ่งย้ายมาทำงานที่แผนกนี้นัชชากลัวว่าลางานขึ้นมาท่านรองไม่พอใจจะย้ายนัชชาไปแผนกไหนอีกก็ไม่รู้ค่ะ”
“อันที่จริงเรื่องย้ายแผนกพี่ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันนะ ท่านรองย้ายพนักงานบัญชีมาทำงานฝ่ายสต๊อกทำไมก็ไม่รู้ พี่ไม่เข้าใจท่านรองเลยจริง ๆ” ปรียาภรณ์นึกสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถาม
“นัชชาก็ไม่เข้าใจค่ะ ไม่รู้คนตำแหน่งสูงแบบนั้นคิดอะไรอยู่นะคะ นัชชาขอเอาแฟ้มไปให้ฝ่ายบัญชีก่อนนะคะ”
เธอพูดแล้วยิ้มก่อนจะหยิบแฟ้มและเดินออกมาจากคลังสินค้าเพื่อตรงไปยังตึกของบริษัทซึ่งอยู่ด้านหน้าของคลังสินค้า
พลอยนัชชายกแฟ้มขึ้นบังแดด แล้วรีบเดินเข้ามาในตึกเพียงแค่ประตูเปิดไอเย็นก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกสดชื่น เธอเดินเข้ามาแล้วก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อเห็นประธานบริษัทยืนอยู่ที่แผนกประชาสัมพันธ์
“สวัสดีค่ะท่านประธาน” พลอยนัชชารีบเข้าไปทักทาย
“สวัสดีจ้ะ นี่ไปข้างนอกมาเหรอร้อนจนหน้าแดงเชียว”
“นัชชาเอาแฟ้มมาให้ฝ่ายบัญชีเซ็นค่ะ” เธอตอบพลางชูแฟ้มในมือให้ท่านประธานดู
“เดี๋ยวนะนัชชา นี่ฉันฟังอะไรผิดหรือเปล่าเธอเอาแฟ้มมาให้ฝ่ายบัญชีเซ็นแล้วเธอไม่ได้ทำงานอยู่ฝ่ายบัญชีเหรอหรือฉันจำพนักงานของฉันผิด” แม้ว่าจะไม่ได้เข้าบริษัทบ่อยและไม่ได้คลุกคลีกับพนักงานแต่ก็จำได้ว่าใครทำงานอยู่แผนกไหน
“ท่านประธานจำไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ก่อนนัชชาทำงานอยู่ที่ฝ่ายบัญชีค่ะแต่เมื่อสองวันก่อนนัชชาถูกย้ายไปทำงานที่คลังสินค้าค่ะ” นับว่าโชคดีมากที่พลอยนัชชาได้เจอกับท่านประธานและท่านเป็นคนถามเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน เธอได้ฟ้องอย่างที่ภูผาเคยปรามาสไว้
“อะไรนะ เธอเรียนจบบัญชีมาไม่ใช่เหรอแล้วทำไมไปทำที่นั่น ใครเป็นคนสั่ง”
“ท่านรองเป็นคนสั่งค่ะ”
“ตายละ นี่ลูกชายฉันมาทำงานไม่กี่วันก็โยกย้ายพนักงานตามใจเลยเหรอเห็นทีต้องคุยกันหน่อยแล้ว”
“ท่านประธานคะ นัชชาทำที่แผนกนี้ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวกลัวว่าท่านประธานจะไปต่อว่าภูผาและผลมันจะมาตกที่เธอ
“แต่มันไม่ถูกต้องนะ ฉันรับเธอมาทำงานที่ฝ่ายบัญชีก็ต้องทำฝ่ายบัญชีหรือว่าโดนลูกชายฉันสั่งไว้”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ” หญิงสาวไม่รู้จะอธิบายยังไงว่าเหตุผลที่ภูผาย้ายเธอไปทำงานที่คลังสินค้าก็เพราะเขาอยากจะแกล้งเธอแต่ถ้าคุณแต่ถ้าคุณภัทราไปพูดกับเขา เขาก็คงจะหาว่าเธอเป็นคนฟ้องเรื่องนี้แน่ ๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมฉันจะจัดการทุกอย่างเอง วันนี้เธอทำงานที่คลั่งสินค้าให้เรียบร้อย แล้วพรุ่งนี้ขึ้นมาทำงานที่แผนกบัญชีอย่างเดิม”
“แต่....”
“ฉันเป็นประธานของนะเธอเลือกเอาว่าจะเชื่อใคร”
“ขอบคุณมากค่ะท่านประธานพรุ่งนี้นัชชาจะกลับมาทำที่ฝ่ายบัญชีตามเดิมค่ะ ” หญิงสาวดีใจเป็นอย่างมากที่จะได้กลับมาทำงานตามเดิมและคิดว่าถ้าคุณภัทราเข้าข้างเธอแล้วเธอก็ไม่ต้องกลัวว่าภูผาจะแกล้งเธอยังไง
คุณภัทราพยักหน้าจากนั้นก็คุยกับพนักงานประชาสัมพันธ์อีกเล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นลิฟต์เพื่อตรงไปยังห้องของรองประธาน
“สวัสดีค่ะท่านประธาน” พรทิพย์สวัสดีทักทายเจ้านายที่ไม่ได้เข้ามาบริษัทหลายวันแล้ว
“เป็นไงบ้างทำงานกับลูกชายฉัน คุณภูผามีปัญหาอะไรไหม”
“ไม่มีปัญหาค่ะ”
“แล้วนี่เขาอยู่ในห้องหรือเปล่า”
“อยู่ค่ะ”
“ฉันขอคุยกับเขาหน่อยนะถ้ามีใครมาขอพบก็ให้รอหน่อย”
“ค่ะท่านประธาน”
คุณภัทราเคาะประตูพอเป็นพิธีจากนั้นก็ผลักประตูเข้าไปทำให้คนที่กำลังนั่งเหม่ออยู่ถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นผู้มาเยือน
“แม่....” ภูผาตกใจเพราะไม่คิดว่ามารดาจะเข้ามาบริษัทวันนี้
“ตกใจอะไรขนาดนั้น”
“ก็ผมนึกว่าแม่จะเข้ามาอาทิตย์หน้า”
“ถ้าแม่มาอาทิตย์หน้าก็ไม่รู้ว่าลูกชายของแม่แอบทำอะไรลับหลังแม่ไว้”
“ผมแอบทำอะไรครับแม่ ผมว่าแม่เหนื่อย ๆ นั่งก่อนนะครับ เอากาแฟเอาขนมอะไรไหมครับเดี๋ยวผมบอกคุณพรทิพย์ให้”
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง แม่มีเรื่องจะคุยกับภูผา” คุณภัทรานั่งลงตรงโซฟารับแขกสายตาจ้องลูกชายที่กำลังเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ อย่างตำหนิ
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากไปเที่ยวทะเล ตอนนี้ภูตะวันสอบเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าภูผาก็จะพาเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามสัญญา“ทำไมเราไม่ไปกันพรุ่งนี้เลยล่ะครับผมปิดเทอมแล้วนะครับลุงภู” เด็กชายทวงสัญญาทันทีเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว“ตะวันปิดเทอมแล้วก็จริงแต่แม่กับยายนียังต้องทำงานอยู่ วันศุกร์เราค่อยไปดีไหมลูก”“แต่ผมต้องรออีกหลายวันเลยนะครับ”“แม่รู้ว่าตะวันใจร้อนอยากจะไปเที่ยวอยากจะไปทำกิจกรรมอย่างพี่ลุงภูเล่าให้ฟังแต่ตะวันก็ต้องรู้จักอดทนนะครับลูก คนเก่งของแม่รออีกแค่ไม่กี่วันได้ไหม”“ผมจะได้ไปจริง ๆ ใช่ไหมครับลุงภู” ภูตะวันเริ่มไม่แน่ใจ“ได้ไปสิครับ ลุงจองที่พักไว้แล้วเราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ”“วันศุกร์ใช่ไหมครับ”“ใช่ครับวันศุกร์เราจะออกจากที่นี่กันหลังจากแม่ของตะวันเลิกงานคืนนั้นรู้เราจะดูดาวกันด้วยนะ ลุงเพิ่งซื้อกล้องดูดาวตัวใหม่มามันเห็นดวงดาวชัดมากแล้วก็เห็นไกลมากเลยเลยนะ”“จริงเหรอครับผมอยากให้ถึงวันศุกร์เร็ว ๆ จัง”“ลุงซื้อหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาฝากด้วยนะตะวันจะได้เอาไว้ดูก่อนที่จะไปดูของจริงไงล่ะ”“ขอบคุณครับลุงภู”“แล้วช่วงปิดเทอมแบบนี้ตะวันอยู่ยังไงล่ะนัชชา”
กลับมาจากเที่ยวทะเลภูผารีบเข้าไปคุยกับบิดาเพราะอยากให้ตนเองกับพลอยนัชชาและตะวันได้กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มรอจังหวะที่น้าอารีรัตน์ออกไปข้างนอกบริษัทแล้ว เขาจึงเข้ามาหาบิดาที่ห้องทำงาน“มีอะไรจะคุยกับพ่อใช่ไหมล่ะ” คุณไพศาลพอจะเดาออกเพราะทุกครั้งที่ลูกชายมาหาที่ห้องทำงานนั่นหมายถึงชายหนุ่มจะต้องมีเรื่องมาคุยกับเขา“ครับพ่อ พ่องานยุ่งไหม”“ถ้าพ่อบอกว่างานยุ่งภูผาจะไม่คุยใช่ไหม” คุณไพศาลวางปากกาแล้วมองหน้าลูกชายที่ดูเครียดกว่าทุกวัน“ไม่ครับ ผมจะบอกว่าต่อให้งานของพ่อยุ่งแค่ไหนพ่อก็ต้องฟังเรื่องที่ผมจะบอกก่อน” ภูผาพูดอย่างจริงจังก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่ามาพูดเรื่องหนูณีญาอีกนะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เปล่าครับพ่อ ผมแค่อยากจะบอกว่าพ่อกับน้าอารีไม่ต้องพยายามหรอกครับเพราะยังไงเรื่องของผมกับณีญามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”“ทำไมล่ะลูก น้องก็น่ารักดีน่ะ ช่วงนี้ก็เห็นว่าขยันเรียนรู้งานด้วยนะ” คุณไพศาลชงหลานสาวของภรรยาให้กับลูกชายอย่างเต็มที่“พ่อครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ”“ที่มาคุยกับพ่อเพราะอยากจะมาปฏิเสธใช่ไหม”“คร







