Share

4 คู่แข่งการค้า

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-29 17:38:04

         นายท่านผู้เฒ่าผู้เป็นบิดาของคหบดีฮัวเป็นหมอผู้ลึกลับ  เร้นกายอยู่บนภูเขา ผู้คนเรียกขานกันว่า ‘หมอเทวดาฮัว’ บุตรชายคนโตคือคหบดีฮัวทำการค้าร้านสมุนไพร บุตรชายคนรองเป็นหมอที่เก่งกาจชอบอยู่บนภูเขา ส่วนบุตรคนเล็กเป็นจอมยุทธ์พเนจร 

ตอนฮัวหยางยังเด็ก เขาเคยติดตามท่านลุงรองขึ้นไปเรียนวิชาแพทย์กับท่านปู่บนเขาหลายปี หลังจากลงจากเขา ท่านลุงรองยังวนเวียนตามมาเยี่ยมเยือนคอยสอนวิชาแพทย์ให้เขาที่เรือนปรุงยาอยู่หลายคราว

         “ได้ขอรับ ข้าว่าพอเราประกาศออกไปว่าจะตั้งโรงหมอสกุลฮัว น่าจะมีหมอหลายคนอยากจะมาสมัครทำงานด้วย” ฮัวหยางยิ้ม

         “ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปลงประกาศในจดหมายข่าวของสำนักข่าวนกกระจิบ เพื่อให้คนทั่วแคว้นได้รับรู้เรื่องนี้” ฮัวซุ่นซียิ้มกว้าง “และเป็นการทำให้หมอทั้งหลายที่อยากจะร่วมงานกับสกุลฮัวได้มาแสดงตัวด้วย”

         “เช่นนั้นก็ดี” คหบดีฮัวพออกพอใจ “วันหน้ากำไรเรามาก เราก็ได้ช่วยคนยากไร้มากขึ้นด้วย”

       ณ คฤหาสน์สกุลหลัวเจ้าของร้านยาหวนเจี่ย

         หลัวเผิงเผิงขยำจดหมายข่าวปาลงพื้นด้วยความหัวเสีย นางอุตส่าห์เข้าไปเป็นขุนนางในกรมคลังเพื่อหวังช่วยผลักดันการค้าสกุลหลัว ผ่านมาหลายปีนางรู้ถ่องแท้ในกฎหมายภาษี ทำให้ร้านค้าสมุนไพรหวนเจี่ยลดการจ่ายภาษีได้มาก แต่ก็ยังสู้กิจการร้านยาเฉี่ยนซือของสกุลฮัวไม่ได้

         “เสี่ยวเผิงเผิง มีข่าวอันใดทำให้เจ้าไม่พอใจหรือ ”

         “พวกสกุลฮัว น่ะสิเจ้าคะ”

         “สกุลฮัว ทำไมหรือ” คหบดีฮัวไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกมากนัก ระยะนี้กำลังสนใจในการสวดมนต์และนั่งสมาธิ จึงมิได้รู้ว่าข้างนอกเกิดความเปลี่ยนแปลงอันใดบ้าง

         “พวกเขากำลังจะตั้งโรงหมอ โดยการเชิญหมอเทวดาฮัวจิงอวี๋มาจากเขาหลงเฟยซาน เดิมทีชื่อเสียงของฮัวหยางก็โด่งดังจากยาหลายสิบขนานที่เขาปรุงออกมาจำหน่ายอยู่แล้ว ยามนี้หากตั้งโรงหมอสกุลฮัว ขึ้นมาอีก ร้านหวนเจี่ยของเราก็คงจะตกที่นั่งลำบาก”

         “เสี่ยวเผิงเผิง ร้านเรามีถึงห้าสาขาในเมืองหลวงแล้ว ตอนนี้พี่น้องของเจ้ายังเปิดร้านสาขาที่เมืองไท่หยางกับเมืองฉู่จิ้งอีก นับว่ากิจการของสกุลหลัวก้าวหน้าไปอีกขั้น เจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ”

         “ท่านพ่อเจ้าคะ ยอดขายของเราระยะนี้กำลังเติบโตก็จริง แต่เมื่อเทียบกับยาลูกกลอนของท่านหมอฮัวแห่งร้านเฉี่ยนซือนับว่ายังห่างไกล”

         หลัวเผิงเผิง รู้ว่าบิดาของนางระมัดระวังเรื่องการเงินมาโดยตลอด สาขาใหญ่ทั้งหลายค่อยๆ ขยับขยายมาตามลำดับ

ท่านปู่ของหลัวเผิงเผิง เป็นพ่อค้าสมุนไพรมาจากเมืองไท่หยางซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองหลวงอยู่ใกล้ชายแดนแคว้นเหลียน เริ่มปักหลักในเมืองหลวงโดยการก่อตั้งร้านค้าเล็กๆ จนถึงรุ่นบิดาก็ขยายร้านค้าขึ้นหลายคูหากลายเป็นร้านใหญ่และมีสาขาที่สองตามมา

       ท่านปู่ของหลัวเผิงเผิงสอนเสมอว่า ‘กิจการค้าความมั่นคงทางการเงินสำคัญพอๆ กับการเติบโต ขอเพียงมีเงินเก็บใช้ในครัวเรือน และมีเงินทุนในกิจการมากเพียงพอ วันหน้าหากเกิดปัญหาขึ้น ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็สามารถแก้ไขได้’

         มาถึงวันนี้ กิจการร้านยาสมุนไพรหวนเจี่ยนับว่าเป็นที่รู้จักของชาวเมืองและชาวแคว้นมากขึ้น แต่...หลัวเผิงเผิงยังไม่พอใจ นางอยากทำให้ร้านหวนเจี่ยกลายเป็นขายยาสมุนไพรอันดับหนึ่งในแคว้นหมิง

         นี่คือ...หนทางที่จะทำให้ผู้อาวุโสในตระกูลยอมรับในความสามารถของนาง และยินยอมยกตำแหน่ง ‘หัวหน้าตระกูล’ ให้นางสืบทอด

         “แต่เราไม่ควรปล่อยให้พวกเขาทำอย่างราบรื่นเกินไป สาขาที่ห้าของเราเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ข้าหวังไว้ว่าในปีนี้เราจะเปิดสาขาที่หก” หลัวเผิงเผิงไม่นับกิจการร้านยาที่ญาติๆ ขอเปิดในหัวเมืองอื่นอีกสองสาขาเพราะนั่นเป็นการแบ่งปันให้พวกเขาได้มีโอกาสลืมตาอ้าปาก

         “แล้วเจ้าคิดทำอย่างไร ”

         “ท่านพ่อ ข้าจะต้องไปสืบเรื่องนี้และลงมือให้เร็ว ไม่ให้สกุลฮัว ทำสำเร็จเจ้าค่ะ” สีหน้าของหลัวเผิงเผิงเคร่งเครียด

         “เจ้าจะทำสิ่งใดกับคนตระกูลนั้นก็ระวังสักหน่อย แม้ฮัวซุ่นซีจะเป็นคนซื่อ ตรงไปตรงมา แต่ฮัวหยางกลับมิใช่”

         “เจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าจะระวังตัว คงต้องสืบเรื่องของ         ฮัวจิงอวี๋ให้ละเอียดเสียก่อนจึงค่อยลงมือ ได้ยินว่าหมอฮัวผู้นี้เป็นญาติของฮัวหยาง สมญานามหมอเทวดาคงไม่ได้มาเพราะตั้งเอาเองเป็นแน่”

         “สกุลฮัว ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความสามารถทางการแพทย์อยู่แล้ว แค่ฮัวหยางคนเดียวก็ทำให้ร้านเฉี่ยนซือเป็นอันดับหนึ่ง หากมีฮัวจิงอวี๋เพิ่มมาอีกคน เห็นทีชาวเมืองคงจะซื้อแต่ยาร้านนั้นแน่”

         “นี่ล่ะเจ้าค่ะ ข้าว่าพวกเราควรจะรีบขยับตัวให้เร็ว”

         คหบดีหลัวพยักหน้ารับ “เจ้าจะทำสิ่งใดก็ไปทำเถิด พ่อเชื่อมั่นในความสามารถของเจ้า”

         หลัวเผิงเผิง ส่งสายสืบของตนไปด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าคฤหาสน์สกุลฮัวหลายวัน พอได้ยินว่าท่านหมอฮัว  ผู้พี่เป็นบุรุษรูปงามไม่ต่างจากท่านหมอฮัวหยางผู้น้องก็นึกอยากจะเห็นด้วยตาตนเอง

         “เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้มองผิด นั่นอาจจะเป็นฮัวหยางก็ได้ ฮัวซุ่นซีเป็นน้องแท้ๆ ของฮัวหยางแม้จะถือว่าหน้าตาดีแต่กลับมิได้รูปงามราวเทพเซียนอย่างน้องชาย แล้วญาติผู้พี่จะเหมือนได้อย่างไร”

         “คุณชายขอรับ ข้าเคยเห็นหมอฮัวหยาง อยู่ไม่กี่ครั้งก็จริงแต่ก็จดจำใบหน้าได้แม่นยำอยู่ หมอฮัวจิงอวี๋สูงกว่าหมอฮัวหยางขอรับ ใบหน้าค่อนไปทางจะงามมากกว่าหล่อ”

         ขุนนางหญิงขมวดคิ้วขณะมองบ่าวรับใช้คนสนิท“ออกไปทางงาม อย่างนั้นหรือ หากเจ้ายืนยันเช่นนั้น ข้าก็จะไปดูเขาด้วยตนเอง”

         เสี่ยวไป๋ยิ้มน้อยๆ คุณหนูของเขายังคงมีนิสัยโผงผางอย่างบุรุษ และยังนิยมคนงามเช่นเดิม น่าเสียดายต้องยอมแต่งงานกับเตียวซืออินผู้นั้นเพราะแรงกดดันจากเหล่าผู้อาวุโสในสกุล

ฮัวจิงอวี๋ที่ย่างเท้าลงจากบันไดประตูหน้าคฤหาสน์เหลือบไปเห็นคนที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงก็ขมวดคิ้ว ร่างของหลัวเผิงเผิงโผล่ออกมาแวบหนึ่ง

หลัวเผิงเผิงมักจะแต่งกายเป็นคุณชายน้อย แต่ใบหน้าที่เกลี้ยงเกลางดงามนั้นก็ทำให้ดูออกได้ไม่ยากว่านางเป็นสตรี ทว่าฮัวจิงอวี๋กลับเห็นไม่ถนัดตาจึงคิดว่ามีบุรุษมาด้อมๆ มองๆ ตน ในใจจึงรู้สึกขุ่นมัว

ขณะเดียวกันสตรีหลายคนก็เดินนวยนาดผ่านมาพอดี ฮัวจงอวี๋หันไปมองพวกนาง พลันเขาจึงได้เห็นสายตาตกตะลึงแกมชื่นชม หญิงสาวเหล่านั้นพากันเขินอายชายหนุ่มรูปงามจนใบหน้าแดงก่ำ

หลัวเผิงเผิง ได้เห็นฮัวจิงอวี๋เต็มตาก็นิ่งอึ้งไปเช่นกัน นางไม่คาดคิดมาก่อนจะว่าจะมีบุรุษที่ดูงดงามยิ่งกว่าอิสตรีเช่นนี้ในเมืองหลวง

“คุณหนู ท่านเห็นหรือไม่  หมอฮัวใหญ่ผู้นี้เป็นคนรูปงามล้ำอย่างที่ข้าบอกจริงๆ นะขอรับ”

หลัวเผิงเผิงมองเขาด้วยดวงตาเลื่อนลอย คนผู้นี้รูปงามราวกับมิได้มีอยู่จริง ดวงตาหงส์งดงามกับคิ้วกระบี่ที่หางเฉียงขึ้นเล็กน้อยนั่น ทำให้นางถึงกับเคลิ้มไปชั่วขณะ

“อืม...จริงอย่างที่เจ้าบอก คนผู้นี้รูปงามยิ่ง”

“วันนี้หมอใหญ่ฮัวน่าจะไปดูการตกแต่งโรงหมอแห่งใหม่นะขอรับ”

เสี่ยวไป๋หมายถึงอาคารบนถนนร่ำสุข ที่สกุลฮัวเพิ่งไปทำสัญญาเช่ามาจากสกุลเจิ้งเมื่อไม่กี่วันก่อน

“ข้าลืมไปได้อย่างไร  ใต้เท้าเจิ้งกับข้าก็สนิทสนมกันดี หากรู้ว่าฮัวหยางคิดจะเช่าอาคารนั้นล่ะก็ ข้าไปยับยั้งก่อนก็สิ้นเรื่องแล้ว” หลัวเผิงเผิงเอ่ยด้วยความเสียดาย

“ท่านไม่ได้รู้ล่วงหน้านี่ขอรับ พวกเขาตกลงกันไปแล้ว ท่านจะไปหักหาญได้อย่างไร”

หลัวเผิงเผิง เม้มปาก “ถ้าหากรู้ก่อน ข้ามีวิธีจะจัดการไม่ให้ฮัวหยางเช่าได้ก็แล้วกัน”

เสี่ยวไป๋ชะงัก “ข้ารู้ขอรับว่าคุณหนูเป็นคนเจ้าเล่ห์ เอ๊ย! เจ้าแผนการ แต่ตอนนี้ข้าว่า คุณหนูควรขัดขวางไม่ได้พวกเขาตกแต่งโรงหมอได้สำเร็จจะดีกว่า”

“จริงของเจ้า ขัดขวางพวกเขาก่อน แล้วข้าค่อยไปดำเนินแผนขั้นต่อไป” หลัวเผิงเผิงพยักหน้าเห็นด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    41 ภรรยาของข้า (ตอนจบ)

    เช้าวันต่อมา คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ออกมาจากห้องหอในตอนสายเพื่อคารวะน้ำชาผู้อาวุโส จากนั้นฮัวจิงอวี๋ก็จูงมือภรรยาพาเดินเล่นทั่วคฤหาสน์ พอเดินผ่านไปยังเรือนรับรองแขก ฮัวจิงอวี๋ก็แปลกใจที่มีกุญแจปิดเอาไว้ เขาจึงถามบ่าวรับใช้ที่เดินกำลังมา “เหตุใดจึงปิดเรือนนี้เล่า” “ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ข้าน้อยไปถามพ่อบ้านเมื่อเช้า พ่อบ้านก็บอกว่าไม่ได้ส่งคนมาปิด” สองสามีภรรยาหันมาสบตากันพร้อมเลิกคิ้ว หลัวเผิงเผิงจึงบอกบ่าวผู้นั้นให้หาคนมางัดกุญแจออก “คงไม่มีคนถูกขังไว้ข้างในหรอกนะ” ฮัวจิงอวี๋ตั้งข้อสังเกต ผัวะ! ประตูของเรือนรับรองถูกเปิด เมื่อพ่อบ้านใหญ่ของคฤหาสน์สกุลหลัวเดินนำหน้าบ่าวรับใช้กับสาวใช้เข้าไปข้างใน สาวใช้ก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ หลัวเผิงเผิงกับฮัวจิงอวี๋ที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบวิ่งเข้ามาดู พอเห็นร่างเปลือยที่กอดก่ายกันโดยมีผ้าห่มปิดอยู่ช่วงกลางของท่อนล่างก็พากันตะลึง “กุ่ยอี๋จือ! เสี่ยวไป๋!” แผ่นหลังหนาที่มีผ้าห่มคลุมอยู่ถึงบั้นเอว ลืมตาขึ้นกลับมามองคน

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    40 ข้าช่วยเอง

    “ใต้เท้า ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เสี่ยวไป๋ชะโงกไปดู “ข้า....ข้า..ร้อนรุ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัว เจ้าไม่เห็นหรือ” สายตาของกุ่ยอี๋จือมองไปยังเป้ากางเกงของตน เสี่ยวไป๋เห็นแล้วว่ากุ่ยอี๋จือกำลังอยู่ในสภาพตื่นตัว เขาบิดกายไปมาคล้ายงูกำลังดิ้น “ข้ารู้แล้ว มีคนวางยาเพื่อทำร้ายท่าน ข้าจับมันได้แต่ก็ต้องปล่อยเพื่อมาช่วยท่านก่อน” เสี่ยวไป๋นึกอยากจะด่าทอบุรุษที่นอนร้องครวญครางอยู่ตรงหน้า หากไม่เป็นเพราะเขากระทำเรื่องเลวทรามกับผู้อื่นก่อน มีหรือจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ “ข้าปล่อยท่านก่อนก็แล้วกัน”เสี่ยวไป๋รีบพุ่งไปที่หัวเตียง แกะเชือกที่มัดแขนทั้งสองข้างของกุ่ยอี๋จือออก ระหว่างนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกเวียนหัว กลิ่นหอบของกำยานที่ถูกจุดมานานกว่าสองเค่อนั้นตลบอบอวลไปทั่วห้อง เสี่ยวไป๋สูดหายใจเข้าไปพักหนึ่งก็เริ่มรู้สึกร้อนรุมราวถูกสุมไฟด้วยเช่นกัน “ห้องนี้น่าแปลกจริง” บ่าวรับใช้ร่างใหญ่รู้สึกว่าทั่วร่างคล้ายไม่ค่อยสบาย “ข้าเองก็รู้สึกร้อนด้วยเช่นกัน” กุ่ยอี๋จือที่เข้าหอหลบจันทร์อยู่บ่อยๆ รู้ดีว่าเสี่ยวไป๋กำลังถูกรมด้วยกำยานปลุกกำหนัด จึงชี้ไปยังมุมห้อ

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    39 ถูกแก้แค้น

    สภาพของกุ่ยอี๋จือในตอนที่เสี่ยวไป๋นำกลุ่มมือปราบย้อนกลับไปช่วยก็ค่อนข้างสะบักสะบอม “ใต้เท้ากุ่ย เป็นอย่างไรบ้างขอรับ” เสี่ยวไป๋วิ่งเข้าไปประคองกุ่ยอี๋จือที่กำลังนอนคลุกฝุ่นอยู่ให้ลุกขึ้น ในขณะที่มือปราบทั้งสี่พยายามวิ่งไล่จับบุรุษสองคนที่รุมทำร้ายกุ่ยอี๋จือ เสี่ยวไป๋ก็เข้าไปนั่งยองๆ ประคองขุนนางหนุ่มให้ลุกขึ้น “เจ้าเองหรือ” เสียงของคนถามอ้อแอ้กุ่ยอี๋จือจำบ่าวรับใช้ของหลัวเผิงเผิงได้แต่ยามนี้เขาเจ็บระบมไปหมดทั้งหมด แม้จะอยากสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุม “ใต้เท้า ใบหน้าของท่านเขียวช้ำไปหมดแล้ว” กุ่ยอี๋จือก็แทบจะทรงตัวไม่ไหว เขาพยายามยังดันตัวออกห่างจากเสี่ยวไป๋ทว่ากลับปวดแปลบที่ขา “โอ๊ย!” “ข้าบอกแล้วว่าใต้เท้าได้รับบาดเจ็บ ท่านให้ข้าช่วยดีกว่าขอรับ” เสี่ยวไป๋อุ้มร่างที่บางกว่าของกุ่ยอี๋จือลอยหวือขึ้น “เจ้าจะพาข้าไปที่ใด” “พาท่านไปหาหมอน่ะสิขอรับ” ใบหน้าของเสี่ยวไป๋เรียบเฉย เหลือบตามองกุ่ยอี๋จือเล็กน้อย หลัวเผิงเผิงกับฮัวจิงอวี๋กำลังเดินกลับมายังโรงหมอ พอมองเห็นเสี่ยวไป๋อุ้มกุ่ยอี๋จือก็พากันตะลึง

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    38 ไม่คู่ควร

    “เผิงเผิง พ่อไม่ได้คิดจะทำให้เจ้าต้องล้มเจ็บเลยจริงๆ แค่ต้องการให้เจ้าลืมบุรุษที่อยู่บนเขาคนนั้นเสีย เขาเป็นเพียงหมอชาวบ้าน เจ้ากับเขาจะใช้ชีวิตด้วยกันได้อย่างไร” “ท่านพ่อ ท่านไม่ได้เป็นห่วงข้า หากแต่ต้องการให้ข้าอยู่เป็นหัวหน้าตระกูลช่วยท่านต่างหาก” หญิงสาวเอียงคอมองบิดา บัดนี้ความทรงจำของนางกลับคืนมาเกือบหมดแล้ว“ข้าไม่ได้คิดจะทอดทิ้งสกุลเลยสักนิด ในตอนนั้นข้าเขียนจดหมายไปขออนุญาตท่านให้ข้าแต่งงานกับเขา คิดจะพาเขาลงจากเขามาอยู่ในเมืองหลวง แต่ท่านต้องการให้ข้าหาขุนนางมาแต่งด้วยสักคนจึงได้คิดกีดกันไม่ให้ข้ากับเขาได้อยู่ด้วยกัน ท่านให้คนเขียนจดหมายไปตัดรอนเขาแทนข้าและยังให้พ่อบ้านจูวางยาลืมอดีตให้ข้ากินอีก หากว่าข้าตายไปเพราะน้ำมือของพ่อบ้านจูคงทำให้คนรักของข้าโกรธแค้นที่ข้าไม่รักษาสัญญาไปจนวันตาย” คนทั้งหลายที่ได้ยินได้ฟังล้วนแล้ววิจารณ์กันขรม พวกเขาเห็นใจหลัวเผิงเผิงและมองว่าผู้อาวุโสสกุลหลัวใจร้ายใจดำยิ่งบรรดาผู้เฒ่าในสกุลหลัวที่มาร่วมฟังการไต่สวนพากันยิ้มเจื่อน ทุกอย่างล้วนเกี่ยวพันกับพวกตนที่กดดันให้คหบดีหลัวต้องพยายามกีดกันบุตรสาวกับคนรัก จนนางแทบจะเอา

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    37 สกุลกุ่ยล่ม

    กุ่ยอี๋จือแข้งขาอ่อนแรง ต้องให้ผู้ติดตามเข้ามาหามออกจากศาลกลับที่พัก ภารกิจที่ท่านลุงใช้ให้มาทำเป็นอันว่าล้มเหลว ตอนที่มาถึงเมืองเชียนเหยาใหม่ๆ เขาได้แอบไปตกลงกับใต้เท้าพานแทนท่านลุงแล้วว่าหากไม่โยงไม่ถึงข้างบน จะช่วยดูแลครอบครัวของใต้เท้าพานให้อย่างดี ขุนนางผู้นี้ก็รับปากเขาแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าใต้เท้าพานกันใต้เท้าฟางจะแตกคอกันทำให้ความแตกกุ่ยอี๋จือกลัวว่าตนเองจะถูกลากลงน้ำขุ่นไปด้วยจึงแอบหนีกลับเมืองหลวงก่อน “ใต้เท้ากุ่ยแอบกลับไปก่อนเราเสียแล้ว” หลัวเผิงเผิงบอกกับสหายขุนนาง “ลุงของเขาถูกพาดพิงเช่นนั้นก็คงต้องรีบไปหาทางจัดการ คดีใหญ่นัก หากเป็นความจริง สกุลกุ่ยคงถึงคราวตกอับแน่” ซึงต้าลู่ยืนวิจารณ์อย่างสิ้นความเกรงใจ “เจ้าพูดเช่นนี้ ไม่กลัวเขาโกรธแล้วหรือ” ซึงต้าลู่ส่ายหน้า “เจ้าไม่ได้เคยยินประโยคที่ว่าน้ำลดตอผุดหรือ คราวนี้น้ำลดแล้ว เห็นทีรองเจ้ากรมคลังกุ่ยคงหลบเลี่ยงลำบาก ที่ข้าไม่กลัวเพราะเห็นเจ้า ใต้เท้าหลัว หน้าตาของเจ้าเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร หญิงสาวยิ้มน้อยๆ พยักหน้ารับ “ข้ายอมรับ ข้าพอจะรู้ เพียงแ

  • คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 2 (3ภาคจบ)    36 ปิดคดีเก่า

    ยามนั้นจางเจิ้งจีกับหวังหวั่นสองสามีภรรยามือปราบก็กลับจากเมืองหลวงพร้อมกับบันทึกคดีเตียวซืออินและหลักฐานที่เพิ่งค้นพบ “จูอิ่นจือร้ายจริงๆ เขาแอบว่าจ้างเตียวซืออินให้ยอมแต่งกับท่าน ยามนั้นสกุลเตียวเป็นหนี้บิดาของท่านจำนวนมาก เตียวซืออินจึงได้รับปาก ตอนหลังจูอิ่นจือคิดจะบังคับให้เตียวซืออินวางยาท่าน เขาจึงได้คิดหนีออกจากคฤหาสน์สกุลหลัว” หลัวเผิงเผิงตะลึง “จูอิ่นจือเป็นผู้ฆ่าเตียวซืออินหรือ” “ใช่แล้ว จูอิ่นจือไปจ้างให้ซุยจี้เซิงหลอกให้อดีตสามีของท่านไปตามนัดหมาย จากนั้นตัวเขาก็ลอบเข้าไปฆ่าคนทั้งสองเสีย ข้าเข้าไปขอค้นในห้องพักเขาที่คฤหาสน์สกุลหลัวแล้ว มีเสื้อผ้าและอาวุธตรงกับบาดแผลในร่างกายของคนทั้งสอง” หลัวเผิงเผิงนั่งฟังจางเจิ้งจีที่เล่าการอำพรางคดีให้กับตุลาการเชียนเหยาด้วยความคาดไม่ถึง “พ่อบ้านจูผู้นี้ ฉลาดนัก เตรียมอาวุธมีขนาดเดียวกันเอาไว้ ทำให้มือปราบไขว้เขว ข้าเองก็มองออกเป็นสองอย่าง พวกเขาฆ่ากันเองกับมีคนบุกเข้าไปฆ่า แต่จนใจที่ไร้พยานหลักฐาน หากว่าใต้เท้าหลัวไม่เปิดเผยความจริง ป่านนี้ก็คงจะจับคนร้ายไม่ได้” จางเจิ้งจีหันไปหาหลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status