Masukบทที่ 7
ตระกูลไช่
ตระกูลไช่ผู้ปกครองเขตตงไฮ้เป็นตระกูลเก่าแก่ตระกูลหนึ่งที่อยู่คู่แคว้นถังไฮ้มาตั้งแต่สถาปนาแคว้น ศาลบรรพชนใหญ่โต เรียงรายไปด้วยป้ายของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว
ผู้นำตระกูลหลายรุ่นสร้างความรุ่งเรืองให้กับตระกูลมากมาย แต่ไม่มีผู้นำรุ่นไหนเลยที่จะสร้างความร่ำรวยให้กับตระกูลเท่ากับผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน
เขาผู้นั้นก็คือไช่หลุนบุรุษหนุ่มวัย 25 หนาว วรยุทธ์ล้ำเลิศ มีหัวการค้า ใบหน้ามีส่วนผสมของความงามและความคมเข้มแบบบุรุษอย่างลงตัว
สตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือน ไม่มีผู้ใดที่ไม่หวังจะแต่งให้แก่เขา เพราะไช่หลุนนอกจากจะเป็นผู้นำตระกูลไช่คนปัจจุบันแล้ว ยังเป็นว่าที่เจ้าเมืองตงไฮ้อีกด้วย
เจ้าเมืองตงไฮ้ไช่ช่านหลิวมีภรรยาแค่คนเดียวและมีบุตรชายแค่เพียงสองคนเท่านั้น คนโตคือไช่หลุนส่วนบุตรชายคนเล็กคือไช่โต่วฟุ
หากผู้คนเห็นหน้าค่าตาของไช่หลุนบ่อยครั้งจนติดตาแล้ว ไช่โต่วฟุจะเป็นเพียงชื่อที่ห้อยแซ่ของเจ้าเมืองไว้เท่านั้น น้อยคนนักที่จะเคยมีคนเห็นหน้าค่าตาเขามาก่อน
เล่ากันว่าไช่โต่วฟุมีสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอตั้งแต่เล็ก เลยไม่เคยออกจากจวนเลย บ้างก็เล่ากันว่าเขาอับอายที่มีใบหน้างดงามราวกับสตรี ขนาดชื่อยังมีความหมายว่า ‘เต้าหู้’ ร่างกายอ่อนปวกเปียกไม่สมกับเป็นเพศชายเลยสักนิด เขาจึงไม่กล้าออกจากจวนมาให้ผู้ใดได้ยลโฉม
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุผลใดที่ทำให้คน ๆ หนึ่งยอมกลายเป็นคนที่จืดจาง ยอมเป็นคนที่ไม่มีหน้ามีตาทั้งที่ตระกูลก็มีชื่อเสียงพร้อมพรัก มีเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าเหตุผลอันแท้จริงคืออะไร
“เสี่ยวตี้ [1] วันนี้จะไม่ไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของท่านย่าเล็กจริง ๆ หรือ นางบ่นว่าคิดถึงเจ้านัก หากเจ้าไม่ไปร่วมงานวันนี้คงเศร้าใจน่าดู”
เสียงทุ้มฟังดูนุ่มนวลอ่อนโยนยิ่งนัก ยามที่กล่าวกับคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนศาลาหลังเล็กในสวนไผ่ขนาดใหญ่ติดกับภูเขา
เนื้อที่แถบนี้ล้วนเป็นพื้นที่ของตระกูลไช่ทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นเมืองติดกับทะเล เนื้อที่ที่เป็นพื้นดินสามารถทำการเกษตรได้มีเพียงน้อยนิด ผู้ใดที่ครอบครองที่ดินเมืองนี้ต้องมีอำนาจและร่ำรวยเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนทั่วไปมีเพียงพื้นที่สร้างตระกูล แต่ไม่อาจครอบครองพื้นที่ทำการเกษตรได้
“ค่าตัวข้าแพงมาก ต้าเกอ [2] คิดหรือว่าข้าจะยอมไปงานที่มีคนเยอะเช่นนั้น”
เสียงที่ตอบกลับมาติดแหลมกว่าบุรุษทั่วไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เสียงใสแบบธรรมชาติของสตรี ใบหน้าหวาน ขนตางอนยาว ผิวขาวเนียนดั่งหยก อวัยวะบนร่างกายภายนอกของเขาไม่ต่างอะไรกับสตรีเลย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดูจะต่างอยู่บ้างก็คือในเรื่องของความสูง
แม้ร่างกายจะดูบอบบางกว่าบุรุษทั่วไป แต่กลับมีความสูงมากกว่าสตรีในแคว้นทางใต้ที่ติดจะกะทัดรัดมากกว่าทางเหนือที่สูงชะลูด
“หึ ๆ ข้าว่าท่านย่าเล็กยินดีจ่ายค่าตัวให้เจ้าสูงลิ่วเลยแหละ ไม่เปลี่ยนใจไปด้วยกันจริง ๆ หรือ”
มือเรียวบางปิดหนังสือที่อ่านอยู่ดัง ‘ฉับ’ ก่อนจะตวัดสายตาไปมองพี่ชายใหญ่ของตน
“ไม่เปลี่ยนใจ ความลึกลับของไช่โต่วฟุจะยังไม่ถูกเปิดเผยในเร็ววันนี้ ต้าเกอไปเองเถิด บอกท่านย่าเล็กไปว่าข้ากำลังหาของขวัญพิเศษสำหรับท่านอยู่ หากได้มาแล้วจะไปคารวะที่จวนในภายหลัง”
คนเป็นพี่ถอนหายใจเมื่อไม่สามารถโน้มน้าวใจน้องชายได้ แม้จะไม่ผิดกับที่คิดไว้นัก แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ลองพยายามโน้มน้าวดูแล้ว
“เอาล่ะ ในเมื่อไม่อยากไปต้าเกอก็จะช่วยอธิบายกับท่านย่าเล็กให้เองแล้วกัน”
น้องชายหนึ่งเดียวของเขายืนขึ้น พร้อมย่อกายคารวะแบบสตรีอย่างงดงาม หาได้ทำการคารวะแบบที่บุรุษทั่วไปเขาทำกันไม่
“ขอบคุณต้าเกอ”
มือหนาโบกปัดก่อนจะยกชาขึ้นมาจิบแล้วกล่าวถาม “วันนี้จะอยู่เรือนหรือ ไม่ไปเที่ยวเล่นที่ใดออกจะผิดวิสัยเจ้า”
ใบหน้างดงามแย้มยิ้มหวานเมื่อพี่ชายกล่าวถึงสิ่งที่ตัวเขาคิดจะทำอยู่จริง ๆ
“ข้าก็บอกท่านไปแล้วอย่างไรว่าจะไปหาของขวัญพิเศษให้ท่านย่าเล็ก ข้าอาจจะไม่กลับจวนสักสองสามวันนะขอรับ ลาท่านตรงนี้เลย”
กล่าวจบก็ย่อกายให้พี่ชายอีกครั้ง ทิ้งให้พี่ชายทำหน้าสงสัยอยู่คนเดียว “เจ้าไปจะที่ใดเสี่ยวตี้” แต่คำตอบที่ได้จากบุรุษร่างบางคือการหันหลังโบกมือให้ ไร้คำตอบใดเป็นคำพูด
ตึก!
จอกชาถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง พร้อมกับที่ร่างสูงใหญ่กว่าไช่โต่วฟุจะยืนขึ้นเต็มความสูง เชิดหน้าขึ้นพร้อมจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตนเองให้เรียบร้อย
“งานนี้ฉายเดี่ยวอีกแล้ว ตัวพรุนแน่!”
‘พรุน’ ในความหมายของไช่หลุนก็คือ เขาได้พรุนเพราะโดนสตรีทั้งงานรุมจ้องอยู่เพียงคนเดียว เกิดมาด้วยฐานะร่ำรวย มีอำนาจ รูปโฉมโดดเด่นบางทีก็เป็นเรื่องน่าหนักใจ!
…ความลำบากของคนรวยที่หวงความโสดมาก!
[1] เสี่ยวตี้ มาจากคำว่า ตี้ตี่ (弟弟) แปลว่าน้องชาย ใช้เสี่ยว (小) ที่แปลว่าเล็กเมื่อเรียกคนอายุน้อยกว่า
[2] ต้าเกอ หมายถึงพี่ชายคนโต สามารถใช้เรียกพี่ชายแท้ ๆ หรือเรียกคนที่ให้ความนับถือได้ หรือจะเรียกในบริบทยกย่องได้ เช่น เจอนักเลงใหญ่แล้วเรียกต้าเกอไว้ก่อน
บทที่ 130 ส้มส้มโต้วฟุพาภรรยากลับจวนตระกูลไช่ทำการอาบน้ำผลัดเปลี่ยนชุดให้นางโดยไม่เรียกใช้สาวใช้ การกระทำนี้ทำเอาล่าเจียวมีความรู้สึกว่าเขากำลัง ‘ทำดีหวังผล’“พูดมาเถิดเจ้าค่ะฟูจวิน เอาใจข้าเช่นนี้กำลังห(จบวังผลอยู่ใช่หรือไม่”มือที่กำลังนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้นางอยู่ชะงัก ใบหน้างดงามเผยรอยยิ้มสมใจที่ต่อให้ล่าเจียวไม่หันไปมองก็รู้ว่าเขาทำสีหน้าเช่นไรอยู่“ต่อให้วันนี้จะได้รับชัยชนะมา แต่ตามเนื้อตามตัวเจ้ามีรอยฟกช้ำแถมมาด้วย ฟูจวินเห็นแล้วปวดใจยิ่ง”คนที่สนับสนุนให้นางเดินทางสายจอมยุทธ์นักประลองมีเพียงล่าซูซูเท่านั้น วันนี้มารดาของนางไม่ได้มาชมการประลองด้วยเพราะฮุ้ยจื้อมีสอบหน้าพระที่นั่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ล่าเจียวประลองยุทธ์ ต่อให้บิดามารดาไม่มาให้กำลังใจนางก็พอเข้าใจได้“กำลังจะขอให้ข้าเลิกการประลองยุทธ์ใช่หรือไม่เจ้าคะ”ล่าเจียวเข้าสู่สายจอมยุทธ์มาได้สองปีแล้ว ประลอง 12 ครั้งชนะรวด ใช้ทั้งอาวุธธรรมดาไปจนถึงท่าไม้ตาย‘ไม้ตาย’ ที่ว่าเป็นการแช่แข็งตัวคู่ต่อสู้ให้ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ นานทีนางจะแสดงวิชานี้ต่อหน้าผู้คน ถือว่าเป็นจุดขายที่ทำให้คนตีตั๋วเข้าชมเต็มทุกรอบ สร้างรายได้ให
บทที่ 129เมื่อห้าปีผ่านไปทุกคนมีสิ่งที่ต้องการทำในอนาคต ฮุ้ยจื้อเตรียมตัวสอบขุนนางในปีนี้ โต้วฟุเตรียมตัวขึ้นรับตำแหน่งผู้นำตระกูลไช่แทนไช่หลุนซึ่งจะต้องรับตำแหน่งผู้นำเมืองตงไฮ้ต่อจากบิดา ส่วนล่าเจียวนั้น...“และผู้ชนะในวันนี้ก็คือเถี่ยล่าเจียวเจียว~”“เฮ!”เป็นจอมยุทธ์สาวผู้เลื่องชื่อ!เมื่อประกาศชัยชนะ เสียงผู้คนโดยรอบก็เฮสนั่นด้วยสมใจเป็นอย่างยิ่ง นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเถี่ยล่าเจียวเจียว จอมยุทธ์สาวที่สามารถแช่แข็งคู่ต่อสู้ได้ด้วยการซัดลมปราณใส่“เฮ ท่านแมะ…” คำว่า ‘แม่’ หายไปในทันทีเมื่อถูกมือใหญ่ของผู้เป็นบิดาปิดปากเอาไว้ใบหน้างดงามกระซิบลงข้างหูเล็กของบุตรชายที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายเขาถึงเจ็ดส่วน“ถังถั่ง อยู่ตรงนี้เรียกแม่ไม่ได้นะ”เด็กน้อยวัยสี่หนาวเชื่อฟังบิดายิ่งแล้ว ยกมือเล็กปิดปากตนเองไว้ พยักหน้าเชื่อฟังบิดาแต่โดยดี“ขอรับ ถังถั่งจะไม่เรียกว่ามะ…จอมยุทธ์เจียวเจียวเก่งที่สุดเลย”โต้วฟุเอ็นดูลูกน้อย หอมแก้มซาลาเปาฟอดใหญ่ แววตาที่มองร่างเล็กจ้อยมีแต่ความรักใคร่ฉายอยู่ในนั้น“เก่งมาก ให้กำลังใจเจียวเจียวอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวเจียวเจียวก็ขึ้นมาแล้ว เมื่อนั้นถังถังจะเรียกเสียง
บทที่ 128คุณสามีคุณภรรยาเช้านี้เป็นเช้าแรกที่ล่าเจียวรู้สึกไม่อยากตื่นขึ้นมานั่ง ไม่อยากเดิน ไม่อยากขยับร่างกายเยอะ ด้วยเมื่อคืนเพิ่งผ่านประสบการณ์สุดวาบหวามกับสามีเขาไปหาเวลาศึกษาท่วงท่ามาจากไหน เหตุใดจึงเก่งกาจเพียงนี้“ตื่นแล้วหรือ…ฟอด~”ถามภรรยาด้วยเสียงนุ่มนวลก่อนที่จะก้มลงหอมแก้มนางฟอดใหญ่ แขนแกร่งสอดเข้ากับเอวเล็กดึงนางเข้ามาใกล้มากขึ้น แนบกายเปลือยเปล่าเข้ากับร่างบาง ก่อนที่จะจุมพิตบนเปลือกตากลมโต“เหนื่อยเจ้าค่ะ”ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังร่างกายท่อนบนของเขา หากไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน นางก็คงไม่ทราบว่าภายใต้อาภรณ์เนื้อดีนั้นมีมัดกล้ามแข็งแกร่งซ่อนอยู่ที่สำคัญคือเขายังโตได้อีก ไม่อยากจะคิดสภาพตัวเองเมื่อถึงยามนั้น ยามค่ำคืนที่เขา…“หน้าแดงเชียว คิดอะไรทะลึ่งอยู่ใช่หรือไม่”โดนเขาจับได้ไม่พอยังโดนอีกฝ่ายพลิกตัวให้ขึ้นมานอนบนร่าง ล่าเจียวหลุดเสียงกรี๊ดออกมาแผ่วเบา แต่หลังจากนั้นเสียงก็เงียบหายไปเมื่อโดนริมฝีปากของสามีกลืนกินเสียงไปทั้งหมดแล้วเช้าวันนี้คู่ข้าวใหม่ปลามันก็ทำกิจกรรมบนเตียงกันต่อโดยไม่สนใจเลยว่าหน้าเรือนหอนั้นกำลังมีบ่าวรับใช้ถืออ่างน้ำรออยู่ ติงตงที่มาหาเจ้านายแต่เ
บทที่ 127วิวาห์สายฟ้าไม่ฟาด“หนึ่ง....คำนับฟ้าดิน สอง....คำนับบิดามารดา สาม....คำนับกันและกัน ส่งตัวเข้าห้องหอ!”เพียงจบประโยคนี้เท่านั้นล่าเจียวก็มีชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ร่างเล็กในชุดเจ้าสาวถูกพาตัวมาในห้องหอรอเจ้าบ้านร่ำสุรากับแขกเหรื่อ ปรกตินางไม่สวมเครื่องประดับหนักศีระอยู่แล้ว เมื่อสวมมงกุฏเจ้าสาวน้ำสามกิโลกรัมพลันมีความรู้สึกว่า…หัวจะแตกวันนี้ให้ได้เลยใช่ไหม หนักเว้ย!ป๋องแป๋ง ป๋องแป๋ง~“อันใดกัน บ่าวสาวยังไม่ทันได้เข้าห้องหอเลย มีคนมาก่อกวนแล้วเช่นนั้นหรือ”สาวใช้ตัวน้อยที่ถูกเลือกให้เป็นสาวใช้คนสนิทของฮูหยินน้อยคนใหม่เอ่ยขึ้นมาด้วยความฉงนการละเล่นอีกอย่างหนึ่งในพิธีแต่งงานคือการก่อกวนห้องหอของบ่าวสาว ทว่าตอนนี้เจ้าบ่าวยังไม่ได้เข้าห้องหอก็มีคนมาคอยแกล้งแล้ว หากสาวใช้นางนี้จะรู้สึกแปลกใจก็ไม่ผิดหรือเกอเกอสั่งให้คนมาแกล้งไปตามธรรมเนียมก่อน เข้าห้องหอจริง ๆ จะได้ไม่่โดนขัดจังหวะล่าเจียวเพิ่งมาตกผลึกได้ว่าสามีป้ายแดงของนางนั้นเจ้าเล่ห์ชอบวางแผนเป็นที่สุด เขาตบตาทุกคนไม่เว้นแม้แต่ท่านย่าของเขา การที่นางได้เข้าพิธีแต่งงานกับเขาในวันนี้แท้จริงแล้วคือความมุมานะของเขาทั้งส
บทที่ 126 สิ่งที่อยากจะทำเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วหลังจากที่ร่วมรับประทานอาหารกับแขกเหรื่อเสร็จ ญาติผู้ใหญ่ของโต้วฟุและล่าเจียวก็ทำการพูดคุยเรื่องพิธีสำคัญที่เชื่อมสองตระกูลเอาไว้ด้วยกัน ส่วนเจ้าของงานทั้งสองคนนั้นได้เดินจับมือกันมานั่งเล่นที่เรือนไผ่ สถานที่โปรดของคนทั้งสอง“เกอเกอรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ กับการเป็นผู้ใหญ่สมบูรณ์แบบตามที่สังคมกำหนดเอาไว้”โต้วฟุยิ้ม เอ่ยตอบอย่างที่ใจรู้สึกมาตลอด“รู้สึกดีเป็นที่สุด เรื่องดีของการได้สวมกวานแล้วคือแต่งเจ้าเข้าจวนได้ ตรงข้ามกัน การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ทำให้รู้สึกว่าไหล่ทั้งสองข้างหนักมาก”ล่าเจียวพยักหน้าเข้าใจไม่แปลก กิจการร้านค้าเยอะขนาดนี้แต่ช่วยกันดูแลไม่กี่คนเท่านั้น หรือข้าจะต้องมีลูกให้เขาเยอะ ๆ แต่ว่าหากมีลูกเยอะแล้วจะแย่งสมบัติกันเองไหมนะท่าทางครุ่นคิดของล่าเจียวทำหว่างคิ้วทั้งสองมุ่นเข้าหากัน โต้วฟุจึงยื่นมือไปช่วยคลายปมตรงหว่างคิ้วให้“คิดอันใดอยู่ เหตุใดทำหน้าเครียดเชียว”“อ้อ แค่กำลังคิดเจ้าค่ะว่าจะมีบุตรให้ท่านกี่คนดี ต้องสอนลูกอย่างไรลูกถึงจะได้ไม่ทะเลาะกัน”นางก็วางแผนถึงอนาคตของเราหรือนี่“สองคนดีหรือไม่ ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง บ
บทที่ 125สวมกวานครั้งแรกสามเดือนผ่านไปพิธีการที่โต้วฟุเฝ้ารอมาตลอดสุดท้ายก็มาถึง โดยปรกติแล้วฝ่ายชายมักรอฝ่ายหญิงปักปิ่น มีเพียงล่าเจียวเท่านั้นที่รอฝ่ายชายเข้าพิธีสวมกวานในห้องโถงยามนี้มีญาติผู้ใหญ่ของโต้วฟุอยู่รายล้อม ล่าเจียวและครอบครัวตระกูลช่านได้รับเกียรติให้อยู่ในพิธีการนี้ด้วย ผู้ที่จะทำการสวมกวานให้แก่โต้วฟุคือเจ้าเมืองไช่ช่านจิ่งผู้เป็นบิดา“คุณชายเล็กมาถึงแล้ว”ทุกคนอยู่ในความสงบ สายตามองไปยังประตูรอรับการมาของเจ้าของงานในวันนี้ ฝ่าเท้าภายใต้รองเท้าปักเย็บเป็นลวดลายเต่าสัญลักษณ์ประจำตระกูลไช่ไม่นานร่างสูงในชุดสีดำปักดิ้นลายเมฆาก็ได้ก้าวเข้ามาในห้องโถงเต็มร่าง ดวงตาคู่งามกวาดสายตามองคนในห้องโถง“เจอแล้ว” ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่สตรีใบหน้าน่ารักในชุดสีชมพูอ่อนดูน่ารักสมวัยเมื่อเห็นชายหนุ่มมองมา ล่าเจียวก็ส่งยิ้มหวานให้เขา ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเจินที่เห็นเช่นนั้นก็กลอกตามองไปทางอื่นเพียงแค่นึกถึงถ้อยคำด่ากราดอย่างรุนแรงของพี่สาวเมื่อสองเดือนก่อน ใจก็ร้อนรุ่มดังถูกไฟสุม ยามนั้นนางมาหาพี่สาวที่จวนตระกูลไช่เพราะได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าประกาศว่าคุณชายเล็กมีคู่หมายอย่างเป็นทางการ







