Share

คืนนี้ไร้ไออุ่น
Penulis: อันเสี่ยวตี๋

บทที่ 1

Penulis: อันเสี่ยวตี๋
“เจ็บอีกแล้วเหรอ?” ชายหนุ่มยันตัวท่อนบนขึ้นและเลิกคิ้วถาม

ด้านนอกหน้าต่างฝนตกกระหน่ำ ภายในห้องนอนมีเพียงโคมไฟสีเหลืองนวลที่เปิดอยู่หนึ่งดวง

เจียงสือหันหน้าหนี มองข้อมือของตัวเองที่ถูกกำจนแดงแล้วกะพริบตาอย่างด้านชา “อืม”

เรื่องแบบนี้ทำมาเป็นเวลาสองปีแล้ว

ปกติเฉิงจี้หลี่พักอยู่ในห้องทำงาน มีเพียงช่วงตกไข่ของเธอในแต่ละเดือนเท่านั้นที่เขาจะมาหา

แล้วก็เป็นเหมือนคืนนี้

ไม่มีการเล้าโลม และไม่มีความใกล้ชิดหลังจากนั้น

เธอก็ไม่ใช่กำแพงเหล็กเสียหน่อย จะไม่เจ็บได้อย่างไร

เมื่อก่อนเธอคิดว่าเป็นเพราะตัวเองไม่มีเสน่ห์ของผู้หญิงมากพอ ถึงขั้นตั้งใจขอคลิปจากเพื่อนสนิทมาดูเพื่อเรียนรู้

แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหน เฉิงจี้หลี่ก็ยังเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึก ทำเรื่องที่ควรเต็มไปด้วยความรู้สึกด้วยท่าทีส่งเดช

นานวันเข้า เธอถึงขั้นขี้เกียจแม้แต่จะแสร้งทำ

ไม่มีความหมายหรอก เรื่องแบบนี้ฝืนกันไม่ได้

เฉิงจี้หลี่ยังไม่ทันอิ่มเอม แต่ก็ผละออกจากตัวเธอ

เขาแค่นหัวเราะเบาๆ “สำออยจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนคำนวณวันแล้วให้ฉันมาหรอกเหรอ?”

“……” เจียงสือดึงชุดนอนลง ลุกขึ้นไปเปิดไฟเพดาน “แม่คุณเร่งอีกแล้ว ฉันว่าเราสองคนคงมีลูกไม่ได้หรอก ไม่สู้…”

“ฉันจะบอกแม่เอง” ชายหนุ่มตัดบทเธอ “ฉันจะบอกว่าเป็นปัญหาของฉันเอง เธอไม่ต้องกังวลเรื่องนี้”

เมื่อเห็นร่างสูงสง่าก้าวเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมา เจียงสือก็ยกยิ้มสมเพชตัวเอง

เขาคงคิดว่าเธอกำลังจะพูดว่า “ไปโรงพยาบาลตรวจดูหน่อยไหม” สินะ?

ไม่ใช่หรอก

สิ่งที่เธออยากพูดคือ “หย่ากันเถอะ”

แต่เฉิงจี้หลี่กลับไม่มีแม้แต่ความอดทนจะฟังประโยคนี้จนจบ

ประตูห้องน้ำปิดลงและเปิดออกอีกครั้ง ก็กินเวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว

เจียงสือไม่เข้าใจว่าเขาจะอาบน้ำนานอะไรขนาดนั้น เธอนั่งรออยู่ข้างเตียงจนง่วงหาวแล้วหาวอีก

เฉิงจี้หลี่เดินออกมาและขมวดคิ้วคิ้ว “นี่จะเล่นเกมแข่งความอดทนกับฉันหรือไง?”

เขาพันเพียงผ้าขนหนูไว้รอบเอว

กล้ามอกแน่นกระชับ หน้าท้องเพรียวแข็งแรงมีเส้นเลือดปูดนูนหายวับเข้าไปในขอบผ้าเช็ดตัว

ทั้งดุดันและชวนหวั่นไหว

มีเพียงตอนนี้เท่านั้นที่เจียงสือมีโอกาสได้มองเรือนร่างของเขาอย่างชัดเจน

เพราะทุกครั้งที่ทำเรื่องอย่างว่ากัน เฉิงจี้หลี่จะเปิดเพียงโคมไฟดวงเล็กที่สลัวมาก ราวกับกำลังทำเรื่องลับๆจนครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าคงเป็นเพราะรูปร่างของตัวเองแย่เกินไป เขาถึงได้เห็นแล้วหมดอารมณ์

เมื่อเห็นชายหนุ่มผิวขาวเย็นชาคนนั้นเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว เจียงสือก็เดินตามเข้าไป

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

ห้องแต่งตัวไม่ได้เป็นระเบียบนัก ข้าวของของเจียงสือถูกวางเกลื่อนกลาดไปทั่ว เพราะเธอไม่เคยเก่งเรื่องจัดของพวกนี้อยู่แล้ว

เฉิงจี้หลี่พับชุดชั้นในลูกไม้สองตัวที่วางระเกะระกะให้เรียบร้อย ก่อนเปิดลิ้นชักแยกเก็บตามสี จากนั้นหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวลายเรียบจากด้านในออกมา แล้วค่อยๆสวมลงบนตัว

เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ไว้ฉันกลับมาแล้วค่อยคุยกัน”

แววตาของเจียงสือหม่นลง “ดึกขนาดนี้ยังจะออกไปอีก ไปหาเฉิงเซียวเซียวเหรอ?”

“คืนนี้เซียวเซียวจัดปาร์ตี้วันเกิด ฉันต้องไป” เฉิงจี้หลี่เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง “ในฐานะพี่สะใภ้ เธอไม่ได้เตรียมของขวัญไว้เหรอ?”

เจียงสือได้รับคำเชิญจากเฉิงเซียวเซียวจริงๆ แต่เธอรู้ดีว่าไม่มีใครต้อนรับเธอจากใจจริงอยู่แล้ว อีกอย่างตอนนี้เธอจะนับเป็นพี่สะใภ้อะไรกันล่ะ

“เตรียมไว้แล้ว แถมยังเป็นรุ่นอัจฉริยะด้วยนะ” เธอกอดอก เชิดคางขึ้น “ดูแลตัวเองเป็น แต่งตัวเองได้ ขับรถไปเองก็ได้ ถ้าจำเป็นจะร้องเพลงเต้นรำให้ด้วยก็ยังได้”

“……” เฉิงจี้หลี่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด “พอเถอะ เป่าเทียนเสร็จแล้วฉันจะกลับมา”

เขาแต่งตัวอย่างรวดเร็ว สวมสูทสีดำทั้งชุดแต่ไม่ได้ผูกเนกไท ผมถูกหวีปัดเป๋เสยไปด้านหลังด้วยเจลแต่งผม ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาในทันตา

เขาแต่งตัวดูเป็นผู้เป็นคนก็เพื่อไปฉลองวันเกิดให้ผู้หญิงคนอื่น

ประตูปิดลงดังปัง

ไม่นานนัก รถคูลลิแนนสีดำคันหนึ่งก็ขับออกจากโรงรถด้านล่าง แล้วค่อยๆหายลับไปในค่ำคืนที่ฝนตก

เจียงสือยืนนิ่งอยู่ข้างหน้าต่าง หัวใจราวกับดิ่งวูบลงตามความเคยชิน

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ

เธอเช็ดตาอย่างลวกๆ แล้วหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาเปิดแชต

ซูเย่ส่งข้อความเสียงมา เสียงรอบข้างดังวุ่นวายราวกับตลาดสด “นี่ ฉันถามจริงๆ เธอทำอะไรอยู่? สามีเธอซื้อกระเป๋าราคาห้าล้านกว่าให้เฉิงเซียวเซียวเป็นของขวัญวันเกิด เธอรู้ไหม?”

เจียงสือตอบกลับไปว่า “อ้อ ตอนนี้รู้แล้ว”

ซูเย่โทรเข้ามาทันที “อ้ออะไรของเธอ! เธอไม่ได้เห็นท่าทางอวดดีของเฉิงเซียวเซียวหรือไง! นางถือกระเป๋าใบใหม่เดินอวดไปทั่วงาน ราวกับกลัวว่าจะไม่มีใครเห็นอย่างนั้นแหละ!”

“ยังมีคนกลุ่มหนึ่งคอยส่งเสียงยุยงอีก ถ้าไม่รู้เรื่องคงคิดว่าสองคนนั้นเป็นแฟนกันแล้ว!”

เธอสูดหายใจและสบถออกมาประโยคหนึ่ง “เฉิงจี้หลี่อยากตายหรือไง? อารมณ์เสียจริงๆ! เหล้าในแก้วฉันรินเต็มแล้ว แค่สาดทีเดียวก็โดนแน่ รอแค่เธอพูดคำเดียวเท่านั้น!”

เจียงสือเงยหน้าขึ้นมองฝนด้านนอกที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “ไม่ต้องหรอก อย่าเสียเหล้าเลย”

ยังไงก็ไม่ใช่ครั้งแรกอยู่แล้ว

ตอนเฉิงเซียวเซียวเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาก็ซื้อรถให้หนึ่งคัน ส่วนวันเกิดปีที่แล้ว เขาก็มอบนาฬิกาข้อมือประดับเพชรให้หนึ่งเรือน

แม้แต่ตอนเฉิงเซียวเซียวอกหัก เขายังต้องสั่งเค้กหงส์ดำส่งไปให้เพื่อแสดงความปลอบโยน

แล้วกระเป๋าราคาห้าล้านกว่าจะนับประสาอะไร

แต่สำหรับภรรยาอย่างเธอ ผู้ชายคนนั้นคงจำวันเกิดของเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ

ปลายสายซูเย่แทบคลั่ง “ที่รัก เธอเป็นอะไรไป? ขนาดนี้เธอยังทนได้อีกเหรอ? เธอจะทนไปถึงเมื่อไหร่?”

เจียงสือตอบ “ทนจนกว่าสองคนนั้นจะครองรักกันไปจนแก่เฒ่า มีลูกมีหลานเต็มบ้านนั่นแหละ”

“……” ซูเย่ถึงกับพูดไม่ออก “ความใจกว้างของเธอก็ไม่จำเป็นต้องกว้างขนาดนี้ก็ได้”

เจียงสือเดินเอื่อยๆไปที่ประตู แล้วเปิดออก “เย่จื่อ ฉันเหนื่อยแล้ว อยากนอน”

ซูเย่ถอนหายใจ "เอาเถอะ ไม่เห็นก็จะได้ไม่รำคาญใจ เธอพักผ่อนให้สบายเถอะ ไอ้เฉิงเดี๋ยวก็โดนสวรรค์ลงโทษเอง!"

เจียงสือวางสาย ตัวล่องลอยลงไปยังเคาน์เตอร์บาร์ชั้นล่างราวกับไร้วิญญาณ แล้วรินไวน์แดงให้ตัวเองเพียงครึ่งแก้วเล็กๆ

สายตากวาดมองไปรอบๆคฤหาสน์หลังใหญ่ ความว่างเปล่าในอกทำให้เธอรู้สึกใจหวิว

เมื่อก่อนตอนที่พ่อกับแม่ยังอยู่ เธอไม่เคยเข้าใจเลยว่าความเหงาและความสิ้นหวังคืออะไร ต่อให้เจอเรื่องที่เสียใจแค่ไหน ขอเพียงกอดครอบครัวร้องไห้สักครั้ง ทุกอย่างก็ผ่านไปได้

ต่อมาพ่อกับแม่จากไป ก็ยังมีคุณตา คุณตาจะเตรียมขนมหวานที่เธอชอบที่สุดรออยู่ที่บ้านเสมอ

แต่ตอนนี้ เธอไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

แม้แต่เฉิงจี้หลี่ก็ใกล้จะเสียไปแล้ว

ไม่สิ เฉิงจี้หลี่ไม่เคยเป็นของเธอเลยต่างหาก

บ้านที่ว่างเปล่า ความเหงาค่อยๆซึมออกมาจากทุกซอกทุกมุมราวกับสายน้ำที่ค่อยๆท่วมผ่านปากและจมูก ก่อนกลืนกินเธอทีละน้อย

เจียงสือจำไม่ได้ว่าตัวเองกลับเข้าห้องนอนตั้งแต่เมื่อไร รู้เพียงว่าคืนนั้นเธอฝันมากมาย

และทุกความฝันล้วนเกี่ยวกับเฉิงจี้หลี่

ภาพที่ชัดเจนที่สุดคือฤดูหนาวตอนเธออายุสิบหก

เรือยอชต์พลิกคว่ำกลางทะเลพรากพ่อแม่ของเธอไป ส่วนเธอโชคดีรอดชีวิตมาได้ แต่ต้องสูญเสียนิ้วก้อยไปหนึ่งข้อ

หลังจากตามคุณตามายังเมืองหลวง เธอมักซ่อนมือนั้นเอาไว้ ไม่อยากให้ใครเห็น

จู่ๆ วันหนึ่งเฉิงจี้หลี่ก็โยนถุงมือแคชเมียร์คู่หนึ่งให้เธอเป็นสีชมพูอ่อน บริเวณข้อมือประดับด้วยขนกระต่ายสีขาวรอบๆ

เขายิ้มอย่างกวนๆแล้วพูดว่า “ตลอดฤดูหนาวหนึ่งฤดู น่าจะมากพอให้เธอยอมรับความแตกต่างเล็กๆของตัวเองได้แล้วใช่ไหม?”

เจียงสือสวมถุงมือ แล้วพบว่านิ้วก้อยข้างซ้ายกลับมีสำลีก้อนเล็กๆยัดเอาไว้อยู่……

เธอนอนหลับอย่างสะลึมสะลือ ในความพร่ามัวได้ยินเสียงใครบางคนเปิดประตูเข้ามา และมีเสียงขยับข้าวของอยู่พักหนึ่ง

เฉิงจี้หลี่กลับมาแล้วเหรอ?

คงกลับมาเอาชุดนอนสินะ

เขาไม่เคยนอนค้างที่นี่

บนหมอนมีรอยเปียกชื้นอยู่หย่อมหนึ่ง เธอขยับตัวเปลี่ยนท่า ตั้งใจจะลุกขึ้นมาพูดทุกอย่างให้ชัดเจน แต่ศีรษะกลับหนักอึ้งจนแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมายังรู้สึกขี้เกียจเลย

กระทั่งข้างกายมีการยุบตัวลง

ผ้าห่มอีกฝั่งถูกเปิดออก

กลิ่นอายอุ่นร้อนที่คุ้นเคยก็ลอยเข้ามา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 30

    นับตั้งแต่คืนนั้นที่เอ่ยปากขอหย่า เฉิงจี้หลี่ก็ไม่โผล่หน้ามาติดต่อกันสามวัน เจียงสืออยากได้เงิน แต่ติดที่ไม่สามารถพบตัวเขาได้ป้าอู๋เห็นเธอนั่งเหม่ออยู่บ้านทั้งวันก็ทนดูต่อไปไม่ไหว“คุณนาย คุณชายไม่กลับบ้านมาสามวันแล้วนะคะ ตั้งสามวันเชียวนะ”เจียงสือพยักหน้าช้าๆ “อืม รู้แล้ว ฉันนับเลขเป็น”“…แล้วทำไมคุณถึงไม่เห็นร้อนใจเลยล่ะคะ?”ป้าอู๋ทำสีหน้าราวกับผิดหวังที่เธอไม่เอาไหน “การได้แต่งเข้าตระกูลเฉิงเป็นเรื่องโชคดีแค่ไหน ผู้หญิงคนอื่นแทบจะอ้อนวอนขอ แต่คุณกลับไม่เห็นใส่ใจเลยสักนิด”“เฉิงจี้หลี่โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น ถ้าเขาไม่อยากกลับมา ฉันจะร้อนใจไปแล้วได้อะไร? หรือจะให้ฉันมัดตัวเขากลับมา?”จริงๆแล้วใช่ว่าเธอไม่เคยร้อนใจแต่ตลอดสองปีที่ผ่านมา หัวใจของเจียงสือก็ด้านชาไปนานแล้วต่อให้ตอนนี้มีคนมาบอกเธอว่าเฉิงจี้หลี่ออกบวชไปแล้ว เธอก็คงไม่รู้สึกสะเทือนใจอะไรนัก“ผู้ชายน่ะต้องเอาใจหน่อย คุณก็รุกเข้าหาเขาบ้างสิคะ!” ป้าอู๋รีบวิ่งไปที่ห้องครัวแล้วถือเหยือกแก้วออกมา "ช่วงนี้อากาศร้อนมักจะตัวร้อนง่าย นี่เป็นชาเย็นที่ป้าต้มไว้ คุณเอาไปส่งให้คุณชายที่บริษัทสิคะ!"เจียงสือเหลือบมองแล้วหันหน้า

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 29

    เจียงสือรู้สึกว่าพูดคุยกับเขาแล้วเหนื่อยเหลือเกิน "แล้วแต่คุณจะพูดเถอะค่ะ จะไปสำนักงานเขตเมื่อไหร่?"เฉิงจี้หลี่ก้มมองเธอจากด้านบนด้วยสายตาเย็นชา “การแต่งงานนี้คุณปู่เป็นคนกำหนด ถ้าจะหย่าก็ต้องบอกคุณปู่ก่อน”คุณปู่เฉิงเดินทางไปต่างประเทศเมื่อหนึ่งปีก่อน และไปตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเล็กๆ ในอังกฤษซึ่งคุณย่าเฉิงชื่นชอบที่สุดตอนยังมีชีวิตอยู่ จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่เจียงสือพูดอย่างจนใจ "หย่ากันไม่ได้ต้องจัดงานเลี้ยงสักหน่อย คุณโทรศัพท์ไปบอกคุณปู่ก็พอแล้วค่ะ"“จะรีบอะไรนักหนา? หรือฉันจะหน้าด้านหน้ารั้งเธอไม่ให้ไป?”เฉิงจี้หลี่หันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดยามค่ำคืนเดินไปได้สองก้าว เขาก็หยุดแล้วหันกลับมาอีกครั้ง โครงหน้าด้านข้างอันหล่อคมถูกขับให้เด่นชัดด้วยเงามืดของราตรี“อยู่กับฉันมาตั้งนาน เธอมีอะไรที่อยากได้ไหม?”เมื่อนึกถึงเรือนสี่ประสานของคุณตา เจียงสือก็อ้าปาก “ฉัน…”“ช่างเถอะ ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน” เฉิงจี้หลี่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา “รอฉันจัดการงานสัปดาห์หน้าเสร็จแล้วจะโทรหาคุณปู่ เธอวางใจได้ ฉันไม่รั้งเธอไว้หรอก”เจียงสือยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพังรอบด้าน

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 28

    แค่ฟังจากเสียงก็รู้แล้วว่ามีหมาอีกตัวมา แต่เจียงสือไม่คิดเลยว่าเฉิงจี้หลี่จะกลับบ้านจริงๆในวันนี้เฉียนเฮ่อมีสีหน้าลนลานเล็กน้อย “คุณชายเฉิงนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ!”เฉิงจี้หลี่เลิกคิ้ว “ใครเหรอ?”“ผมชื่อเฉียนเฮ่อ จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์เฉียน…”“จำไม่ได้” เฉิงจี้หลี่ตัดบทอย่างเย็นชา แล้วก้มมองเจ้าหมาตัวใหญ่ที่อยู่ตรงเท้า “มาหาเมียฉันมีธุระอะไร?”เปิ่นเปิ่นราวกับได้กลิ่นอายของพวกเดียวกันที่น่ากลัว จึงครางหงิงๆแล้วหลบไปอยู่ด้านหลังเฉียนเฮ่อ“อ่า…ขอโทษครับ หมาของผมรบกวนคุณนายเฉิงแล้ว เดี๋ยวผมพามันไปเดี๋ยวนี้เลยครับ…”ยังพูดไม่ทันจบ เปิ่นเปิ่นก็วิ่งหางจุกตูดหนีไปเสียก่อน ก่อนที่จะลากเจ้าของของมันไปด้วยทั้งคน“หมาก็เหมือนเจ้าของ ไม่ใช่แค่โง่ แต่ยังขี้ขลาดอีกต่างหาก” เฉิงจี้หลี่แค่นเสียงเบาๆ แล้วหันมามองเจียงสือ “เธอชอบหมาขนยาวแบบนี้เหรอ? เดี๋ยวฉันเลี้ยงให้เธอสักตัว”“……” เจียงสือค่อยๆส่ายหน้า “ขนาดตัวเองยังดูแลไม่ดีเลย”“เธอก็รู้จักตัวเองดีนี่”น้ำเสียงของเฉิงจี้หลี่อ่อนลงเล็กน้อย “ฉันก็เรียกป้าอู๋มาให้แล้วนี่ไง อยากกินอะไรก็บอก ให้เธอทำให้กิน อย่ามัวแต่กินพวกอาหารสำเร็จ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 27

    "ผู้ชายทำงานยุ่งอยู่ข้างนอกก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ผู้หญิงไม่เหมือนกัน ต้องรู้จักดูแลบ้านเรือน"เจียงสือชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อ๋อ งั้นก็ไม่ต้องมองว่าฉันเป็นผู้หญิงก็แล้วกัน”ป้าอู๋เป็นคนมีเหตุมีผลอยู่บ้าง แต่ทำงานในตระกูลเฉิงมานานหลายปี เติบโตมาพร้อมกับเห็นเฉิงจี้หลี่จนโต ย่อมไม่มีทางยืนอยู่ข้างเธออย่างแน่นอน พูดมากไปก็มีแต่เปล่าประโยชน์เธอเดินขึ้นชั้นบนเพียงลำพัง กลับเข้าห้องนอนใหญ่ รูดผ้าม่านทึบแสงปิดสนิทแล้วจึงถอดแว่นกันแดดออกการผ่าตัดจอประสาทตาภายนอกไม่ได้มีข้อจำกัดหลังผ่าตัดที่เข้มงวดเป็นพิเศษ แต่ก็ยังต้องพักผ่อนให้มากภายในห้องที่มืดสนิท เธอค่อยๆล้มตัวลงนอน พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่า ไม่นานก็ผล็อยหลับไปเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงเย็นแล้วเจียงสือเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเรียบง่ายแล้วลงไปชั้นล่าง เมื่อได้กลิ่นหอมสดใหม่ของซุปซี่โครงหมูรากบัว เธอจึงเอ่ยถาม “เฉิงจี้หลี่จะกลับมาเหรอ?”“ค่ะ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” ป้าอู๋ยิ้มแย้มแจ่มใส “ป้าตั้งใจตุ๋นซุปที่คุณชายชอบไว้โดยเฉพาะ คุณนายยังไม่หิวใช่ไหมคะ? งั้นรอคุณชายกลับมากินด้วยกันดีไหมคะ?”เจียงสือขานรับ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 26

    เจียงสือพูดคำสั่งใส่หน้าจอโทรศัพท์ “โทรหาหมา”“?” หวงหย่าเจี๋ยกะพริบตาปริบๆ “หมาที่บ้านเธอก็มีโทรศัพท์ด้วยเหรอ?”โทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีใครรับสายเจียงสือไม่แปลกใจกับเรื่องนี้แล้ว แต่ในใจก็ยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ เธอจึงโทรศัพท์หาผู้ช่วยจั๋วแทน“เฉิงจี้หลี่อยู่ไหม?”จั๋วยวี่ตอบ “คุณนายครับ ประธานเฉิงเดินทางมาติดต่องานที่เมืองซู ตอนนี้กำลังประชุมอยู่ครับ"เวลาที่อารมณ์กำลังพุ่งขึ้นมา ในใจก็จะมีแรงฮึดก่อตัวขึ้น แต่พอถูกขัดจังหวะ แรงฮึดนั้นก็จะค่อยๆสลายไปเจียงสือลังเลว่าจะยังตามไปถามเฉิงจี้หลี่ให้รู้เรื่องดีหรือไม่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงผู้หญิงเล็กแหลมดังมาจากปลายสาย“ผู้ช่วยจั๋วคะ พี่ชายถามว่ากาแฟของเขาได้หรือยัง?”เป็นเสียงของเฉิงเซียวเซียวแม้แต่ไปทำงานที่เมืองซู เฉิงจี้หลี่ก็ยังพาเฉิงเซียวเซียวไปด้วยหัวใจของเธอดิ่งวูบลงทันที ความรู้สึกที่เคยพลุ่งพล่านอยู่ในใจก็เหือดหายไปจนหมดช่างมันเถอะถามไปแล้วจะได้อะไรกลับมา?อย่าไปหาเรื่องให้ตัวเองต้องอับอายเลยจั๋วเยว่พูดอะไรบางอย่างกับเฉิงเซียวเซียวที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นจึงยกโทรศัพท์กลับมาแนบปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 25

    ตอนไปฮันนีมูน เจียงสือแค่เล่นโยคะตามทีวี ก็ยังโดนเฉิงจี้หลี่กดลงกับเสื่อโยคะคลอเคลียไม่ห่าง แต่ต่อมาต่อให้เธอสวมชุดนอนเซ็กซี่เนื้อบางแนบเนื้อ ชายคนนั้นกลับทำเป็นมองไม่เห็นไปเสียหมดเธอเริ่มคิดฟุ้งซ่าน เดาว่าความใกล้ชิดก่อนหน้านี้อาจเป็นเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ชั่วครู่ และตอนนี้เฉิงจี้หลี่คงหมดความสนใจในตัวเธอแล้วแต่ตอนนั้นคุณตาเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน การแต่งงานคือสิ่งเดียวที่เจียงสือยังสามารถยึดเหนี่ยวเอาไว้ได้ตั้งแต่อายุสิบหก เธอชอบเฉิงจี้หลี่มานานหลายปี หากต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเขามากขึ้นอีกหน่อย เธอก็ยอมแม้จะต้องลดตัวลงอีกสักนิดก็ไม่เป็นไรวันนั้น เธอลองทำซุปเนื้อหมูใส่ตังเซียมตามสูตรในอินเทอร์เน็ตหนึ่งหม้อ แล้วลงมือเอาไปส่งให้เขาถึงบริษัทด้วยตัวเอง ผู้ช่วยพาเธอมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อย ด้านในมีเสียงของฉินหล่างดังเล็ดลอดออกมา "พูดจริงนะ พี่ยอมตอบตกลงแต่งงานกับเจียงสือได้ยังไงกัน?" เวลาผ่านไปนานถึงห้าวินาที ถึงได้ยินเสียงตอบกลับของเฉิงจี้หลี่ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ "เพราะว่าพ่อฉันไม่ชอบน่ะสิ" บรรยากาศราวกับหยุดนิ่งไปในทันทีทั้งร่างของเธอแข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status