Share

บทที่ 3

Author: เฉียวปู้ชือ
ฉันทรุดลงไปนั่งกับพื้น ความเจ็บปวดที่แล่นมาจากท้องทำเอาฉันแทบหายใจไม่ออก

เมื่อวานเพิ่งจะทำแท้ง ฉันทนรับแรงกระแทกอย่างแรงจากสวี่จือเหิงไม่ได้เลย

ฉันหยิบไม้เท้าบนพื้นขึ้นมา ฝืนประคองตัวลุกขึ้นยืน

“ฉันตาบอด แต่ใจฉันไม่ได้บอด”

“สวี่จือเหิง พวกนายทำเรื่องอะไรที่ผิดต่อฉัน พวกนายย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ”

เสียงของสวี่จือเหิงมีความลุกลนเล็กน้อย

“เราทำอะไร ฉันกับเหยาเหยาเราบริสุทธิ์ใจต่อกัน”

“ถ้าเธอมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดก็ถามฉันได้ ไม่ใช่ลงไม้ลงมือตีคนอื่นแบบนี้”

“เธอทำแบบนี้ จะให้พนักงานในบริษัทมองฉันยังไง มองเธอยังไง”

ไม่รอให้ฉันเอ่ยปาก เจียงเหยาก็ร้องไห้โฮออกมาเสียก่อน

“ฉันผิดเองแหละที่ถือวิสาสะพาหนิงหนิงมาที่บริษัทจนทำให้เธอเข้าใจผิด”

“ต่อไปฉันจะรักษาระยะห่างจากพวกคุณ จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ฉันไปซะก็พอใช่ไหม”

สิ้นเสียง เจียงเหยาก็วิ่งออกไป

สวี่จือเหิงวิ่งตามออกไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ ไกลออกไป ฉันก็ล้มพับลง ทนไม่ไหวอีกต่อไป

สวี่จือเหิง เราจบกันอย่างสมบูรณ์แล้ว

พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลแล้ว

ตอนนั้นเองสวี่จือเหิงถึงเพิ่งจะโทรศัพท์มาหาฉัน

“หนิงหนิง เรื่องวันนี้ฉันหวังว่าเธอจะไม่เก็บไปใส่ใจนะ ฉันไม่ได้อยากว่าเธอจริง ๆ หรอก พนักงานมองอยู่ตั้งเยอะ ที่ฉันว่าเธอไปก็เพื่อปกป้องเธอนั่นแหละ ไม่งั้นต่อไปทุกคนจะมองเธอยังไง”

“เธอพักอยู่ในโรงพยาบาลไปก่อนนะ อย่าเพิ่งโมโห ตอนนี้ฉันกำลังไปโรงพยาบาล เดี๋ยวฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอตรวจร่างกายให้ละเอียดอีกที”

“อย่าอารมณ์เสียไปเลยนะ วันเกิดเธอปีนี้ฉันพาไปเที่ยวต่างประเทศดีไหม”

คนโกหก

ตอนเขาตะคอกใส่ฉัน ฉันได้ยินความโกรธเกรี้ยวในน้ำเสียงนั้นอย่างชัดเจน

เขาโมโหจริง ๆ

คำพูดพวกนี้ก็แค่ต้องการรั้งฉันไว้ เพราะกลัวว่าฉันจะหลุดจากการควบคุมของเขาและรู้ความจริงเข้า

กลัวว่าฉันจะไปแก้แค้นเจียงเหยาสุดที่รักของเขา

น่าเสียดายที่ละครฉากนี้ ฉันไม่อยากร่วมแสดงกับเขาอีกต่อไปแล้ว

ดวงตาคู่นี้ที่มอบให้สวี่จือเหิง ก็ถือซะว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ตระกูลสวี่เลี้ยงดูฉันมาตลอดหลายปีนี้ก็แล้วกัน

ฉันกับสวี่จือเหิง จากนี้ไปถือว่าไม่มีอะไรติดค้างกันอีก

รอเขามาที่โรงพยาบาล ฉันก็จะบอกเรื่องหย่ากับเขา

ครู่ต่อมา ประตูก็ถูกผลักเข้ามาจากด้านนอก

แต่คนที่เข้ามากลับไม่ใช่สวี่จือเหิง

เป็นผู้ช่วยของเขา น้ำเสียงของผู้ช่วยเจือไปด้วยความสงสารเล็กน้อย

“คุณผู้หญิงครับ พอดีประธานสวี่มีประชุมโปรเจกต์ด่วนที่ต้องบินไปต่างประเทศ ก็เลยให้ผมมาดูแลคุณผู้หญิงแทน คุณผู้หญิงต้องการอะไรบอกผมได้เลยนะครับ”

“แล้วก็นี่เป็นเค้กสตรอว์เบอร์รีที่ประธานสวี่ตั้งใจซื้อมาให้ครับ ฝากมาบอกว่าอย่าอารมณ์เสียไปเลยนะครับ”

ฉันทำหน้าไร้อารมณ์

“อืม เข้าใจแล้ว”

ฉันกำโทรศัพท์มือถือที่ร้อนผ่าวไว้ในมือ แต่หัวใจกลับหนาวเหน็บ

เมื่อครู่เพิ่งมีข่าวหลุดออกมาว่าสามีของเจียงเหยาไปนัดเดตกับดาราหญิงที่โรงแรมในต่างประเทศ

การที่สวี่จือเหิงบินไปต่างประเทศกะทันหัน เกรงว่าคงไปจัดการเรื่องนี้

เขาไปเพื่อหนุนหลังเจียงเหยา

ถึงขั้นร้อนใจจนไม่อยากแม้แต่จะโทรศัพท์มาอธิบายกับฉันด้วยตัวเอง ส่งผู้ช่วยมาหลอกฉันส่ง ๆ แบบนี้

แถมเขายังลืมไปแล้วว่าฉันเกลียดเค้กสตรอว์เบอร์รีที่สุด

พ่อแม่ของฉันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตก็เพราะออกไปซื้อเค้กสตรอว์เบอร์รีให้ฉัน

ในหัวเขามีแต่เจียงเหยา จนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

เช้าวันต่อมา ฉันโทรศัพท์ไปหาเขา

คิดว่าเรื่องหย่าบอกด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า

ทว่าหลังจากโทรติดกลับเป็นเสียงของเจียงเหยา

“ฉู่ซินหนิง เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าที่สวี่จือเหิงแต่งงานกับเธอเพราะชอบเธอ”

จากนั้นก็ได้ยินเสียงงัวเงียของสวี่จือเหิง

“เหยาเหยา ใครโทรมาเหรอ”

“เบอร์ก่อกวนน่ะค่ะ โทรมาขายของ”

เสียง “ติ๊ด” ดังขึ้น หลังจากถูกตัดสายไป ข้างหูก็เหลือเพียงเสียงสัญญาณสายไม่ว่าง

ฉันไม่ได้โทรไปอีก

ไม่ทันแล้ว

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้า ฉันก็กลับไปที่คฤหาสน์ของสวี่จือเหิงและเก็บกระเป๋าเดินทาง

ฉันเอาไปแค่ของที่ติดตัวมาตอนเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เท่านั้น

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามด้วยความห่วงใยของพ่อบ้าน ฉันจึงอ้างว่าจะไปพักร้อนกับสวี่จือเหิง

ฉันวางหนังสือหย่าที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วกับแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกคลิปเสียงนั้นไว้บนโต๊ะทำงานของเขา

ก่อนหิ้วกระเป๋าเดินทางขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังสนามบิน

ตอนถึงสนามบิน ฉันก็ได้รับข้อความที่เขาส่งมา

“หนิงหนิง พรุ่งนี้เช้าฉันก็ถึงบ้านแล้ว ฉันตั้งใจซื้อของขวัญจากต่างประเทศมาฝากเธอด้วย”

ฉันไม่ได้ตอบกลับ

แต่ถอดซิมการ์ดโทรศัพท์ออกแล้วทิ้งลงถังขยะ

เครื่องบินลงจอดที่ประเทศทางใต้ ฉันนั่งรถมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลจักษุ

วินาทีที่ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด ภายในใจของฉันสงบนิ่งมาก

รอจนการผ่าตัดเสร็จสิ้น ดวงตาของฉันก็จะมองเห็นแล้ว

ช่วงบ่าย จู่ ๆ หนังตาของสวี่จือเหิงก็กระตุกยิก ๆ รู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก

เขาก้มดูโทรศัพท์มือถือ เพิ่งพบว่าฉันไม่ได้ตอบข้อความเลย เขาจึงรีบโทรหาพ่อบ้านทันที

“ประธานสวี่ คุณผู้หญิงไม่ได้ไปพักร้อนกับคุณหรอกเหรอครับ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 9

    ช่วงที่ฉันอยู่ในประเทศใต้ ฉันได้สร้างสรรค์ภาพวาดออกมาไม่น้อยภาพวาดบางส่วนถูกส่งเข้าประกวดแล้ววันที่กลับประเทศ คือวันที่ฉันขึ้นรับรางวัลฉันยืนอยู่บนโพเดียมรับรางวัล บอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังผลงานของฉันให้ทุกคนฟัง“ฉันเคยสูญเสียดวงตาไป ช่วงเวลาของชีวิตตอนนั้นเมื่อนึกย้อนกลับไปมันช่างซับซ้อน ฉันถูกอดีตคนรักหักหลังและหลอกลวง ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคำโกหกที่อ้างว่าเป็นการไถ่บาป และยังต้องคอยให้กำลังใจตัวเองในความมืดมิด”“ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็กลายเป็นผลงานชิ้นนี้ มันคืออดีต และก็เป็นชีวิตใหม่ของฉันด้วย”สิ้นเสียง ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังสนั่นฉันมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนร้องไห้เงียบ ๆ อยู่ตรงมุมห้องสวี่จือเหิงนั่นเองสุดท้ายแล้วผลงานชิ้นนี้ของฉันก็ถูกสวี่ซื่อกรุ๊ปประมูลไปด้วยราคาสูงสุดของค่ำคืนนั้นฉันรู้ดีว่านี่คือการชดเชยของสวี่จือเหิงแต่ฉันไม่ใช่เจียงเหยา ฉันไม่ต้องการวิธีการพวกนี้ของเขาตอนที่กำลังจะกลับ สวี่จือเหิงก็เข้ามาขวางฉันไว้เมื่อเห็นว่าฉันอยากจะหันหลังเดินหนี เขาก็รีบเอ่ยปากอธิบายทันที“หนิงหนิง ที่ฉันมาครั้งนี้ไม่ได้จะมาบังคับให้เธอให้อภัยฉันหรอกนะ แล้วก็ไม่

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 8

    ในเวลาเดียวกันนั้น สวี่จือเหิงก็ตามหาเจียงเหยาพบ“เจียงเหยา ความชอบที่ฉันมีต่อเธอมันเป็นอดีตไปตั้งนานแล้ว ฉันเห็นเธอเป็นแค่เพื่อน”“เธอรีบไปอธิบายบนอินเทอร์เน็ตเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ทุกคนรุมด่าหนิงหนิงกันหมด”สีหน้าของเจียงเหยาพลันดูไม่ได้ขึ้นมาทันที น้ำเสียงเจือไปด้วยความโกรธ“ตอนนี้ชาวเน็ตกำลังอารมณ์รุนแรง ถ้าฉันออกไปอธิบาย คนที่ถูกด่าก็ต้องเป็นฉันแทน คุณจะทนดูฉันถูกด่าได้ลงเหรอ”“ที่บอกว่าเรื่องชอบฉันเป็นอดีตไปแล้วมันหมายความว่ายังไง สองปีมานี้ วันที่คุณอยู่กับฉันมันมากกว่าอยู่กับฉู่ซินหนิงซะอีก คุณไปชอบเธอได้ยังไง”“คุณอย่าลืมนะว่าตอนนั้นคุณยอมทำให้เธอตาบอดเพื่อฉันได้ เธอรู้ความจริงแล้วจะให้อภัยคุณได้ยังไง”“สวี่จือเหิง การแต่งงานของคุณกับฉู่ซินหนิงมันก็เป็นแค่ละคร ทำไมคุณถึงยังอินกับบทอีก”สวี่จือเหิงมองเจียงเหยาที่อยู่ตรงหน้า รู้สึกเพียงว่าจู่ ๆ คนตรงหน้าก็กลายเป็นคนแปลกหน้าไปเสียแล้วเขาถึงขั้นนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าตอนนั้นทำไมตัวเองถึงไปชอบเจียงเหยาได้วินาทีนี้ เขาเสียใจมากที่ตอนนั้นทำเรื่องทำร้ายฉู่ซินหนิงไปมากมายเพื่อเจียงเหยาแววตาของเขาค่อย ๆ เย็นชาลง น้ำเสียงเจือความหงุด

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 7

    ฉันไม่ได้ตั้งใจไปคอยติดตามข่าวของพวกเขาแต่ช่วงหลายวันมานี้การแจ้งเตือนข่าวสารมีแต่ชื่อของสวี่จือเหิงกับเจียงเหยาเพราะว่าเจียงเหยาหย่าแล้วข่าวที่สวี่จือเหิงทุ่มเงินมหาศาลเพื่อภาพวาดของเจียงเหยาตลอดหลายปีที่ผ่านมาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทั้งหมดชาวเน็ตต่างพากันบอกว่านี่คือความรักระหว่างประธานจอมเผด็จการกับสาวมากพรสวรรค์ถึงขั้นมีคนคาดเดาว่าที่เจียงเหยาหย่า เป็นเพราะท่านประธานแย่งชิงตำแหน่งมาได้สำเร็จหรือเปล่าจากนั้นก็มีคนขุดคุ้ยเรื่องที่สวี่จือเหิงแต่งงานไปตั้งนานแล้วออกมาแม้แต่รูปถ่ายของฉันก็ถูกนำไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตตอนนั้นตาของฉันเพิ่งจะบอด สภาพของฉันดูทรุดโทรมจนน่ากลัวชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ว่าร่างกายของฉันมีตำหนิ ไม่คู่ควรกับสวี่จือเหิงบอกว่าสวี่จือเหิงกับเจียงเหยาต่างหากที่เป็นกิ่งทองใบหยกฉันไม่ต้องเดายังรู้เลยว่าข่าวกับหน้าม้าพวกนี้เจียงเหยาเป็นคนจ่ายเงินจ้างมาตอนฉันแต่งงานกับสวี่จือเหิง ตระกูลสวี่ยังเป็นแค่ครอบครัวเล็ก ๆในขณะที่เจียงเหยาแต่งงานกับทายาทเศรษฐีตัวจริงแต่ตอนนี้ทายาทเศรษฐีคนนั้นเอาแต่เที่ยวเตร่ดื่มเหล้าไปวัน ๆ กิจการของครอบครัวก็ค่อย ๆ ตกต่ำ

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 6

    อีกด้านหนึ่ง ฉันกำลังนอนอยู่ในห้องพักฟื้น มีผ้าก๊อซปิดตาอยู่หมอบอกว่าการผ่าตัดของฉันประสบความสำเร็จอย่างมาก ช่วงหลังจากนี้แค่พักฟื้นให้ดี ก็กลับมาเป็นคนปกติได้แล้วหลังจากตื่นนอน ฉันถึงเพิ่งรู้สึกได้ถึงความไม่สบายตาทั้งปวดแปลบ แพ้แสง ลืมตาไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทรมานเอามาก ๆแต่ฉันกลับไม่เสียใจเลยเมื่อเทียบกับการใช้ชีวิตอยู่ในความมืดตลอดสองปีที่ผ่านมา ความเจ็บปวดแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ตาของฉันก็กลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนฉันเช่าห้องพักห้องหนึ่งในประเทศใต้ เตรียมตัวเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองที่นี่ฉันหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเริ่มวาดภาพสองปีที่ไม่ได้จับพู่กัน ทำให้รู้สึกไม่คุ้นมืออยู่บ้าง แต่ความรักที่ฉันมีต่อการวาดภาพกลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปจากตอนนั้นเลยตอนกลางวัน ฉันสอนเด็ก ๆ วาดรูปอยู่ในสตูดิโอตอนกลางคืน ฉันจะไปวาดทุกอย่างที่มองเห็นอยู่ริมแม่น้ำ ลานกว้าง หรือไม่ก็กลางทุ่งนาชีวิตที่อิสระและสว่างไสวเช่นนี้ เดิมทีมันก็เป็นของฉันอยู่แล้วเป็นความเห็นแก่ตัวของสวี่จือเหิงและเจียงเหยาที่แย่งชิงทุกอย่างนี้ไปโรงพยาบาลในประเทศใต้ เป็นประเทศเดียวที่ฉันต

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 5

    หลังจากวางสายสวี่จือเหิงยืนนิ่งค้าง เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกเขาติดนิสัยชอบบันทึกประวัติการโทรระหว่างตัวเองกับเจียงเหยามาตลอดแต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะมีสักวันที่ถูกฉันเจอเข้าเจียงเหยาไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของสวี่จือเหิง เธอรั้งแขนของเขาไว้แล้วพูดออดอ้อนว่า“จือเหิง เลิกทำงานก่อนเถอะค่ะ มาช่วยฉันดูกระโปรงก่อนสิ”พูดจบเธอก็ยื่นมือออกไปหมายจะหยิบโทรศัพท์มือถือในมือของสวี่จือเหิงสวี่จือเหิงรีบเบี่ยงตัวหลบ ดันมือที่เกาะกุมแขนของตนออก“เธอเลือกเสื้อผ้าไปก่อนนะ ฉันจะให้คนอยู่เป็นเพื่อนที่นี่ ฉันมีธุระต้องบินกลับประเทศ”ไม่รอให้เจียงเหยาได้ตอบสนอง เขาก็หันหลังเดินจ้ำอ้าวจากไปทันทีหลังจากขึ้นรถ เขาก็รีบโทรศัพท์หาฉู่ซินหนิงแต่โทรศัพท์กลับบอกว่าปิดเครื่องเขาจึงส่งข้อความหาเธออย่างไม่ลดละ“หนิงหนิง เธอไปไหน”“เรามาเจอกันแล้วคุยกันดี ๆ ได้ไหม”“เรื่องไฟล์เสียงฉันอธิบายได้นะ”กระทั่งเขาขึ้นเครื่องบิน ก็ยังไม่มีการตอบกลับจากฉู่ซินหนิงจู่ ๆ เขาก็นึกถึงความผิดปกติของเธอเมื่อหลายวันก่อนขึ้นมาได้เขารีบโทรศัพท์หาผู้ช่วย สั่งให้เขาไปตรวจสอบร่องรอยของฉู่ซินหนิงในช่วงหลายวันท

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 4

    สวี่จือเหิงงุนงงเล็กน้อย“ไปพักร้อนอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”พ่อบ้านทำหน้าประหลาดใจ“หลังกลับมาจากโรงพยาบาลเมื่อเช้า คุณผู้หญิงก็เริ่มเก็บกระเป๋าเดินทาง ก่อนออกจากบ้านยังบอกว่าจะไปพักร้อนกับคุณ”“ตอนนี้คุณผู้หญิงไม่ได้อยู่กับคุณเหรอครับ”สวี่จือเหิงอ้าปากค้างเล็กน้อย ชะงักไปพักใหญ่ครู่ต่อมา แววตาที่สับสนของเขาก็พลันถูกแทนที่ด้วยความดีใจ มุมปากยกยิ้มขึ้น“ฉันรู้แล้ว หนิงหนิงรู้ว่าฉันบินมาต่างประเทศ คงตั้งใจเตรียมเซอร์ไพรส์ให้ฉันแน่ ๆ ”“พวกนายอย่าหลุดปากไปล่ะ ฉันจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนี้ก็แล้วกัน”หลังจากวางสาย รอยยิ้มบนมุมปากของสวี่จือเหิงก็ยิ้มกว้างขึ้นอีกหลายส่วนเจียงเหยาที่ผลักประตูเข้ามาเหลือบเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของสวี่จือเหิง ก็ยังเข้าใจผิดคิดว่าสวี่จือเหิงดีใจที่ได้เจอตัวเองเธอเดินเข้าไปควงแขนสวี่จือเหิงแล้วออดอ้อน“จือเหิง ขอบคุณนะคะที่รีบบินข้ามคืนมาออกหน้าแทนฉัน โชคดีที่มีคุณอยู่ข้าง ๆ ไม่งั้นถ้าฉันอยู่คนเดียวก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกัน”“จริงสิ แบรนด์ที่ฉันชอบเพิ่งออกชุดราตรีมาใหม่ตั้งหลายชุด คืนนี้คุณไปเป็นเพื่อนฉันลองชุดที่ร้านหน่อยได้ไหม”“ฉันจะได้ถ

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 1

    เมื่อหมอเห็นว่าฉันตาบอด แถมยังมาเอาเด็กออกเพียงลำพัง น้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความสงสาร“การเอาเด็กออกไม่ใช่การผ่าตัดเล็ก ๆ นะครับ ครอบครัวของคุณล่ะ ไม่ต้องโทรเรียกพวกเขามาอยู่เป็นเพื่อนเหรอ”ฉันส่ายหน้า“ฉันไม่มีครอบครัวค่ะ”สิบปีก่อน พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นตระกูลสวี่ที่รับฉันกลับ

  • ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่   บทที่ 2

    ด้านล่างยังมีรูปภาพในข่าวอีกหนึ่งรูปฉันเดาว่าสวี่จือเหิงในรูปถ่ายรวมจะต้องยิ้มอย่างมีความสุขมากแน่ ๆเดินไปจนสุดทางเดินชั้นสองก็ถึงหน้าประตูห้องหนึ่ง ที่นี่คือห้องเก็บของสะสมของสวี่จือเหิงเขามักจะขลุกอยู่ในนี้เป็นวัน ๆเพราะฉันมองไม่เห็น เขาจึงไม่เคยป้องกันฉันเลยเมื่อผลักประตูเข้าไป ฉันก็หยิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status