เข้าสู่ระบบ“หรือว่าหนูรังเกียจพี่”
เรย์แกล้งถาม ใบหน้าหวานของคนใต้ร่างส่ายไปมาทันที
“ไม่ใช่นะคะ หยีไม่ได้รังเกียจพี่เรย์”
เห็นสีหน้าตื่น ๆ ของเด็กน้อยแล้วเรย์แอบรู้สึกผิดนิดหน่อยที่แกล้ง เขายิ้มน้อย ๆ พลางลูบมือไปตามเรือนร่างที่พอได้จับเต็ม ๆ มือแล้วจึงได้รู้ว่านุ่มไปทุกส่วนโดยเฉพาะสะโพกกลมกลึงที่เขาตะปบลงมาเต็มมือ ขนาดสัมผัสผ่านเนื้อผ้ายังนุ่มมือถึงขนาดนี้ แล้วถ้าได้สัมผัสผิวเนื้อโดยตรงจะรู้สึกดีเพียงใด
“ตั้งแต่วันนี้ไปหนูคือคนของพี่ จำไว้นะ”
เรย์จูบที่แก้มนิ่มไล่ลงมาเฉียดริมฝีปากของคนตัวเล็ก กดจูบอ้อยอิ่งใกล้มุมปากอยู่นานสองนานก่อนจะช่วงชิงกลีบปากนุ่ม เพราะรู้ว่ายาหยียังไม่ประสากับเรื่องอย่างว่าจึงเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป
“อือ… พี่เรย์”
คนไม่ประสาร้องท้วงด้วยความตกใจ มือน้อย ๆ พยายามผลักร่างกำยำให้ลุกออกจากกาย
“ยาหยีเงียบก่อน อย่ารบกวนพี่”
เรย์กระซิบกระซาบเสียงแหบพร่าทำเอาคนใต้ร่างขนลุกเกรียวด้วยความกลัวปนตื่นเต้น มือหนายังคงลูบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเบา ๆ อย่างปลอบโยน ในขณะที่ปากบดจูบคลึงลงไปซ้ำ ๆ จนร่างเล็กครางในลำคอ
มือบางขยุ้มเสื้อของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ ยาหยีถึงกับสะดุ้งเมื่อลิ้นอุ่นชื้นสอดแทรกเข้ามาตามรอยแยกของริมฝีปาก ลิ้นเล็กถอยหนีด้วยความตื่นตระหนก แต่สุดท้ายแล้ว เรย์ก็สามารถเกี่ยวเอาแผ่นเนื้อนิ่มมาหยอกล้อได้สำเร็จ
ทั้งดูด และดึงสลับกับตวัดเกี่ยวพันจนน้ำใส ๆ ไหลย้อยลงตามมุมปากของคนเด็กกว่า ลมหายใจของยาหยีถูกช่วงชิงจนหายใจไม่ทัน ยิ่งไปกว่านั้น… ยาหยีเริ่มรู้สึกเจ็บบริเวณปากนุ่มไปหมดเพราะถูกอีกฝ่ายจูบอยู่แบบนั้นนานแล้ว
“ฮือ พี่เรย์ หยีหายใจไม่ออกค่ะ”
เมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ ยาหยีถึงกับครางหอบ ดวงตาหวานฉ่ำปรือตามองคนด้านบนอย่างที่เรย์คิดว่ามันยั่วยวนเป็นที่สุด
“ยาหยี หวานมาก”
เรย์กระซิบบอกชิดริมฝีปากนุ่มหลังจากกดจูบหนัก ๆ อยู่นาน คนฟังหน้าแดงแถมยังร้อนผ่าว ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดีกับคำพูดน่าอายที่ได้ฟัง
“พี่เรย์พูดอะไรก็ไม่รู้”
คนใต้ร่างพูดเสียงอ่อย เรย์เห็นท่าทีของยาหยีแล้วยิ่งชวนให้รัก และเอ็นดูมากขึ้นจนอยากให้เธอลองมาดูเอ็นเลย
“พี่ชอบหยี”
ชายหนุ่มทิ้งน้ำหนักลงทาบทับร่างเล็กพร้อมทั้งเข้าจู่โจมซอกคอขาว ๆ ด้วยปาก ดูดดึงผิวเนื้อนิ่มจนยาหยีสะดุ้ง มือบางดันอกกว้างไว้ทำให้เรย์หยุดการกระทำ และเงยหน้าขึ้นมอง
“พะ…พี่เรย์”
“ครับ คนดี”
เสียงทุ้มขานรับ รอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูด
“จะทำเหรอคะ”
ยาหยีถามเร็ว ๆ ด้วยใบหน้าแดงก่ำอย่างที่มองแวบเดียว เขาก็รู้ว่า เจ้าตัวกำลังเขิน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าคม เรย์รู้ว่าน้องหมายถึงอะไร แต่ก็ยังแกล้งถามกลับตามประสาคนขี้แกล้ง
“ทำอะไรครับ”
“พี่เรย์อย่าแกล้งหยีสิคะ”
ร่างเล็กมองค้อน เพราะรู้ตัวว่าโดนแกล้งเข้าแล้ว รอยยิ้มของเรย์ฟ้องอยู่แล้วว่าเข้าใจถึงคำถามของเธอ แล้วยังจะมาแกล้งกันอีก
“แกล้งอะไรกัน พี่แค่ถามเฉย ๆ ถ้าหนูไม่บอกพี่จะรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าทำอะไร”
ไม่พูดเปล่า มือหนายังสอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ตตัวบางเพื่อบีบเคล้นเอวคอดอย่างไม่เบามือนักจนยาหยีหลุดเสียงร้องออกมา
“หรือว่าทำแบบนี้…”
“ยะ… อย่าค่ะ”
มือใหญ่ลากไล้ปลายนิ้วสูงขึ้นจนถึงเนินอกอิ่ม แต่ยาหยีร้องห้ามไว้ทันก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านั้น หัวใจดวงน้อยเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอกแค่เผลอคิดไปว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้
เพียงแค่โดนสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นก็ทำเอาสะท้านไปทั้งตัว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็กลัวเกินกว่าจะปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้
เธอกับเขาเพิ่งจะเจอกันได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง เรย์ยังถือว่า เป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธออยู่เลย คนอื่น ๆ ที่ทำงานแบบนี้ทำใจนอนกับคนแปลกหน้าได้ยังไงกันนะ
เห็นท่าทางตื่นกลัวเหมือนกระต่ายตัวน้อยที่เผชิญหน้ากับราชสีห์แล้ว ชายหนุ่มก็ทำไม่ลง เขาผละออกมาเหยียดตัวขึ้นนั่ง ก่อนที่ร่างเพรียวบางจะลุกตาม ยาหยีโกยผ้าห่มไปกอดไว้ ดวงตากลมโตน้ำตาคลอเพราะกลัวว่าจะโดนดุ
“จะอะไรกันนักหนาวะ”
เรย์หัวเสีย เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ การกระทำของคนข้างกายทำให้ยาหยีทำตัวไม่ถูก ยิ่งเห็นอีกฝ่ายเสยผมพร้อมทั้งสบถคำหยาบยิ่งสะดุ้งน้ำตาร่วง
“หยี… หยีขอโทษนะคะ”
ร่างเล็กสั่นสะท้าน แม้แต่น้ำเสียงก็สั่นตาม เธอหวาดกลัวเกินกว่าจะยอมให้ชายหนุ่มพรากความสาวไปจากเธอได้ เธอไม่น่าคิดผิดมาทำงานนี้เลย
เรย์เหลือบมองใบหน้าหวานที่มีน้ำตายอมรับเลยว่า หงุดหงิดที่ยาหยีไม่ยอมให้เขาสัมผัส แต่พอเห็นน้ำตาของคนตัวเล็กแล้วความหงุดหงิดที่มีก็หายไปได้อย่างง่ายดายแทนที่ด้วยความสงสารปนเอ็นดูคนที่ร่างเล็กสะอื้นไห้ ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวปนเสียใจ ใช้มือถูจมูกตัวเองจนจมูกแดงไปหมดแล้ว
“อย่าร้องไห้เลยนะยาหยี พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรหนูเลย”
ชายหนุ่มขยับเข้ามาสวมกอดคนเป็นน้อง
มือบางกำชายเสื้อเขาแน่น ใบหน้าเปื้อนน้ำตาซุกอยู่กับอกเขาพลางพูดเสียงอู้อี้
“แต่เมื่อกี้พี่…”
“แล้วหนูไม่กินเหรอครับ ทำไมตักให้พี่แค่ชามเดียวล่ะ”“พี่เรย์กินเลยค่ะ หยีจะกลับแล้ว”“หนูจะกลับไปไหน”เรย์เอ่ยถามคนที่สวมเสื้อยืดของเขาเพียงตัวเดียว เสื้อตัวใหญ่หลวมโพรกปิดลงมาจนถึงหน้าขาของร่างเล็ก เมื่อเจอเสียงห้วน ๆ เข้าไปร่างเพรียวบางถึงกับอึกอัก“ก็…งานของหยีเสร็จแล้วนี่คะ”ยาหยีตอบไปตามจริง ถึงแม้เมื่อคืนเธอจะไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์ก็เถอะ แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องอยู่ที่นี่ต่อเสียหน่อย“พี่คิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วเสียอีก”“อะ…”เสียงหวานร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อโดนมือใหญ่กระตุกข้อมือจนเธอเสียหลักล้มลงไปนั่งบนตักแกร่ง เรย์จับยาหยีให้นั่งคร่อมหน้าขาของเขาโดยการหันหน้าเข้าหากัน ดวงตาคมดุดันมองใบหน้าหวานที่แสดงสีหน้าไม่ถูก เพราะอยู่ในท่าทางล่อแหลม ก็ถ้าหากบางอย่างมันดุดันออกมาทิ่มแทงเธอที่ไม่ได้สวมแม้แต่ชั้นใน เธอยังจะได้กลับบ้านอยู่อีกไหม“เมื่อคืนพี่บอกไปแล้วว่า ตั้งแต่นี้ไปหนูจะเป็นคนของพี่”“หยีไม่เข้าใจ”คำว่าคนของพี่เรย์อะไรนั่นยาหยีไม่เข้าใจหรอกว่าหมายความว่ายังไง ตอนนี้คิ้วเรียวสวยจึงขมวดเข้าหากันยุ่งไปหมดแล้ว“ยาหยีไม่ต้องลำบากไปทำงานที่ร้านของไอ้เชนแล้ว
คนถูกกอดพูดตะกุกตะกัก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกิดขึ้น เรย์พยายามควบคุมอารมณ์ด้วยการถอนหายใจอย่างแผ่วเบา “พี่ขอโทษ ยาหยีอย่าโกรธพี่เลยนะครับ”“ไม่ค่ะ หยีไม่ได้โกรธพี่นะคะ ว่าแต่พี่เรย์โกรธไหมคะที่หยี ฮึก… ไม่ยอมให้พี่ทำ หยีกลัว หยีขอโทษ…”เด็กน้อยยิ่งมีคนปลอบก็จะยิ่งร้องเห็นท่าจะจริง เรย์คิดแบบนั้น เพราะแทนที่ยาหยีจะสงบลงกลับยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมเสียอีก ปากก็พร่ำพูดคำว่าขอโทษออกมา ริมฝีปากอุ่นจึงจูบลงที่เรือนผมนุ่มก่อนจะเรียกชื่อของเธอ“ยาหยีครับ”ยาหยีเงยหน้าขึ้นมองเขาทั้งที่ยังสะอื้น เรย์เช็ดน้ำตาออกจากแก้มเนียนพร้อมทั้งยิ้มให้“พี่ว่าหนูไม่เหมาะกับงานนี้หรอก”“ทำไมล่ะคะ”“เพราะหนูเป็นเด็กดีเกินไป” เรย์บอกอย่างเอ็นดู โชคดีแค่ไหนแล้วที่แขกคนแรกในค่ำคืนนี้ของเธอเป็นเขา เพราะถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงไม่มีใครใจดีมานั่งปลอบเด็กขายที่ร้องไห้ กลัวเสียสาวอยู่แบบนี้หรอก เช่นเดียวกันถ้าคนตรงหน้านี้ไม่ใช่ยาหยี เขาก็ไม่มีทางที่จะหยุดเหมือนกัน แต่เธอบริสุทธิ์ และไร้เดียงสาเกินกว่าที่เขาจะทำใจข่มเหงลง “ขอโทษค่ะ ที่หยีทำให้พี่เรย์เสียเวลา แต่ขอร้องล่ะ อย่าบอกเรื่องนี้กับคุณเชนเลยนะคะ เพ
“หรือว่าหนูรังเกียจพี่”เรย์แกล้งถาม ใบหน้าหวานของคนใต้ร่างส่ายไปมาทันที“ไม่ใช่นะคะ หยีไม่ได้รังเกียจพี่เรย์”เห็นสีหน้าตื่น ๆ ของเด็กน้อยแล้วเรย์แอบรู้สึกผิดนิดหน่อยที่แกล้ง เขายิ้มน้อย ๆ พลางลูบมือไปตามเรือนร่างที่พอได้จับเต็ม ๆ มือแล้วจึงได้รู้ว่านุ่มไปทุกส่วนโดยเฉพาะสะโพกกลมกลึงที่เขาตะปบลงมาเต็มมือ ขนาดสัมผัสผ่านเนื้อผ้ายังนุ่มมือถึงขนาดนี้ แล้วถ้าได้สัมผัสผิวเนื้อโดยตรงจะรู้สึกดีเพียงใด “ตั้งแต่วันนี้ไปหนูคือคนของพี่ จำไว้นะ”เรย์จูบที่แก้มนิ่มไล่ลงมาเฉียดริมฝีปากของคนตัวเล็ก กดจูบอ้อยอิ่งใกล้มุมปากอยู่นานสองนานก่อนจะช่วงชิงกลีบปากนุ่ม เพราะรู้ว่ายาหยียังไม่ประสากับเรื่องอย่างว่าจึงเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป “อือ… พี่เรย์” คนไม่ประสาร้องท้วงด้วยความตกใจ มือน้อย ๆ พยายามผลักร่างกำยำให้ลุกออกจากกาย “ยาหยีเงียบก่อน อย่ารบกวนพี่”เรย์กระซิบกระซาบเสียงแหบพร่าทำเอาคนใต้ร่างขนลุกเกรียวด้วยความกลัวปนตื่นเต้น มือหนายังคงลูบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเบา ๆ อย่างปลอบโยน ในขณะที่ปากบดจูบคลึงลงไปซ้ำ ๆ จนร่างเล็กครางในลำคอมือบางขยุ้มเสื้อของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ ยาหยีถึงกับสะดุ้งเมื่อล
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่สามารถละสายตาจากคนตัวเล็กได้เลย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองอย่างไรก็ไม่น่าจะมาทำงานในที่แบบนี้ได้เลยเธอดูใสซื่อเกินกว่าจะเป็นเด็กขาย แต่บางทีความไร้เดียงสาอาจจะเป็นที่ถูกใจของแขกหลาย ๆ คนก็ได้เหมือนอย่างที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ไง เขาเริ่มถูกใจเธอเข้าแล้วแค่เพียงได้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์กับกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนจัดเขาก็แทบทนรอไม่ไหว อยากจะเห็นเต็มแก่แล้วว่าร่างกายภายใต้ร่มผ้าของยาหยีจะทำให้เขาคลั่งได้ขนาดไหน “ถ้าอย่างนั้น… คืนนี้น้องหยีไปกับพี่นะครับ”เรย์บอกด้วยรอยยิ้มอย่างที่เขามั่นใจว่าไม่มีใครปฏิเสธได้ และแน่นอนว่ายาหยีก็เช่นกัน ร่างเพรียวบางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าในที่สุดคอนโดหรูย่านใจกลางเมืองน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยสำหรับยาหยี หญิงสาวไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้เธอจะมีปัญญาได้เข้ามาเหยียบ ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ ชั้นยี่สิบสามที่ตลอดทั้งชั้นมีเพียงสองห้อง และหนึ่งในนั้นคือห้องของเรย์เมื่อเข้ามาในห้องยาหยีถึงกับลืมตัวปรี่ไปเกาะหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งเป็นกระจกสามารถมองเห็นบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯได้โดยรอบ“โอ้โฮ ห้องของพี่เรย์วิวสวยมากเลยค่ะ” เรย์มอง
ริมฝีปากเคลือบด้วยลิปสติกราคาแพงที่ประกบปากของเรย์สร้างความเหนอะหนะน่ารำคาญ แม้แต่กลิ่นน้ำหอมฉุน ๆ จากหญิงสาวบนตักที่จงใจบดเบียดสะโพกลงมายังชวนให้มึนหัว “หยุดก่อนครับ” มือหนาดันตัวเธอให้ออกห่างเมื่อสาวเจ้าเริ่มสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปาก เรย์เช็ดรอยลิปสติกบนริมฝีปากของตัวเองด้วยหลังมือก่อนจะเอ่ยบอกอย่างสุภาพเพื่อไม่ให้เป็นการหักหาญน้ำใจกันจนเกินไป “ขอโทษนะ แต่คุณไปโต๊ะอื่นเถอะ”แม่สาวชุดแดงบนตักเขาตอนนี้เป็นถึงเบอร์หนึ่งของร้าน เพื่อนเขาซึ่งเป็นเจ้าของที่นี่บอกมาแบบนั้น เธอสวยมากข้อนั้นเรย์ไม่ปฏิเสธ แต่ความเจนจัดของมืออาชีพพวกนี้มันน่าเบื่อเกินไปสำหรับเขา “ทำไมล่ะคะ ฉันทำไม่ถูกใจเหรอ?”ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเหลอหลาทันทีเมื่อถูกไล่ซึ่ง ๆ หน้า แต่ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรนอกจากหยิบธนบัตรสีเทาหลายใบยัดใส่มือของเธอ “ขอบคุณนะคะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาตามมารยาท แม้จะไม่พอใจก็ตามที เรือนร่างสะโอดสะองจำต้องลุกขึ้นจากตักแกร่งอย่างไม่มีทางเลือก จากนั้นจึงเดินไปทักทายแขกโต๊ะอื่นแทน“เบื่อ!” สบถสั้น ๆ ก่อนจะถอนหายใจพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม วันนี้เป็นวันที่น่าเบื่อจริง ๆ ข