LOGIN...........
ในขณะที่ณัชรินทร์กำลังควานหาสร้อย บนคฤหาสน์อีกหลัง สร้อยเงินวาววับก็กำลังถูกหยิบจากถาดกำมะหยี่ เลฟหยิบมันขึ้นมา สองตาจ้องสร้อยเส้นน้อยแล้วเผลอยิ้มไม่รู้ตัว
ฟีโอดอร์มองรอยยิ้มของผู้เป็นนายแล้วต้องเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มแบบนั้น เขาเห็นนับครั้งได้
“เรียบร้อยดีใช่ไหม” เลฟถาม ปลายนิ้วแตะลูบตัวสร้อยอย่างเบามือ
“เรียบร้อยดีครับ” ฟีโอดอร์ยืนยัน
“ดี” บอกเพียงสั้นๆ แล้วมองไปที่ประตู
ฟีโอดอร์รู้หน้าที่ รีบก้าวออกไปพร้อมกับถาดที่ถือมา
เมื่ออยู่เพียงลำพัง เลฟก็ได้พิจารณาสร้อยของณัชรินทร์อีกครั้ง มันเป็นสร้อยเงินเส้นเล็กๆ มีจี้ดอกเดซี่สีขาว เกสรตรงกลางเป็นเพชรเม็ดจิ๋วสีเหลืองอ่อนจาง มองมันแล้วยิ่งนึกถึงเจ้าของ คิดถึงผิวเหลืองนวลของหล่อน คิดถึงเสียงแวดๆ ของหล่อนตอนด่าเขา พลังของหล่อนมีมากเหลือเกินตอนยืนเถียงเขาคอเป็นเอ็น
“ดอกเดซี่นี่เหมาะกับเธอดีนะ แสนจะธรรมดา แต่ว่า...สดใสดีจัง”
เปรยกับตัวเองแล้วยิ้มบางๆ ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะหุบลงเมื่อมีเสียงเคลื่อนไหวที่หน้าประตู มีคนมา และไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น บานประตูก็เปิดอ้า
“เมื่อคืนนอนที่ห้องกับแม่หนูนั่นเหรอ แปลกดีนะ”
พอได้ยินเสียงมารดา เลฟก็ส่งสร้อยเข้าในกระเป๋ากางเกง ดวงตาคมกล้าของเขา มองมารดาอย่างรำคาญใจ มีเรื่องอะไรที่คุณนายวาเลนติน่าต้องการจากลูกชายจนต้องมาหาถึงที่นี่ด้วยเหรอ
“แปลกเรื่องอะไร ปกติก็เปลี่ยนผู้หญิงเดือนละหลายคน”
“แปลกที่ยอมไปหาแม่หนูนั่น ทั้งที่เจ้าหล่อนนอนอยู่บ้านโน้นยังไงล่ะ”
พอมารดาเอ่ยอย่างรู้ทัน ลูกชายก็ไร้คำจะโต้แย้ง เขาเลือกจะเงียบ อย่างที่ทำเป็นประจำ
“หายโกรธแม่แล้วเหรอ”
“ผมไม่ได้โกรธ” เลฟสวนทันควัน
“ไม่จริง ลูกยังโกรธแม่อยู่ มันผ่านมานานแล้วนะเลฟ ไม่มีใครอยู่ที่นั่น ไม่มีอะไรเหลืออยู่นอกจากความเจ็บปวดของผู้หญิงที่ลูกเรียกเธอว่าแม่”
“มันก็คงไม่มีจริงๆ ละมั้ง มันผ่านมานานแล้วอย่างที่เรารู้กัน แต่ถ้าแม่เชื่อผมสักนิด หรือแค่บอกให้คนของเราตรวจสอบ บางทีอาจจะเจออะไรบ้างก็ได้”
“นั่นไม่ใช่ที่ของเรา ที่นั่นไม่ใช่เกาะนี้ และลูกเพิ่งจะสิบขวบ ลูกเป็นแค่เด็กที่กำลังสะเทือนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
เลฟส่ายหัวให้เรื่องราวที่กำลังย้อนกลับมาที่จุดเดิม จุดที่เขากับมารดาต้องมาทะเลาะกันอยู่เรื่อย เขาเหนื่อยเต็มทีแล้ว
“มาที่นี่ทำไม กลับไปที่ของแม่สิ”
“เลฟ!? แม่ไม่ได้เจอหน้าลูกสักพักแล้วนะ ไปถึงบ้านโน้น ใจคอจะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอ ลูกใจดำเกินไปแล้ว”
“ใครว่าใจดำ ผมไม่มีหัวใจต่างหาก ผมไม่เหมือนอเล็กเซย์คนโปรดแม่หรอก”
วาเลนติน่าขมวดคิ้วแน่นเมื่อถูกลูกประชด นางไม่เข้าใจเลย ทำไมเขาต้องฝังใจกับเรื่องราวในอดีตนัก ลืมๆ มันไปบ้างก็ได้
“อ้อ...อย่ายุ่งกับเธอ เธอเป็นของผม”
“หมายถึงใคร ชาช่าเหรอ ไม่...แม่หนูนั่นเป็นคนของอเล็กเซย์”
“คนของผมต่างหาก เธอเป็นหนี้ผมอยู่ เท่ากับเป็นสมบัติของผม อย่ามาวุ่นวาย ขอร้อง”
“ลูกถึงกับขอร้องแม่เพื่อผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันเนี่ยนะ อันตรายเกินไปแล้วนะเลฟ ลูกมีใจให้เธองั้นเหรอ”
เลฟขมวดคิ้วอย่างรุนแรง มารดาที่เคารพพล่ามเรื่องบ้าอะไรอีก
“ก็เพิ่งบอกไปแท้ๆ ว่าเธอเป็นหนี้ผม”
“ถ้าลูกมีใจให้เธอ ลูกจะตกอยู่ในอันตราย”
“น้องสาวเธอขโมยเพชรผมไป และเธอต้องชดใช้!”
“ศัตรูของลูกจะรู้ว่าเธอเป็นจุดอ่อน และไม่นานหลังจากนี้ ลูกจะถูกเล่นงาน เลฟ...พอเถอะ ส่งเธอกลับเมืองไทยไปซะ!”
สองแม่ลูกเจรจากันอยู่ แต่เหมือนว่าเรื่องที่เจรจา จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เลฟจ้องมารดาอย่างตำหนิ
“ผมไม่มีหัวใจ ผมรักใครไม่เป็น อย่าพูดเรื่องไร้สาระนี่อีก มันน่ารำคาญ”
วาเลนติน่าใจหายเมื่อได้เห็นท่าทีของเลฟ เขาดูเปลี่ยนไปนะ เพราะอะไรล่ะ เพราะแม่หนูจากเมืองไทยนั่นเหรอ
ก๊อกๆๆ
ประตูถูกเคาะทั้งที่เปิดอยู่ วาเลนติน่าหันไปมอง เจอแม่สาวร่างเล็กในชุดเดรสสั้นสีส้มอ่อน ชุดแบรนด์เนมหรูหรา ยามอยู่บนร่างหล่อนช่างส่งให้คนสวมดูสง่า อกเป็นอก เอวเป็นเอว ใบหน้างามกระจ่างอยู่กลางเรือนผมสีนิลสนิท รวมๆ แล้ว หล่อนดูสว่างสดใสราวกับพระอาทิตย์ในวันที่หิมะโปรยปราย
“ขอโทษที่มารบกวนนะคะ คือ...หนูอยากจะถามอะไรเลฟสักหน่อย”
วาเลนติน่าสูบลมหายใจเข้าลึก มองใบหน้าเล็กเรียวของสาวเจ้าแล้วเหนื่อยใจ คงดีกว่านี้ถ้าณัชรินทร์ไม่ได้ดูสวยแปลกตา และคงดีกว่าหากหล่อนหน้าตาคล้ายๆ ผู้หญิงบนเกาะนี้ที่มีออกเกลื่อน
“เชิญจ้ะ เอ่อ...เมื่อคืนหลับสบายดีไหม”
คนถูกถามกะพริบตาถี่ๆ หรือวาเลนติน่าจะรู้ว่าเมื่อคืนเลฟไปค้างที่ห้องของเธอ
“ค่ะ...หลับสบายที่สุดเลย”
“คืนนี้เธอจะนอนที่นี่ ไม่ต้องจัดห้องให้เธออีก”
เลฟเอ่ยแทรกการพูดคุยของสองสาว วาเลนติน่าเหลือบมองลูกชายทางหางตา ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ก่อนจะก้าวออกจากห้องไป
เลฟกวาดตามองคนในชุดเดรสเรียบหรู ที่ตัวเสื้อแนบไปกับผิวเนื้อหล่อน มันดูดีจนเขาอยากจะถอดชุดนั่นทิ้งเสีย
“ฉันไม่ใช่คนดีเลยลูก้า ฉันร้ายกาจที่สุด”“แน่นอน แต่ฉันเอาคืนเธอเรื่องนั้นไปแล้ว เรา...หายกันดีไหม”“หายกันเหรอ”“ใช่...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะรักเธอได้ไหม เพราะฉันก็ไม่เคยรักใคร ความรักมันห่างไกลตัวฉันมาก แต่ฉันจะเรียนรู้มันกับเธอนะ ขออย่างเดียว ขอให้เธอซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ของเรา มีแค่ฉัน มองแค่ฉัน อย่าหักหลังฉัน เท่านั้นก็พอ”“แน่นอนค่ะลูก้า ฉันจะรักษาไว้ให้ดี ทั้งแหวนวงนี้ แล้วก็...คุณ”เหมือนคำสัญญาสาบาน ตราบใดที่เธอยังได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขา เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขาและลูก จนกว่าจะถึงวันที่เขาไม่ต้องการเธอลูก้ายื่นมือลงมาหา เธอวางมือเธอใส่มือเขา ให้เขาดึงเธอขึ้นจากผืนเสื่อ ก่อนที่เขาจะพาเดินเข้าบ้าน ทุกจังหวะการก้าวเดิน เธอประคองท้องกลมโต ในขณะที่ทุกจังหวะการก้าวเดินของเขา ประคองร่างเธอไว้ ไม่ให้ล้มลงไปเพราะแรงดูดของผืนทรายท่ามกลางสายลมและคลื่นทะเล หนุ่มสาวคู่หนึ่งประคองกันเดินขึ้นจากหาด ในขณะที่อีกคู่ ยืนมองแล้วยิ้มยินดี“คุณว่าพวกเขารักก
ลูก้ายืนอยู่ไม่ไกล เหมือนเขาจะตามเธออยู่ เขาควรไปตามดูเจ้านายสิ จะมาตามเธอทำไม“กลับกันเถอะ ลมมันแรงแล้วนะ” เขาชวน“อีกนิดน่า ให้พระอาทิตย์ตกดินก่อน เด็กๆ ยังไม่ขึ้นบ้านเลย” บอกเขาแล้วมองไปยังเด็กๆ ทว่ามาดามกลับกำลังปัดเศษทรายออกจากแข้งขาของเด็กน้อยแล้วพาจูงมือขึ้นบ้านไป“นั่นไง ขึ้นบ้านกันแล้ว เราก็ขึ้นบ้างเถอะ”เธอทำหน้ายุ่งเมื่อเขาสั่ง ก็ยังอยากดูพระอาทิตย์ตกนี่นา“โอ๊ะ! เจ็บ! โอย...” แรงบีบรัดที่น่องขวา ทำเอาเธอเกือบพาร่างทรุดลงผืนทราย ดีที่ลูก้าอุ้มไว้ทัน“เจ็บท้องเหรอ!”“ไม่! ตะคริวน่ะ ขาฉัน!” พอร้องบอก เขาก็อุ้มเธอไปยังเสื่อที่มาดามทิ้งไว้ สองมือเพียรนวดท่อนขาให้อาการเธอทุเลา เธอเจ็บมาก พักนี้มันเป็นบ่อยตอนกลางคืน และเธอต้องต่อสู้กับมันเพียงลำพัง“โอ...ดีขึ้นเยอะเลย”“เธอต้องไปหาหมอหรือเปล่า”“ไม่ต้อง มันเกิดขึ้นได้ พักนี้เป็นบ่อย ตอนกลางคืนที่อากาศเย็นๆ น่ะ”“แล้วเธอทำยังไง”
“อะไรกันชาช่า เมื่อคืนไม่พอเหรอ อยากเล่นสนุกอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่น่า ทำไมคุณหื่นตลอดเลยนะ”“ต้องหื่นให้เสมอต้นเสมอปลายสิ หื่นเป็นพักๆ เดี๋ยวเมียไม่ร้ากกก”จุ๊บๆๆๆเสียงจุ๊บดังขึ้นรัวๆ ณัชรินทร์จุ๊บปลายคางเขาอย่างเอ็นดู“ไม่หื่นก็รัก แต่หื่นก็ดี บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องลดนะคะ”“นั่นไง ว่าแล้วเชียว ทำไมคุณน่ารักอย่างนี้นะชาช่า ถอดดีกว่า ถอดเสื้อเร็ว จัดกันสักรอบแล้วค่อยลงไปกินมื้อเช้า”“ไม่เอาน่า เดี๋ยวมันนาน”“ไม่นานหรอก นะๆๆ” แล้วเลฟก็จับมือเมียไปทาบกับเป้ากางเกง เมียรักส่ายหัวรัวๆ เหมือนจะปฏิเสธ แต่มือนี่ลูบเจ้าเลฟน้อยไม่หยุดเลย“คุณจะทำให้เราสาย”“จะสายสักเท่าไหร่กัน อควาเรียยังไม่เปิดหรอกน่า อีกอย่าง นั่งเรือข้ามไปฝั่งโน้นแค่ไม่กี่นาทีเอง” เลฟออดอ้อน หอมแก้มเมีย จุ๊บปากเมียแล้วซุกจมูกคมๆ ลงกับซอกคอหอมกรุ่น ก็อยากทำต่อ ก็อยากจับเมียเปลื้องผ้า แต่ว่า...“แม่ค้าบ!! เฉ็จอ๊ะยัง ลุกซ์เฉ็จแล้ว
เลฟลุกมายืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เปิดตู้แล้วแลหากางเกงว่ายน้ำ ทว่ามีแต่สีทึมทึบที่ใส่จนเบื่อแล้ว “เอ...ของอเล็กเซย์ยังมีไหมนะ” ว่าพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของอเล็กเซย์ มีกางเกงว่ายน้ำสีสันสดใสอยู่หลายตัว“ต้องอย่างนี้สิ เผื่อเป็นอะไรอยู่กลางทะเล จะได้หาเจอง่ายๆ”เลฟยิ้มอย่างนึกสนุก ดึงกางเกงว่ายน้ำสีส้มแสบทรวงมาสวม เขาออกจากห้องมา เดินลงมาข้างล่าง เสียงคลื่นยิ่งชัดเจน ฟีโอดอร์ตื่นแล้ว ตื่นเช้าเสมอเลย“อรุณสวัสดิ์ครับบอส กาแฟสักแก้วดีไหม”“ก็ดีนะ ว่าแต่...บ้านเรามีเซิร์ฟบอร์ดหรือเปล่า”“เซิร์ฟบอร์ด?”“ใช่ อเล็กเซย์เคยมีนี่นา ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ”“ไม่ครับ ที่นี่คลื่นไม่แรงพอจะเล่นเซิร์ฟได้”“เอ้า...แย่จริง”“บอส...อยากเล่นหรือครับ”“ใช่”“แต่ว่า...”“อะไร?”พอเห็นหน้างงๆ ของคนเป็นเจ้านาย ฟีโอดอร์ก็ไม่คิดเอ่ยสิ่งที่รู้ออกมา“ไม่มีอะไรครับ จะไปเ
...........ตอนพิเศษเลฟ & ชาช่า...........เหนือหัวเตียงของณัชรินทร์คือหน้าต่างบานใหญ่ เธอชอบห้องนี้เพราะพอเปิดหน้าต่างไว้แล้วลมเย็นๆ จะพัดเข้ามา มันได้ยินเสียงคลื่นด้วย เสียงคลื่นทำให้เธอหลับสบาย แถมดวงจันทร์วันนี้ก็กลมโตเชียว ถ้าปิดไฟในห้อง แสงจันทร์ข้างนอกคงสาดส่องเข้ามา ที่นี่บรรยากาศดีมาก ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือต้องส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนทุกเช้า แม้ว่าเรือของเราจะขับอย่างปลอดภัย แต่เธอก็ยังกังวลเลฟบอกว่าจะหาครูมาสอนให้ เรียนที่บ้านก็ดี แต่มันออกจะเกินไปหน่อย เธออยากให้ลูกๆ พบเจอผู้คนมากกว่าอุดอู้อยู่ในบ้าน ยิ่งสมัยนี้ผู้คนไม่ได้ใจดีทุกคน ก็อยากให้ลูกเรียนรู้ จะได้มีประสบการณ์มากพอในการรับมือกับคนที่เข้ามาในชีวิตวันนี้เธอส่งลูกเข้านอนแต่หัววัน ในห้องของคนเป็นย่า ห้องเด็กที่เลฟจัดไว้ให้ สองแสบเลยได้ใช้แค่ตอนไปอาบน้ำแต่งตัว มาดามคนงามสดใสขึ้นมากเมื่อมีหลานอยู่ใกล้ๆ เธอเลยปล่อยเต็มที่ และรู้สึกว่ามีอิสระเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวตั้งแต่ลูกไม่ติดแม่ แต่ไปติดย่าแทน“
“ลูก้าล่ะ” ณัชรินทร์ถามเมื่อลูก้าไม่ยอมเดินตามมา“ไม่รู้สิ ไปเข้าห้องน้ำมั้ง”ตอบพี่แล้วแลหาเขา ทว่าไม่เจอ ทำไมหายตัวเก่งจังนะ“เขาดีกับเธอไหม”“อือ...ดี...พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ใช้ชีวิตของพี่ไปเถอะ ฉันโอเค”“ขอให้จริง ถ้าเขากล้าทำร้ายเธอละก็ พี่จะฆ่าเขาเอง”คนเป็นพี่ชูหมัดให้น้องดูว่าเอาจริง ให้ลูก้าทำร้ายเมียกับลูกสิ เธอนี่แหละจะเอาปืนยิงหัวให้กระจุยเลย เธอยิงปืนแม่นนะ อย่าลืม“จ้า...คุณนายมาเฟียนี่โหดจริงๆ”“พูดจริงนะ ไม่ได้ล้อเล่น พ่อของลูกเธอน่ะ ต้องโดนหนักๆ”“ก็ว่าไป เขาก็ดีของเขาแล้วพี่ ไม่ได้รักกันชอบกัน เขายังช่วยฉันขนาดนี้”“ไม่ช่วยก็เรื่องของเขาสิ พี่เลี้ยงหลานได้น่า ตอนเจ้าแฝดคลอดน่ะ เธอยังช่วยเลี้ยงเลย เป็นเธอที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนมให้ เลี้ยงหลานแค่คนเดียว สบายเลย พี่เลี้ยงได้แน่”“จ้าๆๆ คุณนายเลี้ยงได้ ฉันรับรู้แล้ว โอเคไหม”“โอเค! ถ้าเขารังแกเธอ ถ้าเขาทำให้เธอเจ็
...........ในยามราตรีที่เสียงมัจจุราชร้ายยังดังกระหน่ำ แสงที่ออกมาจากปลายกระบอกปืนยังส่องวูบวาบให้เห็น หนูน้อยวัยแปดขวบนั่งตัวสั่นอยู่ใต้โต๊ะตัวสูง ปัง! ปัง!เสียงปืนยังดังอยู่ และดังอยู่อย่างนั้นอีกหลายสิบนัด หนูน้อยหมอบลงจนแก้มข้างหนึ่งแนบพื้น มองลอดชายผ้าคลุมโต๊ะออกไปยังได้เห็นร่างของมารดา อีก
“อาหารมากมายแต่ต้องนั่งกินแค่คนเดียว” เอ่ยออกไปอย่างนั้นแล้วก้มหน้างุด กลัวว่าจะถูกตำหนิ แต่วาเลนติน่ากลับยิ้มละไมให้เธอ“ฉันชินแล้ว ถ้าเหงาก็แค่ไปใช้เงิน คงดีถ้าลูกชายมีหลานมาให้เลี้ยงบ้าง” ตอบพลางยิ้มขัน นางก็เหมือนแม่ทั่วๆ ไป ยามที่ลูกชายไม่สามารถมาอยู่ใกล้ นางก็แค่อยากได้ตัวแทนของเขาสักคน“อยาก
“โอ...ช่างแต่งหน้าของฉันเก่งขนาดนี้เชียวรึ” วาเลนติน่าหันไปยิ้มให้กับช่างหน้าช่างผม ก่อนจะไล่ทุกคนออกไปจากห้อง กระต่ายน้อยผิวเหลืองนวล พอจับแต่งเนื้อแต่งตัวเข้าหน่อยก็ใช้ได้ทีเดียว“นะ...นั่น นั่นหนูหรือคะ”“แน่นอนจ้ะสาวน้อย”“เอ่อ...คุณไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ หนูมารบกวนแท้ๆ ให้หนูใส่ชุดสาวใช้ก็ยั
“ผมพยายามคัดค้านแล้วในเรื่องนี้ แต่ไม่สำเร็จ ผมไม่ค่อยชอบเรื่องงานของเขาหรืองานของครอบครัว แต่ผมชอบเงิน เงินเยอะๆ แม่ผมก็ชอบแบบนั้น และเราไม่มีสิทธิ์ออกเสียงมากนักในเมื่อเราไม่ได้เป็นคนหาเงิน ผมกับเขาแตกต่างกันมากนะ แม้ว่าหน้าตาจะเหมือนกันก็ตาม”“ฉันรู้ค่ะ คนที่ซ่อนปืนไว้ใต้หมอนน่ะ ไม่ใช่คนดีนักหรอ




![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


