Mag-log inรถสีดำคันหรูแล่นออกมาจากหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ไปตามถนนยามค่ำคืน บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความอึดอัดเมื่อราณีญาเอาแต่ชวนคุยจนภูผาอยากจะเร่งให้ถึงคอนโดมิเนียมของหญิงสาวเร็ว ๆ หญิงสาวพยายามหยิบยกเรื่องราวสมัยเรียนที่อังกฤษมาเล่าเพื่อดึงดูดความสนใจจากชายหนุ่มข้างกาย ทว่าภูผากลับทำเพียงแค่พยักหน้าตอบรับตามมารยาท สายตาของเขาจ้องไปที่ถนนแต่ในหัวกลับวนเวียนอยู่กับภาพใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยที่ชื่อภูตะวัน
“พี่ภูคะ ณีญาว่าที่เมืองไทยนี่ขับรถยากกว่าที่นั่นเยอะเลยนะคะ วันหลังพี่ภูต้องสอนณีญาขับรถบ้างนะคะ ณีญาไม่อยากนั่งแท็กซี่ไปทำงานเลย” ราณีญาขยับตัวเข้าใกล้เอียงศีรษะไปแตะแขนของเขาอย่างสนิทสนม
“เรื่องนี้พี่คงช่วยณีญาไม่ได้หรอกนะ พี่ไม่ถนัดเลยแต่ถ้าอยากฝึกขับรถจริง ๆ พี่มีโรงเรียนสอนขับรถแนะนำ”
“เอางั้นก็ได้ค่ะ ณีญาขอเบอร์โทรกับไลน์พี่ภูไว้ได้ไหมคะ”
“ครับ” ภูผาบอกเบอร์โทรศัพท์ของเขาจากนั้นก็ให้หญิงสาวแอดไลน์ตามที่เธอขอ เขารู้ว่าถ้าไม่ให้เธอก็คงไปขอจากน้าอารีรัตน์
“พี่ภูคะ นี่ยังไม่ดึกเท่าไหร่เราไปหาที่นั่งดื่มและฟังเพลงกันดีไหมคะ” ราณีญาอยากใกล้ชิดและรู้จักเขาให้มากขึ้น เธอได้รับคำสั่งจากอารีรัตน์ว่าทำยังไงก็ได้ให้ภูผายอมแต่งงานกับเธอ เรื่องนี้หญิงสาวไม่เห็นด้วยเลยแต่พอเธอได้เจอกับภูผาความคิดของเธอก็เปลี่ยนเพราะนอกจากสมบัติมากมายที่น้าสาวของเธอบอกแล้วชายคนนี้ยังหล่อตรงใจเธออีกด้วย
“ไว้วันหลังเถอะครับ วันนี้พี่มีธุระต้องจัดการต่อ” ภูผาตอบเสียงเรียบพลางหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าหน้าคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง
“พี่ภูสัญญานะคะว่าจะพาณีญามาฟังเพลง”
“ครับ ถึงแล้วครับ”
“ขอบคุณนะคะพี่ภู พรุ่งนี้เจอกันที่บริษัทนะคะ ณีญาจะตั้งใจทำงานให้พี่ภูพอใจที่สุดเลยค่ะ” หญิงสาวโน้มตัวไปหอมแก้มเขา หนึ่งทีด้วยความใจกล้า ก่อนจะก้าวลงจากรถไปพร้อมรอยยิ้ม
ภูผายกมือขึ้นลูบแก้มข้างที่โดนสัมผัสด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เขาไม่ได้รังเกียจราณีญา แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษกับเธอเพราะตอนนี้ในหัวของเขาไม่มีเรื่องอื่นเลยนอกจากเรื่องเด็กชายภูตะวัน
เขาขับรถออกมาจากคอนโดของราณีญาระหว่างนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดต่อสายหาเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนที่เป็นทั้งเพื่อนเล่นมาแต่เด็กและตอนนี้เป็นถึงเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง
“ว่าไงไอ้ภู นึกยังยังไงโทรมาหาเวลานี้ล่ะ” นุกูลถามด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วภูผาจะโทรหาช่วงหัวค่ำเพื่อชวนกันไปดื่มมากกว่า
“ฉันมีเรื่องจะปรึกษาเรื่องเด็กที่แอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาลของนายห้อง 8814” ภูผาเข้าประเด็นทันที
“มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า”
“นายช่วยดูข้อมูลให้หน่อยได้ไหม”
“ตอนนี้ฉันไม่อยู่ที่โรงพยาบาล ถ้านายอยากได้ข้อมูลเดี๋ยวจะถามทางโรงพยาบาลให้ว่าแต่อยากรู้อะไรบ้างล่ะ”
“กรุ๊ปเลือด”
“นายจะรู้ไปทำไม”
“ดูให้ก่อนแล้วจะเล่าให้ฟัง”
“เออ ๆ เดี๋ยวโทรกลับ”
นุกูลวางสายจากเพื่อจากนั้นก็โทรไปถามข้อมูลผู้ป่วยที่โรงพยาบาล แม้จะเป็นเรื่องที่ผิดแต่ฟังจากน้ำเสียงที่ไม่สบายใจของเพื่อนแล้วเขาก็ต้องยอม
เขาถามข้อมูลจากพนักงานจากนั้นก็โทรกลับไปหาภูผาที่รอสายอย่างร้อนใจ
“คนไข้ที่นายอยากรู้กรุ๊ปเลือดชื่อน้องภูตะวันเป็นลูกชายของคุณพลอยนัชชา อย่าบอกนะว่านายกับเธอกลับมาคืนดีกันแล้ว”
“คนอย่างฉันเจ็บแล้วจำ ตกลงรู้ไหมเลือดกรุ๊ปอะไร”
“กรุ๊ปเอเหมือนนาย หรือว่าเด็กนั่นจะเป็นลูกของนายกับนัชชา”
“อือ ฉันก็สงสัยเพราะเด็กคนนั้นเหมือนฉันมาก เหมือนจนฉันเริ่มไม่เชื่อว่าเขาเป็นลูกของรุ่นพี่วิศวะคนนั้นอย่างที่นัชชาบอก ฉันอยากตรวจ DNA ช่วยหน่อยสิ”
“นายบ้าหรือเปล่าภูผาการตรวจ DNA โดยไม่ได้รับความยินยอมจากแม่น่ะมันผิดกฎหมายนะเว้ย!...แถมผิดจรรยาบรรณแพทย์ด้วยฉันทำไม่ได้หรอก” นุกูลเบรกเพื่อนเสียงแข็ง
“แล้วมันไม่มีทางอื่นเลยเหรอ ฉันต้องรู้ให้ได้เด็กนั่นใช่ลูกของฉันไหม นายคิดดูนะถ้าเด็กนั่นไม่ใช่ลูกฉันนัชชาจะตั้งชื่อว่าภูตะวันทำไม”
“ชื่อแบบนี้ใครก็ตั้งได้”
“แต่มันมีคำว่าภูนะ นายลองคิดดูดี ๆ สิ” ภูผาพยายามให้เหตุผล
“ตอนนี้โรงพยาบาลมีโปรเจกต์จีเนียสดีเอ็นเอเป็นการตรวจรหัสพันธุกรรมเพื่อวิเคราะห์พรสวรรค์และความฉลาดของเด็ก ถ้าอยากตรวจจริงน่าจะลองใช้วิธีนี้ดู แต่นายต้องทำให้นัชชายอมตรวจ”
“ถ้าบอกตรง ๆ นัชชาคงไม่ยอมนายให้น้าสาวของนัชชายินยอมแทนได้ไหม”
“ฉันจะลองให้คนของฉันเข้าไปคุยนะ ฉันจะบอกว่าเป็นบริการเสริมฟรีจากบริษัทประกันที่สนับสนุนโฆษณาในช่วงนี้ คนทั่วไปเห็นของฟรีและเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กเขาก็เซ็นยินยอมทั้งนั้นแหละ ส่วนของนายเดี๋ยวฉันไปเก็บตัวอย่างเอง พรุ่งนี้เย็นว่างไหมออกมากินเหล้ากัน”
“อือ ขอบใจนะนุกูล ฉันรู่ว่าเรื่องนี้มันผิดแต่ฉันก็อยากรู้จริง ๆว่าภูตะวันเป็นลูกของฉันไหม” ภูผาอยากรู้ความจริงให้เร็วที่สุดถ้าภูตะวันเป็นลูกเขาจริงเขาก็มีสิทธิ์ทวงความเป็นพ่อ
เช้าวันต่อมา
พลอยนัชชากำลังป้อนข้าวเด็กชายภูตะวันที่มีสีหน้าสดชื่นมากกว่าเมื่อวาน
“อร่อยไหมครับ”
“ครับ แต่ยายนีทำอร่อยกว่า” เด็กชายตอบไปตามจริง
“เอาไว้หายดีแล้วค่อยกลับไปกินกับข้าวฝีมือยายนีนะลูก ตอนนี้ต้องกินของโรงพยาบาลไปก่อน”
“ครับแม่ แม่ครับแล้วยายนีจะมาอยู่กับผมไหมครับ”
“มาสิลูก เมื่อกี้ยายนีโทรมาบอกแล้วว่ากำลังจะออกจากบ้าน” เมื่อคืนพลอยนัชชาเป็นคนนอนเฝ้าลูกชายที่โรงพยาบาลและให้นลินีกลับไปพักเพราะช่วงกลางวันต้องรับหน้าที่เฝ้าไข้หลานชาย
“แม่ต้องไปทำงานเหรอครับ”
“ใช่แล้วครับ ตะวันอยู่กับยายนีต้องเชื่อฟังนะครับ”
“ครับแม่”
พลอยนัชชาป้อนข้าวป้อนยาลูกชายจนเสร็จนลินีก็มาถึงโรงพยาบาลพอดี
“เป็นยังไงบ้านเมื่อคืนมีไข้ไหม” นลินีรีบเข้ามาถาม
“ยังมีไข้อยู่ค่ะ แต่ทานยาลดไข้และเช็ดตัวก็ดีขึ้น เช้านี้มีไข้ต่ำ ๆ ค่ะ”
“นัชชารีบไปทำงานเถอะนะไม่ต้องห่วงทางนี้น้าจะดูแลเอง แล้วก็หาข้าวกินด้วยนะ”
“ค่ะน้านี น้าก็เหมือนกันนะคะสั่งของโรงพยาบาลก็ได้ นัชชาฝากตะวันด้วยนะคะ แม่ไปก่อนนะครับตะวันเชื่อฟังยายนีนะลูก”
“คร้าบแม่ บ๊ายบายคร้าบ”
พลอยนัชชาหอมแก้มลูกชายก่อนจะคว้ากระเป๋าและรีบออกจากประตูไปและเดินสวนทางกับพยาบาลที่หน้าห้อง หญิงสาวยิ้มให้ก่อนจะรีบเดินไปยังลิฟต์
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากไปเที่ยวทะเล ตอนนี้ภูตะวันสอบเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าภูผาก็จะพาเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามสัญญา“ทำไมเราไม่ไปกันพรุ่งนี้เลยล่ะครับผมปิดเทอมแล้วนะครับลุงภู” เด็กชายทวงสัญญาทันทีเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว“ตะวันปิดเทอมแล้วก็จริงแต่แม่กับยายนียังต้องทำงานอยู่ วันศุกร์เราค่อยไปดีไหมลูก”“แต่ผมต้องรออีกหลายวันเลยนะครับ”“แม่รู้ว่าตะวันใจร้อนอยากจะไปเที่ยวอยากจะไปทำกิจกรรมอย่างพี่ลุงภูเล่าให้ฟังแต่ตะวันก็ต้องรู้จักอดทนนะครับลูก คนเก่งของแม่รออีกแค่ไม่กี่วันได้ไหม”“ผมจะได้ไปจริง ๆ ใช่ไหมครับลุงภู” ภูตะวันเริ่มไม่แน่ใจ“ได้ไปสิครับ ลุงจองที่พักไว้แล้วเราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ”“วันศุกร์ใช่ไหมครับ”“ใช่ครับวันศุกร์เราจะออกจากที่นี่กันหลังจากแม่ของตะวันเลิกงานคืนนั้นรู้เราจะดูดาวกันด้วยนะ ลุงเพิ่งซื้อกล้องดูดาวตัวใหม่มามันเห็นดวงดาวชัดมากแล้วก็เห็นไกลมากเลยเลยนะ”“จริงเหรอครับผมอยากให้ถึงวันศุกร์เร็ว ๆ จัง”“ลุงซื้อหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาฝากด้วยนะตะวันจะได้เอาไว้ดูก่อนที่จะไปดูของจริงไงล่ะ”“ขอบคุณครับลุงภู”“แล้วช่วงปิดเทอมแบบนี้ตะวันอยู่ยังไงล่ะนัชชา”
กลับมาจากเที่ยวทะเลภูผารีบเข้าไปคุยกับบิดาเพราะอยากให้ตนเองกับพลอยนัชชาและตะวันได้กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มรอจังหวะที่น้าอารีรัตน์ออกไปข้างนอกบริษัทแล้ว เขาจึงเข้ามาหาบิดาที่ห้องทำงาน“มีอะไรจะคุยกับพ่อใช่ไหมล่ะ” คุณไพศาลพอจะเดาออกเพราะทุกครั้งที่ลูกชายมาหาที่ห้องทำงานนั่นหมายถึงชายหนุ่มจะต้องมีเรื่องมาคุยกับเขา“ครับพ่อ พ่องานยุ่งไหม”“ถ้าพ่อบอกว่างานยุ่งภูผาจะไม่คุยใช่ไหม” คุณไพศาลวางปากกาแล้วมองหน้าลูกชายที่ดูเครียดกว่าทุกวัน“ไม่ครับ ผมจะบอกว่าต่อให้งานของพ่อยุ่งแค่ไหนพ่อก็ต้องฟังเรื่องที่ผมจะบอกก่อน” ภูผาพูดอย่างจริงจังก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่ามาพูดเรื่องหนูณีญาอีกนะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เปล่าครับพ่อ ผมแค่อยากจะบอกว่าพ่อกับน้าอารีไม่ต้องพยายามหรอกครับเพราะยังไงเรื่องของผมกับณีญามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”“ทำไมล่ะลูก น้องก็น่ารักดีน่ะ ช่วงนี้ก็เห็นว่าขยันเรียนรู้งานด้วยนะ” คุณไพศาลชงหลานสาวของภรรยาให้กับลูกชายอย่างเต็มที่“พ่อครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ”“ที่มาคุยกับพ่อเพราะอยากจะมาปฏิเสธใช่ไหม”“คร




![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
