Share

บทที่ 3

Author: เหยียนเหยียน
ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมา ในบ้านยังคงว่างเปล่า

บนหน้าจอโทรศัพท์มีข้อความที่วินเซนโซส่งมา

[ที่รัก วันนี้งานยุ่งมากเลย แผนลาพักร้อนคงต้องล่มไปก่อน คุณอย่าโกรธนะ พรุ่งนี้ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณ ผมเตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว รอผมกลับไปนะ]

ใต้ข้อความของเขา คือรูปถ่ายที่คลาวเดียส่งมาเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน

เป็นรูปคู่ของทั้งสองคนที่ข้างสระน้ำพุร้อน รอยยิ้มนั้นมันช่างบาดตาเหลือเกิน

ฉันกำโทรศัพท์แน่น เกือบจะกดโทรออกไปถามเขาให้รู้แล้วรู้รอดว่า ที่ว่ายุ่งน่ะ ยุ่งกับการเจรจาธุรกิจ หรือยุ่งกับการปรนนิบัติน้องบุญธรรมกันแน่

แต่พอคิดถึงแผนการในใจ สุดท้ายฉันก็กดข่มความโกรธเอาไว้ แล้วตอบกลับไปเพียงคำว่า [ค่ะ]

เขาไม่กลับมาก็ดีเหมือนกัน จะได้สะดวกต่อการเก็บข้าวของของฉัน

เสื้อผ้าทุกชุดที่วินเซนโซเคยซื้อให้ ฉันจัดการลงกล่องจนหมด ตั้งใจจะเอาไปบริจาคให้คนในสลัม

รูปคู่ที่แขวนอยู่บนผนังถูกฉันดึงลงมาโยนเข้าเครื่องทำลายเอกสาร แม้แต่การ์ดอวยพรร้อยความปรารถนาที่ฉันเคยเขียนให้เขา ก็ถูกเอาออกมาเผาจนเป็นเถ้าถ่านที่ริมระเบียง

วันถัดมา ในที่สุดวินเซนโซก็กลับมา

ทันทีที่เห็นฉัน เขาก็รีบวางเค้กในมือลง แล้วกางแขนเดินตรงมาหาฉัน "เหนื่อยจังเลยอิซาเบลล่า ขอแกอดเติมพลังหน่อยเร็ว"

ฉันถอยหลังหนีหนึ่งก้าวอย่างแนบเนียน ทำให้อ้อมกอดของเขาว่างเปล่า

วินเซนโซเลิกคิ้ว "ยังโกรธอยู่เหรอ? เลิกงอนนะ เดี๋ยวผมจะพาไปดูเซอร์ไพรส์ที่เตรียมไว้ให้"

ไม่รอให้ฉันได้ปริปาก เขาก็ลากฉันขึ้นรถไปทันที

รถแล่นตรงไปยังสนามฝึกแข่งรถ ในขณะที่ฉันกำลังสงสัย เขาก็ดึงฉันขึ้นรถ

"ชอบไหม?"

วินเซนโซชี้ไปยังรถที่จอดอยู่ตรงหน้า

มันคือรถเฟอร์รารี่สั่งทำพิเศษ ตัวรถประดับด้วยเพชรสีชมพูแวววาวจนแสบตา

ข้างรถมีคนยืนล้อมอยู่หลายคน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอิจฉา

"ได้ยินว่าค่าแต่งรถคันนี้เกือบพันล้านเลยนะ ทุ่มทุนจริงๆ"

"แพงน่ะเรื่องเล็ก พวกคุณไม่รู้หรอกว่าเพชรพวกนี้ เจ้าพ่อวินเซนโซเป็นคนบรรจงติดเองกับมือทีละเม็ด อดหลับอดนอนจนเกือบจะเป็นตาอักเสบอยู่แล้ว"

"คุณผู้หญิงรีบไปลองขับดูเถอะครับ ขับเสร็จแล้วให้พวกผมลองบ้างนะครับ เจ้าพ่อเอ็นดูคุณผู้หญิงจริง ๆ”

ฉันยิ้มมุมปาก สมเพชตัวเองออกมา

ใครๆ ก็บอกว่าเขาตามใจภรรยา แต่จะมีใครรู้บ้างว่า "ภรรยา" ในใจเขาน่ะคือใครกันแน่

ความรักของเขาช่างเร่าร้อนราวกับฤดูร้อน แต่มันเป็นความร้อนแรงที่ไม่เคยแผ่มาถึงฉันเพียงคนเดียว

ความรู้สึกที่อัดอั้นมาหลายวัน ในนาทีนี้เหมือนจะเจอทางระบายออก

ฉันนั่งลงบนเบาะคนขับ เหยียบคันเร่งจนจมมิด เฟอร์รารี่สีชมพูพุ่งออกไปราวกับลูกศร

ฉันขับวนในสนามรอบแล้วรอบเล่าอย่างบ้าคลั่ง ปล่อยความอัดอั้น ความโกรธแค้น และความไม่ยอมคนออกมาพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์

วินเซนโซยืนอยู่ริมสนาม แล้วยิ้มมุมปากขณะจ้องมองฉันตาไม่กะพริบ

ในรอบที่สี่สิบ ฉันเห็นวินเซนโซทำมือเป็นรูปหัวใจส่งมาให้ วินาทีนั้นฉันเกิดใจลอยจนคุมพวงมาลัยไม่อยู่ รถเฟอร์รารี่จึงเบียดเข้ากับแผงกั้นข้างสนามเสียงดัง "ตึง"

ความเจ็บแปลบแล่นจากปลายนิ้วเท้า ฉันยังไม่ทันตั้งตัว วินเซนโซก็ถลันเข้ามาเปิดประตูรถ แล้วอุ้มฉันเข้าไปในห้องพักทันที

"เจ็บไหม?" เขาขมวดคิ้ว ค่อยๆ ประคองเท้าฉันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม และค่อยๆใช้คอตตอนบัดชุบเบตาดีนทาลงบนแผล "เป็นเพราะผมเองที่ปล่อยให้คุณขับนานขนาดนี้"

ท่าทางของเขาแผ่วเบาราวกับกลัวว่าฉันจะเจ็บ และแววตาแห่งความห่วงใยนั้นก็เข้มข้นจนยากจะซ่อน

แต่ฉันกลับรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว และรู้สึกสะอิดสะเอียนเล็กน้อย

ที่แท้ ความรักมันก็สามารถแสดงได้สมจริงขนาดนี้เลยสินะ

เมื่อเห็นฉันใจลอย วินเซนโซก็คว้าข้อมือฉันไว้แล้วโน้มตัวลงมาเหมือนจะจูบ

ในตอนนั้นเอง ประตูห้องพักก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง

วินเซนโซไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขาคว้าขวดน้ำบนโต๊ะเขวี้ยงไปทางประตูทันที

"ออกไป!"

ฉันหันหน้าไปมอง คนที่ยืนอยู่ที่ประตูคือคลาวเดีย

วินเซนโซถึงเพิ่งจะเห็นว่าเป็นใคร สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย "คลาวเดีย? คุณมาได้ยังไง?"

คลาวเดียกุมหน้าผากที่ถูกขวดน้ำกระแทกจนแดงก่ำ กัดริมฝีปากดูน่าสงสาร เสื้อผ้าของเธอเปื้อนคราบโคลน ดูมอซอ

"ฉันมารับเบาะนั่งเด็กสั่งทำพิเศษน่ะค่ะ เดินจนเหนื่อยเลยกะจะมาพักสักหน่อย... ขอโทษด้วยค่ะ! ที่มาขัดจังหวะพวกคุณ!"

เธอหันหลังแล้ววิ่งร้องไห้ออกไปอย่างเสียสติ

วินเซนโซเงียบไปไม่กี่วินาที ก่อนจะจูบลงบนแก้มของฉันอย่างรวดเร็ว "ผมไปดูแผลเธอหน่อยนะ ไม่กี่นาทีก็กลับ ผมอยู่แค่หน้าประตูนี่เอง มีอะไรก็เรียกนะ"

เขาหิ้วกล่องปฐมพยาบาลออกไป โดยไม่ทิ้งพลาสเตอร์ยาไว้ให้ฉันสักแผ่นเดียว

ผ่านไปหลายนาที ฉันค่อยๆ ผลักประตูออกไป หน้าห้องว่างเปล่า ไหนล่ะที่บอกว่า "อยู่แค่หน้าประตู"

ความผิดหวังในใจวูบขึ้นมาเพียงชั่วครู่ แล้วก็ถูกฉันกดทับลงไป

ควรจะเดาออกตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ

ฉันยันผนัง เดินกะโผลกกะเผลกตรงไปยังรถเฟอร์รารี่คันนั้น

ฉันชอบรถคันนี้มาก และเห็นว่าฟ้าฝนทำท่าจะตก เลยตั้งใจจะเอามันไปจอดในโรงรถ

แต่พอเดินไปถึงข้างรถ จู่ๆ ฉันก็หยุดฝีเท้า

เสียงพูดคุยแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากช่องหน้าต่างรถที่ปิดไม่สนิท

บนกระจกหลังสะท้อนเงาสองร่างซ้อนทับกัน วินเซนโซขมวดคิ้ว กำลังทำแผลให้เธออย่างระวัง

ตัวรถสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อคลาวเดียถือวิสาสะขึ้นไปนั่งบนตักของวินเซนโซ

วินเซนโซพยายามห้ามมือที่ซุกซนของเธออย่างอดทน "อย่าซนสิ คุณเพิ่งคลอดลูกนะ อีกอย่าง นี่มันรถของอิซาเบลล่า..."

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันฟื้นตัวดีแล้ว... ผ่านมาตั้งสองเดือนแล้วนะ... คุณไม่อยากรู้เหรอคะว่าข้างล่างของฉันตอนนี้มันรู้สึกยังไง?"

ไม่นานนัก เสียงหอบหายใจของวินเซนโซก็เริ่มขาดช่วง

เสียงคลุมเครือพวกนั้นลอยมาตามลม ฉันรู้สึกเหมือนถูกตะปูตรึงไว้กับที่ เลือดในกายทุกหยดจับตัวเป็นน้ำแข็ง

กุญแจรถในมือหล่นลงพื้นเสียงดัง "แกร๊ง"

ฉันได้สติในทันที ตั้งใจจะหันหลังหนีไป แต่กลับพบว่าคนในรถไม่ได้ยินเสียงจากข้างนอกเลยแม้แต่น้อย

ฉันหัวเราะ เป็นรอยยิ้มที่ดูเวทนายิ่งกว่าการร้องไห้เสียอีก

ฉันมองไปยังตัวรถที่ยังคงสั่นไหว ก้มลงเก็บกุญแจ แล้วโยนมันลงไปในท่อระบายน้ำข้างทาง

เมื่อวินเซนโซผลักประตูห้องพักเข้ามา ฉันยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิมเหมือนก่อนหน้านี้

เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วดึงคอเสื้อเล็กน้อย ก่อนย่อตัวลงตรงหน้าฉัน "อิซาเบลล่า ไปเถอะ กลับบ้านกัน"

ฉันก้มหน้าลง และบังเอิญเห็นรอยรักสีแดงสดที่ซอกคอของเขา

น่าแปลกที่ในใจของฉันกลับไม่มีความรู้สึกใดๆ ผุดขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว

ฉันไม่ยอมให้เขาแบก แต่เดินกะเผลกยันผนังไปที่รถเอง แต่พอเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารออก กลับเห็นคลาวเดียนั่งอยู่ที่เบาะคนขับ

วินเซนโซรีบเข้ามาอธิบาย "คลาวเดียจะกลับไปกับเราด้วยน่ะ เธอเพิ่งได้ใบขับขี่มา เลยอยากจะให้ลองฝึกช่วงสั้นๆ นี้ดู คุณเก่งเรื่องขับรถกว่าผม ช่วยคอยชี้แนะเธอหน่อยได้ไหม?"

ฉันยังไม่ทันได้ตกลง ก็ถูกวินเซนโซดันเข้าไปนั่งที่เบาะหน้าคู่คนขับเสียแล้ว

ถ้าฉันรู้มาก่อนว่าใบขับขี่ของคลาวเดียนั้นได้มาเพราะใช้เงินซื้อมา ไม่ว่าอย่างไรฉันก็ไม่มีวันก้าวขึ้นรถคันนี้เด็ดขาด
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 19

    "แข่งรถเหรอ? หิมะหนาขนาดนี้จะแข่งยังไง? อีกอย่างคุณก็แทบจะกลายเป็นแท่งน้ำแข็งอยู่แล้ว ยังมีแรงขับรถอีกเหรอ?”เรื่องที่วินเซนโซนึกออกก็คือการแข่งรถ ฉันรักการแข่งรถที่สุด ถ้าเขาลงแข่งกับอเลสซานโดรแล้วชนะ เขาคงหวังว่าฉันจะยอมให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง วินเซนโซมองมาที่ฉันด้วยสายตามุ่งมั่น ในขณะที่ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด"ผมขอแข่งกับอเลสซานโดร ถ้าผมชนะ คุณช่วยให้โอกาสผมอีกครั้งได้ไหม?" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาเพียงสองคำ "ไม่ค่ะ" วินเซนโซหัวเราะเยาะตัวเอง "ถึงไม่ได้ผมก็จะแข่ง อิซาเบลล่า คุณช่วยมานานั่งข้างๆชี้ทางให้ผมหน่อยได้ไหม? ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายให้ผม"ฉันเริ่มรู้สึกโกรธขึ้นมานิดๆ เพราะอเลสซานโดรขับรถแข่งไม่เป็น แต่อเลสซานโดรกลับตอบตกลงอย่างเด็ดขาด ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ "ถ้าแข่งไม่ไหวก็อย่าฝืนเลย มันไม่ช่วยเปลี่ยนอะไรหรอกนะ ถ้านายเป็นอะไรไปฉันไม่รับผิดชอบด้วย" แต่อเลสซานโดรกลับเลิกทำหน้าบึ้งตึงอย่างที่หาได้ยาก เขาลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน"วางใจเถอะ ผมรู้ลิมิตตัวเอง เธอไปทำหน้าที่ชี้ทางให้เขาเถอะ ให้มันจบๆ ไป" จากนั้นเขาก็หันไปบอกวินเซนโซ "เริ่มเลย" ตอนที่รถเริ่มออกสู

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 18

    เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากด้านข้างกะทันหันวินเซนโซมองไปทางต้นเสียงแล้วอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง "อเลสซานโดร นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?" อเลสซานโดรวาดแขนโอบไหล่ฉันไว้ และในวินาทีที่เขารู้สึกว่าฉันไม่ได้ขัดขืน เขาก็ยิ่งกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเล็กน้อย"ฉันเป็นคู่หมั้นของเธอ ทำไมจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะ?" พอสิ้นคำพูดนี้ วินเซนโซก็เหมือนถูกฟ้าผ่า สมองดังอื้อจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง "คู่หมั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไง? อิซาเบลล่า... เขาจะเป็นคู่หมั้นของนายได้ยังไง?" ขอบตาของเขาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริก ฉันดึงมืออเลสซานโดรลงมา แล้วสอดประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกันชูขึ้นตรงหน้าวินเซนโซ"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้? ฉันยังโสดและไม่มีลูก การจะมีคู่หมั้นสักคนมันยอมรับยากนักหรือไง?" ริมฝีปากของวินเซนโซขยับพึมพำ ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ คำพูดของฉันเปรียบเสมือนมีดทู่ๆ ที่ปักลงกลางใจเขา ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง "ไม่ได้ ผมไม่อนุญาต! ผมรักคุณ คุณต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น!" ฉันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา และไม่อยากแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขาอีกต่อไป"รักเหรอ? รักที่คุณหมายถึงคือการ

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 17

    ไม่ว่าวินเซนโซจะตะโกนเรียกอยู่ข้างหลังอย่างไร รถคันนั้นก็ไม่มีท่าทีจะหยุดพักแม้แต่นิดเดียว กลับกันมันยิ่งขับเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเพียงจุดดำเล็กๆ ในระยะไกล หลังจากเงาร่างในกระจกมองหลังหายลับตาไป อเลสซานโดรถึงค่อยๆ ลดความเร็วรถลง ฉันปรายตามองเขาอย่างสงสัย"ทำไมวันนี้ขับเร็วขนาดนี้? รีบไปเกิดใหม่หรือไง?" อเลสซานโดรไม่ตอบคำถามฉัน แต่จู่ๆ ก็ถามขึ้นมาว่า "ถ้าเกิดวินเซนโซมาหาเธอ มาร้องไห้สำนึกผิดขอคืนดี เธอจะยอมตกลงไหม?"คิ้วของฉันขมวดแน่น ราวกับได้ยินอะไรสกปรก แต่ก็ยังตอบอย่างจริงจัง"ไม่ ตายไปยังไงก็ไม่ยอม" เพียงแค่นึกถึงสิ่งที่วินเซนโซเคยทำกับฉัน ฉันก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว และมักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเสมอ อเลสซานโดรจับสังเกตแววตาที่เด็ดเดี่ยวของฉันได้ มุมปากของเขาจึงยกขึ้นเบาๆ อย่างไม่ตั้งใจแต่สีหน้าเล็กๆ น้อยๆ นั้นกลับถูกฉันจับได้คาตา"นายถามเรื่องนี้ทำไม? ฝันถึงเขาเหรอ?""เปล่าหรอก แค่ชวนคุยเล่นๆ" เขาตอบปัดไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่ในใจกลับตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ครั้งนี้ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เขาก็จะไม่ยอมให้ฉันต้องเสียใจแม้แต่นิดเดียว วินเซนโซเหม่อมองไปทางที่รถหายลับไปอยู่น

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 16

    คืนนั้น อเลสซานโดรตรวจสอบทุกเรื่องราวเกี่ยวกับวินเซนโซและคลาวเดียจนครบถ้วน และร่างแผนการอย่างละเอียดเสร็จก่อนรุ่งสาง ความจริงเขาสามารถชิงตัวฉันออกมาได้ตรงๆ แต่ฉันบอกว่า "ถ้าทำแบบนั้น เขาจะตามจองเวรไปตลอดชีวิต" เขาจึงต้องอดทน และค่อยๆ วางหมากไปทีละขั้นตอน ตอนนั้นเองที่เขาได้รู้ว่า รากฐานของตระกูลคอร์เลโอเนนั้นซับซ้อนกว่าที่จินตนาการไว้มากเขาแสร้งทำเป็นต้องการแต่งงานกับคลาวเดียเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตระกูลคอร์เลโอเน แต่ความจริงกลับแอบจัดเตรียมกำลังคนเพื่อพาฉันหนีไปให้ไกล แต่เขาก็ยังมาสายไปก้าวหนึ่ง กว่าเขาจะหาฉันพบ ขาทั้งสองข้างของฉันก็บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนไม่สามารถสืบทอดธุรกิจตระกูลได้ และไม่สามารถขับรถแข่งคันโปรดออกไปโลดแล่นในสนามได้อีกต่อไปตอนนั้นฉันเหมือนคนไร้วิญญาณ ดวงตาว่างเปล่าจนน่ากลัว ยังดีที่เขาฉุดฉันกลับมาจากขอบเหวแห่งความตาย เขาพาฉันไปศูนย์ฟื้นฟูที่ดีที่สุด อยู่เคียงข้างตอนฉันเริ่มจับพวงมาลัยอีกครั้ง และเฝ้ามองฉันค่อยๆ ค้นพบแสงสว่างในชีวิตกลับมาทีละน้อย แม้จะผ่านการรักษาจนได้ขากลับมา แต่ฉันก็ไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้อีกแล้ว

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 15

    [มุมมองของอิซาเบลล่า]สามปีต่อมาณ ค่ายฝึกซ้อมรถแข่งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองคาลาเบรีย กำลังมีการจัดการแข่งขันรถแข่งครั้งสำคัญในรอบสามปี ตระกูลมาเฟียทั่วทั้งอิตาลีต่างส่งคนเข้าร่วมแข่งขัน ในพื้นที่พักผ่อน โค้ชผมทองตาฟ้าไม่กี่คนกำลังยืนคุยและมองไปทางสนามฝึกซ้อม"ได้ยินข่าวหรือเปล่า? คราวนี้มีม้ามืดจากซิซิลีมาด้วยนะ แค่สามปีเขาก็กวาดแชมป์ในประเทศไปเรียบเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาแข่งต่างเมือง หลายคนลงขันพนันว่าเขาจะชนะ แต่ฉันว่าก็งั้นๆ แหละ""นักแข่งจากซิซิลีเหรอ? งั้นจะประมาทไม่ได้นะ" โค้ชร่างสูงอีกคนจิ๊ปาก "อย่าลืมโค้ชผู้หญิงที่มาจากซิซิลีคนนั้นด้วยล่ะ ได้ยินว่าภายในสามปีเธอสร้างแชมป์หญิงได้ถึงห้าคน ทำเอาพวกเราโค้ชผู้ชายหน้าชาไปตามๆ กัน" ฟรานเชสก้าที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ยิ้มพลางส่ายหัว แล้วเดินกลับไปยังพื้นที่พักผ่อนของทีมตัวเองเธอหยิบน้ำแร่ที่เพิ่งเอาออกมาจากตู้แช่เย็นมาแปะเข้าที่หน้าของฉันดัง "แป๊ะ""โค้ชอิซาเบลล่า ได้ยินพวกขี้แพ้พวกนั้นบ่นถึงคุณอีกแล้ว ในสายตาพวกเขา คุณจะกลายเป็นตัวซวยสำหรับพวกเขาอยู่แล้วนะ" ฉันสะดุ้งเพราะความเย็นจนตัวสั่น หยิบหนังสือออกจากหน้าแล้วลุกขึ้นนั่

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 14

    "ฟาบิโอ! นี่คือผลกรรมของพี่!" คลาวเดียเกาะขอบหน้าต่าง มองเขาถูกเสาทับอยู่ด้านล่าง แล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พูดจบ เธอใช้มือยันตัว แล้วทิ้งร่างตัวเองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อความเย็นของผืนหญ้าโอบล้อมร่างกาย เธอนอนอยู่ตรงนั้น หัวเราะทั้งน้ำตา สัมผัสความดีใจที่รอดชีวิตมาได้ ส่วนห้องห้องนั้น พร้อมกับร่างของฟาบิโอ ก็ถูกเปลวเพลิงกลืนกินหายไปจนหมด แต่เธอดีใจได้ไม่นาน ก็หมดสติไปเพราะฤทธิ์ยาที่เริ่มทำงาน เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว วินาทีที่คิดได้ว่ายังไม่ตาย เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ในวินาทีต่อมา ความเจ็บปวดรุนแรงรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่การถูกรถทับก็ออกมาจากส่วนลึกของร่างกาย มันเหมือนมีความเจ็บปวดอันแสนทรมานไหลเวียนอยู่ในไขกระดูก เพียงแค่ขยับนิดเดียวก็เจ็บเจียนตาย เธอเรียกหมออย่างอ่อนแรง พยาบาลจึงเดินเข้ามาตามเสียงเรียก คลาวเดียสูดลมหายใจเข้าลึก เสียงของเธอแหบพร่า "ฉันปวดเหลือเกิน... ฉีดยาแก้ปวดให้ฉันที"“เป็นอาการปกติค่ะ”พยาบาลตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "คนที่ตัดแขนตัดขาไปแล้วจะเป็นแบบนี้ทุกคน วันที่ฝนตกจะยิ่งปวดกว่าเดิม ตอนแรกจะใช้ยาแก้ปวดให้แล้วล่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status