مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: ซิงฉือ
ความเจ็บปวดที่จินตนาการไว้ไม่ได้เกิดขึ้น

ผมถูกต้นไม้ด้านนอกเกี่ยวเอาไว้

หลังจากถูกช่วยลงมา คุณแม่เจี่ยงที่มีใบหน้าซีดเผือดก็เดินปรี่เข้ามาตบหน้าผมฉาดใหญ่

“เสิ่นซือ แกไม่ยอมจบใช่ไหม!”

สีหน้าของคุณแม่กู้เองก็ดูไม่ได้เช่นกัน

เธอสั่นเทาไปทั้งตัว ก่อนจะเดินเข้ามาเตะผมอีกคน

“เสิ่นซือ แกต้องการอะไรกันแน่”

ผมถูกถีบจนล้มลงไปกองกับพื้น

เพราะเพิ่งจะล้างท้องมา ประกอบกับโดนเตะเข้าไปอีก บริเวณนั้นจึงปวดร้าวราวกับมีคนเอามีดมาแทงแล้วออกแรงบิด

กลิ่นคาวคละคลุ้งตีตื้นจากกระเพาะขึ้นมาที่ลำคอ

หลังจากกระอักเลือดคำนั้นออกมา ผมก็คุกเข่าลงตรงหน้าพวกเธอทั้งสอง

“คุณกู้ หมอเจี่ยง พวกคุณไม่ต้องมายุ่งกับผมหรอก ปล่อยให้ผมตายไปเถอะครับ”

พวกเธอทั้งสองคนถึงกับอึ้งไปเมื่อได้ยินคำพูดของผม

คุณแม่กู้ขมวดคิ้ว “นี่เป็นแผนใหม่ของแกงั้นเหรอ เอาความตายมาขู่หรือไง”

“เปล่าครับ” ผมบอกพวกเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ “ผมเจอระบบของพ่อแล้ว มันบอกว่าแค่ผมตายก็จะไปหาพ่อได้ ขอร้องละครับ พวกคุณอย่ามายุ่งกับผมเลย ปล่อยให้ผมตายไปเถอะ”

“แบบนี้พวกคุณจะได้ไม่ต้องกังวลว่าผมจะไปแย่งความรักจากเวินจื่อเฉิน แล้วก็ไม่ต้องคอยระแวงจนไม่ยอมปล่อยผมไปอีก”

หลังจากเวินจื่อเฉินเกิดเรื่อง คุณแม่สี่เยว่เยว่ซึ่งเป็นอดีตทหารก็เป็นคนลงโทษผม

เธอจับผมขังไว้ในห้องมืดถึงห้าวันห้าคืน

ใช้ไฟฉายส่องตาผมอย่างแรงเพื่อไม่ให้ผมหลับ

ถ้าผมง่วงขึ้นมา เธอก็จะฉีดอะดรีนาลินให้

ห้าวันให้หลัง สิ่งแรกที่ผมทำหลังจากออกมาได้ คือการไปอ้อนวอนขอให้แม่ทั้งสี่คนปล่อยผมไป

แต่พวกเธอกลับบอกผมว่าจะไม่มีวันปล่อยผมไปไหนทั้งนั้น

“ขนาดอยู่ใต้จมูกพวกฉัน แกยังกล้าทำเรื่องแบบนี้ ถ้าปล่อยแกไป ไม่รู้ว่าแกจะไปหาเรื่องอะไรจื่อเฉินอีก”

“ใช่! เราสัญญากับพ่อแกไว้แล้วว่าจะสั่งสอนแกให้ดี! แกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”

อาจเป็นเพราะผมพูดถึงพ่อ

สีหน้าของพวกเธอทั้งสองถึงได้ไม่ดูแย่เหมือนเมื่อครู่ ซ้ำยังเจือแววอ่อนโยนที่ผมคุ้นเคยขึ้นมาหลายส่วน

“เสิ่นซือ แกแน่ใจนะว่าเจอระบบของพ่อแกแล้ว เจอเมื่อไหร่” คุณแม่กู้พยุงผมขึ้นมาแล้วเอ่ยถาม

ผมบอกเธอไปตามตรงว่าเมื่อเช้านี้ ตอนที่ผมกำลังจะอดตาย จู่ ๆ มันก็ปรากฏตัวขึ้น

ทั้งสองคนมองหน้ากัน

คุณแม่เจี่ยงบอกกับผมว่า “เสิ่นซือ แกอาจจะไม่รู้ ตอนที่พ่อแกจากไปเขาเคยบอกไว้ว่าระบบของเขาจะหายไปหลังจากทำภารกิจสำเร็จ เพราะงั้นแกคงจะคิดไปเอง”

ผมส่ายหน้า “ไม่ ไม่ใช่นะครับ นั่นระบบของพ่อจริง ๆ หมอเจี่ยง พวกคุณไม่ต้องมายุ่งกับผมแล้ว ปล่อยให้ผมตายไปเถอะครับ”

คำว่า “ตาย” ทำให้สีหน้าของคุณแม่เจี่ยงดูแย่ลงไปอีก

เธอพยายามอดทนแล้วอดทนอีก แต่ก็ทนไม่ไหว “เรื่องนี้แกจะคิดไปเองหรือไม่ แกไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ พวกฉันจะส่งแกไปหาจิตแพทย์”

พูดจบ เธอก็ลูบหัวผมเหมือนที่เคยทำ

สีหน้าของเธอดูแปลกไปมาก “จริง ๆ สามปีมานี้ เราเคยปรึกษากันว่าขอแค่แกรับปากว่าจะไม่ไปปรากฏตัวต่อหน้าจื่อเฉินอีก พวกเราก็จะไม่ลงโทษ...”

ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ

แม่รองและแม่สี่ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพวกเรา

“พี่ใหญ่ พี่สาม พวกพี่เห็นจื่อเฉินไหม”

คุณแม่กู้และคุณแม่เจี่ยงชะงักไป

“เมื่อกี้จื่อเฉินยังอยู่กับพวกเธอไม่ใช่เหรอ”

คุณแม่ฉินเซียวร้อนใจสุดขีด “รับโทรศัพท์เสร็จก็หายตัวไปเลย เขาบอกว่ามีเพื่อนอยากจะเอาของขวัญมาให้ เลยออกไปรับของ หรือว่า...”

สีหน้าของแม่ทั้งสี่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดพร้อมกัน

พวกเธอนึกย้อนไปเมื่อสามปีก่อน ซึ่งก็คือวันเกิดของเวินจื่อเฉินเช่นกัน มีเพื่อนโทรศัพท์มาเรียกเขาออกไป

จากนั้นเขาก็ถูกพวกนักเลง...

พวกเธอหันขวับมามองผมเป็นตาเดียวโดยไม่ได้นัดหมาย

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของพวกเธอ ผมก็ตัวสั่นด้วยความกลัว

แม้พวกเธอจะยังไม่ทันได้พูดอะไร แต่ผมก็เข้าใจได้ทันที “ไม่ใช่ ไม่ใช่ฝีมือผมนะ”

“จะไม่ใช่แกได้ยังไง!” คุณแม่กู้ระเบิดอารมณ์โกรธ เธอคว้าคอเสื้อผมขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง “เสิ่นซือ มิน่าล่ะวันนี้แกถึงเอาแต่จะไปตาย ที่แท้ก็เพื่อเรียกร้องความสนใจจากพวกฉัน แกเอาตัวจื่อเฉินไปไว้ที่ไหน!”

ผมส่ายหน้า “ไม่ได้ทำ ผมไม่ได้ทำจริง ๆ”

ทว่าคุณแม่กู้ที่กำลังโกรธจัดจะยอมฟังคำพูดของผมได้อย่างไร

“เสิ่นซือ แกนี่มันไม่รู้จักสำนึกจริง ๆ แกอยากตายนักใช่ไหม ได้ วันนี้ฉันจะสงเคราะห์ให้”

เธอเงื้อมือขึ้นเตรียมจะตบผม

ในจังหวะสำคัญ คุณแม่สี่ก็ก้าวเข้ามาจับแขนเธอไว้ แล้วเอ่ยเตือน “พี่ใหญ่ อย่าทำที่นี่เลย คนมองกันเยอะแยะ”

คุณแม่กู้ยอมลดมือลง ตวัดสายตามองผมอย่างเคียดแค้น ก่อนจะกดเสียงต่ำ “พาเขากลับบ้าน”

บรรยากาศบนรถอึมครึมมาก

แม่ ๆ เอาแต่โทรศัพท์ตามหาเวินจื่อเฉิน

ผมได้แต่ขดตัวสั่นอยู่ตรงมุมหนึ่ง

ผมรู้ดีว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมา

กระทั่งรถจอดสนิท พวกเธอก็กระชากผมลงจากรถ

เมื่อเห็นบ้านที่อยู่ตรงหน้า ผมก็สติแตกทันที

มันคือสถานที่ที่ผมเคยอยู่

ความหวาดกลัวที่ปะทุขึ้นตามสัญชาตญาณทำให้ผมทรุดเข่าลง “ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเวินจื่อเฉินหายไปไหน ขอร้องละครับ ปล่อยผมไปเถอะ”

คุณแม่เจี่ยงจิกหัวผมขึ้นมา น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบ “แกอยากตายไม่ใช่หรือไง เป็นแม่ลูกกันมาตั้งหลายปี พวกฉันจะส่งแกไปเอง”

ผมสั่นไปทั้งตัว

ผมอยากตายก็จริง

แต่ผมกลัวเจ็บ

ทว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเธอจะยอมปล่อยผมไปได้อย่างไร

ผมถูกพวกเธอลากเข้าไปในบ้าน

ด้านในมีชายฉกรรจ์สิบกว่าคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว

คุณแม่สี่โยนผมลงบนพื้น ขมวดคิ้วแน่น แล้วสั่งการด้วยน้ำเสียงผิดหวังที่ไม่อาจสั่งสอนผมได้ “สั่งสอนให้มันเชื่อฟังซะ”

มือจำนวนนับไม่ถ้วนเอื้อมเข้ามาหา

ผมรู้สึกได้ว่ามีคนจับแขนขาผมไว้ และมีคนเอาตะปูมาตอกเนื้อผม

ผมปวดร้าวไปทั้งตัว

ผมร้องขอความช่วยเหลืออย่างบ้าคลั่ง

และในตอนที่ผมตะโกนเรียกแม่ติด ๆ กันหลายครั้ง

เมื่อเห็นว่าผู้ชายพวกนั้นกำลังจะลงมือจริง ๆ เจี่ยงอวี้ก็อดใจอ่อนไม่ได้ จึงตะโกนสั่งให้หยุด

เธอเดินเข้ามาพูดกับผมว่า “เสิ่นซือ ขอแค่แกบอกมาว่าเอาตัวจื่อเฉินไปไว้ที่ไหน พวกฉันจะเห็นแก่หน้าพ่อแก ยอมปล่อยแกไปสักครั้ง”

ผมรีบอธิบาย “ผมไม่รู้ ผมไม่รู้จริง ๆ ผมไม่ได้เป็นคนทำเรื่องนี้”

เจี่ยงอวี้ทิ้งช่วงครู่หนึ่งเหมือนอยากจะพูดอะไรต่อ

แต่คุณแม่เยว่เดินเข้ามารั้งเธอไว้ “พี่สาม พี่ยังไม่รู้นิสัยมันอีกเหรอ ถ้าไม่ลงมือจริง ๆ มันไม่มีทางยอมรับหรอก หลายปีมานี้มันรังแกจื่อเฉิน เคยยอมรับบ้างไหมล่ะ”

แววตาของเจี่ยงอวี้ปรากฏประกายประหลาดวาบผ่าน

ก่อนที่สุดท้ายเธอจะโบกมือ “ลงมือเถอะ”

สิ้นคำพูดนั้น ผมก็ไม่มีโอกาสรอดชีวิตอีกต่อไป

เมื่อความเจ็บปวดบนร่างกายทวีความรุนแรงขึ้น ผมกลับไม่ได้ร้องไห้คร่ำครวญอีก

ท่ามกลางสติที่เลือนราง ผมคล้ายกับเห็นใบหน้าของพ่อ

ตีเลย

พวกคุณตีเลย

ผมกำลังจะได้เจอพ่อจริง ๆ แล้ว

แม่ทั้งสี่คนยังคงคุยโทรศัพท์อย่างไม่ลดละ

ในที่สุดเบอร์ที่คุ้นเคยก็โทรเข้ามือถือของคุณแม่กู้

“จื่อเฉิน ลูกอยู่ที่ไหน”

เสียงของเวินจื่อเฉินดังก้องขึ้นในห้อง “คุณแม่กู้ ผมกินข้าวกับเพื่อนอยู่ข้างนอกครับ พวกคุณแม่โทรหาผมตั้งหลายสาย มีอะไรหรือเปล่าครับ”

พวกเธอทั้งสี่คนอึ้งไปพร้อมกัน

“ลูกไม่ได้ถูกลักพาตัวไปใช่ไหม”

เวินจื่อเฉินหัวเราะ “พวกคุณแม่พูดอะไรกันครับ ผมจะถูกลักพาตัวได้ยังไง แค่นี้ก่อนนะครับ ผมจะกลับบ้านแล้ว”

ในขณะเดียวกัน โทรศัพท์จากพ่อบ้านก็โทรเข้ามาพอดี

บอกว่าไปรับเวินจื่อเฉินมาแล้ว

พวกเธอต่างพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ดีจังเลย จื่อเฉินไม่เป็นอะไร” คุณแม่เจี่ยงเอ่ยอย่างโล่งใจ ทว่าจู่ ๆ เธอก็เบิกตากว้าง “เสิ่นซือ!”

ในที่สุดพวกเธอก็นึกถึงผมขึ้นมาได้

ตอนนั้นเองพวกแม่ ๆ ก็สั่งให้คนในห้องหยุดมือ

พวกเธอเดินตรงมาหาผม หลังจากตะโกนเรียกอยู่สองสามครั้งแล้วไม่มีเสียงตอบรับ

“เสิ่นซือ เลิกเสแสร้งได้แล้ว เจอเขาแล้ว”

“ครั้งนี้ถือซะว่าพวกฉันใส่ร้ายแกก็แล้วกัน”

คุณแม่กู้นั่งยอง ๆ ลงไป หลังจากแตะตัวผมแล้วไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

เธอก็ตระหนักได้ว่าผมเลิกร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดไปตั้งนานแล้ว

ใจของเธอหล่นวูบ ก่อนจะยื่นมือไปอังใต้จมูกของผม

แต่ช่างน่าเสียดายที่ผมไม่มีลมหายใจอีกต่อไปแล้ว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 9

    ชั่วอึดใจนั้น แม่ทั้งสี่คนก็โบกไม้โบกมือด้วยความดีใจจนเหมือนลิงในสวนสัตว์โดยเฉพาะกู้อวี่ที่ตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ “เสิ่นฮ่าว นายก็มาด้วย ดีจริง ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าชาตินี้จะได้เจอนายอีก”“ดีจริง ๆ” เจี่ยงอวี้ก้าวยาว ๆ เข้ามาหา หวังจะกอดผมกับพ่อไว้ “พวกนายกลับมาแล้ว ในเมื่อกลับมาแล้วก็อย่าไปไหนอีกเลยนะ เราคิดถึงพวกนายมากเลย”ทว่าจังหวะที่เธอยื่นมือเข้ามา พ่อกลับตบหน้าเธอฉาดใหญ่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย“เจี่ยงอวี้ เธอดูแลลูกฉันยังไง”บรรยากาศพลันเงียบกริบลงทันทีกู้อวี่รีบก้าวตามเข้ามา “เสิ่นฮ่าว นายฟังเราก่อน...”เธอยังพูดไม่ทันจบประโยคฝ่ามือของพ่อก็ฟาดลงบนหน้าเธออีกคนจากนั้นคุณแม่ที่เหลืออีกสองคนก็โดนตบเรียงตัวไปตาม ๆ กันโดยไม่มีใครตกหล่นผมมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงในใจมีเพียงความคิดเดียวสะใจสุด ๆ เลย!พ่อผมหล่อชะมัด!หลังจากเสียงเพียะ ๆ ดังขึ้นสี่ครั้ง บนใบหน้าของแม่ทั้งสี่คนก็มีรอยนิ้วมือประทับอยู่อย่างเป็นระเบียบทว่าพวกเธอกลับไม่โกรธเลยสักนิด ซ้ำยังดูเหมือนจะโหยหาสัมผัสนี้อยู่นิด ๆ ด้วยซ้ำเยว่เยว่ถึงขั้นยื่นแก้มอีกข้างที่ยังไม่โดนตบเข้ามาหา “เสิ่นฮ่าว ข้างนี้ก็คว

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 8

    ระบบพยักหน้าเธอบอกผมว่าหลังจากรู้ความจริงเรื่องเมื่อสามปีก่อน แม่ทั้งสี่คนก็แทบคลั่งพวกเธอจับเวินจื่อเฉินกับนักเลงคนนั้นไปขังไว้ก่อนผมตายยังไง เวินจื่อเฉินก็ต้องตายแบบนั้นแต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือเวินจื่อเฉินไม่ได้ตายเร็วขนาดนั้น“ขอแค่เขามีวี่แววว่าจะตายแม้แต่นิดเดียว เจี่ยงอวี้ก็จะช่วยชีวิตเขากลับมา ใช้ยาที่ดีที่สุด เขายังไม่ทันได้พักฟื้นก็ทรมานเขาต่อ”น้ำเสียงของระบบราบเรียบ แต่ผมก็ยังฟังออกถึงความสะใจที่แฝงอยู่ผมเคยผ่านเรื่องพวกนั้นมาแล้วถึงได้รู้ว่าวิธีการของแม่ทั้งสี่คนโหดเหี้ยมแค่ไหนความตายไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิดการอยู่เหมือนตายต่างหากที่น่ากลัวหลังจากเวินจื่อเฉินตาย แม่ทั้งสี่คนก็เริ่มท้าทายอำนาจของโลกนั้น ปั่นป่วนจนโลกทั้งใบแทบจะพลิกตลบพฤติกรรมผิดปกติของพวกเธอไปสะเทือนถึงระบบหลัก ระบบหลักจึงมาหาระบบอีกทีระบบเลยปรากฏตัวต่อหน้าพวกเธอทั้งสี่คนแม่ทั้งสี่คนบอกเธอว่าพวกเธอต้องการเจอผม ถ้าผมไม่ปรากฏตัว โลกทั้งใบก็จะล่มสลายพูดจบ ผมก็นึกว่าระบบจะเกลี้ยกล่อมให้ผมไปเจอพวกเธอใครจะไปคิดว่าเธอจะพูดว่า “เสี่ยวซือ ถ้าเธอไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป ปล่อยให้โลกนั้นมันล่มสลายไป

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 7

    ระบบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบตกลงเธอชี้มือออกไปลวก ๆ เบื้องหน้าก็ปรากฏหลุมดำขึ้นมาผมเดินตรงเข้าไปจังหวะที่ผมกำลังจะเลือนหายไปผมก็ได้ยินคนเรียกชื่อตัวเอง“เสิ่นซือ!”“เสี่ยวซือ!”เป็นเสียงของพวกแม่ ๆแต่ครั้งนี้ผมจะไม่หันหลังกลับไปอีกแล้วเมื่อทะลุผ่านหลุมดำมา ผมก็มาอยู่ในห้องที่ดูอบอุ่นห้องหนึ่งในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารผมตะโกนเรียกระบบอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจังหวะที่ผมกำลังคิดจะออกไปดู ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งเดินออกมาทันทีที่เห็นผม เขาก็ชะงักไปขณะเดียวกันผมก็จำเขาได้ทันทีพ่อของผม เสิ่นฮ่าวเขาหล่อเหมือนในรูปถ่ายไม่มีผิดในตอนที่ผมกำลังทำตัวไม่ถูก ขอบตาของพ่อก็แดงเรื่อ เขาวิ่งเข้ามากอดผมไว้ “เสี่ยวซือใช่ไหม ลูกคือเสี่ยวซือของพ่อใช่ไหม”ผมรู้สึกแสบจมูกเหมือนน้ำตาจะไหลวันนั้นพ่อเล่าเรื่องราวในอดีตให้ผมฟังไม่ต่างจากที่ระบบเคยบอกผมเลย เขาตกลงรับภารกิจก็เพื่อคุณย่าที่กำลังป่วยหนัก และที่กลับมาก็เพราะคุณย่าเช่นกันเขารอผมมาตลอด“พ่อคิดไว้ว่า ต่อให้ลูกจะไม่ยอมกลับมา พ่อก็จะเก็บห้องไว้ให้ลูกตลอดไป”เมื่อได้ยิ

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 6

    ในขณะที่ผมกำลังสับสน จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงรูปร่างอรชรคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าผมเบิกตากว้างถึงเพิ่งรู้ว่าที่แท้ระบบก็มีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนด้วยยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากถามระบบก็เดินตรงไปยังทิศทางที่แม่ทั้งสี่คนอยู่ไม่รู้ว่าเธอพูดอะไร แม่ทั้งสี่คนจึงชะงักไป จากนั้นก็เดินตามเธอไปผมเองก็เดินตามไปด้วยพวกเธอเดินออกจากสุสาน มุ่งหน้ากลับไปที่คฤหาสน์ ก่อนจะหยุดลงที่หน้าห้องของเวินจื่อเฉินจังหวะที่แม่ทั้งสี่กำลังมองหน้ากันไปมา เสียงน้ำที่ชวนให้คิดลึกก็ดังลอดออกมาจากข้างใน“ที่รัก อย่าทิ้งรอยไว้บนตัวฉันสิ เดี๋ยวสี่คนนั้นจะดูออกเอา”เสียงของเวินจื่อเฉิน“ฉันก็ว่าอยู่ทำไมวันนี้ถึงกล้าให้ฉันมาที่นี่ ที่แท้เด็กเวรนั่นก็ตายแล้วนี่เอง”เสียงผู้หญิงอีกคนที่ดังขึ้นทำเอาทุกคนถึงกับสะดุ้งแค่เคยได้ยินก็ไม่มีวันลืมคนคนนี้คือหนึ่งในแก๊งนักเลงที่รุมซ้อมเวินจื่อเฉินเมื่อสามปีก่อน และเป็นนักเลงหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มตอนนั้นหลังจากที่เธอชี้ตัวผม พวกแม่ ๆ ก็ตั้งใจจะส่งเธอเข้าคุกแต่สุดท้ายก็ถูกเวินจื่อเฉินห้ามเอาไว้เขาอ้างว่าไม่อยากทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่อยากให้ตัวเองต้องเสีย

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 5

    บรรยากาศเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ของเวินจื่อเฉินเนิ่นนานกว่ากู้อวี่จะเอ่ยปาก “โดนใครตีนะ”เวินจื่อเฉินตอบ “พี่เสิ่นซือครับ”กู้อวี่ถามต่อ “เมื่อไหร่”“เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี่เองครับ” เวินจื่อเฉินรู้สึกว่าวันนี้เธอแปลกไปมาก “คุณแม่กู้ คุณแม่รู้ไหมครับว่าคุณแม่คนอื่น ๆ อยู่ไหน พวกคุณแม่รีบกลับมาหน่อยได้ไหม ผมกลัว”ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเขา กู้อวี่นวดคลึงหว่างคิ้ว “เวินจื่อเฉิน เสิ่นซือตายแล้ว”ปลายสายพลันเงียบกริบน้ำเสียงของเธอเย็นเยียบ “เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเขายังอยู่ในห้องฉุกเฉิน เขาจะไปตีลูกได้ยังไง”ปลายสายไม่มีเสียงตอบรับใด ๆห้าชั่วโมงต่อมา แม่ทั้งสี่คนก็กลับมาถึงบ้านเวินจื่อเฉินยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น พอเห็นพวกเธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาดวงตาของเขาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก“คุณแม่กู้ครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ พี่เสิ่นซือตายแล้วจริง ๆ เหรอ”กู้อวี่กำลังอารมณ์ไม่ดี จึงไม่ได้สนใจเขาสีหน้าของเวินจื่อเฉินเปลี่ยนเป็นน้อยเนื้อต่ำใจกว่าเดิม เขาหันไปอ้อนเจี่ยงอวี้แทน “คุณแม่เจี่ยงครับ เมื่อกี้พวกคุณแม่อยู่ด้วยกันเหรอครับ งั้นพวกคุณแม่ก็ได้ยินที่ผมพ

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 4

    ในตอนที่ผมคิดว่าตัวเองกำลังจะได้เจอพ่อแล้วจู่ ๆ ระบบก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มันบอกว่าโปรแกรมมีปัญหานิดหน่อย อาจจะต้องรอก่อนถึงจะไปได้ผมพยักหน้าผมกับพ่อแยกจากกันมาตั้งหลายปี รออีกแค่ไม่กี่วันจะเป็นอะไรไปดังนั้นผมจึงเฝ้าดูปฏิกิริยาของคนทั้งสี่ในรูปแบบของวิญญาณหลังจากสัมผัสได้ว่าผมไม่มีลมหายใจแล้ว ขาของกู้อวี่ก็อ่อนยวบและทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีเธอผลักผมทีหนึ่ง น้ำเสียงสั่นเทาไปหมด “เสิ่นซือ เลิกเสแสร้งได้แล้ว ตื่นสิ”ท่าทีผิดปกติของเธอเรียกความสนใจจากคุณแม่ที่เหลืออีกสามคนเจี่ยงอวี้ที่เป็นหมอพุ่งเข้ามาก่อนเป็นคนแรก เธอใช้สองนิ้วแตะที่เส้นเลือดใหญ่ของผมในชั่วอึดใจ ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดราวกับขี้เถ้า“โทรเรียกรถพยาบาลเร็วเข้า!”จากนั้นโดยไม่สนใจคนอื่น ๆ ที่กำลังยืนอึ้ง เธอฉีกเสื้อผมออก แล้วทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตทันทีเยว่เยว่เองก็ถึงกับหน้าถอดสี“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ เขาแกล้งตายใช่ไหม”ตอนนี้มีเพียงคุณแม่รองเท่านั้นที่ยังพอหลงเหลือสติอยู่บ้างเธอตีหน้าขรึมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรเรียกรถพยาบาลไม่นานรถพยาบาลก็แล่นเข้ามาพอผมมาถึงโรงพยาบาล หมอผู้เชี่ยวชาญระดับสูง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status