เข้าสู่ระบบ
ริมฝีปากเคลือบด้วยลิปสติกราคาแพงที่ประกบปากของเรย์สร้างความเหนอะหนะน่ารำคาญ แม้แต่กลิ่นน้ำหอมฉุน ๆ จากหญิงสาวบนตักที่จงใจบดเบียดสะโพกลงมายังชวนให้มึนหัว
“หยุดก่อนครับ”
มือหนาดันตัวเธอให้ออกห่างเมื่อสาวเจ้าเริ่มสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปาก เรย์เช็ดรอยลิปสติกบนริมฝีปากของตัวเองด้วยหลังมือก่อนจะเอ่ยบอกอย่างสุภาพเพื่อไม่ให้เป็นการหักหาญน้ำใจกันจนเกินไป
“ขอโทษนะ แต่คุณไปโต๊ะอื่นเถอะ”
แม่สาวชุดแดงบนตักเขาตอนนี้เป็นถึงเบอร์หนึ่งของร้าน เพื่อนเขาซึ่งเป็นเจ้าของที่นี่บอกมาแบบนั้น เธอสวยมากข้อนั้นเรย์ไม่ปฏิเสธ แต่ความเจนจัดของมืออาชีพพวกนี้มันน่าเบื่อเกินไปสำหรับเขา
“ทำไมล่ะคะ ฉันทำไม่ถูกใจเหรอ?”
ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเหลอหลาทันทีเมื่อถูกไล่ซึ่ง ๆ หน้า แต่ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรนอกจากหยิบธนบัตรสีเทาหลายใบยัดใส่มือของเธอ
“ขอบคุณนะคะ”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาตามมารยาท แม้จะไม่พอใจก็ตามที เรือนร่างสะโอดสะองจำต้องลุกขึ้นจากตักแกร่งอย่างไม่มีทางเลือก จากนั้นจึงเดินไปทักทายแขกโต๊ะอื่นแทน
“เบื่อ!”
สบถสั้น ๆ ก่อนจะถอนหายใจพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม วันนี้เป็นวันที่น่าเบื่อจริง ๆ ขนาดว่า สาวสวยดาวเด่นของร้านยังทำให้เขาตื่นเต้นไม่ได้ คงต้องนั่งกินเหล้ากร่อยอยู่คนเดียว พอกรึ่ม ๆ แล้วค่อยกลับบ้าน
“เป็นอะไรวะ ทำหน้าอย่างกับคนอกหัก แต่จริง ๆ มีเมียหนึ่งลูกอีกหนึ่งแล้ว”
คเชนทร์ เจ้าของร้านทักขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสนิททำหน้าเบื่อโลก เขาเพิ่งเดินออกมาจากหลังร้าน แต่ก็ทันได้เห็นเหตุการณ์ที่เบอร์หนึ่งของร้านเดินฟึดฟัดไปหาแขกอีกโต๊ะ ไม่รู้ว่าเพื่อนของเขามันเป็นอะไรจึงแกล้งแซวไปแบบนั้น
แต่คนอย่างเรย์ชายหนุ่มเจ้าสำราญมีหรือจะอกหัก มีแต่เขานั้นแหละจะไปหักอกชาวบ้าน ทั้งที่ลูกเมียก็มี แต่เจ้าตัวก็ยังรักสนุกเหมือนสมัยหนุ่ม ๆ ไม่มีผิด
เผลอ ๆ เพื่อนรักอาจจะมาที่ร้านเขาบ่อยกว่ากลับบ้านไปหาเมียที่บ้านเสียอีก
“เบื่อว่ะ”
เรย์ตอบพลางดื่มเหล้าในแก้วรวดเดียวหมด ร่างสูงใหญ่พอ ๆ กับเขานั่งลงตรงที่ว่างข้าง ๆ คิ้วของคเชนทร์ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“นี่ไอ้เรย์ตัวปลอมหรือเปล่า อย่างมึงน่ะเหรอจะเบื่อสาว ๆ”
“กูเบื่อก็คือเบื่อ มึงจะแปลกใจอะไรนักหนา เด็กพวกนั้นก็งั้น ๆ ไม่มีทีเด็ดให้กูบ้างเลย”
“ถ้าอย่างนั้นกูมีของเล่นใหม่ให้มึงลอง สนใจไหมล่ะ รับรองว่าเด็ด”
คเชนทร์ยิ้มกริ่มรอดูท่าทีของเพื่อนหลังจากที่พูดออกไป อีกฝ่ายเลิกคิ้วเป็นเชิงว่ารอฟังอยู่
“ไหนล่ะ หามาสิ”
เจ้าของร้านรูปหล่อไม่พูดอะไร นอกจากจะกวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งให้เข้ามาหา กระซิบกระซาบบางอย่างที่เรย์ไม่ได้ยินแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขากำลังตื่นเต้นกับของเล่นใหม่ที่คเชนทร์พูดถึงไม่น้อย มันกล้านำเสนอขนาดนี้แสดงว่า ต้องไม่ธรรมดา เพราะที่ผ่าน ๆ มาเด็กของมันก็ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง
“ขอให้เด็ดจริงอย่างที่พูดนะ ของเล่นที่มึงว่า”
“กูเอาหัวเป็นประกันเลย ทั้งสวย ทั้งน่ารัก ถึงจะเด็กไปหน่อยแต่ก็ไม่เคยผ่านมือใคร”
ดวงตาคมของเรย์พราวระยับขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มอย่างพอใจที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา เขาเบื่อพวกผู้หญิงกร้านโลกเต็มที เพียงแค่คิดว่าจะได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านมือใครมาก่อนเลือดในกายก็ร้อนรุ่มขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
“ยาหยีมาแล้วครับคุณเชน”
ไม่นานร่างผอมสูงของพนักงานเสิร์ฟคนเดิมก็เดินกลับมา เรย์เงยหน้าขึ้นไปมองก่อนจะส่งเสียงอย่างพอใจอยู่ในลำคอ เมื่อสายตาคมราวกับเหยี่ยวจับจ้องไปยังร่างของใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกัน
ใบหน้าสวยหวานที่มองตรงไหนก็ถูกใจเขาไปเสียหมด ทุกส่วนบนใบหน้าช่างรับกันดีทุกองค์ประกอบ
“ขอบใจ”
คเชนทร์ยื่นธนบัตรสีเทาให้พนักงานร่างผอม
“ขอบคุณครับคุณเชน งั้นผมขอตัวไป
ทำงานก่อนนะครับ”
เมื่อหมดหน้าที่ พนักงานหนุ่มจึงรีบขอตัวไปทำงานก่อน จากนั้นเจ้าของร้านจึงหันมาให้ความสนใจกับคนที่ยืนนิ่ง ดวงตากลมโตมองซ้ายขวาไปมาเพราะทำตัวไม่ถูก
“สวัสดีค่ะคุณเชน มีอะไรให้หยีรับใช้คะ”
“นั่งลงก่อนสิยาหยี”
เจ้าของชื่อยาหยีพยักหน้าก่อนจะนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่ตัวเล็กอีกตัวที่อยู่เยื้อง ๆ กัน คเชนทร์ไม่เสียเวลาแนะนำให้เด็กใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานวันแรกรู้จักกับเพื่อนสนิทของตน
“ยาหยี นี่เพื่อนของฉัน ชื่อเรย์”
ใบหน้าหวานมองชายหนุ่มที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว ยาหยีไม่ใช่คนใสซื่อถึงขนาดจะไม่รู้ว่าสายตาของอีกฝ่ายสื่อถึงอะไร มันเต็มไปด้วยความต้องการเหมือนอยากจะจับเธอแก้ผ้าเสียตรงนี้ เห็นแล้วหนาว ๆ ร้อน ๆ ร่างกายมันวูบวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“สวัสดีค่ะ คุณเรย์”
“เรียกพี่เรย์ก็ได้ครับน้องยาหยี”
เสียงทุ้มเอ่ยบอกอย่างใจดี ความถูกใจต่อร่างเพรียวบางตรงหน้ามีมากขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อคนสวยพยักหน้าตอบรับคำของเขาด้วยรอยยิ้มหวานจับใจ
“ค่ะ พี่เรย์ เรียกหยีว่าหยีเฉย ๆ ก็ได้นะคะ”
คเชนทร์ยิ้มล้อเลียนเมื่อเห็นว่า เพื่อนสนิทมองไก่อ่อนตรงหน้าไม่วางตา คิดแล้วเชียวว่าเรย์จะต้องถูกใจเด็กใหม่ของเขา
“ยาหยีเพิ่งมาทำงานเป็นวันแรก น้องยังไม่เคยรับแขกเลย”
เรย์พยักหน้ารับรู้
“ก็ดี”
“แล้วหนูไม่กินเหรอครับ ทำไมตักให้พี่แค่ชามเดียวล่ะ”“พี่เรย์กินเลยค่ะ หยีจะกลับแล้ว”“หนูจะกลับไปไหน”เรย์เอ่ยถามคนที่สวมเสื้อยืดของเขาเพียงตัวเดียว เสื้อตัวใหญ่หลวมโพรกปิดลงมาจนถึงหน้าขาของร่างเล็ก เมื่อเจอเสียงห้วน ๆ เข้าไปร่างเพรียวบางถึงกับอึกอัก“ก็…งานของหยีเสร็จแล้วนี่คะ”ยาหยีตอบไปตามจริง ถึงแม้เมื่อคืนเธอจะไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์ก็เถอะ แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องอยู่ที่นี่ต่อเสียหน่อย“พี่คิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วเสียอีก”“อะ…”เสียงหวานร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อโดนมือใหญ่กระตุกข้อมือจนเธอเสียหลักล้มลงไปนั่งบนตักแกร่ง เรย์จับยาหยีให้นั่งคร่อมหน้าขาของเขาโดยการหันหน้าเข้าหากัน ดวงตาคมดุดันมองใบหน้าหวานที่แสดงสีหน้าไม่ถูก เพราะอยู่ในท่าทางล่อแหลม ก็ถ้าหากบางอย่างมันดุดันออกมาทิ่มแทงเธอที่ไม่ได้สวมแม้แต่ชั้นใน เธอยังจะได้กลับบ้านอยู่อีกไหม“เมื่อคืนพี่บอกไปแล้วว่า ตั้งแต่นี้ไปหนูจะเป็นคนของพี่”“หยีไม่เข้าใจ”คำว่าคนของพี่เรย์อะไรนั่นยาหยีไม่เข้าใจหรอกว่าหมายความว่ายังไง ตอนนี้คิ้วเรียวสวยจึงขมวดเข้าหากันยุ่งไปหมดแล้ว“ยาหยีไม่ต้องลำบากไปทำงานที่ร้านของไอ้เชนแล้ว
คนถูกกอดพูดตะกุกตะกัก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกิดขึ้น เรย์พยายามควบคุมอารมณ์ด้วยการถอนหายใจอย่างแผ่วเบา “พี่ขอโทษ ยาหยีอย่าโกรธพี่เลยนะครับ”“ไม่ค่ะ หยีไม่ได้โกรธพี่นะคะ ว่าแต่พี่เรย์โกรธไหมคะที่หยี ฮึก… ไม่ยอมให้พี่ทำ หยีกลัว หยีขอโทษ…”เด็กน้อยยิ่งมีคนปลอบก็จะยิ่งร้องเห็นท่าจะจริง เรย์คิดแบบนั้น เพราะแทนที่ยาหยีจะสงบลงกลับยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมเสียอีก ปากก็พร่ำพูดคำว่าขอโทษออกมา ริมฝีปากอุ่นจึงจูบลงที่เรือนผมนุ่มก่อนจะเรียกชื่อของเธอ“ยาหยีครับ”ยาหยีเงยหน้าขึ้นมองเขาทั้งที่ยังสะอื้น เรย์เช็ดน้ำตาออกจากแก้มเนียนพร้อมทั้งยิ้มให้“พี่ว่าหนูไม่เหมาะกับงานนี้หรอก”“ทำไมล่ะคะ”“เพราะหนูเป็นเด็กดีเกินไป” เรย์บอกอย่างเอ็นดู โชคดีแค่ไหนแล้วที่แขกคนแรกในค่ำคืนนี้ของเธอเป็นเขา เพราะถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงไม่มีใครใจดีมานั่งปลอบเด็กขายที่ร้องไห้ กลัวเสียสาวอยู่แบบนี้หรอก เช่นเดียวกันถ้าคนตรงหน้านี้ไม่ใช่ยาหยี เขาก็ไม่มีทางที่จะหยุดเหมือนกัน แต่เธอบริสุทธิ์ และไร้เดียงสาเกินกว่าที่เขาจะทำใจข่มเหงลง “ขอโทษค่ะ ที่หยีทำให้พี่เรย์เสียเวลา แต่ขอร้องล่ะ อย่าบอกเรื่องนี้กับคุณเชนเลยนะคะ เพ
“หรือว่าหนูรังเกียจพี่”เรย์แกล้งถาม ใบหน้าหวานของคนใต้ร่างส่ายไปมาทันที“ไม่ใช่นะคะ หยีไม่ได้รังเกียจพี่เรย์”เห็นสีหน้าตื่น ๆ ของเด็กน้อยแล้วเรย์แอบรู้สึกผิดนิดหน่อยที่แกล้ง เขายิ้มน้อย ๆ พลางลูบมือไปตามเรือนร่างที่พอได้จับเต็ม ๆ มือแล้วจึงได้รู้ว่านุ่มไปทุกส่วนโดยเฉพาะสะโพกกลมกลึงที่เขาตะปบลงมาเต็มมือ ขนาดสัมผัสผ่านเนื้อผ้ายังนุ่มมือถึงขนาดนี้ แล้วถ้าได้สัมผัสผิวเนื้อโดยตรงจะรู้สึกดีเพียงใด “ตั้งแต่วันนี้ไปหนูคือคนของพี่ จำไว้นะ”เรย์จูบที่แก้มนิ่มไล่ลงมาเฉียดริมฝีปากของคนตัวเล็ก กดจูบอ้อยอิ่งใกล้มุมปากอยู่นานสองนานก่อนจะช่วงชิงกลีบปากนุ่ม เพราะรู้ว่ายาหยียังไม่ประสากับเรื่องอย่างว่าจึงเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป “อือ… พี่เรย์” คนไม่ประสาร้องท้วงด้วยความตกใจ มือน้อย ๆ พยายามผลักร่างกำยำให้ลุกออกจากกาย “ยาหยีเงียบก่อน อย่ารบกวนพี่”เรย์กระซิบกระซาบเสียงแหบพร่าทำเอาคนใต้ร่างขนลุกเกรียวด้วยความกลัวปนตื่นเต้น มือหนายังคงลูบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเบา ๆ อย่างปลอบโยน ในขณะที่ปากบดจูบคลึงลงไปซ้ำ ๆ จนร่างเล็กครางในลำคอมือบางขยุ้มเสื้อของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ ยาหยีถึงกับสะดุ้งเมื่อล
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่สามารถละสายตาจากคนตัวเล็กได้เลย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองอย่างไรก็ไม่น่าจะมาทำงานในที่แบบนี้ได้เลยเธอดูใสซื่อเกินกว่าจะเป็นเด็กขาย แต่บางทีความไร้เดียงสาอาจจะเป็นที่ถูกใจของแขกหลาย ๆ คนก็ได้เหมือนอย่างที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ไง เขาเริ่มถูกใจเธอเข้าแล้วแค่เพียงได้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์กับกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนจัดเขาก็แทบทนรอไม่ไหว อยากจะเห็นเต็มแก่แล้วว่าร่างกายภายใต้ร่มผ้าของยาหยีจะทำให้เขาคลั่งได้ขนาดไหน “ถ้าอย่างนั้น… คืนนี้น้องหยีไปกับพี่นะครับ”เรย์บอกด้วยรอยยิ้มอย่างที่เขามั่นใจว่าไม่มีใครปฏิเสธได้ และแน่นอนว่ายาหยีก็เช่นกัน ร่างเพรียวบางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าในที่สุดคอนโดหรูย่านใจกลางเมืองน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยสำหรับยาหยี หญิงสาวไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้เธอจะมีปัญญาได้เข้ามาเหยียบ ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ ชั้นยี่สิบสามที่ตลอดทั้งชั้นมีเพียงสองห้อง และหนึ่งในนั้นคือห้องของเรย์เมื่อเข้ามาในห้องยาหยีถึงกับลืมตัวปรี่ไปเกาะหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งเป็นกระจกสามารถมองเห็นบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯได้โดยรอบ“โอ้โฮ ห้องของพี่เรย์วิวสวยมากเลยค่ะ” เรย์มอง
ริมฝีปากเคลือบด้วยลิปสติกราคาแพงที่ประกบปากของเรย์สร้างความเหนอะหนะน่ารำคาญ แม้แต่กลิ่นน้ำหอมฉุน ๆ จากหญิงสาวบนตักที่จงใจบดเบียดสะโพกลงมายังชวนให้มึนหัว “หยุดก่อนครับ” มือหนาดันตัวเธอให้ออกห่างเมื่อสาวเจ้าเริ่มสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปาก เรย์เช็ดรอยลิปสติกบนริมฝีปากของตัวเองด้วยหลังมือก่อนจะเอ่ยบอกอย่างสุภาพเพื่อไม่ให้เป็นการหักหาญน้ำใจกันจนเกินไป “ขอโทษนะ แต่คุณไปโต๊ะอื่นเถอะ”แม่สาวชุดแดงบนตักเขาตอนนี้เป็นถึงเบอร์หนึ่งของร้าน เพื่อนเขาซึ่งเป็นเจ้าของที่นี่บอกมาแบบนั้น เธอสวยมากข้อนั้นเรย์ไม่ปฏิเสธ แต่ความเจนจัดของมืออาชีพพวกนี้มันน่าเบื่อเกินไปสำหรับเขา “ทำไมล่ะคะ ฉันทำไม่ถูกใจเหรอ?”ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเหลอหลาทันทีเมื่อถูกไล่ซึ่ง ๆ หน้า แต่ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรนอกจากหยิบธนบัตรสีเทาหลายใบยัดใส่มือของเธอ “ขอบคุณนะคะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาตามมารยาท แม้จะไม่พอใจก็ตามที เรือนร่างสะโอดสะองจำต้องลุกขึ้นจากตักแกร่งอย่างไม่มีทางเลือก จากนั้นจึงเดินไปทักทายแขกโต๊ะอื่นแทน“เบื่อ!” สบถสั้น ๆ ก่อนจะถอนหายใจพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม วันนี้เป็นวันที่น่าเบื่อจริง ๆ ข







