Share

บทที่13

Author: ชุนกวงห่าว
อีกฝั่งเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงที่เย็นชาของเหลียงหยวนโจวก็ดังมา “สืออวี๋ ก่อนหน้านี้คนที่บอกว่าจะเลิกกันหลังจากหนึ่งเดือนนี้ก็คือคุณ แต่ตอนนี้อยู่ๆ คนที่โทรมาบอกเลิกก็คือคุณเหมือนกัน คุณจะบ้าก็ช่วยมีขอบเขตหน่อยได้ไหม? ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาพูดไร้สาระกับคุณ รอผมกลับไปแล้วค่อยว่ากัน”

พูดจบ เขาก็ตัดสายไปอย่างเด็ดขาด

สืออวี๋วางโทรศัพท์ลง แล้วส่งไฟล์บันทึกการสนทนาระหว่างเธอกับเสินหลีในก่อนหน้านี้ไปให้เขา

แน่นอนว่าก็ส่งไปให้เซี่ยงชินเฟินด้วยเหมือนกัน

หลังจากส่งเสร็จ เธอก็กดโทรหาบริษัทจัดหาสถานที่แต่งงาน

“สวัสดีค่ะ ฉันคือสืออวี๋ เคยจองสถานที่จัดงานแต่งกับทางบริษัทของพวกคุณ ช่วยยกเลิกให้ฉันด้วยค่ะ”

ฝั่งตรงข้ามเงียบไปครู่หนึ่ง จึงค่อยมีเสียงของพนักงานตอบกลับมา “คุณหนูสือ คุณแน่ใจแล้วหรือคะว่าจะยกเลิกสถานที่จัดงานแต่งที่จองไว้?”

ปลายนิ้วที่จับโทรศัพท์ของสืออวี๋กำแน่นขึ้นเล็กน้อย แต่เสียงกลับเรียบเฉยไร้อารมณ์ใดๆ “อืม แน่ใจแล้วค่ะ”

“ได้ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว งั้นทางเราจะดำเนินการยกเลิกให้คุณนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ”

วางสายแล้ว สืออวี๋ก็ถอดแหวนแต่งงานบนนิ้วนางออกวางลงบนโต๊ะ จากนั้นเตรียมจะลุกไปเก็บข้าวของ แต่สายของเซี่ยงชินเฟินก็โทรมา

“สืออวี๋ ป้าขอโทษหนูนะ เป็นป้าเองที่สั่นสอนเขามาไม่ดี”

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด หากรู้แต่แรกว่าเหลียงหยวนโจวจะเลวถึงเพียงนี้ เธอก็คงไม่หน้าด้านไปขอร้องให้สืออวี๋ให้โอกาสเขาอีกครั้ง

คำขอโทษนี้ สืออวี๋สมควรได้รับ

เพราะสิ่งที่เธอสูญเสียไป ไม่ใช่แค่ความรัก แต่ยังเป็นเวลาแปดปีที่ดีที่สุดในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งด้วย

คนที่สมควรพูดสองคำนี้ให้กับเธอ คือเหลียงหยวนโจว

แต่ทั้งสองเดินมาถึงจุดนี้แล้ว เรื่องถูกหรือผิด ก็ไม่จำเป็นต้องถือสาอีกต่อไปล้ว

“ป้าเซี่ยง การบันทึกเสียงป้าก็ได้ยินแล้ว หนูคิดว่าไม่จำเป็นต้องรอให้ครบหนึ่งเดือนแล้วค่ะ”

เซี่ยงชินเฟินถอนหายใจ “อืม สิ่งที่ป้าเคยพูดไป หนูก็ทำเหมือนไม่เคยได้ยินมาก่อน ผู้หญิงที่ดีอย่างหนู ต่อไปต้องได้เจอคนที่ดีกว่านี้แน่ เป็นหยวนโจวที่ไม่มีบุญเอง……”

พูดไปเซี่ยงชินเฟินก็เริ่มสะอื้น

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความทุ่มเทที่สืออวี๋มีต่อเหลียงหยวนโจว เธอล้วนเห็นอยู่ในสายตา และปฏิบัติต่อสืออวี๋เหมือนลูกสาวแท้ๆ จริง

แต่ตอนนี้ เธอเองก็ไม่มีหน้าไปพบสืออวี๋อีกแล้ว

สืออวี๋เผลอกำโทรศัพท์แน่น ความอัดอั้นถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นทะเลที่โถมเข้ามาจนท่วมเธอทั้งร่าง

เธอทำตัวเข้มแข็งได้ แต่เมื่อมีใครสักคนพูดปลอบใจ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าโศกขึ้นมา

เธอกะพริบตาไม่ให้น้ำตาไหลออกมา แล้วเอ่ยเสียงเบา “ป้าเซี่ยง หนูยังมีธุระ วางสายก่อนะคะ”

หลังจากตัดสายไป สืออวี๋ก็นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาสักพัก แล้วลบการติดต่อทั้งหมดของเหลียงหยวนโจวออกทีละอย่าง

สิ่งสุดท้ายที่ลบคือไลน์

ตอนพวกเขาสมัครไลน์ใหม่ ๆ คนแรกที่เพิ่มเป็นเพื่อนก็คือซึ่งกันและกัน

ตอนนั้นสืออวี๋ไม่เคยคิดเลยว่า สักวันหนึ่งเธอจะต้องลบเขาทิ้ง

การลบเพื่อนในไลน์ต้องเริ่มจากกดเข้าไปที่หน้าต่างแชทของทั้งสองคนก่อน จากนั้นกดที่รูปโปรไฟล์ของอีกฝ่าย จะมีหน้าข้อมูลส่วนตัวและหน้าโมเมนต์ของอีกฝ่ายเด้งขึ้นมา แล้วค่อยกดที่จุดสามจุดด้านขวาบน ถึงจะมีตัวหนังสือสีแดงลบผู้ติดต่อปรากฏขึ้นมา

สืออวี๋เห็นกล่องข้อความเต็มหน้าจอที่เป็นฟองสีเขียว ก่อนจะเห็นรูปวิวทะเลมัลดีฟส์ที่เหลียงหยวนโจวปักหมุดไว้ในหน้าโมเมนต์ สุดท้ายก็มาถึงหน้าลบผู้ติดต่อ

เมื่อกดลบผู้ติดต่อ จากนั้นที่ด้านล่างของหน้าจอก็จะเด้งหน้าต่างแจ้งเตือนสีขาวขึ้นมา ด้านบนมีตัวอักษรสีเทาหนึ่งบรรทัด

【ลบผู้ติดต่อ “เหลียงหยวนโจว” ออก พร้อมทั้งลบประวัติแชททั้งหมด】

ข้างล่างมีปุ่มตัวเลือกลบผู้ติดต่อกับยกเลิกอยู่สองปุ่ม

สืออวี๋จ้องข้อความสีเทานั้นอยู่หลายรอบ ก่อนจะกดลบลงไปในที่สุด

หลังจากนั้นลบไลน์แล้ว เธอก็ล้างรูปในอัลบั้มจนหมด แล้วลุกขึ้นเริ่มเก็บข้าวของของเหลียงหยวนโจว

บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความทรงจำของเธอกับเหลียงหยวนโจว ตอนเก็บข้าวของ ความทรงจำเหล่านั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง

ตุ๊กตาหมีเล็กๆ บนหัวเตียงคือของฝากตอนที่เหลียงหยวนโจวเดินทางไปทำงานต่างประเทศ แปรงสีฟันไฟฟ้าคู่รักในห้องน้ำคือสิ่งที่พวกเขาไปซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต แก้วคู่รูปแมวน่ารักบนโต๊ะคือผลงานที่พวกเขาไปทำที่ร้านเครื่องปั้นดินเผา……

เมื่อก่อนเห็นสิ่งเหล่านี้ ใจของเธอก็เต็มไปด้วยความสุข

ตอนนี้ กลับรู้สึกว่าสรรพสิ่งยังเหมือนเดิม แต่คนเปลี่ยนไป

เมื่อเก็บมาถึงตอนท้าย เธอหยิบแหวนจากกล่องเครื่องประดับขึ้นมา

มองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเก็บใส่กระเป๋าเดินทาง

เครื่องประดับชิ้นอื่นเธอทิ้งไปหมด เหลือเพียงแหวนวงนี้ เป็นของที่เขามอบให้เธอในช่วงเวลาที่เขารักเธอมากที่สุด มันบรรจุความรักในตอนนั้นของเขา

ตอนนี้คืนให้เขา ก็ถือเป็นการปิดฉากความรักแปดปีนี้ลงเรียบร้อยแล้ว

เก็บไปได้ครึ่งหนึ่ง เหลียงหยวนโจวก็กลับมา

เห็นของใช้ตัวเองถูกเก็บใส่ถุงอันหนึ่งไว้ เขามองเธอด้วยสายตาเยาะเย้ย

“คราวนี้เล่นละครได้สมจริงทีเดียว คุณทนเสินหลีไม่ไหวขนาดนั้นเลยเหรอ ต้องก่อเรื่องก่อราวบีบบังคับให้ผมตัดสินใจเลือกระหว่างคุณกับเธอใช่ไหม?”

“อาอวี คุณควรรู้ดีว่า ผมไม่มีทางเลือกคุณ ทำไมต้องหาให้ตนเองขายหน้าด้วย?”

ปลายนิ้วของสืออวี๋ที่จับกรอบรูปแน่นซีดขาว ผ่านไปหลายวินาที ถึงเงยหน้ามองเขา “คุณไม่ต้องเลือก ฉันเลือกแทนคุณแล้ว เราเลิกกัน คุณอยู่ไปกับเธอ”

จ้องใบหน้าซีดเซียวของสืออวี๋อยู่พักหนึ่ง ใจของเหลียงหยวนโจวก็มีความโกรธผุดขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ ก่อนหัวเราะเยาะ

“โอเค งั้นคุณก็เสแสร้งต่อเลย ผมจะดูว่าคุณจะเสแสร้งถึงไหนกันแน่!”

พูดจบ เขาก็ปิดประตูแล้วเดินออกไป

สืออวี๋ก้มหน้าลง กดทับความรู้สึกปั่นป่วนในอก แล้วก้มหน้าก้มตาเก็บของต่อไป

เช้าวันรุ่งขึ้น เธอนัดให้บริษัทขนส่งมารับของ

ไม่นานพนักงานส่งของก็มาถึง ตอนเขายกของลงไป สืออวี๋ก็ทิ้งชุดแต่งงานลงไปด้วย

มองดูรถสามล้อที่ค่อยๆ หายไปจากสายตาตัวเอง สืออวี๋ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดในอก แปดปีที่ผ่านมาก็ค่อยๆ จางหายไปเช่นกัน

โชคดีที่ไม่ได้เจ็บปวดอย่างที่คิดไว้ และไม่ได้เสียดายอะไรขนาดนั้น

ตอนเช้า10โมง เหลียงหยวนโจวประชุมเสร็จกลับเข้าห้องทำงาน เลขาจงชู่เคาะประตูแล้วเข้ามา

“ประธานเหลียง คุณหนูสือส่งพัสดุมา ดูเหมือนจะเป็นของใช้ส่วนตัวของคุณ ตอนนี้อยู่ที่ชั้นหนึ่ง จะให้ส่งไปที่อวี่ถิงหรือจะจัดการยังไงดี?”

มือที่จะไปหยิบแฟ้มเอกสารของเหลียงหยวนโจวชะงักเล็กน้อย ดึงเนกไทแน่นขึ้น สีหน้าเย็นชาโดยไม่พูดอะไร

ก็แค่เสินหลีโทรไปยั่วยุเธอ เธอเลยโทรหาให้แม่เหลียง แล้วยังจะบอกเลิก แถมยังเก็บข้าวของของเขาแล้วส่งมาอีก

คิดหรือว่าทำแบบนี้ เขาจะยอมอ่อนข้อ?

ถ้ายังไม่แต่งงานก็ถูกเธอคุมควบ แต่งงานแล้วจะวุ่นวายถึงไหนกันก็ยังไม่รู้เลย

ในเมื่อเธออยากก่อความวุ่นวาย งั้นก็รอให้เธอใจเย็นลงก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องแต่งงานกัน

ยังไงเสียทุกครั้งที่ทะเลาะกัน สุดท้ายทุกครั้งเธอก็ต้องเป็นคนมาอ้อนขอคืนดีไม่ใช่เหรอ?

เมื่อเห็นเขาเงียบ จงชู่ก็ไม่รู้ว่าเขาหมายความว่ายังไง และไม่กล้าพูดอะไรต่อ

เหลียงหยวนโจวเปิดแฟ้มงาน และพูดอย่างเฉยชาว่า “รู้แล้ว เอาไปทิ้งซะ”

“ครับ ประธานเหลียง”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา จงชู่เคาะประตูเข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง ยื่นกล่องในมือให้เขา

“ประทานเหลียง เจ้าหน้าที่เก็บของเห็นสิ่งนี้อยู่ในของส่วนตัวของคุณ เนื่องจากมันมีมูลค่าสูงเกินไป จึงไม่กล้าเอาไปจัดการเอง จึงนำกลับมาให้คุณ อันนี้ก็ต้องทิ้งเหรอครับ?”

เหลียงหยวนโจวเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นแหวนวงนั้นก็ชะงักไป รู้ทันทีว่านั่นเป็นแหวนเพชรที่เขาทำให้สืออวี๋กับมือเองตอนอยู่สมัยเรียนมหาลัย

แต่เพียงครู่เดียว สีหน้าก็กลับมาเย็นชาเช่นเดิม

“อืม”

“ครับ”

ออกจากห้องทำงาน จงชู่ถ่ายรูปแหวนส่งไปถามเพื่อนที่เปิดร้านรับซื้อเครื่องประดับว่าแหวนวงนี้สามารถขายได้ราคาเท่าไหร่

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่าอีกฝ่ายถึงจะตอบเขา

【50】

จงชู่……

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จงชู่ก็โยนแหวนพร้อมกล่องทิ้งลงถังขยะ

บ่ายวันนั้น สืออวี๋ก็ลางานหนึ่งสัปดาห์กับเจ้านายแห่งสำนักงานกฎหมาย แล้วจองตั๋วเครื่องบินไปมัลดีฟส์ไฟลต์รอบดึก

หลังจากบินแปดชั่วโมงเต็ม เครื่องบินก็ค่อยๆ ลงจอดที่สนามบินมาเล่

เวลามัลดีฟส์ช้ากว่าในประเทศสามชั่วโมง ตอนที่สืออวี๋ถึงมัลดีฟส์ก็หกโมงกว่าแล้ว

รับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว หน้าทางออกสนามบินก็มีเจ้าหน้าที่ของโรงแรมถือป้ายรอรับเพื่อพาไปโรงแรม

สืออวี๋เดินไปแสดงใบสั่งจองโรงแรม รออยู่สักพัก พอทุกคนครบแล้วก็เดินตามเจ้าหน้าที่ออกไป ขึ้นเรือสปีดโบ๊ทไปยังเกาะ

เช็กอินเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ช่วยเธอยกกระเป๋าไปยังห้องพัก

สืออวี๋ถ่ายรูปวิวทะเลลงโมเมนต์พร้อมแคปชัน

【สถานที่ที่เฝ้ารอมานานแปดปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงอย่างราบรื่น! ❤️❤️❤️】

พึ่งลงลงโมเมนต์ได้ไม่นาน ซ่งจื่ออินก็โทรเข้ามา

“ในที่สุดเหลียงหยวนโจวก็มีเวลาว่างให้แกแล้วเหรอ?”
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
ภูตะวันหวาน ทุนมี
อยากอ่านๆๆๆ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 540

    สีหน้าของซือห่าวอวี่ดูลำบากใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น "อาเล็ก จะเอาแบบนี้จริง ๆ เหรอครับ? ถ้าเกิดพี่สืออวี๋บังเอิญรู้ความจริงขึ้นมา มีหวังโกรธตายแน่""รอให้ฉันทำกายภาพบำบัดจนขาหายดีเมื่อไหร่ เดี๋ยวฉันจะไปหาเธอเอง ก็แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น""...ก็ได้ครับ งั้นอาอย่ามาโทษว่าผมไม่เตือนแล้วกัน การที่อาโกหกพี่สืออวี๋แบบนี้ มีแต่จะกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกอาก็เท่านั้น... อาคิดเอาเองฝ่ายเดียวว่าไม่บอกเธอจะดีกว่า แต่ไม่เคยถามเธอเลยสักคำว่าเธอเต็มใจจะอยู่เคียงข้างตอนอาทำกายภาพหรือเปล่า"แค่ลองจินตนาการดูว่าแฟนตัวเองฟื้นแล้ว แต่ยังมาหลอกกันแบบนี้ ซือห่าวอวี่ก็รู้สึกว่าสิ่งที่ซือเยี่ยนทำนั้นมันเกินไปจริง ๆ"ฉันรู้ลิมิตของตัวเองดีน่า"สืออวี๋เพิ่งจะมาถึงหน้าโรงพยาบาล ก็ได้รับสายจากซือห่าวอวี่"พี่สืออวี๋ครับ ผมมีเรื่องจะบอก..."น้ำเสียงของซือห่าวอวี่ฟังดูร้อนรนเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไรเขาก็ร่วมมือกับซือเยี่ยนหลอกสืออวี๋ ถ้าสืออวี๋รู้ความจริงขึ้นมา คงไม่มีทางยกโทษให้เขาง่าย ๆ แน่"เรื่องอะไรเหรอ?""คือว่า... อาเล็กยังไม่ฟื้นสักทีใช่ไหมล่ะครับ? คุณย่าท่านรู้สึกว่าเครื่องไม้เครื่องมือในประเทศยังไม่

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 539

    ซือเยี่ยนเงยหน้ามองเขา พร้อมตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “นายคิดว่าสภาพฉันตอนนี้ ควรให้เธอรู้หรือไงว่าฉันฟื้นแล้ว?”ซือห่าวอวี่เผลอมองขาของซือเยี่ยนแวบหนึ่งโดยไม่รู้ตัว สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ผมว่าพี่สืออวี๋ไม่รังเกียจอาหรอกครับ”ซือเยี่ยนฟื้นตั้งแต่เมื่อสองคืนก่อนแล้ว แต่ขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องทำกายภาพบำบัดเป็นเวลานานกว่าจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้งเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องนั่งรถเข็นไปอีกนาน ซือเยี่ยนจึงกำชับซือห่าวอวี่ว่าอย่าเพิ่งบอกสืออวี๋เรื่องที่เขาฟื้นแล้วเขาตัดสินใจว่ารอให้หายดีเป็นปกติเมื่อไหร่ ค่อยไปหาสืออวี๋ที่เมืองเซินดีกว่า“ฉันรู้ว่าเธอไม่รังเกียจฉันหรอก แต่ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงเธอ”ซือห่าวอวี่ลอบกลอกตามองบนในใจ “จะเรียกว่าตัวถ่วงได้ยังไงครับ? ผมว่าถ้าพี่สืออวี๋รู้ว่าอาฟื้นแล้ว ต้องดีใจมากแน่ ๆ ”ซือเยี่ยนเงียบงันไม่เอ่ยคำใด เขาไม่อยากให้สืออวี๋มาเห็นสภาพไร้ประโยชน์ของตัวเองในตอนนี้เลยเขาตระหนักดีว่า หากสืออวี๋รู้ว่าเขาเดินไม่ได้ เธอจะต้องคอยอยู่เคียงข้างเขาแน่นอน แต่เขาก็ไม่อยากให้เธอต้องมาเห็นสภาพน่าสมเพชของตัวเองแบบนี้คิดได้ดังนั้น ซือเยี่ยนก็พูดเสียงเย็นเยียบ “ถ้าฉัน

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 538

    ต่อให้ฉวี่ปัวไม่อยากช่วย แต่ถึงยังไงเหลียงอวิ๋นเซินก็เป็นหลานแท้ ๆ เขาจะนิ่งดูดายได้ลงคอเชียวหรือ?ดวงตาของฉวี่ปัวฉายแววเวทนา "เดิมทีนายเป็นน้องเขยฉัน อวิ๋นเซินก็เป็นหลานฉัน ฉันเองก็ไม่อยากทำกับพวกนายแบบนี้เหมือนกัน แต่เพราะฉันอยากให้ฉวี่ซื่อเข้าไปขยายธุรกิจในเมืองหลวง ก็เลยจำต้องเสียสละพวกนาย อีกอย่างนะ นายกับอวิ๋นเซินก็ไม่ได้โดนใส่ร้ายสักหน่อย"ตอนที่ฉวี่ถิงจะแต่งงานกับเหลียงเจิ้งฉง ฉวี่ปัวก็เคยเตือนเธอแล้วเหลียงเจิ้งฉงเป็นคนทำอะไรบ้าบิ่น ขอแค่ได้เงิน ต่อให้เป็นพื้นที่สีเทาเขาก็กล้าแตะ สุดท้ายกำเริบเสิบสาน ถึงขั้นกล้าทำเรื่องผิดกฎหมายก่ออาชญากรรมแต่หัวใจทั้งดวงของฉวี่ถิงมอบให้เหลียงเจิ้งฉงไปหมดแล้ว ไม่ว่าเขาจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่ฟัง ในที่สุดก็ได้แต่ยอมแพ้ไปเดิมทีเหลียงอวิ๋นเซินเป็นหลานแท้ ๆ ของเขา ตอนแรกจึงวางแผนจะช่วยเหลียงอวิ๋นเซินออกมาเหมือนกันแต่หลังได้เห็นเรื่องราวที่เหลียงอวิ๋นเซินทำลงไป เขาก็ล้มเลิกความคิดนั้นทันทีเพื่อให้ได้ที่ดินผืนหนึ่ง เหลียงอวิ๋นเซินถึงกับบีบคั้นครอบครัวที่ไม่ยอมย้ายออกจนมีคนตาย ขืนช่วยคนแบบนี้ออกมา ก็ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะไปก่อเรื่องอะไรอี

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 537

    ในใจฉวี่ถิงตื่นตระหนก แต่สิ่งที่มีมากยิ่งกว่าก็คือความสับสนเธอไม่รู้แล้วว่าควรทำอย่างไรดี...ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ฉวี่ถิงถึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนหันไปมองฉวี่ปัวและกล่าวว่า "ได้ค่ะพี่ หนูจะทำตามที่พี่บอก""ดีมาก""แต่หนูอยากเจอหน้าอวิ๋นเซินสักครั้ง พี่ช่วยจัดการให้หน่อยสิ"ฉวี่ปัวพยักหน้า "ได้ ตอนเอาหนังสือหย่าไปส่งที่โรงพัก พี่จะพาเธอไปด้วย""เรื่องของอวิ๋นเซินกับเจิ้งฉง ฝากพี่ด้วยนะคะ""วางใจเถอะ พวกเขาเป็นครอบครัวเธอ ก็ถือเป็นครอบครัวฉันเหมือนกัน"ฉวี่ปัวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาทนายความ ให้ฝ่ายนั้นร่างหนังสือหย่าส่งมาฉบับหนึ่งฉวี่ถิงไม่ได้สังเกตเลยว่า ตอนที่ฉวี่ปัวหมุนตัวกลับไปนั้น แววตาของเขาวูบไหว ภายในดวงตาลึกล้ำยากคาดเดาไม่นาน หนังสือหย่าก็ถูกส่งมาหลังเซ็นชื่อเสร็จแล้ว ฉวี่ถิงก็ยังคงรู้สึกไม่วางใจ "พี่คะ หนูหย่ากับเจิ้งฉงเวลานี้ มันจะดีจริง ๆ เหรอ?""ดีอยู่แล้ว พี่จะหลอกเธอทำไม? เอาละ เดี๋ยวพี่ให้ทนายไปจัดการเรื่องเอกสารก่อน พรุ่งนี้พี่จะพาเธอไปเยี่ยมอวิ๋นเซินที่โรงพักเอง""ตกลงค่ะ"เช้าวันรุ่งขึ้น ฉวี่ปัวก็พาฉวี่ถิงไปที่สถานีตำรวจตามสัญญา"เสี่

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 536

    "ดะ...ได้ค่ะ"เมื่อคนรับใช้คล้อยหลังไป ฉวี่ถิงก็หันขวับไปมองเหลียงเจิ้งฉง แววตามีแต่ความตื่นตระหนก"เจิ้งฉง จะทำยังไงดีคะ? ทำไมอยู่ดี ๆ ตำรวจถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?""ผมก็ไม่รู้ เดี๋ยวผมออกไปดูสถานการณ์ก่อน ถ้าคืนนี้ผมไม่ได้กลับมา คุณต้องหาทางโอนเงินของบริษัทออกไปก่อนนะ"ฉวี่ถิงใบหน้าซีดขาว ตอบรับน้ำเสียงสั่นเครือ "ได้ค่ะ... ฉันรู้แล้ว"เหลียงเจิ้งฉงกำชับเธออย่างรวดเร็วอีกหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องเงินทองในบ้านและรหัสตู้เซฟ เรียบร้อยแล้วจึงรีบผละจากไปขณะมองเงาร่างเขาห่างออกไป ดวงตาของฉวี่ถิงก็เริ่มพร่ามัว ในใจสับสนวุ่นวายไปหมดหลายปีมานี้เธอนั่งแท่นเป็นคุณนายประธานใหญ่แห่งเหลียงซื่อ อย่างมั่นคง ทุกวันนอกจากเดินช้อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าก็คือออกไปเที่ยวเล่น มีเรื่องอะไรก็ล้วนเป็นหน้าที่ของเหลียงเจิ้งฉงกับเหลียงอวิ๋นเซินคอยตามแก้ตอนนี้เสาหลักของบ้านทั้งสองคนถูกจับเข้าโรงพักไปแล้ว ลำพังตัวเธอจะไปแบกรับไหวได้อย่างไร?หลังเหลียงเจิ้งฉงออกไปได้ไม่นาน เธอก็รีบโทรศัพท์หาพี่ชายทันทีไม่นาน ฉวี่ปัวก็มาถึงเมื่อเห็นน้องสาวนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนโซฟา ฉวี่ปัวก็รีบเดินเข้าไปนั่งลงข้างกาย "เสี่ยวถิง"

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 535

    "หนูทำให้คุณย่าต้องเป็นห่วงแล้ว"ทั้งสองสนทนากันอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าคุณย่าสือเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย สืออวี๋จึงลุกขึ้นขอตัวกลับแต่เพิ่งเดินพ้นประตูห้องพักผู้ป่วยออกมา ก็พบกับสือหมิงฮุยเข้าโดยบังเอิญเมื่อเห็นสืออวี๋ สีหน้าของสือหมิงฮุยก็ดูเรียบเฉย "ออกมาได้ก็ดีแล้ว จริงสิ เรื่องทางบริษัทฉันจัดการเรียบร้อย แกไม่ต้องเข้าไปดูแลแล้วนะ ช่วงนี้พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ"สืออวี๋พยักหน้ารับคำ "ค่ะ เข้าใจแล้ว ว่าแต่ ครั้งนี้เหลียงอวิ๋นเซินคงไม่มีโอกาสได้ออกมาอีกแล้วใช่ไหมคะ?"สีหน้าของสือหมิงฮุยดูเคร่งขรึมขึ้นหลายส่วน "นั่นก็ไม่แน่ เหลียงอวิ๋นเซินเป็นทายาทผู้สืบทอดของเหลียงซื่อ คาดว่าเหลียงเจิ้งฉงคงจะสรรหาสารพัดวิธีมางัดข้อพาเขาออกมาให้ได้นั่นแหละ""งั้นก็ทำให้เรื่องมันบานปลายขึ้นไปอีกสิคะ ถ้าเขาคิดปกป้องเหลียงอวิ๋นเซิน ก็เตรียมรอให้เหลียงซื่อโดนลากลงเหวไปพร้อมกันได้เลย""ฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน ช่วงนี้เลยจับตาดูความเคลื่อนไหวทางฝั่งเหลียงซื่ออยู่ตลอด รอให้เหลียงเจิ้งฉงขยับตัวเมื่อไหร่ นักข่าวก็จะเล่นเรื่องนี้ทันที""หวังว่าครั้งนี้คงทำให้เหลียงอวิ๋นเซินได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปบ้างนะคะ"

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status