Short
คำขอโทษที่ไร้ค่า

คำขอโทษที่ไร้ค่า

โดย:  เหยียนเหยียนจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
19บท
0views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ปีที่ห้าหลังจากแต่งงานกับเจ้าพ่อมาเฟีย ฉันเริ่มรู้สึกเวียนหัวทุกครั้งที่พกเครื่องรางที่เขาให้ติดตัว ฉันจึงแกะเอาเม็ดยาที่ซ่อนอยู่ด้านในออก แล้วนำไปตรวจที่โรงพยาบาลของตระกูล หลังจากแพทย์ตรวจวิจัยอยู่พักหนึ่ง กลับบอกว่านี่ไม่ใช่ยาช่วยให้นอนหลับ แต่เป็นยาพิษฤทธิ์เรื้อรัง ถ้าสวมไว้นานๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้เป็นหมัน แต่ยังส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก ฉันร้องออกมาอย่างเสียสติ "เป็นไปไม่ได้ นี่เป็นของที่สามีฉันให้มา เขาชื่อ วินเซนโซ คอร์เลโอเน และเบื้องหลังเขา เขาก็เป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย" แพทย์ทำหน้าสงสัย "คุณผู้หญิง ลองไปตรวจที่แผนกจิตเวชหน่อยไหม? คุณวินเซนโซกับภรรยาของเขาผมรู้จักดี ทั้งคู่รักกันมาก และภรรยาของเขาก็เพิ่งจะคลอดลูกไปไม่นาน ตอนนี้พวกเขากำลังดูลูกอยู่ที่ห้องวีไอพีชั้นบนสุดน่ะ" ขณะที่พูด เขาก็กดเปิดรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ ในรูปถ่าย วินเซนโซสวมชุดสูทสีดำที่เป็น สัญลักษณ์ของตระกูล ในอ้อมแขนอุ้มทารกคนหนึ่งไว้ ส่วนผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างกายเขานั้น ผู้หญิงคนนั้นฉันรู้จักดี เธอชื่อว่า คลาวเดีย เธอก็คือน้องสาวบุญธรรมที่วินเซนโซมักจะพูดถึงอยู่เสมอ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

หลังจากออกมาจากห้องตรวจ ฉันก็โซเซถลันเข้าไปในลิฟต์ ตั้งใจจะไปหาวินเซนโซที่ชั้นบนสุดเพื่อถามให้รู้เรื่อง

พอประตูลิฟต์ปิดลง ก็มีเสียงที่คุ้นเคยสองเสียงดังขึ้น

วันนี้ลมแรง และฉันก็แต่งตัวมิดชิดแถมยังสวมหมวก คนข้าง ๆ เลยจำฉันไม่ได้

"วินเซนโซ นายไม่กลัว อิซาเบลล่า จะจับได้จริงๆ เหรอ? ตอนนั้นจะไปรั้งเธอกลับมาทำไม? ถ้าแต่งกับคลาวเดียไปตั้งแต่แรก ป่านนี้ตอนมาดูลูกก็คงไม่ต้องทำตัวเหมือนหัวขโมยแบบนี้หรอก"

นั่นคือเสียงของ ฟาบิโอ

น้ำเสียงของวินเซนโซเย็นเยียบ "เธอไม่มีวันรู้หรอก ฟาบิโอ นายหุบปากให้สนิทเถอะ แล้วเวลาเจอหน้าอิซาเบลล่าควรพูดอะไรไม่ควรพูดอะไร หวังว่านายคงจะรู้ดี"

"ฉันไม่เข้าใจนายเลยจริงๆ" ฟาบิโอหัวเราะเยาะ "คลาวเดียเข้ามาอยู่ในบ้านนายในฐานะคู่หมั้นเด็กตั้งแต่อายุห้าขวบ ตอนเด็กๆ นายโอ๋เธอจะตายไป พอโตขึ้นกลับเป็นอิซาเบลล่าไปซะได้"

"ยอมส่งตัวคลาวเดียไปที่อื่นเพื่ออิซาเบลล่า แล้วหลังจากนั้นก็ยังอุตส่าห์วางแผนแทบตายเพื่อรับเธอกลับมา สรุปแล้วนายรักใครกันแน่?"

วินเซนโซเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูด "ฉันรักอิซาเบลล่า แต่ก็ทิ้งคลาวเดียไม่ลง พอคิดว่าช่วงเวลาหลายปีที่เธอต้องไปตกระกำลำบากอยู่กับพวกคามอร์รา ใจฉันก็สับสนไปหมด"

“สถานะภรรยาฉันให้อิซาเบลล่าแล้ว ลูกก็ให้คลอเดียเถอะ อย่างน้อยเธอจะได้มีที่พึ่ง”

ฟาบิโอถอนหายใจ "แล้วถ้าเกิดนายกับอิซาเบลล่ามีลูกด้วยกันขึ้นมาล่ะ แล้วคลาวเดียกับลูกสาวของพวกนายจะทำยังไง? เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันนะ ฉันไม่อยากเห็นสองแม่ลูกต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิตหรอก"

เสียงสัญญาณเตือนว่าลิฟต์ถึงชั้นบนสุดดังขึ้นกะทันหัน

วินเซนโซพูดอย่างเรียบ ๆ ว่า “ไม่มีวันนั้นหรอก”

ฟาบิโอชะงัก เขาไม่เข้าใจว่าที่บอกว่า "ไม่มีวัน" นั้น หมายถึงจะไม่มีลูก หรือจะไม่มีวันลำเอียงกันแน่

เขาเดินตามออกไปด้วยความงุนงง

แต่ฉันกลับเข้าใจมันอย่างแจ่มแจ้ง

เขาหมายความว่า เราจะไม่มีวันมีลูกด้วยกัน

เพราะเขาเตรียมยาพิษที่ทำให้เป็นหมันไว้ให้ฉันตั้งนานแล้ว เพื่อกำจัดขวากหนามให้ลูกสาวของเขา

ในลิฟต์ทั้งอับและร้อน แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง ร่างกายหนาวเหน็บไปจนถึงกระดูก

ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้เดินตามออกไป เพราะมันไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว

จนกระทั่งลิฟต์เลื่อนลงมาถึงชั้นหนึ่งอีกครั้ง ฉันถึงเพิ่งรู้สึกเหมือนคนจมน้ำที่ได้สูดอากาศเฮือกแรก จนสำลักออกมาอย่างแรง

โทรศัพท์ในกระเป๋าของฉันสั่น หน้าจอมีข้อความจากวินเซนโซส่งมา

[อิซาเบลล่า พรุ่งนี้ผมจะไปรับคุณที่ท่าเรือ อย่าลืมสวมเครื่องรางที่ผมขอมาให้ด้วยนะ]

ความรู้สึกของฉันพังทลายลงในพริบตา หยาดน้ำตาเม็ดโตร่วงลงไม่ขาดสาย

เจ้าพ่อมาเฟียงานยุ่งมาก แต่ตั้งแต่แต่งงานกันมา ทุกครั้งที่ฉันเดินทางไปไหน วินเซนโซจะไปรอรับฉันที่ท่าเรือตรงเวลาเสมอ

วันนั้นเขาจะจองร้านอาหารล่วงหน้า ซื้อดอกไม้เตรียมไว้ เพื่อต้อนรับการกลับมาของฉัน เป็นเช่นนี้ทุกปีไม่เคยเปลี่ยน

เพื่อนของเขาเคยบอกฉันว่า ฉันคือ รักแรกที่ฝังใจและวินเซนโซใช้ครึ่งชีวิตแลกมา

เพื่อให้ฉันกลับประเทศ เขาถึงขั้นไปแย่งธุรกิจและข่มขู่มาเฟียต่างชาติ จนถูกสั่งเก็บและต้องหนีตายเอาชีวิตรอดอยู่หลายครั้ง

เพื่อรั้งฉันไว้ เขาใช้เงินมหาศาลจ้างทีมวางแผนชั้นยอด เพื่อขยายกิจการค้าอาวุธที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ฉันในซิซิลีจนรุ่งเรือง

หลังแต่งงาน เขาก็ยิ่งตามใจฉันมากกว่าเดิม

เพราะฉันชอบแข่งรถ เขาจึงทุ่มเงินสร้างสนามแข่งรถส่วนตัวให้ และในวันครบรอบทุกปี เขาจะมอบรถแข่งแต่งระดับท็อปให้ฉันหนึ่งคันเสมอ

แค่ฉันพูดว่าคิดถึงแม่ เขาก็ยอมใช้เส้นสายทั้งหมดกลางดึกเพื่อตามหาของดูต่างหน้าของแม่กลับมาให้ฉันก่อนฟ้าสาง

แต่ผู้ชายที่ดูรักมั่นคงขนาดนี้ กลับแอบมีอีกครอบครัวหนึ่งลับหลังฉัน

จู่ๆ ฉันก็เข้าใจทุกอย่าง

มิน่าล่ะ คลาวเดียถึงรู้จักทุกซอกทุกมุมในบ้านคอร์เลโอเนดียิ่งกว่าฉัน ไม่แปลกใจเลยคนที่อยู่คามอร์รามานานถึงเรียกชื่อเล่นเพื่อนเขาทุกคนได้ถูกต้อง และไม่น่าแปลกใจเลยที่ “น้องสาวบุญธรรม” คนหนึ่ง จะทำให้เขายอมยกเลิกงานทั้งหมด เพื่อพาเธอเที่ยวไปทั่วประเทศ

ไม่มีน้องสาวบุญธรรมที่ไหนหรอก ชัดเจนว่าเป็นคู่หมั้นที่หมายหมั้นกันมาแต่เด็กต่างหาก

ส่วนฉันต่างหาก คือมือที่สามที่แทรกกลางเข้ามา

โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง เป็นรูปถ่ายครอบครัวสุขสันต์ที่คลาวเดียส่งมา พร้อมข้อความบรรทัดหนึ่ง

[พี่อิซาเบลล่า เลิกครองตำแหน่งที่ไม่ใช่ของตัวเองได้แล้วนะคะ ตอนแรกนึกว่าพี่จะรู้ตัวซะอีก ที่ไหนได้หน้าด้านเหมือนกันนะนี่ วินเซนโซบอกว่าลูกหน้าเหมือนเขา พี่ว่าจริงไหมคะ?]

ฉันปรายตาแค่มองแวบเดียวก็กดปิดไป

ในเมื่อเธออยากได้นัก ก็ยกให้เลยแล้วกัน

ฉันเปิดรายชื่อผู้ติดต่อ แล้วกดโทรหาเบอร์ที่เกือบจะเลือนหายไปจากความจำ

"อเลสซานโดร... ข้อตกลงในตอนนั้น ยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า?"
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
19
บทที่ 1
หลังจากออกมาจากห้องตรวจ ฉันก็โซเซถลันเข้าไปในลิฟต์ ตั้งใจจะไปหาวินเซนโซที่ชั้นบนสุดเพื่อถามให้รู้เรื่องพอประตูลิฟต์ปิดลง ก็มีเสียงที่คุ้นเคยสองเสียงดังขึ้น วันนี้ลมแรง และฉันก็แต่งตัวมิดชิดแถมยังสวมหมวก คนข้าง ๆ เลยจำฉันไม่ได้"วินเซนโซ นายไม่กลัว อิซาเบลล่า จะจับได้จริงๆ เหรอ? ตอนนั้นจะไปรั้งเธอกลับมาทำไม? ถ้าแต่งกับคลาวเดียไปตั้งแต่แรก ป่านนี้ตอนมาดูลูกก็คงไม่ต้องทำตัวเหมือนหัวขโมยแบบนี้หรอก"นั่นคือเสียงของ ฟาบิโอน้ำเสียงของวินเซนโซเย็นเยียบ "เธอไม่มีวันรู้หรอก ฟาบิโอ นายหุบปากให้สนิทเถอะ แล้วเวลาเจอหน้าอิซาเบลล่าควรพูดอะไรไม่ควรพูดอะไร หวังว่านายคงจะรู้ดี""ฉันไม่เข้าใจนายเลยจริงๆ" ฟาบิโอหัวเราะเยาะ "คลาวเดียเข้ามาอยู่ในบ้านนายในฐานะคู่หมั้นเด็กตั้งแต่อายุห้าขวบ ตอนเด็กๆ นายโอ๋เธอจะตายไป พอโตขึ้นกลับเป็นอิซาเบลล่าไปซะได้""ยอมส่งตัวคลาวเดียไปที่อื่นเพื่ออิซาเบลล่า แล้วหลังจากนั้นก็ยังอุตส่าห์วางแผนแทบตายเพื่อรับเธอกลับมา สรุปแล้วนายรักใครกันแน่?"วินเซนโซเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูด "ฉันรักอิซาเบลล่า แต่ก็ทิ้งคลาวเดียไม่ลง พอคิดว่าช่วงเวลาหลายปีที่เธอต้องไปตกระกำลำบากอยู่กั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำของ อเลสซานโดร จะดังขึ้นมา"อีกครึ่งเดือนตระกูลมาริโนจะย้ายถิ่นฐาน ถึงตอนนั้นฉันจะไปรับเธอ" ฉันอึ้งไปครึ่งวินาที ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่ผู้ชายคนนี้กลับมั่นใจเหลือเกินว่าฉันจะไปแต่เขากลับเดาถูกเสียด้วย"ได้" ด้วยความสามารถของอเลสซานโดร หลังจากนี้อีกครึ่งเดือน ต่อให้วินเซนโซจะพลิกแผ่นดินหา เขาก็อย่าหวังว่าจะได้เจอฉันอีก วันนั้นทั้งวันโทรศัพท์ของฉันมีข้อความจากวินเซนโซส่งมาไม่หยุด แต่ฉันไม่ตอบกลับเลยแม้แต่ข้อความเดียว วินเซนโซเริ่มร้อนรน ไม่รู้ไปได้ข่าวมาจากไหนว่าฉันกลับมาแล้ว กลางดึกคืนนั้นเขาจึงผลักประตูบ้านเข้ามาอย่างแรง กลางห้องนั่งเล่น ฉันกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา "อิซาเบลล่า? ทำไมกลับมาก่อน?” เขารีบเดินเข้ามาหาฉัน "ผมส่งข้อความไปตั้งเยอะ..." พูดจบเขาก็ยื่นแขนโอบฉันไว้แน่น คางเกยอยู่บนศีรษะฉันแล้วถูเบา ๆ “ดีที่คุณไม่เป็นอะไร ผมกลัวจริง ๆ…อิซาเบลล่า ผมขาดคุณไม่ได้”ความรักในดวงตาของเขาไม่ใช่เรื่องหลอกลวงฉันรู้ว่าเขารักฉันจริง แต่ฉันก็รู้ชัดยิ่งกว่า ว่าความรักของเขาไม่ได้มอบให้ฉันเพียงคน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมา ในบ้านยังคงว่างเปล่า บนหน้าจอโทรศัพท์มีข้อความที่วินเซนโซส่งมา[ที่รัก วันนี้งานยุ่งมากเลย แผนลาพักร้อนคงต้องล่มไปก่อน คุณอย่าโกรธนะ พรุ่งนี้ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณ ผมเตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว รอผมกลับไปนะ] ใต้ข้อความของเขา คือรูปถ่ายที่คลาวเดียส่งมาเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน เป็นรูปคู่ของทั้งสองคนที่ข้างสระน้ำพุร้อน รอยยิ้มนั้นมันช่างบาดตาเหลือเกินฉันกำโทรศัพท์แน่น เกือบจะกดโทรออกไปถามเขาให้รู้แล้วรู้รอดว่า ที่ว่ายุ่งน่ะ ยุ่งกับการเจรจาธุรกิจ หรือยุ่งกับการปรนนิบัติน้องบุญธรรมกันแน่ แต่พอคิดถึงแผนการในใจ สุดท้ายฉันก็กดข่มความโกรธเอาไว้ แล้วตอบกลับไปเพียงคำว่า [ค่ะ] เขาไม่กลับมาก็ดีเหมือนกัน จะได้สะดวกต่อการเก็บข้าวของของฉัน เสื้อผ้าทุกชุดที่วินเซนโซเคยซื้อให้ ฉันจัดการลงกล่องจนหมด ตั้งใจจะเอาไปบริจาคให้คนในสลัม รูปคู่ที่แขวนอยู่บนผนังถูกฉันดึงลงมาโยนเข้าเครื่องทำลายเอกสาร แม้แต่การ์ดอวยพรร้อยความปรารถนาที่ฉันเคยเขียนให้เขา ก็ถูกเอาออกมาเผาจนเป็นเถ้าถ่านที่ริมระเบียง วันถัดมา ในที่สุดวินเซนโซก็กลับมา ทันทีที่เห็นฉัน เขาก็รีบวางเค้กในมือ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ตอนที่รถพุ่งออกไปอย่างส่ายไปส่ายมา หัวใจฉันกระโจนขึ้นมาถึงคอทันทีฉันเอื้อมมือไปแย่งพวงมาลัย แต่คลาวเดียกลับผลักฉันออกอย่างแรง"ถ้าไม่อยากตายก็ปล่อยมือ!" ฉันตะโกนเตือนเสียงดัง คลาวเดียกลับไม่ยอมปล่อยมือเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังเหยียบคันเร่งจนจมมิดเสียงโครมสนั่นและเสียงของวินเซนโซดังขึ้นพร้อมๆ กัน"อิซาเบลล่า!"ฉันทนความเจ็บแปลบที่ขา พยายามตอบเสียงเรียกนั้นกลับไป"วินเซนโซ... ฉันอยู่นี่..." มีเสียงขยับเขยื้อนดังอยู่ข้างๆ แต่ผ่านไปเนิ่นนานก็ไม่มีใครตอบกลับฉันเลยฉันฝืนลืมตา สายตาถูกเลือดบังจนพร่ามัว เห็นเพียงภายในรถที่ว่างเปล่า เหลือเพียงฉันแค่คนเดียวผู้ชายคนที่เพิ่งจะตะโกนเรียกชื่อฉันเมื่อครู่ เขาไม่ได้ช่วยฉัน ในวินาทีที่สติเริ่มดับวูบ ฉันก็ดิ่งลึกเข้าไปในความฝัน ฝันถึงปีนั้นที่วินเซนโซยอมตามฉันไปไกลถึงแคนาดาในตอนนั้นฉันถูกนายจ้างกักตัวไว้ไม่ยอมปล่อย เขาโกรธท้าพนันแข่งรถกับฝ่ายนั้น บอกว่าถ้าชนะจะพาฉันไป ฉันนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับคอยดูทางให้ แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นจนได้ เขาควบคุมแรงดริฟต์รถไม่อยู่ รถจึงพุ่งทะลุรั้วกั้นตกลงไปใต้หน้าผาท่ามกลางความโกลาหล เขาปกป
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
"อ๊าก! ผมไม่อยากขาหักนะ ไม่เอา!"เสียงร้องไห้ของเด็กชายดังไปทั่วทั้งห้องผู้ป่วย และลอดเข้ามาในหูฉันด้วยขาหักงั้นเหรอ?! ในหัวของฉันดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีบางอย่างระเบิดออก มือของฉันรีบลูบไปที่ขาตามสัญชาตญาณ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงขอบแข็งๆ ของเฝือก ขายังอยู่แต่ในวินาทีถัดมา หัวใจก็บีบรัดแน่น เพราะเมื่อฉันกดปลายนิ้วลงไป ไม่ว่าจะลองนวดเบาๆ หรือออกแรงหยิก ขาท่อนนั้นกลับไม่มีความรู้สึกใดๆ เลย ราวกับเป็นชิ้นส่วนแปลกปลอมที่ติดอยู่บนร่างกาย"เป็นไปไม่ได้... ไม่จริงหรอก" ฉันพึมพำกับตัวเอง พยายามจะลุกลงจากเตียง แต่ทันทีที่ยกตัวขึ้นได้เพียงนิดเดียว ขาขวาก็อ่อนแรงจนร่างทั้งร่างกระแทกพื้นอย่างแรง ในตอนนั้นเอง เสียงที่ร้อนรนของวินเซนโซก็ดังมาจากหน้าประตู“คุณลุงหมอจอห์น ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริง ๆ เหรอ? อาชีพของเธอพึ่งพาทักษะการขับรถระดับแนวหน้า ถ้าไม่มีขาแล้วเธอจะ… ผมไม่กล้าบอกข่าวร้ายนี้กับเธอเลย”“ต้องดูการฟื้นตัวก่อน” เสียงหมอเต็มไปด้วยความจนปัญญา “แต่ไม่แนะนำให้ทำงานแบบนั้นอีก หากเกิดอุบัติเหตุอีก ผลลัพธ์จะร้ายแรงเกินคาด” หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง วินเซนโซก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงแหบพร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
ร่างทั้งร่างของฉันแข็งทื่อ ราวกับมีเสียงวิ้งดังอยู่ในหัวฉันกำโทรศัพท์แน่นอย่างไม่อยากเชื่อ และพูดเสียงสั่น "เธอ... ว่ายังไงนะ?""เป็นเรื่องจริง" เสียงของโซเฟียเต็มไปด้วยความระมัดระวัง "ฉันไหว้วานคนให้ช่วยเช็กแล้ว สถานะของเธอคือโสด ส่วนวินเซนโซน่ะหย่าร้าง""อดีตภรรยาของเขาก็คือคลาวเดีย เพิ่งจะเดินเรื่องหย่ากันเมื่อสองเดือนก่อนนี่เอง ตราประทับบนใบทะเบียนสมรสของพวกเธอมันเป็นของปลอม ตัวเอกสาร... ก็แค่ของเลียนแบบที่ซื้อมาจากร้านขายของถูกๆ พวกเธอไม่ใช่สามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย" โซเฟียพูดไปสะอื้นไป งานแต่งงานของฉันที่เคยโด่งดังไปทั่วเมืองในตอนนั้น มีผู้คนมากมายอิจฉาที่ฉันได้แต่งงานกับคนดีๆ แต่ใครจะไปคิดว่างานแต่งนี้มันจะจอมปลอมมาตั้งแต่ราก? มือของฉันสั่นขณะกดเปิดรูปภาพสกรีนช็อตที่โซเฟียส่งมา แสงจากหน้าจอขาวโพลนสะท้อนลงบนใบหน้าที่ซีดเผือดไม่แพ้กันของฉัน ตัวอักษรที่เย็นชาแต่ละบรรทัด เปรียบเสมือนเข็มอาบยาพิษที่ทิ่มแทงเข้ามานับไม่ถ้วนจนฉันปวดตาไปหมด นี่ฉันกลายเป็นมือที่สามที่เข้าไปแทรกแซงชีวิตคู่ของคนอื่น เป็นเมียน้อยมาตลอดสิบปีเต็มๆ เลยเหรอสิบปีเชียวนะ ตั้งแต่อายุสิบเจ็ดถึ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
คฤหาสน์เกิดไฟไหม้ เปลวเพลิงพุ่งสูงเผาผลาญทุกอย่างจนไม่เหลือซาก ศพปลอมร่างนั้น ได้ตายในกองเพลิงแทนที่อิซาเบลล่าตอนที่ไฟเริ่มลุกไหม้ แม่บ้านก็นึกขึ้นได้ว่าอิซาเบลล่ายังถูกล็อคอยู่ในห้อง แต่ก่อนไปนายท่านได้กำชับไว้เป็นพิเศษว่าห้ามใครเข้าใกล้ห้องนั้นเด็ดขาด แต่ไฟเริ่มลุกขึ้นเรื่อยๆ แม่บ้านร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายจึงตัดสินใจโทรศัพท์หาวินเซนโซ ทันทีที่สายต่อติด เธอแทบจะร้องไห้ออกมา"นายท่านคะ คฤหาสน์ไฟไหม้ค่ะ! คุณอิซาเบลล่ายังอยู่ข้างบนห้องเลยค่ะ!""อะไรนะ? ไฟไหม้เหรอ? มันไหม้ได้ยังไง?" แต่เสียงที่ดังมาจากหูโทรศัพท์กลับเป็นเสียงของ ฟาบิโอตามมาด้วยเสียงของคลาวเดียว "ใครโทรมาเหรอ? อะไรไฟไหม้?"ฟาบิโออธิบายไปสองสามคำ แม่บ้านป้าจางก็ยิ่งร้อนรนกว่าเดิม "โธ่เอ๊ย คุณอิซาเบลล่ายังติดอยู่ในห้องข้างบนค่ะ! ฉันไม่มีกุญแจ รีบบอกนายท่านวินเซนโซให้กลับมาด่วนเลยค่ะ!" ฟาบิโอกำลังจะขานรับ แต่ข้อมือกลับถูกคลาวเดียกดเอาไว้ทันที"ฉันพูดเอง""ป้าจางคะ ฉันคลาวเดียเอง เดี๋ยวฉันจะรีบบอกวินเซนโซให้รีบกลับไปเดี๋ยวนี้เลย ป้ารีบออกมาจากที่นั่นเถอะค่ะ เดี๋ยวจะบาดเจ็บเอา" ป้าจางรีบรับคำ และเพียงไม่ก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
คฤหาสน์ที่เคยหรูหราสง่างาม ในตอนนี้เหลือเพียงซากปรักไหม้ที่ดำเป็นตอตะโก ผมพุ่งเข้าไปในซากนั้นอย่างบ้าคลั่ง อาศัยความทรงจำตามหาห้องที่อิซาเบลล่าพักอยู่ แต่ว่าภาพตรงหน้าทำให้รูม่านตาของผมหดเกร็ง เลือดทุกหยดในกายคล้ายจะแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง ในห้องถูกเผาจนเหลือเพียงเหล็กเส้นที่บิดเบี้ยว โครงเตียงทรุดตัวลงกลายเป็นก้อนเหล็กดำมืด อย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่ข้าวของที่พอดูออกว่าเป็นอะไรก็ไม่หลงเหลือสักชิ้นอิซาเบลล่าผู้ซูบเซียวและต่ำต้อยที่เห็นในกล้องวงจรปิด รวมถึงตัวกล้องเอง ต่างก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ดวงตาของผมแดงก่ำขึ้นมาทันที ในหัวส่งเสียงอื้ออึงไปหมด ผมยืนอึ้งอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะหันหลังวิ่งตรงไปยังป้อมยามหน้าโครงการ"บ้านเลขที่ 18 ไฟไหม้ตอนไหน?" รปภ. พอเห็นว่าเป็นผมก็ตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "พระเจ้าช่วย! นายท่าน มันไหม้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแล้วครับ น่าจะเป็นวันที่ 8 เรื่องนี้ท่านไม่ทราบเหรอครับ?" วันที่ 8 งั้นเหรอ?ผมรู้สึกเพียงไอเย็นพุ่งจากปลายเท้าขึ้นถึงศีรษะ เลือดสูบฉีดย้อนขึ้นสมอง วันนั้น คือวันที่ผมกับคลาวเดียจัดงานแต่งงาน แล้ววิดีโอวงจรปิดที่ผมดูมาตลอดหลายวันนี
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
ผมวิ่งพรวดพราดขึ้นบันได ในมือมือกำกุญแจสำรองที่ปั๊มเผื่อไว้ตั้งนานแล้ว ตลอดทาง ผมคิดหาวิธีชดเชยให้เธอนับไม่ถ้วน แล้วก็ล้มเลิกความคิดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจ ขอแค่เธอยอมออกมา ผมจะพาเธอไปจดทะเบียนสมรสทันที จะเชิญหมอที่ดีที่สุดในโลกมารักษาขาของเธอ และจะคืนหยกกับกำไลพวกนั้นที่เธอรักนักรักหนาให้ทั้งหมดผมเสียบกุญแจเข้าช่องโหว่แล้วบิด ค่อยๆ ผลักประตูเข้าไปอย่างเบามือ วางกุญแจไว้บนตู้ตรงทางเข้าไปและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไป"อิซาเบลล่า ออกมาเถอะ" ผมพูดต่อด้วยความหวังเต็มเปี่ยม "ขอแค่คุณออกมา ผมยอมคุณทุกอย่างเลย" ในห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่า มีเพียงเสียงของผมที่สะท้อนกลับมา ผ่านไปเนิ่นนาน ก็ยังคงไม่มีการตอบสนองใดๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของผมค่อยๆ จางหายไป เขาเม้มริมฝีปากแน่นจนกรามขบกันดังกรอด"อิซาเบลล่า!" ผมตะโกนขึ้นเสียงดังลั่น "อย่าบีบบังคับผมนะ! บ้านจะไหม้ก็ไหม้ไป ผมไม่ถือสาคุณหรอก! ขอแค่คุณกลับมา กลับมาหาผม ผมจะให้คุณทุกอย่าง!" ความบ้าคลั่งในกายพุ่งพล่าน นัยน์ตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ แต่ประตูห้องนอนที่ปิดสนิทนั้น ยังคงนิ่งสนิทไร้การเคลื่อนไหวผมหมดความอดทน ยกเท้าเตรียมจะถีบประตู ใ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
ผมจ้องมองข้อความนี้อยู่นาน สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่แรงมาก มันต้องเกี่ยวข้องกับอิซาเบลล่าแน่ๆ ผมรีบโทรกลับไปทันที แต่ปลายสายแสดงสถานะว่าปิดเครื่อง ผมไม่ยอมแพ้ พยายามโทรอีกหลายครั้งแต่ก็เหมือนเดิม ผมโมโหจนชกหมัดลงกับพื้น ดวงตาแดงก่ำและหอบหายใจแรง พอโทรอีกครั้ง หมายเลขนั้นก็กลายเป็นเลขหมายที่ยังไม่เปิดให้บริการไปเสียแล้ว ในขณะที่ผมกำลังสิ้นหวัง โทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน ปลายสายคือเสียงที่คุ้นเคยของป้าจาง สะอื้นไห้ปนเสียงร้องไห้"นายท่านคะ ป้าขอโทษจริงๆ..." "ถ้าวันทีไฟไหม้ป้ารอจนนายท่านกลับมาแล้วค่อยไป คุณผู้หญิงก็คงไม่เกิดเรื่อง..." เธอเอาแต่ร้องไห้พร่ำบอกว่าขอโทษ แต่ผมกลับฟังพบความผิดปกติในคำพูดนั้น จึงถามออกไปอย่างลังเล "หมายความว่ายังไง?" พอได้ยินเสียงสะอื้นของผม ป้าจางก็เลิกกลัวและตัดสินใจเล่าทุกอย่างออกมา"วันนั้นที่ไฟไหม้ ป้าอยากจะช่วยคุณผู้หญิงแต่ไม่มีกุญแจ ป้ารีบโทรหานายท่านเป็นคนแรกเพื่อให้นายท่านกลับมาเปิดประตู""แต่คนรับสายคือยัยหนูคลาวเดีย ป้าบอกให้เธอบอกนายท่าน เธอก็รับปากดิบดีว่าจะรีบให้นายท่านกลับมา แถมยังเร่งให้ป้ารีบหนีออกมาเพราะกลัวจะบาดเจ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status