นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้

นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้

last updateآخر تحديث : 2025-03-02
بواسطة:  สินปาمستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
26فصول
1.2Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

หนึ่งพญางูยักษ์เกล็ดสีดำสนิทตัดกับดวงตาสีแดงเพลิงราวกับสีของทับทิมสยามอายุนับพันปีดุที่สุดในบรรดาอุรคทั้งสี่ทิศ ผู้ปกปักษ์ผืนพนาต้องห้ามติดกับเขตอุทยานแห่งชาติพนาดรทิศใต้ หนึ่งมนุษย์ที่เพิ่งผ่านพ้นเบญจเพสมาเพียงไม่กี่วัน ชื่นชอบการเดินป่าเก็บตราอุทยานแห่งชาติถูกสับเปลี่ยนเป็นเครื่องเซ่นสังเวยแทนชาวบ้านเผ่าชะนอที่ถูกเลือก หมู่บ้านชาติพันธ์ขนาดใหญ่ที่หลีกเร้นตัวอยู่ภายในผืนป่าต้องห้ามมานับร้อยปีเพียงเพราะหลงป่าแต่กลับมีชะตาตกฟากเดียวกัน โศกนาฏกรรมสัมพันธ์ในอดีตชาติเกี่ยวโยงชักนำให้คนทั้งสองหวนกลับมาเจอกันในฐานะคนแปลกหน้า ปริศนากลิ่นหอมของดอกราชาวดีบนเรือนกายชลทิตย์ที่มีเพียงนิลคีรีเท่านั้นที่สัมผัสได้ราวกับเคยสลักลึกในห้วงจิตวิญญาณ “กลิ่นหอมนี้กำลังล่อลวงข้าให้ลุ่มหลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเจ้ารู้ตัวรู้ไม่ ทำไมถึงเย้ายวนถึงเพียงนี้นะเครื่องเซ่นสังเวยของข้า”

عرض المزيد

الفصل الأول

อารัมภบท

ขึ้นชื่อว่า ‘ป่า’ ล้วนมีอันตรายซุกซ่อนอยู่โดยเฉพาะเรื่องความอาถรรพ์และสิ่งลี้ลับที่น่าขนลุกเกินกว่าจะจิตนาการได้ ยิ่งสมบูรณ์มากเท่าไหร่เชื่อกันว่าผู้ปกปักษ์ผืนป่าแห่งนั้นยิ่งน่ากลัว จึงเป็นสาเหตุให้บางที่พื้นยากเกินความสามารถมนุษย์จะเข้าไปสำรวจเฉกเช่นพนาทั้งสี่ทิศที่โอบล้อมอยู่ภายนอกเขตอุทยานแห่งชาติพนาดร

หากใครเคยลองไปเยี่ยมชมครบทั้งสี่ทิศต้องห้ามพิศเพียงแค่ภายนอกจะพบว่าพืชพันธุ์ของผืนป่าทั้งสี่ไม่มีความคล้ายคลึงกันแม้เพียงนิดรวมไปถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์ จึงเป็นเหตุให้ทางหน่วยงานของรัฐภายใต้สังกัดของกรมป่าไม้เกิดความสนใจอยากทำการศึกษาวิจัยเผื่อค้นพบพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลกก่อนจะรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเรื่องอัตราการเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมนั้นๆต่อไป

ไม่ใช่ว่าไม่เคยส่งทีมนักสำรวจเข้าไปแต่ทุกครั้งช่วงทำพิธีเซ่นไหว้ด้วยของสดเพื่อเปิดป่ากลับพบว่า ‘ป่าปิด’ ไม่ยินยอมให้ผู้ใดย่างกรายเข้าไปหรือเป็นเพราะว่าจริงๆแล้วของไหว้ทำพิธีนั้นยังไม่ตรงตามความต้องการก็ไม่อาจทราบได้ ในคราแรกเมื่อประมาณสักห้าสิบปีที่แล้วเหล่าคนเมืองผู้ไม่มีความเชื่อเรื่องพิธีกรรมเติบโตมากับวิทยาศาสตร์พวกหลักการและเหตุผลมาทั้งชีวิตมองว่าเป็นเรื่องที่งมงายไร้สาระ

“ความเชื่ออะไรไร้สาระฉิบหายกูบอกแล้ว”

“เออแม่งกูไม่เห็นประตูสักบานเอาอะไรมาปิดวะ”

“งมงายว่ะก็แค่เดินเข้าไป”

เมื่อมีคนเปิดก็ย่อมมีคนตามในหัวข้อการสนทนานี้พอพูดจบบ้างก็พากันหัวเราะลั่นบางคนพอมีมารยาทหน่อยก็กลั้นไว้จนไหล่สั่นเบาๆ

“หากพวกคุณไม่เชื่อก็แล้วกันไปแต่อย่านำมาพูดล้อเล่นสนุกปากเช่นนี้เลยครับ”

พรานจักรถูกว่าจ้างให้นำทีมนักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการเพื่อนำทางเข้าไปด้วยค่าจ้างที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากไม่มีใครกล้ารับแม้กระทั่งผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าหรือว่าเป็นพรานป่ามากประสบการณ์เพราะก่อนหน้านั้นมีเรื่องเล่าขานตั้งแต่รุ่นปู่ย่า เคยมีพรานหนุ่มฝ่าฝืนเข้าไปล่าสัตว์ในป่านิลคีรีโดยที่ผู้ปกปักษ์ไม่ยินยอมให้ก้าวล้ำและหายตัวไปถึงเจ็ดวันหลังจากนั้นผู้เป็นแม่ได้ฝันเห็นลูกชายมายืนร้องไห้ในความมืดบอกว่าปวดท้องอยู่หน้าบ้านเสียงสะอื้นสั่นหวาดกลัวทั้งลุกลี้ลุกลนพร้อมกับการคำรามของสัตว์ใหญ่ที่น่าเกรงขามดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“แม่จ๋าพาฉันไปหาหมอหน่อยทรมานเหลือเกินปวดไปหมด”

“ขึ้นบ้านมาก่อนสิลูกแม่จะได้ให้พ่อดู”

“ฉันมาได้แป๊บเดียวเขาไม่ยอม ฮึก อยู่นิลคีรีแม่จ๋าพาฉันกลับบ้านนะ อ๊าก ผิดไปแล้ว ฉันขอโทษ ไม่หนีแล้ว ยะ อย่า”

เสียงครวญโหยหวนเจ็บปวดสะท้อนความสิ้นหวังของลูกชายตรึงลึกในความรู้สึกของผู้เป็นแม่ที่วิ่งลงบันไดบ้านไปช่วยลูกที่กำลังถูกตัวอะไรบางอย่างกัดฝังคมเขี้ยวเข้าที่เอวแล้วกระชากร่างหายไปท่ามกลางความมืดมิด เสียงกรีดร้องของผู้เป็นภรรยาปลุกให้สามีตื่นขึ้นมาพบว่าเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากกว่ายี่สิบปีที่นอนข้างกันกำลังละเมอไขว่ขว้าอากาศร่ำไห้ปานจะขาดใจปากพร่ำเรียกแต่ชื่อของลูกชาย จึงเขย่าปลุกให้รู้สึกตัวสะดุ้งเฮือกพร้อมคราบน้ำตาที่เปียกปอนทั้งดวงหน้าที่มีริ้วรอยแห่งกาลเวลาไปตามวัย

ม่านน้ำตาทำให้ภาพพร่าเบลอแต่ก็รีบผุดลุกทันทีทำให้หน้ามืดสามีค่อยๆช่วยประคองคนที่ยังสะอื้นไห้ขึ้นมาถามไถ่จึงเล่าให้ฟังเมื่อประคองสติได้ ลางสังหรณ์ที่เกิดจากความฝันกำลังบอกพวกเขาว่าลูกชายเพียงคนเดียวกำลังพบเจอกับอันตรายถึงชีวิตจึงตกลงกันว่าย่ำรุ่งจะพากันไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านแม้ร้อนใจมากเพียงใดแต่ยังไปกันไม่ได้อยู่ดีเพราะตอนนี้เป็นเวลาตีสองถึงจะข่มตาหลับไม่ได้แล้วก็ตาม

ยามเส้นขอบฟ้าเริ่มทอแสงเลือนลางก็รีบเดินทางไปหาผู้ใหญ่บ้านที่ห่างกันไม่มากนักราวหนึ่งกิโลเมตรได้หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวก็เกณฑ์พวกชาวบ้านมุ่งหน้าไปตามหายังผืนพนาต้องห้ามทางทิศใต้ไกลจากหมู่บ้านสิบกิโลเมตร พร้อมทั้งคิดว่าจะเข้าไปตามหาด้านในได้อย่างไรกลุ่มคนทั้งหมดจึงปรึกษากันตลอดทางเหมือนกับการโต้วาทีที่มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ความกังวลยิ่งฉายชัด

จนเมื่อเลี้ยวเข้าแค่ปากทางกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนคลื่นเหียนต้องดึงคอเสื้อขึ้นปิดทั้งจมูกปากราวกับมีสัตว์ใหญ่ตายอยู่บริเวณนั้นมาหลายวันแล้วก็พากันใจคอไม่ดี ยังไม่ทันลงจากรถกระบะสายตาคนทั้งหมดก็ปะทะต้นตอของกลิ่นทันทีที่เขตแนวกั้นของป่าจากฝูงแมลงวันหัวเขียวจำนวนมหาศาลบินตอมจนเกิดเสียงหึ่งชัด

แม้ด้านนอกแสงจากดวงอาทิตย์เริ่มสว่างมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวได้รำไรแล้วแต่ไม่ใช่กับที่นี่เงาต้นไม้ใหญ่จากป่าฝั่งนิลคีรียังทาบทับทะมึนมืดดั่งภูตผีกำลังกวักเพรียก รวมกับหมอกที่ยังปกคลุมดูน่ากลัวราวกับคนละโลกแต่ใจคนเป็นแม่หาได้กลัวสิ่งอื่นใดอีกรีบวิ่งลงจากรถทันที เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับร่างหญิงวัยกลางคนทรุดตัวลงร่ำให้ราวกับคนเสียสติ

ตรงหน้าเพียงไม่กี่ก้าวพบศพผู้ชายบวมอืดสภาพปริแตกน่าสะอิดสะเอียนจดจำไม่ได้ว่าเป็นใครถูกกัดทึ้งด้วยคมเขี้ยวขนาดใหญ่เข้าที่กลางลำตัวจนขาดออกสองท่อน ดวงตาทั้งสองกระเด็นหลุดออกจากเบ้าปากอ้ากว้างมีเลือดที่กระจุกแห้งเป็นก้อนอยู่ภายใน

ทั้งร่องรอยสะบัดขย้ำซ้ำจนเครื่องในไหลกองทะลักรวมถึงเศษเนื้อกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ เลือดที่แห้งกรังจนดำเป็นทางยาวมีรอยลากออกมาจากด้านในตลอดทางมีเศษซากติดไปตามต้นไม้ใบหญ้าราวอนุสรณ์ย้ำเตือนส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แม้ศพจะไม่เหลือสภาพเดิมแต่ทั้งพ่อและแม่ก็จำชุดที่ลูกชายสวมใส่ตอนออกจากบ้านว่าจะมาล่าสัตว์ในป่านี้ได้แม้จะขาดวิ่นก็ตาม

ซึ่งนี่ไม่ใช่ศพสุดท้ายเพราะหลังจากนั้นก่อนประกาศเป็นเขตหวงห้ามเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นก็ยังมีพรานป่าอีกหลายคนที่อยากอวดอุตริคิดว่าตนเก่งมีวิชาแก่กล้ามากพอจึงเข้าไปล่ากลายเป็นผู้ถูกล่าจนกลายเศษเนื้อไร้ลมหายใจเสียเอง

ในฐานะพรานป่ารุ่นหลังล้วนเคร่งครัดจำเป็นต้องตักเตือนแต่ครั้งนี้คงทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างเคร่งเครียดไปมาทั้งกำลังถูกความหวาดกลัวบีบรัดจิตใจจนแทบหายใจไม่ออก เรื่องอาถรรพ์ผืนป่าต้องห้ามไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันได้หากไม่ใช่เพราะว่าต้องใช้เงินรักษาลูกสาวที่ป่วยโรคลิ้นหัวใจรั่วคงไม่รับงานนี้แน่นอน หรือควรปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตากันนะเขากลัวเหลือเกินว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้

กลุ่มนักสำรวจสิบคนกับพรานจักรพากันเดินเข้าไปข้างในและขาดการติดต่อนานถึงครึ่งเดือนจนวันหนึ่งอยู่ๆพรานผู้นำทางวิ่งล้มลุกคลุกคลานออกมาพูดจาไม่รู้ความ ผมเผ้ายุ่งเหยิงรุงรังตามเนื้อตามตัวไม่เว้นกระทั่งใบหน้าเต็มไปด้วยรอยบาดขีดข่วนเป็นแผลลึกทั้งเศษจากพวกกิ่งไม้ยังปักคา เลือดที่เคยไหลอาบเหลือเพียงร่องรอยแห้งกรังเกาะผิวหลังจากพาตัวไปรักษาทางการแพทย์เรื่องขาดสารอาหารอย่างรุนแรงระหว่างนั้นมีอาการเพ้อเผลอทำร้ายตัวเองจนต้องมัดติดกับที่กั้นเตียง พอออกจากโรงพยาบาลก็กลับมาทำพิธีเรียกขวัญตามความเชื่อโบราณจึงฟื้นคืนสติได้แม้ไม่เต็มร้อยก็ตาม

เมื่อเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตฝืนสำรวจพงไพรต้องห้ามกลับกลายเป็นว่าทีมกู้ภัยต้องเดินทางเข้ามาทำพิธีขอขมาผู้ปกปักษ์นิลคีรีโดยแลกกับสัตย์สาบานและเลือดจากกาย ปริมาณเท่ากับแก้วเป๊กเป็นเครื่องเซ่นบูชาเพื่อเข้าไปค้นหาผู้สูญหายเท่านั้นไม่ได้มาล่วงเกินใดๆ หากถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าต้องใช้อะไรคงตอบไม่ได้เพียงแค่อยู่ๆก็เกิดนิมิตรเป็นมโนภาพขึ้นในหัวของทุกคนในทีมค้นหาเมื่อถึงปากทางทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัตตัง

เพียง 3 ชั่วโมงก็พบแล้วถึง 4 ศพ ในสภาพโดนพวกสัตว์ป่ากัดทึ้งเละเทะกระจัดกระจายเลือดสีแดงฉานที่เปลี่ยนเป็นสีดำแห้งติดไปตามต้นไม้ใบหญ้าส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง จดจำไม่ได้ว่าใครเป็นใครมีเพียงเสื้อผ้าที่สวมใส่เท่านั้นเป็นเครื่องยืนยันอัตลักษณ์เบื้องต้นก่อนส่งไปแผนกนิติเวชเพื่อใช้ผลยืนยันทางนิติวิทยาศาสตร์คอนเฟิร์มอีกครั้งและอีก 6 ศพ ในสองชั่วโมงต่อมาสภาพที่ไม่ต่างกันจากอีกสองทีมที่แยกกันค้นหา

หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ประมาณนี้เกิดขึ้นอีกสามครั้งแต่คนละพื้นที่ทางหน่วยงานจึงยกเลิกภารกิจสำรวจไม่ส่งทีมไหนเข้ามาอีกเลยรับรู้แค่เพียงว่ารุธิระสิงขร นิลคีรี อารัญไศล และภูศิขรินทร์ เป็นเพียงผืนป่าต้องห้ามสี่ทิศที่อุดมสมบูรณ์ล้อมอุทยานแห่งชาติพนาดรที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเดินป่าชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิดพร้อมลานกางเต้นท์ปีละหนึ่งครั้ง โดยมีกฎเหล็กที่ต้องรู้คือห้ามเดินฝ่าแนวกั้นที่ทำไว้เด็ดขาดหากอยากมีชีวิตรอดกลับออกไปแบบมีลมหายใจ

ทั้งที่มีข้อห้ามชัดเจนแบบนั้นแต่ความอยากรู้อยากลองของมนุษย์ย่อมมีคนฝ่าฝืนเพียงคิดว่าแค่ลอดแนวกั้นยืนตรงนี้ไปไม่ไหนหรอกหรือแค่อยากถ่ายรูปโพสต์อวดในโซเชียลว่าครั้งหนึ่งก็เคยข้ามมาแล้วนะไม่เห็นจะตายอย่างเรื่องเล่าเลย

เสียงกรีดร้องท่ามกลางผืนป่าอันเงียบสงบกลับน่าแปลกที่ไม่มีใครนั้นได้ยินไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่อุทยานซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนักราวกับว่าไม่ต้องการให้ผู้ใดเข้ามาก้าวก่าย

พบอีกครั้งกลับกลายเป็นศพโดยที่ลำตัวส่วนบนอยู่ฝั่งอุทยานและลำตัวส่วนล่างพาดอยู่กับแนวกั้นฝั่งผืนป่าต้องห้ามในสภาพไร้ซึ่งการถูกทำร้ายทรัพย์สินทุกอย่างอยู่ครบแต่ดวงตากลับเบิกโพรง เลือดออกจากทวารทั้งเจ็ดจนเป็นที่โจษจันกันไปทั่วทำให้หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวที่มาทุกคนต่างรู้ดีว่าอย่าแม้แต่จะคิดเพียงนิดที่อยากละเมิด

หากมีใครสักคนได้รับการยอมรับจากฝืนป่าก็จะรู้ว่าด้านในกลับปรากฏหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ที่นั่นมาช้านานเป็นกลุ่มชนชาติพันธุ์ ครั้งหนึ่งเคยตกเป็นจำเลยสังคมว่าเป็นต้นเหตุของการเผาป่าทั้งที่จริงแล้วรอยไฟที่จุดเป็นเพียงแสงเล็กๆเพื่อกำจัดใบไม้ที่เริ่มทับถมกระตุ้นผิวหน้าดินเท่านั้น

ผู้ที่กระทำจริงๆคือกลุ่มผู้มีอิทธิพลสั่งการให้มือปืนไล่ฆ่าไม่สนแม้กระทั่งผู้หญิง คนแก่ หรือเด็กเล็กเพราะอยากกวาดล้างออกจากเส้นทางลำเลียงไม้เถื่อนและขนส่งยาเสพติดซึ่งใช้พรมแดนธรรมชาติตรงนี้เลี่ยงสายตาเจ้าหน้าที่บ้านเมืองพร้อมกับเผาทำลายหลักฐานเกิดเป็นกลุ่มไฟป่าลามลุกไหม้

จนมาเจอป่าใหญ่แห่งนี้ซึ่งผู้นำหมู่บ้านรุ่นแรกได้ทำข้อสัญญากับเจ้าอุรคแห่งผืนป่าแต่ละทิศที่ตนอยู่ว่าต้องจัดเครื่องเซ่นสังเวยให้ปีละหนึ่งครั้งเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมและสิ่งที่เอามาสังเวยต้องเป็นมนุษย์ตัวเป็นๆเท่านั้นเพียงหนึ่งคน

โดยเกณฑ์การเลือกในแต่ละปีจะให้แม่เฒ่าหรือพ่อเฒ่าผู้มีวิชาประจำหมู่บ้านประกอบพิธีกรรม ทำนายเลือกเหยื่อบูชายัญแน่นอนว่าทุกคนต่างภาวนาว่าในทุกๆปีนี้อย่าต้องเป็นตัวเอง

นิลคีรีพญางูใหญ่เจ้าแห่งป่าประจำทิศใต้ว่ากันว่าตัวสูงใหญ่กว่าต้นตาลมีเกล็ดสีดำมะเมื่อมดวงตาสีแดงเพลิงราวกับสีของทับทิมสยาม มีนิสัยเย่อหยิ่งเย็นชา และดุร้ายที่สุดในบรรดาผู้ปกปักษ์ทั้งสี่ทิศ ปรากฏตัวแค่ปีละหนึ่งครั้งที่ปากถ้ำในตอนมารับเครื่องเซ่นเท่านั้น

ชื่นชอบเสียงกรีดร้องที่น่าเวทนาจึงชอบเล่นสนุกกับความหวาดกลัวในใจมนุษย์แล้วค่อยจัดการเหยื่อตัวจ้อยทีหลัง แต่ไม่เคยมีใครเคยล่วงรู้ว่าเล่นแบบไหนหรือค่อยๆทรมานอย่างไร เพราะหลังจากที่มัดติดเสาด้านในปากถ้ำต่างก็รีบถอยออกมาก่อนที่เสียงทุกอย่างจะดังขึ้นอย่างน่าขนลุก

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
26 فصول
อารัมภบท
ขึ้นชื่อว่า ‘ป่า’ ล้วนมีอันตรายซุกซ่อนอยู่โดยเฉพาะเรื่องความอาถรรพ์และสิ่งลี้ลับที่น่าขนลุกเกินกว่าจะจิตนาการได้ ยิ่งสมบูรณ์มากเท่าไหร่เชื่อกันว่าผู้ปกปักษ์ผืนป่าแห่งนั้นยิ่งน่ากลัว จึงเป็นสาเหตุให้บางที่พื้นยากเกินความสามารถมนุษย์จะเข้าไปสำรวจเฉกเช่นพนาทั้งสี่ทิศที่โอบล้อมอยู่ภายนอกเขตอุทยานแห่งชาติพนาดรหากใครเคยลองไปเยี่ยมชมครบทั้งสี่ทิศต้องห้ามพิศเพียงแค่ภายนอกจะพบว่าพืชพันธุ์ของผืนป่าทั้งสี่ไม่มีความคล้ายคลึงกันแม้เพียงนิดรวมไปถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์ จึงเป็นเหตุให้ทางหน่วยงานของรัฐภายใต้สังกัดของกรมป่าไม้เกิดความสนใจอยากทำการศึกษาวิจัยเผื่อค้นพบพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลกก่อนจะรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเรื่องอัตราการเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมนั้นๆต่อไปไม่ใช่ว่าไม่เคยส่งทีมนักสำรวจเข้าไปแต่ทุกครั้งช่วงทำพิธีเซ่นไหว้ด้วยของสดเพื่อเปิดป่ากลับพบว่า ‘ป่าปิด’ ไม่ยินยอมให้ผู้ใดย่างกรายเข้าไปหรือเป็นเพราะว่าจริงๆแล้วของไหว้ทำพิธีนั้นยังไม่ตรงตามความต้องการก็ไม่อาจทราบได้ ในคราแรกเมื่อประมาณสักห้าสิบปีที่แล้วเหล่าคนเมืองผู้ไม่มีความเชื่อเรื่องพิธีกรรมเติบโตมากับวิทยาศาสตร์พวกหลักการแ
اقرأ المزيد
เผ่าชะนอ
‘ชะนอ’ เป็นกลุ่มชนเผ่าชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ภายในผืนพนาต้องห้ามนิลคีรีแนวเขตติดกับอุทยานแห่งชาติพนาดรฝั่งทิศใต้ ในอดีตเคยหลบลี้เหล่าพวกเดนมนุษย์ที่รุกไล่ฆ่ากวาดล้างเพราะต้องการตัดไม้พะยูงกับไม้ชิงชันในพื้นที่หมู่บ้าน ผู้นำเผ่า ณ ขณะนั้นจึงรีบพาลูกบ้านที่เหลือรอดกลุ่มใหญ่เร่งเดินเท้าหนีออกมาโดยอาศัยความชำนาญในพื้นที่เพื่อหลบเลี่ยงการปะทะซึ่งๆหน้าเพราะมีแต่เสียเปรียบโดยมีเหล่าบรรดาชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อถ่วงเวลายื้อไว้ให้นานที่สุดแม้อาวุธมีเพียงแค่อุปกรณ์หาของป่าและทำเกษตรกรรมก็ตามซึ่งมันไม่ได้สูญเปล่าเพราะได้มาเจอกับป่านิลคีรีในอีกสามวันถัดมายามอาทิตย์อัสดงเมื่อเหยียบย่างข้ามเขตลักษณะเป็นป่าดงดิบผสมป่าเบญจพรรณทุกคนล้วนมองหน้ากันเพราะต่างก็รู้สึกว่าเหมือนอยู่คนละมิติกับผืนป่าที่เคยอาศัย อีกหนึ่งความโชคดีคือคืนนี้ขึ้นสิบห้าค่ำทำให้แสงจันทร์เพ็ญกระจ่างส่องนำทางแทนการจุดคบไฟที่ทำให้ตกเป็นเป้าหมายของฝ่ายที่ตามล่าได้อยู่ๆสายลมรอบตัวที่เคยพัดอ่อนล้วนหยุดนิ่งทั่วทั้งพนาไร้เสียงเหล่าสรรพชีวิตน้อยใหญ่ เล่าขานต่อมาว่าพญางูยักษ์เกล็ดสีนิลสูงใหญ่กว่าต้นตาลชูคอปรากฏตัวขึ้นดักทา
اقرأ المزيد
ชลทิตย์แปลว่าทะเล
แสงแดดอ่อนส่องลอดผ่านใบไม้ที่กำลังขยับไหวเบาๆสร้างลวดลายสวยงามตกกระทบผ่านกระจกใสบานใหญ่บนชั้นสองของคาเฟ่ลงบนใบหน้ารูปไข่ คิ้วเข้มที่พาดเฉียงกำลังขมวดมุ่นแล้วคลายออกเป็นจังหวะเดียวกันกับแพขนตายาวขยับขึ้นลงเมื่อมองหน้าจอแท็บเล็ตสลับกับสมุดโน๊ตในมือเผยดวงตาหางหงส์สีน้ำตาลอ่อนชวนมองกำลังครุ่นคิดกับผมทูบล็อกสีเดียวกันฟูยุ่งเล็กน้อยเพราะตบตีกับตัวเองเนื่องจากกำลังคิดงานโลโก้ให้ลูกค้า เชิ๊ตสีดำที่สวมใส่อย่างสบายแม้จะมีรอยยับอันเกิดจากการขยับพิงพนักเก้าอี้กลับดูเข้ากันขับเน้นผิวขาวเนียนตามฉบับเชื้อสายจีนให้สว่างขึ้นไปอีกชลทิตย์หรือทะเล ขาดอีกหนึ่งวันก็จะครบ 25 ปีบริบูรณ์หรือที่คนไทยเรียกกันว่าวัยเบญจเพส นักออกแบบโลโก้บริษัทฟรีแลนซ์ผู้ชื่นชอบการเดินป่าตั้งแต่สมัยเรียนมหา’ลัยจุดเริ่มต้นเลยก็คือตอนเข้าค่ายอาสาบนดอยหลังจากนั้นเป็นต้นมาจึงเริ่มตามเก็บตราประทับอุทยานแห่งชาติแต่ละที่หลังเคลียร์งานเสร็จหากเพื่อนสนิทไม่ว่างไปด้วยเขาก็ไปกางเต้นท์เองคนเดียว ชายหนุ่มชื่นชอบการเดินป่าแม้ไม่ได้สะดวกสบายทั้งความลาดชันและความรกของพื้นที่ ไหนจะมีพวกยุงพวกทากแมลงต่างๆบางครั้งอุปกรณ์ป้องกันยังเอาไม่อยู่มีเล็
اقرأ المزيد
อุทยานแห่งชาติพนาดรสู่ผืนป่าต้องห้ามนิลคีรี
“ผ่านแล้ว เย้”อีกไม่กี่วันต่อมาชลทิตย์ส่งงานให้ลูกค้าเสร็จเร็วกว่ากำหนดหนึ่งวันเพราะเจ้านี้ไม่ได้ปรับแก้ดีเทลอะไรเพิ่มเติมคอนเฟิร์มแบบทันทีที่ส่งภาพโลโก้ตามบรีฟกลับไปให้เมื่อวานเลยได้ออกไปซื้อของใช้บางอย่างที่ยังขาดเหลืออยู่สำหรับจัดลงกระเป๋าสัมภาระที่จะเเบกมาอุทยานตอนบ่ายในห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านปกติชายหนุ่มจะเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหากว่าไปคนเดียวและถ้ามีไอ้พวกเพื่อนๆด้วยจะใช้รถบ้านของกันตพลหรือกรขับรับลมชมวิวสองข้างทางไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อนเจอจุดไหนน่าสนใจก็แวะ ส่วนตอนนี้อีกไม่ไกลเขาก็จะถึงอุทยานแห่งชาติพนาดรแล้วซึ่งชลทิตย์เดินทางออกมาจากบ้านตั้งแต่ตีห้าขับมาเรื่อยๆตามจีพีเอสที่ตั้งไว้ก็“อีก 200 เมตร เลี้ยวขวา”เมื่อเลี้ยวตามที่จีพีเอสบอกจากถนนสายหลักเปลี่ยนเป็นคอนกรีตที่แคบลงพอให้รถสองคันสวนทางกันได้สองข้างทางเป็นป่ายางสูงจากนั้นก็ต้องระมัดระวังมากขึ้นเพราะทางเริ่มเป็นถนนดิน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงปลายฝนเลยมีการทิ้งรอยเละของล้อรถยนต์บางคันก็น่าจะเคยติดหล่มความจริงแล้วอุทยานนั้นเข้าได้ทั้งหมดสี่ช่องทางส่วนที่ใก
اقرأ المزيد
สับเปลี่ยนเครื่องเซ่น
“กำลังจะมีงานเลี้ยงกันเหรอครับ”ชายหนุ่มถามขึ้นอย่างสงสัยมาหลังจากเข้ามาด้านในก็เห็นว่ามีการรวมตัวของชาวบ้านมากมายตรงลานกว้างซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นจุดศูนย์กลางประกอบพิธีกรรมของหมู่บ้านมีการแบ่งหน้าที่ของใครของมัน อย่างพวกชายฉกรรจ์ที่แข็งแรงหน่อยก็ช่วยกันแบกแท่นขนาดใหญ่มาตั้งไว้ตรงกลางลานที่ตอนนี้ถูกประดับตกแต่งรอบๆอย่างสวยงามตามความเชื่อ บ้างก็ช่วยกันหุงหาอาหารส่วนทางนั้นก็มีกลุ่มหญิงสาวที่กำลังพับบายศรีการที่ทุกคนเห็นคนต่างถิ่นแปลกหน้าเข้ามาถึงด้านในนิลคีรีได้ย่อมสร้างความประหลาดใจเหมือนกับตอนที่กอหลิ่งเจอชลทิตย์ครั้งแรกและตกใจเป็นอย่างมากที่อีกฝ่ายไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเสียงกระซิบกระซาบเป็นภาษาเผ่าจึงดังขึ้นแผ่วตลอดทางที่ผ่าน“ใช่ เป็นพิธีบูชาประจำเผ่าจัดขึ้นตอนเย็นเดี๋ยวคืนนี้เอ็งไปพักที่เรือนข้าแล้วกันเพราะอย่างไรข้าก็อยู่คนเดียวอยู่แล้วไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลยใช่หรือไม่”หนุ่มชาติพันธุ์พาร่างสันทัดเดินเลี่ยงเส้นทางตรงมายังบ้านของตนที่อยู่เกือบท้ายหมู่บ้านเพราะไม่อยากให้คนนอกรู้เห็นอะไรในเผ่ามากนัก ที่พามากลับมาก็เพราะคิดว่าอีกฝ่า
اقرأ المزيد
หอมกลิ่นดอกราชาวดี [1]
"อย่า!!!ไม่!!!!ไอ้งูสารเลว!!!!"อุรคหนุ่มได้แปลงกายจากงูยักษ์ตัวเขื่องเป็นมนุษย์สอดใส่แก่นกายผงาดตื่นตัวเต็มที่ปูดโปนไปด้วยเส้นเลือดน้อยใหญ่เข้ามาพร้อมกัน“เดี๋ยวเจ้าก็จะชอบมันเอง”“ใครมันจะไปชอบวะ เจ็บจะตายแล้วเนี่ยไอ้บ้าเอ้ย ฮึก”นัยน์ตาสีทับทิมวาววับมองมนุษย์ที่ใจกล้าก่นด่าผ่านม่านน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเพราะความเจ็บปวดจากการถูกชำแรกเข้าไปทีเดียวสองแท่งใหญ่แม้จะยังคงกดแช่ไว้ไม่ได้ขยับ ร่างสูงใหญ่กำยำผิวกายขาวผ่องไร้อาภรณ์เปียผมสีดำขลับยาวเลยบั้นท้ายแน่นหนั่นปลายผมประดับด้วยห่วงทองคำลายโบราณขยับแนบทั้งจมูกปากไล่สูดดมความหอมจากซอกคอไล้ไปมาขบเม้มตีตราอย่างถูกใจ ยิ่งร่างเนียนที่กำลังสั่นน้อยพยายามสะบัดหนียิ่งรุกไล่หนักขึ้นมือใหญ่ยกลูบไล้แก้มแผ่วเบาเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยกราดเกรี้ยว รอยยิ้มถูกจุดขึ้นที่มุมปากสายตาจับจ้องกลีบปากอิ่มที่เม้มเเน่นก่อนจับสันกรามของคนตรงหน้าบีบบังคับให้อ้าเผยอยิ่งต่อต้านแรงบีบยิ่งหนักขึ้นอย่างไม่คิดออมแรง“อื้อ!”เดิมทีชลทิตย์เป็นคน
اقرأ المزيد
หอมกลิ่นดอกราชาวดี [2]
ชลทิตย์รู้สึกตัวพร้อมกับความเมื่อยขบทั่วร่างช่องทางกลางกายไม่เจ็บแสบเพียงเคล็ดขัดเล็กน้อยและสัมผัสถึงแขนหนักที่พาดเอวแผ่นหลังชิดกับอกกว้าง พอลืมตาตื่นพบร่างสูงใหญ่ที่กำลังกอดเขาแน่นจมอกภาพการร่วมรักไหลย้อนกลับจำได้ทุกฉากรวมไปถึงความซาบซ่านยามถูกสัมผัสตีตราจนพาลหงุดหงิด ทั้งด่างูบ้ากามในใจที่ไม่ยอมใส่เสื้อผ้าให้ทั้งเขาและตัวเองจึงค่อยๆยกท่อนแขนหนักขึ้นเพื่อขยับออกแต่กลับไม่ได้ผลแม้สักนิดนี่แขนหรือท่อนซุงวะ แถมกลับถูกกอดกระชับขึ้นอีกจากที่แน่นอยู่แล้วจนตอนนี้ขยับตัวไม่ได้หากชลทิตย์หันกลับมามองด้านหลังได้คงเห็นมุมปากที่กำลังยกรอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ สุดท้ายดิ้นขลุกขลักโวยวายเพราะบั้นท้ายกำลังเสียดสีส่วนแข็งขืนจนขนลุกเกลียว“ปล่อย! จะไปใส่เสื้อผ้า”เมื่อแขนหนักคลายแล้วขยับออกได้ดั่งใจจึงรีบลุกขึ้นมาถอยห่างทันทีเพราะกำลังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยอีกครั้งแต่ไม่พ้นเงื้อมมืออยู่ดี ต้นแขนถูกดึงจนตัวปลิวลอยหวือลงบนตักแกร่งหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าของดวงตาสีแดงเพลิงทันที“ทำไมเล่าข้าชอบยามที่เจ้าไม่สวมใส่สิ่งใดเลยมา
اقرأ المزيد
จงเลือกเอา
สามชั่วโมงหลังจากที่ชลทิตย์หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยที่อุทยานแห่งชาติพนาดรหลังวันเกิดลูกชายเพียงสองวันทั้งชรัสและกิรณาก็เดินทางกลับมาที่จังหวัดนครพนมอีกครั้งเพราะต้องมาต่องานพุทธศิลป์ที่ค้างไว้ให้วัดแห่งหนึ่งในอำเภอท่าอุเทน ในขณะที่กำลังวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังกันอยู่นั้นเสียงเรียกเข้าจากสมาร์ทโฟนซึ่งวางไว้บนเก้าอี้ก็ดังขึ้น“ใครเหรอครับ”ชรัสเอ่ยถามภรรยาที่อยู่ตรงนั้นพอดี“เบอร์แปลกไม่ขึ้นชื่อนะคะ”“งั้นหนูรับให้พี่เลยครับอาจจะเป็นลูกค้าโทรมา”“ได้ค่ะ”โดยปกติแล้วทั้งสองคนไม่เคยมีลับลมคมในต่อกันแต่ก็ไม่เคยก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันหากอีกฝ่ายไม่อนุญาต “สวัสดีค่ะ อ๋อ ใช่ค่ะ”จากน้ำเสียงสุภาพเนิบนาบเปลี่ยนเป็นตระหนกขึ้นเล็กน้อยจนผู้เป็นสามีชะงักแปลกใจละมือจากงานที่กำลังทำอยู่หันไปมอง“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ”สุดท้ายวิ่งมาประคองกิรณาที่ทรุดลงเพราะทรงตัวไม่อยู่สมาร์ทโฟนหลุดออกจากมือบางที่กำลังสั่นเทาชรัสจึงหยิบขึ้
اقرأ المزيد
เหลี่ยมมาเหลี่ยมกลับ
หลังจากที่นิลคีรียอมหยุดทั้งมือที่ลูบคลำจมูกปากที่ซุกไซร้แต่โดยดีตามคำห้ามปรามกึ่งขอร้องของชลทิตย์เพราะชายหนุ่มไม่ไหวแล้วความเหนื่อยล้าเข้าถาโถมจนเปลือกตาหนักอึ้งและผลอยหลับไปอีกครั้งในที่สุด“อื้อ”รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งกำลังจะบิดขี้เกียจยังไม่ทันได้ลืมตากลับรู้สึกว่าร่างกายถูกห่อหุ้มอบอุ่นด้วยอะไรสักอย่างทั้งหนักและขยับไม่ได้จึงพยายามพลิกตัวสุดท้ายแพขาตาหนาขยับเปิดออกเผยดวงตาสีน้ำตาลอ่อนง่วงงุนหงุดหงิด สิ่งแรกที่เห็นเลยก็คือหัวของสิ่งมีชีวิตสีนิลขนาดใหญ่ที่รูม่านตาหดตัวบ่งบอกพฤติกรรมว่ากำลังหลับพริ้มเกยชิดแนบไหล่ฝั่งซ้าย ม้วนขดลำตัวโดยให้คนตัวเล็กนอนอยู่ข้างบนและพาดส่วนที่เหลือบนเรือนกายมนุษย์ตัวหอมแทนผ้าห่มที่กองอยู่บนพื้นจนมิด ดวงตาคู่สวยหันมองพิจารณาตั้งแต่ส่วนหัวไล่ลงไปข้างล่างเกล็ดสวยจังถ้าตัวเล็กก็คงจะน่ารักดีอยู่หรอก ส่วนตอนนี้มันขยับไม่ได้เลยไงร่างกายตอนนี้เหมือนมัมมี่ขยับได้แค่ส่วนหัวหากเป็นคนอื่นก็คงหัวใจวายไปแล้วที่เจองูยักษ์เกล็ดสีดำมะเมื่อมน่าเกรงขามระยะประชิดแบบนี้ ทางด้านชลทิตย์ก็มีหวั่นใจบ้างกับขนาดตั
اقرأ المزيد
พ่อหมอจิณณ์
โอมเอยพญาครุฑเวหาหน วิหคลมจงพัดพาสิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิลาภัง ภะวันตุเมยามอาทิตย์อัสดงเสียงการบริกรรมคาถาพญาครุฑราชสุบรรณดังแผ่วแว่วมาตามสายลม แม้ไม่ได้อยู่ในงานพิธีเพียงแค่น้ำหนักเสียงที่ได้ยินถึงจะแผ่วเบาแต่กลับเข้มขลังชวนขนลุก ซึ่งต้นเสียงไม่ได้มาจากที่ไหนไกลแต่เป็นเรือนไม้สักหลังใหญ่มูลค่าหลายสิบล้านท้ายหมู่บ้านอาณาบริเวณล้วนกว้างขวางติดริมแม่น้ำบ่งบอกฐานะของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี โอม วิษณุยะ วะตา อิทธิโยอัญชะลียายะคุณังปูชิตตะวาโดยปกติแล้วที่นี่มักจะมีคนเข้าออกอยู่ตลอดเพราะเป็นตำหนักอาคมที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานลูกศิษย์ลูกหาล้วนมากมาย รวมไปถึงคนที่ต้องการว่าจ้างส่วนใหญ่ก็ระดับผู้มีอิทธิพลแทบทั้งสิ้นทั้งในและนอกพื้นที่ แต่วันนี้กลับพิเศษมากกว่าทุกพิธีกรรมที่เคยจัดขึ้นจึงจำเป็นต้องปิดตำหนัก 7 วัน เข้าได้เพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตเพราะพิธีนี้หนึ่งร้อยปีถูกจัดขึ้นเพียงครั้งเดียวและวันแรกต้องตรงกับคืนเดือนดับแรม 15 ค่ำ เดือน 12 เท่านั้นห้ามผิดเพี้ยนเป็นอันขาดเพื่อเตรียมการสำหรับงานสำคัญ อาฉายะ อาฉาหิ ปักการา ปักการะกาเรติสัมผัสโส สัมผัสสะ กายะยานังมะนุสสานัง อัญชะลียายะ น
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status