Masukแม้จะเจ็บปวดใจแต่การได้แอบรักได้ดูแลได้ทำอะไรให้สำหรับควอนมันก็มากพอแล้ว และวันนี้เป็นวันหยุดวันที่เขาไม่มีเรียนเขาจึงช่วยป้าทิพย์ พี่นิ้งกับลุงเอกทำงานบ้านและดูแลสวน หนุ่มหน้าหวานออกไปซื้อต้นไม้มาปลูกโดยมีลุงเอกช่วยขุดพรวนดิน ควอนซื้อต้นกุหลาบขาวกับกุหลาบแดงมาปลูกที่สวนหลังบ้าน และพอทำเสร็จก็เข้ามาช่วยนิ้งทำความสะอาดบ้าน และกว่าจะเสร็จก็เล่นเอาบ่าย พอตกบ่ายก็ออกไปตลาดซื้อของสดมาทำมื้อเย็น โดยมีผมเป็นผู้ช่วยของป้าทิพย์ และป้าทิพย์ชอบที่ได้มีผู้ช่วย ควอนไม่ถือตัว ควอนชอบช่วยเหลือตลอดเวลาที่มาอยู่ที่นี่แถมยังร่วมทานข้าวกับพวกนางและนิ้งกับลุงเอกทุกวัน ด้วยเหตุผมว่าทานคนเดียวไม่อร่อย และเนี่ยทำให้หนุ่มหน้าหวานเป็นที่รักที่เอ็นดูของทุกคนในบ้านยกเว้นเจ้าของบ้าน ตอนนี้ผมก็มาอยู่บ้านหลังนี้ได้สองเดือนกว่าแล้วแต่ความสัมพันธ์ของเจ้าของบ้านกับผมก็ยังเหมือนวันแรกที่รู้จักกัน
วันเวลาเดินเร็วกว่าที่คิดเผลอแป๊บเดียวก็สองเดือนกว่า เขาคุ้นชินกับแถวนี้ดีและก็สนิทกับทุกคน และยังมีเพื่อนรักเพื่อนสนิทที่มหาลัยด้วย กลุ่มของเขามีกันอยู่สี่คน มีชานม กับชาเขียว ทั้งสองเป็นแฝดชายหญิง และอีกคนคือทัพฟ้า คนนี้หนุ่มหล่อเดือนคณะเลยก็ว่าได้
“คุณควอนไปพักเถอะค่ะ วันนี้ช่วยป้า ช่วยลุงเอกและพี่นิ้งทั้งวันเลย” ป้าทิพย์บอกหนุ่มน้อยให้หยุดพัก เพราะตั้งแต่เช้าแล้วที่ควอนช่วยงาน
“ไม่เป็นไรฮะ ดีกว่าอยู่เฉยๆ”
“คุณควอนไม่อ่านหนังสือไม่ทำการบ้านเหรอคะ” นิ้งเอ่ยถามบ้างขณะรับผักที่ควอนล้างส่งมาให้
“การบ้านผมทำเสร็จแล้วครับ หนังสือผมอ่านตอนดึกฮะ”
“คุณควอนน่ารักจังเลยค่ะ ทำไมคุณบิ๊กถึงไม่ชอบนะ” นิ้งเอ่ยพึมพำขณะหั่นผักบุ้งใส่จานไว้เตรียมผัด และคำพูดของเธอก็ทำให้คนในบทสนทนานั้นเดินมาได้ยินเข้าพอดี และคนที่ถูกชมว่าน่ารักก็ได้แต่ก้มหน้ายิ้มแห้งๆ แม้จะน่ารักแค่ไหนแสงโสมก็ไม่ได้เลือกตนเอง
อะแฮ่ม!
แสงโสมกระแอมให้ทุกคนในครัวรู้ว่าตอนนี้เขายืนอยู่หน้าห้องครัว และก็ได้ผลเมื่อทุกคนมองไปยังต้นทางเสียงกระแอม
“คุณบิ๊ก”
“ขอน้ำหน่อยนิ้ง” แสงโสมไม่พูดอะไรนอกจากสั่งแล้วเดินล้วงกระเป๋ากางเกงกลับไป เขาเพิ่งกลับมาจากทำงานและตอนนี้กระหายน้ำมาก ไม่เห็นใครสักคนเลยคิดว่าอยู่ในครัวแน่นอน และก็จริงอย่างที่คิด แต่พอมาถึงก็ได้ยินสิ่งที่ไม่ควรเข้า
“ค่ะคุณบิ๊ก” นิ้งรีบรับคำแล้ววางมือจากผักบุ้งตรงหน้าไปรินน้ำใส่แก้วแล้วใส่ถาดจะเดินเอาไปให้นายหนุ่มที่ห้องนั่งเล่น
“ผมเอาไปให้พี่บิ๊กเองครับ” ควอนเดินมาดักหน้ายื่นมือของถาดน้ำ
“ได้จ้ะ ขอบคุณนะคุณควอน”
“ไม่เป็นไรครับ พี่นิ้งทำกับข้าวช่วยป้าทิพย์ต่อเถอะครับ”
“ค่ะ”
พอผมได้ถาดน้ำมาถือไว้ผมก็ยิ้มให้กำลังใจตัวเองก่อนจะเดินออกไปจากห้องครัวไปยังห้องรับแขกที่มีผู้ชายหน้าขรึมที่เป็นรักแรกของผมรออยู่ และพอมาถึงผมก็เกือบทำถาดหลุดมือเมื่อพี่เขากำลังดึงเนคไทออกจากคอเสื้อ แล้วก็วางไว้ข้างๆ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อออกสองเม็ดแล้วผมก็เห็นลูกกระเดือกของพี่เขาที่กำลังเคลื่อนไหวขึ้นลงตามแรงลมหายใจของพี่เขา
“หิวน้ำ จะยืนอยู่นานไหมควอน” และนั่นแหละผมถึงมีสติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวก็ตอนที่พี่เขาพูดขึ้น น้ำเสียงที่ทุ้มห้วนนั้นมันกระชากใจผมอย่างแรง
“คะ...ครับพี่บิ๊ก” แล้วผมก็รีบเดินเอาน้ำไปให้พี่เขาดื่ม พอพี่เขาหยิบแก้วน้ำในถาดที่ผมถือมาพี่เขาก็แหงนเงยหน้าถามผมที่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างๆ
“ทำไมเอามาเอง นิ้งล่ะ”
“พี่นิ้งช่วยป้าทิพย์ทำกับข้าวครับ ผมเลยอาสาเอาน้ำมาให้พี่บิ๊ก”
“อือ จะไปไหนก็ไปสิ เอาน้ำมาให้เสร็จแล้วจะมายืนค้ำหัวผู้ใหญ่ทำไม”
“ขะ...ขอโทษครับ”
“เป็นอะไรพูดติดอ่างอยู่ได้ กลัวฉันเหรอ ถ้ากลัวก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาให้เห็น น่ารำคาญ แล้วเนี่ยพ่อของนายโทรมาถามฉันว่านายเป็นไงแล้วนายสบายดีไหมล่ะ” ก่อนที่คนหน้าหวานจะขอตัวจากไปก็นึกขึ้นได้ว่าตอนเย็นพ่อของควอนโทรหาเขาเพื่อถามถึงลูกชาย เพราะท่านบอกว่าไม่อยากโทรหาลูกชายด้วยกลัวว่าจะคิดถึงจนทนไม่ไหวแล้วมาหาที่สุราษฎร์ธานี
“ไม่ได้เอาก้นมารึไง ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่อยู่ได้” และก็อดต่อว่าตำหนิควอนไม่ได้ที่เอาแต่ยืนก้มหน้านิ่ง
“ครับ” ควอนรีบนั่งลงแล้ววางถาดที่ถือมาไว้ตรงหน้า
“คำถามที่ฉันถามทำไมไม่ตอบล่ะ สบายดีไหม”
“สะ....สบายดีครับ เพื่อนที่มหาลัยก็น่ารัก”
“อือ ก็ดี เข้ากับเพื่อนได้ดีก็โอเคแล้วแหละ ถ้าอยากย้ายออกบอกได้นะ ไปอยู่กับเพื่อนก็ได้ฉันไม่ว่าหรอก ฉันจะปิดพ่อกับแม่ของนายให้เองควอน” พูดจบก็ยืนขึ้นพร้อมคว้าเนคไทที่ถอดวางไว้ติดมือมาด้วย
“ดะ...เดี๋ยวก่อนครับพี่บิ๊ก” ผมเอ่ยรั้งพี่เขาไว้เมื่อพี่เขาจะไป
“ไรอีกล่ะ”
“คือเพื่อนๆ ผมจะมาค้างที่บ้านได้ไหมครับ พอดีพวกเราจะทำรายงานกันครับ” ควอนไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายจะว่าไง แต่ก็อยากพูดก่อน
หึ!
“บ้านฉันไม่ใช่ที่สาธารณะนะควอน แต่ก็เอาเถอะ มากันกี่คนล่ะ”
“สี่คนครับ ผู้หญิงหนึ่งคน”
“อือ ตามสบาย มาค้างได้ อยากได้ห้องไหนก็บอกป้าทิพย์กับนิ้งทำความสะอาดห้องให้ก็แล้วกัน ว่าแต่จะมาวันไหน”
“วันเสาร์หน้าครับ”
“อือ หมดเรื่องพูดแล้วใช่ไหม”
“ครับ เออ....”
“อะไรอีก” ถามกลับด้วยความหงุดหงิด เมื่ออีกฝ่ายอ้ำอึ้งเหมือนมีอะไรจะถามต่อ
“พี่บิ๊กทานข้าวเย็นมารึยังครับ” ไม่รู้ว่าผมถามไปแบบนี้พี่เขาจะโกรธไหม เพราะพี่เขาชอบทานข้าวนอกบ้านมากกว่า
“ยัง” คำตอบสั้นๆ ทำให้ผมยิ้มออกเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“เย็นนี้พี่บิ๊กทานข้าวด้วยกันไหมครับ”
“ก็ไม่เลว ทานก็ทาน ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมฉันจะไปอาบน้ำ”
“ครับ ไม่มีแล้วครับ”
พี่เขาไม่สนใจฟังผมพูดเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ผมเห็นแค่หลังของพี่เขาห่างไกลออกไปเรื่อยๆ แต่ช่างเถอะ วันนี้ผมจะได้นั่งทานมื้อเย็นกับพี่เขาด้วยแหละ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนแอบรักอย่างผม และเมื่อพี่เขาจากไปแล้วผมก็ถือถาดและเก็บแก้วน้ำที่พี่เขาดื่มก่อนหน้าไปยังห้องครัวเพื่อช่วยพี่นิ้งป้าทิพย์ทำมื้อเย็นและบอกกับทุกคนด้วยว่าวันนี้คนหน้านิ่งจะทานมื้อเย็นด้วย
“คะ....คือผมจะมาเก็บกระเป๋าให้พี่บิ๊กครับ” ควอนก้มหน้ามองมือที่สอดประสานอยู่หน้าตักของตัวเองตอบออกไปเสียงสั่น “ฉันใช้นายเหรอถึงต้องมา” “ไม่ครับ” “แล้วเสนอหน้ามาเพื่อ?” “ผมขอป้าทิพย์มาเองครับ” “ยุ่ง ไสหัวไปไหนก็ไป ฉันจะเก็บกระเป๋าเอง อ้อ อย่าเข้ามาในห้องคนอื่นโดยที่เจ้าของเขาไม่อนุญาตอีก ฉันไม่ชอบ” “ขอโทษครับ” “ขอโทษเสร็จก็ออกไปรำคาญ” น้ำตาของควอนปริ่มล้นสองดวงตาทันทีเมื่อสิ้นคำของแสงโสม ร่างเล็กลุกขึ้นโดยไม่เงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยกลัวว่าเขาจะเห็นว่าตัวเองร้องไห้ หนุ่มหน้าหวานเดินก้มหน้าออกจากห้องไปและก็ไม่วายได้ยินเสียงบ่นพึมพำของเจ้าของห้องที่ไล่หลังมา “น่ารำคาญจริงๆ เลยเว้ย! ” พึมพำแล้วมองประตูห้องของตัวเอง และพอเห็นว่าร่างเล็กแทรกตัวออกไปแล้วและประตูห้องปิดสนิทแสงโสมก็ยกมือขึ้นกุมอกของตัวเอง ส่วนมืออีกข้างก็แตะริมฝีปากหนาของตัวเอง สัมผัสเมื่อกี้เขาจำได้ว่ามันช่างอ่อนนุ่มแค่ไหน และยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขาควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้
กับข้าวมื้อเย็นวันนี้มีผัดพริกแกงไก่ ผัดผักรวม ผัดผักบุ้ง แกงเขียวหวานเนื้อ และไข่เจียวหมูสับ ทุกอย่างล้วนเป็นเมนูอาหารที่แสงโสมชอบทั้งนั้น ป้าทิพย์บอกมา และตอนนี้ผมก็นั่งรอพี่เขาลงมาทานมื้อเย็นพร้อมกับผม ผมยอมรับตอนนี้ผมยิ้มแทบปากจะฉีก ก็ผมดีใจที่จะได้นั่งทานมื้อเย็นกับพี่เขา และเวลาที่รอคอยก็มาถึงเมื่อพี่เขาเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหารด้วยชุดลำรอง กางเกงขาสั้นเสื้อยืดคอวี ตอนนี้พี่เขานั่งลงหัวโต๊ะแล้ว ผมจึงพยักหน้าให้พี่นิ้งตักข้าว แสงโสมมองอาหารตรงหน้า และก็อดยิ้มในใจไม่ได้เพราะบนโต๊ะมีแต่เมนูที่เขาชอบทั้งนั้น ก่อนจะเริ่มลงเมื่อทานเมื่อนิ้งตักข้าวให้โดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาและถามเพื่อนร่วมโต๊ะวันนี้เลยสักคำ เขาไม่ชอบหน้าหวานๆ ใสซื่อของควอน ยิ่งเห็นยิ่งรำคาญ มองยังไงเขาก็หงุดหงิด ซึ่งแสงโสมเองก็ไม่รู้และหาสาเหตุให้ความรำคาญตาให้ตัวเองให้กับเรื่องนี้ไม่ได้เลย จนทุกวันนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจความหงุดหงิดรำคาญที่มีต่อควอนจนตอนนี้ “อร่อยไหมครับพี่บิ๊ก” ผมรวบรวมความกล้าถามพี่เขาเมื่อพี่เขาตักข้าวคำแรกเข้าปาก “อือ ก็ใช้ได้” ไม่ใช่แค่ใช้ได้แต่ม
แม้จะเจ็บปวดใจแต่การได้แอบรักได้ดูแลได้ทำอะไรให้สำหรับควอนมันก็มากพอแล้ว และวันนี้เป็นวันหยุดวันที่เขาไม่มีเรียนเขาจึงช่วยป้าทิพย์ พี่นิ้งกับลุงเอกทำงานบ้านและดูแลสวน หนุ่มหน้าหวานออกไปซื้อต้นไม้มาปลูกโดยมีลุงเอกช่วยขุดพรวนดิน ควอนซื้อต้นกุหลาบขาวกับกุหลาบแดงมาปลูกที่สวนหลังบ้าน และพอทำเสร็จก็เข้ามาช่วยนิ้งทำความสะอาดบ้าน และกว่าจะเสร็จก็เล่นเอาบ่าย พอตกบ่ายก็ออกไปตลาดซื้อของสดมาทำมื้อเย็น โดยมีผมเป็นผู้ช่วยของป้าทิพย์ และป้าทิพย์ชอบที่ได้มีผู้ช่วย ควอนไม่ถือตัว ควอนชอบช่วยเหลือตลอดเวลาที่มาอยู่ที่นี่แถมยังร่วมทานข้าวกับพวกนางและนิ้งกับลุงเอกทุกวัน ด้วยเหตุผมว่าทานคนเดียวไม่อร่อย และเนี่ยทำให้หนุ่มหน้าหวานเป็นที่รักที่เอ็นดูของทุกคนในบ้านยกเว้นเจ้าของบ้าน ตอนนี้ผมก็มาอยู่บ้านหลังนี้ได้สองเดือนกว่าแล้วแต่ความสัมพันธ์ของเจ้าของบ้านกับผมก็ยังเหมือนวันแรกที่รู้จักกันวันเวลาเดินเร็วกว่าที่คิดเผลอแป๊บเดียวก็สองเดือนกว่า เขาคุ้นชินกับแถวนี้ดีและก็สนิทกับทุกคน และยังมีเพื่อนรักเพื่อนสนิทที่มหาลัยด้วย กลุ่มของเขามีกันอยู่สี่คน มีชานม กับชาเขียว ทั้งสองเป็นแฝดชายหญิง และอีกคนคือทัพฟ้า คนนี้หนุ
“ฮะ แต่วันนี้ไปเรียนวันแรกผมยังไม่รู้เลยว่าต้องไปยังไง ผมขอติดรถพี่....”“ไม่ หาวิธีไปเองสิ โตแล้ว” แสงโสมรีบเอ่ยดักทันทีเมื่อรู้ว่าคนหน้าหวานจะขอติดรถตัวเองไปยังมหาลัยด้วย ใช่ มันเป็นทางผ่านไปบริษัทของเขาก็จริง แต่เรื่องอะไรจะให้ติดรถไปด้วยล่ะ“ครับ” ตอบรับเสียงเศร้า แล้วมองเจ้าของบ้านที่หน้าไม่รับแขกลุกเดินจากไป ก่อนจะหันกลับมามองอาหารตรงหน้าของตัวเองแล้วก็ดื่มน้ำเปล่าแล้วลุกขึ้นเดินออกไปเมื่อตอนนี้จุกจนทานอะไรไม่ลงแล้ว“คุณควอนให้ลุงเอกไปส่งก็ได้นะจ๊ะ” ป้าทิพย์เดินเข้ามาบอกเจ้านายอีกคน แม้จะมาเป็นผู้อาศัยแต่ก็เป็นเจ้านายของตนเอง“ขอบคุณครับป้าทิพย์ ดีเหมือนกันลุงเอกไปส่งผมและจะได้บอกผมด้วยว่าขากลับต้องนั่งรถอะไรมา ดีนะเมื่อวานผมเอาที่อยู่ให้รถรับส่งดูเลยมาถูก แต่จะไปมหาลัยวันนี้ผมกลับงงไปไม่เป็นเลยครับ เพราะตอนมาสอบสัมภาษณ์ผมมากับพ่อและแม่ พวกท่านจัดการให้ทุกอย่าง” คุณหนูของเจ้าของโรมแรมหรูใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เอ่ยเล่า“ไม่เป็นไรค่ะ ให้ลุงเอกไปส่งทุกวันก็ได้ รถที่บ้านมีตั้งหลายคัน ปกติลุงเอกไม่ได้ไปส่งใครอยู่แล้ว เพราะคุณบิ๊กเขาขับรถไปทำงานเอง เขาไม่ชอบให้ใครไปวุ่นวายด้วยน่ะค่ะ” ป้า
ไม่เคยคิดว่าต้องได้มาบริหารงานที่สุราษฎร์ธานี แม้ว่าตอนนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเป็นจังหวัดที่เจริญทันสมัย แต่เขาก็ไม่ได้อยากมา แต่พ่อของเขาก็บอกว่าต้องมาดูแลงานที่นี่สองปีเพื่อที่จะได้กลับไปรับตำแหน่งบริหารสาขาใหญ่ที่กรุงเทพฯ ฉะนั้นเขาได้แต่บอกตัวเองว่าอดทนและวันนี้ตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าพ่อของเขาไม่ได้พูดเล่น ท่านส่งเขามาดูงานที่บริษัทอาหารทะเลแช่แข็งสาขาสุราษฎร์ธานี แสงโสม ธุรกิจการ หรือบิ๊ก วัย 27 ปี เขาจบปริญญาโทบริหารธุรกิจมาจากเม็กซิโก ชายหนุ่มเป็นลูกชายคนเดียวและเป็นทายาทเพียงหนึ่งเดียวของบริษัทส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งรายใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศที่ส่งอาหารทะเลไปยังต่างประเทศ วันนี้เขานั่งรอแขกที่พ่อส่งมาให้ พ่อของเขาโทรมาเมื่อตอนหัวค่ำว่าจะให้ลูกชายของเพื่อนมาพักอยู่บ้านกับเขา ซึ่งเขาไม่ค่อยจะยินดีเท่าไหร่หรอกที่จะมีคนมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขา แสงโสมเป็นคนรักความสงบและชอบความเป็นส่วนตัวจึงไม่ชอบที่จะมีคนอื่นมาอยู่ด้วย และยิ่งเป็นใครก็ไม่รู้จักอยู่ๆ พ่อของเขาก็บอกว่า ‘ฝากดูแลน้องด้วยนะลูก’ เนี่ยแหละคำสั่งของพ่อเขา ก่อนจะวางสายไป







