LOGIN
ภายในร้านนวดสปาแห่งหนึ่ง กลิ่นหอมอุ่นๆของตะไคร้ผสมเปปเปอร์มิ้นต์ลอยมาปะทะจมูกทันทีที่ประตูถูกผลักเข้าไป ร่างบางระหงของ นานา ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ มือเรียวจับผ้าแมสก์สีดำให้กระชับและดึงปีกหมวกแก๊ปลงต่ำเพื่อบดบังใบหน้า
“ลูกค้าได้จองคิวไว้ไหมคะ?” พนักงานต้อนรับเอ่ยทักทายสอบถามด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ “อ๋อ... เปล่าค่ะ พอดีลองแวะเข้ามา เห็นในรีวิวบอกว่าที่นี่เงียบสงบและบริการดี” นับเป็นครั้งแรกที่นานาในวัย 23 ปี เดินเข้าร้านนวดอย่างจริงจัง หลังจากตรากตรำซ้อมเต้นและทำงานหนักในฐานะสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังมาตลอด 4 ปีเต็ม จนร่างกายเริ่มประท้วงด้วยอาการเมื่อยล้า “ลูกค้ามีจุดไหนที่ปวดเมื่อยหรืออยากให้เน้นเป็นพิเศษไหมคะ?” พนักงานต้อนรับสอบถาม ขณะเปิดสมุดเมนูแนะนำรายการนวดขยับเข้ามาใกล้ “คือ... เมื่อยไปหมดทั้งตัวเลยค่ะ โดยเฉพาะช่วงบั้นเอว สะโพก แล้วก็ต้นขาค่ะ มันรู้สึกตึงๆ” “แนะนำเป็นคอร์สนวดน้ำมันอโรม่านะคะ คอร์สนี้จะใช้น้ำมันลูบไล้และรีดเส้นคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง ช่วยลดอาการตึงได้ลึกกว่าการนวดไทยค่ะ” “ถ้าอย่างนั้น... เอาเป็นคอร์สนวดน้ำมันอโรม่าสองชั่วโมงก็ได้ค่ะ” นานาพยักหน้ายิ้มรับคำ “ได้ค่ะ เดี๋ยวคุณลูกค้าเลือกกลิ่นน้ำมันสำหรับใช้วันนี้ได้เลยนะคะ มีกลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยให้หลับสบาย กับกลิ่นยูคาลิปตัสที่ช่วยระบายความเครียดค่ะ แต่ว่า…” พนักงานต้อนรับเว้นจังหวะ พลางก้มมองตารางงานในแท็บเล็ต “ต้องขออภัยด้วยจริงๆนะคะ พอดีตอนนี้หมอนวดผู้หญิงคิวเต็มหมดเลยค่ะ มีแค่หมอนวดผู้ชาย คุณลูกค้าสะดวกไหมคะ?” คำว่าหมอนวดผู้ชายทำให้นานาชะงักไปทันที ความกังวลฉายวับขึ้นมาในดวงตา สรีระส่วนเว้าส่วนโค้งบนร่างกายที่ใครๆต่างพากันชื่นชมจนเป็นจุดขายประจำตัวของเธอในฐานะไอดอลสาว เวลาปกติเธอก็ภูมิใจกับมันอยู่หรอก แต่ในสถานการณ์ที่ต้องถอดเสื้อผ้าเพื่อนวดน้ำมัน โดยมีผู้ชายแปลกหน้าเป็นคนสัมผัส ความภูมิใจเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกหวงเนื้อหวงตัวตามสัญชาตญาณของผู้หญิงทันที “เอ่ออ... หมอนวดผู้ชาย…” นานายิ้มแห้งๆ กวาดสายตามองบรรยากาศรอบร้าน พลางคิดตรึกตรองในหัว ก่อนจะลอบถอนหายใจเบาๆแล้วพูดออกไป “ก็ได้ค่ะ…” . . . เต้ หมอนวดหนุ่มวัย 30 ปี กำลังยืนเช็ดมือด้วยผ้าขนหนูอยู่หลังผ้าม่าน เขาได้ยินบทสนทนาจากหน้าเคาน์เตอร์ตั้งแต่ต้น รู้สึกคุ้นหูเสียงของลูกค้าเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหน มือแกร่งค่อยๆแง้มผ้าม่านออกเพื่อแอบมองดูลูกค้าคนใหม่ที่พนักงานกำลังเดินนำเข้ามา ซึ่งเพียงแว๊บแรกที่ชายหนุ่มได้เห็นเงาร่างนั้น หัวใจของเขาก็กระตุกวูบขึ้นมาทันทีอย่างแรง ‘นานา…!!?’ ในฐานะแฟนคลับ เต้ไม่มีทางจำผู้หญิงคนนี้ผิดเด็ดขาด แม้ว่านานาจะอยู่ในชุดลำลองเหมือนคนทั่วไปและปิดบังใบหน้าด้วยผ้าแมสก์ ทว่าด้วยแววตาที่น่ารักซุกซนและออร่าที่ปิดไม่มิด บวกกับส่วนสูงที่เกือบแตะ 170 เซน เป็นภาพจำติดตาเต้มาตลอดหลายปี เต้คือหนึ่งในแฟนคลับที่เฝ้ามองดูสรีระอันสมบูรณ์แบบของนานายามส่ายสะโพกโยกย้ายอยู่บนเวที เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดก้อนเนื้อในอกที่เต้นรัว รีบจัดแจงเสื้อฟอร์มสีสุภาพให้เข้าที่ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยและสุขุมที่สุดเท่าที่จะทำได้ “สวัสดีครับ เชิญทางนี้ครับ” เต้ก้าวออกมารับด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ เขาวางตัวเป็นหมอนวดมืออาชีพที่มองเห็นลูกค้าเป็นเพียงร่างกายที่ต้องบำบัดอย่างเท่าเทียม โดยไม่ยอมให้หลุดพิรุธเลยสักนิดว่าเขารู้จักผู้หญิงคนนี้ดีแค่ไหน นานามองชายหนุ่มในชุดยูนิฟอร์มหมอนวด เธอรู้สึกคุ้นหน้าเขา แต่หลังจากพยายามนึกอยู่ครู่หนึ่งเธอก็ล้มเลิก เพราะเข้าใจไปเองว่าเขาคงแค่มีใบหน้าพิมพ์นิยมเหมือนผู้ชายทั่วไป ไม่ได้ฉุกคิดเลยว่าผู้ชายคนนี้อาจจะเป็นคนที่เคยยืนปะปนอยู่ในกลุ่มแฟนคลับ คอยส่งเสียงเชียร์และมองเธอด้วยสายตาคลั่งไคล้ คนหน้าหวานยิ้มบางๆตามมารยาท สายตาแอบมองประเมินท่าทางอีกฝ่ายเป็นระยะ ซึ่งเขาดูนิ่งสงบและให้เกียรติ ไม่ได้มีสายตาโลมเลียหรือคุกคามเธอ นั่นทำให้นานาลดความกังวลในใจลงไปได้เปราะหนึ่ง “เดี๋ยวเชิญคุณลูกค้าเข้าไปอาบน้ำ แล้วเปลี่ยนเป็นชุดชั้นในกระดาษที่ทางร้านเตรียมไว้ให้นะครับ ส่วนชุดคลุมจะแขวนอยู่ด้านในห้องน้ำครับ” เต้พูดอธิบายขณะเดินนำนานาเข้ามาในห้องนวดแบบส่วนตัวที่ปิดมิดชิด เขาแอบกระหยิ่มยิ้มย่องลำพองใจเมื่อเห็นว่านานาจำหน้าเขาไม่ได้ “ห้องน้ำอยู่ทางด้านนี้ ถ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเรียกผมนะครับ เดี๋ยวผมจะกลับเข้ามา” “ค่ะ... โอเคค่ะ” นานาพยักหน้ารับคำ ประตูห้องนวดปิดลงพร้อมกับหัวใจของไอดอลสาวที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น โดยที่ไม่รู้เลยว่าผู้ชายที่กำลังจะวางมือลงบนผิวเนื้อเปลือยของเธอนั้น คือคนที่รู้จักตัวตนและหลงใหลในเรือนร่างของเธอมากแค่ไหน จบตอน…ไม่กี่นาทีต่อมา…แกร๊ก !เสียงประตูห้องน้ำดึงดูดความสนใจจากชายหนุ่มทันที ไม่รู้ว่าในเวลานี้ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายใครใจเต้นแรงกว่ากัน นานาเดินออกจากห้องน้ำโดยใช้กางเกงยีนส์เอี๊ยมที่ถอดออกมาแล้วปิดกลางร่างกายของตัวเองเอาไว้ สีหน้าแววตาไม่ใช่อาการเหนียมอาย แต่เป็นความทะเล้นซุกซน เสือกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ แต่ก็ยังต้องเล่นบทตากล้องมืออาชีพต่อไป“โอเค พี่ว่ามุมนี้สวย เดี๋ยวเธอยืนตรงนี้นะ” เสือทำเป็นขรึม เหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่นานาอ่านเขาออก เพราะเธอเป็นไอดอล เธอเห็นแฟนคลับเสียอาการมานักต่อนักแล้ว ทว่านานาไม่ได้พูดแซว เธอเพียงแค่ยิ้มขำๆ วางกางเกงเอี๊ยมลงที่โต๊ะ แล้วเดินไปยืนในจุดที่เสือบอก ในสภาพที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงเสื้อชั้นในสีเทากับกางเกงในสีเทาแบรนด์เดียวกันนานาขยับไปยืนอยู่หน้าตู้เย็นตามที่เสือจัดมุมให้ สภาพเรือนร่างของเธอที่ปรากฏต่อสายตาเสือในระยะประชิดคือความเย้ายวนใจอันแสนบริสุทธิ์ทว่าเร่าร้อน เนื้อก้นอวบอิ่มนุ่มแน่นถูกโอบรัดเอาไว้โดยผืนผ้าสีเทาอ่อนของกางเกงในแบรนด์ดัง เนื้อผิวขาอ่อนขาวนวลเนียน ไหนจะสัดส่วนทองคำที่แฟนคลับทั้งชายและหญิงต่างพากันหลงไหลคลั่งไคล้ร่างบางขยับสองมือรวบ
สายลมยามเย็นพัดพากลิ่นอายความร่มรื่นของแมกไม้รอบตัวบ้านให้โชยผ่านเข้ามาตรงบริเวณระเบียงชั้นสอง มองออกไปด้านนอกจะเห็นถนนในซอยตัดผ่านหน้าบ้าน ทว่าบรรยากาศเงียบสงัด ไร้ผู้คนหรือรถราแล่นผ่านไปมา เสือขยับกล้องดิจิตอล ก้าวถอยหลังหามุมและทิศทางของแสงอย่างชำนาญ“ดีครับ... เอียงหน้านิดนึง... โอเค”“สวยครับ หนึ่ง… สอง… สาม…”แชะ แชะ แชะนานาขยับร่างกายอย่างรู้มุมสวยของตัวเอง ต่อหน้ากล้องเธอคือมืออาชีพ แต่ในหัวตอนนี้กลับตื่นเต้นระทึกขวัญที่ให้ผู้ชายกดชัตเตอร์ถ่ายภาพร่างกึ่งเปลือยท่อนบนของเธอ จริตความแซ่บที่ซ่อนอยู่สั่งการให้เริ่มทลายความอายทิ้งไปทีละเปราะ เรียวขาสวยขยับเปลี่ยนท่วงท่าไปรอบๆบริเวณราวระเบียงนานายืนหันหน้าเข้าหาเลนส์กล้อง ปล่อยให้แสงสีส้มทองพาดผ่านผิวกาย ก่อนจะขยับเปลี่ยนเป็นท่ายืนหันข้างเพื่อขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้ชัดเจนขึ้นในจังหวะถัดมา นานาก้าวขยับขาทั้งสองข้างแยกออกเล็กน้อย เปลี่ยนมายืนวางแขนพาดลงกับราวระเบียง ขยับแผ่นหลังทำการแอ่นสะโพกผายดันบั้นท้ายงอนงามท้าทายสายตาช่างภาพอย่างจงใจร่างกายท่อนบนที่เหลือเพียงเสื้อชั้นในทรงสปอร์ตบราสีเทาแบรนด์ดัง กับสายเอี๊ยมที่ตกลงมาข้างหนึ
ความต้องการท้าทายขอบเขตภาพลักษณ์อันบริสุทธิ์ขับเคลื่อนให้นานาเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้เพียงลำพังในช่วงบ่ายแก่ๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์ธรรมชาติทอแสงสีส้มทองอุ่นๆ ส่องเฉียงลอดผ่านบานหน้าต่างกระจกเข้ามาในตัวบ้านอย่างงดงาม“เอ้า… หวัดดีครับน้องนานา...” เสือเอ่ยทักทายด้วยความสุภาพปนความเป็นกันเอง เพราะเขาเป็นแฟนคลับสายช่างภาพที่ตามถ่ายวงของนานาแทบจะทุกอีเว้นท์ ทำให้เขามีความคุ้นเคยกับน้องในระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังมีท่าทางเขินๆน้องอยู่บ้างเป็นธรรมดาอุปกรณ์ในมือของเสือตอนนี้มีเพียงกล้องดิจิตอลตัวเดียวสำหรับถ่ายภาพแนวพอร์ตเทรต ไม่มีการเซ็ตไฟหรือกางร่มสะท้อนแสงใดๆทั้งสิ้น“รอนานไหมคะ” ใบหน้าสวยหวานของนานาซ่อนความประหม่าและกังวลหน่อยๆ ดวงตาหลุกหลิกมองสำรวจรอบบ้านตามสัญชาตญาณ“ไม่นานเลยครับ พี่เดินดูมุมรอบบ้านไว้คร่าวๆแล้ว สบายใจได้ครับ ที่นี่ส่วนตัวร้อยเปอร์เซ็นต์”เสือปลอบประโลมด้วยท่าทีสุขุม พลางผายมือพานานาเดินขึ้นมาที่ห้องนอนชั้นสอง ซึ่งเปิดหน้าต่างกระจกทิ้งไว้ให้แสงส่องเข้ามาทาบลงบนพื้นไม้นานาถอดหมวกแก๊ปและกระเป๋าถือวางลงบนโต๊ะ ชุดเริ่มต้นที่เธอใส่มาคือเสื้อยืดตัวเล็กรัดรูปสีขาวที่เน้
ซ่า... ซ่า… ซ่า…สายฝนโปรยปรายลงมากระทบหลังคาเรือนไม้สลับกับเสียงใบไม้ไหวโชยมาตามลม ป้านุชหันมองไปยังหน้าต่าง เริ่มมีละอองฝนสาดกระเซ็นเข้ามา แกจึงลุกเดินไปดึงหน้าต่างปิดสนิท การกระทำนั้นส่งผลให้บรรยากาศภายในที่พักมีความเป็นส่วนตัวสุดๆ“ฝนเทลงมาแบบนี้ คืนนี้อากาศคงจะเย็นสบาย” ป้านุชพูดในขณะเดินกลับมาหย่อนก้นนั่งลงที่เดิม“ได้นอนฟังเสียงฝนตกกระทบหลังคาแบบนี้ฟินมากเลย เฮ้อออ… แต่พูดแล้วก็นึกถึงบ้าน” นานาเอ่ยด้วยจังหวะการพูดเนิบนาบ พื้นเพของเธอเป็นคนต่างจังหวัด หลังจากเข้าไปเป็นศิลปินในกรุงเทพ เธอก็แทบไม่มีเวลาว่างเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเลยลุงวิเชียรบีบนวดกดจุดใต้ฝ่าเท้าให้นานา ก่อนจะจับเท้าของเธอลงจากหน้าตัก กลับมาวางที่เบาะตามเดิม ภายในจิตใจของคนพูดไม่เก่งกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก ลุงวิเชียรมองดูรูปร่างหน้าตาที่สะสวยและผิวพรรณที่ดีงามของทั้งนานาและไอริน ผิวเนื้อของพวกเธอเปล่งประกายเกินกว่าชาวบ้านทั่วไป“เอ่ออ… ลุงขอถามอะไรหน่อย… พวกหนูสองคนเนี่ยเป็นดารากันหรือเปล่า?” ลุงวิเชียรถามเสียงสั่นประหม่า แววตาซื่อๆมองหน้านานาสลับกับไอรินไอรินได้ยินคำถามของลุงก็ยิ้มขำขัน เอียงหน้าปรายตาหันมาม
สัปดาห์ต่อมา…สายลมเอื่อยเฉื่อยพัดผ่านยอดต้นข้าวสีเขียวขจี วิวด้านหน้าของโฮมสเตย์เรือนไม้สไตล์ท้องถิ่นแห่งนี้คือทุ่งนากว้างใหญ่สุดสายตา เงียบสงบ ปลีกวิเวก และห่างไกลจากแสงสีของกรุงเทพมหานครนานาเลือกใช้สถานที่นี้เป็นจุดหมายปลายทางในการมาพักผ่อนหย่อนใจ ทว่าเธอไม่ได้มาที่นี่คนเดียว หญิงสาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราอีกคนที่มาด้วยกันคือ ไอริน สมาชิกในวงวัย 25 ปี ไอรินเป็นทั้งเพื่อนและพี่สาวคนสนิทของนานา ทั้งสองคนร่วมทุกข์ร่วมสุข ใช้ชีวิตมาด้วยกันตั้งแต่ช่วงที่เป็นเด็กฝึก“ที่นี่อากาศดีเนอะพี่ไอ หนูไม่ได้มาเห็นอะไรแบบนี้นานละ” นานาเอ่ยทำลายความเงียบ พลางทิ้งก้นลงนั่งบนชานเรือนไม้ ลมโชยเอากลิ่นดินและกลิ่นต้นข้าวอ่อนๆมาปะทะจมูก ชวนให้ผ่อนคลาย“อืม ได้มาเห็นอะไรแบบนี้บ้างก็ดีเหมือนกัน ปกติอยู่แต่ห้องซ้อมกับคอนโด อุดอู้แทบตาย ร่างกายกรอบไปหมดทั้งตัวแล้ว” ไอรินเอ่ยด้วยสีหน้าสบายๆ“หนูก็เหมือนกัน เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวมากเลย” นานาบ่นพลางทุบต้นขาตัวเองเบาๆ “เออพี่ไอ... หนูเพิ่งเห็นป้ายตรงทางเข้าเมื่อกี้ ที่นี่เขามีบริการหมอนวดท้องถิ่นมานวดให้ถึงห้องพักด้วยนะ พี่สนใจป่ะ?”“พี่เห็นแล้ว เขาเขียน
นานาพูดแล้วก็ไม่ลืมที่จะจับโทรศัพท์วางหงายหน้าจอขึ้นด้านบน ปล่อยให้แฟนคลับดูความว่างเปล่าของเพดานห้อง ในขณะที่เธอลุกขึ้นเดินตรงไปเข้าห้องน้ำในสภาพที่ท่อนล่างเปิดเปลือยโล่งโจ้ง‘โถลูกสาว หันกล้องส่องเพดานอีกแล้ว เอ็นดูววว’‘โอยยย 5555++’‘อ้าว เผลอแป๊บเดียว น้องนาหายไปไหนแล้ว'‘มิติใหม่ของการดูไลฟ์’เต้รีบคลานออกมาจากใต้โต๊ะ ก่อนจะก้าวเดินตามเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน อวัยวะบ่งบอกความเป็นเพศชายแข็งโด่ ยื่นเป็นลำออกมาจากกลางกายจนดูน่าเกลียดน่ากลัว เต้กำลังเงี่ยนสุดขีดจนใบหน้าร้อนผ่าว มือแกร่งกดหัวไหล่บอบบางของไอดอลที่เขาเทิดทูนให้นั่งคุกเข่าลงไปที่พื้นกระเบื้องห้องน้ำทันทีนานาไม่ขัดขืนต่อต้านเลยแม้แต่นิดเดียว อารมณ์กามที่พลุ่งพล่านทำให้นางฟ้าอย่างเธอยอมละทิ้งเกียรติยศทุกอย่างลงชั่วคราว เธอคุกเข่าลงต่อหน้าแฟนคลับหนุ่มผู้โชคดี แล้วเริ่มเป็นฝ่ายเล้าโลมท่อนเนื้อหน้าตาอัปลักษณ์ให้เขาด้วยตัวเธอเองใบหน้าสวยใสขยับเข้าใกล้แก่นกายที่กระตุกงึกๆ ลิ้นอุ่นของคนตัวเล็กลากเลียตามความยาวตั้งแต่โคนจรดปลาย ตวัดลิ้นชิมน้ำเงี่ยนที่ซึมเยิ้มออกมาจากหัวเห็ดอย่างจงใจ เต้ย







