Se connecterการเรียนวันแรกไม่เป็นอย่างที่คริสคิดเอาไว้เลยสักนิดเขานั่งพิงเก้าอี้ในห้องบรรยายพลิกสมุดเปิดหน้าที่ควรจะเต็มไปด้วยตัวหนังสือ แต่สิ่งที่มีคือเส้นขีดเล่นยุ่งเหยิงรูปการ์ตูนหัวโต ๆ บ้าง ลายเซ็นชื่อเล่นตัวเองบ้างกระจัดกระจายเต็มไปหมด
แววตาเบื่อหน่ายฉายชัดคิ้วขมวดเข้าหากันราวกับพยายามใช้สมาธิสุดชีวิต แต่ในหัวกลับว่างเปล่าเหมือนเสียงอาจารย์ที่พูดหน้าห้องกลายเป็นภาษาต่างดาวที่จับใจความไม่ได้
“โอโห…โหดสัส เรียนอะไรนักหนาวะเนี่ย กูฟังยังกับเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา”
พออาจารย์บอกเลิกคาบคริสก็แทบจะทิ้งตัวลงกับโต๊ะก่อนเอนหลังถอนหายใจยาวเหมือนหมดแรงใช้ชีวิต ตั้มที่เห็นว่าคริสเข้าเรียนวันแรกจึงเข้ามานั่งเป็นเพื่อน ตั้มนั่งข้าง ๆ เห็นท่าทางเพื่อนก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่
“เฮ้ย ไอ้เพื่อนรักโอเคเปล่าวะ ฮ่า ๆ หน้าบื้อเป็นควายเลยนะมึง” ตั้มพูดพลางหัวเราะก๊ากพร้อมยกมือตบไหล่คริสแรง ๆ จนหัวแทบโงนไปข้างหน้า
คริสสะดุ้งหันไปทำหน้าเซ็งสุดขีดดวงตาล้า ๆ มองค้อนนิด ๆ แต่ก็ไม่อ้าปากเถียงให้เสียแรงแค่ลุกขึ้นยกกระเป๋าขึ้นไหล่แล้วลากเท้าออกจากห้องไปด้วยท่าทางหมดอาลัยตั้มเลยรีบวิ่งตามมากอดคอไว้
“ไปดิ ๆ กินไรกัน กูหิวแล้ว” ตั้มยิ้มแฉ่งเหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยต่างกับคริสที่ทั้งเหนื่อยทั้งหิวจนหน้าบูดเป็นตูดลิง
สองคนเดินลงบันไดตึกพร้อมกันคริสเอามือซุกกระเป๋ากางเกงถอนหายใจเฮือกใหญ่
ตากวาดมองไปยังโรงอาหารที่คนแน่นขนัดเสียงดังอึกทึกพล่านไปหมดสีหน้าคริสยิ่งบูดเบี้ยวกว่าเดิม
“เหอะ…ร้านอาหารของโรงอาหารแม่งก็คนเยอะอาหารก็ไม่ถูกปากจะไปแย่งกันกินทำไมให้เสียเวลากูไปกินร้านดี ๆ ข้างนอกกับหมอดีกว่า”
ดวงตาเขามีประกายแวววับขึ้นมานิด ๆ เหมือนคิดอะไรบางอย่างได้ทว่าปากยังทำเป็นนิ่งเฉยไม่หลุดพูดออกมาให้ตั้มรู้ว่าคิดถึงใครอยู่ในหัวตลอดเวลา…
คริสแทบจะไม่สนใจเสียงตะโกนของตั้มด้วยซ้ำเพราะทันทีที่ดวงตาเขาประสานเข้ากับสายตาของหมอชล ทุกอย่างรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งไป
ร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์สีขาวสะอาดยืนกอดอกพิงเสาตึกเรียนอย่างไม่รีบร้อน ท่าทีสงบเยือกเย็นของหมอชลเหมือนกำแพงหนา ๆ ที่มองไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ แต่ดวงตาคมเข้มคู่เดิมนั้น…จับจ้องตรงมาไม่วางตาคล้ายคนที่รอคอยโดยเฉพาะ
“หมอ!” คริสเรียกออกมาเสียงดังโดยไม่รู้ตัวร่างของเขารีบสาวเท้าออกไปทันทีปล่อยให้ตั้มที่ยืนงงอยู่ด้านหลังเดินตามไม่ทัน
เมื่อเข้ามาใกล้พอจนเห็นแววตาของอีกฝ่ายชัดคริสก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์แอบเอียงคอเล็กน้อย
“มาหาผมเหรอครับ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหยอกเล่นเหมือนทุกครั้ง
หมอชลไม่ได้ตอบในทันทีเพียงแต่เลื่อนสายตามองต่ำลงมาที่คนตรงหน้า แววตาเรียบนิ่ง แต่ลึก ๆ แอบมีประกายไม่พอใจซ่อนอยู่
“แหม…แหย่เมียเก่งจริงนะมึง” เสียงตั้มดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง คริสชะงักหัวใจตกวูบไปชั่วขณะใบหน้าที่เคยยิ้มแหยขึ้นนิด ๆ ดวงตาเลื่อนหลบอย่างเก้อเขิน
หมอชลขมวดคิ้วทันทีหันไปมองตั้มด้วยสายตาคมกริบสีหน้าเงียบขรึม สงสัยปนไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพูดแบบนั้นก่อนจะตวัดสายตากลับมาที่คริสราวกับรอคำอธิบายบางอย่าง
แค่เสี้ยววินาทีนั้นคริสก็รู้ว่าตัวเองคงไม่รอดแน่ถ้าหมอชลซักถามต่อ เขาจึงรีบเปลี่ยนเรื่องแทบจะทันที
“หิววะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ” เอื้อมมือคว้าแขนหมอชลแล้วออกแรงดึงเดินนำออกไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครพูดอะไรเพิ่ม
ปลายนิ้วที่สัมผัสแขนผ่านเสื้อกาวน์ขาวรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดเล็ก ๆ ของหมอชล แต่คริสก็ทำเป็นไม่สนใจกดมุมปากยิ้มเหมือนคนที่กำลังหลบเลี่ยงส่วนด้านหลังตั้มยืนทำหน้ามึนงงจนได้แต่เบ้ปากใส่
“กูพูดผิดอะไรอีกวะ…” ตั้มพึมพำกับตัวเองก่อนจะต้องรีบวิ่งตามเพื่อนทั้งสองที่เดินนำไป
คริสเดินลากเก้าอี้มุมโต๊ะอย่างสบายใจจัดของบนโต๊ะจนเต็มไปด้วยอาหารหลากหลายตามสไตล์สายเปย์ของเขาแต่ก็แอบมองไปที่บัตรเครดิตบนโต๊ะ หมอชลมองด้วยสายตาเรียบเฉยแล้วค่อยยื่นให้เขาจ่าย คริสก็กดชำระไปอย่างราบรื่นแต่ใจเต้นตุบ ๆ เพราะรู้ว่ากำลังใช้บัตรของอีกฝ่ายอยู่ ตั้งแต่เกิดมาคริสไม่เคยใช้บัตรของใครมาก่อน ปกติจะเป็นเปย์คู่ของตัวเองทั้งนั้น
“เอ่อ เดี๋ยวผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เสียงเรียบของหมอชลทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงชั่วขณะก่อนที่เขาจะลุกขึ้นเดินออกไป
“เฮ้ย ไอ้ตั้ม มึงอย่าพูดว่าหมอชลเป็นเมียกูอีกนะเว้ย” คริสรีบโน้มตัวไปหาตั้มแอบกระซิบเสียงต่ำจนแทบไม่มีคนอื่นได้ยิน
“อ้าว ก็จริงไม่ใช่เหรอ” ตั้มทำหน้าเหวอเล็กน้อยคริสกัดฟันเบา ๆ หยิกแก้มตัวเองเผื่อจะตั้งสติ
“หมอเขาไม่ชอบเว้ย กูไม่อยากให้เขาอึดอัด เข้าใจยัง” เสียงเขาอึดอัดปนเร่งรีบ ตั้มพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็ไม่กล้าทำตัวเกเรต่อ
เมื่อหมอชลกลับมาที่โต๊ บรรยากาศกลับมาปกติ คริสยิ้มบาง ๆ พยายามทำตัวเรียบร้อย คอยตักอาหารให้หมอชลทุกคำ มือสั่นเล็กน้อยเพราะยังเขินอยู่แววตาช่างสังเกตของหมอชลเลื่อนมาที่เขา แต่ก็ไม่พูดอะไรเพียงเหลือบตามองด้วยแววตาเรียบ ๆ ที่แฝงความเข้ม
ตั้มมองเพื่อนทำตัวประหลาดไปทั้งมื้อก็ทำหน้าล้อ ๆ เงียบ ๆ ไม่กล้าหยอกมากนักเพราะบรรยากาศโต๊ะเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
แต่สิ่งที่คริสกลัวที่สุดเกิดขึ้นหลังจากนั้นเพราะที่โรงพยาบาลหลังจากหมอชลเข้าเวรเสียงซุบซิบนั้นลอยมาตามทางเดิน คริสบังเอิญได้ยินกลุ่มคนคุยกันด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“เฮ้ย ได้ข่าวปะคริสคาสโนว่าตัวพ่อเจ้าของผับดังได้กินหมอชลสุดหน้าหวานเข้าแล้วนะเว้ย” ร่างของคริสแข็งทื่อใบหน้าแดงซ่านเขารู้สึกทั้งอายทั้งกังวล แต่สิ่งที่สะเทือนใจที่สุดคือตามมาไม่ทันความคิด
หมอชลที่ได้ยินเสียงนั้นเช่นกันแววตาเรียบสงบที่เคยไม่สะทกสะท้านเริ่มแฝงความสับสนเล็ก ๆ ขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ ดวงตาคมสังเกตทุกความเคลื่อนไหวของคริส แต่ก็ยังไม่เอ่ยถามอะไร ใบหน้าเรียบ ๆ แฝงความคิดลึกลับที่คริสไม่อาจอ่านออก
คริสตัวเกร็งอยู่ข้างนอก รู้สึกเหมือนโลกเล็ก ๆ ของเขาเพิ่งสั่นไหวแต่ก็ไม่รู้ว่าหมอชลจะคิดอะไรอยู่ภายในใจของเขาเอง
สีหน้าเขินอายปนกังวลริมฝีปากเม้มแน่นมือกุมถุงอาหารไว้แน่นดวงตาสอดส่องไปยังหมอชลตลอดเวลา แม้จะพยายามทำตัวนิ่งแต่หัวใจกลับเต้นแรงทุกครั้งที่สายตาอีกฝ่ายเลื่อนมามองที่เขา
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความไม่แน่ใจ แม้ทุกอย่างดูปกติแต่ภายในหัวใจของคริสและหมอชล…กลับเต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่มีใครตอบ
ผ่านไปสามอาทิตย์หลังจากคืนดีกันชีวิตคู่ของหมอชลกับคริสก็ยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นเหมือนเดิมทั้งเสียงหัวเราะในทุกเช้า การงอนง้อเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กลายเป็นเรื่องน่ารักประจำวันและการใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนกลายเป็นความเคยชินที่แสนหวานเช้าวันนี้เป็นวันหยุดยาวที่ทั้งสองคนรอคอยหมอชลลางานไว้ล่วงหน้าเพื่อพาคริสไปเที่ยวพักผ่อนที่ภูเก็ต ทริปนี้เขาตั้งใจจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่จองตั๋วที่พักจนถึงร้านอาหารที่อีกฝ่ายเคยพูดว่าอยากลองบรรยากาศในสนามบินตอนเช้ายังคึกคักผู้คนเดินขวักไขว่ เสียงประกาศจากลำโพงดังเป็นระยะ ๆ สลับกับเสียงพูดคุยของนักท่องเที่ยวที่ต่างถือกระเป๋าเดินทางคนละใบคริสยืนรออยู่หน้าประตูเช็กอินในชุดลำลองสบาย ๆ เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวผ้าฝ้าย ดวงตาเปล่งประกายเหมือนเด็กได้ไปเที่ยวครั้งแรกเขามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น ทุกอย่างดูน่าสนใจไปหมด“ไม่ได้ไปเที่ยวมานานแล้วนะเนี่ย” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว มือถือหมวกปีกกว้างที่เพิ่งซื้อมาใหม่หมาด ๆ แกว่งไปมาเบา ๆ ตามจังหวะความตื่นเต้นระหว่างที่รอเขาก็เหลียวซ้ายแลขวามองหาของกินเพราะเสียงท้องร้องเริ่มดังแข่งกับเสียงประก
สวบ!!!“อ๊ะ อ๊ะ อื้อ” คริสครางออกมาขณะที่ค่อยๆ กดปากทางของเขาสอดรับความแข็งขืนของหมอชล"อาส์ แน่นจัง..." หมอชลครางยาว กลั้นความอยากที่จะกระแทกสวนขึ้นรับการกดลงลของคริส สองมือของหมอชลจับเอวคริสแน่น“ขอบคุณครับที่รัก” หมอชลเอ่ยขอบคุณคริสอย่างจริงใจ ในขณะที่หมอชลคิดว่าคริสจะทำสิ่งที่เขาต้องการตั้งแต่แรก แต่เมื่อครู่คริสกลับเลือกทำอีกอย่าง"อ่า... อ๊ะ...อื้อ " คริสครางแทนคำตอบ เขากดรับความแข็งขืนเข้าไปจนสุด นั่งนิ่งชั่วครู่เพื่อปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงช้าๆใบหน้าของคริสในตอนนี้ช่างเย้ายวน แก้มแดงระเรื่อด้วยความเร่าร้อน ริมฝีปากเผยอ ดวงตาเยิ้มหวาน หมอชลมองคริสที่ขยับตัวอยู่เหนือร่างยิ่งน่ารักน่าหลงไหลจนหมอชลอดไม่ไหวที่จะชมออกมา"คริส สวยมาก" หมอชลพึมพำ มือลูบไล้จากเอวไปยังหน้าอกของคริส"อ๊ะ อ๊ะ อาส์..." คริสขยับสะโพกเร็วขึ้น แรงขึ้น จนความรู้สึกอ่อนไหวเริ่มเอ่อล้นหมอชลไม่สามารถทนต่อความอยากที่ต้องการกระแทกสวนขึ้นไปได้ เขาจับเอวของคริสแน่น ก่อนจะกระแทกสวนสะโพกขึ้นรับจังหวะ แรงและเร็วยิ่งขึ้น คริสเหมือนจะโกรธที่หมอชลแย่งการควบคุม แต่ความรู้สึกดีเกินกว่าจะต่อต้าน ยิ่งหมอชลกระแทกต
เช้าในครัวของคอนโดห้องเดิมที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ วันนี้กลับเงียบสงบมีเพียงเสียงขยับมีดกระทบเขียงดังเบา ๆ เป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอคริสในเสื้อยืดตัวหลวมจนไหล่ตกข้างหนึ่งกับกางเกงขาสั้นที่ใส่จนยับเดินง่วนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องสูตรอาหารในมือถือสลับกับก้มมองแฮมตรงหน้าเหมือนเด็กกำลังตั้งใจทำการบ้านที่ไม่ถนัดนัก“ใส่เกลือ...นิดนึง แล้วก็หั่นแฮม...” เขาพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพยายาม เขาอยากลองมีโมเมนต์แบบที่เห็นในซีรีส์ทำอาหารเช้าให้แฟนตื่นมาเห็นก่อนออกไปทำงาน มันดูเรียบง่ายแต่อบอุ่นเหลือเกินมือข้างหนึ่งจับมีดอีกข้างคอยหมุนมือถือดูสูตรแต่เพราะสายตาไม่อยู่กับของตรงหน้า จังหวะต่อมาจึงได้ยินเสียงเฉาะพร้อมความแสบวาบที่ปลายนิ้ว“เฮ้ย!” คริสร้องลั่นดึงมือนั้นขึ้นมาดูเลือดซึมออกจากรอยบาดเป็นเส้นบาง ๆ สีแดงสด เขารีบวิ่งไปเปิดน้ำล้างแผลทันทีน้ำเย็นจัดกระทบเนื้อสด ๆ จนเขาสูดปาก“โธ่...ซวยฉิบหาย! แค่จะทำอาหารเช้าให้สักมื้อ ยังพังเลย” ดวงตาเขาไหววูบด้วยความผิดหวังปนหงุดหงิดมุมปากเบะน้อย ๆ เหมือนเด็กโดนดุทั้งที่ตั้งใจดีเสียงเปิดประตูจากห้องนอนดังขึ้นเบา ๆ หมอชลในเสื
บ่ายแก่ ๆ แสงอาทิตย์สีทองเริ่มอ่อนแรงแสงลอดผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเรียงรายหน้าอาคารของโรงพยาบาลส่องต้องพื้นจนเกิดเงาทอดยาวคริสในชุดลำลองง่าย ๆ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีดยืนพิงกำแพงข้างประตูทางออก มือหนึ่งถือโทรศัพท์อีกมือซุกกระเป๋ากางเกงไว้คล้ายคนที่พยายามไม่ให้ตัวเองดูใจร้อนปลายนิ้วกดเช็กเวลาในหน้าจอทุก ๆ สองนาทีทั้งที่รู้ดีว่าหมอหมอชลยังไม่ถึงเวลาออกเวรเสียด้วยซ้ำ แต่หัวใจกลับเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ความรู้สึกตื่นเต้นแบบคนรอใครสักคนที่สำคัญเต็มไปหมดในแววตาสายลมอ่อนพัดผ่านปลายผมของเขาให้ไหวเบา ๆ ดวงตาคมทอดมองประตูอัตโนมัติที่เปิดปิดอยู่เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน เขาจะเงยหน้าขึ้นมองแทบทุกครั้ง เหมือนหวังว่าครั้งต่อไปที่บานประตูเลื่อนออกจะปรากฏร่างคุ้นตาของใครคนนั้นริมฝีปากคลี่ยิ้มบางโดยไม่รู้ตัวแววตาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอคอย มันเป็นภาพเรียบง่ายของคนที่อยู่ในช่วงความรักอิ่มตัวไม่ต้องหวือหวาแค่ได้เจออีกคนก็เพียงพอแล้วระหว่างที่กำลังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูเวลาอีกครั้ง จู่ ๆ ก็มีแรงชนจากด้านข้าง คริสเซไปเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจ“อ้าว ขอโทษครับ” เสีย
ช่วงชีวิตหลังแต่งงาน แสงแดดยามสายค่อย ๆ สาดลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องนั่งเล่น เสียงนกร้องแผ่วเบาอยู่ข้างนอกทำให้บรรยากาศในบ้านเช้าวันนี้เงียบสงบและอบอุ่นเป็นพิเศษคริสยืนพิงประตูห้องครัวในสภาพชุดนอนขาสั้นเสื้อยืดตัวโคร่งที่หลวมจนไหล่หล่นไปข้างหนึ่งผมยุ่งนิด ๆ จากการเพิ่งตื่น ใบหน้าขาวซีดมีร่องรอยความง่วงปรากฏชัด ดวงตาปรือราวกับคนที่ฝืนตื่นมาเพราะรอใครบางคนเขากอดอกมองร่างสูงที่เพิ่งเดินเข้ามาในคอนโดหมอชลในชุดทำงานของโรงพยาบาล เสื้อกาวน์ถูกพาดไว้บนแขนใบหน้ายังดูมีความเหนื่อยล้าหลงเหลืออยู่แต่ดวงตากลับอบอุ่นทุกครั้งที่มองคริส“ทำงานเหนื่อยไหมอะ...” คริสพูดเสียงงัวเงียคล้ายคนยังอยู่ในโลกกึ่งหลับกึ่งตื่นหมอชลหันมามองดวงตาคมที่มักดูดุในยามปกติกลับอ่อนลง เขาเดินเข้ามาใกล้ ลูบหัวคนง่วงเบา ๆ อย่างเอ็นดู“ไปนอนต่อเถอะ วันนี้ไม่มีธุระที่ไหนไม่ใช่เหรอ”คริสเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาครึ่งปิดครึ่งเปิดพยักหน้าช้า ๆ ก่อนยกตัวปลายเท้าขึ้นหอมแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ แบบคนขี้อ้อน กลิ่นสบู่จาง ๆ บนตัวหมอชลแตะจมูกจนรู้สึกผ่อนคลาย“งั้น...ไปนอนก่อนนะ” เขาพูดงึมงำแล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องไปอย่างช้า ๆ ผ้าพันคอเส
ซุ้มดอกไม้สีขาวนวลประดับประดาอยู่รอบ ๆ สถานที่จนกลายเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันสำคัญที่สุดในชีวิตของคริสแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดส่องลงมาทำให้ใบหน้าของเขาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นและตื้นตัน ใจเต้นแรงกับภาพตรงหน้าที่เกิดขึ้นจริงเขายืนตัวตรงยิ้มบาง ๆ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งตื้นตันดีใจและความประหม่าเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ตั้มและวินยืนอยู่ข้าง ๆ กอดคอเพื่อนพร้อมหัวเราะล้อคำพูดของตั้มยังดังก้องในหูคริส“ไม่คิดว่าคริสจะได้แต่งงาน เพราะเป็นคนควงไปเรื่อยมาตลอด” คริสได้แต่หัวเราะรับ แบบเขิน ๆ ทั้งความอายและความสุขปะปนกัน รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆบรรยากาศรอบ ๆ เต็มไปด้วยความสุขเสียงเชียร์และคำแสดงความยินดีดังขึ้นจากเพื่อน ๆ และญาติผู้ใหญ่ทุกคน ทุกสายตาจับจ้องมาที่คู่รักตรงหน้า แสงแดดที่สาดส่องมากระทบดอกไม้กับใบหน้าทำให้ช่วงเวลานี้ดูอบอุ่นและเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำคริสหันไปมองชลที่ยืนรอยยิ้มอบอุ่นอยู่ข้างหน้าท่าทางสงบและมั่นคงของชลทำให้หัวใจเขาสั่นระรัว แม้สายตาจะเต็มไปด้วยความรักแต่ก็มีความสุขและความอบอุ่นที่ปลอดภัยอยู่ในนั้น ชลมองคริส







![รรร...ก็แค่ตกกระไดพลอยโจน [mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)