تسجيل الدخولปีที่สามหลังจากออกจากคุก เสิ่นจือจือเพื่อนเล่นในวัยเด็กก็ลากตัวผมออกมาจากสังเวียนมวยใต้ดิน เธอชกเข้าที่หน้าของผมหมัดหนึ่ง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ "เซี่ยสือเยี่ยน ใครให้นายกล้าไม่กลับบ้าน แถมยังทำตัวเองจนกลายเป็นสภาพดูไม่ได้แบบนี้!" ผมเช็ดคราบเลือดออก และหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจอะไร "ท่านประธานเสิ่น หมัดละแสน ถ้ายังไม่หายแค้นคุณชกต่อได้เลยนะ จะได้ครบค่าเช่าบ้านของผมปีนี้" กำปั้นของเธอสั่นไม่หยุด แต่เสียงกลับอ่อนลงมา "กลับบ้านกับฉัน...ไปขอโทษชิงหรานซะ" "เขาใจดี ไม่ถือสาเรื่องที่นายใส่ร้ายเขาตั้งนานแล้ว " เมื่อสายตากวาดมองบาดแผลทั่วร่างของผม แววตาของเธอก็ดูซับซ้อน "ดูสภาพนายตอนนี้ที่หน้าตาเต็มไปด้วยเลือดสิ มันต่างอะไรกับหมาจรจัดในกองขยะล่ะ?" ตัวผมสั่นสะท้านไปทั้งตัว ก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากไปทันที เธอไม่รู้หรอกว่า ความคาวของเลือดที่อาบเต็มหน้าแบบนี้ คือวิธีเอาชีวิตรอดเพียงอย่างเดียวที่ผมได้เรียนรู้มาจากในคุก "นายอย่าลืมนะว่าฉันยังเป็นคู่หมั้นของนายอยู่!" เท้าของผมชะงักไป จะลืมได้ยังไงล่ะ? ในคืนวันหมั้นเมื่อสามปีก่อน ผมถูกเซี่ยชิงหรานมอมยาจนสลบแล้วส่งไปยังงานประมูลตลาดมืด คืนแรกของผมถูกตั้งราคาเอาไว้อย่างชัดเจน รอให้พวกเศรษฐีนีมาเลือกซื้อ คืนนั้นผมแสดงสภาพน่าสมเพชออกมาจนหมดเปลือก และกลายเป็นตัวตลกที่คนทั้งเมืองเจียงเฉิงต่างรู้กันไปทั่ว! และคนที่ลงนามเซ็นชื่อขายผม ก็คือคู่หมั้นของผมคนนี้นี่เอง
عرض المزيدเสิ่นจือจือเบิกตากว้าง ยืนนิ่งอยู่กับที่“ไม่ ไม่มีทาง!”“นายต้องโกหกฉันแน่ๆ นายจะแต่งงานเร็วขนาดนี้ได้ยังไง!”“เรื่องงานประมูลในปีนั้นอื้อฉาวขนาดนั้น นอกจากฉันแล้ว จะมีใครยอมแต่งงานกับนายอีก?”ทันทีที่พูดจบ เธอก็รีบยกมือปิดปากตัวเอง“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ สือเยี่ยน”ผมมองเธออย่างเงียบๆ ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่หลุดออกมาจากใจของเธอเลยไม่อย่างนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอคงไม่เข้าข้างเซี่ยชิงหรานอย่างเปิดเผย เพราะในใจของเธอ เธอเชื่อว่านอกจากตัวเธอแล้วคงไม่มีใครยอมรับ "ของที่มีตำหนิ" อย่างผมทันใดนั้น ก็มีลมพัดวูบมาจากด้านหลังตู้อวี่ถิงพุ่งเข้ามา แล้วต่อยหน้าเสิ่นจือจือเต็มแรง"ฉันจะต่อยแกให้ตาย!" เสิ่นจือจือหลบไม่ทัน เลือดไหลออกจากใบหน้า ก่อนจะมองตู้อวี่ถิงที่เดินออกมาจากบ้านด้วยความตกตะลึง“ที่แท้ก็แกนี่เอง! นังเมียน้อย!”ทั้งสองเข้าต่อสู้กันทันที“หยุดตีกันเดี๋ยวนี้!”ผมรีบพุ่งเข้าไปจับแขนของตู้อวี่ถิงไว้แน่น ก่อนอาศัยจังหวะแยกทั้งสองออกจากกัน“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”ผมประคองมือของตู้อวี่ถิงด้วยความเป็นห่วง ตรวจดูว่าเธอได้รับบาดเจ็บหรือไม่เธออาศัยจังหวะนั้น
สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ร่างกายดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงดวงตาที่เปล่งประกายขึ้นทันทีเมื่อเห็นผม“ดีเหลือเกิน นายกลับมาแล้ว”เธอยิ้มกว้างส่งมาให้ผม ทั้งที่ขอบตาแดงก่ำไปหมด "กลับมาก็ดีแล้ว ฉันนึกว่านายจะไม่เอา... บ้านเก่าของตระกูลแล้วซะอีก" “ในเมื่อกลับมาแล้ว ก็อย่าไปอีกเลย”เธอก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วคว้ามือผมไว้“ไปกัน เรากลับบ้านกัน”“นายวางใจได้ เซี่ยชิงหรานถูกฉันไล่ออกไปแล้ว ฉันเปิดโปงธาตุแท้ของเขาเรียบร้อย จากนี้ไปจะเหลือเพียงชีวิตที่มีความสุขของเราสองคนเท่านั้น”“หาเวลาสักวัน แล้วเราแต่งงานกันนะ”ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งตื่นเต้น บนใบหน้ามีแต่รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความคาดหวังผมสะบัดแขนของเธอออกทันที ก่อนหัวเราะเยาะ“ท่านประธานเสิ่นช่างหลงตัวเองเสียจริง”“ที่ผมกลับมา ก็เพราะบ้านเก่าของตระกูลอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพราะคุณ”"ผมไม่ได้สนใจเรื่องของคุณกับเซี่ยชิงหราน และยิ่งไม่อยากจะมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับคุณอีก" ผมมองเธออย่างเย็นชา แววตาไร้ซึ่งความอบอุ่นแม้แต่นิดเดียวเสิ่นจือจือยืนนิ่งอยู่กับที่เธอไม่เคยคิดเลยว่าผมจะตัดใจได้เด็ดขาดถึงเพียงนี้เธออ้าปากอย่างยา
“ได้เวลาตื่นแล้ว พระอาทิตย์ส่องถึงก้นแล้วนะ”ตู้อวี่ถิงรีบเดินพรวดพราดเข้ามาในห้องผู้ป่วย“ไข้ลดแล้วใช่ไหม? รีบลุกเร็ว วันนี้จะพาไปกินของอร่อย”เธอแตะหน้าผากผมอย่างคุ้นเคย ก่อนป้อนน้ำให้ผมหนึ่งอึก“ขอบคุณนะ...”ผมเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าหลังจากวันนั้นที่เธอช่วยพาผมหนีออกมา ผมก็หมดสติไปในเวลาไม่นานตลอดทาง ตู้อวี่ถิงจับมือผมไว้ไม่เคยปล่อย“คนโง่ ทำไมไม่บอกฉันให้เร็วกว่านี้ เป็นเพราะฉันมาช้าเกินไป”มือของเธอนั้นช่างอบอุ่นเหลือเกิน และเป็นแสงสว่างแห่งการช่วยชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของผมตลอดช่วงเวลานี้ ผมพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลของตระกูลตู้ ร่างกายฟื้นตัวเกือบหมดแล้ว แม้แต่แผลที่แขนก็หายสนิท“จะขอบคุณอะไรล่ะ?”เธอดีดหน้าผากผมเบา ๆ“ดูท่าทางนายจะหายดีแล้ว อีกสองสามวันเรากลับไปดูบ้านเก่ากัน”คุณปู่ของตู้อวี่ถิงกับคุณปู่ของผมเคยเป็นสหายร่วมรบ ส่วนผมกับตู้อวี่ถิงรู้จักกันและเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ค่ายฤดูร้อนสมัยมัธยมต้นแต่หลังจากคุณปู่เสียชีวิต ผมกับเธอก็ขาดการติดต่อกันหลังงานประมูลเมื่อสามปีก่อน ตู้อวี่ถิงก็ตามหาผมอีกครั้งเธอบอกว่ายินดีช่วยให้ผมออกจากเมืองเจียงเฉิงและเริ่มต้นชีว
“ในที่สุดก็ไล่เซี่ยสือเยี่ยนออกไปได้แล้ว ต่อจากนี้ทั้งตระกูลเซี่ยและเสิ่นจือจือก็จะเป็นของฉันคนเดียว ความพยายามที่วางแผนมาหลายปีก็ไม่สูญเปล่า!”“แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องโกหก ฉันจะสำลักควันไฟจากเหตุเพลิงไหม้จริงๆ ได้ยังไง”“ต่อให้เธอรู้ความจริงก็ไม่เป็นไร เพราะคนที่เธอรักที่สุดคือฉัน ไม่อย่างนั้นจะทำกับเซี่ยสือเยี่ยนจนมีสภาพแบบนั้นได้ยังไง”“นายไม่รู้หรอก เซี่ยสือเยี่ยนโดนทรมานในคุกหนักมาก ฮ่าๆๆ...”ทันใดนั้น แรงมหาศาลจากด้านหลังก็พลิกโซฟาคว่ำลงอย่างแรงเซี่ยชิงหรานหันกลับไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธของเสิ่นจือจือ“พี่จือ! พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”เขารีบวางสายด้วยความตื่นตระหนก“ที่ผมพูดไม่ใช่เรื่องจริงนะ แค่ล้อเล่น พี่ต้องเชื่อผม!”ยังพูดไม่ทันจบ เสิ่นจือจือก็เตะเขาจนร่างลอยกระเด็นออกไปความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้าที่หน้าอกในทันที ซี่โครงหักอย่างน้อยสองซี่ เสิ่นจือจือไม่เปิดโอกาสให้เขาได้หายใจหายคอ เธอกระชากผมเขา ดวงตาเต็มไปด้วยแววอำมหิต“ใครให้ความกล้ากับนายถึงได้วางแผนเล่นงานสือเยี่ยน?”“ต่อให้เอาชีวิตนายสิบชีวิต ก็ยังเทียบไม่ได้กับสือเยี่ย