Share

บทที่ 2

Author: เฉียวปู้ชือ
ด้านล่างยังมีรูปภาพในข่าวอีกหนึ่งรูป

ฉันเดาว่าสวี่จือเหิงในรูปถ่ายรวมจะต้องยิ้มอย่างมีความสุขมากแน่ ๆ

เดินไปจนสุดทางเดินชั้นสองก็ถึงหน้าประตูห้องหนึ่ง ที่นี่คือห้องเก็บของสะสมของสวี่จือเหิง

เขามักจะขลุกอยู่ในนี้เป็นวัน ๆ

เพราะฉันมองไม่เห็น เขาจึงไม่เคยป้องกันฉันเลย

เมื่อผลักประตูเข้าไป ฉันก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปห้องทั้งห้อง

ฉันอัปโหลดรูปถ่ายลงบนอินเทอร์เน็ต เพื่อถามชาวเน็ตว่าในรูปมีอะไรบ้าง

ไม่นานก็มีความคิดเห็นใต้โพสต์

“นี่มันภาพวาดของจิตรกรเจียงเหยาไม่ใช่เหรอ ดูท่าเจ้าของโพสต์จะเป็นแฟนคลับตัวยงของเจียงเหยานะ”

“ถ้าให้พูดนะ ภาพวาดของเจียงเหยา นอกจากผลงานที่ได้รางวัลไม่กี่ภาพ ภาพอื่น ๆ กลับเหมือนไม่ได้มาจากฝีมือคนคนเดียวกันเลย ไม่เห็นจะน่าเก็บสะสมตรงไหน”

“มีภาพวาดเยอะขนาดนี้เชียว ฉันลองนับดูแล้วมีตั้งร้อยยี่สิบภาพ”

จากนั้นฉันก็ค้นหาข่าวของเจียงเหยาบนอินเทอร์เน็ต

สองปีมานี้เธออาศัยผลงานกวาดรางวัลทั้งในและนอกประเทศไปไม่น้อย และในทุกวันที่เธอรับรางวัลแต่ละรางวัล สวี่จือเหิงก็จะไปร่วมแสดงความยินดีด้วยตัวเองเสมอ

เพื่อเพิ่มชื่อเสียงให้กับเจียงเหยา สวี่จือเหิงถึงกับทุ่มเงินมหาศาลประมูลภาพวาดของเธอจนราคาพุ่งสูงลิ่วอย่างไม่เสียดาย

แม้กระทั่งตอนที่บริษัทของสามีเจียงเหยาตกอยู่ในวิกฤต ก็ยังได้สวี่ซื่อกรุ๊ปช่วยระดมทุนแก้ไขปัญหาจนผ่านพ้นไปได้

เขารักเจียงเหยามากจริง ๆ

ทนเห็นเธอตกระกำลำบากไม่ได้ ถึงขั้นยอมช่วยศัตรูหัวใจของตัวเองด้วยความเต็มใจ

ความรักที่เขามีต่อเจียงเหยามันช่างบริสุทธิ์เสียจริง

ฉัน ‘ซาบซึ้ง’ จนหัวใจสั่นสะท้านไปหมด

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฉันไปตรวจดวงตาที่โรงพยาบาลสามแห่งติดกัน

ข้อสรุปที่ได้ล้วนบอกว่าหากผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา ก็มีโอกาสสูงมากที่จะกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง

ความจริงแล้วโรงพยาบาลทั้งสามแห่งนี้สวี่จือเหิงเคยพาฉันมาตรวจแล้ว เพียงแต่หมอในตอนนั้นต่างบอกว่าไม่สามารถรักษาได้

คราวนี้ฉันมั่นใจได้แล้วว่าเป็นสวี่จือเหิงนั่นแหละที่ไม่อยากให้ฉันรักษาดวงตาหาย

พอเดินออกจากโรงพยาบาล ฉันก็อดทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ แล้วร้องไห้ออกมาไม่ได้

ความรู้สึกน้อยใจ ไม่เข้าใจ และเจ็บปวดทะลักทลายเอ่อล้นขึ้นมาในใจพร้อม ๆ กันราวกับน้ำหลาก

การหลอกลวงตลอดสองปีที่ผ่านมานี้ ฉันทนมามากพอแล้ว

หลังจากใจเย็นลง ฉันก็ไปที่สำนักงานทนายความและได้หนังสือหย่ามาสองฉบับ

ฉันเก็บหนังสือหย่าลงกระเป๋า แล้วไปยืนรอเรียกแท็กซี่อยู่ริมถนน

ผ่านไปครู่หนึ่ง รถคันหนึ่งก็มาจอดตรงหน้าฉัน คนบนรถลดกระจกลง

“ฉู่ซินหนิง ทำไมเธอถึงมาอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ ฉันกำลังจะไปบริษัทของจือเหิงพอดี เธอขึ้นรถสิ เดี๋ยวฉันพาไป”

เสียงของเจียงเหยา

ไม่รอให้ฉันเอ่ยปากปฏิเสธ เธอก็ลงจากรถมาดันแขนฉัน ดึงขึ้นรถไป

เธอเอาแต่พูดจาดูถูกฉันตลอดทาง

“คิดถึงตอนนั้นที่อาจารย์พูดต่อหน้าคนทั้งห้องว่าเธอจะต้องได้เป็นจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ น่าเสียดายที่โชคชะตากลั่นแกล้ง ตามองไม่เห็นแล้ว เธอจะยังวาดรูปได้ยังไง”

“จะว่าไปเธอต้องขอบคุณฉันนะ ถ้าฉันไม่ปฏิเสธจือเหิง เธอจะมีโอกาสได้แต่งงานกับเขาเหรอ ลำพังคนตาบอดอย่างเธอ แค่เลี้ยงดูตัวเองก็ลำบากแล้ว”

มือที่วางอยู่บนตักของฉันกำหมัดแน่น

เจียงเหยาแย่งดวงตาของฉันไป ทำลายชีวิตของฉัน แถมยังจะหน้าไม่อายพูดคำพวกนี้ออกมาได้อีก

สมแล้วที่เป็นคู่สร้างคู่สมกับสวี่จือเหิง

หลังลงจากรถ พอเดินเข้าไปในบริษัทก็ได้ยินเสียงพนักงานซุบซิบนินทากัน

“นั่นใช่ภรรยาของประธานสวี่หรือเปล่า เธอยืนข้างคุณเจียงแบบนี้ เป็นการเปรียบเทียบที่ฉันมองแล้วยังรู้สึกรันทดใจแทนเลย คนหนึ่งเป็นคนตาบอดถือไม้เท้า ส่วนอีกคนเป็นหญิงแกร่งสุดมั่น”

“มิน่าล่ะทุกครั้งที่ประธานสวี่ไปร่วมงานเลี้ยงถึงได้เชิญคุณเจียงไปเป็นเพื่อน ใครจะอยากพาคนตาบอดออกไปไหนมาไหนด้วย”

“แต่ฉันได้ยินมาว่าประธานสวี่กับภรรยาเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกันนะ ที่ปกติไม่พาภรรยาออกไปข้างนอก คงเป็นการปกป้องภรรยาอย่างหนึ่งแหละมั้ง”

พอเดินเข้ามาในลิฟต์ จู่ ๆ เจียงเหยาก็หัวเราะออกมา

“ฉู่ซินหนิง เธอนี่น่าสงสารจริง ๆ ฉันชักจะเริ่มเห็นใจเธอแล้วสิ”

“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะคอยมองโลกใบนี้แทนเธอเป็นอย่างดีเลย”

ความโกรธแค้นที่สะสมมาเนิ่นนานพลันปะทุขึ้น

ฉันทิ้งไม้เท้าขาว ง้างมือขึ้นแล้วฟาดลงบนหน้าของเธอ

เธอหลบได้อย่างง่ายดาย

แต่ในตอนที่ประตูลิฟต์เปิดออก เธอกลับส่งเสียงกรีดร้องแหลม

“ฉู่ซินหนิง ทำไมเธอต้องตบฉันด้วย”

จากนั้นก็มีคนคนหนึ่งพุ่งเข้ามาชนฉันล้มลงกับพื้น

แล้วประคองเจียงเหยาที่อยู่บนพื้นขึ้นมา

เสียงของสวี่จือเหิงเต็มไปด้วยความโกรธ

“ฉู่ซินหนิง อยู่ดี ๆ ทำไมต้องลงไม้ลงมือกับเหยาเหยาด้วย”

“เขาแค่บังเอิญเจอเธอระหว่างทาง เลยหวังดีพาเธอกลับมาส่งที่บริษัทแทนฉัน เธอเป็นบ้าอะไรขึ้นมา”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 9

    ช่วงที่ฉันอยู่ในประเทศใต้ ฉันได้สร้างสรรค์ภาพวาดออกมาไม่น้อยภาพวาดบางส่วนถูกส่งเข้าประกวดแล้ววันที่กลับประเทศ คือวันที่ฉันขึ้นรับรางวัลฉันยืนอยู่บนโพเดียมรับรางวัล บอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังผลงานของฉันให้ทุกคนฟัง“ฉันเคยสูญเสียดวงตาไป ช่วงเวลาของชีวิตตอนนั้นเมื่อนึกย้อนกลับไปมันช่างซับซ้อน ฉันถูกอดีตคนรักหักหลังและหลอกลวง ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคำโกหกที่อ้างว่าเป็นการไถ่บาป และยังต้องคอยให้กำลังใจตัวเองในความมืดมิด”“ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็กลายเป็นผลงานชิ้นนี้ มันคืออดีต และก็เป็นชีวิตใหม่ของฉันด้วย”สิ้นเสียง ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังสนั่นฉันมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนร้องไห้เงียบ ๆ อยู่ตรงมุมห้องสวี่จือเหิงนั่นเองสุดท้ายแล้วผลงานชิ้นนี้ของฉันก็ถูกสวี่ซื่อกรุ๊ปประมูลไปด้วยราคาสูงสุดของค่ำคืนนั้นฉันรู้ดีว่านี่คือการชดเชยของสวี่จือเหิงแต่ฉันไม่ใช่เจียงเหยา ฉันไม่ต้องการวิธีการพวกนี้ของเขาตอนที่กำลังจะกลับ สวี่จือเหิงก็เข้ามาขวางฉันไว้เมื่อเห็นว่าฉันอยากจะหันหลังเดินหนี เขาก็รีบเอ่ยปากอธิบายทันที“หนิงหนิง ที่ฉันมาครั้งนี้ไม่ได้จะมาบังคับให้เธอให้อภัยฉันหรอกนะ แล้วก็ไม่

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 8

    ในเวลาเดียวกันนั้น สวี่จือเหิงก็ตามหาเจียงเหยาพบ“เจียงเหยา ความชอบที่ฉันมีต่อเธอมันเป็นอดีตไปตั้งนานแล้ว ฉันเห็นเธอเป็นแค่เพื่อน”“เธอรีบไปอธิบายบนอินเทอร์เน็ตเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ทุกคนรุมด่าหนิงหนิงกันหมด”สีหน้าของเจียงเหยาพลันดูไม่ได้ขึ้นมาทันที น้ำเสียงเจือไปด้วยความโกรธ“ตอนนี้ชาวเน็ตกำลังอารมณ์รุนแรง ถ้าฉันออกไปอธิบาย คนที่ถูกด่าก็ต้องเป็นฉันแทน คุณจะทนดูฉันถูกด่าได้ลงเหรอ”“ที่บอกว่าเรื่องชอบฉันเป็นอดีตไปแล้วมันหมายความว่ายังไง สองปีมานี้ วันที่คุณอยู่กับฉันมันมากกว่าอยู่กับฉู่ซินหนิงซะอีก คุณไปชอบเธอได้ยังไง”“คุณอย่าลืมนะว่าตอนนั้นคุณยอมทำให้เธอตาบอดเพื่อฉันได้ เธอรู้ความจริงแล้วจะให้อภัยคุณได้ยังไง”“สวี่จือเหิง การแต่งงานของคุณกับฉู่ซินหนิงมันก็เป็นแค่ละคร ทำไมคุณถึงยังอินกับบทอีก”สวี่จือเหิงมองเจียงเหยาที่อยู่ตรงหน้า รู้สึกเพียงว่าจู่ ๆ คนตรงหน้าก็กลายเป็นคนแปลกหน้าไปเสียแล้วเขาถึงขั้นนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าตอนนั้นทำไมตัวเองถึงไปชอบเจียงเหยาได้วินาทีนี้ เขาเสียใจมากที่ตอนนั้นทำเรื่องทำร้ายฉู่ซินหนิงไปมากมายเพื่อเจียงเหยาแววตาของเขาค่อย ๆ เย็นชาลง น้ำเสียงเจือความหงุด

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 7

    ฉันไม่ได้ตั้งใจไปคอยติดตามข่าวของพวกเขาแต่ช่วงหลายวันมานี้การแจ้งเตือนข่าวสารมีแต่ชื่อของสวี่จือเหิงกับเจียงเหยาเพราะว่าเจียงเหยาหย่าแล้วข่าวที่สวี่จือเหิงทุ่มเงินมหาศาลเพื่อภาพวาดของเจียงเหยาตลอดหลายปีที่ผ่านมาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทั้งหมดชาวเน็ตต่างพากันบอกว่านี่คือความรักระหว่างประธานจอมเผด็จการกับสาวมากพรสวรรค์ถึงขั้นมีคนคาดเดาว่าที่เจียงเหยาหย่า เป็นเพราะท่านประธานแย่งชิงตำแหน่งมาได้สำเร็จหรือเปล่าจากนั้นก็มีคนขุดคุ้ยเรื่องที่สวี่จือเหิงแต่งงานไปตั้งนานแล้วออกมาแม้แต่รูปถ่ายของฉันก็ถูกนำไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตตอนนั้นตาของฉันเพิ่งจะบอด สภาพของฉันดูทรุดโทรมจนน่ากลัวชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ว่าร่างกายของฉันมีตำหนิ ไม่คู่ควรกับสวี่จือเหิงบอกว่าสวี่จือเหิงกับเจียงเหยาต่างหากที่เป็นกิ่งทองใบหยกฉันไม่ต้องเดายังรู้เลยว่าข่าวกับหน้าม้าพวกนี้เจียงเหยาเป็นคนจ่ายเงินจ้างมาตอนฉันแต่งงานกับสวี่จือเหิง ตระกูลสวี่ยังเป็นแค่ครอบครัวเล็ก ๆในขณะที่เจียงเหยาแต่งงานกับทายาทเศรษฐีตัวจริงแต่ตอนนี้ทายาทเศรษฐีคนนั้นเอาแต่เที่ยวเตร่ดื่มเหล้าไปวัน ๆ กิจการของครอบครัวก็ค่อย ๆ ตกต่ำ

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 6

    อีกด้านหนึ่ง ฉันกำลังนอนอยู่ในห้องพักฟื้น มีผ้าก๊อซปิดตาอยู่หมอบอกว่าการผ่าตัดของฉันประสบความสำเร็จอย่างมาก ช่วงหลังจากนี้แค่พักฟื้นให้ดี ก็กลับมาเป็นคนปกติได้แล้วหลังจากตื่นนอน ฉันถึงเพิ่งรู้สึกได้ถึงความไม่สบายตาทั้งปวดแปลบ แพ้แสง ลืมตาไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทรมานเอามาก ๆแต่ฉันกลับไม่เสียใจเลยเมื่อเทียบกับการใช้ชีวิตอยู่ในความมืดตลอดสองปีที่ผ่านมา ความเจ็บปวดแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ตาของฉันก็กลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนฉันเช่าห้องพักห้องหนึ่งในประเทศใต้ เตรียมตัวเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองที่นี่ฉันหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเริ่มวาดภาพสองปีที่ไม่ได้จับพู่กัน ทำให้รู้สึกไม่คุ้นมืออยู่บ้าง แต่ความรักที่ฉันมีต่อการวาดภาพกลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปจากตอนนั้นเลยตอนกลางวัน ฉันสอนเด็ก ๆ วาดรูปอยู่ในสตูดิโอตอนกลางคืน ฉันจะไปวาดทุกอย่างที่มองเห็นอยู่ริมแม่น้ำ ลานกว้าง หรือไม่ก็กลางทุ่งนาชีวิตที่อิสระและสว่างไสวเช่นนี้ เดิมทีมันก็เป็นของฉันอยู่แล้วเป็นความเห็นแก่ตัวของสวี่จือเหิงและเจียงเหยาที่แย่งชิงทุกอย่างนี้ไปโรงพยาบาลในประเทศใต้ เป็นประเทศเดียวที่ฉันต

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 5

    หลังจากวางสายสวี่จือเหิงยืนนิ่งค้าง เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกเขาติดนิสัยชอบบันทึกประวัติการโทรระหว่างตัวเองกับเจียงเหยามาตลอดแต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะมีสักวันที่ถูกฉันเจอเข้าเจียงเหยาไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของสวี่จือเหิง เธอรั้งแขนของเขาไว้แล้วพูดออดอ้อนว่า“จือเหิง เลิกทำงานก่อนเถอะค่ะ มาช่วยฉันดูกระโปรงก่อนสิ”พูดจบเธอก็ยื่นมือออกไปหมายจะหยิบโทรศัพท์มือถือในมือของสวี่จือเหิงสวี่จือเหิงรีบเบี่ยงตัวหลบ ดันมือที่เกาะกุมแขนของตนออก“เธอเลือกเสื้อผ้าไปก่อนนะ ฉันจะให้คนอยู่เป็นเพื่อนที่นี่ ฉันมีธุระต้องบินกลับประเทศ”ไม่รอให้เจียงเหยาได้ตอบสนอง เขาก็หันหลังเดินจ้ำอ้าวจากไปทันทีหลังจากขึ้นรถ เขาก็รีบโทรศัพท์หาฉู่ซินหนิงแต่โทรศัพท์กลับบอกว่าปิดเครื่องเขาจึงส่งข้อความหาเธออย่างไม่ลดละ“หนิงหนิง เธอไปไหน”“เรามาเจอกันแล้วคุยกันดี ๆ ได้ไหม”“เรื่องไฟล์เสียงฉันอธิบายได้นะ”กระทั่งเขาขึ้นเครื่องบิน ก็ยังไม่มีการตอบกลับจากฉู่ซินหนิงจู่ ๆ เขาก็นึกถึงความผิดปกติของเธอเมื่อหลายวันก่อนขึ้นมาได้เขารีบโทรศัพท์หาผู้ช่วย สั่งให้เขาไปตรวจสอบร่องรอยของฉู่ซินหนิงในช่วงหลายวันท

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 4

    สวี่จือเหิงงุนงงเล็กน้อย“ไปพักร้อนอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”พ่อบ้านทำหน้าประหลาดใจ“หลังกลับมาจากโรงพยาบาลเมื่อเช้า คุณผู้หญิงก็เริ่มเก็บกระเป๋าเดินทาง ก่อนออกจากบ้านยังบอกว่าจะไปพักร้อนกับคุณ”“ตอนนี้คุณผู้หญิงไม่ได้อยู่กับคุณเหรอครับ”สวี่จือเหิงอ้าปากค้างเล็กน้อย ชะงักไปพักใหญ่ครู่ต่อมา แววตาที่สับสนของเขาก็พลันถูกแทนที่ด้วยความดีใจ มุมปากยกยิ้มขึ้น“ฉันรู้แล้ว หนิงหนิงรู้ว่าฉันบินมาต่างประเทศ คงตั้งใจเตรียมเซอร์ไพรส์ให้ฉันแน่ ๆ ”“พวกนายอย่าหลุดปากไปล่ะ ฉันจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนี้ก็แล้วกัน”หลังจากวางสาย รอยยิ้มบนมุมปากของสวี่จือเหิงก็ยิ้มกว้างขึ้นอีกหลายส่วนเจียงเหยาที่ผลักประตูเข้ามาเหลือบเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของสวี่จือเหิง ก็ยังเข้าใจผิดคิดว่าสวี่จือเหิงดีใจที่ได้เจอตัวเองเธอเดินเข้าไปควงแขนสวี่จือเหิงแล้วออดอ้อน“จือเหิง ขอบคุณนะคะที่รีบบินข้ามคืนมาออกหน้าแทนฉัน โชคดีที่มีคุณอยู่ข้าง ๆ ไม่งั้นถ้าฉันอยู่คนเดียวก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกัน”“จริงสิ แบรนด์ที่ฉันชอบเพิ่งออกชุดราตรีมาใหม่ตั้งหลายชุด คืนนี้คุณไปเป็นเพื่อนฉันลองชุดที่ร้านหน่อยได้ไหม”“ฉันจะได้ถ

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 3

    ฉันทรุดลงไปนั่งกับพื้น ความเจ็บปวดที่แล่นมาจากท้องทำเอาฉันแทบหายใจไม่ออกเมื่อวานเพิ่งจะทำแท้ง ฉันทนรับแรงกระแทกอย่างแรงจากสวี่จือเหิงไม่ได้เลยฉันหยิบไม้เท้าบนพื้นขึ้นมา ฝืนประคองตัวลุกขึ้นยืน“ฉันตาบอด แต่ใจฉันไม่ได้บอด”“สวี่จือเหิง พวกนายทำเรื่องอะไรที่ผิดต่อฉัน พวกนายย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ”เส

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 1

    เมื่อหมอเห็นว่าฉันตาบอด แถมยังมาเอาเด็กออกเพียงลำพัง น้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความสงสาร“การเอาเด็กออกไม่ใช่การผ่าตัดเล็ก ๆ นะครับ ครอบครัวของคุณล่ะ ไม่ต้องโทรเรียกพวกเขามาอยู่เป็นเพื่อนเหรอ”ฉันส่ายหน้า“ฉันไม่มีครอบครัวค่ะ”สิบปีก่อน พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นตระกูลสวี่ที่รับฉันกลับ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status