LOGINนี่เป็นครั้งที่หกแล้วที่ดันเต้ ฟัลโคเน่สะบัดหนังสือหย่าเฮงซวยนั่นลงตรงหน้าฉันเพื่อบีบให้ฉันเซ็นชื่อ แต่ครั้งนี้ ฉันไม่ได้ขัดขืนหรอก เขาวางปากกาหมึกซึมในมือลง วินาทีนั้น ความเงียบอันน่ากดดันก็แผ่ปกคลุมอากาศ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มลุ่มลึกคู่นั้นจ้องฉันไม่ละสายตา ราวกับอยากจะมองให้ทะลุถึงวิญญาณ "ครั้งนี้ทำไมถึงเชื่อฟังจังล่ะ โซเฟีย หรือว่าคุณจะเล่นลูกไม้อะไรอีก อย่าลืมสถานะของตัวเองสิ คุณนายฟัลโคเน่" ฉันถอดแหวนทับทิมที่เป็นสัญลักษณ์ของนายหญิงของตระกูลออก เป็นวงเดียวกับที่เขาเคยสวมให้ตอนขอฉันแต่งงานที่เกาะซิซิลี ฉันวางมันลงเบา ๆ บนโต๊ะทำงานที่เคยเต็มไปด้วยเลือดและธนบัตร ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ไม่ต่างจากคนตาย "ไม่มีหรอกดันเต้ ฉันก็แค่...เหนื่อยแล้ว โลกของคุณมันหนวกหูเกินไป"
View Moreบทส่งท้ายฤดูใบไม้ร่วงวนกลับมาอีกปีฉันเดินทางกลับอเมริกาคนเดียวเพื่อไปไหว้หลุมศพหลุมศพของแม่อยู่ในสุสานที่เงียบสงบแห่งหนึ่งในสปริงฟิลด์หน้าหลุมศพเต็มไปด้วยดอกไม้สดฉันจ้างคนให้มาทำความสะอาดเป็นประจำ มันจึงดูสะอาดสะอ้านอยู่เสมอฉันคุกเข่าลงหน้าหลุมศพแล้วกระซิบเบา ๆ "แม่คะ ตอนนี้หนูมีความสุขดีมาก งานวิจัยของหนูช่วยชีวิตคนไว้ได้มากมาย หนูค้นพบตัวเองแล้ว ได้พบความหมายของชีวิตแล้วด้วย แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูแล้วนะคะ"สายลมพัดผ่านเบา ๆ จนผมฉันปลิวสยายเหมือนแม่กำลังลูบหัวของฉันอย่างอ่อนโยนหลังจากไหว้หลุมศพเสร็จ ฉันขับรถผ่านใจกลางเมืองบอสตันตอนจอดรอสัญญาณไฟแดงที่ทางแยกแถวคอปเลย์สแควร์ ฉันก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นตาเขาคือดันเต้เขานั่งอยู่บนรถเข็น คุดคู้อยู่ในเงามืดตรงมุมถนนเพียงลำพัง บนตัวมีผ้าห่มเก่า ๆ ผืนหนึ่งคลุมไว้ลมฤดูใบไม้ร่วงของบอสตันพัดใบสนแห้งปลิวว่อน เขาดูซูบซีด ดูอ้างว้างจนความน่าเกรงขามที่เคยมีนั้นหายไปหมดเขาดูแก่ลงเยอะมาก ผมขาวหงอก ใบหน้ามีแต่ร่องรอยความลำบาก ศักดิ์ศรีของเจ้าพ่อในวันวานกลายเป็นแค่ฝุ่นผงผู้สืบทอดตระกูลฟัลโคเน่ที่เคยสง่างามและเปี่ยมพล
หนึ่งปีต่อมาการบำบัดด้วยยีนของฉันผ่านการทดลองทางคลินิกเฟสที่สามได้อย่างราบรื่นได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์นานาชาติว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการรักษามะเร็งทั้งองค์การยาแห่งสหภาพยุโรปและ FDA ของสหรัฐอเมริกาต่างอนุมัติวิธีการรักษานี้โรงพยาบาลหลายแห่งเริ่มนำวิธีการนี้ไปใช้ และช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากมายฉันก็เลยได้รับรางวัลทางการแพทย์ระดับนานาชาติมากมาย รวมถึงรางวัลลาซเกอร์และการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลที่กำลังจะมาถึงด้วยตอนยืนอยู่บนเวทีรับรางวัลที่สตอกโฮล์ม ฉันก็นึกถึงแม่ขึ้นมาถ้าท่านยังอยู่ ท่านจะต้องภูมิใจในตัวฉันมากแน่ ๆแม่คะ หนูทำได้แล้วนะหนูไม่ทำให้แม่ต้องผิดหวังในตัวหนูเลยหลังจากเสร็จสิ้นพิธีมอบรางวัล ฉันก็เดินทางกลับมาที่เจนีวาในสวนของวิลล่า ดอกกุหลาบที่เอ็มม่าปลูกไว้กำลังออกดอกบานสะพรั่งฉันนั่งลงบนม้านั่งในสวน มองดูพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นสายจากเรเชล "โซเฟีย มีข่าวจะบอก ดันเต้ออกจากคุกแล้ว"ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง "เขาถูกตัดสินจำคุกด้วยเหรอ""อื้ม ข้อหาพัวพันกับการติดสินบนและกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตัด
ครึ่งปีต่อมางานวิจัยของฉันคืบหน้าอย่างก้าวกระโดดโครงการบำบัดยีนมะเร็งนั้น ผ่านการทดลองและการวิเคราะห์ข้อมูลซ้ำแล้วซ้ำเล่าในที่สุดก็เข้าสู่ขั้นตอนการทดลองทางคลินิกผู้อำนวยการศูนย์วิจัยขององค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรปพอใจกับผลงานของฉันมากทั้งยังแนะนำให้ฉันเข้าร่วมการประชุมทางการแพทย์ระดับนานาชาติ การประชุมวิจัยโรคมะเร็งแห่งยุโรปที่จะจัดขึ้นในปารีสด้วย"ด็อกเตอร์รอสซี งานวิจัยของคุณมีคุณค่ามากครับ"ผู้อำนวยการที่เป็นศาสตราจารย์ชาวเยอรมันใจดีกล่าวอย่างจริงใจ"ผมเชื่อว่าถ้าการบำบัดนี้ประสบความสำเร็จ มันจะช่วยชีวิตคนได้เอยะเลย คุณควรให้คนได้รับรู้ถึงความสำเร็จของคุณมากมากขึ้นนะ"ฉันพยักหน้าและตอบรับคำแนะนำนั้นการประชุมจัดขึ้นที่ปารีสเมื่อฉันยืนอยู่บนโพเดียมของมหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ เพื่อนำเสนอผลการวิจัยต่อผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จากทั่วทุกมุมโลกฉันก็นึกย้อนไปถึงเมื่อหลายปีก่อนตัวฉันเองที่เคยนำเสนอวิทยานิพนธ์ครั้งแรกในงานสัมมนาที่ฮาร์วาร์ดตอนนั้นฉันก็มีความมั่นใจแบบนี้ เต็มไปด้วยความหวังแบบนี้แหละหลังจากนั้นเป็นแต่งงาน ฉันจึงทิ้งทุกอย่างไปตอนนี้ ในที่สุดฉันก็ได้ตัวตนขอ
ดันเต้ยืนอยู่หน้าประตูตลอดคืนเช้าวันต่อมา เอ็มม่าบอกฉันว่าในที่สุดเขาก็จากไปแล้วแต่ก่อนจะไป เขาได้ทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่งตอนที่เอ็มม่ายื่นจดหมายให้ฉัน ฉันลังเลอยู่นานมากแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเปิดมันออกเป็นจดหมายที่เขียนยาวมากเขาเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขียนถึงวิธีที่เขาค่อย ๆ ไต่เต้าในตระกูลจนมาถึงจุดนี้ได้เขียนถึงความรู้สึกที่มีต่อโอลิเวียว่าเปลี่ยนจากความหลงใหลกลายเป็นความรังเกียจได้ยังไงเขียนว่าหลังจากที่ได้รับรู้ว่าเอลีนอร์เสียชีวิตแล้ว เขานึกเสียใจทีหลังขนาดไหนเขียนว่าหลังจากถูกตระกูลปลดออก เขาก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่าตัวเองสูญเสียอะไรไปบ้างย่อหน้าสุดท้ายเขียนไว้ว่า[โซเฟีย ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์จะขอให้คุณยกโทษให้ สิ่งที่ผมทำลงไป ทุกอย่างมันพอที่จะทำให้คุณเกลียดผมไปตลอดชีวิต แต่ผมก็ยังอยากจะบอกคุณว่า ผมรักคุณ ผมรักคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอคุณที่ฮาร์วาร์ด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนที่ผมรักมาตลอดก็คือคุณ แต่ผมมันโง่เกินไป เห็นแก่ตัวเกินไป เลยไม่ได้เห็นค่าและรักษาเอาไว้ ตอนนี้โอลิเวียถูกจับแล้ว เธอถูกตั้งข้อหาหนักระดับร
อดีตเป็นเหมือนควันไฟ พริบตาเดียวก็สลายไปดั่งเมฆก่อนจะก้าวขึ้นเครื่องบิน ฉันนั่งอยู่ในสตาร์บัคส์ที่สนามบินโลแกนฉันเริ่มเตรียมการขั้นสุดท้ายยังไงฉันก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมโดนรังแกฝ่ายเดียวอยู่แล้วหลายปีที่ผ่านมา ในฐานะ 'คุณนายไม้ประดับ' ฉันไม่ได้ใช้ชีวิตไปวัน ๆ เพราะฉันแอบรวบรวมหลักฐานมาโดยตล
วันนั้น ฉันคุกเข่าลงข้างเตียงคนไข้ ร้องไห้อย่างไร้หนทางอยู่นานมาก...ร้องไห้จนน้ำตาแห้ง ร้องจนคอแหบ แต่ฉันกลับหยุดร้องไม่ได้พยาบาลที่คอยดูแลแม่มาตลอดขอบตาแดงก่ำ เธอบอกเล่าคำสั่งเสียสุดท้ายของแม่ให้ฉันฟัง"ในช่วงเวลาสุดท้าย คุณแม่ของคุณเรียกชื่อคุณไม่หยุดเลยค่ะ ท่านบอกว่า ไม่ว่าคุณจะมาไม่ทันเพร
เมื่อได้รับแจ้งว่าแม่อยู่ในอาการวิกฤต ฉันก็รีบไปยังศูนย์การแพทย์เบธ อิสราเอลดีคอนเนสราวกับคนบ้ารถอูเบอร์ติดแหง็กอยู่บนถนนสโตรโรว์นานร่วมครึ่งชั่วโมง ฉันร้อนใจจนตัวสั่นไปหมดคนขับเห็นท่าทางของฉัน จึงเอ่ยด้วยความหวังดีว่า "คุณผู้หญิงครับ หรือคุณจะลงจากรถแล้ววิ่งไปเองดี ข้างหน้ามันติดหนักมากเลย"ฉั
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันจนตรอกยังไม่หมดเท่านี้อาการป่วยของแม่รอไม่ได้ ฉันจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมจำนนฉันมองกล้องโทรศัพท์ อัปโหลดคลิปวิดีโอชี้แจงลงบนยูทูบ ยอมรับเองกับปากว่าใบสำคัญการสมรสเป็นภาพตัดต่อบอกว่าหลักฐานการปลอมแปลงผลงานทางวิชาการพวกนั้นเป็นของปลอมที่ฉันสร้างขึ้นมาเพราะประสงค์ร้ายทั้ง





