Beranda / โรแมนติก / คะนึงครวญ / ตอนที่4. พยายามเรียนรู้

Share

ตอนที่4. พยายามเรียนรู้

last update Tanggal publikasi: 2026-05-24 14:05:48

            ย่าหยาอ้าปากแต่ไม่มีเสียง ยี่สุ่นที่นั่งอยู่ใกล้น้องจึงพูดแทน

            “ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ขอบพระคุณคุณช้อยที่ให้หมอมาตรวจอาการน้องสาวอิชั้นเจ้าค่ะ”

            “เห็นสองคนคอยดูแลกันเช่นนี้ ฉันก็สบายใจ”  หลวงพิชัยพูดแล้วอดมองมาทางย่าหยาไม่ได้ ได้ยินว่าแม่เป็นคนจีนทั้งสองพี่น้องจึงผิวขาวผุดผ่อง แต่กลับมีดวงตากลมโตราวกับหยดน้ำวาวใส ท่าทีขี้อายปนประหม่าชวนมองยิ่งนัก

            “แล้วนี่พ่อสินธุ์ล่ะ กลับมาแล้วไม่ใช่รึ ไม่มากินข้าวกินปลาพร้อมหน้าพร้อมตากันบ้างหรือไร”  หลวงพิชัยพูดขึ้นอย่างเพิ่งนึกได้

            “มาแล้วขอรับ”  เสียงดังขึ้นจากด้านหลังก่อนที่เจ้าของร่างกำยำจะเดินเข้ามานั่งรวมวงรับประทานอาหารเย็น “ฉันซ้อมดาบกับทิดจ้อยเหงื่อท่วมตัวเลยไปอาบน้ำก่อนมาที่นี่ก็เลยมาช้าไปสักหน่อย”

            สายตาคมปลาบจับจ้องมายังย่าหยา หญิงสาวหดคอด้วยความเคยชิน แต่นึกขึ้นได้ว่าเขาเป็นคนใจร้ายที่แกล้งเธอ จึงฝืนทำใจกล้ายืดแผ่นหลังตั้งตรงแล้วเชิดปลายคางขึ้น  ชายหนุ่มมองแล้วกลั้นยิ้มขำ นึกถึงตอนที่หญิงสาวกลัวจนตัวสั่นแต่พยายามดิ้นรนสุดชีวิต  ตอนนี้ก็ยังทำตัวเหมือนแมวน้อยขู่ฟ่อๆ ทั้งที่กลัวเขาอย่างเห็นได้ชัด

            “กลับมาคราวนี้จะอยู่กี่วันรึ” หลวงพิชัยถาม

            “อ้าว! ฉันเพิ่งกลับมาแท้ๆ เหตุใดพี่ถามเหมือนไม่อยากเห็นหน้าฉัน”

            “อย่าให้พี่ต้องพูด”  หลวงพิชัยส่ายหน้าระอาใจ “ผู้อื่นเป็นมหาดเล็กบรรดาศักดิ์อยู่วังรับใช้พระองค์ท่าน แต่น้องชายฉันกลับตะลอนๆ อยู่นอกเมือง”

            “ฉันก็ทำงานแบบของฉันนั้นแหละ”  เขายิ้มแล้วมองอาหารตรงหน้า “อาหารมื้อนี้น่ากินเสียจริง”

            “พ่อสินธุ์ก็กินให้เยอะๆหน่อย นานๆ จะอยู่บ้านเสียที”

            “รสมือพี่สะใภ้ หาที่ไหนเทียบไม่ได้แล้วขอรับ”

 สินธุ์พูดแล้วปรายตามองทางย่าหยา หญิงสาวดูเงอะงะกับการกินอาหารโดยมียี่สุ่นคอยดูแลราวกับเป็นเด็กเล็กๆ  เขาได้ยินเรื่องเมียใหม่ของพี่ชายมาบ้างและรู้ว่ารับน้องสาวมาอยู่ด้วย แรกทีเดียวเขาก็คิดว่ายี่สุ่นจะยกน้องสาวตัวเองให้เป็นเมียพี่ชายเขาอีกคน แต่เห็นท่าทางเช่นนี้แล้วคงเป็นเขาที่คิดมากไปคนเดียว อายุก็ไม่น้อยแล้วแค่กินข้าวพี่สาวยังแทบจะป้อนให้ ไม่รู้จะสงสารใครดี

            ย่าหยาไม่เคยใช้มือกินข้าวอย่างนี้ เธอจับข้าวเป็นคำก็ร่วงก่อนจะเข้าปาก แต่ยี่สุ่นที่นั่งข้างๆ คอยดูแลตลอดราวกับว่าเป็นเรื่องปกติ  หญิงสาวพยายามเรียนรู้เพื่อไม่เป็นภาระให้ใคร ไม่รู้ว่าต้องอยู่ที่นี่ไปนานแค่ไหนแต่เธอก็จะพยายามใช้ชีวิตต่อไป เพราะสนใจแค่การกินอาหารของตัวเอง ย่าหยาจึงไม่เหลือสายตาไว้มองผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้าม

            หลังกินอาหารเสร็จ นางแจ่มบ่าวคนสนิทและเป็นพี่เลี้ยงย่าหยามารับหญิงสาวไปพักผ่อน

            “วันนี้คุณไม่ค่อยสบายอย่าอาบน้ำเลยนะเจ้าคะ แจ่มเตรียมน้ำอุ่นให้เช็ดตัวแล้วเจ้าค่ะ”

            ‘แต่ฉันอยากอาบน้ำนี่’ เธอพยายามจะพูดออกไปแต่เสียงก็แหบแห้งจนอีกฝ่ายไม่ได้ยิน  ย่าหยายกมือขึ้นแตะลำคอของตนเอง ที่พูดไม่ได้เพราะความกลัวสินะ  เธอต้องพยายามหัดส่งเสียงออกไปให้ได้ เธอไม่ได้เป็นใบ้ยังไงต้องพูดได้สิ!

            แจ่มยกอ่างไม้ใส่น้ำอุ่นเข้ามาวางบนโต๊ะเสร็จแล้วก็ยื่นมือไปหมายจะช่วยผลัดผ้า แต่หญิงสาวส่ายหน้าไปมารัวๆ

            “ทะ...ทำ...ทำ...เอง..ดะ...ได้”

            “เอ๊ะ! นั้นย่าหยาพูดรึ”  ยี่สุ่นที่ก้าวเข้ามาในห้องได้ยินพอดี ใบหน้าแย้มยิ้มดีใจแล้วยื่นมือไปจับแขนน้องสาว “ไหน...พูดอีกสิ”

            ย่าหยาขยับปากแต่เสียงแผ่วเบา เธอพยายามพูดแต่แทบไม่ได้ยินเสียง ยี่สุ่นโอบน้องสาวแล้วลูบศีรษะเบาๆ

            “ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบค่อยเป็นค่อยไป”

            “ดีจริงในที่สุดคุณย่าหยาก็พูดได้แล้ว”  แจ่มถึงกับน้ำตารื้น “แจ่มไม่ได้ยินเอง คราวหน้าคุณย่าหยาพูดข้างหูแจ่มนะเจ้าค่ะ”

            หญิงสาวได้แต่พยักหน้ารับ แล้วยื่นมือดันให้ทั้งสองทำท่าบอกให้ออกไป

            “คุณย่าหยาอยากเช็ดตัวเองเจ้าค่ะ”  แจ่มพูดปนยิ้มรายงานให้ยี่สุ่นฟัง

            “โตเป็นสาวแล้วก็คงอยากทำอะไรเอง เอาเถิด เราคอยๆ ดูแลแกไปนะพี่แจ่ม”

            “เจ้าค่ะ”

            เมื่อไม่มีใครอยู่ในห้องแล้ว ย่าหยาจึงเช็ดเนื้อตัวแล้วสวมเสื้อคอกระเช้า จำได้ว่าสมัยรัชกาลที่5รับวัฒนธรรมการแต่งกายมาจากยุโรป จริงสิ เธอยังไม่ได้หาถามเลยว่าปีนี่พ.ศ.อะไร รัชกาลที่เท่าไหร่  มือเรียวหยิบแปรงขึ้นมาหวีผมยาวสลวย  หลวงพิชัยกับอีตาสินธุ์อะไรนั้นตัดผมรองทรง แต่คุณช้อยกับพี่สาวของเธอทำผมทรงหมาดไทย  เท่าที่เธอเคยอ่านนิยายแนวย้อนยุคและลองสืบค้นข้อมูล เดาๆ ได้ว่าน่าจะรัชกาลที่ 5 นี่เธอย้อนเวลามาไกลถึงขนาดนี้เลยหรือ

            หญิงสาวจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตั้งใจว่าจะออกมานั่งเล่นที่ชานเรือน เธอไม่เคยนอนแต่หัวค่ำ ปกติเธอนอนหลังเที่ยงคืนเพราะชอบเขียนนิยายดึกๆ  แต่เมื่อออกก็พบหลวงพิชัยเดินขึ้นเรือนมาพอดี  สายตาของเขาจ้องมองอย่างเปิดเผย แม้มุมปากจะยกยิ้มแต่ดวงตาคู่นั้นมองเธอเหมือนขนมในจานที่รอกินเป็นของว่าง

            “ฉันไม่ค่อยเห็นใครไว้ผมยาวอย่างนี้นัก”   หลวงพิชัยพูดแล้วหันมายิ้มให้ยี่สุ่น

            “เคยตัดผมให้ย่าหยาแต่ตัดผมให้ทีไรก็ไม่สบายทุกคราวไป จึงไม่ได้ตัดผมให้แค่เล็มๆ ไม่ให้ยาวเกินไปเจ้าคะ”

            “ไว้ผมยาวแก้เคล็ดสินะ”  หลวงพิชัยพยักหน้ารับ “คิดเสียว่าเป็นบ้านตัวเอง อยากทำสิ่งใดก็บอกแม่ช้อยเขาได้ ส่วนสินธุ์น้องชายฉันเขาเป็นคนรักสนุก แต่ก็ทำงานรับใช้พระองค์ท่าน บางครั้งบางคราวก็หายไปเป็นเดือน ไปทำงานตามท่านรับสั่งนะ”

            “ขอบคุณคุณหลวงที่เมตตาอิชั้นกับน้องเจ้าค่ะ” 

            “ถูกลมเย็นจะไม่สบายเอา กลับเข้าห้องเถิดเจ้าค่ะ” แจ่มเตือนย่าหยา

แม้ว่าเธอยังไม่อยากกลับเข้าห้องแต่คงดื้อดึงไม่ได้ มาอยู่ที่นี่ก็เหมือนเป็นผู้อาศัย ทำให้พี่สาวลำบากใจจะไม่ดี

แจ่มประคองย่าหยากลับเข้ามาในห้อง “คุณอยู่ในนี้นะเจ้าค่ะ คืนนี้คุณหลวงมาค้างกับคุณยี่สุ่น แจ่มต้องค่อยรอรับคำสั่งเรียกใช้เจ้าค่ะ”

ย่าหยาพยักหน้ารับแล้วเดินกลับไปนั่งบนเตียง พลันนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่เธอได้สติก็ตื่นมาบนเตียงของผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้น ถ้านอนหลับอีกทีตื่นมาเธออาจกลับไปยุคปัจจุบันก็ได้ พอคิดได้แบบนี้เธอก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างว่าง่าย

ฉันอยากกลับบ้านแล้ว พาฉันกลับบ้านทีนะ!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คะนึงครวญ   ตอนที่10 แก่แดด

    “ขอบพระคุณคุณช้อยมากเจ้าค่ะ” ยี่สุนยกมือไหว้ทำให้ย่าหยายกมือไหว้ตาม เช้านี้ทั้งสองมารับประทานอาหารเช้าที่เรือนคุณหลวง พูดคุยกันไปมาคุณช้อยได้ยินว่าย่าหยามีเสื้อผ้ามาไม่กี่ชุด รูปร่างก็เริ่มเปลี่ยนโตเป็นสาวคุณช้อยจึงพาย่าหยาไปลองเสื้อผ้าเก่าๆ ของคุณช้อยเอง ย่าหยาเองก็ไม่คิดว่าเสื้อผ้าที่คุณช้อยยกให้จะเป็นชุดสวยๆงามๆ ขนาดนี้ แล้วก็ไม่คิดว่าจะมาเจอคุณสินธุ์เข้าพอดี ยิ่งเห็นสายตาตกตะลึงยิ่งทำให้เธออยากอวดให้เขาเห็นว่าเธอก็สวยเหมือนกัน“รับประทานมาแล้วขอรับพี่ช้อย” สินธุ์ตอบแล้วแอบเห็นรอยยิ้มเยาะที่มุมปากของย่าหยา ไม่น่าเลย นี่เธอคงเห็นเขามองตาค้างกระมังถึงได้ยิ้มได้ใจเสียขนาดนั้น “แต่องค์ทรงเครื่องขนาดนี้จะไปไหนหรือ?”“สติไม่ดีอย่างนี้จะออกไปไหนได้” วาดพึมพำเสียงเบาแต่จงใจให้ยี่สุ่นได้ยิน แม้ยี่สุ่นได้ยินแต่กลับฝืนยิ้มออกมา อย่าว่าแต่น้องสาวไม่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาเลย เธอเองก็ไม่เคยไปที่ใดเช่นกัน แจ่มที่ได้ยินชัดจะอ้าปากโต้เถียงแต่ยี่สุ่นปรามด้วยสายตาไว้ก่อน อย่างไรวาดก็เป็นคนสนิทของคุณช้อย เธอไม่อยากลวงเกินคนของคุณช้อยเข้าให้ แล้วจะยิ่งผิดใจกันเสียเปล่า“วาดอย่าพูดเช่นนั้นสิ” คุณช้อ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่9 แค่จูบ

    “ฉัน...” “หาย...หายใจ...ไม่ออก” เธอต่อว่าเขา อยากทำมากกว่า แต่บางทีการแกล้งตัวทำโง่ๆ อาจจะดีกว่า แค่จูบยังไม่ได้เสียตัวสักหน่อย! “ฉันขอโทษ...” เขาพูดเสียงเบาอย่างไม่เคยทำกับหญิงใดมาก่อน “กลัวหรือไม่” “อื้ม” เธอพยักหน้าแรงๆ “เจ็บ” “คราวหน้าจะไม่ทำให้เจ็บอีก” ‘หา! ยังจะมีครั้งหน้าอีกเหรอ!’ ย่าหยาส่ายหน้ารัวๆ “ไม่เอาแล้ว!” คราวนี้ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ เขาเงี่ยหูฟังดูเหมือนบ่าวในเรือนมาแอบพลอดรักกันยังไม่จบศึกง่ายๆ เขาก้มมองคนตัวเล็กที่ขมวดคิ้วยุ่งเหยิง คงทั้งกลัวทั้งตกใจ “จะ...จะขึ้นเรือน” “ฉันไปส่ง” “กะ...กลับ...กลับเองได้” เพราะเขาคลายวงแขนออกแล้วทำให้เธอก้มตัวรอดใต้รักแร้ของเขาออกมา แต่เดินได้ก้าวเดียวแข้งขาที่ยังไม่แรงก็พาให้ตัวเซไปมา สินธุ์เห็นแล้วก็หมุนตัวไปช้อนร่างเล็กอุ้มขึ้นมาทันที “คุณสินธุ์!” “อย่าเสียงดัง ประเดี๋ยวก็ตื่นกันทั้งเรือน” เขาขู่แต่กลับยิ้มละไม ทำให้คนตัวเล็กหยุดดิ้นรนและยอมอยู่นิ่งๆให้เขาอุ้มไปส่งจนใกล้ถ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่ 8. หิ่งห้อย

    หญิงสาวพยายามอ่านหนังสือเหล่านี้ แรกทีเดียวเธอก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก การใช้คำ การสะกดคำ การเรียบเรียงประโยคมันต่างจากในยุคปัจจุบันอยู่มาก แต่เมื่ออ่านไปสักครึ่งเล่ม เริ่มทำความคุ้นชินกับภาษาไทยสมัยก่อน เธอก็ทำความเข้าใจได้ ถ้ายังหาทางกลับบ้านในยุคปัจจุบันไม่ได้ เธอก็ต้องพยายามปรับตัวให้อยู่ในยุคนี้ให้ได้ ย่าหยาบอกกับตัวเองอย่างนั้น ถือว่าชีวิตของ “ย่าหยา” ไม่ถือว่าลำบากอะไรนัก แม้ว่าครอบครัวเดิมของเธอไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็มีสวนผลไม้และไร่นาปล่อยให้เช่าทำกิน พอมีรายได้เข้ามืออยู่บ้าง พี่ยี่สุ่นแม้ไม่ได้เรียนหนังสือแต่ก็พออ่านออกเขียนได้ เธอจึงคิดหาช่องทางให้ตัวเอง อยู่ในปีพ.ศ.2567 เธอเป็นนักเขียน แม้จะไม่โด่งดังแต่ก็มีรายได้พอเลี้ยงตัวเองได้ ถ้าเธอจะเป็นนักเขียนในยุคนี้จะได้ไหมนะ คนยุคนี้เขาอ่านอะไรกัน เธอเองก็ไม่ได้ช่ำชองเรื่องประวัติศาสตร์เอาเสียด้วยสิ เป็นนางเอกนิยายเรื่องอื่นเขามีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ใช่ความรู้กู้บ้านกู้เมืองได้ แต่เธอนะ ความรู้น้อยนิด ไอ้ที่เรียนมาก็ส่งคืนครูบาอาจารย์ไปหมดแล้ว อ้อ! ได้ภาษาอังกฤษกับฝรั่งเศสเพราะเป็นเด็กสายศิลป์ภาษาและพ่อเลี้ยงเป็นชาวอเ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่7. ปีนี้ พ.ศ. อะไรคะ

    เธอพูดแล้วขยับลงจากเตียงอย่างมั่นคงไม่ตกเตียงเช่นครั้งก่อนอีก หญิงสาวรู้สึกขัดเขินจึงเสมองไปทางอื่น แต่สายตาปะทะกับชั้นหนังสือที่ด้านหนึ่งของห้อง จะว่าไปเธอพึ่งสังเกตว่าลักษณะของเรือนแตกต่างจากเรือนหลังอื่น ต้องบอกว่า ‘ทันสมัย’ กว่าน่าจะถูก เรือนที่เธออยู่กับพี่ยี่สุ่นเป็นเรือนไม้ใต้ทุนสูง แต่เรือนหลังนี้มีกระประยุกต์แบบตะวันตกร่วมด้วย อ๊ะ! จริงสิ ตอนนี้ยังเรียก ‘สยาม’ ไม่ใช่ ‘ไทย’ “สนใจหนังสือรึ” สินธุ์เอ่ยถามเมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของหญิงสาว เธอหันมาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มพลางชี้นิ้วไปที่ชั้นหนังสือ เขาเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย จึงให้คนตั้งตู้หนังสือในห้องนอน บางครั้งบางคราวก็เอกเขนกอ่านหนังสือจนผล็อยหลับไป “เอาสิ หยิบไปอ่านดูก็ได้” เขาเสนอแล้วเดินไปที่ชั้นหนังสือ “แต่หนังสือในห้องฉันเป็นหนังสือทางการทหารการปกครอง เธอจะอ่านเข้าใจไหม”‘เขากำลังดูถูกเธอเหรอ’ ย่าหยาตวัดตามองเล็กน้อยแล้วเดินไปเลือกดูหนังสือบนชั้น แน่นอนว่าไม่มีหนังสือนิยายรักให้เธอเลือกอ่าน แต่พวกบันทึกประวัติศาสตร์หรือเรื่องเล่าต่างแดนก็น่าสนใจไม่น้อย คนตัวเล็กเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อหยิบหนังสือเล่มหนึ่งลงมา พอเปิ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่6. ความฝัน? ความจริง?

    ครั้งแรกที่เธอได้สติก็ตื่นมาบนเตียงของเขา นิยายที่เคยอ่าน ซีรีย์ที่เคยดู มีบางเรื่องคล้ายกันคือนางเอกตื่นมาบนเตียงพระเอก หรือเตียงจะเป็นสิ่งเชื่อมโยงมิติก็ได้ คราวนี้เธอจะลองนอนบนเตียงนี้เผื่อว่าตื่นอีกครั้งจะได้กลับไปโลกปัจจุบัน คิดได้ตามนี้แล้วย่าหยาก็ปีนขึ้นเตียงนอน จัดหมอนแล้วทิ้งตัวลงนอน เธอหลับตาแต่แสงสว่างที่สาดเข้ามารบกวนการนอน เธอพลิกซ้ายพลิกขวาก็ยังไม่หลับจนต้องลุกขึ้นมานั่ง ‘ทำไมไม่หลับนะ ปกติตอนอยู่โลกโน้น ก็หลับได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมืดหรือแสงสว่างแค่ไหน ทำไมถึงไม่หลับนะ’ ย่าหยาก่นดาตัวเองแล้วทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง‘สงบสติอารมณ์หน่อย ผ่อนคลาย คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ คิดถึงงาน คิดถึงนักอ่านที่รอตอนต่อไปของนิยาย เอ๊ะ ! หรือจะไม่มีใครรออ่านนิยายของฉันแล้วนะ แงๆ ไม่เอาสิ คิดมากแบบนี้ก็นอนมไม่หลับนะสิ โอ๊ย! จงหลับ หลับ หลับเดี๋ยวนี้’ สายลมเย็นๆ พลิ้วผ่านม่านหน้าต่าง กลิ่นหอมของดอกไม้ไม่รู้สายพันธุ์โชยมาแตะปลายจมูก ย่าหยาเคลิ้มหลับไปอย่างไม่รู้ตัว เป็นจังหวะเดียวกับบานประตูเปิดออกพร้อมเจ้าของเรือนที่กลับเข้ามา ดวงตาคมปลาบเห็น

  • คะนึงครวญ   ตอนที่5. อยากกลับบ้าน

    “คุณพี่ คุณพี่เจ้าขา” “ชอบหรือไม่” “เบาหน่อยเจ้าคะ อื้อ คุณพี่...อิชั้น...ไม่ไหว” “ทนอีกหน่อย พี่ใกล้แล้ว โอ้ววว” นั้นเป็นเสียงที่ดังมาจากห้องข้างๆ ซึ่งย่าหยาเข้าใจดีว่าเกิดกิจกรรมอะไรในห้องนั้น แต่ไม่คิดว่าหลวงพิชัยที่ดูเงียบขรึมและใจดีจะร้อนแรงขนาดทำให้พี่สาวร้องครวญครางเกือบทั้งคืน ซ้ำรุ่งเช้ายังได้ยินอีกรอบด้วย ยังดีที่คุณหลวงมาหาพี่ยี่สุ่นวันเว้นสองวันเพราะเกรงใจคุณช้อย ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ได้หลับสนิทเป็นแน่ แต่พี่สาวของเธอตื่นมาหน้าตาแช่มชื่นในขณะที่เธอนอนหลับไม่สนิทเพราะได้ยินเสียงครวญครางรบกวนทั้งคืน แต่พี่แจ่มดูไม่ทุกข์ร้อนสักนิด คงมีแต่เธอที่ยังไม่ชินสินะ แม้ยังไม่เคยมีคนรักแต่รู้เรื่องระหว่างชายหญิงดี และพอเข้าใจได้ว่าผู้หญิงในยุคนี้ต้องพึ่งพาสามี ถ้าไม่ได้รับความรักความโปรดปรานก็จะใช้ชีวิตอยู่ยาก แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังอยากกลับบ้านอยู่ดี มาอยู่ที่นี่ครบสัปดาห์แล้ว เธอยังหาวิธีกลับบ้านไม่ได้ เธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าอะไรทำให้เธอมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ นับว่าเธอยังโชคดีที่มาอยู่ในร่างที่ไม่เดือดร้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status