Share

3 ผู้ดูแลโรงหมอ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-29 17:37:45

         ฮัวจิงอวี๋ถูกเชิญไปยังเรือนนอนของฮัวหยาง พ่อบ้านฝูได้บอกกล่าวแก่คุณชายคนใหม่ว่าฮัวหยางออกไปพักอยู่กับภรรยาที่เรือนปรุงยาด้านหลัง เรือนนี้จึงมีไว้สำหรับต้อนรับญาติๆ ที่เดินทางมาจากแดนไกล

         “ถ้าอย่างนั้น เสี่ยวหยางก็คงจงใจจัดไว้ต้อนรับข้า”

         “เป็นเช่นนั้นขอรับ ตั้งแต่คุณชายใหญ่เขียนจดหมายไปหาท่านก็ดูจะแน่ใจว่าท่านต้องมาแน่ จึงได้สั่งให้ข้าน้อยจัดเรือนนี้เอาไว้”

         “ข้ารู้เพียงว่าเสี่ยวหยางแต่งงานแล้ว แต่ว่าน้องสะใภ้เป็นคนเช่นไร ข้ายังไม่รู้เลย พ่อบ้านฝูเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ ”

         “น้องสะใภ้ของท่านเป็นมือปราบในสำนักมือปราบหน่วยที่หกขอรับ ฮูหยินน้อยเป็นคนซื่อตรง ใจดี มีเมตตาเพียงแต่...”

         “เพียงแต่อันใดหรือ”

         ฮัวจิงอวี๋แสดงสีหน้าแปลกใจออกมาเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าญาติผู้น้องจะชอบสตรีห้าวหาญที่เป็นมือปราบ

         “ครอบครัวของฮูหยินน้อยค่อนข้างยากจนขอรับ แต่ตอนหลังนายท่านรู้ว่านางเป็นบุตรสาวของสหายเก่าจึงยินยอมให้แต่งงานกัน”

         “ท่านอากับท่านอาสะใภ้กลุ้มใจเรื่องการแต่งงานของเสี่ยวหยางมานานแล้วนี่ ได้ยินว่าเขาไม่เคยสนใจสตรีเลย”

         “ขอรับ ก่อนหน้านี้นำรูปคุณหนูมาให้เลือกกว่าห้าสิบคนแล้ว แต่คุณชายรองก็ไม่ชอบใจเสียที”

         “อืม...” ฮัว จิงอวี๋หัวเราะเบาๆ “ดีๆ ข้าชักอยากจะเห็นน้องสะใภ้ผู้นี้เสียแล้ว”

         ฮัวหยางกลับมาพร้อมกับอู๋จือหลังตะวันตกดิน สองสามีภรรยาเดินจับมือกันเข้ามายังห้องรับประทานอาหาร คนในครอบครัวที่กำลังนั่งรอหันกลับไปมอง

         ฮัวหยางมองเห็นญาติพี่ผู้ก็ยิ้มกว้างเอ่ยทัก “พี่จิงอวี๋ ท่านมาถึงเสียที ข้ารอมาหลายวันแล้ว”

         ฮัวจิงอวี๋มองดูญาติผู้น้องแล้วยิ้มกว้าง จริงอย่างที่ทุกคนบอก ใบหน้าของฮัวหยางละม้ายกับเขาหลายส่วน หากมองไกลๆ อาจจะคิดว่าเป็นคนเดียวกัน

         “ข้ากับเจ้า เหมือนกันมากจริงๆ ด้วย”

         อู๋จือถึงกับตะลึง นอกจากสามีของตนที่หล่อเหลารูปงามแล้ว ญาติผู้พี่ของสามีนามฮัวจิงอวี๋ก็มีรูปลักษณ์เลอเลิศแพ้กัน

         “ข้าเร่งเดินทางเพราะห่วงว่าเจ้าจะรอนานน่ะสิ” สายตาของฮัวจิงอวี๋หันไปมองสตรีในชุดเครื่องแบบสีแดงเลือดหมูที่ยืนอยู่ข้างๆ ฮัวหยาง

“นี่ล่ะสินะ น้องสะใภ้ของข้า ดูแล้วเหมาะสมกับเจ้ามาก เจ้าสองคนเป็นคู่สวรรค์สร้างจริงๆ”

อู๋จือประสานมือยอบกาย “ขอบคุณญาติผู้พี่”

         ฮัวหยางหัวเราะร่วน “ในจดหมายที่เขียนไป ข้าลืมเล่าเรื่องจือจือให้ท่านฟังเสียสนิท มัวแต่ห่วงเรื่องการตั้งโรงหมอ”

         “ไม่เป็นไร ข้าแอบสอบถามจากพ่อบ้านฝูมาแล้ว”    ฮัวจิงอวี๋ยิ้มน้อยๆ

         เรื่องราวของหมอเทวดาฮัวจิงอวี๋  ฮัวหยางนอนเล่าให้ภรรยาฟังบนเตียงมาหลายคืนแล้ว ครั้นได้พบตัวจริง          อู๋จือคิดว่าฮัวหยางมิได้พูดเกินเลยไปแต่อย่างใด

         ญาติผู้พี่ของสามีช่างเป็นผู้ที่สวรรค์โปรดปรานเสียนี่กระไร รูปร่างหน้าตางดงามไร้ที่ติ แต่...แววตากลับดูเศร้าสร้อยอย่างประหลาด

         “มาๆ พวกเจ้ามาก็ดีแล้ว รีบมานั่งกันเถอะ ทุกคนหิ้วท้องรอเจ้านานแล้ว” คหบดีฮัวมองเห็นคนทั้งสามเดินเข้าก็รีบเรียก

         ในโต๊ะนั้นมีคหบดีฮัว ฮัวฮูหยิน ฮัวซุ่นซีน้องชายของฮัวหยาง ภรรยาของฮัวซุ่นซี และเด็กชายตัวน้อยอีกสองคน

ฮัวจิ้นกับฮัวปินปินบุตรชายตัวน้อยของฮัวไห่เทาผู้เป็นอาในตระกูลสายรองของฮัวหยางได้รับอนุญาตให้มานั่งร่วมโต๊ะอาหารโดยมีมารดาคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ

         พอเห็นพี่สะใภ้อย่างอู๋จือ เด็กน้อยทั้งสองก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาทันทีทันใด

ฮัวฮูหยินที่ลอบสังเกตอยู่หัวเราะออกมาเบาๆ  “พวกเจ้าตัวเล็ก เจอมือปราบประจำบ้านเราทีไรก็ทำตัวดีตลอด”

         “ท่านแม่ อย่าเย้าอย่างนั้นสิเจ้าคะ พวกเขาแค่อยู่ในระเบียบวินัยแค่นั้นเอง” อู๋จือรีบแย้ง นางกลัวเด็กชายสองคนจะไม่สบายใจเพราะนางเคยจับผิดพวกเขาได้ เมื่อครั้งเล่นฝังสมบัติของท่านย่าจนเกิดเรื่องวุ่นวายโกลาหลในคฤหาสน์

         ฮัวจิงอวี๋มองตามสายตาของท่านอาสะใภ้ก็เห็นว่าญาติผู้น้องจอมซนทั้งสองเมื่อครู่ยังนั่งกินอาหารอย่างไม่ค่อยสำรวมนัก ทว่าพอเห็นอู๋จือทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เด็กทั้งสองก็มีท่าทีระมัดระวัง

         “มีมือปราบอยู่ในครอบครัวก็ดีอย่างนี้เอง พวกเด็กซนทั้งหลายกลัวจะถูกจับเข้าคุกจึงต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่” คหบดีฮัว พูดพลางยิ้มเอ็นดูหลานๆ

         “ที่แท้ เด็กสองคนก็เกรงใจน้องสะใภ้นี่เอง”

         ฮัวซุ่นซียิ้มกว้าง ในขณะที่ภรรยาของฮัวซุ่นซีสาละวนกับการคีบอาหารเอาใจมารดาของสามี

“เขากลัวกันมานานแล้วขอรับพี่จิงอวี๋ ทุกวันนี้หากจะสั่งสอนอันใดก็ต้องมอบให้เป็นหน้าที่ของพี่จือ”

         ฮัวจิงอวี๋พยักหน้าหงึกหงัก เขารู้สึกดีใจแทนอู๋จือผู้เป็นน้องสะใภ้ที่ได้รับการยอมรับในครอบครัวของสามี และเข้ากับทุกคนได้ดี

โดยทั่วไปในครอบครัวที่ร่ำรวยมหาศาลอย่างสกุลฮัว ยากนักที่ลูกสะใภ้จากสกุลยากจนจะอยู่อย่างมีความสุขได้ อาจจะเป็นเพราะฮัวหยางรักใคร่ภรรยามาก ทำให้คนทั้งเรือนพลอยเอ็นดูน้องสะใภ้คนนี้ด้วย

         หลังรับประทานอาหาร อู๋จือพาหลานๆ ไปเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าเรือนใหญ่ นางสอนพวกเขาตวัดกระบี่สองสามท่าพอได้ออกกำลังให้อาหารในท้องได้ย่อย

มือปราบหญิงหาซื้อกระบี่ไม้ที่มีขนาดเหมาะกับฮัวจิ้นและฮัวปินปินคนละอัน พร้อมทั้งสอนวิชากระบี่ให้ด้วย เด็กสองคนจึงติดพี่สะใภ้อย่างมากและใฝ่ฝันอยากจะเป็นมือปราบเลื่องชื่อ

         คหบดีฮัวกับลูกหลานไปนั่งอยู่โต๊ะที่ระเบียงกว้างปรึกษาหารือเรื่องการตั้งโรงหมอในเมืองหลวง

ฮัวหยางมองญาติผู้พี่ “ที่ข้าเขียนจดหมายไปเชิญท่านพี่มาก็เพราะเห็นว่ายามนี้ร้านยาสมุนไพรของสกุลฮัว มีถึงสิบสาขาแล้ว ข้าเองก็คิดค้นและปรุงยาใหม่ๆ ออกมาหลายสิบขนาน เหลือเพียงการตรวจรักษาโรคที่ข้ายากจะทำด้วยตนเองได้ไหว”

         คหบดีฮัวรีบสำทับ “อาเองเห็นว่าเจ้ามีความสามารถจนถูกเรียกขานว่า หมอเทวดา ควรจะได้ใช้ความรู้ช่วยเหลือผู้คนอย่างเต็มที่ โรงหมอสกุลฮัวที่เราจะตั้งขึ้นนี้ อาตั้งใจจะช่วยเหลือคนยากไร้ไปด้วยส่วนหนึ่ง ที่ผ่านมาหากคนจนเจ็บป่วยหนักยากนักที่พวกเขาจะมีเงินมารักษา สุดท้ายก็ต้องเสียชีวิตไปอย่างน่าอนาถ”

         ฮัวจิงอวี๋ยิ้มให้กับท่านอาและญาติผู้น้อง

         “เป็นเพราะพวกท่านบอกกล่าวเช่นนี้ ข้าจึงได้ยอมลงจากเขามาเพื่อช่วยพวกท่านตั้งโรงหมอ ที่ผ่านมาข้าเองก็ลงไปที่หมู่บ้านเชิงเขาเป็นบางครั้งเพื่อช่วยตรวจรักษาให้คนยากคนจนโดยไม่เก็บค่ารักษา แต่ยาหลายอย่างต้องใช้เงินซื้อ นี่เป็นข้อจำกัดที่สำคัญข้อหนึ่ง”

         ฮัวซุ่นซียิ้มน้อยๆ “ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ ข้ากับภรรยาดูแลบัญชีรายได้ทั้งหมดของร้านเฉี่ยนซือ พวกเราแบ่งกำไรส่วนหนึ่งเอาไว้เพื่อสนับสนุนค่ายาให้กับโรงหมอเพื่อให้ท่านได้ช่วยเหลือคนยากไร้อย่างเต็มที่”

         “ขอบใจนะ เสี่ยวซุ่นซี ได้ยินเช่นนี้ข้าก็สบายใจ”

         “ไม่ได้มีแต่ค่ายาของคนจนนะขอรับ ยังมีเบี้ยหวัดของท่านด้วย โรงหมอสกุลฮัว ของเรามีปณิธานคือจะดูแลรักษาคนรวยเพื่อเอาเงินมาช่วยคนจน”

         ฮัวจิงอวี๋ยิ้มกว้าง “ดีๆ ถ้าอย่างนั้นข้าก็สบายใจ”

         ฮัวหยางยื่นมือมาจับแขนญาติผู้พี่ “โรงหมอสกุลฮัว มอบให้ท่านเป็นผู้ดูแล ข้าเชื่อมั่นว่าชื่อเสียงในการรักษาของท่านจะทำให้ยาในร้านเฉี่ยนซือขายดีมากยิ่งขึ้น นั่นหมายถึงเราจะได้ช่วยเหลือคนยากไร้ได้มากขึ้น”

         “เสี่ยวหยาง เจ้าเองก็ต้องเจียดเวลามาช่วยข้าตรวจโรคให้คนป่วยด้วยเล่า ทิ้งไว้นานจะลืมวิชาเสียเปล่า”

ฮัวหยางมองหน้าญาติผู้พี่ “จริง ข้าเองก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ถ้าโรงหมอมีท่านอยู่เป็นหลัก ข้าก็จะแวะเวียนไปช่วยตรวจคนไข้เป็นครั้งคราว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    41 ภรรยาของข้า (ตอนจบ)

    เช้าวันต่อมา คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ออกมาจากห้องหอในตอนสายเพื่อคารวะน้ำชาผู้อาวุโส จากนั้นฮัวจิงอวี๋ก็จูงมือภรรยาพาเดินเล่นทั่วคฤหาสน์ พอเดินผ่านไปยังเรือนรับรองแขก ฮัวจิงอวี๋ก็แปลกใจที่มีกุญแจปิดเอาไว้ เขาจึงถามบ่าวรับใช้ที่เดินกำลังมา “เหตุใดจึงปิดเรือนนี้เล่า” “ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ข้าน้อยไปถามพ่อบ้านเมื่อเช้า พ่อบ้านก็บอกว่าไม่ได้ส่งคนมาปิด” สองสามีภรรยาหันมาสบตากันพร้อมเลิกคิ้ว หลัวเผิงเผิงจึงบอกบ่าวผู้นั้นให้หาคนมางัดกุญแจออก “คงไม่มีคนถูกขังไว้ข้างในหรอกนะ” ฮัวจิงอวี๋ตั้งข้อสังเกต ผัวะ! ประตูของเรือนรับรองถูกเปิด เมื่อพ่อบ้านใหญ่ของคฤหาสน์สกุลหลัวเดินนำหน้าบ่าวรับใช้กับสาวใช้เข้าไปข้างใน สาวใช้ก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ หลัวเผิงเผิงกับฮัวจิงอวี๋ที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบวิ่งเข้ามาดู พอเห็นร่างเปลือยที่กอดก่ายกันโดยมีผ้าห่มปิดอยู่ช่วงกลางของท่อนล่างก็พากันตะลึง “กุ่ยอี๋จือ! เสี่ยวไป๋!” แผ่นหลังหนาที่มีผ้าห่มคลุมอยู่ถึงบั้นเอว ลืมตาขึ้นกลับมามองคน

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    40 ข้าช่วยเอง

    “ใต้เท้า ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เสี่ยวไป๋ชะโงกไปดู “ข้า....ข้า..ร้อนรุ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัว เจ้าไม่เห็นหรือ” สายตาของกุ่ยอี๋จือมองไปยังเป้ากางเกงของตน เสี่ยวไป๋เห็นแล้วว่ากุ่ยอี๋จือกำลังอยู่ในสภาพตื่นตัว เขาบิดกายไปมาคล้ายงูกำลังดิ้น “ข้ารู้แล้ว มีคนวางยาเพื่อทำร้ายท่าน ข้าจับมันได้แต่ก็ต้องปล่อยเพื่อมาช่วยท่านก่อน” เสี่ยวไป๋นึกอยากจะด่าทอบุรุษที่นอนร้องครวญครางอยู่ตรงหน้า หากไม่เป็นเพราะเขากระทำเรื่องเลวทรามกับผู้อื่นก่อน มีหรือจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ “ข้าปล่อยท่านก่อนก็แล้วกัน”เสี่ยวไป๋รีบพุ่งไปที่หัวเตียง แกะเชือกที่มัดแขนทั้งสองข้างของกุ่ยอี๋จือออก ระหว่างนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกเวียนหัว กลิ่นหอบของกำยานที่ถูกจุดมานานกว่าสองเค่อนั้นตลบอบอวลไปทั่วห้อง เสี่ยวไป๋สูดหายใจเข้าไปพักหนึ่งก็เริ่มรู้สึกร้อนรุมราวถูกสุมไฟด้วยเช่นกัน “ห้องนี้น่าแปลกจริง” บ่าวรับใช้ร่างใหญ่รู้สึกว่าทั่วร่างคล้ายไม่ค่อยสบาย “ข้าเองก็รู้สึกร้อนด้วยเช่นกัน” กุ่ยอี๋จือที่เข้าหอหลบจันทร์อยู่บ่อยๆ รู้ดีว่าเสี่ยวไป๋กำลังถูกรมด้วยกำยานปลุกกำหนัด จึงชี้ไปยังมุมห้อ

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    39 ถูกแก้แค้น

    สภาพของกุ่ยอี๋จือในตอนที่เสี่ยวไป๋นำกลุ่มมือปราบย้อนกลับไปช่วยก็ค่อนข้างสะบักสะบอม “ใต้เท้ากุ่ย เป็นอย่างไรบ้างขอรับ” เสี่ยวไป๋วิ่งเข้าไปประคองกุ่ยอี๋จือที่กำลังนอนคลุกฝุ่นอยู่ให้ลุกขึ้น ในขณะที่มือปราบทั้งสี่พยายามวิ่งไล่จับบุรุษสองคนที่รุมทำร้ายกุ่ยอี๋จือ เสี่ยวไป๋ก็เข้าไปนั่งยองๆ ประคองขุนนางหนุ่มให้ลุกขึ้น “เจ้าเองหรือ” เสียงของคนถามอ้อแอ้กุ่ยอี๋จือจำบ่าวรับใช้ของหลัวเผิงเผิงได้แต่ยามนี้เขาเจ็บระบมไปหมดทั้งหมด แม้จะอยากสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุม “ใต้เท้า ใบหน้าของท่านเขียวช้ำไปหมดแล้ว” กุ่ยอี๋จือก็แทบจะทรงตัวไม่ไหว เขาพยายามยังดันตัวออกห่างจากเสี่ยวไป๋ทว่ากลับปวดแปลบที่ขา “โอ๊ย!” “ข้าบอกแล้วว่าใต้เท้าได้รับบาดเจ็บ ท่านให้ข้าช่วยดีกว่าขอรับ” เสี่ยวไป๋อุ้มร่างที่บางกว่าของกุ่ยอี๋จือลอยหวือขึ้น “เจ้าจะพาข้าไปที่ใด” “พาท่านไปหาหมอน่ะสิขอรับ” ใบหน้าของเสี่ยวไป๋เรียบเฉย เหลือบตามองกุ่ยอี๋จือเล็กน้อย หลัวเผิงเผิงกับฮัวจิงอวี๋กำลังเดินกลับมายังโรงหมอ พอมองเห็นเสี่ยวไป๋อุ้มกุ่ยอี๋จือก็พากันตะลึง

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    38 ไม่คู่ควร

    “เผิงเผิง พ่อไม่ได้คิดจะทำให้เจ้าต้องล้มเจ็บเลยจริงๆ แค่ต้องการให้เจ้าลืมบุรุษที่อยู่บนเขาคนนั้นเสีย เขาเป็นเพียงหมอชาวบ้าน เจ้ากับเขาจะใช้ชีวิตด้วยกันได้อย่างไร” “ท่านพ่อ ท่านไม่ได้เป็นห่วงข้า หากแต่ต้องการให้ข้าอยู่เป็นหัวหน้าตระกูลช่วยท่านต่างหาก” หญิงสาวเอียงคอมองบิดา บัดนี้ความทรงจำของนางกลับคืนมาเกือบหมดแล้ว“ข้าไม่ได้คิดจะทอดทิ้งสกุลเลยสักนิด ในตอนนั้นข้าเขียนจดหมายไปขออนุญาตท่านให้ข้าแต่งงานกับเขา คิดจะพาเขาลงจากเขามาอยู่ในเมืองหลวง แต่ท่านต้องการให้ข้าหาขุนนางมาแต่งด้วยสักคนจึงได้คิดกีดกันไม่ให้ข้ากับเขาได้อยู่ด้วยกัน ท่านให้คนเขียนจดหมายไปตัดรอนเขาแทนข้าและยังให้พ่อบ้านจูวางยาลืมอดีตให้ข้ากินอีก หากว่าข้าตายไปเพราะน้ำมือของพ่อบ้านจูคงทำให้คนรักของข้าโกรธแค้นที่ข้าไม่รักษาสัญญาไปจนวันตาย” คนทั้งหลายที่ได้ยินได้ฟังล้วนแล้ววิจารณ์กันขรม พวกเขาเห็นใจหลัวเผิงเผิงและมองว่าผู้อาวุโสสกุลหลัวใจร้ายใจดำยิ่งบรรดาผู้เฒ่าในสกุลหลัวที่มาร่วมฟังการไต่สวนพากันยิ้มเจื่อน ทุกอย่างล้วนเกี่ยวพันกับพวกตนที่กดดันให้คหบดีหลัวต้องพยายามกีดกันบุตรสาวกับคนรัก จนนางแทบจะเอา

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    37 สกุลกุ่ยล่ม

    กุ่ยอี๋จือแข้งขาอ่อนแรง ต้องให้ผู้ติดตามเข้ามาหามออกจากศาลกลับที่พัก ภารกิจที่ท่านลุงใช้ให้มาทำเป็นอันว่าล้มเหลว ตอนที่มาถึงเมืองเชียนเหยาใหม่ๆ เขาได้แอบไปตกลงกับใต้เท้าพานแทนท่านลุงแล้วว่าหากไม่โยงไม่ถึงข้างบน จะช่วยดูแลครอบครัวของใต้เท้าพานให้อย่างดี ขุนนางผู้นี้ก็รับปากเขาแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าใต้เท้าพานกันใต้เท้าฟางจะแตกคอกันทำให้ความแตกกุ่ยอี๋จือกลัวว่าตนเองจะถูกลากลงน้ำขุ่นไปด้วยจึงแอบหนีกลับเมืองหลวงก่อน “ใต้เท้ากุ่ยแอบกลับไปก่อนเราเสียแล้ว” หลัวเผิงเผิงบอกกับสหายขุนนาง “ลุงของเขาถูกพาดพิงเช่นนั้นก็คงต้องรีบไปหาทางจัดการ คดีใหญ่นัก หากเป็นความจริง สกุลกุ่ยคงถึงคราวตกอับแน่” ซึงต้าลู่ยืนวิจารณ์อย่างสิ้นความเกรงใจ “เจ้าพูดเช่นนี้ ไม่กลัวเขาโกรธแล้วหรือ” ซึงต้าลู่ส่ายหน้า “เจ้าไม่ได้เคยยินประโยคที่ว่าน้ำลดตอผุดหรือ คราวนี้น้ำลดแล้ว เห็นทีรองเจ้ากรมคลังกุ่ยคงหลบเลี่ยงลำบาก ที่ข้าไม่กลัวเพราะเห็นเจ้า ใต้เท้าหลัว หน้าตาของเจ้าเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร หญิงสาวยิ้มน้อยๆ พยักหน้ารับ “ข้ายอมรับ ข้าพอจะรู้ เพียงแ

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    36 ปิดคดีเก่า

    ยามนั้นจางเจิ้งจีกับหวังหวั่นสองสามีภรรยามือปราบก็กลับจากเมืองหลวงพร้อมกับบันทึกคดีเตียวซืออินและหลักฐานที่เพิ่งค้นพบ “จูอิ่นจือร้ายจริงๆ เขาแอบว่าจ้างเตียวซืออินให้ยอมแต่งกับท่าน ยามนั้นสกุลเตียวเป็นหนี้บิดาของท่านจำนวนมาก เตียวซืออินจึงได้รับปาก ตอนหลังจูอิ่นจือคิดจะบังคับให้เตียวซืออินวางยาท่าน เขาจึงได้คิดหนีออกจากคฤหาสน์สกุลหลัว” หลัวเผิงเผิงตะลึง “จูอิ่นจือเป็นผู้ฆ่าเตียวซืออินหรือ” “ใช่แล้ว จูอิ่นจือไปจ้างให้ซุยจี้เซิงหลอกให้อดีตสามีของท่านไปตามนัดหมาย จากนั้นตัวเขาก็ลอบเข้าไปฆ่าคนทั้งสองเสีย ข้าเข้าไปขอค้นในห้องพักเขาที่คฤหาสน์สกุลหลัวแล้ว มีเสื้อผ้าและอาวุธตรงกับบาดแผลในร่างกายของคนทั้งสอง” หลัวเผิงเผิงนั่งฟังจางเจิ้งจีที่เล่าการอำพรางคดีให้กับตุลาการเชียนเหยาด้วยความคาดไม่ถึง “พ่อบ้านจูผู้นี้ ฉลาดนัก เตรียมอาวุธมีขนาดเดียวกันเอาไว้ ทำให้มือปราบไขว้เขว ข้าเองก็มองออกเป็นสองอย่าง พวกเขาฆ่ากันเองกับมีคนบุกเข้าไปฆ่า แต่จนใจที่ไร้พยานหลักฐาน หากว่าใต้เท้าหลัวไม่เปิดเผยความจริง ป่านนี้ก็คงจะจับคนร้ายไม่ได้” จางเจิ้งจีหันไปหาหลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status