Mag-log inเกวลินมองสภาพเคนที่นอนขดตัวสะอื้นเบาๆ ทั้งที่ยังหลับใหลอยู่แทบเท้าเธอ ความโกรธที่มีมาตลอดทั้งคืนมันเริ่มมลายหายไป กลายเป็นความรู้สึกจุกในอกอย่างบอกไม่ถูก เธอก้มลงประคองร่างกำยำของเขาขึ้นมาอย่างทุลักทุเล
"ไอ้บอดี้การ์ดบ้า... ตื่นมาช่วยกันหน่อยสิ ฉันไม่ใช่คนเหล็กนะ!" เธอพึมพำพลางแบกแขนข้างหนึ่งของเขาพาดบ่า เคนเริ่มรู้สึกตัวงัวเงีย เขาปรือตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้และการเมาขึ้นมามองเห็นใบหน้าของเกวลินอยู่ใกล้ๆ สัญชาตญาณเด็กน้อยในร่างชายหนุ่มก็ทำงานทันที เขาซุกหน้าลงกับไหล่ของเธอแล้วกอดเอวเธอไว้แน่นเหมือนเด็กกลัวโดนทิ้ง "คุณหนูอย่าไป... อย่าไปหาคนอื่น..." เสียงของเขาอู้อี้และแหบพร่า เกวลินใจกระตุกวูบ เธอไม่ได้ตอบอะไรแต่พยายามพยุงเขาไปที่รถจนสำเร็จ เมื่อยัดเขานั่งประจำที่ได้ เธอก็จัดการสตาร์ทรถขับออกไปจาก สน. ทันที บรรยากาศในรถเงียบเชียบ มีเพียงเสียงหอบหายใจของเคนที่เริ่มสร่างเมาขึ้นมาทีละนิด จนกระทั่งรถจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์ เคนขยับตัวลุกขึ้นนั่งตรง แสงไฟจากหน้าบ้านทำให้เขาเห็นรอยแดงที่ซอกคอและรอยยับยู่ยี่บนชุดของเกวลินชัดเจน ความทรงจำเรื่องเสียงครางใน สน. พุ่งกลับเข้ามาทิ่มแทงหัวใจเขาอีกครั้ง "มีความสุขมากไหมครับ..." เคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความประชดประชัน "ไปให้ไอ้หมวดนั่นปรับมาตั้งหลายรอบ... ร่างกายคุณหนูมันคงจะหิวโหยมากสินะครับ ถึงได้ร่านไปทั่วแบบนี้!" เพียะ! ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนใบหน้าคมเข้มของเคนอย่างแรงจนหน้าหัน เกวลินสั่นไปทั้งตัว น้ำตาแห่งความน้อยใจคลอเบ้า "ใช่! ฉันมันร่าน! แล้วมันเป็นเพราะใครล่ะเคน? เป็นเพราะนายไม่ใช่เหรอที่ทิ้งฉันไว้กลางทาง เป็นเพราะนายที่บอกว่าฉันเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์!" เกวลินตะโกนใส่หน้าเขา "นายมันก็แค่เด็กขี้แยที่เอาแต่ประชดคนอื่นไปวันๆ นายไม่ได้รักฉันจริงๆ หรอก นายก็แค่หวงของเล่นเท่านั้นแหละ!" เคนชะงักไป เขาหันกลับมามองเกวลิน แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นระริกเหมือนเด็กที่โดนจับผิดได้ เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแต่ไม่ได้รุนแรงเหมือนทุกครั้ง "ผมไม่ได้หวงของเล่น..." เคนกระซิบ เสียงของเขาขาดห้วง "แต่ผมเจ็บ... เจ็บจนจะตายอยู่แล้วที่คุณหนูยอมให้คนอื่นทำแบบที่ผมทำ ผมมันโง่เองที่ปากไม่ตรงกับใจ... แต่ขอร้องเถอะเกวลิน อย่าทำแบบนี้อีกเลย" เคนซบหน้าลงบนฝ่ามือของเกวลินที่เขาเพิ่งจะโดนตบไป ร่างหนาสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้น หลังจากผ่านค่ำคืนที่แสนวุ่นวายและปรับความเข้าใจกันในรถ เกวลินก็สลบเหมือดไปด้วยความเพลียอย่างที่สุด เธอหลับลึกจนไม่รู้ตัวเลยว่าเคนอุ้มเธอขึ้นมาส่งบนห้องและเฝ้าดูเธอจนเกือบเช้า 08:00 น. แสงแดดจ้าทำให้เกวลินค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอเห็นเคนยืนตัวตรงอยู่ปลายเตียงในชุดบอดี้การ์ดเต็มยศ ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉยไร้อารมณ์เหมือนเคนคนเดิมที่ชอบกวนประสาทเธอไม่มีผิด "ตื่นแล้วเหรอครับคุณหนู" เคนเอ่ยเสียงนิ่ง "อาบน้ำแต่งตัวเถอะครับ เรามีเวลาแค่ 30 นาที" "จะรีบไปไหนเคน? ฉันยังปวดหัวอยู่เลยนะ" เกวลินบ่นพลางคว้านหาหมอนมาปิดหน้า "คุณณัฐวินโทรมาครับ ท่านสั่งให้คุณหนูเดินทางไปเชียงใหม่ด่วนเพื่อไปดูงานเปิดตัวโรงแรมใหม่ของครอบครัวที่นั่น" เคนอธิบายพลางเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่เขาเตรียมไว้ให้บางส่วนแล้ว "ผมรายงานท่านไปว่าช่วงนี้คุณหนูดูเบื่อๆท่านเลยอยากให้เปลี่ยนบรรยากาศไปคุมงานที่นั่นดูบ้าง" เกวลินเด้งตัวขึ้นจากเตียงทันที "พี่ฉันไม่ได้สงสัยอะไรใช่ไหม?" "ผมรายงานแค่เรื่องทั่วไปครับ... ไม่ได้บอกว่าคุณหนูไปอาละวาดที่ สน. หรือไปเสียค่าปรับแบบไหนมาบ้าง" เคนเลิกคิ้วกวนๆ ใส่เธอทีหนึ่ง "แต่ที่ท่านสั่งไปเชียงใหม่ ก็เพราะผมรายงานว่าคุณหนูดูต้องการการพักผ่อน... ผมคิดว่าที่นั่นอาจจะเงียบพอให้เราหาทางทำอะไรกับเรื่องนั้นได้สะดวกขึ้น" เกวลินมองหน้าเคน เธอรู้ดีว่าคำว่าสะดวกขึ้น ของเขาหมายถึงอะไร การไปเชียงใหม่ครั้งนี้ พี่ชายเธอคิดว่าส่งน้องสาวไปทำงาน แต่จริงๆ แล้วมันคือการหนีไปใช้ชีวิตคู่ในที่ห่างไกล โดยที่มีเคนคอยควบคุมสถานการณ์ และร่างกายเธอไว้ทั้งหมด! "เตรียมตัวนะครับคุณหนู... เครื่องบินส่วนตัวรออยู่ที่สนามบินแล้ว" เคนพูดพร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "หวังว่าบรรยากาศทางเหนือจะช่วยให้คุณหนู หายร้อนได้บ้างนะครับ"ในขณะที่เค้กกำลังเคลิ้มไปกับรสสวาทบนเตียงนุ่มๆ ในคอนโดหรูของเคน เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เคนขมวดคิ้วก่อนจะผละออกจากร่างของเค้กไปรับสายที่ระเบียง"ครับคุณแม่... ผมรอดมาได้ครับ... ใช่ครับ ผมกำลังจะเข้าไปที่บริษัท... เรื่อง งานแต่งงาน ผมทราบครับ ผมไม่ลืมสัญญา"เค้กที่แอบฟังอยู่หลังประตูถึงกับตัวชาไปทั้งแถบ ‘งานแต่งงานงั้นเหรอ? สัญญาอะไรกัน?’ ความสุขที่พุ่งปรี๊ดเมื่อครู่ร่วงดิ่งลงเหวทันทีเคนเดินกลับเข้ามาในห้อง ใบหน้าเขาดูเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เค้ก... ผมมีเรื่องต้องรีบไปจัดการ คุณอยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวผมจะให้คนรถเอาเสื้อผ้าและของใช้มาให้""เคนคะ... เมื่อกี้คุณคุยเรื่องงานแต่งงานเหรอ?" เค้กถามเสียงสั่นเคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามากอดเค้กไว้แน่น "มันเป็นเรื่องธุรกิจน่ะเค้ก คุณอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ ผมจัดการได้... ผมเลือกคุณแล้ว"แต่คำพูดนั้นมันกลับดูไม่มั่นคงเอาเสียเลย เมื่อเค้กเหลือบไปเห็นรูปถ่ายใบหนึ่งในลิ้นชักที่เปิดค้างไว้... มันคือรูปของเคนคู่กับผู้หญิงสวยสง่าคนหนึ่งในชุดหมั้น!ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในขณะที่เคนไม่อยู่ ประตูห้องพักก็ถูกเปิด
"เค้ก! จับขอบเรือไว้แน่นๆ!" เคนตะโกนก้องในขณะที่เจ้าฉลามยักษ์พุ่งเข้าชนกราบเรือชูชีพจนเอียงกระเท่่เร่ เสียงฟันคมกริบครูดกับยางสังเคราะห์ดัง แคร่ก! จนน่าสยดสยองเคนคว้าพายขึ้นมาด้วยแววตาดุดัน เขาใช้จังหวะที่มันโผล่หัวขึ้นมาฟาดลงไปที่จมูกมันสุดแรง "ไปตายซะไอ้ลูกหมา!" แรงปะทะทำให้เรือสั่นคลอนจนฉันที่สภาพยังกึ่งเปลือยล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นเรือแต่ทว่า... ความซวยยังไม่จบ เจ้าฉลามนั่นงับเข้าที่ขอบยางด้านล่างจนทะลุ! เสียงลมรั่วดัง ฟู่... พร้อมกับน้ำทะเลที่เริ่มพุ่งทะลักเข้ามาในตัวเรือ"เคน! เรือรั่ว! น้ำเข้าแล้วค่ะ!" ฉันร้องลั่นด้วยความกลัว แต่ในจังหวะที่ฉันคลานไปหาเขา ชุดหมีที่ถลกลงมามันทำให้บั้นท้ายขาวนวลของฉันเด่นหราอยู่กลางลำเรือเคนหันมามองเรือที่เริ่มจมลงทีละนิดสลับกับมองร่างของฉัน ความตื่นเต้นจากการสู้กับมัจจุราชบวกกับภาพตรงหน้าทำให้อารมณ์ดิบในตัวเขาพุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาโยนพายทิ้งแล้วโผเข้าหาฉันทันที!"ในเมื่อเรือจะล่ม... งั้นเราก็มา 'ลงนรก' ไปพร้อมกันเถอะเค้ก!"เขากระชากชุดหมีฉันออกจนขาดวิ่น แล้วจับฉันกดลงกับพื้นที่น้ำกำลังนองขึ้นมาจนถึงหน้าอก ความเย็นของน้ำทะเลที่ซึมเข้ามาตัด
ในขณะที่เคนกำลังโหมกายเข้าใส่ฉันอย่างบ้าคลั่งบนเรือชูชีพที่ติดอยู่ริมชายหาด จู่ๆ ลมทะเลก็เปลี่ยนทิศทาง พายุลูกใหม่ที่ไม่มีใครตั้งตัวพัดกระหน่ำเข้ามา คลื่นยักษ์ซัดเปรี้ยงเข้าที่กราบเรือจนมันหลุดออกจากโขดหินแล้วไหลลอยละลิ่วออกสู่ทะเลลึก!"เฮ้ย! เรือหลุด!" เคนสบถออกมาแต่เขายังไม่ยอมถอนกายออกจากตัวฉัน"เคน! เรือลอยออกไปแล้ว... อ๊ะ! อ๊าาาาา!" ฉันกรีดร้องไม่ใช่เพราะกลัวเรือลอย แต่เพราะจังหวะที่เรือกระแทกกับคลื่น มันส่งให้ตัวตนของเคนกระแทกเข้ามาลึกจนถึงจุดกระสันที่สุด"ช่างมันเค้ก! ตอนนี้ผมหยุดไม่ได้แล้ว... ซี๊ดดดด! อื้อออออ!" เคนกัดฟันกรอด เขาใช้แขนแกร่งยึดขอบเรือไว้มั่น ส่วนช่วงล่างยังคงทำงานอย่างดุดันแข่งกับแรงโยกของคลื่นทะเลเรือชูชีพลำน้อยถูกคลื่นซัดโยนไปมากลางทะเลที่เริ่มปั่นป่วน ฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมาอีกรอบ แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นกามารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้น เสียงครางหวานลั่นของเราดังระงมแข่งกับเสียงฟ้าร้อง"อ๊ะ... อ๊ะ... อื้อออออ! เคน... มันเสียว... เสียวจนจะขาดใจแล้ว! อ๊าาาาาา!" ฉันบิดเร้ากายไปมา ผิวเหงื่อผสมหยาดฝนจนลื่นปรึ๊ดไปหมด ทุกครั้งที่คลื่นซัดเรือให้ดิ่งลง ลำกายแกร่งของเคนก็ยิ่งฝั
พายุฝนสงบลงทิ้งไว้เพียงความหนาวเหน็บที่กัดกินผิวหนัง กองไฟที่เป็นความหวังเดียวถูกน้ำฝนชะล้างจนเหลือเพียงเถ้าถ่านสีดำสนิท ความเงียบสงัดกลับเข้าปกคลุมเกาะร้างอีกครั้ง พร้อมกับอุณหภูมิที่ลดฮวบจนฉันสั่นสะท้านไปทั้งทรวง"หนาว... หนาวมากเลยค่ะเคน" ฉันพึมพำ ฟันกระทบกันดังกอดตัวเองแน่นในสภาพที่เสื้อเชิ้ตตัวบางเปียกชุ่มแนบไปกับผิว"มานี่เค้ก รีบกลับไปที่เพิงพักก่อน" เคนกวาดร่างฉันขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว แม้ตัวเขาเองจะสั่นไม่แพ้กันแต่เขาก็ยังกัดฟันพาฉันกลับมายังที่พักชั่วคราวที่เป็นเพียงหลังคาใบปาล์มที่พักของเรายังพอแห้งอยู่บ้าง เคนวางฉันลงบนกองใบปาล์มก่อนจะรีบถอดเสื้อเชิ้ตที่เปียกโชกของฉันออก "ถ้าใส่ไว้แบบนี้คุณปอดบวมแน่ ถอดออกซะ"ตอนนี้เราทั้งคู่เปลือยเปล่าท่ามกลางความมืดมิดและลมพายุที่ยังพัดหวีดหวิว เคนแทรกตัวเข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลัง ใช้ร่างกายกำยำของเขาเป็นผ้าห่มผืนหนาถ่ายเทความร้อนให้ฉัน"อื้อออ... ดีขึ้นไหม?" เสียงเขาทุ้มต่ำสั่นพร่าอยู่ชิดต้นคอ"ยังสั่นอยู่เลยค่ะเคน... ฉันรู้สึกเหมือนข้างในมันเย็นไปหมด" ฉันเบียดกายเข้าหาความอบอุ่นจากแผงอกเขาอย่างโหยหาเคนไม่ตอบ แต่เขาเริ่มขยับมือ
หลังจากจบบทรักยามเช้าไปแบบหอมปากหอมคอ เคนก็พาฉันเดินลึกเข้าไปในตัวเกาะเพื่อหาแหล่งน้ำจืดตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงน้ำไหลซ่าก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเราพ้นพุ่มไม้หนา... ภาพตรงหน้าทำเอาฉันอ้าปากค้าง"สวยจัง..."มันคือน้ำตกขนาดเล็กที่ตกลงมาในแอ่งหินธรรมชาติ น้ำใสแจ๋วจนเห็นตัวปลา แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านยอดไม้ลงมาทำให้น้ำเป็นประกายระยิบระยับ"อาบน้ำให้สบายใจเถอะเค้ก เดี๋ยวผมไปรวบรวมฟืนแห้งแถวนี้มาทำกองไฟส่งสัญญาณควันเผื่อจะมีเครื่องบินผ่านมา" เคนบอกพลางถอดเสื้อที่สวมอยู่ออก (ซึ่งคราวนี้เขาก็ไม่ได้ใส่อะไรข้างในอยู่แล้ว!)ฉันไม่รอช้า รีบถอดชุดเดรสที่เปื้อนทั้งทรายและคราบรักเมื่อคืนออกจนหมดสิ้น แล้วก้าวลงไปในน้ำเย็นฉ่ำ "อ๊ะ... เย็นสบายจัง"ขณะที่ฉันกำลังวักน้ำล้างตัวอย่างเพลิดเพลิน สายตาก็เหลือบไปเห็นเคนที่หอบฟืนกองโตมาวางไว้ริมแอ่งน้ำ เขายืนจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของฉันที่อยู่ใต้น้ำใสด้วยสายตาที่ทำเอาฉันหน้าร้อนผ่าว"น้ำเย็นนะคุณเคน... มาอาบด้วยกันไหมคะ?" ฉันแกล้งกวักน้ำใส่เขาด้วยท่าทางยั่วยวนเคนกระตุกยิ้มร้าย "ถ้าเข้าไปตอนนี้... งานสร้างสัญญาณควันคงไม่ได้ทำกันพอดี"แ
สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่เลื้อยผ่านเอวคอดกิ่วขึ้นมาใต้เสื้อเชิ้ตทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก แต่มันไม่ใช่ความตกใจ กลับเป็นความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เคนไม่รอให้ฉันได้ตั้งตัวนาน เขาโน้มใบหน้าคมสันลงมาประกบริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนปากของฉันทันที"อื้อออ..."เสียงครางอื้ออึงในลำคอของฉันเล็ดลอดออกมาเมื่อปลายลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมเข้ามาตักตวงความหวานอย่างหิวกระหาย รสชาติของลูกไม้ป่าที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นผสมปนเปไปกับกลิ่นอายความเป็นชายที่รุนแรงจนฉันแทบละลายซบลงกับแผงอกเขา มือของเคนเริ่มทำงานอย่างชำนาญ เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ฉันสวมอยู่ออกอย่างรวดเร็ว จนมันแหว่งวิ่นเผยให้เห็นเต้าทรวงอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจ"คุณสวยกว่าที่ผมคิดไว้มากเลยเค้ก..." เขาพึมพำชิดริมฝีปากพลางผละออกมามองผลงานตรงหน้า สายตาเขาเร่าร้อนจนฉันรู้สึกเหมือนจะมอดไหม้เคนก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องสลับกับขบเม้มจนเกิดรอยรักสีกุหลาบ ฉันแหงนหน้าขึ้นรับสัมผัสพลางขยุ้มกลุ่มผมของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน "อะ... อ๊าา คุณเคน... ตรงนั้นมัน..."เขาลากริมฝีปากต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงยอดปทุมถันสีหวานที่ชูชันท้าลมหนาว เขาใช้ลิ้นตวัดหยอก
เคนก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อจากการไปทำงานด่วน แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาหยุดชะงัก ภาคินกำลังคร่อมร่างที่สะบักสะบอมของเกวลินอยู่บนเตียง พร้อมกับรอยช้ำใหม่ที่แดงก่ำไปทั่วตัว"นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ? ทำไมคุณหนูถึงอยู่ในสภาพนี้?" เคนถามเสียงเข้ม แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
สองวันที่เคนไม่อยู่ ภาคินเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเอาใจเกวลินทุกอย่างราวกับจะชดเชยเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา ภาคินพาเกวลินที่ห้างดังเชียงใหม่ และตอนนี้ทั้งคู่กำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่หรูหราที่สุดใจกลางเมือง"อยากได้อะไรอีกไหมเกวลิน?" ภาคินเอ่ยพลางโอบเอวบางไว้แน่น มืออีกข้างถือถุงแบรนด์เนมนับสิบใบท
ในขณะที่บรรยากาศบนเตียงกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์ เสียงโทรศัพท์ของเคนก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน เคนสบถเบาๆ ก่อนจะกดรับสาย เมื่อปลายสายคือพี่ชายของเกวลินที่สั่งงานด่วนให้เขาต้องไปจัดการทันที เคนจึงทำได้เพียงส่งสายตาเสียดายมาที่เกวลิน"ฝากไว้ก่อนนะครับคุณหนู... เดี๋ยวผมกลับมาต่อ" เคนกระซิบที่ข้า
เกวลินตัดสินใจล้างภาพลักษณ์คุณหนูผู้อ่อนแอและรุ่มร้อนทิ้งไป เธอเปลี่ยนจากชุดเดรสวาบหวามมาเป็นสูทกางเกงสีดำเข้ารูปที่ดูทะมัดทะแมงแต่ยังคงความหรูหรา เธอเริ่มเข้าไปนั่งในห้องทำงานของภาคินทุกวัน ไม่ใช่เพื่อไปยั่วเวยน แต่เพื่อขออ่านเอกสารสัญญาและการเดินบัญชีของกาสิโนและโรงแรมในเครือของเขา"จะมาเล่นขายข







