Share

บทที่ 5

Penulis: อันเสี่ยวตี๋
ปลายสายผู้ช่วยจั๋วเยว่อ้ำอึ้งเล็กน้อย “คุณนายครับ ตอนนี้ประธานเฉิงกำลังประชุมอยู่ ปลีกตัวออกมาไม่ได้ครับ”

“ปลีกตัวออกมาไม่ได้” เจียงสือทวนเสียงเบา “กำลังยุ่งกับการประชุม หรือกำลังยุ่งกับการหลบหน้าฉันกันแน่?”

จั๋วเยว่รีบพูด “คุณนายอย่าคิดแบบนั้นเลยครับ ประธานเฉิงยุ่งจริงๆขนาดกินข้าวยังต้องรีบเร่งจัดการให้เสร็จๆไปในห้องประชุม ไม่ได้มีเจตนาจะหลบหน้าคุณนายเลยครับ"

“แล้วเขามีเวลาไปพบเฉิงเซียวเซียวไหม?”

“เอ่อ……”

เจียงสือกำโทรศัพท์ไว้แน่น ก่อนก้มหน้าผากพิงพวงมาลัย ความเหนื่อยล้าถาโถมจนกลบความรู้สึกทุกอย่างในใจไปหมดแล้ว

เธอไม่อยากผ่าตัดตามลำพัง แต่ก็ยิ่งไม่อยากยื้อรั้งกันอย่างไร้ความหมาย

เฉิงจี้หลี่จะยุ่งจริงหรือแกล้งยุ่ง สำหรับเธอแล้วผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน

เธอไม่ถามต่อ เพียงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ "ถ้างั้นฝากคุณช่วยบอกเขาด้วย ยุ่งแค่ไหนก็เคี้ยวข้าวช้าๆหน่อย อย่าเพิ่งติดคอตายไปเสียก่อน"

จั๋วเยว่ “……”

“อีกอย่าง” เจียงสือชะงักไปครู่หนึ่ง “บอกให้เขาหาเวลากลับบ้าน ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเขา”

“ได้ครับคุณนาย ผมจะบอกประธานเฉิงให้แน่นอนครับ”

หลังวางสาย จั๋วเยว่ก็ถอนหายใจยาวออกมา

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่คุณนายโทรหาเขาเพราะติดต่อประธานเฉิงไม่ได้

ในความทรงจำของจั๋วเยว่ เจียงสือมักมีท่าทีอ่อนโยนและสงบนิ่งมาโดยตลอด ต่อให้ประธานเฉิงจะขาดการติดต่ออยู่บ่อยๆ เธอก็ไม่เคยไปถึงบริษัทเพื่อโวยวายตามหาเขาอย่างภรรยาบ้านอื่น

แต่ลูกสาวบุญธรรมของตระกูลเฉิงกลับมาหาประธานเฉิงอยู่บ่อยๆ

เขารู้สึกว่าเจ้านายกับภรรยาดูเหมาะสมกันดี ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงกลายมาเป็นแบบนี้

ประตูห้องประชุมด้านหลังเปิดออกจากด้านใน

เฉิงจี้หลี่เดินออกมา เขาใช้นิ้วมือนวดระหว่างคิ้ว ร่างกายเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

โครงการระบบอัจฉริยะ AGI ที่กำลังทำอยู่เป็นโครงการที่แยกออกมาจากบริษัทใหญ่และจัดตั้งขึ้นเป็นอิสระ ไม่มีทรัพยากรจากบริษัทแม่คอยสนับสนุน แถมยังต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งอย่างตระกูลเสิ่น ทำให้การแข่งขันในวงการดุเดือดถึงขีดสุด ทุกการตัดสินใจล้วนเกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของโครงการ

ทั้งฝ่ายพันธมิตรและทีมเทคนิคต้องนั่งเบียดกันประชุมตลอดทั้งวัน เรื่องใหญ่เรื่องเล็กก็ต้องรอให้เฉิงจี้หลี่เป็นคนตัดสินใจ ช่วงหลายวันที่ผ่านมา แม้แต่เวลานอนเขายังต้องนอนค้างที่ห้องทำงาน

จั๋วเยว่เดินเข้ามาใกล้แล้วลดเสียงลง "ประธานเฉิงครับ เมื่อครู่คุณนายโทรมาหาคุณครับ”

เฉิงจี้หลี่ไม่พูดอะไร เพียงเดินตรงกลับเข้าไปในห้องทำงาน

โทรศัพท์บนโต๊ะมีสายที่ไม่ได้รับ เขาหยิบขึ้นมาปรายตามองผ่านๆ ยื่นมือไปดึงเนกไทให้หลวม แล้วถามอย่างไม่รีบร้อน "เธอพูดว่าอย่างไรบ้าง?"

จั๋วเยว่ตอบ “บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ ขอให้คุณหาเวลากลับบ้านครับ”

เฉิงจี้หลี่หยิบบุหรี่หนึ่งซองออกจากลิ้นชัก เคาะออกมาหนึ่งมวนคาบไว้ที่ริมฝีปาก แต่กลับไม่ได้จุดไฟ

“กลับบ้าน? กลับบ้านไปทำไม?” เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เอนพิงพนักเก้าอี้ น้ำเสียงเบาจนมีเพียงตัวเขาเองที่ได้ยิน “อย่าให้เธอพูดถึงเรื่องนั้นเลย”

เจียงสือไม่เสียเวลา โทรไปขอลากับเจ้านายก่อน จากนั้นจึงกลับไปที่สตูดิโอเพื่อเก็บงานและส่งต่องาน

ไม่ว่าเฉิงจี้หลี่จะอยู่หรือไม่ การผ่าตัดก็ยังต้องทำ

วิชาที่คุณตาทิ้งไว้ให้เธอต้องมีคนสืบทอด เธอจะล้มลงง่ายๆไม่ได้

การวางมือชั่วคราวก็เพื่อที่จะเดินหน้าต่อไปในวันข้างหน้า

กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จก็เป็นช่วงเย็นแล้ว

จู่ๆก็มีสายหนึ่งโทรเข้ามา “เจอสมุดบันทึกของตาแก่แล้ว รีบมารับไปซะ ไม่งั้นฉันจะทิ้งแล้วนะ”

ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ คุณตามีสมุดบันทึกอยู่สามเล่ม ภายในเต็มไปด้วยประสบการณ์และเคล็ดลับในการตัดชุดกี่เพ้า แต่เจียงสือมีอยู่ในมือเพียงสองเล่ม

เมื่อได้ยินว่าเจอเล่มที่สามแล้ว เธอก็ไม่ทันคิดอะไร รีบขับรถไปยังเรือนสี่ประสานที่คุณตาทิ้งไว้ให้

เรือนสี่ประสานแห่งนี้มีพื้นที่ไม่ใหญ่นัก หลังจากพ่อแม่จากไปอย่างกะทันหัน คุณตาก็รับเธอมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน และเธอใช้ชีวิตในช่วงวัยเริ่มรู้จักความรักทั้งหมดที่นี่

น่าเสียดาย หลังจากคุณตาเสียชีวิต ที่แห่งนี้ก็ถูกลุงยึดครองไป

ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในเรือนใหญ่ แต่กลับมีเสียงดังกรอบแกรบมาจากห้องฝั่งตะวันตก

เธอเดินเข้าไปและผลักประตูเปิด สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือโต๊ะพนันไพ่นกกระจอกท่ามกลางบรรยากาศคละคลุ้งไปด้วยควันบุหรี่

ทั้งลุงและป้าสะใภ้ต่างนั่งอยู่ที่โต๊ะไพ่นกกระจอก

“สมุดบันทึกอยู่ไหน?”

ลุงจ้องไพ่ในมือ และเชิดคางไปทางโต๊ะน้ำชาใต้หน้าต่าง

สมุดบันทึกถูกโยนทิ้งไว้ตรงนั้นอย่างไม่ใส่ใจ ปกเต็มไปด้วยคราบน้ำชา เจียงสือใจหายวาบแล้วรีบหยิบกระดาษทิชชูออกจากกระเป๋า

เสียงหนึ่งดังปะปนมากับเสียงไพ่ “นี่หลานสาวของคุณเหรอ? สวยใช้ได้นี่ แต่งงานหรือยัง?”

ป้าสะใภ้พูดด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม “แต่งแล้วสิ ต้องขอบคุณตาแก่ที่บ้านเรานั่นแหละ ถึงได้แต่งเข้าบ้านดีๆ”

“งั้นก็ดีเลยสิ บินไปเกาะกิ่งไม้กลายเป็นหงส์ พวกคุณก็พลอยได้อานิสงส์ไปด้วย”

“หงส์เหรอ?” ป้าสะใภ้หัวเราะจนตัวสั่น “หงส์ที่ออกไข่ไม่ได้ ใครจะอยากได้? โดนบ้านสามีรังเกียจจะตายอยู่แล้ว!”

ทันทีที่พูดจบ คนแปลกหน้าสองคนที่โต๊ะไพ่นกกระจอกก็มองเจียงสือพร้อมกัน สำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังมองตัวประหลาด

เจียงสือเงยหน้าขึ้นอย่างเรียบเฉย “ป้านี่ออกไข่เก่งจริงๆนะ แต่ก็ไม่เห็นคุณตาคุณยายจะเอ็นดูป้าสักเท่าไร”

“แก!” รอยยิ้มบนใบหน้าของป้าสะใภ้แข็งค้างไปในทันที

ลุงตบไพ่ลงบนโต๊ะดังปัง แล้วลุกพรวดขึ้น “เจียงสือ! นี่แกพูดกับใคร? ชักจะกำเริบใหญ่แล้วนะ?”

เพื่อนร่วมวงสองคนรีบช่วยไกล่เกลี่ย คนละข้างช่วยกดเขากลับลงไปนั่ง “เอาล่ะๆคนในครอบครัวอย่าถือสากันเลย จั่วไพ่ๆ!”

สถานการณ์จึงสงบลงชั่วคราว เจียงสือไม่อยากอยู่ต่อ จึงกอดสมุดบันทึกไว้ในอ้อมแขนแล้วหันหลังเดินออกไป

แต่ทันทีที่เธอก้าวพ้นประตู เสียงจากด้านหลังก็ดังตามมาอีกครั้ง

“บ้านพวกคุณไม่ได้มีหนี้สินก้อนโตอยู่หรอกเหรอ? หลานสาวแต่งงานกับครอบครัวดีๆ ต้องมีเงินแน่ๆ พวกคุณไม่เอาใจเธอหน่อยล่ะ จะได้ให้เธอเอาเงินมาช่วยใช้หนี้ให้บ้าง?”

“เอาใจเธอ? ฝันไปเถอะ!” ลุงตะคอกเสียงดัง “มันก็เหมือนแม่ที่ตายไปของมันนั่นแหละ เป็นพวกที่เข้าข้างคนนอก เอาแต่สร้างภาระให้ครอบครัวทั้งนั้น!”

ลมหายใจของเจียงสือสะดุดไปชั่วขณะ

หลายปีก่อนแม่แต่งงานกับพ่อและย้ายไปอยู่เมืองกั่ง ชีวิตของครอบครัวสามคนดำเนินไปอย่างมั่งคั่งและสงบสุข

แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าในปีที่เธออายุสิบหก ครอบครัวของพวกเธอแล่นเรือยอชต์ออกทะเล กลับเจอกระแสลมแรงกะทันหันจนเรือพลิกคว่ำ

พ่อแม่พยายามสุดกำลังเพื่อผลักเธอขึ้นเหนือน้ำ แต่ตัวเองกลับติดอยู่ใต้ท้องเรือและจมน้ำเสียชีวิตทั้งคู่

ชั่วพริบตา ความสุขทั้งหมดก็พังทลายลงจนไม่เหลืออะไร

พ่อกับแม่คือบาดแผลที่เจียงสือไม่อาจแตะต้องได้ คำพูดของลุงแต่ละคำแต่ละประโยคราวกับเข็มเล็กๆทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเธอ

การควบคุมอารมณ์ทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา

เธอหันกลับไปทันที ก้าวเท้าหนักๆกลับเข้าไปข้างใน ไม่รอให้คนพวกนั้นทันตั้งตัว เธอก็คว้าถ้วยชามกระเบื้องสีขาวจากโต๊ะน้ำชา แล้วเหวี่ยงปาออกไป

ปัง!

ถ้วยชากระแทกลงกลางโต๊ะไพ่นกกระจอกอย่างแรง เศษกระเบื้องกระเด็นไปทั่ว ไพ่ทั้งโต๊ะกระจัดกระจายจนเละเทะ

เธอยืนอยู่ที่เดิมและกวาดสายตามองทุกคนอย่างเย็นชา "วันนี้ฉันมาที่นี่เพียงเพราะต้องการเอาของของคุณตาคืน ไม่อยากทะเลาะกับพวกคุณ แต่หากใครกล้าเอ่ยถึงพ่อแม่ฉันอีกแม้แต่คำเดียว ก็อย่าหาว่าฉันคลั่งจนไม่เกรงใจใคร"

ลุงได้สติกลับมา ดวงตาเบิกกว้าง “แก นังเด็กเหลือขอ! กล้ามาอาละวาดที่บ้านฉันเหรอ? แก…”

ป้าสะใภ้รีบดึงแขนเขาไว้ “ช่างเถอะๆ! เธอไม่ได้เป็นที่โปรดปรานในตระกูลเฉิงอยู่แล้ว ตอนนี้กำลังไม่มีที่ระบายอารมณ์อยู่พอดี อย่าไปหาเรื่องเธอเลย!”

เจียงสือเดินออกจากประตูห้อง มายืนอยู่กลางลานบ้านเล็กๆที่ปราศจากผู้คน

แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดผ่านชายคา ทำให้เงาของเธอยาวออกไป

กุหลาบและกล้วยไม้ที่คุณตาเคยปลูกด้วยมือตัวเองเหี่ยวแห้งไปนานแล้ว บรรยากาศรอบตัวแผ่ซ่านไปด้วยความเงียบเหงาเย็นเยียบราวกับถูกทอดทิ้ง

หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต คุณตาก็รีบรับเธอมาอยู่ที่เมืองหลวงทันที

ชายชราผู้เป็นคุณตาเปลี่ยนความคิดถึงลูกสาวทั้งหมดให้กลายเป็นความรักและความเอ็นดูที่มีต่อเจียงสือ

คอยดูแลเธอเล่าเรียนจนเติบใหญ่ สอนสั่งการดำเนินชีวิตและการทำงาน ทำให้เธอมีที่พักพิง

แต่ต่อมาคุณตาก็จากไปอีกคน

ส่วนผู้ชายที่เคยรับปากคุณตาว่าจะดูแลเธอเป็นอย่างดี ตอนนี้กลับไม่แม้แต่จะยอมมาพบหน้าเธอสักครั้ง

ตรงหน้ามีเงาดำลอยผ่านอีกครั้ง เจียงสือหลับตาลง ปล่อยให้ขนตาชุ่มชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา

"เจียงสือ?" เสียงผู้ชายเสียงหนึ่งโผล่เข้าหูอย่างกะทันหัน

เธอลืมตาขึ้นอย่างลนลานและเห็นเฉินเยี่ยนพี่ชายลูกพี่ลูกน้อง

“เมื่อกี้พี่เห็นสามีเธอไปเที่ยวที่คลับอยู่เลย เธอยังมีอารมณ์มายืนเหม่ออยู่ตรงนี้อีกเหรอ? ใจกว้างเกินไปแล้วมั้ง”

เฉินเยี่ยนก้มหน้ากดเลื่อนโทรศัพท์ ทำท่าจะก้าวขาเดินออกไป

เจียงสือคว้าตัวเขาไว้ทันทีแล้วถามว่า “เขาไปคลับไหน?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 30

    นับตั้งแต่คืนนั้นที่เอ่ยปากขอหย่า เฉิงจี้หลี่ก็ไม่โผล่หน้ามาติดต่อกันสามวัน เจียงสืออยากได้เงิน แต่ติดที่ไม่สามารถพบตัวเขาได้ป้าอู๋เห็นเธอนั่งเหม่ออยู่บ้านทั้งวันก็ทนดูต่อไปไม่ไหว“คุณนาย คุณชายไม่กลับบ้านมาสามวันแล้วนะคะ ตั้งสามวันเชียวนะ”เจียงสือพยักหน้าช้าๆ “อืม รู้แล้ว ฉันนับเลขเป็น”“…แล้วทำไมคุณถึงไม่เห็นร้อนใจเลยล่ะคะ?”ป้าอู๋ทำสีหน้าราวกับผิดหวังที่เธอไม่เอาไหน “การได้แต่งเข้าตระกูลเฉิงเป็นเรื่องโชคดีแค่ไหน ผู้หญิงคนอื่นแทบจะอ้อนวอนขอ แต่คุณกลับไม่เห็นใส่ใจเลยสักนิด”“เฉิงจี้หลี่โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น ถ้าเขาไม่อยากกลับมา ฉันจะร้อนใจไปแล้วได้อะไร? หรือจะให้ฉันมัดตัวเขากลับมา?”จริงๆแล้วใช่ว่าเธอไม่เคยร้อนใจแต่ตลอดสองปีที่ผ่านมา หัวใจของเจียงสือก็ด้านชาไปนานแล้วต่อให้ตอนนี้มีคนมาบอกเธอว่าเฉิงจี้หลี่ออกบวชไปแล้ว เธอก็คงไม่รู้สึกสะเทือนใจอะไรนัก“ผู้ชายน่ะต้องเอาใจหน่อย คุณก็รุกเข้าหาเขาบ้างสิคะ!” ป้าอู๋รีบวิ่งไปที่ห้องครัวแล้วถือเหยือกแก้วออกมา "ช่วงนี้อากาศร้อนมักจะตัวร้อนง่าย นี่เป็นชาเย็นที่ป้าต้มไว้ คุณเอาไปส่งให้คุณชายที่บริษัทสิคะ!"เจียงสือเหลือบมองแล้วหันหน้า

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 29

    เจียงสือรู้สึกว่าพูดคุยกับเขาแล้วเหนื่อยเหลือเกิน "แล้วแต่คุณจะพูดเถอะค่ะ จะไปสำนักงานเขตเมื่อไหร่?"เฉิงจี้หลี่ก้มมองเธอจากด้านบนด้วยสายตาเย็นชา “การแต่งงานนี้คุณปู่เป็นคนกำหนด ถ้าจะหย่าก็ต้องบอกคุณปู่ก่อน”คุณปู่เฉิงเดินทางไปต่างประเทศเมื่อหนึ่งปีก่อน และไปตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเล็กๆ ในอังกฤษซึ่งคุณย่าเฉิงชื่นชอบที่สุดตอนยังมีชีวิตอยู่ จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่เจียงสือพูดอย่างจนใจ "หย่ากันไม่ได้ต้องจัดงานเลี้ยงสักหน่อย คุณโทรศัพท์ไปบอกคุณปู่ก็พอแล้วค่ะ"“จะรีบอะไรนักหนา? หรือฉันจะหน้าด้านหน้ารั้งเธอไม่ให้ไป?”เฉิงจี้หลี่หันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดยามค่ำคืนเดินไปได้สองก้าว เขาก็หยุดแล้วหันกลับมาอีกครั้ง โครงหน้าด้านข้างอันหล่อคมถูกขับให้เด่นชัดด้วยเงามืดของราตรี“อยู่กับฉันมาตั้งนาน เธอมีอะไรที่อยากได้ไหม?”เมื่อนึกถึงเรือนสี่ประสานของคุณตา เจียงสือก็อ้าปาก “ฉัน…”“ช่างเถอะ ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน” เฉิงจี้หลี่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา “รอฉันจัดการงานสัปดาห์หน้าเสร็จแล้วจะโทรหาคุณปู่ เธอวางใจได้ ฉันไม่รั้งเธอไว้หรอก”เจียงสือยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพังรอบด้าน

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 28

    แค่ฟังจากเสียงก็รู้แล้วว่ามีหมาอีกตัวมา แต่เจียงสือไม่คิดเลยว่าเฉิงจี้หลี่จะกลับบ้านจริงๆในวันนี้เฉียนเฮ่อมีสีหน้าลนลานเล็กน้อย “คุณชายเฉิงนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ!”เฉิงจี้หลี่เลิกคิ้ว “ใครเหรอ?”“ผมชื่อเฉียนเฮ่อ จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์เฉียน…”“จำไม่ได้” เฉิงจี้หลี่ตัดบทอย่างเย็นชา แล้วก้มมองเจ้าหมาตัวใหญ่ที่อยู่ตรงเท้า “มาหาเมียฉันมีธุระอะไร?”เปิ่นเปิ่นราวกับได้กลิ่นอายของพวกเดียวกันที่น่ากลัว จึงครางหงิงๆแล้วหลบไปอยู่ด้านหลังเฉียนเฮ่อ“อ่า…ขอโทษครับ หมาของผมรบกวนคุณนายเฉิงแล้ว เดี๋ยวผมพามันไปเดี๋ยวนี้เลยครับ…”ยังพูดไม่ทันจบ เปิ่นเปิ่นก็วิ่งหางจุกตูดหนีไปเสียก่อน ก่อนที่จะลากเจ้าของของมันไปด้วยทั้งคน“หมาก็เหมือนเจ้าของ ไม่ใช่แค่โง่ แต่ยังขี้ขลาดอีกต่างหาก” เฉิงจี้หลี่แค่นเสียงเบาๆ แล้วหันมามองเจียงสือ “เธอชอบหมาขนยาวแบบนี้เหรอ? เดี๋ยวฉันเลี้ยงให้เธอสักตัว”“……” เจียงสือค่อยๆส่ายหน้า “ขนาดตัวเองยังดูแลไม่ดีเลย”“เธอก็รู้จักตัวเองดีนี่”น้ำเสียงของเฉิงจี้หลี่อ่อนลงเล็กน้อย “ฉันก็เรียกป้าอู๋มาให้แล้วนี่ไง อยากกินอะไรก็บอก ให้เธอทำให้กิน อย่ามัวแต่กินพวกอาหารสำเร็จ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 27

    "ผู้ชายทำงานยุ่งอยู่ข้างนอกก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ผู้หญิงไม่เหมือนกัน ต้องรู้จักดูแลบ้านเรือน"เจียงสือชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อ๋อ งั้นก็ไม่ต้องมองว่าฉันเป็นผู้หญิงก็แล้วกัน”ป้าอู๋เป็นคนมีเหตุมีผลอยู่บ้าง แต่ทำงานในตระกูลเฉิงมานานหลายปี เติบโตมาพร้อมกับเห็นเฉิงจี้หลี่จนโต ย่อมไม่มีทางยืนอยู่ข้างเธออย่างแน่นอน พูดมากไปก็มีแต่เปล่าประโยชน์เธอเดินขึ้นชั้นบนเพียงลำพัง กลับเข้าห้องนอนใหญ่ รูดผ้าม่านทึบแสงปิดสนิทแล้วจึงถอดแว่นกันแดดออกการผ่าตัดจอประสาทตาภายนอกไม่ได้มีข้อจำกัดหลังผ่าตัดที่เข้มงวดเป็นพิเศษ แต่ก็ยังต้องพักผ่อนให้มากภายในห้องที่มืดสนิท เธอค่อยๆล้มตัวลงนอน พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่า ไม่นานก็ผล็อยหลับไปเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงเย็นแล้วเจียงสือเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเรียบง่ายแล้วลงไปชั้นล่าง เมื่อได้กลิ่นหอมสดใหม่ของซุปซี่โครงหมูรากบัว เธอจึงเอ่ยถาม “เฉิงจี้หลี่จะกลับมาเหรอ?”“ค่ะ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” ป้าอู๋ยิ้มแย้มแจ่มใส “ป้าตั้งใจตุ๋นซุปที่คุณชายชอบไว้โดยเฉพาะ คุณนายยังไม่หิวใช่ไหมคะ? งั้นรอคุณชายกลับมากินด้วยกันดีไหมคะ?”เจียงสือขานรับ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 26

    เจียงสือพูดคำสั่งใส่หน้าจอโทรศัพท์ “โทรหาหมา”“?” หวงหย่าเจี๋ยกะพริบตาปริบๆ “หมาที่บ้านเธอก็มีโทรศัพท์ด้วยเหรอ?”โทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีใครรับสายเจียงสือไม่แปลกใจกับเรื่องนี้แล้ว แต่ในใจก็ยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ เธอจึงโทรศัพท์หาผู้ช่วยจั๋วแทน“เฉิงจี้หลี่อยู่ไหม?”จั๋วยวี่ตอบ “คุณนายครับ ประธานเฉิงเดินทางมาติดต่องานที่เมืองซู ตอนนี้กำลังประชุมอยู่ครับ"เวลาที่อารมณ์กำลังพุ่งขึ้นมา ในใจก็จะมีแรงฮึดก่อตัวขึ้น แต่พอถูกขัดจังหวะ แรงฮึดนั้นก็จะค่อยๆสลายไปเจียงสือลังเลว่าจะยังตามไปถามเฉิงจี้หลี่ให้รู้เรื่องดีหรือไม่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงผู้หญิงเล็กแหลมดังมาจากปลายสาย“ผู้ช่วยจั๋วคะ พี่ชายถามว่ากาแฟของเขาได้หรือยัง?”เป็นเสียงของเฉิงเซียวเซียวแม้แต่ไปทำงานที่เมืองซู เฉิงจี้หลี่ก็ยังพาเฉิงเซียวเซียวไปด้วยหัวใจของเธอดิ่งวูบลงทันที ความรู้สึกที่เคยพลุ่งพล่านอยู่ในใจก็เหือดหายไปจนหมดช่างมันเถอะถามไปแล้วจะได้อะไรกลับมา?อย่าไปหาเรื่องให้ตัวเองต้องอับอายเลยจั๋วเยว่พูดอะไรบางอย่างกับเฉิงเซียวเซียวที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นจึงยกโทรศัพท์กลับมาแนบปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 25

    ตอนไปฮันนีมูน เจียงสือแค่เล่นโยคะตามทีวี ก็ยังโดนเฉิงจี้หลี่กดลงกับเสื่อโยคะคลอเคลียไม่ห่าง แต่ต่อมาต่อให้เธอสวมชุดนอนเซ็กซี่เนื้อบางแนบเนื้อ ชายคนนั้นกลับทำเป็นมองไม่เห็นไปเสียหมดเธอเริ่มคิดฟุ้งซ่าน เดาว่าความใกล้ชิดก่อนหน้านี้อาจเป็นเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ชั่วครู่ และตอนนี้เฉิงจี้หลี่คงหมดความสนใจในตัวเธอแล้วแต่ตอนนั้นคุณตาเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน การแต่งงานคือสิ่งเดียวที่เจียงสือยังสามารถยึดเหนี่ยวเอาไว้ได้ตั้งแต่อายุสิบหก เธอชอบเฉิงจี้หลี่มานานหลายปี หากต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเขามากขึ้นอีกหน่อย เธอก็ยอมแม้จะต้องลดตัวลงอีกสักนิดก็ไม่เป็นไรวันนั้น เธอลองทำซุปเนื้อหมูใส่ตังเซียมตามสูตรในอินเทอร์เน็ตหนึ่งหม้อ แล้วลงมือเอาไปส่งให้เขาถึงบริษัทด้วยตัวเอง ผู้ช่วยพาเธอมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อย ด้านในมีเสียงของฉินหล่างดังเล็ดลอดออกมา "พูดจริงนะ พี่ยอมตอบตกลงแต่งงานกับเจียงสือได้ยังไงกัน?" เวลาผ่านไปนานถึงห้าวินาที ถึงได้ยินเสียงตอบกลับของเฉิงจี้หลี่ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ "เพราะว่าพ่อฉันไม่ชอบน่ะสิ" บรรยากาศราวกับหยุดนิ่งไปในทันทีทั้งร่างของเธอแข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status