แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: เหยียนเหยียน
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำของ อเลสซานโดร จะดังขึ้นมา

"อีกครึ่งเดือนตระกูลมาริโนจะย้ายถิ่นฐาน ถึงตอนนั้นฉันจะไปรับเธอ"

ฉันอึ้งไปครึ่งวินาที ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่ผู้ชายคนนี้กลับมั่นใจเหลือเกินว่าฉันจะไป

แต่เขากลับเดาถูกเสียด้วย

"ได้"

ด้วยความสามารถของอเลสซานโดร หลังจากนี้อีกครึ่งเดือน ต่อให้วินเซนโซจะพลิกแผ่นดินหา เขาก็อย่าหวังว่าจะได้เจอฉันอีก

วันนั้นทั้งวันโทรศัพท์ของฉันมีข้อความจากวินเซนโซส่งมาไม่หยุด แต่ฉันไม่ตอบกลับเลยแม้แต่ข้อความเดียว

วินเซนโซเริ่มร้อนรน ไม่รู้ไปได้ข่าวมาจากไหนว่าฉันกลับมาแล้ว กลางดึกคืนนั้นเขาจึงผลักประตูบ้านเข้ามาอย่างแรง

กลางห้องนั่งเล่น ฉันกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา

"อิซาเบลล่า? ทำไมกลับมาก่อน?” เขารีบเดินเข้ามาหาฉัน "ผมส่งข้อความไปตั้งเยอะ..."

พูดจบเขาก็ยื่นแขนโอบฉันไว้แน่น คางเกยอยู่บนศีรษะฉันแล้วถูเบา ๆ “ดีที่คุณไม่เป็นอะไร ผมกลัวจริง ๆ…อิซาเบลล่า ผมขาดคุณไม่ได้”

ความรักในดวงตาของเขาไม่ใช่เรื่องหลอกลวง

ฉันรู้ว่าเขารักฉันจริง แต่ฉันก็รู้ชัดยิ่งกว่า ว่าความรักของเขาไม่ได้มอบให้ฉันเพียงคนเดียว

ฉันดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขาแล้วตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ "การเจรจาเลื่อนออกไปน่ะ ฉันปิดเครื่องไว้เลยไม่เห็นข้อความ"

วินเซนโซยิ้มออกมาบางๆ พร้อมใช้นิ้วเขี่ยปลายจมูกของฉันเบาๆ

"ไม่เห็นก็ไม่เห็นสิ จะทำจมูกฟุดฟิดเหมือนจะร้องไห้ทำไม? ผมไม่ดุคุณหรอก"

"หิวแล้วใช่ไหม?" เขาแกว่งกุญแจรถในมือ "ผมจองร้านอาหารที่คุณบ่นอยากกินมานานไว้แล้ว ไปกันเถอะเจ้าหญิง เดี๋ยวผมจะปรนเปรอให้คุณกินจนหนำใจเลย"

เขายื่นมือมาตรงหน้าฉัน และหงายฝ่ามือขึ้น

สายตาของฉันจดจ้องที่มือนั้น แล้วจู่ๆ สติก็เริ่มล่องลอย

ในบ่ายวันหนึ่งตอนอายุสิบแปด เด็กหนุ่มคนนั้นก็เคยยื่นมือมาให้ฉันแบบนี้ พร้อมรอยยิ้มที่ดูสดใสกว่าตอนนี้มาก"ไปกันเถอะเจ้าหญิง วันนี้ผมเลี้ยงคุณเอง กินให้เต็มที่เลย!"

ในตอนนั้น ในใจของเขามีเพียงฉันแค่คนเดียว

ฉันไม่อยากทรมานจากการหิว จึงยอมตามเขาไปที่ร้านอาหาร

เขายังเหมือนเดิม ทั้งที่ปกติไม่เคยเอาใจใคร แต่ตอนนี้เขากลับพับแขนเสื้ออย่างชำนาญ คีบอาหารให้ฉันอย่างใส่ใจ ทุกจานคำแรกจะต้องเป็นของฉันเสมอ

จนกระทั่งอาหารพูนขึ้นมาในชามราวกับภูเขาลูกย่อมๆ เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นกะทันหันก็ทำให้ฉันได้สติ

"รับสายเถอะ"

ฉันก้มหน้าใช้ตะเกียบเขี่ยอาหารในชามไปมา

วินเซนโซมองโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนจะพูดปลอบฉันคำหนึ่งแล้วลุกออกไปรับสายข้างนอก

เมื่อเขากลับมา ในดวงตาเขาก็เต็มไปด้วยความร้อนรนและรู้สึกผิด

"อิซาเบลล่า มีประชุมด่วน ผมต้องไปแล้ว ขอโทษที่อยู่กินข้าวกับคุณจนจบไม่ได้ พรุ่งนี้ผมจะขอลางานอยู่เป็นเพื่อนคุณทั้งวันเลย"

ฉันเห็นชื่อคนโทรเข้าตั้งนานแล้ว คือ คลาวเดีย

ฉันพยักหน้า"ค่ะ ไปเถอะ"

เมื่อได้รับคำอนุญาต วินเซนโซก็ไม่รีรอ เขารีบหันหลังเดินออกจากร้านไปทันที

พอมองไปยังที่นั่งว่างเปล่าฝั่งตรงข้าม หัวใจของฉันก็รู้สึกเจ็บแปลบเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงจนชาไปหมด

ฉันเพิ่งจะจัดระเบียบความรู้สึกและกำลังจะหยิบตะเกียบขึ้นมาใหม่ สายวิดีโอคอลจากคลาวเดียก็เด้งขึ้นมา

คลาวเดียยิ้มแบบใสซื่ออย่างที่เธอชอบทำ

“พี่อิซาเบลล่ากำลังกินข้าวอยู่หรือเปล่าคะ? ฉันก็ว่า วันนี้มีคนกลับบ้าน ทำไมตัวถึงมีกลิ่นร้านอาหารจีนติดมาด้วย”

เธอเน้นคำว่า "บ้าน" หนักมาก ฉันได้ยินชัดถึงความยั่วยุในคำพูดนั้น

ฉันทำหน้าเย็นชา "คลาวเดีย เธอช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน"

"เธอลืมไปแล้วเหรอว่าใครกันแน่ที่เป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย? ลองเดาสิว่าถ้าฉันส่งบันทึกการคุยนี้ให้วินเซนโซดูตอนนี้ เขาจะเลือกเก็บเธอไว้หรือเก็บฉันไว้?"

แววตาของคลาวเดียไหววูบไปวูบหนึ่ง แต่ก็ยังฝืนยิ้มออกมา "พี่คะ แบบนั้นมันไม่สนุกเลยนะ แต่ว่า... พี่ไม่อยากรู้เหรอว่าจริงๆ แล้ววินเซนโซรักพี่หรือรักฉันมากกว่ากัน"

ฉันลังเลและไม่ได้กดวางสาย

ไม่นานนัก พื้นหลังในวิดีโอก็ขยับ และเงาร่างของวินเซนโซก็ปรากฏขึ้นในภาพ

คลาวเดียรีบหันไปซบในอ้อมกอดของเขาอย่างออดอ้อน บดบังสายตาที่เขาจะมองมาทางหน้าจอพอดี

"วินเซนโซ คุณยังโกรธเรื่องที่ฉันหนีตามคนอื่นไปตอนนั้นอยู่หรือเปล่า? ถ้าตอนนั้นฉันไม่จากไป คุณก็คงไม่ไปหาพี่อิซาเบลล่า และคุณคงจะแต่งงานกับฉันใช่ไหมคะ?"

วินเซนโซขมวดคิ้ว “จะมีคำว่า ถ้า มากมายไปทำไม”

"ฉันก็แค่ถามดูเฉยๆ นี่คะ..." คลาวเดียขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงแผ่วเบาลง "ไม่ได้มีเจตนาอื่นจริงๆ..."

หลังจากเงียบไปไม่กี่วินาที ฉันก็เห็นวินเซนโซปริปากพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ "ใช่"

คำว่า "ใช่" เพียงคำเดียว ทำเอาหัวใจของฉันว่างเปล่าไปในพริบตา

ที่แท้ ตั้งแต่ตอนนั้น ในใจของเขาก็ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวสินะ

จู่ๆ ฉันก็เข้าใจทุกอย่าง

ฉันนึกถึงวันที่เราจัดงานแต่งงานขึ้นมา

วินเซนโซกุมมือฉันไว้ ต่อหน้าแขกทั้งงาน เขาประกาศคำสัตย์สาบานต่อพ่อที่เขาเคารพรักที่สุด ว่าชีวิตนี้จะรักเพียงฉันแค่คนเดียว

ตอนนั้นฉันร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เพราะคิดว่าตัวเองได้พบกับความรักที่แท้จริงที่สุดในโลกแล้ว

ที่ไหนได้ คำสาบานเหล่านั้นมันเป็นเรื่องโกหกมาตั้งแต่ต้น

ฉันไม่เคยเป็นเพียงคนเดียวในใจของเขา เมื่อก่อนไม่ใช่ ตอนนี้ไม่ใช่ และอนาคตก็ยิ่งไม่มีวันใช่

ฉันก็แค่เครื่องมือที่เขาใช้ประชดคลาวเดีย อยู่ด้วยกันนานเข้าเลยเกิดความผูกพันเล็กน้อย จนเขาไม่อยากทิ้งเท่านั้นเอง

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันจึงฝืนยิ้มออกมา แต่ยิ่งยิ้มน้ำตากลับไหลพรากออกมาไม่หยุด

ฉันเคยคิดว่าอย่างน้อยก็เคยมีสักช่วงหนึ่งที่ได้ครอบครองความรักอันเร่าร้อนนั้น แต่ไม่คิดเลยว่า ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันเป็นเพียงหัวขโมยที่แย่งตำแหน่งของคนอื่นมา

ฉันก้มหน้าลง กำเสื้อตรงหน้าอกไว้แน่น พยายามจะหายใจให้ทั่วท้อง

แต่เสียงสะอื้นในลำคอกลับกดทับไว้ไม่อยู่ ได้แต่ปล่อยให้น้ำตาหยดลงบนโต๊ะทีละหยดๆ

คืนนั้น วินเซนโซไม่ได้กลับบ้าน

แต่ฉันกลับได้รับรูปถ่ายตอนเขากำลังหลับปุ๋ยส่งมาให้ดูแบบเรียลไทม์ จากคลาวเดีย

ฉันจ้องใบหน้านั้นอยู่นาน จนฟ้าสาง หัวใจถึงได้สงบนิ่งราวกับตายไปแล้ว

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรหา โซเฟีย เพื่อนที่เป็นทนายความ

"โซเฟีย ช่วยร่างเอกสารการหย่าให้ฉันที..."
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 19

    "แข่งรถเหรอ? หิมะหนาขนาดนี้จะแข่งยังไง? อีกอย่างคุณก็แทบจะกลายเป็นแท่งน้ำแข็งอยู่แล้ว ยังมีแรงขับรถอีกเหรอ?”เรื่องที่วินเซนโซนึกออกก็คือการแข่งรถ ฉันรักการแข่งรถที่สุด ถ้าเขาลงแข่งกับอเลสซานโดรแล้วชนะ เขาคงหวังว่าฉันจะยอมให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง วินเซนโซมองมาที่ฉันด้วยสายตามุ่งมั่น ในขณะที่ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด"ผมขอแข่งกับอเลสซานโดร ถ้าผมชนะ คุณช่วยให้โอกาสผมอีกครั้งได้ไหม?" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาเพียงสองคำ "ไม่ค่ะ" วินเซนโซหัวเราะเยาะตัวเอง "ถึงไม่ได้ผมก็จะแข่ง อิซาเบลล่า คุณช่วยมานานั่งข้างๆชี้ทางให้ผมหน่อยได้ไหม? ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายให้ผม"ฉันเริ่มรู้สึกโกรธขึ้นมานิดๆ เพราะอเลสซานโดรขับรถแข่งไม่เป็น แต่อเลสซานโดรกลับตอบตกลงอย่างเด็ดขาด ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ "ถ้าแข่งไม่ไหวก็อย่าฝืนเลย มันไม่ช่วยเปลี่ยนอะไรหรอกนะ ถ้านายเป็นอะไรไปฉันไม่รับผิดชอบด้วย" แต่อเลสซานโดรกลับเลิกทำหน้าบึ้งตึงอย่างที่หาได้ยาก เขาลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน"วางใจเถอะ ผมรู้ลิมิตตัวเอง เธอไปทำหน้าที่ชี้ทางให้เขาเถอะ ให้มันจบๆ ไป" จากนั้นเขาก็หันไปบอกวินเซนโซ "เริ่มเลย" ตอนที่รถเริ่มออกสู

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 18

    เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากด้านข้างกะทันหันวินเซนโซมองไปทางต้นเสียงแล้วอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง "อเลสซานโดร นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?" อเลสซานโดรวาดแขนโอบไหล่ฉันไว้ และในวินาทีที่เขารู้สึกว่าฉันไม่ได้ขัดขืน เขาก็ยิ่งกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเล็กน้อย"ฉันเป็นคู่หมั้นของเธอ ทำไมจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะ?" พอสิ้นคำพูดนี้ วินเซนโซก็เหมือนถูกฟ้าผ่า สมองดังอื้อจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง "คู่หมั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไง? อิซาเบลล่า... เขาจะเป็นคู่หมั้นของนายได้ยังไง?" ขอบตาของเขาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริก ฉันดึงมืออเลสซานโดรลงมา แล้วสอดประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกันชูขึ้นตรงหน้าวินเซนโซ"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้? ฉันยังโสดและไม่มีลูก การจะมีคู่หมั้นสักคนมันยอมรับยากนักหรือไง?" ริมฝีปากของวินเซนโซขยับพึมพำ ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ คำพูดของฉันเปรียบเสมือนมีดทู่ๆ ที่ปักลงกลางใจเขา ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง "ไม่ได้ ผมไม่อนุญาต! ผมรักคุณ คุณต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น!" ฉันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา และไม่อยากแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขาอีกต่อไป"รักเหรอ? รักที่คุณหมายถึงคือการ

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 17

    ไม่ว่าวินเซนโซจะตะโกนเรียกอยู่ข้างหลังอย่างไร รถคันนั้นก็ไม่มีท่าทีจะหยุดพักแม้แต่นิดเดียว กลับกันมันยิ่งขับเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเพียงจุดดำเล็กๆ ในระยะไกล หลังจากเงาร่างในกระจกมองหลังหายลับตาไป อเลสซานโดรถึงค่อยๆ ลดความเร็วรถลง ฉันปรายตามองเขาอย่างสงสัย"ทำไมวันนี้ขับเร็วขนาดนี้? รีบไปเกิดใหม่หรือไง?" อเลสซานโดรไม่ตอบคำถามฉัน แต่จู่ๆ ก็ถามขึ้นมาว่า "ถ้าเกิดวินเซนโซมาหาเธอ มาร้องไห้สำนึกผิดขอคืนดี เธอจะยอมตกลงไหม?"คิ้วของฉันขมวดแน่น ราวกับได้ยินอะไรสกปรก แต่ก็ยังตอบอย่างจริงจัง"ไม่ ตายไปยังไงก็ไม่ยอม" เพียงแค่นึกถึงสิ่งที่วินเซนโซเคยทำกับฉัน ฉันก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว และมักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเสมอ อเลสซานโดรจับสังเกตแววตาที่เด็ดเดี่ยวของฉันได้ มุมปากของเขาจึงยกขึ้นเบาๆ อย่างไม่ตั้งใจแต่สีหน้าเล็กๆ น้อยๆ นั้นกลับถูกฉันจับได้คาตา"นายถามเรื่องนี้ทำไม? ฝันถึงเขาเหรอ?""เปล่าหรอก แค่ชวนคุยเล่นๆ" เขาตอบปัดไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่ในใจกลับตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ครั้งนี้ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เขาก็จะไม่ยอมให้ฉันต้องเสียใจแม้แต่นิดเดียว วินเซนโซเหม่อมองไปทางที่รถหายลับไปอยู่น

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 16

    คืนนั้น อเลสซานโดรตรวจสอบทุกเรื่องราวเกี่ยวกับวินเซนโซและคลาวเดียจนครบถ้วน และร่างแผนการอย่างละเอียดเสร็จก่อนรุ่งสาง ความจริงเขาสามารถชิงตัวฉันออกมาได้ตรงๆ แต่ฉันบอกว่า "ถ้าทำแบบนั้น เขาจะตามจองเวรไปตลอดชีวิต" เขาจึงต้องอดทน และค่อยๆ วางหมากไปทีละขั้นตอน ตอนนั้นเองที่เขาได้รู้ว่า รากฐานของตระกูลคอร์เลโอเนนั้นซับซ้อนกว่าที่จินตนาการไว้มากเขาแสร้งทำเป็นต้องการแต่งงานกับคลาวเดียเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตระกูลคอร์เลโอเน แต่ความจริงกลับแอบจัดเตรียมกำลังคนเพื่อพาฉันหนีไปให้ไกล แต่เขาก็ยังมาสายไปก้าวหนึ่ง กว่าเขาจะหาฉันพบ ขาทั้งสองข้างของฉันก็บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนไม่สามารถสืบทอดธุรกิจตระกูลได้ และไม่สามารถขับรถแข่งคันโปรดออกไปโลดแล่นในสนามได้อีกต่อไปตอนนั้นฉันเหมือนคนไร้วิญญาณ ดวงตาว่างเปล่าจนน่ากลัว ยังดีที่เขาฉุดฉันกลับมาจากขอบเหวแห่งความตาย เขาพาฉันไปศูนย์ฟื้นฟูที่ดีที่สุด อยู่เคียงข้างตอนฉันเริ่มจับพวงมาลัยอีกครั้ง และเฝ้ามองฉันค่อยๆ ค้นพบแสงสว่างในชีวิตกลับมาทีละน้อย แม้จะผ่านการรักษาจนได้ขากลับมา แต่ฉันก็ไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้อีกแล้ว

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 15

    [มุมมองของอิซาเบลล่า]สามปีต่อมาณ ค่ายฝึกซ้อมรถแข่งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองคาลาเบรีย กำลังมีการจัดการแข่งขันรถแข่งครั้งสำคัญในรอบสามปี ตระกูลมาเฟียทั่วทั้งอิตาลีต่างส่งคนเข้าร่วมแข่งขัน ในพื้นที่พักผ่อน โค้ชผมทองตาฟ้าไม่กี่คนกำลังยืนคุยและมองไปทางสนามฝึกซ้อม"ได้ยินข่าวหรือเปล่า? คราวนี้มีม้ามืดจากซิซิลีมาด้วยนะ แค่สามปีเขาก็กวาดแชมป์ในประเทศไปเรียบเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาแข่งต่างเมือง หลายคนลงขันพนันว่าเขาจะชนะ แต่ฉันว่าก็งั้นๆ แหละ""นักแข่งจากซิซิลีเหรอ? งั้นจะประมาทไม่ได้นะ" โค้ชร่างสูงอีกคนจิ๊ปาก "อย่าลืมโค้ชผู้หญิงที่มาจากซิซิลีคนนั้นด้วยล่ะ ได้ยินว่าภายในสามปีเธอสร้างแชมป์หญิงได้ถึงห้าคน ทำเอาพวกเราโค้ชผู้ชายหน้าชาไปตามๆ กัน" ฟรานเชสก้าที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ยิ้มพลางส่ายหัว แล้วเดินกลับไปยังพื้นที่พักผ่อนของทีมตัวเองเธอหยิบน้ำแร่ที่เพิ่งเอาออกมาจากตู้แช่เย็นมาแปะเข้าที่หน้าของฉันดัง "แป๊ะ""โค้ชอิซาเบลล่า ได้ยินพวกขี้แพ้พวกนั้นบ่นถึงคุณอีกแล้ว ในสายตาพวกเขา คุณจะกลายเป็นตัวซวยสำหรับพวกเขาอยู่แล้วนะ" ฉันสะดุ้งเพราะความเย็นจนตัวสั่น หยิบหนังสือออกจากหน้าแล้วลุกขึ้นนั่

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 14

    "ฟาบิโอ! นี่คือผลกรรมของพี่!" คลาวเดียเกาะขอบหน้าต่าง มองเขาถูกเสาทับอยู่ด้านล่าง แล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พูดจบ เธอใช้มือยันตัว แล้วทิ้งร่างตัวเองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อความเย็นของผืนหญ้าโอบล้อมร่างกาย เธอนอนอยู่ตรงนั้น หัวเราะทั้งน้ำตา สัมผัสความดีใจที่รอดชีวิตมาได้ ส่วนห้องห้องนั้น พร้อมกับร่างของฟาบิโอ ก็ถูกเปลวเพลิงกลืนกินหายไปจนหมด แต่เธอดีใจได้ไม่นาน ก็หมดสติไปเพราะฤทธิ์ยาที่เริ่มทำงาน เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว วินาทีที่คิดได้ว่ายังไม่ตาย เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ในวินาทีต่อมา ความเจ็บปวดรุนแรงรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่การถูกรถทับก็ออกมาจากส่วนลึกของร่างกาย มันเหมือนมีความเจ็บปวดอันแสนทรมานไหลเวียนอยู่ในไขกระดูก เพียงแค่ขยับนิดเดียวก็เจ็บเจียนตาย เธอเรียกหมออย่างอ่อนแรง พยาบาลจึงเดินเข้ามาตามเสียงเรียก คลาวเดียสูดลมหายใจเข้าลึก เสียงของเธอแหบพร่า "ฉันปวดเหลือเกิน... ฉีดยาแก้ปวดให้ฉันที"“เป็นอาการปกติค่ะ”พยาบาลตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "คนที่ตัดแขนตัดขาไปแล้วจะเป็นแบบนี้ทุกคน วันที่ฝนตกจะยิ่งปวดกว่าเดิม ตอนแรกจะใช้ยาแก้ปวดให้แล้วล่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status