مشاركة

ตอนที่ 6

last update تاريخ النشر: 2026-10-08 11:45:20

"ท่านแม่ทัพ !" หนิงอันที่เห็นชายหนุ่มในสภาพนั้นหากกล่าวว่าไม่ได้รู้สึกอันใดเลยก็ดูจะใจดำเกินไปหน่อยเพราะนางเองก็รู้สึกตกใจมากเช่นกันก่อนจะให้สาวใช้ของตนเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ แทนตนเอง

          "ท่านแม่ทัพของท่านเป็นอันใดไปหรือ ?"

          "ท่านไม่ทัพป่วยหนัก หากแต่วันนี้กลับยังห่วงเรื่องค่ายฝึกจึงได้เดินทางออกมาทั้ง ๆ ที่ยังป่วยเช่นนี้น่ะสิ"

          "พวกเจ้าอย่ามัวแต่พูดมากอยู่เลย พาท่านแม่ทัพของเจ้าขึ้นมาบนรถม้าเสียก่อนเถิด" หนิงอันออกคำสั่ง

          ในขณะนั้นเองรถม้าคันใหม่ก็มาถึงพอดี ก่อนที่นางจะให้บ่าวรับใช้และองครักษ์ของเขาพยุงร่างของชายหนุ่มขึ้นไปบนรถม้า พร้อมกับมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองก่อนจะมุ่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิวเพื่อไปส่งชายหนุ่มที่จวนเป็นอันดับแรก

          ร่างสูงนอนราบอยู่บนเก้าอี้ยาวด้านข้าง ด้วยความเร็วของรถม้าทั้งยังถนนหนทางที่ไม่ค่อยดีทำให้หัวของหลิวหยางสั่นสะเทือนก่อนจะกระแทกของผนังรถม้าหลายครั้งเสียงดังไม่น้อย หนิงอันหันมองซ้ายแลขวาก่อนจะพบว่าไม่มีสิ่งใดที่พอจะใช้รองศีรษะของอีกฝ่ายได้เลย ตัวเองนางชั่งใจอยู่นานเพราะเดิมทีก็ไม่อยากจะข้องเกี่ยวกับเขาแล้ว จึงไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปใกล้เขาให้มากกว่านี้ หากเขาตื่นขึ้นมาก็อาจจะไม่พอใจนางก็เป็นได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นหนิงอันก็ล้มเลิกความคิดที่จะพาตัวเองเข้าไปเป็นหมอนมนุษย์ให้แก่เขาทันที พร้อมกับนึกได้ว่าใต้ที่นั่งมีกล่องขนมที่นางพึ่งซื้อมาก่อนจะนำมันออกมาแล้วรองไว้ใต้ศีรษะของเขาแทน

          ไม่รู้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิดกันแน่ ในยามนั้นรถม้าที่เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงก็ยิ่งทำให้ร่างสูงกระแทกกับผนังรถม้าทั้งศีรษะยังกระทบกับกล่องไม้เสียงดังตึ้ง ๆ หญิงสาวได้แต่ยกมือขึ้นเกาท้ายทอยพร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะเอ่ยขออภัยชายหนุ่มในใจอยู่หลายครั้ง

          ในขณะที่รถม้าวิ่งมากว่าครึ่งทาง หลิวหยางก็เริ่มรู้สึกตัวก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้น สีหน้าเขาไม่สู้ดีนัก

          "เกิดอันใดขึ้นงั้นหรือ ?"

          "อยู่ ๆ ท่านก็เกิดไม่สบายขึ้นมาแล้วก็ตกลงจากหลังม้าเจ้าค่ะ ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ?" หนิงอันเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความห่วงใยเพราะจากที่สังเกตชายหนุ่มมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก

          "ข้าไม่เป็นอันใดมากแล้ว ขอบคุณคุณหนูใหญ่หนิง"

          "จริง ๆ แล้ว หากว่าท่านไม่สบายก็ควรจะพักผ่อนอยู่ที่จวนดี ๆ มิใช่หรือ ? เหตุใดต้องพาตนเองออกมาลำบากเช่นนี้ด้วย" หนิงอันเอ่ยออกมาอย่างอดไม่ได้ เขาก็มักจะเป็นเช่นนี้ สิ่งอื่นล้วนสำคัญมาเป็นอันดับแรก ยกเว้นคนในครอบครัวที่มักจะสำคัญรองลงมาเสมอ หากจะกล่าวสตรีใดที่แต่งงานแล้วก็ล้วนต้องการให้ตนเองได้รับความสำคัญ เพียงแต่หนิงอันหลงลืมไปว่าเดิมทีแล้วเขาก็มิได้เต็มใจแต่งงานกับนาง

          "ข้าไม่ได้เป็นอันใด เช่นนั้นรบกวนคุณหนูใหญ่หนิงจอดรถม้าข้างหน้านี้เถิด ข้าจำเป็นต้องไปที่ค่ายฝึกเพราะมีเรื่องสำคัญบางอย่างจะต้องจัดการ" หนิงอันเหนื่อยกับความดื้อรั้นของอีกฝ่าย หากแต่จะปล่อยเขาทิ้งไว้เช่นนี้ก็ไม่ได้อีก นางจึงได้ตัดสินใจให้คนบังคับม้าของตนหวนกลับทางเดิมก่อนจะตรงไปยังค่ายฝึกเพื่อส่งเขาให้ถึงที่หมายด้วยตนเอง ประเดี๋ยวเกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมากลางทางจะกล่าวว่านางนั้นเป็นสตรีแล้งน้ำใจ

          "ย้อนกลับไป ไปส่งท่านแม่ทัพที่ค่ายนอกเมือง" หนิงอันออกคำสั่งคนของนางก่อนจะขยับกลับมานั่งที่เดิม ในระหว่างนั้นหลิวหยางที่ลุกขึ้นนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนาง ชายหนุ่มเฝ้าสังเกตท่าทีของหนิงอัน ดูเหมือนว่านางอาจจะเลิกชอบเขาแล้วจริง ๆ เพราะแววตาของหญิงสาวมิได้มีความอาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่น้อย

          ระหว่างที่รถม้าแล่นไปเรื่อย ๆ ภายในรถม้าก็ไม่ได้มีเสียงพูดคุยกันแต่อย่างใด เพียงแค่ครึ่งชั่วยามก็เดินทางมาถึงหน้าค่ายก่อนรถม้าจะจอดนิ่ง หลิวหยางเอ่ยขอบคุณหญิงสาวอีกครั้งในขณะที่หนิงอันทำเพียงพยักหน้าเท่านั้น

          "ขอบคุณคุณหนูใหญ่หนิงที่มาส่ง" หลังจากที่ชายหนุ่มลงจากรถม้าแล้วเขาก็ทำได้เพียงยืนมองดูรถม้าของหนิงอันค่อย ๆ แล่นออกไปจนลับตา

อาตงที่ควบม้าตามอีกฝ่ายมาติด ๆ ได้แต่มองตามสายตาของผู้เป็นนายแล้วถอนหายใจ ดูเหมือนว่าที่ฮูหยินใหญ่กล่าวจะมีส่วนที่เป็นเรื่องจริงอยู่มากหรือว่าท่านแม่ทัพจะไม่รู้ตัวจริง ๆ

          ทางด้านหนิงอันหลังส่งหลิวหยางที่หน้าค่ายแล้วนางก็ย้อนกลับเข้าเมืองในทันที เดิมทีก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเกี่ยวแต่ก็มักจะมีเหตุให้ต้องยุ่งวุ่นวายกันอยู่ร่ำไป หากเป็นเช่นนี้ต่อไปกลัวว่าเหตุการณ์จะกลับไปซ้ำรอยเดิมอีก หนิงอันไม่อยากจะกลับไปเจ็บปวดแบบเดิมอีกแล้ว

          "คุณหนู..." ซินอี๋อยากจะเอ่ยบางอย่างแต่เมื่อสังเกตเป็นหัวคิ้วที่ขมวดแน่นของนายสาวก็ได้แต่เม้มริมฝีปากห้ามเอาไว้

          "มีอันใดงั้นหรือ ?" หญิงสาวหันไปเอ่ยกับสาวใช้คนสนิท

          "ท่านแม่ทัพผู้นั้นป่วยจริง ๆ หรือเจ้าคะ ดูท่าทางแข็งแรงเพียงนั้นมิน่าจะป่วยได้ง่าย" ซินอี๋กล่าวตามที่นางรู้สึก อยากจะเอ่ยว่าแกล้งป่วยเขาก็ดูไม่เหมือนแกล้งป่วย นางเพียงแต่สงสัยเท่านั้นว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงได้ป่วย

          "นั่นสิ" หนิงอันเอ่ยอย่างเห็นด้วย เหตุใดอยู่ ๆ อีกฝ่ายจึงได้ป่วยได้เล่า ?

          "แต่ก็ช่างเถิด ข้ากับเขาไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันแล้ว อีกไม่นานพวกเราก็จะไปจากเมืองหลวง ไปอยู่บ้านท่านตาท่านยายที่หยางโจวสักครึ่งปีก็ดีเหมือนกัน"

          "เจ้าค่ะ บ่าวเตรียมข้าวของให้คุณหนูเกือบจะครบแล้วเหลือเพียงของฝากเท่านั้นเจ้าค่ะ ไม่รู้ว่าคุณหนูจะนำสิ่งใดไปเป็นของฝากเจ้าคะ"

          "เอาเป็นของกินเล่นที่เก็บได้นาน ๆ สักหน่อย แล้วก็ชาดี ๆ สักหลาย ๆ ชั่ง"

          "ได้เจ้าค่ะ บ่าวจะเตรียมให้พร้อม"

          "ได้ยินว่าวันมะรืนท่านแม่จะไปไหว้พระที่วัด ข้าเองไม่ได้อยากจะไปนักแต่ดูเหมือนว่าคงไม่อาจปฏิเสธได้" หนิงอันได้แต่ถอนหายใจ เดิมทีนางอยากจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางในเร็ว ๆ นี้เสียมากกว่า แต่เพราะอยู่ ๆ มารดาก็อยากจะไปไหว้พระที่วัดเสียอย่างนั้น ดูเหมือนที่นั่นจะมีงานเสียด้วย หนิงอันคร้านที่จะเดินหลบหลีกสายตาผู้คนที่มองมาที่นางด้วยความรู้สึกหลากหลายเหล่านั้น แต่ที่แน่ ๆ คงจะไม่พ้นสายตาที่เหยียดหยาม ที่อยู่ ๆ งานแต่งงานก็ถูกยกเลิกไปด้วยฝีมือของนางเอง แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้ประกาศออกไปหากแต่ที่ใดมีไฟที่นั่นย่อมมีควัน ข่าวลือเองก็เช่นกันมิอาจห้ามได้จริง ๆ

          ซินอี๋รู้สึกเห็นใจนายสาวของตนเป็นอย่างมาก คุณหนูของนางจะต้องเจ็บปวดใจมากเป็นแน่จึงได้ตัดสัมพันธ์รักกับท่านแม่ทัพในครั้งนี้ หากก็ยังไม่แคล้วได้พบปะกันอยู่ร่ำไป เช่นนี้คุณหนูของนางเมื่อไหร่จะทำใจได้เสียทีเล่า

          "เช่นนั้นคุณหนูมิแสร้งแกล้งป่วยเล่าเจ้าคะ ?" หนิงอันเลิกคิ้ว เมื่อได้ยินคำแนะนำของสาวใช้คนสนิทก็ยกยิ้มมุมปาก พร้อมกับคิดในใจ นี่ซินอี๋ของนางแน่หรือ ? เหตุใดจึงได้ดูเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก

          "จะดีหรือ ?" หนิงอันเอ่ยค้านทั้ง ๆ ที่ภายในใจของนางรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

          "แต่ถ้าหากถูกฮูหยินจับได้ก็อาจจะถูกลงโทษได้นะเจ้าคะ" ซินอี๋เปลี่ยนวาจา นางไม่ควรแนะนำสิ่งไม่ดีให้กับคุณหนูเช่นนี้ ไม่ควรเลยจริง ๆ

          "ได้ยินว่าท่านแม่นัดพบปะกับหลิวฮูหยิน ข้าเพียงแต่รู้สึกไม่สะดวกใจที่จะไปก็เท่านั้น" หนิงอันนึกไปถึงเมื่อชีวิตก่อนของนาง หญิงสาวไม่ค่อยลงรอยกับแม่สามีนัก แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้โหดร้ายกับนางมากมายหากแต่ก็ไร้ความเมตตาต่อนางอยู่ดี ต่อให้ชีวิตนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปจากเดิมมากหากแต่ความรู้สึกที่เคยถูกรังแกก็ยังไม่ได้เลือนหายไป มิสู้อย่าได้พบหน้าอย่าได้สนิทสนมกันเลยจะดีกว่า หนิงอันไม่เข้าใจมารดาเลยจริง ๆ เหตุใดจึงได้สนิทกับหลิวฮูหยินผู้นั้นด้วย

          "หากคุณหนูไม่สบายใจก็บอกกล่าวแก่ฮูหยินไปตามตรงเถิดเจ้าค่ะ บ่าวคิดว่าฮูหยินจะต้องรับฟังอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ" ซินอี๋เสนอ

          "นั่นสินะ ! ท่านแม่จะต้องเข้าใจข้าแน่" หนิงอันที่เอ่ยออกมาอย่างไม่มั่นใจนัก หลังจากวันที่นางกล่าวขอยกเลิกงานแต่งงานนี้ด้วยตนเองก็ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่ได้รับอิสระอย่างที่เคยอีกแล้ว

          เพราะบิดามารดาต้องการดัดนิสัยความเอาแต่ใจของนาง ไม่ให้นางทำสิ่งใดด้วยความผลีผลามอีก ภายหน้าหากหนิงอันตัดสินใจด้วยความเอาแต่ใจเช่นนี้อีกอาจจะนำพาตระกูลหนิงเดินทางไปสู่ความวิบัติในที่สุด

          ช่วงเวลานี้การส่งนางออกจากเมืองหลวงไปสักครึ่งปีอาจจะเป็นการดีที่สุด เมืองหลวงกำลังเกิดความวุ่นวาย เหล่าองค์ชายก็กำลังมองหากลุ่มอำนาจของตนเอง ไม่ว่าจะด้วยการเกี่ยวดองด้วยการแต่งงานหรือแม้กระทั่งการดึงเอาขุนนางที่แต่เดิมก็เป็นกลางมาโดยตลอดมาอยู่ฝ่ายตน

          หลังจากที่หนิงอันขอยกเลิกงานแต่งงานกับแม่ทัพหลิว หนิงอันจึงได้กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายของคนเหล่านั้นไม่น้อย สำคัญคือจางซื่อผู้เป็นมารดาของหนิงอันนั้นเป็นบุตรสาวของจางเหลียง อดีตเสนาบดีฝ่ายซ้ายในรัชสมัยของอดีตฮ่องเต้ที่ขอลาออกไปในช่วงเวลาสำคัญในการแย่งชิงบัลลังก์กันเพื่อรักษาชีวิตของคนในตระกูลจางทั้งหมด ก่อนจะกลับไปยังหยางโจวเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลายกับฮูหยินผู้เฒ่าผู้เป็นภรรยา

          โดยที่มีจางซีห่าวผู้เป็นบุตรชายคนโตรับตำแหน่งเป็นท่านผู้ตรวจการใหญ่และเจ้าเมืองหยางโจวในปัจจุบัน พวกเขาไม่คิดหวนคืนสู่เมืองหลวงเพราะยังคงหวั่นกลัวในความวุ่นวายอยู่ ในตอนนี้ตระกูลจางประกอบการค้าได้กำไรมากมาย คนทั้งตระกูลก็อยู่ดีมีความสุขมิได้หวังลาภยศยิ่งใหญ่เหมือนก่อน ขอเพียงรักษาชีวิตไว้ได้ย่อมมีค่ากว่าสิ่งใด เพราะการมีอำนาจมากเกินไปสุดท้ายแล้วย่อมถูกกำจัดให้พ้นทางอยู่ดี

          ทางด้านหลิวหยางที่อยู่ ๆ ก็เกิดมีอาการป่วยที่ไม่ว่าจะตรวจเช่นไรก็มิอาจทราบถึงสาเหตุที่มาและที่ไปได้อย่างชัดเจน ร่างกายของเขาในตอนนี้ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดสิ่งใดขึ้นกับมันกันแน่ !

          ในขณะที่เสวียนอ๋องทราบข่าวจึงได้พาหมอฝีมือดีผู้หนึ่งมาตรวจรักษา หากแต่โรคที่เขาเป็นนั้นแปลกประหลาดนัก จำเป็นจะต้องให้อาจารย์ของเขาเป็นผู้รักษาด้วยตนเอง

          "อาการของท่านแม่ทัพนั้นนับว่าแปลกยิ่งนัก ข้าไม่เคยพบมาก่อน จะกล่าวว่าเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจหรือก็ไม่แน่ชัด" หากแต่คล้ายกับโรคทางใจเสียมากกว่า แต่ในกรณีนี้ต้องเกิดจากความเสียใจและผิดหวังที่รุนแรงเท่านั้น แต่ดูเหมือนท่านแม่ทัพผู้นี้ก็ไม่ได้ประสบกับปัญหาเช่นนั้นมา ประโยคหลังที่กล่าวว่าเป็นโรคทางใจนั้นเจิ้งซูมิได้เอ่ยบอกไปเพียงแต่คิดในใจผู้เดียวเท่านั้น บางครั้งคนป่วยก็มีเรื่องบางเรื่องที่มิอาจบอกเล่าให้ผู้ใดรับรู้ได้ ทำได้เพียงเก็บสิ่งนั้นเอาไว้ภายในใจ หากแต่เมื่ออดกลั้นเอาไว้มาก ๆ ก็กลายเป็นแสดงออกด้วยอาการป่วยภายนอกเช่นที่เห็น เจิ้งซูไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพผู้นี้ประสบพบเจอกับเรื่องเลวร้ายอันใดที่รุนแรงจนกระทั่งทำให้เขากลายเป็นเช่นนี้ได้

          "ตกลงแล้วอาหยางเป็นอันใดกันแน่ ?" เสวียนอ๋องเอ่ยถามสหายที่เป็นหมอของเขา

          "ข้าไม่ค่อยถนัด เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ? พวกท่านเดินทางไปหยางโจวพร้อมกับข้าเสียเลยไปเจอท่านอาจารย์ของข้า ข้าเชื่อว่าท่านอาจารย์จะต้องช่วยรักษาท่านได้เป็นแน่ !"

          "ท่านอาจารย์ของเจ้างั้นหรือ ? ดีเลย ! เช่นนั้นพวกเราก็ไปหยางโจวกัน" เสวียนอ๋องกล่าว

          "แต่ข้ายังมีงานต้องทำ" หลิวหยางกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย เขาไม่คิดว่าอาการป่วยของตนเองจะหนักหนาถึงขั้นนั้น

          "เจ้าอย่าได้ดื้อรั้น ข้าจะเป็นคนทูลขอพระราชทานอนุญาตกับเสด็จพี่ให้เจ้าเอง" เสวียนอ๋องกล่าว

         

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 9

    หนิงอันถึงกับสำลักน้ำชาเมื่อได้ยินว่ามารดาจะพานางไปพบกับไต้ซือหวงผู้นั้นอีก ก่อนที่หญิงสาวจะคิดในใจว่าให้นางไปพบไต้ซือผู้นั้นอีกงั้นหรือ ไม่รู้ว่าไปคราวนี้จะได้พบเคราะห์กรรมอันใดอีก ? น่ากลัวว่าจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตกลับมาอีกกระมัง แต่เพราะต้องการให้บิดามารดาสบายใจจึงได้ทำตามนั้นหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาหนิงอันก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในเรือน ทุกคนคิดว่าเป็นเพราะนางเสียโฉมจึงทำให้หญิงสาวอับอายจนกระทั่งไม่กล้าสู้หน้าผู้ใด แต่...ในความเป็นจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ !หนิงอันสำนึกได้ตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องแล้วว่าหากครั้งนี้นางรอดมาได้ต้องพบกับอุปสรรคบางอย่างเป็นแน่ และเมื่อฟื้นขึ้นมาจริง ๆ แล้วพบว่าใบหน้าเสียโฉม แม้ว่าจะทำใจไว้แล้วก็เถิดหากแต่ก็ยังเสียใจอยู่นิด ๆ ก่อนจะตั้งใจเอาไว้ว่าเป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน นางจะได้ไม่ต้องไปงานเลี้ยงที่แสนน่าเบื่อ ไม่ต้องคอยพบปะผู้คนที่เอาแต่ตีสองหน้าใส่หน้ากากเข้าหากัน และที่สำคัญที่นางเอาแต่หมกตัวอยู่ในเรือนก็เพื่อศึกษาแผนที่เพื่อที่จะได้ออกเดินทางไปท่องเที่ยวให้ทั่วแผ่นดิน ด้วยใบหน้าเช่นนี้รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง ไม่มีใครกล้าทำอันใดนางเป็นแน่ ! หญิ

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 8

    เมื่อไต้ซือหวงหันมาพบกับหนิงอันก็ได้ยกมือพนมขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกับกล่าวว่า"ประสกกับอาตมามีวาสนาต่อกันยิ่งนัก" หนิงอันตกใจที่อยู่ ๆ ไต้ซือหวงก็เอ่ยทักนาง ด้วยเพราะกลัวว่าทุกคนจะล่วงรู้ความลับของตนเองจึงได้หันไปมองผู้คนที่อยู่โดยรอบ หากแต่สิ่งที่ทำให้นางได้แต่แปลกใจเป็นอย่างมากนั่นก็คือทั้งมารดาของนางและหลิวฮูหยินดูเหมือนว่าจะมองไม่เห็นนางที่กำลังพูดคุยอยู่กับไต้ซือหวง ราวกับอยู่กันละโลกก็มิปาน"พวกเขาไม่เห็น มีเพียงอาตมาและประสกเท่านั้น""คารวะไต้ซือเจ้าค่ะ""ประสกได้มีโอกาสกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง เหตุใดจึงได้สร้างกรรมให้ตนเองอีกเล่า ?" หนิงอันตกใจ นางเข้าใจว่าไต้ซือหวงหมายถึงสิ่งใดก่อนจะก้มหน้ายอมรับโดยไม่ปฏิเสธ"ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ""หากประสกทำเช่นนี้จะไม่อาจหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมนี้ได้อีก ปล่อยวางเถิดหนา พันธนาการนี้หากว่าประสกต้องการหลุดพ้นก็จำเป็นจะต้องตัดสิ้นความสัมพันธ์ทั้งหลาย" ไต้ซือหวงกล่าวก่อนที่จะยื่นกำไลด้ายแดงให้นางหนึ่งเส้น หนิงอันรับมันมาก่อนจะกำไว้ในมือ"อยู่ที่ประสกว่าจ

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 7

    หนิงอันตั้งใจที่จะเอ่ยเรื่องที่นางไม่อยากไปไหว้พระกับมารดาตามตรง หากแต่หญิงสาวกลับบังเอิญไปได้ยินในเรื่องที่ไม่ควรเข้าเสียก่อน"ข้ารู้ว่าเดิมทีพวกเรายกเลิกงานแต่งงานไปแล้วก็ควรอยู่ในห่างจากตระกูลหลิว แต่ท่านพี่ข้าคิดว่าทำเช่นนั้นก็มิเป็นผลดีกับพวกเราในตอนนี้ ท่านก็รู้ดีว่าหลังจากที่อันเอ๋อของเรายกเลิกงานแต่งงานกับท่านแม่ทัพหลิวไปแล้วก็มีองค์ชายหลายคนจับจ้องนางอยู่ การที่พวกเรายังคงมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหลิวก็มิใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีเสมอไปนะเจ้าคะ"จางซื่อเอ่ยกับสามีอย่างตรงไปตรงมา นางชั่งน้ำหนักแล้วว่าการที่นางยังผูกสัมพันธ์กับหลิวฮูหยินผู้นั้นจะกลายเป็นเกราะป้องกันบุตรสาวของนางได้ แม้จะไม่ตลอดไปหากแต่ก็ยังสามารถถ่วงเวลาไปจนกระทั่งหนิงอันสามารถหมั้นหมายกับใครสักคนหนึ่งอย่างจริงจังเสียก่อน

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 6

    "ท่านแม่ทัพ !" หนิงอันที่เห็นชายหนุ่มในสภาพนั้นหากกล่าวว่าไม่ได้รู้สึกอันใดเลยก็ดูจะใจดำเกินไปหน่อยเพราะนางเองก็รู้สึกตกใจมากเช่นกันก่อนจะให้สาวใช้ของตนเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ แทนตนเอง "ท่านแม่ทัพของท่านเป็นอันใดไปหรือ ?" "ท่านไม่ทัพป่วยหนัก หากแต่วันนี้กลับยังห่วงเรื่องค่ายฝึกจึงได้เดินทางออกมาทั้ง ๆ ที่ยังป่วยเช่นนี้น่ะสิ" "พวกเจ้าอย่ามัวแต่พูดมากอยู่เลย พาท่านแม่ทัพของเจ้าขึ้นมาบนรถม้าเสียก่อนเถิด" หนิงอันออกคำสั่ง ในขณะนั้นเองรถม้าคันใหม่ก็มาถึงพอดี ก่อนที่นางจะให้บ่าวรับใช้และองครักษ์ของเขาพยุงร่างของชายหนุ่มขึ้นไปบนรถม้า พร้อมกับมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองก่อนจะมุ่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิวเพื่อไปส่งชายหนุ่มที่จวนเป็นอันดับแรก ร่างสูงนอนราบอยู่บนเก้าอี้ยาวด้านข้าง ด้วยความเร็วของรถม้าทั้

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 5

    หลิวหยางฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าเป็นเวลามืดค่ำแล้ว ชายหนุ่มมีสีหน้าเรียบนิ่งหากแต่ใบหน้ากลับปกคลุมไปด้วยหยาดเหงื่อราวกับเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง หางตายังมีบางอย่างไหลซึมออกมาก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นเช็ดมันออกไป ดวงตาดำขลับหวนนึกไปถึงเรื่องในความฝันที่ราวกับมันเกิดขึ้นจริง ๆในความฝันของเขาก็คือตัวเขากำลังยืนอยู่หน้าเรือนแห่งหนึ่ง ในขณะที่เรือนแห่งนั้นกำลังมีไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ในความฝันเขาพยายามที่จะเข้าไปด้านในเพื่อช่วยใครบางคน หากแต่เพราะไฟที่ลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้ไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือได้ หลิวหยางรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมารวมถึงความเสียใจที่ไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือใครบางคนได้ทัน และเมื่อเขาพยายามที่จะนึกถึงใบหน้าของคนผู้นั้นหากแต่เขากลับนึกไม่ออกชายหนุ่มเกิดความฝันซ้ำ ๆ เช่นนี้มาเกือบเดือนแล้ว แต่ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามหาคำตอบเท่าใดก็ไม่อาจหาคำตอบได้เสียที ว่าแท้จริงแล้วคนที่อยู่ในกองเพลิงนั้นคือผู้ใดกันแน่ ! เหตุใดหัวใจเขาจึงได้รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่มองเข้าไปในกองเพลิงแห่งนั้น"ท่านแม่ทัพฟื้นแล้วหรือขอรับ ?""นี่ข้าเป็นอันใดไป""ท่านแม่ทัพอยู่ ๆ ก็สลบไปขอรับ ท่านหมอหลวงบอกว่าท่

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 4

    หนิงอันถูกสาวใช้พาเดินออกมาจากเรือนรับรองได้กว่าครึ่งทางแล้ว ก่อนที่นางจะได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินตามมาจากด้านหลัง จึงได้หันหลังกลับไปมองเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายเอ่ยเรียก"ช้าก่อน คุณหนูหนิง"และเมื่อหนิงอันหันกลับไปก็เผชิญกับร่างสูงของหลิวหยางที่ตามมาติด ๆ ชายหนุ่มมีใบหน้าที่ซีดต่างจากตอนแรก แม้ว่าหนิงอันจะสังเกตเห็นหากแต่ก็ไม่คิดจะเอ่ยถาม นางคิดว่าเขาคงจะไม่ชอบใจนักหากว่านางยังวุ่นวายกับเขาไม่เลิก ซ้ำยังอาจจะคิดว่านางปฏิเสธงานแต่งงานครั้งนี้อาจเป็นเพราะนางนั้นมีแผนการบางอย่างก็เป็นได้"ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพมีอันใดกับข้าอีกงั้นหรือเจ้าคะ ?" หนิงอันเอ่ยกับเขา ดวงตาของทั้งคู่จ้องมองกันก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายหลบสายตาคู่นั้นก่อน"เจ้าต้องการจะล้มเลิกงานแต่งงานนี้จริง ๆ น่ะหรือ ?" หนิงอันได้ยินคำถามของเขาก็ทำให้นางรู้สึกแปลกใจทั้งระคนสงสัย ก็เป็นเขาเองมิใช่หรือที่ต้องการยกเลิกมันเสียเต็มประดา รังเกียจเดียดฉันท์กันปานนั้นผู้ใดจะยังทนฝืนอยู่ได้อีก ไม่สู้แยกย้ายกันทางใครทางมันไม่ยุ่งเกี่ยวเสียยังดีกว่า"เป็นความต้องการของข้าจากใจจริงเจ้าค่ะ" หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นหลิวหยา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status