คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย

คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย

last updateLast Updated : 2026-03-19
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 ratings. 2 reviews
111Chapters
2.5Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ตี๋ลี่เสวี่ยบังเอิญได้สลับร่างเป็นเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง คุณหนูจวนโหวในเมืองหลวง ก่อนจะได้พบพานใครบางคนที่พานางดำดิ่งสู่ความจริงที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำดินได้เลย!? ตี๋ลี่เสวี่ย สาวน้อยชาวอุยกูร์ ผู้รักอิสรเสรี ถูกสลับร่างให้เป็นเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง คุณหนูรองแห่งจวนเหรินอี้โหว เพื่อหลีกหนีคู่หมั้นที่เมืองหนิงเปียน นั่นจึงทำให้นางได้เจอกับหลิงอวิ๋นฟาน เจ้าของหอเสื้อหว่านเยว่โหลว ชายหนุ่มผู้ต้องคำสาป ซึ่งมีเพียงแม่นางสองชะตาอย่างนางเท่านั้นที่จะช่วยคลายคำสาปได้ แต่ยิ่งนางได้ใกล้ชิดเขามากเท่าไหร่ ตี๋ลี่เสวี่ยก็ได้รู้ว่าอดีตเบื้องหลังของเขาก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น เพราะสิ่งที่ทำให้เขามาที่เมืองหลวงนี้มีเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้นคือการสืบสวนคดีฆ่าล้างตระกูลของจวนอันติ้งโหว! แต่ยิ่งพวกนางสืบสวนใกล้ความจริงมากขึ้นเท่าไหร่ ผู้ร้ายที่แอบซ่อนอยู่ในมุมมืดก็เริ่มรู้ตัวแล้วด้วยเช่นกัน ท่ามกลางกลลวง คำสาป และคมดาบ ดอกรักกลับเบ่งบานชูช่อพลิ้วไหว จนสุดท้าย นางจึงได้รู้ว่า... พวกนางช่างแตกต่างกันเหลือเกิน...

View More

Chapter 1

บทนำ

“กรี๊ด!!!”

ตูม!!

เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของแข็งตกกระแทกลงไปในสระบัวขนาดใหญ่กลางจวนเหรินอี้โหว ปลุกให้ทุกคนในจวนต้องเร่งเดินออกมาสังเกตการณ์ตามต้นเสียงว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

ร่างดรุณีน้อยนางหนึ่งในชุดอุยกูร์ทะมัดทะแมงด้วยนางสวมกางเกงขายาวทรงหลวมเอาไว้ภายใต้เสื้อคลุมตัวยาว สองเท้าก้าววิ่งยาว ๆ ตรงไปที่เกิดเหตุในทันใด

ผมสีน้ำตาลเข้มถักเปียสองข้างประดับด้วยลูกปัดอยู่ภายใต้ดอปป้าสีสันสดใส ซึ่งเป็นเครื่องสวมศีรษะติดกายของชาวอุยกูร์สะบัดพลิ้วไหวไปตามแรงวิ่ง ใบหน้าเรียวยาว โดดเด่นด้วยจมูกที่โด่งเป็นสันแตกต่างจากแม่นางในเมืองหลวง ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างคนสุขภาพดีกำลังเม้มแน่น

ยา อัลลอฮ์! ขอให้ข้าไปทันด้วยเถิด!!

“ตี๋ลี่เสวี่ย! เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด? คุณหนูใหญ่สั่งให้เจ้าไปเอารังนกมาให้คุณหนูรองมิใช่รึ?” เสียงสาวใช้ที่ยืนอยู่ริมสระบัวเอ่ยถามขึ้นเสียงดัง พร้อมทั้งกางแขนกันมิให้ตี๋ลี่เสวี่ยเข้าไปถึงสระน้ำนั้นได้ “แล้วไหนรังนกที่คุณหนูใหญ่สั่งเล่า?”

“ซิ่วหรง! เจ้าถอยไปนะ” ตี๋ลี่เสวี่ยตะโกนตอบกลับมา ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มีไฝใต้ตาขวาจะเหลือบเห็นร่างคุณหนูรองของตนในชุดที่เปียกชุ่มจนแนบเนื้อกำลังตะเกียกตะกายอยู่กลางสระบัว

เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง พยายามตะเกียกตะกายอยู่กลางสระบัว สองเท้าถีบมวลน้ำ เพื่อผลักดันตัวเองให้ขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำที่เย็นยะเยือก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวจ้องมองไปยังขอบสระที่ดูห่างไกลเหลือเกิน

กอปรกับเสื้อผ้าอาภรณ์ของคุณหนูในเมืองหลวงที่รุ่มร่ามและซับน้ำ ยิ่งตกน้ำเช่นนี้ก็ยิ่งพันแข้งพันขานางราวกับเป็นพันธนาการที่ฉุดรั้งให้นางจมดิ่งสู่ก้นสระบัว

ริมสระบัวนั้น มี เจิ่งหย่าหลิน คุณหนูใหญ่ของจวนเหรินอี้โหว ที่กำลังยืนมองด้วยแววตาเย็นชา ในมือถือท่อนไม้ไผ่ยาวเรียว นางไม่ได้ลงมือสั่งการเอง หากแต่กลับชี้นิ้วสั่งเสี่ยวผิง สาวใช้อีกนางที่ยืนข้างกายให้จัดการมิให้คุณหนูรองว่ายเข้ามาถึงฝั่งได้

เมื่อใดที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งพยายามจะโผล่หน้าขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำอย่างยากลำบาก ท่อนไม้ไผ่ก็จะจิ้มลงมา เขี่ยศีรษะที่ชุ่มน้ำของนางให้จมดิ่งลงไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า จนนางเริ่มหายใจไม่ออก ปอดแสบร้อนด้วยน้ำที่สำลักเข้าไป ความมืดมิดเริ่มกลืนกินสติสัมปชัญญะ

ลี่ลี่! ช่วยข้าด้วย!!

ซิ่วหรง สาวใช้ประจำตัวของคุณหนูใหญ่กางแขนกว้าง พร้อมเยาะยิ้มอย่างท้าทาย “ข้าไม่ถอย! แล้วเจ้าจะทำสิ่งใดข้าได้!?”

ตี๋ลี่เสวี่ยเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงอย่างขุ่นเคือง นางมิใช่แม่นางในห้องหอที่ต้องระมัดระวังวาจาและการกระทำ ด้วยแรงกายที่นางวิ่งมาแต่ไกลก็พร้อมที่จะส่งให้นางเข้าปะทะอีกฝ่ายได้เต็มแรง

“ตี๋ลี่เสวี่ย! เจ้าจะทำสิ่งใดน่ะ? กรี๊ด!!”

ตูม!! ตูม!!

ตี๋ลี่เสวี่ยไม่ผ่อนแรงวิ่งเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังง้างฝ่าเท้ามาแต่ไกล เมื่อใกล้ถึงสระบัว นางก็ถีบซิ่วหรงที่ขวางนางอยู่ให้ตกน้ำไปด้วยกัน พร้อมทั้งกระโดดลงน้ำ เพื่อไปช่วยคุณหนูรองของตนอย่างทุลักทุเล

“ลี่ลี่! อึก! ลี่ลี่! แค่ก ชะ... ช่วยด้วย!” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งตะโกนด้วยเสียงสำลักน้ำดังแผ่วเบา เมื่อใบหน้าของนางโผล่พ้นน้ำ ก่อนที่จะจมลงไปอีกครั้ง

ตี๋ลี่เสวี่ยใช้พละกำลังทั้งหมดว่ายเข้าไปหาร่างที่อ่อนปวกเปียก นางสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกของน้ำและร่างที่ไร้เรี่ยวแรง นางคว้าแขนของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไว้แน่น ก่อนจะออกแรงพยุงศีรษะให้พ้นผิวน้ำอย่างทุลักทุเล

เสื้อผ้าที่เปียกปอนทำให้ร่างของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งหนักอึ้งราวกับก้อนหิน ตี๋ลี่เสวี่ยต้องออกแรงว่ายน้ำด้วยขาและแขนอีกข้างหนึ่ง พลางลากร่างที่แทบหมดสติของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเข้าหาฝั่งช้า ๆ

“ฮึบไว้! อย่าหมดสติไปนะ!” ตี๋ลี่เสวี่ยพยายามตะโกนปลุกอีกฝ่ายให้รู้สึกตัว สายตาดุดันของนางกวาดมองไปทางเจิ่งหย่าหลินที่ยืนตะลึงงันไปแล้ว ในขณะที่เสี่ยวผิงพยายามช่วยซิ่วหรงที่ถูกตี๋ลี่เสวี่ยถีบตกน้ำให้กลับขึ้นมา

“เอะอะสิ่งใดกัน!” เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังมาจากทางเดินที่มืดสลัวเบื้องหลังต้นหลิว เจิ่งเหยียนป๋อ หรือ เหรินอี้โหว เดินเข้ามาพร้อมฮูหยินเอกอย่างฉินหรูเยว่ หรือ ฉินซื่อ “หลินเอ๋อร์! เกิดสิ่งใดขึ้น?”

เจิ่งหย่าหลินรีบเอ่ย พร้อมบีบน้ำตา “ท่านพ่อ! เป็นข้ามิดีเอง แต่เดิม อิ๋งเอ๋อร์ก็มีร่างกายไม่แข็งแรง ข้าเพียงแต่หวังดีว่าคืนนี้ ดวงจันทร์ช่างงามนัก จึงได้ชวนอิ๋งเอ๋อร์มาชมจันทร์ด้วยกัน หากแต่อิ๋งเอ๋อร์ไม่ระวังจึงได้พลัดตกน้ำไปเจ้าค่ะ”

เจิ่งหย่าหลินตอบได้อย่างลื่นไหล โดยไม่รู้สึกผิด เพราะนางรู้ดีว่าอย่างไรในใจของบิดา บุตรสาวคนโตจากฮูหยินเอกเช่นนางย่อมมีความสำคัญมากกว่าบุตรีจากอนุทั้งหลายในจวนของบิดาอยู่แล้ว

อีกทั้งฉินซื่อ มารดาของนางก็อยู่ตรงนี้ด้วย บิดาจะกล้าหักหาญน้ำใจของมารดาได้เชียวหรือ?

เหรินอี้โหวได้แต่เม้มริมฝีปากอย่างจนใจ แม้ว่าเขาจะรู้ความจริงทุกอย่างเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่อาจทำสิ่งได้ ก็ผู้ใดปล่อยให้เขายอมตกลงกับฉินซื่อแต่แรกเล่า

ในการแต่งงานระหว่างเจิ่งเหยียนป๋อและฉินหรูเยว่นั้น หาได้มีความรักลึกซึ้งแม้แต่น้อย มีเพียงสถานะทางสังคมเท่านั้น จวนเหรินอี้โหวของเขาต้องการทรัพย์สินของตระกูลฉิน เพื่อประคับประคองหน้าตา ขณะที่ตระกูลฉินก็ต้องการเกี่ยวดองกับตระกูลขุนนาง เพื่อสร้างหน้าตาด้วยเช่นกัน

ฉินซื่อจึงได้เสนอข้อตกลงที่จะให้เขามีอนุมากมายเท่าใดก็ได้ แต่จะต้องให้เป็นเพียงอนุเท่านั้น ไม่อาจยกให้เป็นชายารองได้โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ บุตรของอนุทุกคน ฉินซื่อก็สัญญาว่าจะเลี้ยงดูให้เป็นอย่างดี มิให้ขาดตกบกพร่องประการใด

ด้วยจวนเหรินอี้โหวนั้น มีแต่บุตรสาว ไม่ว่าจะเป็นบุตรสาวสายตรงคนโตจากฮูหยินเอกอย่างเจิ่งหย่าหลิน หรือบุตรีจากอนุอย่างเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง เจิ่งซูเหยา เจิ่งเหม่ยอี้ และเจิ่งเมี่ยวหลิง จึงกลายเป็นปัญหาหนักใจของเหรินอี้โหวมาโดยตลอด

“ฮูหยิน...” เหรินอี้โหวเอ่ยได้เพียงเท่านั้น

ฉินซื่อก็รีบตอบกลับในทันใด “เรื่องนี้มิใช่ความผิดของหลินเอ๋อร์นะเจ้าคะ อิ๋งเอ๋อร์ไม่ระวังเอง แต่ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าจะตามหมอมาดูแลอาการของอิ๋งเอ๋อร์นะเจ้าคะ”

ในระหว่างที่ครอบครัวจวนเหรินอี้โหวกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น สองร่างของบุรุษและสตรีก็วิ่งตามมาจากด้านหลังด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกไม่แพ้กัน

“ดิลลี่!!” ดวงตาของกู่ลี่น่าเบิกกว้าง เมื่อเห็นบุตรสาวของตนอยู่ในสภาพปางตายริมสระบัวที่เย็นเฉียบ

หนู่เอ๋อร์เจียง ผู้เป็นบิดาของตี๋ลี่เสวี่ยรีบเข้าไปช่วยพยุงร่างของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่อยู่ในอ้อมแขนของบุตรสาวให้ขึ้นฝั่งอย่างยากลำบาก โดยมีกู่ลี่น่าเข้าไปช่วยประคองร่างของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งให้นอนราบอยู่ข้างสระบัว

จากนั้น สองสามีภรรยาชาวอุยกูร์ก็รีบส่งมือไปรั้งร่างบุตรสาวขึ้นจากน้ำ โดยที่ไม่สนความเย็นเยียบและเปียกชื้นนั้นเลยแม้แต่น้อย

“ดิลลี่! ลูกแม่เป็นอย่างไรบ้าง?” กู่ลี่น่าร้องถามด้วยความเป็นห่วง พลางลูบมือไปตามเนื้อตัวของบุตรสาว

ในขณะที่หนู่เอ๋อร์เจียงโอบกอดนางไว้แน่นราวกับต้องการมอบความอบอุ่นทั้งมวลให้ “เจ้าอุ่นขึ้นบ้างหรือไม่?”

ตี๋ลี่เสวี่ยพยักหน้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนแรง “อุ่นเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”

เมื่อได้ยินเสียงตี๋ลี่เสวี่ยตอบจึงได้เบาใจ หนู่เอ๋อร์เจียงยิ่งโอบบุตรสาวไว้แนบอก ในขณะที่กู่ลี่น่าถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาคลุมร่างของบุตรสาว หากแต่ตี๋ลี่เสวี่ยกลับยื้อไว้

“ดิลลี่?” กู่ลี่น่าถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นบุตรสาวปฏิเสธ

ตี๋ลี่เสวี่ยพยักหน้าไปทางร่างของคุณหนูรองที่นอนอยู่ไม่ไกล “ท่านพ่อ ท่านแม่ ไปช่วยอาอิ๋งก่อนเถิดเจ้าค่ะ…”

น้ำเสียงของตี๋ลี่เสวี่ยแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ สติเริ่มเลือนหายด้วยความเหน็ดเหนื่อย ก่อนที่จะพึมพำเป็นคำสุดท้าย “ช่วยอาอิ๋งด้วย…”

จากนั้น ภาพทุกอย่างก็ดับมืดลง…

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

กัลปังหา สีชมพู
กัลปังหา สีชมพู
ดีงามค่ะ ขอบคุณที่ไม่เทนะคะ
2026-02-02 23:08:21
5
0
กระดิ่งจันทร์
กระดิ่งจันทร์
ทั้งหมดมี 180 ตอน ไรท์ลงครบ จบเรียบร้อยค่าาา ขอให้เพลิดเพลินกับการอ่านนะคะ :)
2026-02-02 11:33:47
8
0
111 Chapters
บทนำ
“กรี๊ด!!!”ตูม!!เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของแข็งตกกระแทกลงไปในสระบัวขนาดใหญ่กลางจวนเหรินอี้โหว ปลุกให้ทุกคนในจวนต้องเร่งเดินออกมาสังเกตการณ์ตามต้นเสียงว่าเกิดสิ่งใดขึ้นร่างดรุณีน้อยนางหนึ่งในชุดอุยกูร์ทะมัดทะแมงด้วยนางสวมกางเกงขายาวทรงหลวมเอาไว้ภายใต้เสื้อคลุมตัวยาว สองเท้าก้าววิ่งยาว ๆ ตรงไปที่เกิดเหตุในทันใดผมสีน้ำตาลเข้มถักเปียสองข้างประดับด้วยลูกปัดอยู่ภายใต้ดอปป้าสีสันสดใส ซึ่งเป็นเครื่องสวมศีรษะติดกายของชาวอุยกูร์สะบัดพลิ้วไหวไปตามแรงวิ่ง ใบหน้าเรียวยาว โดดเด่นด้วยจมูกที่โด่งเป็นสันแตกต่างจากแม่นางในเมืองหลวง ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างคนสุขภาพดีกำลังเม้มแน่นยา อัลลอฮ์! ขอให้ข้าไปทันด้วยเถิด!!“ตี๋ลี่เสวี่ย! เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด? คุณหนูใหญ่สั่งให้เจ้าไปเอารังนกมาให้คุณหนูรองมิใช่รึ?” เสียงสาวใช้ที่ยืนอยู่ริมสระบัวเอ่ยถามขึ้นเสียงดัง พร้อมทั้งกางแขนกันมิให้ตี๋ลี่เสวี่ยเข้าไปถึงสระน้ำนั้นได้ “แล้วไหนรังนกที่คุณหนูใหญ่สั่งเล่า?”“ซิ่วหรง! เจ้าถอยไปนะ” ตี๋ลี่เสวี่ยตะโกนตอบกลับมา ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มีไฝใ
Read more
บทที่ 1
ความอบอุ่นที่ห่อหุ้มรอบกายคือสัมผัสแรกที่นางรู้สึกได้ เปลือกตาหนาค่อย ๆ ถูกยกขึ้น ดวงตาเมล็ดซิ่งกะพริบถี่ ก่อนจะมองเห็นเพดานเรือนที่ไม่คุ้นตาที่นี่ที่ไหน?ไม่ใช่ห้องนอนของข้าที่เรือนเฉิ่งจี้นี่นา…ตี๋ลี่เสวี่ยบอกกับตนเองจนแน่ใจ พลางกลอกนัยน์ตากวาดมองเพดานไปมา ก่อนที่จะค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่ง ทำให้ผ้าห่มผืนหนาร่วงหล่นลงมา นางจึงได้เห็นสภาพห้องนอนที่นางกำลังนอนอยู่ผนังห้องทาสีขาวนวล ตัดกับกรอบประตูและหน้าต่างที่ทำจากไม้สนสีอ่อน แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาเพียงเล็กน้อย ทำให้นางมองเห็นตู้เสื้อผ้าที่ทำจากไม้เนื้อแข็งสีเข้มตั้งอยู่ที่มุมห้องโต๊ะเครื่องแป้งไม้ไผ่ที่ขัดเงาอย่างดี มีคันฉ่องทองแดงทรงกลมตั้งอยู่ สิ่งของบนโต๊ะมีเพียงหวีหยกธรรมดา และกล่องเครื่องประทินโฉมไม้เล็ก ๆ ที่บรรจุผงแป้งและชาดที่มีคุณภาพดี แต่ไร้ของล้ำค่าอย่างไข่มุกหรืออัญมณีอื่นใดอีกด้านหนึ่งเป็นโต๊ะหนังสือข้างหน้าต่างกระดาษและพู่กันวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ผ้าม่านที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหนาพลิ้วไหวไปตามแรงลม ไร้ซึ่งสิ้นอับชื้นจากโรงม้าอย่างที่นางคุ้นเคยนี่มัน... ห้องนอนขอ
Read more
บทที่ 2
ดวงตาเมล็ดซิ่งที่สะท้อนกลับมาในคันฉ่องทองแดงเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา ริมฝีปากเล็กอ้าค้างอย่างตกตะลึงอาอิ๋งเหรอ!?นี่ข้ากลายเป็นอาอิ๋งอย่างนั้นเหรอ!?ตี๋ลี่เสวี่ยหันหน้าไปทางซ้ายที ไปทางขวาที ไม่ว่าจะก้มจนเห็นรอยย่นที่หน้าผาก หรือเงยจนเห็นเหนียงที่ใต้คาง ก็ล้วนแต่เป็นใบหน้าของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งทั้งสิ้นไม่… ไม่สิ! ข้าจะกลายเป็นอาอิ๋งได้อย่างไร!?ตี๋ลี่เสวี่ยยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่สะท้อนกลับมาในคันฉ่อง จนสุดท้าย นางตัดสินใจวางคันฉ่องนั้นกลับลงไปบนโต๊ะ แล้วสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเลิกสาบเสื้อออก นางก้มหน้าลงไปมอง เพื่อทดสอบเรือนร่างเป็นครั้งสุดท้ายไม่เพียงแต่จะเห็นผิวพรรณเนินเนื้อส่วนสงวนของสหายเท่านั้น นางยังเห็นจี้หยกที่จะเป็นของต่างหน้าของมารดาที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งมักจะสวมใส่ไว้ติดกายเสมออีกด้วยเป็นร่างกายของอาอิ๋งจริง ๆ ด้วย!แล้วทำไมข้าถึงได้มาอยู่ในร่างของอาอิ๋งล่ะ?สมองของตี๋ลี่เสวี่ยแทบจะประมวลผลไม่ทัน เมื่อพบเจอกับความจริงที่แสนประหลาด ซึ่งเกิดขึ้นกับตนเองถ้าข้าอยู่ในร่างอาอิ๋ง นั่นหมายความว่าอาอ
Read more
บทที่ 3
“ลงโทษแล้วอย่างไร ผู้ใดกลัวกัน!” เพ่ยจูยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ หากแต่สองเท้าก็รีบก้าวออกจากห้อง ด้วยกลัวว่าคุณหนูรองจะตื่นขึ้นมาแล้วลงโทษนางจริง ๆเสี่ยวม่านเห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา แล้วก้าวเท้าออกจากห้องตามไปเมื่อบานประตูเรือนชิงหนิงถูกปิดสนิท เสียงสนทนาระหว่างเสี่ยวม่านกับเพ่ยจูเบาลงไปเรื่อย ๆ ตี๋ลี่เสวี่ยจึงค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นทีละข้าง เมื่อไม่เห็นผู้ใดอยู่ในห้องแล้ว นางจึงได้ผุดลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง“ฟู่วว นึกว่าจะถูกจับได้ซะแล้ว” ตี๋ลี่เสวี่ยตบอกปลอบใจตัวเองเบา ๆ ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่า “เอ๊ะ! แล้วข้าจะกลัวพวกนางจับได้ด้วยเหตุใด ในเมื่อตอนนี้ ข้าเป็นอาอิ๋งแล้วนี่น่า…”คิดได้เท่านั้น ตี๋ลี่เสวี่ยก็อยากโขกศีรษะลงบนหมอนแรง ๆ หากแต่ได้กลิ่นยาลอยฟุ้งออกมาดึงความสนใจของนางไปเสียก่อนนางเอียงคอมองอย่างสงสัย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยยานั้นขึ้นมาดม“อี๊… ยาราคาถูก…” ตี๋ลี่เสวี่ยย่นจมูก ยู่ปากอย่างดูแคลนถ้วยยาในมือ “ท่านแม่ยังใช้สมุนไพรที่มีราคาแพงกว่านี้มาต้มให้อาอิ๋งกินเลย นายหญิงช่างตระหนี่จริงเชียว!”ตี๋ลี่เสวี่ยเบ้ปาก ก่อนที่จะว
Read more
บทที่ 4
“ท่านแม่… เอ๊ย! ท่านป้า…” ตี๋ลี่เสวี่ยต้องเปลี่ยนคำเรียกขานทันควัน เมื่อเห็นหน้ามารดาของตนเองกู่ลี่น่าเดินออกมาใกล้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “แต่ว่าก่อนที่คุณหนูรองจะเข้าไปหาดิลลี่ ป้ามีเรื่องจะบอกแก่คุณหนูรองเสียก่อนนะเจ้าคะ”“เรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?” ตี๋ลี่เสวี่ยถามเสียงเบา พลางขมวดคิ้วด้วยลางสังหรณ์ในใจที่เต้นระรัวกู่ลี่น่าเอื้อมมือไปจับมือบอบบางของตี๋ลี่เสวี่ยขึ้นมากุมไว้หลวม ๆ ก่อนจะบอกว่า “พวกเราสามคนพ่อแม่ลูกอาจจะอยู่ดูแลคุณหนูรองได้อีกไม่กี่วันนะเจ้าคะ”ตี๋ลี่เสวี่ยเบิกตากว้าง เมื่อได้ยินเช่นนั้น “!!!”“ทะ… ทำไมล่ะ?” ตี๋ลี่เสวี่ยถามอย่างตะกุกตะกัก ก่อนที่เสี้ยวหนึ่งของความทรงจำแล่นเข้ามาฉายภาพซ้ำอีกที “ระ… หรือว่าเขาจะมารับเราแล้ว?”“หืม?” กู่ลี่น่าเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ “คุณหนูรองพูดว่าอันใดนะเจ้าคะ?”เมื่อครู่ คุณหนูรองพูดว่าเขาจะมารับเราแล้ว? แต่ข้าว่าข้ายังไม่เคยบอกคุณหนูรองเลยนะว่าพวกเราจะกลับเมืองหนิงเปียนกันน่ะ แล้วคำว่าเราที่คุณหนูรองใช้อีก?ช่างน่าแปลกจริง ๆ …คำถามของกู่ลี่น่าทำให้ตี๋ลี่เสวี่ยกลับมามีสติ
Read more
บทที่ 5
ตี๋ลี่เสวี่ยรีบถลาไปทรุดตัวลงนั่งบนเตียงที่เคยเป็นของนาง ดวงตาเมล็ดซิ่งของร่างจ้องมองใบหน้าสวยคมเข้มของตนเองด้วยความรู้สึกแปลก ๆ “ข้า... เพราะเหตุใด... ข้าไม่เข้าใจ...”ถ้อยคำที่ไม่อาจเรียบเรียงเป็นประโยคถูกกล่าวออกมาไม่เป็นคำ พร้อมสีหน้าและแววตาที่สะท้อนถึงความสับสนงงงวยของเจ้าตัว ลืมเหตุการณ์กระอักกระอ่วนที่หน้าเรือนไปเสียสิ้นแท้จริงแล้วในใจของตี๋ลี่เสวี่ยมีหลากหลายคำถามที่อยากกล่าวออกมา หากแต่เมื่อได้เจอหน้าเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในร่างของตัวเองแล้ว นางกลับพูดสิ่งใดไม่ออกสักคำเช่นเดียวกับเจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่ได้เห็นร่างของตัวเองปรากฏอยู่ตรงหน้าเหมือนกัน “ข้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน”“นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้น? พวกเราสลับร่างกันได้อย่างไร? แต่ข้าไม่รู้ล่ะ เราจะต้องหาวิธีสลับร่างกลับให้ได้นะ อาอิ๋ง!” ตี๋ลี่เสวี่ยร้องบอกอย่างร้อนรน “ยิ่งเมื่อครู่ ท่านพ่อท่านแม่บอกข้าว่าอีกไม่กี่วัน ขบวนคุ้มกันของท่านลุงต้าปาถูก็จะมารับพวกข้ากลับแล้วด้วย หากพวกเราสลับร่างกลับไม่ทันจะทำเช่นไร?”“แล้วเจ้ารู้หรือว่าพวกเราสลับร่างกันด้วยเหตุใด?” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งย้อนถามเสียงเรียบ ชวนให้ตี
Read more
บทที่ 6
ตี๋ลี่เสวี่ยตะลึงงันไปกับคำร้องขอของสหาย “นี่... ท่านหมายความว่า...”“ใช่!” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตอบ ก่อนจะรีบอธิบาย “ข้ารู้ว่าข้าเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ข้าขอร้องเจ้า ลี่ลี่! เราอย่าสลับร่างกลับได้หรือไม่?”“เมื่อครู่ ท่านป้าก็คงจะแจ้งข่าวแก่เจ้าแล้วว่าเจ้าจะต้องไปเมืองหนิงเปียน เพื่อแต่งงานกับบุตรชายของท่านลุงต้าปาถู แต่ข้ารู้ ลี่ลี่... เจ้าคือสตรีที่รักความเป็นอิสระมากที่สุด เจ้าเคยบอกข้ามิใช่หรือ?”“ว่าเจ้าไม่อยากแต่งงาน เจ้ายังไม่อยากจบชีวิตในเรือนหลังของใครทั้งนั้น เจ้าอยากที่จะโบยบินไปทั่วแคว้นมิใช่หรือ แต่ถ้าหากเจ้ากลับเมืองหนิงเปียนไป สิ่งใดกันที่รอเจ้าอยู่ มิใช่ชีวิตในเรือนหลังของบุรุษอย่างที่เจ้าชิงชังหรอกหรือ?”“หากเจ้าเป็นข้าในยามนี้ก็ยังไม่ต้องผูกมัดกับบุรุษใด เจ้ามีอิสระในเมืองหลวง ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องหาทางโบยบินไปทั่วแคว้นได้อย่างที่เจ้าปรารถนาได้เป็นแน่”ตี๋ลี่เสวี่ยเริ่มลังเลกับคำกล่อมของสหาย “แต่ท่านพ่อของท่านคงไม่ยอม...”“ลี่ลี่” เจิ
Read more
บทที่ 7
ยิ่งเมื่อครู่ที่นางเห็นท่าทางของท่านพ่อท่านแม่แล้ว พวกเขาล้วนไม่ยินยอมที่จะให้นางปฏิเสธคัดค้านได้เลย ดังนั้น เมื่อไปถึงหนิงเปียน นางย่อมต้องแต่งงานเข้าจวนของอาซือหลันอย่างแน่นอนแต่นั่นไม่ใช่ชีวิตที่นางใฝ่ฝันเลยแม้แต่น้อย!!นางอยากจะออกไปท่องเที่ยวยุทธภพแห่งนี้ ทั่วแผ่นดินและผืนน้ำยังมีอะไรอีกมากให้ข้าได้เรียนรู้และสนุกไปกับมันเหตุใดชีวิตของสตรีจะต้องไปจบที่เรือนหลังของบุรุษพวกนั้นด้วย!!ข้าไม่เอา!!เมื่อตี๋ลี่เสวี่ยมีคำตอบให้แก่ตนเองได้แล้ว นางจึงถอนหายใจออกมา “ลุกขึ้นเถิด อาอิ๋ง”“ลี่ลี่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเรียกอีกฝ่ายเสียงแผ่วด้วยความหวั่นใจตี๋ลี่เสวี่ยพยักหน้า “ข้า... ข้าตกลงตามที่เจ้าขอแล้ว”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่สหายสนิทยอมตกลงตามที่นางขอ“ข้าสัญญานะ ลี่ลี่...” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งย้ำคำเดิม “ข้าจะดูแลร่างของเจ้าและท่านลุงท่านป้าอย่างดีที่สุด”ตี๋ลี่เสวี่ยพยักหน้าเล็กน้อยอย่างจำยอม “อื้อ ข้าเชื่อท่าน...”พวกนางนับว
Read more
บทที่ 8
คำถามของตี๋ลี่เสวี่ย ทำให้สองดรุณีน้อยต้องมองตากันอีกคราว ก่อนจะหลุดหัวเราะแผ่วเบา“อืม... ตอนนี้ ข้าคือเจ้า ส่วนเจ้าก็คือข้า อย่างแรก เราคงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้คล้ายคลึงคนเดิมก่อนกระมัง” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งบอก ก่อนจะเห็นตี๋ลี่เสวี่ยกางแขนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของตัวเองอย่างหมดแรง“ท่านจะให้ข้าแสร้งวางตัวเรียบร้อยอ่อนโยนอย่างนั้นหรือ?” ตี๋ลี่เสวี่ยถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “มันมิใช่ตัวข้าเลยแม้แต่น้อย”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเห็นเช่นนั้นก็เลียนแบบท่าทางของสหาย กางแขนแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงข้างกัน “ส่วนเจ้าก็จะให้ข้าแสร้งวางตัวท้าตีท้าต่อยกับผู้อื่นอย่างนั้นหรือ? มันก็มิใช่ตัวข้าเลยแม้แต่น้อย”“อุ๊บ! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” สองสหายหัวเราะเริงร่า เมื่อถูกอีกฝ่ายหยอกเย้าถึงพฤติกรรมส่วนตัวเจิ่งเสวี่ยอิ๋งหัวเราะจนเสียงสั่นเครือ ก่อนจะถอนหายใจ “เจ้ามิจำเป็นต้องเรียบร้อยอ่อนโยนหรอก แต่เดิมข้าก็มิใช่แม่นางเช่นนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่สุขภาพและฐานะของข้า มันจำเป็นต้องโอนอ่อนตามผู้อื่น”“หากไม่โ
Read more
บทที่ 9
ขบวนคุ้มกันของต้าปาถูได้แจ้งข่าวว่าพวกเขาจะมาถึงในอีกห้าวันข้างหน้า โดยขอให้หนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และตี๋ลี่เสวี่ยไปรอที่นอกเมือง เพื่อที่จะเร่งเดินทางกลับในทันที ด้วยระยะทางระหว่างเมืองหลวงของแคว้นต้าจิ้งกับเมืองหนิงเปียนนั้น ต้องใช้เวลาเดินทางมากถึงสองเดือนด้วยกันหนู่เอ๋อร์เจียงจึงได้เข้าไปแจ้งข่าวแก่เหรินอี้โหว ซึ่งเหรินอี้โหวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด ด้วยข้อตกลง ตั้งแต่ที่หนู่เอ๋อร์เจียงเข้ามาทำงานในวันแรกที่เขาสามารถจากไปเมื่อใดก็ได้ ซึ่งยามนี้ก็ผ่านมาร่วมสิบปีแล้วหนู่เอ๋อร์เจียงเป็นบุรุษที่มีความรู้ความสามารถในการดูแลม้าเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังใจดีพร้อมถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ดูแลคนอื่น ๆ อย่างเต็มที่ จึงทำให้การจากไปของเขาไม่ส่งผลกระทบต่อการดูแลม้าในจวนมากนักซึ่งเหรินอี้โหวเองก็พึงพอใจในส่วนนี้เป็นอย่างมาก จึงได้มอบเงินก้อนหนึ่งไว้ให้หนู่เอ๋อร์เจียงไปตั้งตัวที่เมืองหนิงเปียน ซึ่งหนู่เอ๋อร์เจียงก็ไม่ได้ปฏิเสธในสินน้ำใจในครั้งนี้ในระหว่างห้าวันนั้น เจิ่งเสวี่ยอิ๋งและตี๋ลี่เสวี่ยต่างคลุกอยู่ด้วยกันที่เรือนชิงหนิง เพื่อที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของแต
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status