Masuk“ฮะ แต่วันนี้ไปเรียนวันแรกผมยังไม่รู้เลยว่าต้องไปยังไง ผมขอติดรถพี่....”
“ไม่ หาวิธีไปเองสิ โตแล้ว” แสงโสมรีบเอ่ยดักทันทีเมื่อรู้ว่าคนหน้าหวานจะขอติดรถตัวเองไปยังมหาลัยด้วย ใช่ มันเป็นทางผ่านไปบริษัทของเขาก็จริง แต่เรื่องอะไรจะให้ติดรถไปด้วยล่ะ
“ครับ” ตอบรับเสียงเศร้า แล้วมองเจ้าของบ้านที่หน้าไม่รับแขกลุกเดินจากไป ก่อนจะหันกลับมามองอาหารตรงหน้าของตัวเองแล้วก็ดื่มน้ำเปล่าแล้วลุกขึ้นเดินออกไปเมื่อตอนนี้จุกจนทานอะไรไม่ลงแล้ว
“คุณควอนให้ลุงเอกไปส่งก็ได้นะจ๊ะ” ป้าทิพย์เดินเข้ามาบอกเจ้านายอีกคน แม้จะมาเป็นผู้อาศัยแต่ก็เป็นเจ้านายของตนเอง
“ขอบคุณครับป้าทิพย์ ดีเหมือนกันลุงเอกไปส่งผมและจะได้บอกผมด้วยว่าขากลับต้องนั่งรถอะไรมา ดีนะเมื่อวานผมเอาที่อยู่ให้รถรับส่งดูเลยมาถูก แต่จะไปมหาลัยวันนี้ผมกลับงงไปไม่เป็นเลยครับ เพราะตอนมาสอบสัมภาษณ์ผมมากับพ่อและแม่ พวกท่านจัดการให้ทุกอย่าง” คุณหนูของเจ้าของโรมแรมหรูใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เอ่ยเล่า
“ไม่เป็นไรค่ะ ให้ลุงเอกไปส่งทุกวันก็ได้ รถที่บ้านมีตั้งหลายคัน ปกติลุงเอกไม่ได้ไปส่งใครอยู่แล้ว เพราะคุณบิ๊กเขาขับรถไปทำงานเอง เขาไม่ชอบให้ใครไปวุ่นวายด้วยน่ะค่ะ” ป้าทิพย์บอกต่ออีก
“ครับ ไม่บอกผมก็รู้ครับ และเหมือนพี่เขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่ผมมาอยู่ที่นี่กับเขา”
“อย่าคิดมากเลยค่ะ คุณควอนน่ารักแบบนี้ อีกอย่างดูสดใสทำให้บ้านเงียบขรึมของเราดูมีชีวิตชีวาค่ะ และไม่ป้าก็ไม่คิดว่าคุณควอนจะทำกับข้าวเป็นด้วย ทั้งๆ ที่เป็นงานผู้หญิง” ป้าทิพย์เอ่ยอย่างเอ็นดูหนุ่มน้อยลูกครึ่งหน้าหวาน
“พอดีผมชอบช่วยคุณแม่ที่บ้านทำกับข้าวครับ ผมเป็นลูกชายคนเล็กติดแม่ครับป้าทิพย์”
“น่ารัก หายากค่ะเด็กผู้ชายติดแม่ นิ้งไปบอกลุงเอกเตรียมรถให้คุณควอนเถอะ เดี๋ยวสายรถติด” ท้ายประโยคก็ร้องสั่งนิ้งที่ยืนอยู่ทางหน้าห้องรับประทานอาหาร
“จ้าป้าทิพย์” นิ้งร้องขานรับคำก่อนจะเดินไปตามลุงเอกไปเตรียมรถพาคุณควอนไปส่งที่มหาลัย
“ขอบคุณนะครับป้าทิพย์ เดี๋ยวผมออกไปรอลุงเอกที่หน้าบ้านเลยครับ”
“ค่ะคุณควอน แล้ววันนี้กลับกี่โมงคะป้าจะได้เตรียมมื้อเย็นไว้รอ หรือกลับเที่ยงคะ”
“วันนี้มีรับน้องด้วยครับ น่าจะสักหกโมงเย็นครับ”
“เดี๋ยวป้าจะเตรียมกับข้าวรอนะคะคุณควอน ว่าแต่อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ”“ควอนทานอะไรก็ได้ครับ ว่าแต่พี่บิ๊กเขา....”
“รายนั้นจะทานมาจากข้างนอกค่ะ ไม่เคยทานข้าวที่บ้านหรอก เนี่ยรู้ไหมคุณควอนมาอยู่ป้าละดีใจที่จะได้ทำกับข้าวโชว์ฝีมือ เพราะคุณบิ๊กบอกว่าไม่อยากให้ป้าทำอาหารให้เหนื่อยเพราะเขาอยู่แค่คนเดียวเขาเลยจะทานจากข้างนอกทุกวันก่อนกลับค่ะ” นางบอกเล่า
“เหรอครับ” พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินถือกระเป๋าเป้สะพายหลังใบเล็กของตนออกไปยืนรอลุงเอกเอารถออกมารับพาไปส่งที่มหาลัย
หนึ่งสัปดาห์แทบจะนับครั้งได้ที่ได้เจอหน้าของเจ้าของบ้านหน้าขรึม และวันนี้ควอนกลับมาจากกิจกรรมของมหาลัยตอนดึกเห็นไฟในห้องนั่งเล่นเปิดอยู่จึงเดินไปดูเผื่อว่าพี่นิ้งอาจลืมปิดไฟ เพราะเวลานี้ทุกคนนอนพักผ่อนแล้ว แต่พอเข้าไปยังไม่ทันได้ถึงห้องนั่งเล่นก็ได้ยินเสียงหัวร่อต่อกระซิกดังแว่วออกมาให้ได้ยิน
“ใครกัน ดึกแล้ว แล้วเสียงผู้หญิงที่ไหน” ควอนเอ่ยกับตัวเองขณะเดินย่องไปยังห้องนั่งเล่น แล้วก็แอบอยู่หน้าประตูมองไปดูข้างในห้องนั่งเล่น
ควอนเบิกตากว้างปิดปากตัวเองไว้ทันทีเมื่อเห็นภาพในห้องนั่งเล่นตอนนี้หนุ่มหน้าขรึมที่กระตุกหัวใจของผมกำลังขึ้นคร่อมผู้หญิงแปลกหน้าบนโซฟาตัวยาว และมือของผู้หญิงคนนั้นก็ประคองดวงหน้าหล่อตรึงใจของแสงโสม หัวใจของควอนรู้สึกปวดหนึบราวกับโดนทุบแรงๆ แล้วก็ต้องเบือนหน้าหนีเมื่อคนตัวโตกำลังโน้มลงไปซุกไซ้ใบหน้าของเธอคนนั้น
“พี่บิ๊กมีแฟนแล้ว?” ผมถามตัวเองด้วยความเจ็บปวดร้าวในอก แสงโสมคือรักแรกพบของควอน เขาคือความใฝ่ฝันแต่เขากลับไม่ชอบผม พี่เขามีคนที่พี่เขารักอยู่แล้ว ส่วนผมก็แค่คนที่แอบรักพี่เขา ผมก็แค่ผู้อาศัยบ้านของพี่เขาเท่านั้น ผมมันก็แค่กาฝาก
หนุ่มน้อยหน้าหวานที่รู้มาตลอดว่าตัวเองแตกต่างจากผู้ชายทั่วไป ควอนไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวกับผู้หญิงไม่ว่าจะมีผู้หญิงเข้ามาหาแต่ก็ไม่เคยรู้สึกถูกใจเพราะรู้ดีว่าตัวเองนั้นชอบแบบไหน และพอมาเจอคนที่ทำให้ใจเต้นแรงกลับต้องมาเจ็บปวด เพียงแค่เวลาหนึ่งสัปดาห์ที่รู้จักก็ได้แต่แอบมองแสงโสมอยู่ห่างๆ ด้วยเพราะเขาบอกว่ารำคาญไม่อยากเห็นหน้า ผมจึงต้องหลบหน้าพี่เขาและแอบดูอยู่ห่างๆ ตลอดที่อยู่บ้านหลังใหญ่แห่งนี้
“นายเพ้อฝันเกินไปแล้วควอน เพ้อฝันเกินไปแล้วว่าพี่เขาจะรักนาย พี่เขาชอบผู้หญิงไม่ได้ชอบผู้ชายแบบนาย พี่เขาไม่ชอบประตูหลังแบบนาย” ควอนบอกตัวเองพร้อมกับยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่เอ่อคลอสองเบ้าตาแล้วเดินจากไปด้วยหัวใจที่ปวดร้าว
“คะ....คือผมจะมาเก็บกระเป๋าให้พี่บิ๊กครับ” ควอนก้มหน้ามองมือที่สอดประสานอยู่หน้าตักของตัวเองตอบออกไปเสียงสั่น “ฉันใช้นายเหรอถึงต้องมา” “ไม่ครับ” “แล้วเสนอหน้ามาเพื่อ?” “ผมขอป้าทิพย์มาเองครับ” “ยุ่ง ไสหัวไปไหนก็ไป ฉันจะเก็บกระเป๋าเอง อ้อ อย่าเข้ามาในห้องคนอื่นโดยที่เจ้าของเขาไม่อนุญาตอีก ฉันไม่ชอบ” “ขอโทษครับ” “ขอโทษเสร็จก็ออกไปรำคาญ” น้ำตาของควอนปริ่มล้นสองดวงตาทันทีเมื่อสิ้นคำของแสงโสม ร่างเล็กลุกขึ้นโดยไม่เงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยกลัวว่าเขาจะเห็นว่าตัวเองร้องไห้ หนุ่มหน้าหวานเดินก้มหน้าออกจากห้องไปและก็ไม่วายได้ยินเสียงบ่นพึมพำของเจ้าของห้องที่ไล่หลังมา “น่ารำคาญจริงๆ เลยเว้ย! ” พึมพำแล้วมองประตูห้องของตัวเอง และพอเห็นว่าร่างเล็กแทรกตัวออกไปแล้วและประตูห้องปิดสนิทแสงโสมก็ยกมือขึ้นกุมอกของตัวเอง ส่วนมืออีกข้างก็แตะริมฝีปากหนาของตัวเอง สัมผัสเมื่อกี้เขาจำได้ว่ามันช่างอ่อนนุ่มแค่ไหน และยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขาควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้
กับข้าวมื้อเย็นวันนี้มีผัดพริกแกงไก่ ผัดผักรวม ผัดผักบุ้ง แกงเขียวหวานเนื้อ และไข่เจียวหมูสับ ทุกอย่างล้วนเป็นเมนูอาหารที่แสงโสมชอบทั้งนั้น ป้าทิพย์บอกมา และตอนนี้ผมก็นั่งรอพี่เขาลงมาทานมื้อเย็นพร้อมกับผม ผมยอมรับตอนนี้ผมยิ้มแทบปากจะฉีก ก็ผมดีใจที่จะได้นั่งทานมื้อเย็นกับพี่เขา และเวลาที่รอคอยก็มาถึงเมื่อพี่เขาเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหารด้วยชุดลำรอง กางเกงขาสั้นเสื้อยืดคอวี ตอนนี้พี่เขานั่งลงหัวโต๊ะแล้ว ผมจึงพยักหน้าให้พี่นิ้งตักข้าว แสงโสมมองอาหารตรงหน้า และก็อดยิ้มในใจไม่ได้เพราะบนโต๊ะมีแต่เมนูที่เขาชอบทั้งนั้น ก่อนจะเริ่มลงเมื่อทานเมื่อนิ้งตักข้าวให้โดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาและถามเพื่อนร่วมโต๊ะวันนี้เลยสักคำ เขาไม่ชอบหน้าหวานๆ ใสซื่อของควอน ยิ่งเห็นยิ่งรำคาญ มองยังไงเขาก็หงุดหงิด ซึ่งแสงโสมเองก็ไม่รู้และหาสาเหตุให้ความรำคาญตาให้ตัวเองให้กับเรื่องนี้ไม่ได้เลย จนทุกวันนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจความหงุดหงิดรำคาญที่มีต่อควอนจนตอนนี้ “อร่อยไหมครับพี่บิ๊ก” ผมรวบรวมความกล้าถามพี่เขาเมื่อพี่เขาตักข้าวคำแรกเข้าปาก “อือ ก็ใช้ได้” ไม่ใช่แค่ใช้ได้แต่ม
แม้จะเจ็บปวดใจแต่การได้แอบรักได้ดูแลได้ทำอะไรให้สำหรับควอนมันก็มากพอแล้ว และวันนี้เป็นวันหยุดวันที่เขาไม่มีเรียนเขาจึงช่วยป้าทิพย์ พี่นิ้งกับลุงเอกทำงานบ้านและดูแลสวน หนุ่มหน้าหวานออกไปซื้อต้นไม้มาปลูกโดยมีลุงเอกช่วยขุดพรวนดิน ควอนซื้อต้นกุหลาบขาวกับกุหลาบแดงมาปลูกที่สวนหลังบ้าน และพอทำเสร็จก็เข้ามาช่วยนิ้งทำความสะอาดบ้าน และกว่าจะเสร็จก็เล่นเอาบ่าย พอตกบ่ายก็ออกไปตลาดซื้อของสดมาทำมื้อเย็น โดยมีผมเป็นผู้ช่วยของป้าทิพย์ และป้าทิพย์ชอบที่ได้มีผู้ช่วย ควอนไม่ถือตัว ควอนชอบช่วยเหลือตลอดเวลาที่มาอยู่ที่นี่แถมยังร่วมทานข้าวกับพวกนางและนิ้งกับลุงเอกทุกวัน ด้วยเหตุผมว่าทานคนเดียวไม่อร่อย และเนี่ยทำให้หนุ่มหน้าหวานเป็นที่รักที่เอ็นดูของทุกคนในบ้านยกเว้นเจ้าของบ้าน ตอนนี้ผมก็มาอยู่บ้านหลังนี้ได้สองเดือนกว่าแล้วแต่ความสัมพันธ์ของเจ้าของบ้านกับผมก็ยังเหมือนวันแรกที่รู้จักกันวันเวลาเดินเร็วกว่าที่คิดเผลอแป๊บเดียวก็สองเดือนกว่า เขาคุ้นชินกับแถวนี้ดีและก็สนิทกับทุกคน และยังมีเพื่อนรักเพื่อนสนิทที่มหาลัยด้วย กลุ่มของเขามีกันอยู่สี่คน มีชานม กับชาเขียว ทั้งสองเป็นแฝดชายหญิง และอีกคนคือทัพฟ้า คนนี้หนุ
“ฮะ แต่วันนี้ไปเรียนวันแรกผมยังไม่รู้เลยว่าต้องไปยังไง ผมขอติดรถพี่....”“ไม่ หาวิธีไปเองสิ โตแล้ว” แสงโสมรีบเอ่ยดักทันทีเมื่อรู้ว่าคนหน้าหวานจะขอติดรถตัวเองไปยังมหาลัยด้วย ใช่ มันเป็นทางผ่านไปบริษัทของเขาก็จริง แต่เรื่องอะไรจะให้ติดรถไปด้วยล่ะ“ครับ” ตอบรับเสียงเศร้า แล้วมองเจ้าของบ้านที่หน้าไม่รับแขกลุกเดินจากไป ก่อนจะหันกลับมามองอาหารตรงหน้าของตัวเองแล้วก็ดื่มน้ำเปล่าแล้วลุกขึ้นเดินออกไปเมื่อตอนนี้จุกจนทานอะไรไม่ลงแล้ว“คุณควอนให้ลุงเอกไปส่งก็ได้นะจ๊ะ” ป้าทิพย์เดินเข้ามาบอกเจ้านายอีกคน แม้จะมาเป็นผู้อาศัยแต่ก็เป็นเจ้านายของตนเอง“ขอบคุณครับป้าทิพย์ ดีเหมือนกันลุงเอกไปส่งผมและจะได้บอกผมด้วยว่าขากลับต้องนั่งรถอะไรมา ดีนะเมื่อวานผมเอาที่อยู่ให้รถรับส่งดูเลยมาถูก แต่จะไปมหาลัยวันนี้ผมกลับงงไปไม่เป็นเลยครับ เพราะตอนมาสอบสัมภาษณ์ผมมากับพ่อและแม่ พวกท่านจัดการให้ทุกอย่าง” คุณหนูของเจ้าของโรมแรมหรูใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เอ่ยเล่า“ไม่เป็นไรค่ะ ให้ลุงเอกไปส่งทุกวันก็ได้ รถที่บ้านมีตั้งหลายคัน ปกติลุงเอกไม่ได้ไปส่งใครอยู่แล้ว เพราะคุณบิ๊กเขาขับรถไปทำงานเอง เขาไม่ชอบให้ใครไปวุ่นวายด้วยน่ะค่ะ” ป้า
ไม่เคยคิดว่าต้องได้มาบริหารงานที่สุราษฎร์ธานี แม้ว่าตอนนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเป็นจังหวัดที่เจริญทันสมัย แต่เขาก็ไม่ได้อยากมา แต่พ่อของเขาก็บอกว่าต้องมาดูแลงานที่นี่สองปีเพื่อที่จะได้กลับไปรับตำแหน่งบริหารสาขาใหญ่ที่กรุงเทพฯ ฉะนั้นเขาได้แต่บอกตัวเองว่าอดทนและวันนี้ตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าพ่อของเขาไม่ได้พูดเล่น ท่านส่งเขามาดูงานที่บริษัทอาหารทะเลแช่แข็งสาขาสุราษฎร์ธานี แสงโสม ธุรกิจการ หรือบิ๊ก วัย 27 ปี เขาจบปริญญาโทบริหารธุรกิจมาจากเม็กซิโก ชายหนุ่มเป็นลูกชายคนเดียวและเป็นทายาทเพียงหนึ่งเดียวของบริษัทส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งรายใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศที่ส่งอาหารทะเลไปยังต่างประเทศ วันนี้เขานั่งรอแขกที่พ่อส่งมาให้ พ่อของเขาโทรมาเมื่อตอนหัวค่ำว่าจะให้ลูกชายของเพื่อนมาพักอยู่บ้านกับเขา ซึ่งเขาไม่ค่อยจะยินดีเท่าไหร่หรอกที่จะมีคนมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขา แสงโสมเป็นคนรักความสงบและชอบความเป็นส่วนตัวจึงไม่ชอบที่จะมีคนอื่นมาอยู่ด้วย และยิ่งเป็นใครก็ไม่รู้จักอยู่ๆ พ่อของเขาก็บอกว่า ‘ฝากดูแลน้องด้วยนะลูก’ เนี่ยแหละคำสั่งของพ่อเขา ก่อนจะวางสายไป







