مشاركة

ตอนที่ 7

last update تاريخ النشر: 2026-10-08 11:46:10

หนิงอันตั้งใจที่จะเอ่ยเรื่องที่นางไม่อยากไปไหว้พระกับมารดาตามตรง หากแต่หญิงสาวกลับบังเอิญไปได้ยินในเรื่องที่ไม่ควรเข้าเสียก่อน

"ข้ารู้ว่าเดิมทีพวกเรายกเลิกงานแต่งงานไปแล้วก็ควรอยู่ในห่างจากตระกูลหลิว แต่ท่านพี่ข้าคิดว่าทำเช่นนั้นก็มิเป็นผลดีกับพวกเราในตอนนี้ ท่านก็รู้ดีว่าหลังจากที่อันเอ๋อของเรายกเลิกงานแต่งงานกับท่านแม่ทัพหลิวไปแล้วก็มีองค์ชายหลายคนจับจ้องนางอยู่ การที่พวกเรายังคงมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหลิวก็มิใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีเสมอไปนะเจ้าคะ"จางซื่อเอ่ยกับสามีอย่างตรงไปตรงมา นางชั่งน้ำหนักแล้วว่าการที่นางยังผูกสัมพันธ์กับหลิวฮูหยินผู้นั้นจะกลายเป็นเกราะป้องกันบุตรสาวของนางได้ แม้จะไม่ตลอดไปหากแต่ก็ยังสามารถถ่วงเวลาไปจนกระทั่งหนิงอันสามารถหมั้นหมายกับใครสักคนหนึ่งอย่างจริงจังเสียก่อน

"ข้าเองก็เข้าใจที่เจ้ากล่าวมา เพียงแต่กลัวว่าลูกสาวของเราจะไม่อาจตัดใจจากแม่ทัพหลิวผู้นั้นได้น่ะสิ" หนิงฟงเอ่ยกับภรรยาด้วยความหนักใจ สิ่งเดียวที่เขาเป็นกังวลก็คือความรู้สึกของบุตรสาว

"ท่านพี่อย่าได้เป็นห่วงเลย หลายวันมานี้ข้าสังเกตเห็นว่าอันเอ๋อของเรานั้นเติบโตขึ้นมาก นางมิได้เอาแต่ใจตัวเองเช่นแต่ก่อนแล้ว บางทีความเจ็บปวดก็อาจจะทำให้ลูกของเรารู้จักเติบโตขึ้นก็เป็นได้นะเจ้าคะ"

"จริง ๆ แล้วข้าเองก็สังเกตว่าลูกของเราโตขึ้นมากจริง ๆ" หนิงฟงเห็นด้วยกับวาจาของภรรยา พวกเขาสองคนจึงคิดส่งบุตรสาวไปหยางโจวสักพัก ในตอนแรกคิดส่งไปยังบ้านเดิมของเขาเองที่จิวโจว เพียงแต่บิดามารดาหรือท่านปู่กับท่านย่าของหนิงอันนั้นออกเดินทางท่องเที่ยวอยู่ จึงได้ส่งนางไปหยางโจวซึ่งเป็นบ้านเดิมของจางซื่อแทน ให้นางได้เที่ยวเล่นที่บ้านของท่านตาท่านยายเสียให้พอ หรือจะเรียกง่าย ๆ ก็คือการส่งหญิงสาวไปให้ท่านตาผู้เข้มงวดดัดนิสัยเสียหน่อย

หนิงอันที่แต่เดิมต้องการจะพูดคุยกับมารดาหากเมื่อนางได้ยินถึง ความลำบากใจของบิดามารดาก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา แม้ว่าเราจะรู้สึกไม่ชอบในสิ่งที่กำลังกระทำอยู่มากเพียงใดก็ตาม หากแต่สุดท้ายแล้วเราก็ยังต้องเติบโตขึ้น มิอาจแสดงออกถึงความชอบหรือความเกลียดชังได้อย่างชัดเจนเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คน

ท่านพ่อกับท่านแม่ของนางเองก็เช่นกัน สิ่งที่พวกเขาทำทุกอย่างก็ล้วนแต่ทำเพื่อนางทั้งสิ้น นางเองก็ไม่ควรที่จะสร้างปัญหาเพิ่ม อย่างไรก็เป็นเพียงการไปไหว้พระขอพรเท่านั้น ดีเสียอีกจะได้ขอเครื่องรางแคล้วคลาดมาพกติดตัวเอาไว้ก่อนออกเดินทางไปหยางโจว เมื่อคิดได้แล้วหนิงอันจึงหันหลังเดินกลับไปยังเรือนของตนเอง

เมื่อถึงวันนัดหมายที่หนิงอันจะต้องไปไหว้พระกับมารดา นางตื่นตั้งแต่เช้าตรู่อย่างไม่อิดออด เมื่อเตรียมตัวเสร็จจึงได้ออกมารอมารดาที่หน้าเรือน

จางซื่อที่เห็นท่าทางของบุตรสาวแม้จะแปลกใจอยู่บ้าง หากแต่นางมิได้กล่าวสิ่งใดให้ขัดเคืองใจเพราะกลัวว่าหนิงอันจะเปลี่ยนใจไม่ไปกับนางเสียได้

"ท่านแม่" หนิงอันยอบกายคารวะมารดาก่อนจะส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่าย

"ชางเอ๋อเล่า ?" จางซื่อเอ่ยถึงบุตรชายคนเล็กที่ในตอนนี้อายุสิบขวบแล้ว

"ชางเอ๋อมีเรียนศาสตร์ขงจื๊อกับท่านอาจารย์เจ้าค่ะ"

"งั้นหรือ เช่นนั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันเถิดประเดี๋ยวสายแดดจะร้อน"

"เจ้าค่ะ"

รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวแล่นออกไปตามเส้นทางที่มุ่งหน้าออกนอกเมือง วัดดังกล่าวเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าฮูหยินทั้งหลายต่างพากันมาเพื่อขอพรกับเจ้าแม่หนี่วาเพื่อขอคู่ครองคนรัก ผู้คนที่มาที่นี่ล้วนเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่าศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

ชีวิตก่อนนางเองก็เคยมาที่นี่ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นเพียงไม่กี่เดือนเพียงหวังให้ตนเองสบายใจขึ้นเท่านั้น ไม่ได้คาดคิดว่าการที่นางมาไหว้พระที่นี่จะทำให้นางมีโอกาสได้ย้อนคืนกลับมาใช้ชีวิตของตนเองอีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนั้นหนิงอันได้พบกับไต้ซือผู้หนึ่ง ไต้ซือผู้นั้นเคยทำนายดวงชะตาของนางว่านางจะต้องพบกับเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ที่มิอาจข้ามผ่านไปได้ หลังจากนางได้ประสบเคราะห์กรรมครั้งนั้นแล้วนางจะราวกับตายแล้วเกิดใหม่อีกครั้ง และนี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้นางไม่อยากจะมาที่นี่อีก เพราะสำหรับนางแล้วการมาที่นี่ราวกับนางได้ย้อนคืนกลับไปเมื่อครั้งเก่าก่อนที่เป็นดั่งฝันร้ายของนางอีกครั้ง

"อันเอ๋อ..." หนิงอันสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงเรียกของมารดาทำให้นางหลุดจากภวังค์

"จะ…เจ้าคะ เจ้าคะท่านแม่มีอันใดหรือ ?"

"เหตุใดจึงเหม่อลอย ? ไม่สบายงั้นหรือ ?"

"เปล่าเจ้าค่ะ ข้าเพียงรู้สึกหิวเท่านั้น" หนิงอันส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะแสร้งทำเป็นพูดเรื่องอื่น

"เด็กโง่ เหตุใดช่วงนี้จึงได้กินเก่งนัก ระวังจะอ้วน" จางซื่อเอ่ยหยอกเย้าบุตรสาวของตนพร้อมกับหัวเราะออกมา

"ได้ข่าวว่าที่โรงเจของทางวัดมีอาหารเจที่อร่อยมาก เอาไว้เราไปลองทานกันดูดีหรือไม่ ?" จางซื่อเอ่ยพร้อมกับแย้มยิ้ม เพราะนางรู้ดีว่าหนิงอันจะต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน รายนั้นชอบกินเนื้อยิ่งกว่าสิ่งใด

"ก็ดีเจ้าค่ะ" แต่เมื่อได้ยินบุตรสาวตอบตกลงไม่เพียงแต่นางที่รู้สึกแปลกใจ หากแต่หนิงอันเองที่แต่เดิมไม่ชอบการทานผักเท่าใดก็ยังแปลกใจตัวเอง บางทีการกินอาหารเจมันก็อาจจะไม่ได้แย่นัก

"ลูกสาวของแม่เปลี่ยนไปมากจริง ๆ"

"ท่านแม่กำลังกล่าวสิ่งใดอยู่เจ้าคะ ปีนี้ลูกสิบหกแล้วนะเจ้าคะจะไม่โตได้อย่างไร" หนิงอันกล่าวหยอกล้อมารดา

"นั่นสิ ! พี่ชายของเจ้าปีนี้ก็ครบสิบแปดปีแล้ว ส่วนชางเอ๋อปีนี้ก็อายุสิบปีพอดี เจ้ามีทั้งพี่ชาย มีทั้งน้องชาย ภายหน้าไม่ต้องกลัวว่าครอบครัวของสามีจะรังแกเจ้า พ่อกับแม่ไม่เคยคิดว่าเจ้าแต่งออกไปแล้วจะเป็นคนของบ้านอื่น สำหรับครอบครัวของเราแล้วไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็คือลูกของพ่อกับแม่ เป็นน้องสาวและเป็นพี่สาว พวกเราจะปกป้องเจ้าเอง" หนิงอันยกยิ้มนางขยับเข้ามาใกล้มารดา ก่อนจะโน้มตัวเข้ามากอดจางซื่อเอาไว้ เหตุใดชีวิตก่อนนางจึงได้โง่นัก ยามนั้นที่ไม่มีใครต้องการนางเหตุใดนางจึงไม่คิดกลับบ้านเดิม อย่างน้อยที่บ้านเดิมทุกคนยังรอต้อนรับนางอยู่เสมอ

"ท่านแม่ ข้ารักท่านแม่มากนะเจ้าคะ"

"เด็กโง่ โตป่านนี้แล้วยังออดอ้อนบอกรักแม่อยู่อีก" จางซื่อที่ได้ยินบุตรสาวพร่ำคำรักที่มีต่อนางก็ทั้งดีใจและยินดีเป็นอย่างยิ่ง หนิงอันเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว นางและสามีทั้งรักและเอาใจหญิงสาวเป็นอย่างมากจนบางครั้งมากเกินไปจนทำให้นางเสียคน โชคดีที่หลังจากบาดเจ็บฟื้นกลับคืนมาหนิงอันก็ดูรู้ความมากขึ้น ไม่ดื้อดึงเอาแต่ใจเช่นแต่ก่อนแล้ว

"ก็ข้าพูดเรื่องจริงนี่เจ้าคะ" เหล่าสาวใช้ได้แต่ก้มหน้ายิ้มไปตาม ๆ กัน

จนกระทั่งรถม้าแล่นมาถึงบริเวณทางขึ้นวัด ที่พวกนางจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกหลายสิบขั้นกว่าจะถึงตัววัดจริง ๆ หนิงอันประคองมารดาขึ้นบันไดไปเรื่อย ๆ ทั้งคู่คอยมองดูบรรยากาศรอบ ๆ ที่วันนี้แลดูคึกคักมากกว่าปกติ ผู้คนพากันแห่มาเพื่อขอพรในวันที่พระจันทร์เต็มดวง ในคืนนี้ว่ากันว่าคำอธิษฐานจะส่งผลและมีพลังมากกว่าทุกครั้ง ทำให้ในทุก ๆ วันที่มีพระจันทร์เต็มดวงทุกคนก็จะมาขอพรที่นี่กันอย่างล้นหลาม

เมื่อเดินขึ้นไปถึงบริเวณลานกว้างของวัดก็พบกับหลวงจีนน้อยกำลังยืนรออยู่ ก่อนที่จะเดินเข้ามาหานางและมารดา

"ประสกจาง ท่านอาจารย์กำลังรอประสกทั้งสองอยู่"

"รบกวนด้วยเจ้าค่ะ"

"มิได้ อาตมาเพียงทำหน้าที่ตามที่ท่านอาจารย์สั่งเท่านั้น เชิญประสกทั้งสองทางนี้เถิด" หนิงอันหันไปมองหน้ามารดาอย่างไม่เข้าใจหากแต่มารดาของนางทำเพียงแค่ตบเบา ๆ ที่หลังฝ่ามือของนางเท่านั้น ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินตามหลวงจีนน้อยผู้นั้นไป ตามทางเดินที่เป็นทางดิน สองข้างทางร่มรื่นเป็นอย่างยิ่งก่อนจะมองเห็นตัวอารามที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ ดูเหมือนว่าที่นี่จะแยกตัวออกมาจากอารามหลัก ทั้งผู้คนยังไม่ได้พลุกพล่านเช่นเมื่อครู่

ในขณะที่มาถึงหนิงอันก็ได้พบกับเจียวซื่อและฮูหยินผู้เฒ่าที่มาถึงก่อนหน้านี้แล้ว นางเองก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนักในเมื่อตอนแรกนางคิดว่ามารดาเพียงต้องการพานางมาไหว้พระเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้จะไม่ใช่เพียงแค่นั้นเสียแล้ว !

คนเหล่านั้นส่งยิ้มมาให้นางและมารดา หนิงอันในฐานะที่เป็นผู้น้อยจึงได้ยอบกายคารวะทั้งสองอย่างสำรวม เจียวซื่อไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจนางเช่นก่อนหน้านี้อีกแล้ว ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าก็ส่งยิ้มให้นางอย่างมีเมตตาเช่นที่ผ่าน ๆ มา

"หนิงฮูหยินมาถึงแล้วหรือ ?"

"ขออภัยที่ทำให้ทุกคนต้องรอเจ้าค่ะ" จางซื่อเอ่ยอย่างอ่อนน้อม หากแต่ฮูหยินผู้เฒ่ากลับส่ายหน้าทั้งยังเอ่ยว่าไม่เป็นไร

"พวกเราเองก็พึ่งมาถึงเช่นกัน หนิงฮูหยินอย่าได้เกรงใจเลย วันนี้ได้มาทำบุญร่วมกันไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอันใด" จางซื่อพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งบนพรมทรงกลมที่วางอยู่หน้าโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ โดยที่มีไต้ซือผู้หนึ่งนั่งหันหลังอยู่ก่อนแล้ว

"เป็นโชคดียิ่งนัก หากไม่ได้หนิงฮูหยินก็ไม่รู้ว่าพวกเราจะมีโอกาสได้พบกับท่านไต้ซือหวงหรือไม่" หนิงอันที่พอได้ยินชื่อไต้ซือผู้นั้นแล้วก็เกิดความตื่นตระหนกขึ้นมาในทันที และเมื่ออีกฝ่ายหันหน้ามาก็ยิ่งทำให้หญิงสาวถึงกับกล่าวสิ่งใดไม่ออก จะไม่ให้นางตกใจได้อย่างไรในเมื่อไต้ซือหวงผู้นี้ก็คือไต้ซือที่นางเคยได้พบในชีวิตก่อนของนาง หวังว่าครั้งนี้อีกฝ่ายคงไม่ทำนายดวงชะตาของนางอีกกระมัง เพราะหนิงอันมีความรู้สึกว่ามันจะมีเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 9

    หนิงอันถึงกับสำลักน้ำชาเมื่อได้ยินว่ามารดาจะพานางไปพบกับไต้ซือหวงผู้นั้นอีก ก่อนที่หญิงสาวจะคิดในใจว่าให้นางไปพบไต้ซือผู้นั้นอีกงั้นหรือ ไม่รู้ว่าไปคราวนี้จะได้พบเคราะห์กรรมอันใดอีก ? น่ากลัวว่าจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตกลับมาอีกกระมัง แต่เพราะต้องการให้บิดามารดาสบายใจจึงได้ทำตามนั้นหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาหนิงอันก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในเรือน ทุกคนคิดว่าเป็นเพราะนางเสียโฉมจึงทำให้หญิงสาวอับอายจนกระทั่งไม่กล้าสู้หน้าผู้ใด แต่...ในความเป็นจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ !หนิงอันสำนึกได้ตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องแล้วว่าหากครั้งนี้นางรอดมาได้ต้องพบกับอุปสรรคบางอย่างเป็นแน่ และเมื่อฟื้นขึ้นมาจริง ๆ แล้วพบว่าใบหน้าเสียโฉม แม้ว่าจะทำใจไว้แล้วก็เถิดหากแต่ก็ยังเสียใจอยู่นิด ๆ ก่อนจะตั้งใจเอาไว้ว่าเป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน นางจะได้ไม่ต้องไปงานเลี้ยงที่แสนน่าเบื่อ ไม่ต้องคอยพบปะผู้คนที่เอาแต่ตีสองหน้าใส่หน้ากากเข้าหากัน และที่สำคัญที่นางเอาแต่หมกตัวอยู่ในเรือนก็เพื่อศึกษาแผนที่เพื่อที่จะได้ออกเดินทางไปท่องเที่ยวให้ทั่วแผ่นดิน ด้วยใบหน้าเช่นนี้รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง ไม่มีใครกล้าทำอันใดนางเป็นแน่ ! หญิ

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 8

    เมื่อไต้ซือหวงหันมาพบกับหนิงอันก็ได้ยกมือพนมขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกับกล่าวว่า"ประสกกับอาตมามีวาสนาต่อกันยิ่งนัก" หนิงอันตกใจที่อยู่ ๆ ไต้ซือหวงก็เอ่ยทักนาง ด้วยเพราะกลัวว่าทุกคนจะล่วงรู้ความลับของตนเองจึงได้หันไปมองผู้คนที่อยู่โดยรอบ หากแต่สิ่งที่ทำให้นางได้แต่แปลกใจเป็นอย่างมากนั่นก็คือทั้งมารดาของนางและหลิวฮูหยินดูเหมือนว่าจะมองไม่เห็นนางที่กำลังพูดคุยอยู่กับไต้ซือหวง ราวกับอยู่กันละโลกก็มิปาน"พวกเขาไม่เห็น มีเพียงอาตมาและประสกเท่านั้น""คารวะไต้ซือเจ้าค่ะ""ประสกได้มีโอกาสกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง เหตุใดจึงได้สร้างกรรมให้ตนเองอีกเล่า ?" หนิงอันตกใจ นางเข้าใจว่าไต้ซือหวงหมายถึงสิ่งใดก่อนจะก้มหน้ายอมรับโดยไม่ปฏิเสธ"ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ""หากประสกทำเช่นนี้จะไม่อาจหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมนี้ได้อีก ปล่อยวางเถิดหนา พันธนาการนี้หากว่าประสกต้องการหลุดพ้นก็จำเป็นจะต้องตัดสิ้นความสัมพันธ์ทั้งหลาย" ไต้ซือหวงกล่าวก่อนที่จะยื่นกำไลด้ายแดงให้นางหนึ่งเส้น หนิงอันรับมันมาก่อนจะกำไว้ในมือ"อยู่ที่ประสกว่าจ

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 7

    หนิงอันตั้งใจที่จะเอ่ยเรื่องที่นางไม่อยากไปไหว้พระกับมารดาตามตรง หากแต่หญิงสาวกลับบังเอิญไปได้ยินในเรื่องที่ไม่ควรเข้าเสียก่อน"ข้ารู้ว่าเดิมทีพวกเรายกเลิกงานแต่งงานไปแล้วก็ควรอยู่ในห่างจากตระกูลหลิว แต่ท่านพี่ข้าคิดว่าทำเช่นนั้นก็มิเป็นผลดีกับพวกเราในตอนนี้ ท่านก็รู้ดีว่าหลังจากที่อันเอ๋อของเรายกเลิกงานแต่งงานกับท่านแม่ทัพหลิวไปแล้วก็มีองค์ชายหลายคนจับจ้องนางอยู่ การที่พวกเรายังคงมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหลิวก็มิใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีเสมอไปนะเจ้าคะ"จางซื่อเอ่ยกับสามีอย่างตรงไปตรงมา นางชั่งน้ำหนักแล้วว่าการที่นางยังผูกสัมพันธ์กับหลิวฮูหยินผู้นั้นจะกลายเป็นเกราะป้องกันบุตรสาวของนางได้ แม้จะไม่ตลอดไปหากแต่ก็ยังสามารถถ่วงเวลาไปจนกระทั่งหนิงอันสามารถหมั้นหมายกับใครสักคนหนึ่งอย่างจริงจังเสียก่อน

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 6

    "ท่านแม่ทัพ !" หนิงอันที่เห็นชายหนุ่มในสภาพนั้นหากกล่าวว่าไม่ได้รู้สึกอันใดเลยก็ดูจะใจดำเกินไปหน่อยเพราะนางเองก็รู้สึกตกใจมากเช่นกันก่อนจะให้สาวใช้ของตนเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ แทนตนเอง "ท่านแม่ทัพของท่านเป็นอันใดไปหรือ ?" "ท่านไม่ทัพป่วยหนัก หากแต่วันนี้กลับยังห่วงเรื่องค่ายฝึกจึงได้เดินทางออกมาทั้ง ๆ ที่ยังป่วยเช่นนี้น่ะสิ" "พวกเจ้าอย่ามัวแต่พูดมากอยู่เลย พาท่านแม่ทัพของเจ้าขึ้นมาบนรถม้าเสียก่อนเถิด" หนิงอันออกคำสั่ง ในขณะนั้นเองรถม้าคันใหม่ก็มาถึงพอดี ก่อนที่นางจะให้บ่าวรับใช้และองครักษ์ของเขาพยุงร่างของชายหนุ่มขึ้นไปบนรถม้า พร้อมกับมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองก่อนจะมุ่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิวเพื่อไปส่งชายหนุ่มที่จวนเป็นอันดับแรก ร่างสูงนอนราบอยู่บนเก้าอี้ยาวด้านข้าง ด้วยความเร็วของรถม้าทั้

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 5

    หลิวหยางฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าเป็นเวลามืดค่ำแล้ว ชายหนุ่มมีสีหน้าเรียบนิ่งหากแต่ใบหน้ากลับปกคลุมไปด้วยหยาดเหงื่อราวกับเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง หางตายังมีบางอย่างไหลซึมออกมาก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นเช็ดมันออกไป ดวงตาดำขลับหวนนึกไปถึงเรื่องในความฝันที่ราวกับมันเกิดขึ้นจริง ๆในความฝันของเขาก็คือตัวเขากำลังยืนอยู่หน้าเรือนแห่งหนึ่ง ในขณะที่เรือนแห่งนั้นกำลังมีไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ในความฝันเขาพยายามที่จะเข้าไปด้านในเพื่อช่วยใครบางคน หากแต่เพราะไฟที่ลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้ไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือได้ หลิวหยางรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมารวมถึงความเสียใจที่ไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือใครบางคนได้ทัน และเมื่อเขาพยายามที่จะนึกถึงใบหน้าของคนผู้นั้นหากแต่เขากลับนึกไม่ออกชายหนุ่มเกิดความฝันซ้ำ ๆ เช่นนี้มาเกือบเดือนแล้ว แต่ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามหาคำตอบเท่าใดก็ไม่อาจหาคำตอบได้เสียที ว่าแท้จริงแล้วคนที่อยู่ในกองเพลิงนั้นคือผู้ใดกันแน่ ! เหตุใดหัวใจเขาจึงได้รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่มองเข้าไปในกองเพลิงแห่งนั้น"ท่านแม่ทัพฟื้นแล้วหรือขอรับ ?""นี่ข้าเป็นอันใดไป""ท่านแม่ทัพอยู่ ๆ ก็สลบไปขอรับ ท่านหมอหลวงบอกว่าท่

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 4

    หนิงอันถูกสาวใช้พาเดินออกมาจากเรือนรับรองได้กว่าครึ่งทางแล้ว ก่อนที่นางจะได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินตามมาจากด้านหลัง จึงได้หันหลังกลับไปมองเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายเอ่ยเรียก"ช้าก่อน คุณหนูหนิง"และเมื่อหนิงอันหันกลับไปก็เผชิญกับร่างสูงของหลิวหยางที่ตามมาติด ๆ ชายหนุ่มมีใบหน้าที่ซีดต่างจากตอนแรก แม้ว่าหนิงอันจะสังเกตเห็นหากแต่ก็ไม่คิดจะเอ่ยถาม นางคิดว่าเขาคงจะไม่ชอบใจนักหากว่านางยังวุ่นวายกับเขาไม่เลิก ซ้ำยังอาจจะคิดว่านางปฏิเสธงานแต่งงานครั้งนี้อาจเป็นเพราะนางนั้นมีแผนการบางอย่างก็เป็นได้"ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพมีอันใดกับข้าอีกงั้นหรือเจ้าคะ ?" หนิงอันเอ่ยกับเขา ดวงตาของทั้งคู่จ้องมองกันก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายหลบสายตาคู่นั้นก่อน"เจ้าต้องการจะล้มเลิกงานแต่งงานนี้จริง ๆ น่ะหรือ ?" หนิงอันได้ยินคำถามของเขาก็ทำให้นางรู้สึกแปลกใจทั้งระคนสงสัย ก็เป็นเขาเองมิใช่หรือที่ต้องการยกเลิกมันเสียเต็มประดา รังเกียจเดียดฉันท์กันปานนั้นผู้ใดจะยังทนฝืนอยู่ได้อีก ไม่สู้แยกย้ายกันทางใครทางมันไม่ยุ่งเกี่ยวเสียยังดีกว่า"เป็นความต้องการของข้าจากใจจริงเจ้าค่ะ" หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นหลิวหยา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status