เข้าสู่ระบบ“แล้วหนูไม่กินเหรอครับ ทำไมตักให้พี่แค่ชามเดียวล่ะ”
“พี่เรย์กินเลยค่ะ หยีจะกลับแล้ว”
“หนูจะกลับไปไหน”
เรย์เอ่ยถามคนที่สวมเสื้อยืดของเขาเพียงตัวเดียว เสื้อตัวใหญ่หลวมโพรกปิดลงมาจนถึงหน้าขาของร่างเล็ก เมื่อเจอเสียงห้วน ๆ เข้าไปร่างเพรียวบางถึงกับอึกอัก
“ก็…งานของหยีเสร็จแล้วนี่คะ”
ยาหยีตอบไปตามจริง ถึงแม้เมื่อคืนเธอจะไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์ก็เถอะ แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องอยู่ที่นี่ต่อเสียหน่อย
“พี่คิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วเสียอีก”
“อะ…”
เสียงหวานร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อโดนมือใหญ่กระตุกข้อมือจนเธอเสียหลักล้มลงไปนั่งบนตักแกร่ง เรย์จับยาหยีให้นั่งคร่อมหน้าขาของเขาโดยการหันหน้าเข้าหากัน
ดวงตาคมดุดันมองใบหน้าหวานที่แสดงสีหน้าไม่ถูก เพราะอยู่ในท่าทางล่อแหลม ก็ถ้าหากบางอย่างมันดุดันออกมาทิ่มแทงเธอที่ไม่ได้สวมแม้แต่ชั้นใน เธอยังจะได้กลับบ้านอยู่อีกไหม
“เมื่อคืนพี่บอกไปแล้วว่า ตั้งแต่นี้ไปหนูจะเป็นคนของพี่”
“หยีไม่เข้าใจ”
คำว่าคนของพี่เรย์อะไรนั่นยาหยีไม่เข้าใจหรอกว่าหมายความว่ายังไง ตอนนี้คิ้วเรียวสวยจึงขมวดเข้าหากันยุ่งไปหมดแล้ว
“ยาหยีไม่ต้องลำบากไปทำงานที่ร้านของไอ้เชนแล้ว เพราะพี่จะดูแลหนูเอง”
เรย์อธิบายให้ฟัง เหตุผลของเขาไม่ได้มากไปกว่าถูกใจ และชอบที่ยาหยีไม่เหมือนคนอื่น ๆ ที่เคยผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของร่างเล็กจะเข้าใจอะไรยากเหลือเกิน
“พี่เรย์จะมาดูแลหยีทำไมคะ ในเมื่อยาหยีก็ดูแลตัวเองได้”
“พี่รู้ว่ายาหยีเก่ง จะว่ายังไงดี ประมาณว่าเสี่ยเลี้ยงหรือจะให้ทันสมัยหน่อยก็ชูการ์แด๊ดดี้อะไรแบบนั้น”
“บ้า พี่เรย์พูดอะไรเนี่ย”
ยาหยีลืมตัวถึงกับทุบกำปั้นใส่อกแกร่งไปทีหนึ่ง ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจ สองแขนโอบประคองเอวบางของคนบนตักไว้หลวม ๆ
“พี่ชอบหนูมาก ขอให้พี่ดูแลหนูได้ไหมครับ”
เรย์บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตากลมโตหลบสายตาไม่กล้ามองใบหน้าหล่อเหลาตรง ๆพอเห็นว่าน้องไม่ตอบ ริมฝีปากได้รูปจึงกดจูบแผ่วเบาที่หน้าผาก
“เป็นคนของพี่แล้วหนูจะไม่ลำบาก พี่จะดูแลหนูให้เหมือนเจ้าหญิงเลย”
ยาหยีถูกล่อลวงด้วยคำหวาน ตลอดทั้งชีวิตของเธอไม่เคยมีใครเห็นค่า แม้กระทั่งแม่แท้ ๆ ยังรักน้องมากกว่าจนหาเรื่องไล่เธอออกจากบ้านหลายครั้งหลายหน
ชีวิตของยาหยีไม่เคยรู้จักกับคำว่าห่วงหา ดูแลเอาใจใส่ เธอไม่เคยได้เป็นคนสำคัญของใคร แต่ตอนนี้เรย์กลับทำให้เธอรู้สึกว่าเธอมีค่า เป็นคนสำคัญของใครสักคน คงไม่เป็นไร หากยาหยีจะไว้ใจ และยอมให้ชายหนุ่มเข้ามาในชีวิตที่แสนไร้ค่าของเธอ
“หยี… ตกลงค่ะ”
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากที่ยาหยีตัดสินใจยอมให้เรย์เป็นเจ้าของชีวิต ทุกอย่างในชีวิตของเธอเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ วันเสาร์อาทิตย์ เธอไม่ต้องไปทำงานที่ร้านกาแฟทั้งยังไม่ต้องไปทำงานพาร์ตไทม์รอบดึกที่ร้านสะดวกซื้ออีกต่อไปแล้ว
วันธรรมดาที่มีเรียนก็ไม่ต้องพาร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเรียนทั้งวันไปทำงานต่อ ยาหยีไม่ต้องนั่งรถเมล์มาที่มหาวิทยาลัยเพราะเรย์จะขับรถมาส่งทุกเธอทุกเช้าก่อนไปทำงาน
ตอนเย็นก็จะมารับกลับทุกวัน เว้นเสียแต่ว่าวันไหนเรย์ต้องอยู่ทำงานจนถึงค่ำเธอถึงจะนั่งแท็กซี่กลับเอง
อีกอย่างยาหยีไม่ต้องกลับไปอยู่ที่ห้องเช่าแคบ ๆ ของตัวเองแล้ว เรย์ให้เธอย้ายมาอยู่ด้วยกันที่คอนโด แม้กระทั่งเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ยังไม่ยอมให้เธอกลับไปเก็บ บอกแค่ว่าจะซื้อให้ใหม่ เรย์ซื้อของให้เธอเยอะแยะไปหมดรวมถึงให้เงินใช้อย่างไม่ขาดมือ จนบางครั้งก็กลัวใจตัวเองว่าจะเสียคนเข้าสักวัน ถึงจะบอกว่าไม่อยากได้แต่สุดท้ายเธอก็ขัดใจเรย์ไม่ได้อยู่ดี
อย่างวันนี้ที่เป็นวันอาทิตย์เรย์ก็พาเธอมาที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อที่จะซื้อเสื้อผ้าให้
“หนูชอบสีไหน สีฟ้าหรือว่าสีเหลือง”
เสียงนั้นเรียกให้ยาหยีหลุดจากภวังค์ความคิด ดวงตากลมโตมองเสื้อสเวตเตอร์ตัวใหญ่ที่เรย์ถืออยู่ ในมือขวาเป็นสีฟ้าอ่อน ส่วนในมือซ้ายเป็นสีเหลืองมัสตาร์ด
“เสื้อผ้าของหยีเยอะแล้วนะคะ ตู้เสื้อผ้าจะไม่มีที่ใส่แล้ว”
ยาหยีพูด ลองนับ ๆ ดูเสื้อผ้าที่เรย์ซื้อให้น่าจะเกินห้าสิบตัวไปแล้ว เธอเพิ่งเอาออกมาใส่ได้แค่ไม่กี่ตัวด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนว่าเรย์จะชอบซื้อเสื้อผ้าให้เธอเหลือเกิน บางทีอยู่ห้องด้วยกันก็จับแต่งตัวลองเสื้อผ้าตัวนั้นตัวนี้เหมือนกำลังเล่นแต่งตัวตุ๊กตา
“เดี๋ยวพี่ซื้อตู้ใบใหม่ให้”
“พี่เรย์อะ”
ร่างเล็กบางทำหน้ามุ่ยใส่คนที่พูดง่าย ๆ ไปเสียทุกเรื่อง รู้แล้วว่าพี่เรย์รวย แต่เก็บเงินไว้บ้างก็ได้ ไม่เห็นต้องซื้อของให้เธอเยอะขนาดนี้เลย
“สีเหลืองแล้วกัน หนูตัวขาว ใส่สีเหลืองน่าจะขึ้น”
เรย์ตัดสินใจเองเสร็จสรรพหันกลับไปแขวนตัวสีฟ้าไว้ตามเดิม ก่อนจะยื่นสเวตเตอร์สีเหลืองในไม้แขวนเสื้อมาให้
“ไปลองให้พี่ดูหน่อยนะครับ”
“ยังไม่ลองได้ไหมคะ หยีร้อน”
ยาหยีอิดออด อากาศตอนนี้ร้อนอบอ้าวเกินกว่าจะลองใส่สเวตเตอร์ไหมพรมหนา ๆ ไม่อยากจะใส่ด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่ เพราะเรย์บอกว่าชอบเวลาที่เธอใส่แค่สเวตเตอร์ตัวใหญ่ ๆ แค่ตัวเดียว
“แล้วหนูไม่กินเหรอครับ ทำไมตักให้พี่แค่ชามเดียวล่ะ”“พี่เรย์กินเลยค่ะ หยีจะกลับแล้ว”“หนูจะกลับไปไหน”เรย์เอ่ยถามคนที่สวมเสื้อยืดของเขาเพียงตัวเดียว เสื้อตัวใหญ่หลวมโพรกปิดลงมาจนถึงหน้าขาของร่างเล็ก เมื่อเจอเสียงห้วน ๆ เข้าไปร่างเพรียวบางถึงกับอึกอัก“ก็…งานของหยีเสร็จแล้วนี่คะ”ยาหยีตอบไปตามจริง ถึงแม้เมื่อคืนเธอจะไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์ก็เถอะ แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องอยู่ที่นี่ต่อเสียหน่อย“พี่คิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วเสียอีก”“อะ…”เสียงหวานร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อโดนมือใหญ่กระตุกข้อมือจนเธอเสียหลักล้มลงไปนั่งบนตักแกร่ง เรย์จับยาหยีให้นั่งคร่อมหน้าขาของเขาโดยการหันหน้าเข้าหากัน ดวงตาคมดุดันมองใบหน้าหวานที่แสดงสีหน้าไม่ถูก เพราะอยู่ในท่าทางล่อแหลม ก็ถ้าหากบางอย่างมันดุดันออกมาทิ่มแทงเธอที่ไม่ได้สวมแม้แต่ชั้นใน เธอยังจะได้กลับบ้านอยู่อีกไหม“เมื่อคืนพี่บอกไปแล้วว่า ตั้งแต่นี้ไปหนูจะเป็นคนของพี่”“หยีไม่เข้าใจ”คำว่าคนของพี่เรย์อะไรนั่นยาหยีไม่เข้าใจหรอกว่าหมายความว่ายังไง ตอนนี้คิ้วเรียวสวยจึงขมวดเข้าหากันยุ่งไปหมดแล้ว“ยาหยีไม่ต้องลำบากไปทำงานที่ร้านของไอ้เชนแล้ว
คนถูกกอดพูดตะกุกตะกัก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกิดขึ้น เรย์พยายามควบคุมอารมณ์ด้วยการถอนหายใจอย่างแผ่วเบา “พี่ขอโทษ ยาหยีอย่าโกรธพี่เลยนะครับ”“ไม่ค่ะ หยีไม่ได้โกรธพี่นะคะ ว่าแต่พี่เรย์โกรธไหมคะที่หยี ฮึก… ไม่ยอมให้พี่ทำ หยีกลัว หยีขอโทษ…”เด็กน้อยยิ่งมีคนปลอบก็จะยิ่งร้องเห็นท่าจะจริง เรย์คิดแบบนั้น เพราะแทนที่ยาหยีจะสงบลงกลับยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมเสียอีก ปากก็พร่ำพูดคำว่าขอโทษออกมา ริมฝีปากอุ่นจึงจูบลงที่เรือนผมนุ่มก่อนจะเรียกชื่อของเธอ“ยาหยีครับ”ยาหยีเงยหน้าขึ้นมองเขาทั้งที่ยังสะอื้น เรย์เช็ดน้ำตาออกจากแก้มเนียนพร้อมทั้งยิ้มให้“พี่ว่าหนูไม่เหมาะกับงานนี้หรอก”“ทำไมล่ะคะ”“เพราะหนูเป็นเด็กดีเกินไป” เรย์บอกอย่างเอ็นดู โชคดีแค่ไหนแล้วที่แขกคนแรกในค่ำคืนนี้ของเธอเป็นเขา เพราะถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงไม่มีใครใจดีมานั่งปลอบเด็กขายที่ร้องไห้ กลัวเสียสาวอยู่แบบนี้หรอก เช่นเดียวกันถ้าคนตรงหน้านี้ไม่ใช่ยาหยี เขาก็ไม่มีทางที่จะหยุดเหมือนกัน แต่เธอบริสุทธิ์ และไร้เดียงสาเกินกว่าที่เขาจะทำใจข่มเหงลง “ขอโทษค่ะ ที่หยีทำให้พี่เรย์เสียเวลา แต่ขอร้องล่ะ อย่าบอกเรื่องนี้กับคุณเชนเลยนะคะ เพ
“หรือว่าหนูรังเกียจพี่”เรย์แกล้งถาม ใบหน้าหวานของคนใต้ร่างส่ายไปมาทันที“ไม่ใช่นะคะ หยีไม่ได้รังเกียจพี่เรย์”เห็นสีหน้าตื่น ๆ ของเด็กน้อยแล้วเรย์แอบรู้สึกผิดนิดหน่อยที่แกล้ง เขายิ้มน้อย ๆ พลางลูบมือไปตามเรือนร่างที่พอได้จับเต็ม ๆ มือแล้วจึงได้รู้ว่านุ่มไปทุกส่วนโดยเฉพาะสะโพกกลมกลึงที่เขาตะปบลงมาเต็มมือ ขนาดสัมผัสผ่านเนื้อผ้ายังนุ่มมือถึงขนาดนี้ แล้วถ้าได้สัมผัสผิวเนื้อโดยตรงจะรู้สึกดีเพียงใด “ตั้งแต่วันนี้ไปหนูคือคนของพี่ จำไว้นะ”เรย์จูบที่แก้มนิ่มไล่ลงมาเฉียดริมฝีปากของคนตัวเล็ก กดจูบอ้อยอิ่งใกล้มุมปากอยู่นานสองนานก่อนจะช่วงชิงกลีบปากนุ่ม เพราะรู้ว่ายาหยียังไม่ประสากับเรื่องอย่างว่าจึงเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป “อือ… พี่เรย์” คนไม่ประสาร้องท้วงด้วยความตกใจ มือน้อย ๆ พยายามผลักร่างกำยำให้ลุกออกจากกาย “ยาหยีเงียบก่อน อย่ารบกวนพี่”เรย์กระซิบกระซาบเสียงแหบพร่าทำเอาคนใต้ร่างขนลุกเกรียวด้วยความกลัวปนตื่นเต้น มือหนายังคงลูบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเบา ๆ อย่างปลอบโยน ในขณะที่ปากบดจูบคลึงลงไปซ้ำ ๆ จนร่างเล็กครางในลำคอมือบางขยุ้มเสื้อของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ ยาหยีถึงกับสะดุ้งเมื่อล
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่สามารถละสายตาจากคนตัวเล็กได้เลย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองอย่างไรก็ไม่น่าจะมาทำงานในที่แบบนี้ได้เลยเธอดูใสซื่อเกินกว่าจะเป็นเด็กขาย แต่บางทีความไร้เดียงสาอาจจะเป็นที่ถูกใจของแขกหลาย ๆ คนก็ได้เหมือนอย่างที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ไง เขาเริ่มถูกใจเธอเข้าแล้วแค่เพียงได้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์กับกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนจัดเขาก็แทบทนรอไม่ไหว อยากจะเห็นเต็มแก่แล้วว่าร่างกายภายใต้ร่มผ้าของยาหยีจะทำให้เขาคลั่งได้ขนาดไหน “ถ้าอย่างนั้น… คืนนี้น้องหยีไปกับพี่นะครับ”เรย์บอกด้วยรอยยิ้มอย่างที่เขามั่นใจว่าไม่มีใครปฏิเสธได้ และแน่นอนว่ายาหยีก็เช่นกัน ร่างเพรียวบางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าในที่สุดคอนโดหรูย่านใจกลางเมืองน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยสำหรับยาหยี หญิงสาวไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้เธอจะมีปัญญาได้เข้ามาเหยียบ ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ ชั้นยี่สิบสามที่ตลอดทั้งชั้นมีเพียงสองห้อง และหนึ่งในนั้นคือห้องของเรย์เมื่อเข้ามาในห้องยาหยีถึงกับลืมตัวปรี่ไปเกาะหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งเป็นกระจกสามารถมองเห็นบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯได้โดยรอบ“โอ้โฮ ห้องของพี่เรย์วิวสวยมากเลยค่ะ” เรย์มอง
ริมฝีปากเคลือบด้วยลิปสติกราคาแพงที่ประกบปากของเรย์สร้างความเหนอะหนะน่ารำคาญ แม้แต่กลิ่นน้ำหอมฉุน ๆ จากหญิงสาวบนตักที่จงใจบดเบียดสะโพกลงมายังชวนให้มึนหัว “หยุดก่อนครับ” มือหนาดันตัวเธอให้ออกห่างเมื่อสาวเจ้าเริ่มสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปาก เรย์เช็ดรอยลิปสติกบนริมฝีปากของตัวเองด้วยหลังมือก่อนจะเอ่ยบอกอย่างสุภาพเพื่อไม่ให้เป็นการหักหาญน้ำใจกันจนเกินไป “ขอโทษนะ แต่คุณไปโต๊ะอื่นเถอะ”แม่สาวชุดแดงบนตักเขาตอนนี้เป็นถึงเบอร์หนึ่งของร้าน เพื่อนเขาซึ่งเป็นเจ้าของที่นี่บอกมาแบบนั้น เธอสวยมากข้อนั้นเรย์ไม่ปฏิเสธ แต่ความเจนจัดของมืออาชีพพวกนี้มันน่าเบื่อเกินไปสำหรับเขา “ทำไมล่ะคะ ฉันทำไม่ถูกใจเหรอ?”ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเหลอหลาทันทีเมื่อถูกไล่ซึ่ง ๆ หน้า แต่ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรนอกจากหยิบธนบัตรสีเทาหลายใบยัดใส่มือของเธอ “ขอบคุณนะคะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาตามมารยาท แม้จะไม่พอใจก็ตามที เรือนร่างสะโอดสะองจำต้องลุกขึ้นจากตักแกร่งอย่างไม่มีทางเลือก จากนั้นจึงเดินไปทักทายแขกโต๊ะอื่นแทน“เบื่อ!” สบถสั้น ๆ ก่อนจะถอนหายใจพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม วันนี้เป็นวันที่น่าเบื่อจริง ๆ ข







