Masuk“ ครับ ”
วาคิมยิ้มให้น้อง แล้วก็นั่งเงียบปล่อยให้แม่และเด็กสาวข้างบ้านที่อายุน้อยกว่าเขาเป็นสิบปีนั่งคุยกันไป ไม่คิดเลยว่า เด็กที่พูดเก่งคนนั้น และตามเขาตั้งแต่เด็กๆ โตขึ้นมาก็ยังไม่ต่างจากเดิม เธอยังพูดเก่งเหมือนเดิม มีเพียงร่างกายเธอเท่านั้นที่เปลี่ยนไป เธอโตเป็นสาวเต็มตัวเเล้ว ระหว่างที่แม่ของเขาพูดคุยกับไอลดา มันก็มีความคิดหนึ่งที่เกิดขึ้นมาในหัวของชายหนุ่ม มันทำให้เขาคิดย้อนไปถึงอดีตคนรักของเขาที่ไม่สามารถเข้ากับแม่ของเขาได้เลยต่างจากไอลดาที่แม่ของเขารักนักรักหนา แต่มันก็อาจจะจริงเพราะผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าเขาเธอทำดีทุกอย่างแต่พอลับหลังเขาเธอก็เป็นอีกแบบ ซึ่งนิสัยตรงกันข้ามกับไอลดาสะสิ้นเชิง วาคิมนั่งคิดอะไรไปเรื่อย จนกระทั่งแม่ของเขาพูดกับเขาขึ้นมา “ วาคิม ที่คอนโดใหม่ของเรายังมีห้องว่างอยู่มั้ย ” คุณหญิงนารินทร์ ที่พอรู้ว่าหลานสาวจะออกไปใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกบ้านด้วยความที่เธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว และมหาวิทยาลัยก็ค่อนข้างไกลจากบ้านจึงทำให้ เด็กสาวต้องออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านและมหาวิทยาลัยของเธอก็ ไม่ไกลจากคอนโดใหม่ของวาคิม ที่กำลังเปิดตัวขายอยู่ในตอนนี้ ซึ่งคอนโดของเราทุกโครงการก็มีระบบความปลอดภัยที่ดีจึงทำให้คุณหญิงอยากให้หลานสาวที่เธอรักมาอยู่ที่คอนโดในโครงการบ้านของของตัวเอง “ น่าจะยังพอมีเหลือนะครับ ตอนนี้ลูกบ้านก็ทยอยเข้าอยู่เกือบครบแล้ว ” เขาก็พอรู้บ้างแต่ก็ไม่ได้รู้ทั้งหมดเพราะส่วนมาก เขาจะอยู่บริหารมากกว่า คำพูดของลูกชายทำให้คุณหญิงวารินทร์ พยักหน้าให้กับลูก และก็หันมาถามหลานสาว “ น้องไอ หนูได้คอนโดหรือยังลูก จะออกไปใช้ชีวิตข้างนอกป้าอยากให้หนูอยู่คอนโดที่ดี ” น้ำเสียงอบอุ่นของหญิงวัยกลางคนที่พูดออกมาจากใจของเธอ พูดกับหลานสาวคนสวย ไอลดาช่วงนี้เธอก็กำลังดูคอนโดอยู่แต่ยังไม่ถูกใจจึงทำให้เธอ ยังคงต้องให้คนที่บ้านขับรถไปรับไปส่งอยู่ที่มหาวิทยาลัย “ หนูกำลังดูอยู่เลยค่ะ ” คนตัวเล็ก ตอบผู้เป็นป้าออกมา “ งั้นดีเลยเดี๋ยวให้พี่เขาจัดการเรื่องคอนโดให้ อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยหนูแน่นอน ” “ ไม่ดีกว่าค่ะคุณป้า หนูเกรงใจ ” “ ไม่ได้สิป้าอยากช่วย อย่าเกรงใจเลย ” ทั้งแม่ของเขาและก็ไอลดาพูดคุยกันเรื่องคอนโดแม่เขาเต็มใจอยากจะช่วยหญิงสาวตัวเล็กคนนี้ แต่เธอก็ยังคงปฏิเสธอยู่จึงทำให้คนที่นั่งเงียบอยู่อย่างเขาต้องพูดขึ้นมา “ อยู่ที่คอนโดในโครงการพี่เธอจะปลอดภัยนะ ” หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่อยากยุ่งและเอาแต่หนีหน้าไอลดา แต่ตอนนี้เราสองคนก็โตขึ้นกันมากแล้วจึงไม่ต้องทำเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว และที่เขาพูดก็เพราะอยากให้เธออยู่ในโครงการของครอบครัวเขา เขาก็เห็นเธอเป็นน้องคนหนึ่ง อะไรที่ช่วยได้ก็พร้อมจะช่วยด้วยความที่เห็นเธอมาตั้งแต่เด็ก และรู้นิสัยไอลดาพอสมควรต่อให้เธอจะเป็นเด็กแก่นแก้วค่อนข้างที่จะมีความแสบเวลาที่อยู่ข้างนอกเพราะเขาเคยเห็นหลายครั้งในความแสบความซนของเธอแต่เวลาที่เธออยู่กับผู้ใหญ่เธอก็จะเปลี่ยนเป็นคนละคน ไอลดาเธอจะรู้จักเวลาว่าเวลาไหนควรทำตัวยังไง “ แล้วคอนโดนี้พี่พักอยู่ที่นั่นด้วยมั้ยคะ ” คำพูดของพี่ตอนแรกเธอก็เงียบไป แต่เธอก็เงียบเพียงไม่นาน เสียงหวานเธอจึงถามพี่ ทำให้คนที่เสนอให้เธออยู่ในคอนโดใหม่นี้ก็ตอบเธอ “ ไม่ได้อยู่ แต่มันมีห้องที่เป็นของพี่ ถ้าเธอไม่รังเกียจก็ไปอยู่ห้องนั้นได้เลย ” เขาบอกกับน้อง เพราะ บางคอนโดจะมีห้องที่เป็นของเขาด้วยแต่มันก็ไม่ได้มีอยู่ในทุกที่ “ ไม่รังเกียจหรอกค่ะ กลับชอบสะอีก ถ้างั้นหนูขอที่อยู่คอนโดหน่อยได้ไหมคะ เอาไว้เดี๋ยวหนูจะเข้าไปดู ” อย่างน้อยต่อให้ยังไม่ได้ใจเขาแต่ได้อยู่ในที่ของเขา มันก็ถือว่าดีไปอีกขั้น “ เอาไว้พี่ว่างแล้วจะพาไปดู ” เพราะห้องนั้นมันเป็นห้องของเขาเขาจึงอยากจะพาเธอไปดูด้วยตัวเอง เมื่อลูกชายและหลานสาวที่เธอรักพูดคุยกันด้วยดีในวันนี้ คนเป็นแม่อย่างคุณหญิงวารินทร์ ก็คิดอะไรดีๆขึ้นมา “ ก็วันนี้ไงลูกว่าง ก็พาน้องไปดูคอนโดเลยสิลูก ”ทั้งสามสาวพากันเดินตามหาพี่รหัสของตัวเองตามในแผ่นกระดาษที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับรหัสของพวกเธอ จนกระทั่งทั้งสามสาวเดินมาทางด้านหลังอาคารเรียนจึงได้เห็นว่าตอนนี้มีกลุ่มรุ่นพี่ว๊าก อยู่ตรงนี้ทั้งสามสาวจึงมองหน้ากัน “ หรือว่าเราจะเข้าไปขอลายเซ็นพวกพี่ทั้งสามคนดี ” เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาครีมจึงเป็นคนพูดกับเพื่อนทั้งสองคนของพวกเธอ แล้วทั้งสามสาวก็มองหน้ากันเมื่อเห็นว่าณดาเธอก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทำให้ขนมจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ งั้นเราก็ไปขอลายเซ็นพวกพี่เขากัน ” ขนมเธอจึงพูดบอกไป แล้วทั้งสามสาวก็พากันเดินไปยังกลุ่มรุ่นพี่ที่นั่งอยู่ ทั้งสามหนุ่มพอเห็นคนที่เดินเข้ามาใหม่เป็นรุ่นน้องคนสวย คนที่ไอ้ภาคินเดินชนเมื่อเช้า ต้าร์ก็ระบายยิ้มออกมาทันที แล้วพูดกับน้องๆกลุ่มนี้ ต่างจากภาคินและคิวที่นั่งเงียบอยู่ แต่ทั้งสองคนก็มองมาที่พวกเธอ “ น้องๆมีอะไรรึป่าวครับ ” ต้าร์พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น สุภาพกับน้องๆทั้งสามคน เพื่ออยากลองเชิงว่า สาวๆต้องการอะไรจากพวกเขา แต่ถ้าให้เดาก็คงจะไม่พ้นลายเซ็นพวกเขาเเน่ๆ “ คือว่า พวกพี่ทั้งสามคนเป็นพี่ว๊าก ของปีนี้พวกหนูทั้งสามคนก็เลยอยากจะมาขอลายเซ็นพวกพี่ได
“ สวัสดีครับทุกคนพี่ชื่อต้าร์ เป็นพี่ว๊ากของพวกเราปีนี้ ” ต้าร์ แนะนำตัวเสร็จเขาก็ส่ง ยิ้มอย่างอบอุ่นให้กับรุ่นน้องทุกคน และไม่ลืมที่จะทำท่าทางเป็นพี่ที่แสนดีให้กับกลุ่มน้องๆได้เห็น หลังจากต้าร์ แนะนำตัวจบเขาก็ได้รับเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือจากรุ่นน้องอย่างมากมาย แล้วต้าร์ ก็ส่งไมค์ให้กับเพื่อนรักของเขาอีกคนเพื่อให้คิวได้แนะนำตัว “ สวัสดีครับพี่ชื่อคิว เป็นพี่ว๊ากปีนี้ของพวกเรา ” และคิวเขาก็แนะนำตัวเองให้กับน้องน้องทุกคนได้รู้จักซึ่งแน่นอนว่าด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาของเขาก็ได้รับเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือมากมายไม่ต่างจากต้าร์ และเขาก็ส่งไมค์ให้กับเพื่อนรักอีกคนนึงของตัวเอง ทำให้ภาคินที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เขาก็ต้องรับไมค์มาและก็แนะนำตัวของตัวเองเป็นคำพูดสั้นๆ “ สวัสดีทุกคนพี่ชื่อภาคิน ” กรี๊ดหล่ออ่า !!! หล่อมาก!!! หลังจากที่ภาคินแนะนำตัวจบเขาก็ได้รับเสียงกรี๊ดมากมายพร้อมกับคำชมที่รุ่นน้องทุกคนพูดแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน หลังจากที่รุ่นพี่ทั้งสามคนแนะนำตัวเสร็จแล้วเขาก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะไม้หินอ่อนที่ตัวเอง แล้วก็ฟังรุ่นน้องปีสองทำหน้าที่ของตัวเองต่อ “ แกว่าพี่ว๊าก ทั้งสามคนหล่อป่ะ หน้า
“ เอาล่ะครับน้องๆ สวัสดีรุ่นน้องปีหนึ่งทุกคนพี่ชื่อเตชินเป็นพี่ปีสองและรับหน้าที่ในการดูแลน้องๆ วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรก พี่จะแจ้งให้น้องทราบ ทางคณะของเราได้มีการจัดให้น้องปีหนึ่งในการรับน้องของปีนี้และทางคณะของเราก็ยังมีกิจกรรมพี่รหัสอีกด้วย โดยการที่เราจะให้น้องทุกคนหาพี่รหัสของตัวเองและก็ล่าลายเซ็นของรุ่นพี่ที่เป็นพี่ว๊ากของปีนี้ ซึ่งเราจะแนะนำพี่ว๊ากแต่ละคนให้ทุกคน แต่การล่าลายเซ็นนั้นมันเป็นความสามารถของทุกคนว่าจะทำยังไงให้พี่ว๊ากแต่ละคนพอใจและมอบลายเซ็นให้กับ พวกเราก่อนอื่นพี่ขอแนะนำรุ่นพี่ปีสองแต่ละคนให้พวกเรารู้จักก่อนและก็จะได้ให้พวกเราทุกคนแนะนำตัวให้กับพวกพี่ทุกคนได้รู้จักเช่นกันเอาล่ะครับเริ่มจากพี่คนสวยที่ยืนอยู่ตรงนี้ก่อนเลย ” หลังจากที่รุ่นน้องปีหนึ่งแต่ละคนนั่งประจำที่และก็อยู่ในความเรียบร้อยรุ่นพี่ปีสองก็เริ่มทำหน้าที่ของตัวเองทันทีโดยเตชินเป็นรุ่นพี่ที่รับมอบหมายเรียกได้ว่าเป็นหลักในการทำกิจกรรมในครั้งนี้เขาจึงได้พูดตามที่ได้รับมอบหมายหลังจากเตชินพูดจบ รุ่นพี่ปีสองก็แนะนำตัวให้กับรุ่นน้องปีหนึ่งได้รู้จักเรียกได้ว่าพี่คนไหนพูดจบก็ได้รับเสียงปรบมือจากรุ่นน้องป
“ เฮ้ยพวกมึง มึงดูวันนี้เพื่อนเราอารมณ์ดีเปล่าวะ ” ภาคินเขาเดินมาถึงเขาก็นั่งตรงข้ามกับเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง ตามปกติแต่คนที่เดินตามอย่างต้าร์ มันก็ตะโกนขึ้นอีกครั้ง ทำให้คิวที่นั่งตรงข้ามภาคินถึงกับต้องมองผ่านไหล่ ของภาคินเพื่อไปมองที่ต้าร์“ อะไรของมึง ” ก็เขาไม่รู้ว่าไอ้ต้าร์มันหมายถึงอะไร เขาจึงถามถ้าเกิดมองไปที่มันมันก็อารมณ์ดีและเป็นคนแบบนี้ตลอดแต่พอมองที่ภาคินก็เห็นว่าภาคินปกติแล้วมันหมายถึงอะไรกัน“ ก็เพื่อนมึงดิเจอสาวน้องปีหนึ่งคนสวยสงสัยจะถูกใจ ” ต้าร์เดินมานั่ง ข้างกันกับภาคินและพูดขึ้นทำให้ภาคินต้องหันไปมองใบหน้าของเพื่อน“ เสือก ” แล้วเขาก็พูดประโยคนี้กับมันทำให้ไอ้ต้าร์ มันก็หัวเราะล้วนด้วยความอารมณ์ดีที่ถูกเขาด่า เขาสองคนที่พูดกันอยู่อย่างนั้นทำให้เพื่อนอีกคนหนึ่งอย่างคิว ที่ไม่รู้เรื่องอะไรถึงกับต้องมองหน้าเขาสลับกับใบหน้าของต้าร์“ สรุปใครเจอน้องปีหนึ่งใครถูกใจอะไรพวกมึงอย่ารู้กันสองคนดิวะบอกกูด้วย แล้วสวยไหม ”เนื่องจากกลุ่มของเขาเป็นกลุ่มคนดัง และหน้าตาของเขาแต่ละคนก็เรียกได้ว่าหน้าตาดีกันทั้งกลุ่ม แต่ไอ้ต้าร์ มันพูดให้เขาอยากรู้และไม่พูดให้เคลียร์ เหมือนว่ามันทั้งส
15 ปีต่อมา @ มหาวิทยาลัยชื่อดังภาคินขับรถสปอร์ตคันหรูของตัวเองเข้ามาจอดลานจอดรถของคณะวิศวะที่เขานั้นเรียนอยู่ ตอนนี้ภาคินก็เรียนอยู่ปีสามและเขาก็เป็นหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆเรียกได้ว่า ถ้าเขาสนใจใครผู้หญิงพวกนั้นก็พร้อมที่จะพลีกาย ให้กับเขาแทบทุกคน ก็อย่างว่าใครชอบคนหล่อคนรวย และเขาก็คือคนนั้น ภาคิน ตั้งแต่ที่เขาอายุครบ 18 ปีเขาก็อยากที่จะทำเป็นของตัวเองโชคดีของเขาพ่อของเขาสนับสนุนทุกอย่างไม่ว่าลูกชายอย่างเขาจะต้องต้องการทำอะไรและสิ่งแรกที่ ภาคินทำก็คือการเปิดร้านเหล้าซึ่งตอนแรกแม่ของเขาก็คล้านหัวชนฝาแต่เขาได้รับการสนับสนุนจากผู้เป็นพ่อและท่านก็สอนการบริหารทุกอย่างให้กับเขาจึงทำให้ร้านของเขาเติบโตแบบก้าวกระโดดและใช้เวลาเพียงแค่สองปีร้านของเขาก็เป็นร้านดังในย่านธุรกิจแห่งหนึ่ง ซึ่งต้องบอกเลยว่าผับแห่งนั้นทำเงินให้กับเขาได้วันละหลักล้าน “ โอ๊ย คุณเดินยังไงคะ “หลังจากที่ภาคินลงจากรถสปอร์ตของตัวเองแล้วเขาก็เดินตรงมาที่คณะเรียนของตัวเองแต่ในขณะที่เขากำลังดูอะไรในโทรศัพท์ของตัวเองจึงไม่ทันได้เห็นว่าเขาเดินชนใครคนนึงหลังจากที่ชนผู้หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นทำให้ภาคินต้องละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถื
หนึ่งปีต่อมา“ น้องพราวดาว พี่พาไปเล่นทรายตรงนั้น ” วันหยุดสุดสัปดาห์เป็นวันที่ภาคินหยุดเรียน เด็กชายตัวอ้วนจึงขอให้พ่อและแม่พามาเที่ยวที่ทะเล พอมาถึงภาคินก็เดินมาจับมือน้องสาวตัวน้อยของตัวเองแล้วก็พูดกับน้องสาว“ เย่น เย่น ( เล่น เล่น ) ” พราวดาวที่ยังพูดไม่ชัดแต่ก็สามารถพูดได้ในบางคำแล้ว ก็ตอบพี่ชาย ตอนนี้เด็กทั้งคู่น้องพราวดาวมีอายุหนึ่งขวบกว่าแล้วและภาคินพี่ชายก็มีอายุหกขวบกว่าเช่นกันเรียกได้ว่าเด็กทั้งสองคนรักกันมากภาคินมีความเป็นพี่ชายสูงทุกครั้งที่ภาคินไปไหนกับผู้เป็นพ่อก็จะชอบซื้อของฝากมาฝากน้องสาวอย่างพราวดาวทุกครั้ง “ คุณพ่อครับผมพาน้องไปเล่นตรงนั้นนะครับ ” ในเมื่อชวนน้องสาวเสร็จแล้วภาคินก็ไม่ลืมที่จะหันมาขออนุญาตผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ ส่วนแม่ของเขากำลังทำอาหารอยู่ภายในครัวในบ้านพักตากอากาศหลังนี้ ครอบครัวเราชอบมาเที่ยวทะเลจนพ่อของเขาได้ซื้อบ้านหลังนี้ เป็นของขวัญให้กับคุณแม่และก็เขากับน้อง“ ได้สิลูกอย่าพาน้องไปเล่นไกลนะเล่นแค่ทรายตรงนั้นโอเคมั้ยครับเดี๋ยวคุณแม่ออกมาแล้วจะดุเอา ” ไอลดาน้องค่อนข้างที่จะเป็นห่วงและก็ไม่ค่อยให้ลูกออกไปเล่นไกลหูไกล เรียกได้ว่าน้องจะคอยดูลู