Share

บทที่ 6

Penulis: อันเสี่ยวตี๋
ภายในห้องรับรองอบอวลไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่และแอลกอฮอล์จางๆ

เฉิงจี้หลี่เอนตัวอยู่บนโซฟาหนัง คอเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมเปิดออก มือเรียวยาววางพาดบนขาที่ไขว้กันอย่างสบายๆ

คิ้วและดวงตาหลุบลงเล็กน้อย เผยให้เห็นความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งคืน

ริมฝีปากคาบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดอยู่หนึ่งมวน

“พี่ ทำเป็นขรึมอะไรเนี่ย?” ฉินหล่างขยับเข้ามาและเอื้อมมือไปหยิบไฟแช็กบนโต๊ะ “มา เดี๋ยวผมจุดให้”

เฉิงจี้หลี่หันหน้าหลบ “ไม่ต้อง เลิกแล้ว”

“อยู่ดีๆจะเลิกบุหรี่ทำไม?”

ฉินหล่างกะพริบตา แล้วขยับเข้าไปใกล้อีกหน่อย “จริงสิ ผมเห็นเซียวเซียวถือกระเป๋าที่พี่ให้เธออยู่ทุกวันเลยนะ แต่ผมจำได้ว่ากระเป๋าใบนั้นแบรนด์ส่งมาแถมคู่กับกระเป๋าวินเทจให้พี่นี่นา แล้วทำไมพี่ถึงเอาของแถมให้เธอล่ะ?”

“แล้วกระเป๋าวินเทจล่ะ? นั่นเป็นของหายากที่ทางแบรนด์ตั้งใจเก็บไว้ให้พี่ตามรสนิยมของบรรดาคุณนายในแวดวงเลยนะ พี่คิดจะให้ใคร?”

เฉิงจี้หลี่ไม่พูดอะไร ปลายนิ้วเคาะลงบนหัวเข่าเบาๆสองครั้ง แต่แววตากลับหม่นลงกว่าเดิม แฝงความหงุดหงิดที่แทบสังเกตไม่เห็น

ฉินหล่างอึ้งไป “พี่คงไม่ได้ยังไม่ได้ให้ใครหรอกนะ? อุตส่าห์ให้คนตามหามาอย่างยากลำบาก สุดท้ายจะเก็บไว้ให้ฝุ่นจับเนี่ยนะ?”

ยังไม่ทันที่เฉิงจี้หลี่จะตอบ ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดจากด้านนอก

ร่างผอมบางของเจียงสือยืนอยู่ตรงประตูท่ามกลางแสงย้อนจากด้านหลัง

เธอเป็นหญิงสาวตะวันออกที่มีใบหน้าสวยโดดเด่น โครงหน้าสมบูรณ์แบบ บุคลิกสะอาดบริสุทธิ์ ผมยาวสีดำเกล้ามวยหลวมๆไว้ด้านหลัง เผยความงามที่บริสุทธิ์แต่ก็ดื้อรั้นอยู่ในตัว

ภายในห้องรับรองเงียบกริบ บรรดาชายหญิงที่กำลังหัวเราะพูดคุยกันต่างชะงักค้างอยู่กับที่

คนเหล่านี้ล้วนเป็นทายาทจากตระกูลใหญ่ที่มีฐานะโดดเด่น ไม่ร่ำรวยก็มีอำนาจ ทุกคนล้วนมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา

เจียงสือถือว่าเป็นคนแปลกแยกในกลุ่มนี้ และเธอก็แทบไม่เคยมาปรากฏตัวในสถานที่แบบนี้ แต่เพื่อไว้หน้าเฉิงจี้หลี่ บางคนจึงยังคงเรียกเธออย่างเกรงใจว่าพี่สะใภ้

เฉิงจี้หลี่ค่อยๆเงยตาขึ้น มุมปากยกยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วันก็คิดถึงฉันแล้วเหรอ? คุณนายเฉิงนี่ติดสามีจังนะ?”

“ใช่สิ คิดถึงคุณ” เจียงสือปิดประตูด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบางๆ “สามีฉันยุ่งนี่นา ยุ่งจนไม่มีเวลากลับบ้านด้วยซ้ำ แต่ไม่คิดเลยว่าธุรกิจของสามีฉันจะขยายมาถึงคลับแล้ว เปลี่ยนอาชีพแล้วเหรอ?”

น้ำเสียงประชดประชันในคำพูดนั้นชัดเจนจนไม่ต้องเดา คนทั้งห้องต่างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความขัดแย้ง จึงพากันหลบสายตา ไม่มีใครกล้าแทรกขึ้นมา

มีเพียงฉินหล่างที่ยิ้มเจื่อนๆแล้วรีบเดินเข้ามา “พี่สะใภ้! เข้าใจผิดครับ เข้าใจผิดทั้งนั้น! ช่วงนี้พี่จี้หลี่ยุ่งจริงๆ พวกเรากลัวเขาจะเหนื่อย เลยลากเขามาที่นี่เอง ไม่มีความหมายอื่นแน่นอนครับ! เดี๋ยวพอแยกย้ายกัน ผมจะไปส่งพี่จี้หลี่กลับบ้านให้พี่เอง!”

สิ้นเสียงของเขา เฉิงจี้หลี่ก็แค่นหัวเราะออกมาจากไรฟัน “ฉันเป็นของส่วนตัวของเธอหรือไง? ถึงต้องไปส่งกลับบ้านให้เธอ?”

เขาเงยหน้าขึ้น สบตากับเจียงสือ รอยยิ้มดูกวนประสาทอย่างมาก “คุณนายเฉิง คุณว่างมากหรือไง? ไม่คิดว่าก้าวก่ายมากเกินไปหน่อยเหรอ?”

หัวใจของเจียงสือเจ็บแปลบ มือทั้งสองข้างที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวกำแน่นจนกลายเป็นหมัด เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ

สามีไม่กลับบ้าน เธอในฐานะภรรยาตามมาหากลับกลายเป็นว่าเธอกำลังหาเรื่องและก้าวก่ายเขาอย่างนั้นเหรอ?

การแต่งงานกว่าสองปี กลับทำให้แม้แต่สิทธิ์เพียงเท่านี้ของเธอยังกลายเป็นการล้ำเส้น

สายตารอบข้างที่มองมาราวกับกำลังชมเรื่องสนุก ค่อยๆกัดกร่อนศักดิ์ศรีของเธอทีละน้อย

ตระกูลเฉิงมีสถานะโดดเด่นในเมืองหลวง คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ต่างคอยดูสีหน้าของเฉิงจี้หลี่ก่อนจะวางตัว

ถ้าเฉิงจี้หลี่ดีกับเธอ คนเหล่านี้ก็จะยิ้มต้อนรับเธอ แต่ถ้าเฉิงจี้หลี่เย็นชากับเธอ คนเหล่านี้ก็ย่อมมองเธอด้วยสายตาเย็นชา

เจียงสือค่อยๆปรับลมหายใจให้สงบ แล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหยิบใบผลตรวจดวงตาออกมา “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อก้าวก่ายคุณ ฉันมีเรื่องด่วนอยากคุยกับคุณ คุณหาที่เงียบๆให้เวลาฉันสิบนาที พอพูดจบฉันก็จะไป”

เฉิงจี้หลี่ลุกขึ้นยืน ร่างสูงสง่าด้วยท่าทางสบายๆ “ขอโทษนะ ฉันไม่มีเวลาสิบนาทีให้เธอ”

ทันใดนั้น เจียงสือก็แข็งค้างไปทั้งตัวอยู่กับที่

บรรยากาศระหว่างทั้งสองกดดันจนน่ากลัว

ในตอนนั้นเอง ประตูห้องรับรองก็เปิดออกอีกครั้ง

เฉิงเซียวเซียวถือกระเป๋าสีชมพูซากุระเดินเข้ามา “พี่! ฉันมา…”

คำพูดของเธอชะงักลงทันทีเมื่อมองเห็นเจียงสือ บนใบหน้าฉายแววไม่เป็นธรรมชาติผ่านไปอย่างรวดเร็ว "พี่สะใภ้... พี่ก็อยู่ด้วยเหรอคะ?"

“ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้เหรอ?” เจียงสือไม่ได้มองเธอ “หรือว่าที่นี่อนุญาตให้เธอเข้ามาได้คนเดียว ฉันมาไม่ได้?”

เฉิงเซียวเซียวก้มหน้าลงทันที นิ้วมือบิดสายกระเป๋าไปมา ทำท่าราวกับถูกทำให้ตกใจ “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นค่ะ...ฉันแค่แปลกใจนิดหน่อย พี่สะใภ้ดูสูงส่งไม่เหมือนใครนี่นา ไม่เห็นเคยมาสังสรรค์ที่คลับกับพวกเราเลย”

คำพูดนี้ทำให้เจียงสือถูกแบ่งออกไปอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทุกคนในห้องทันที รอบข้างเริ่มมีเสียงหัวเราะเยาะดังแว่วมา

เฉิงเซียวเซียวขยับเข้าไปยืนข้างเฉิงจี้หลี่ทีละก้าว คิ้วตกลงเล็กน้อย สีหน้าดูน้อยใจและไร้เดียงสา “พี่ พี่ไม่ได้กลับบ้านนานเกินไปหรือเปล่าคะ พี่สะใภ้ถึงได้อัดอั้นความน้อยใจไว้มากขนาดนี้ แล้วมาระบายใส่ฉัน”

“มาระบายใส่เธอ?” เจียงสือหัวเราะออกมา “คุณหนูใหญ่เฉิงนี่มีพรสวรรค์จริงๆ เชี่ยวชาญทั้งการยุแยงและบิดขาวเป็นดำ ถ้าเธอไม่คอยกลั่นแกล้งฉัน ฉันก็คงต้องขอบคุณคุณหนูใหญ่เฉิงที่ไว้ชีวิตแล้ว จะให้ฉันกล้าเอาอะไรไประบายใส่เธอได้ล่ะ?”

ขอบตาของเฉิงเซียวเซียวแดงขึ้นทันที “พี่สะใภ้ พี่เข้าใจอะไรฉันผิดหรือเปล่าคะ? ฉันรู้ว่าตั้งแต่เด็กพี่ก็ไม่ชอบฉัน แต่ฉันอยากจะสนิทสนมกับพี่มาโดยตลอด มองพี่เหมือนพี่สาวแท้ๆ แล้วฉันจะกลั่นแกล้งพี่ได้ยังไง? พี่อย่ามาใส่ร้ายฉันเลย...”

เมื่อคนอื่นได้ยิน กลับฟังดูราวกับว่าเจียงสือเป็นฝ่ายรังแกเธอมาตลอด

เจียงสือแค่นหัวเราะเย็นชาในใจ

จู่ๆเธอก็นึกถึงเรื่องเมื่อครั้งก่อน ตอนนั้นเธอเคยอดหลับอดนอนทำเครื่องประดับกระดุมผ้าไหมแท้ชิ้นหนึ่งให้เฉิงเซียวเซียว แต่วันรุ่งขึ้นกลับเห็นมันอยู่ในถังขยะของตระกูลเฉิง

ตอนนั้นเธอยังไม่รู้ว่าเด็กสาวคนนี้จะไปพูดต่อหน้าอวี๋เสียนจือว่าเธอขโมยของ และเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยมจนทำให้อวี๋เสียนจือไม่ชอบเธอตั้งแต่แรก

เจียงสือยกมุมปากขึ้น “เฉิงเซียวเซียว นี่เธอไปกินอะไรมาเนี่ย ถึงได้ปากคอเราะร้ายขนาดนี้? มีตระกูลเฉิงคอยหนุนหลัง มีพ่อแม่คอยปกป้อง มีพี่ชายคอยเอ็นดู ใครจะกล้าใส่ร้ายเธอได้ลง?”

เฉิงเซียวเซียวกัดริมฝีปาก “พี่สะใภ้ พี่พูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไงคะ?”

“เธอยุ่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปหมดยังจะมายุ่งว่าฉันจะพูดอะไรอีกเหรอ?” เจียงสือพูดด้วยเสียงเย็นชา “ไม่ชอบฟังก็หุบปาก อย่าหาเรื่องใส่ตัว”

เดิมทีเฉิงเซียวเซียวแซ่เหยียน เธอเป็นบุตรสาวบุญธรรมของตระกูลเฉิงและได้รับความรักเอ็นดูมาโดยตลอด

เจียงสือเคยคิดว่าอวี๋เสียนจือจะยกเธอให้แต่งงานกับเฉิงจี้หลี่ และเรื่องนั้นก็ทำให้เธอเสียใจอยู่พักใหญ่

แต่ไม่คิดว่าในเวลาต่อมา เซียวเซียวกลับเปลี่ยนมาใช้แซ่เฉิงอย่างกะทันหัน และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของตระกูลเฉิงอย่างเป็นทางการ กลายเป็นน้องสาวของเฉิงจี้หลี่ตามกฎหมาย

ส่วนสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนแซ่นั้น เจียงสือไม่รู้ เพียงรู้ว่าคนทั้งตระกูลเฉิงยิ่งรักและเอ็นดูลูกสาวคนนี้มากกว่าเดิม

เฉิงเซียวเซียวไม่เคยเห็นเธอที่เป็นพี่สะใภ้อยู่ในสายตา แม้ดึกดื่นแค่ไหนก็ยังโทรหาเฉิงจี้หลี่ได้ เห็นอะไรถูกใจก็ให้เฉิงจี้หลี่ซื้อให้ และทุกครั้งก็ได้ตามต้องการ

เมื่อก่อนเจียงสืออดทนมาตลอดเพื่อการแต่งงานครั้งนี้ เธอพยายามอย่างมากที่จะปรับตัวเข้ากับตระกูลเฉิง ยอมอดทนตรงนั้น แต่แล้วสิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคืออะไรกัน?

ความลำเอียงของแม่สามี และความเย็นชาจากสามีอย่างนั้นเหรอ?

บางทีตำแหน่งบางอย่างอาจไม่เคยเป็นของเธอตั้งแต่แรก

เธอเป็นคนที่ฝืนยัดตัวเองเข้ามา

เหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ถูกขนาด วางไว้ตรงไหนก็ดูเป็นส่วนเกินไปหมด

มีเพียงการถอยออกมาเท่านั้นที่ถูกต้อง

“เฉิงจี้หลี่” เจียงสือไม่ได้หยิบใบผลตรวจออกมาอีก เพียงรูดซิปกระเป๋าให้เรียบร้อยแล้วพูดว่า “คุณเที่ยวเล่นต่อเถอะ คืนนี้ฉันจะรอจนกว่าคุณจะเสร็จ"

เฉิงจี้หลี่ไม่พูดอะไร เพียงแต่ความเย็นชาในแววตากลับลึกขึ้นหลายส่วน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 30

    นับตั้งแต่คืนนั้นที่เอ่ยปากขอหย่า เฉิงจี้หลี่ก็ไม่โผล่หน้ามาติดต่อกันสามวัน เจียงสืออยากได้เงิน แต่ติดที่ไม่สามารถพบตัวเขาได้ป้าอู๋เห็นเธอนั่งเหม่ออยู่บ้านทั้งวันก็ทนดูต่อไปไม่ไหว“คุณนาย คุณชายไม่กลับบ้านมาสามวันแล้วนะคะ ตั้งสามวันเชียวนะ”เจียงสือพยักหน้าช้าๆ “อืม รู้แล้ว ฉันนับเลขเป็น”“…แล้วทำไมคุณถึงไม่เห็นร้อนใจเลยล่ะคะ?”ป้าอู๋ทำสีหน้าราวกับผิดหวังที่เธอไม่เอาไหน “การได้แต่งเข้าตระกูลเฉิงเป็นเรื่องโชคดีแค่ไหน ผู้หญิงคนอื่นแทบจะอ้อนวอนขอ แต่คุณกลับไม่เห็นใส่ใจเลยสักนิด”“เฉิงจี้หลี่โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น ถ้าเขาไม่อยากกลับมา ฉันจะร้อนใจไปแล้วได้อะไร? หรือจะให้ฉันมัดตัวเขากลับมา?”จริงๆแล้วใช่ว่าเธอไม่เคยร้อนใจแต่ตลอดสองปีที่ผ่านมา หัวใจของเจียงสือก็ด้านชาไปนานแล้วต่อให้ตอนนี้มีคนมาบอกเธอว่าเฉิงจี้หลี่ออกบวชไปแล้ว เธอก็คงไม่รู้สึกสะเทือนใจอะไรนัก“ผู้ชายน่ะต้องเอาใจหน่อย คุณก็รุกเข้าหาเขาบ้างสิคะ!” ป้าอู๋รีบวิ่งไปที่ห้องครัวแล้วถือเหยือกแก้วออกมา "ช่วงนี้อากาศร้อนมักจะตัวร้อนง่าย นี่เป็นชาเย็นที่ป้าต้มไว้ คุณเอาไปส่งให้คุณชายที่บริษัทสิคะ!"เจียงสือเหลือบมองแล้วหันหน้า

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 29

    เจียงสือรู้สึกว่าพูดคุยกับเขาแล้วเหนื่อยเหลือเกิน "แล้วแต่คุณจะพูดเถอะค่ะ จะไปสำนักงานเขตเมื่อไหร่?"เฉิงจี้หลี่ก้มมองเธอจากด้านบนด้วยสายตาเย็นชา “การแต่งงานนี้คุณปู่เป็นคนกำหนด ถ้าจะหย่าก็ต้องบอกคุณปู่ก่อน”คุณปู่เฉิงเดินทางไปต่างประเทศเมื่อหนึ่งปีก่อน และไปตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเล็กๆ ในอังกฤษซึ่งคุณย่าเฉิงชื่นชอบที่สุดตอนยังมีชีวิตอยู่ จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่เจียงสือพูดอย่างจนใจ "หย่ากันไม่ได้ต้องจัดงานเลี้ยงสักหน่อย คุณโทรศัพท์ไปบอกคุณปู่ก็พอแล้วค่ะ"“จะรีบอะไรนักหนา? หรือฉันจะหน้าด้านหน้ารั้งเธอไม่ให้ไป?”เฉิงจี้หลี่หันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดยามค่ำคืนเดินไปได้สองก้าว เขาก็หยุดแล้วหันกลับมาอีกครั้ง โครงหน้าด้านข้างอันหล่อคมถูกขับให้เด่นชัดด้วยเงามืดของราตรี“อยู่กับฉันมาตั้งนาน เธอมีอะไรที่อยากได้ไหม?”เมื่อนึกถึงเรือนสี่ประสานของคุณตา เจียงสือก็อ้าปาก “ฉัน…”“ช่างเถอะ ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน” เฉิงจี้หลี่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา “รอฉันจัดการงานสัปดาห์หน้าเสร็จแล้วจะโทรหาคุณปู่ เธอวางใจได้ ฉันไม่รั้งเธอไว้หรอก”เจียงสือยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพังรอบด้าน

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 28

    แค่ฟังจากเสียงก็รู้แล้วว่ามีหมาอีกตัวมา แต่เจียงสือไม่คิดเลยว่าเฉิงจี้หลี่จะกลับบ้านจริงๆในวันนี้เฉียนเฮ่อมีสีหน้าลนลานเล็กน้อย “คุณชายเฉิงนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ!”เฉิงจี้หลี่เลิกคิ้ว “ใครเหรอ?”“ผมชื่อเฉียนเฮ่อ จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์เฉียน…”“จำไม่ได้” เฉิงจี้หลี่ตัดบทอย่างเย็นชา แล้วก้มมองเจ้าหมาตัวใหญ่ที่อยู่ตรงเท้า “มาหาเมียฉันมีธุระอะไร?”เปิ่นเปิ่นราวกับได้กลิ่นอายของพวกเดียวกันที่น่ากลัว จึงครางหงิงๆแล้วหลบไปอยู่ด้านหลังเฉียนเฮ่อ“อ่า…ขอโทษครับ หมาของผมรบกวนคุณนายเฉิงแล้ว เดี๋ยวผมพามันไปเดี๋ยวนี้เลยครับ…”ยังพูดไม่ทันจบ เปิ่นเปิ่นก็วิ่งหางจุกตูดหนีไปเสียก่อน ก่อนที่จะลากเจ้าของของมันไปด้วยทั้งคน“หมาก็เหมือนเจ้าของ ไม่ใช่แค่โง่ แต่ยังขี้ขลาดอีกต่างหาก” เฉิงจี้หลี่แค่นเสียงเบาๆ แล้วหันมามองเจียงสือ “เธอชอบหมาขนยาวแบบนี้เหรอ? เดี๋ยวฉันเลี้ยงให้เธอสักตัว”“……” เจียงสือค่อยๆส่ายหน้า “ขนาดตัวเองยังดูแลไม่ดีเลย”“เธอก็รู้จักตัวเองดีนี่”น้ำเสียงของเฉิงจี้หลี่อ่อนลงเล็กน้อย “ฉันก็เรียกป้าอู๋มาให้แล้วนี่ไง อยากกินอะไรก็บอก ให้เธอทำให้กิน อย่ามัวแต่กินพวกอาหารสำเร็จ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 27

    "ผู้ชายทำงานยุ่งอยู่ข้างนอกก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ผู้หญิงไม่เหมือนกัน ต้องรู้จักดูแลบ้านเรือน"เจียงสือชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อ๋อ งั้นก็ไม่ต้องมองว่าฉันเป็นผู้หญิงก็แล้วกัน”ป้าอู๋เป็นคนมีเหตุมีผลอยู่บ้าง แต่ทำงานในตระกูลเฉิงมานานหลายปี เติบโตมาพร้อมกับเห็นเฉิงจี้หลี่จนโต ย่อมไม่มีทางยืนอยู่ข้างเธออย่างแน่นอน พูดมากไปก็มีแต่เปล่าประโยชน์เธอเดินขึ้นชั้นบนเพียงลำพัง กลับเข้าห้องนอนใหญ่ รูดผ้าม่านทึบแสงปิดสนิทแล้วจึงถอดแว่นกันแดดออกการผ่าตัดจอประสาทตาภายนอกไม่ได้มีข้อจำกัดหลังผ่าตัดที่เข้มงวดเป็นพิเศษ แต่ก็ยังต้องพักผ่อนให้มากภายในห้องที่มืดสนิท เธอค่อยๆล้มตัวลงนอน พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่า ไม่นานก็ผล็อยหลับไปเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงเย็นแล้วเจียงสือเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเรียบง่ายแล้วลงไปชั้นล่าง เมื่อได้กลิ่นหอมสดใหม่ของซุปซี่โครงหมูรากบัว เธอจึงเอ่ยถาม “เฉิงจี้หลี่จะกลับมาเหรอ?”“ค่ะ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” ป้าอู๋ยิ้มแย้มแจ่มใส “ป้าตั้งใจตุ๋นซุปที่คุณชายชอบไว้โดยเฉพาะ คุณนายยังไม่หิวใช่ไหมคะ? งั้นรอคุณชายกลับมากินด้วยกันดีไหมคะ?”เจียงสือขานรับ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 26

    เจียงสือพูดคำสั่งใส่หน้าจอโทรศัพท์ “โทรหาหมา”“?” หวงหย่าเจี๋ยกะพริบตาปริบๆ “หมาที่บ้านเธอก็มีโทรศัพท์ด้วยเหรอ?”โทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีใครรับสายเจียงสือไม่แปลกใจกับเรื่องนี้แล้ว แต่ในใจก็ยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ เธอจึงโทรศัพท์หาผู้ช่วยจั๋วแทน“เฉิงจี้หลี่อยู่ไหม?”จั๋วยวี่ตอบ “คุณนายครับ ประธานเฉิงเดินทางมาติดต่องานที่เมืองซู ตอนนี้กำลังประชุมอยู่ครับ"เวลาที่อารมณ์กำลังพุ่งขึ้นมา ในใจก็จะมีแรงฮึดก่อตัวขึ้น แต่พอถูกขัดจังหวะ แรงฮึดนั้นก็จะค่อยๆสลายไปเจียงสือลังเลว่าจะยังตามไปถามเฉิงจี้หลี่ให้รู้เรื่องดีหรือไม่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงผู้หญิงเล็กแหลมดังมาจากปลายสาย“ผู้ช่วยจั๋วคะ พี่ชายถามว่ากาแฟของเขาได้หรือยัง?”เป็นเสียงของเฉิงเซียวเซียวแม้แต่ไปทำงานที่เมืองซู เฉิงจี้หลี่ก็ยังพาเฉิงเซียวเซียวไปด้วยหัวใจของเธอดิ่งวูบลงทันที ความรู้สึกที่เคยพลุ่งพล่านอยู่ในใจก็เหือดหายไปจนหมดช่างมันเถอะถามไปแล้วจะได้อะไรกลับมา?อย่าไปหาเรื่องให้ตัวเองต้องอับอายเลยจั๋วเยว่พูดอะไรบางอย่างกับเฉิงเซียวเซียวที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นจึงยกโทรศัพท์กลับมาแนบปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 25

    ตอนไปฮันนีมูน เจียงสือแค่เล่นโยคะตามทีวี ก็ยังโดนเฉิงจี้หลี่กดลงกับเสื่อโยคะคลอเคลียไม่ห่าง แต่ต่อมาต่อให้เธอสวมชุดนอนเซ็กซี่เนื้อบางแนบเนื้อ ชายคนนั้นกลับทำเป็นมองไม่เห็นไปเสียหมดเธอเริ่มคิดฟุ้งซ่าน เดาว่าความใกล้ชิดก่อนหน้านี้อาจเป็นเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ชั่วครู่ และตอนนี้เฉิงจี้หลี่คงหมดความสนใจในตัวเธอแล้วแต่ตอนนั้นคุณตาเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน การแต่งงานคือสิ่งเดียวที่เจียงสือยังสามารถยึดเหนี่ยวเอาไว้ได้ตั้งแต่อายุสิบหก เธอชอบเฉิงจี้หลี่มานานหลายปี หากต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเขามากขึ้นอีกหน่อย เธอก็ยอมแม้จะต้องลดตัวลงอีกสักนิดก็ไม่เป็นไรวันนั้น เธอลองทำซุปเนื้อหมูใส่ตังเซียมตามสูตรในอินเทอร์เน็ตหนึ่งหม้อ แล้วลงมือเอาไปส่งให้เขาถึงบริษัทด้วยตัวเอง ผู้ช่วยพาเธอมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อย ด้านในมีเสียงของฉินหล่างดังเล็ดลอดออกมา "พูดจริงนะ พี่ยอมตอบตกลงแต่งงานกับเจียงสือได้ยังไงกัน?" เวลาผ่านไปนานถึงห้าวินาที ถึงได้ยินเสียงตอบกลับของเฉิงจี้หลี่ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ "เพราะว่าพ่อฉันไม่ชอบน่ะสิ" บรรยากาศราวกับหยุดนิ่งไปในทันทีทั้งร่างของเธอแข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status