แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน

แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน

last update최신 업데이트 : 2025-11-22
작가:  ปรายมกรา연재 중
언어: Thai
goodnovel12goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
12챕터
452조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

เมษากานต์ ย้อนเวลากลับมาในยุครัตนโกสินทร์ ได้พบกับขุนเทวัญ ท่านขุนผู้เพียบพร้อม ในโลกที่กาลเวลาซ้อนทับ พวกเขาจะสามารถแก้ไขโชคชะตาที่เคยผิดพลาดได้หรือไม่ หรือคำสัญญาในฝันจะเป็นเพียงเงาของความทรงจำ

더 보기

1화

ฟ้าผ่าเปรี้ยง มาอยู่ในเรือนใครไม่รู้

「なぁ和也、今日は絵里と籍を入れる日だろ?すっぽかして、あいつ怒らねえの?」

「絵里が和也にベタ惚れなのは周知の事実じゃんか。和也が寧々のために行かなかったって知っても、怒る度胸なんてあるわけねえって」

「そうよ。絵里なんかが寧々に勝てるわけない。和也は昔っから寧々を溺愛してるんだから……」

……

彼らが口にする「寧々」という少女は藤原寧々(ふじはら ねね)、藤原和也(ふじはら かずや)の義妹だ。

ホテルの個室のドア前に立ち尽くす水原絵里(みずはら えり)は、全身の血液が凍りつくような感覚に襲われていた。

これが、長年愛し続けた男の正体だというのか。あまりにも浅ましい。

彼女は拳を固く握りしめる。爪が掌に深く食い込むが、胸を焼く絶望に比べれば、そんな生理的な痛みは万分の一にも満たなかった。

深く息を吸い込むと、扉を押し開けた。

バンッ!

喧騒に包まれていた個室が、瞬時に静まり返る。

「絵里……」誰かが息を呑んだ。

扉の前に立つその美貌に、誰もが目を奪われた。透き通るような白い肌、引き締まった腰のラインを強調するピンクのワンピース。ハーフアップにまとめた髪が、優美さを際立たせている。

だがその瞳は、氷のように冷徹だった。彼女の視線が、和也と寧々を射抜く。

「和也。これが、役所に行けない理由?」

和也の端正な顔に、一瞬だけ気まずさが走る。だがすぐに絵里のそばへ歩み寄った。

「入籍なんていつでもできるだろ。寧々が久しぶりに海外から帰ってきたんだ。兄として、歓迎会を開くのは当然のことだろう?」

絵里は冷ややかに笑う。

「一年に一度の交際記念日も、あなたにとっては『どうでもいい』ことなの?

今回を逃せば、来年まで待たなきゃいけないって分かってるくせに」

それは二人の約束だった。

交際記念日を結婚記念日にする。一石二鳥で、特別な意味を持たせるはずだったのだ。

だが明らかに、和也には結婚する気などない。

彼が真に娶りたいのは寧々なのだ。

彼の、幼馴染であり義妹である寧々を。

何かを感じ取ったのか、和也が絵里の腕を掴もうとする。

「騒ぐな。帰ってから説明するから」

絵里はその手を乱暴に振り払った。

その時、寧々が口を開いた。

「絵里、ごめんなさい。私が悪いの。今日が入籍日だなんて知らなくて……」

うつむいて謝るその姿は、いかにも被害者といった風情だ。

絵里は常日頃から彼女を嫌悪していたため、無視を決め込む。すると寧々は顔を上げ、涙を浮かべた瞳で訴えかけてきた。

「許して。私、絵里と兄さんの幸せを心から祝福してるのに……」

祝福?絵里は鼻で笑った。

「猫かぶるのはやめてくれない?本気で祝福してるなら、わざわざ戻って来たりしないでしょ」

和也の表情が曇る。

「そんな意地悪な言い方はやめろ」

「何よ、大事な大事な妹を言われて不機嫌?」

絵里の目は、他人を見るように冷え切っていた。

和也は顔をしかめ、低い声で叱責する。

「絵里、場所をわきまえろ。滅多なことを言うもんじゃない!」

見ろよ。どれほど妹を庇うのか。

彼がそこまで肩を持つのなら、望み通りにしてやろうね。

「やったことは事実でしょう?何を怖がってるの?」

寧々の目元が赤くなり、傷ついた表情を作る。

「私と兄さんはそんな関係じゃないわ。どうして昔みたいに誤解ばかりするの?

二人の喧嘩の原因になるって分かってたら、私、帰って来なかった……」

寧々の涙声は、聞く者の庇護欲をそそるものだった。彼女が虐げられていると見た取り巻きたちが、一斉に絵里を非難し始める。

「絵里、それは言い過ぎだよ。和也と寧々は兄妹だぜ?そんなことにまで嫉妬するのか?」

「そうだよ。この三年間、あなたが寧々を受け入れないから、彼女は身を引いて出国したんだろ?また同じことを繰り返す気か?」

「調子に乗ってると、和也に捨てられるぞ!」

……

絵里は彼らの義憤に満ちた顔を、冷徹な目で見つめ返した。

かつては和也のために、こうした友人たちにも我慢を重ねてきた。どんな冗談を言われようと、陰で笑われようと、聞こえないふりをしてきたのだ。

だが、もう終わりだ。

絵里の言葉は鋭利な刃物のように響いた。

「妹が兄に毎日べったり張り付いてるのが、正当だとでも?

あんたたちの頭はどうかしちゃったの?それとも、そういう禁断の愛がお好み?

私が身を引いてあげるから、存分に見せつけてもらえばいいわ」

一同は呆気にとられた。

和也の前では従順だった絵里が、これほど辛辣になろうとは予想もしていなかったのだ。あまりにも言葉が過ぎる。

「絵里、どうしてそんなに私を侮辱するの?」

寧々は今にも泣き出しそうな顔で、あざといほどに哀れっぽく言った。

「私のことが嫌いなのは仕方ないけど、兄さんはあんなに絵里が好きなのに。こんなに尽くしてるのに、まだ不満なの?」

絵里は眉をひそめた。

他人は知らないだろうが、彼女は寧々の本性を熟知している。

和也と知り合って十年、交際して五年。

一年目の絵里の誕生日に、寧々は「事故に遭った」と嘘をついて和也を呼び出した。

二年目のバレンタインには「失恋した」と言い出し、自殺をほのめかして和也に泣きついた。

三年目、四年目……

寧々は無限に理由を作り出し、そのたびに和也は絵里を見捨てて駆けつけた。

そして三年前、寧々が突然出国を申し出た時も、周囲は「絵里が追い出した」と決めつけたのだ。

絵里の冷ややかな視線が、寧々をじっと捉える。

「まともな兄妹関係なら、入籍なんていう一大事を蔑ろにしたりしないわ。

どっちもどっちのクズとあばずれが、被害者ぶって私に寛容さを強要するなんて、笑わせないで。どの面下げて言ってるの?

恥を知りなさいよ」

寧々は顔を真っ赤にし、言い返すこともできずに涙をポロポロとこぼすだけだ。

和也は堪忍袋の緒が切れ、顔を紅潮させて怒鳴った。

「いい加減にしろ!自分が惨めだと思わないのか!

たかが入籍だろ。記念日が無理なら、お前の誕生日に変えればいいだけじゃないか。どうしてそれくらい大目に見られないんだ!」

大目に?

ええ、もちろん。

絵里の心は、凪のように静まり返っていた。

「和也。別れましょう」

室内がどよめく。

和也は数秒呆然とした後、苦々しい顔になった。

「また別れるとか言うのか?三年前もそうやって騒いで、寧々に気を遣わせて追い出したくせに。まだ飽き足らずに彼女を追い詰める気か?

お前はどうしてそんなに性格が悪いんだ。籍を入れてやるって言ってるのに、まだ寧々が許せないのか?これ以上悪辣な真似をするなら、俺だって考えがあるぞ!」

和也に庇われ、うつむいた寧々の口元が微かに歪み、勝ち誇った笑みを浮かべるのを、絵里は見逃さなかった。

それを目にした絵里は、まるで大輪の薔薇が咲いたような、艶やかな笑みを返した。

「ええ、いいわよ。入籍はやめましょう。結婚もなし」

言い捨てて、絵里は踵を返す。

背後から和也の怒号が飛んだ。

「今ここから出て行ってみろ。寧々にちゃんと謝らないなら、絶対に許さないからな!」

周囲は皆、絵里が折れて謝罪すると高を括っていた。

あれほど和也に惚れ込んでいたのだから。

だが、予想は裏切られた。絵里は足を止め、振り返って彼らを一瞥すると、宣言した。

「ちょうどいいわ、証人になって。私、水原絵里はここに誓います。今日限りで藤原和也とは他人。復縁なんて天地がひっくり返ってもありえない。

もし私がこの誓いを破ったら、その時は藤原和也が、一生女に縁がないまま、野垂れ死ねばいいわ!」

「……っ!」

捨て台詞を残し、絵里は呆気にとられる人々を尻目に、毅然と個室を後にした。

どうやってタクシーを拾ったのかも覚えていない。ホテルを離れた車内で、絵里はひたすら和也に関する連絡先を削除し続けた。

突然の着信音が、彼女の意識を現実へと引き戻す。

ディスプレイに表示された、見知らぬ、けれどどこか懐かしい番号を見て、心臓が止まりそうになった。

通話ボタンを押すと、鼓膜をくすぐるような、甘く低い声が響いてきた。

「結婚したいなら、俺を検討してみないか?」

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
12 챕터
ฟ้าผ่าเปรี้ยง มาอยู่ในเรือนใครไม่รู้
กล้องมือถือบนขาตั้งวางอย่างมั่นคงในห้องนอนคอนโดสไตล์ลอฟต์ แสงไฟริงสะท้อนใบหน้าเรียวคมของหญิงสาวที่ชื่อว่าเมษากานต์ หรือที่ใคร ๆ ในโลกออนไลน์รู้จักในชื่อเมษาพาแซ่บ บิวตี้บล็อกเกอร์สาววัยยี่สิบห้า ผู้มากับวาจาปรอทแตกและแหกคอนเทนต์รีวิวตัวแม่ตัวมารดาไม่ไหว“สวัสดีค่า เมษามาแล้วค่ะทุกคน วันนี้เรามาในลุคพิธีกรสารคดีแห่งชาติ เพราะของที่อยู่ในมือเมษาตอนนี้ ไม่ใช่ของเล่นนะคะทุก ๆ คน แต่มันคือ สร้อยโบราณของจริง”เธอพูดพร้อมหมุนสร้อยในมือเล่นไปมา ตัวสร้อยดูเก่าแก่แต่มีพลังบางอย่าง มันเป็นทองคำสลักลายประณีต พร้อมจี้กลมเล็กที่มีลายไทยวิจิตร ดูไปแล้วก็แอบหรูแบบคลาสสิกมากกว่าน่ากลัว“ทุกคน ดูสร้อยที่เมษาเพิ่งซื้อมาสิ เมษาไปเจอที่ร้านขายของเก่า แล้วเมษาก็ เอ่อ...แอบตื่นเต้นค่ะ เพราะเขาบอกว่าสร้อยเส้นนี้น่ะ เคยเป็นของคุณหญิงคนหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์เลยทีเดียว ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ใช่หรือมั่ว ของเก่าขนาดนั้นจะยอมขายให้เมษาถูก ๆ เหรอ ก็ไม่รู้สินะ” เธอยักไหล่พลางยิ้มกรุ้มกริ่ม มองสร้อยเหมือนของเล่นใหม่“อย่าหาว่าเวอร์วังนะ เมษาว่าสร้อยเส้นนี้มันแบบ มีพลังลึกลับอะ แค่จับก็เหมือนใจสั่นเบา ๆ แล้ว ถ้าเป็นข
더 보기
เมษาสายแซ่บ ปะทะคุณหลวงสายเก๊ก
“โอ๊ย เดินจากเรือนนู้นมานี่ทุกวันคือไม่ต้องเข้ายิมแล้วมั้งเนี่ย” เมษาบ่นเสียงดังพลางย่อตัวลงนั่งพักตรงชานเรือนด้านล่าง ผ้าถุงที่แม่พลอยจัดให้ยังพับไม่เป็นระเบียบ เดินไม่คล่อง นั่งก็ไม่สบาย“ไหนไวไฟ อยู่ตรงไหนคะ ใครมีพาสเวิร์ดบ้าง แล้วมือถือฉันไปไหนเนี่ย” เสียงของเธอดังลั่นเรือนแม่พลอยที่เดินถือถาดใบตองมาถึงหน้าชานจำต้องทำคิ้วขมวดอีกครั้ง“ไว อะไรนะ”ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงฝีเท้าแน่นหนักก็ดังขึ้นทางระเบียงไม้ ขุนเทวัญที่เพิ่งเดินมาจากเรือนด้านในหยุดยืนอย่างสงบ มองลงมายังหญิงสาวผู้แปลกประหลาดเบื้องล่าง คิ้วเข้มของเขาขมวดเข้าหากันช้า ๆ ราวกับต้องใช้แรงในการแปลภาษา“แม่เมษา เธอโวยวายสิ่งใด ฉันให้ไปอยู่กับเรือนแม่พลอย เธอติดขัดอะไรหรือเปล่า”เมษาหันขวับ ยกมือเท้าเอวทันทีแบบไม่ยอมแพ้ นี่ตกลงจะยังคอสเพลย์เป็นท่านขุนไม่เลิกอีกหรือไง ช่วงแรก ๆ มันก็สนุกดีอยู่แหละ แต่ตอนนี้เมษาชักเริ่มอารมณ์ไม่ค่อยจะดีแล้ว แม้เธอจะคิดว่านี่อาจเป็นการซ่อนกล้องเพื่อถ่ายอะไรบางอย่าง เธอก็เลยเออออตามน้ำไปแค่นั้นเอง“โอเค...งั้นถามตรง ๆ เลยค่ะ ไม่มีไวไฟใช่มั้ย ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีสัญญาณมือถือเลย”ท่านขุนเลิกคิ้วขึ
더 보기
เรื่องเล็กยุคนี้ แต่ใหญ่สำหรับแม่หญิงเมษา
เช้าวันถัดมา แสงแดดอุ่นยามสายลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เข้ามาในเรือนบ่าว กลิ่นน้ำอบอ่อน ๆ ลอยเคล้ากับกลิ่นขนมไทยที่แม่พลอยทำไว้แต่เช้าเมษานั่งกอดหมอนใบเล็กอยู่บนฟูก สวมผ้าถุงที่เกือบหลุด ข้างตัวมีสมุดกับดินสอที่แม่พลอยเตรียมไว้ให้ตามที่เธอขอ แต่สิ่งที่เธอจดไม่ใช่สูตรกับข้าวหรือบทกลอน“สิ่งที่ควรรู้เพื่ออยู่รอดในยุคที่ไม่มีกูเกิ้ล”แม่พลอยเดินเข้ามาพร้อมขันน้ำใบเล็ก “วันนี้ฉันจะสอนเธอนุ่งผ้าใหม่อีกทีนะ ไม่ใช่เดินแล้วชายหลุดเหมือนเมื่อวาน” “แล้วก็คำพูด อย่าเผลอพูดอะไรแปลก ๆ ต่อหน้าท่านขุนอีกนะ”เมษายิ้มเจื่อน “ยอมแล้วจ้ะ วันนี้จะเป็นเด็กดีของเรือนไทย แบบเท่าที่ฉันจะทำได้”ภารกิจที่ 1 นุ่งผ้าถุงแบบหน้านางแม่พลอยนั่งพับเพียบอย่างคล่องมือ มือซ้ายจับชายผ้า มือขวาพับจีบแนบต้นขาเมษาทำตามอย่างตั้งใจสุดฤทธิ์ แต่ทุกทีที่ลุกขึ้น ชายผ้าก็เบี้ยว บางทีก็หลุดลงมาตุงอยู่ตรงหน้าขาอย่างน่าอับอาย“เอ่อ แม่พลอย มีเวอร์ชั่นสำเร็จรูปแบบซิปมั้ยอะ แบบที่ดึงปุ๊บแล้วจบเลย เหมือนกางเกงน่ะ เข้าใจป้ะ”แม่พลอยเงยหน้าขึ้นมามองอย่างงง ๆ “ซิปอะไรอีกล่ะนั่น”“ซิปไง ซิป ตัวล็อกผ้าที่รูดขึ้นลงปื๊ด ๆ ไม่ใช่เชือก ไม่ใช่กระดุ
더 보기
อย่าหวั่นไหวสิคะท่านขุน
บ่ายวันต่อมาในเรือนใหญ่ ขุนเทวัญนั่งพินิจเอกสารอยู่ในศาลาเล็กหน้าบ้าน แสงแดดลอดผ่านต้นพิกุลเป็นลายเงาบนโต๊ะไม้ เสียงฝีเท้าของแม่พลอยกับเสียงบ่นของใครบางคนก็ดังมาพร้อมกัน“แม่พลอย นี่เธอแน่ใจเหรอว่าผ้าถุงมันต้องรัดแน่นขนาดนี้อะ ฉันว่าฉันกำลังจะขาดอากาศหายใจตายไปซะก่อน”แม่พลอยหัวเราะคิก “อดทนหน่อยน่า กระโดกกระเดกแบบเธอ ต้องรัดแน่น ๆ เดี๋ยวผ้าผ่อนไปหลุดเอาต่อหน้าพวกคุณท่าน จะอายเอา”ขุนเทวัญเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวผู้ที่กำลังหมุนตัวเองดูชุดผ้าถุงสีสดราวกับนางแบบเดินแฟชั่นโชว์เขาถอนหายใจเบา ๆ“แม่เมษา” เสียงนิ่ง เรียบ แต่ดักสติเธอให้หยุดหมุนในพริบตา “ฉันเห็นเธอสวมชุดของคนในเรือนแล้ว ยังแลดูพิลึกอยู่มาก”เมษาหันมายิ้มแห้ง ๆ “ก็ฉันพยายามแล้วนี่คะคุณพี่ขุน แต่ยังไงมันก็ใส่ไม่สบายอยู่ดี ขอกลับไปใส่ชุดแบบที่ฉันเคยใส่มาตอนวันแรกได้ไหม”“ชุดแปลกประหลาดแบบนั้น มันจะไปหาซื้อได้ที่ไหนกันล่ะ” เขาหันไปทางแม่พลอย “เอาเงินนี่ไป พาแม่เมษาไปเลือกซื้อผ้าเสียที ให้ได้ชุดที่เหมาะกับหญิงไทย อย่าให้ต้องใส่สิ่งแปลกประหลาดอีก บอกให้ไอ้เฟื่องขับรถไปส่ง”แม่พลอยรับคำทันที “ได้เลยเจ้าค่ะท่านขุน”เมษายกมือไหว้แบบลวก
더 보기
นี่เธอหลงมาไกลแค่ไหนกัน แม่เมษา
ยามเย็นในเรือนไทยนั้นเงียบสงบกว่าทุกเวลาที่เมษาเคยสัมผัส ไม่มีเสียงรถ ไม่มีข่าวในทีวี ไม่มีแจ้งเตือนจากมือถือ มีเพียงเสียงลมพัด เสียงนกร้อง และแสงอาทิตย์ที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองเมษานั่งบนชานเรือน ใกล้ศาลาเล็กใต้ร่มไม้ ขุนเทวัญนั่งอีกฝั่งของตั่งไม้ เตรียมเอกสารบางอย่างไว้ในมือ แต่ยังไม่ลงมืออ่านเมษาหันไปมองเขา ก่อนจะถามขึ้นอย่างลังเล “คุณพี่ขุนเทวัญคะ ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย”ขุนเทวัญเงยหน้าขึ้น มองเธอนิ่ง ๆ ก่อนพยักหน้า “ว่ามาเถิด หากตอบได้ ก็จะตอบ”“ตอนนี้ปีอะไรเหรอคะ”ขุนเทวัญนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบช้า ๆ “ก็จุลศักราชหนึ่งพันสองร้อยสามสิบห้า”“จุลศักราช” เมษากระพริบตา ขอโทษนะคะ เอาเป็นพุทธศักราชได้มั้ย”ขุนเทวัญยิ้มบาง ๆ “พุทธศักราชสองพันสี่ร้อยสิบหก”“แล้วตอนนี้เป็นแผ่นดินของพระมหากษัตริย์พระองค์ใด”“พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าน่ะ ทำไมหรือ”เมษาถึงกับนิ่งไป มือน้อย ๆ ยกขึ้นนับนิ้วเงียบ ๆ ในใจ ก่อนจะอุทานเบา ๆ“นี่มันสมัยรัชกาลที่ห้า”ขุนเทวัญพยักหน้าอย่างนุ่มนวล “ใช่แล้ว สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงทศพิธราชธรรมยิ่งนัก”เมษาหันหน้าไปมองท้องฟ้าสีส้ม เสียงลมหายใจของเธอแผ
더 보기
คุณหญิงแม่ กับกฎในเรือน
ตั้งแต่แม่เมษาหล่นตุ๊บเข้ามาสู่ยุครัตนโกสินทร์ตอนกลางและมาอยู่ในเรือนขุนเทวัญได้หลายวันคุณหญิงจันทร์วาดก็มองอยู่ห่าง ๆ ยังไม่ได้สืบสาวเล่าความอันใดให้เป็นแก่นสาร นั่นเพราะด้วยเหตุยังไม่มีเวลาว่างจะจัดการ และด้วยเพราะเมษาพูดจาไม่รู้ความเป็นภาษามนุษย์เลย และในเช้าวันนี้คุณหญิงก็อดไม่ได้อีกต่อไป“แม่พลอย ไปตามแม่เมษามาพบฉันแต่เช้า อย่าให้ต้องรอนาน”แม่พลอยวิ่งแจ้นไปถึงครัว เมษาที่กำลังลองทอดไข่ดาวด้วยเตาถ่านก็สะดุ้ง“ไปเร็วเถอะเมษา คุณหญิงท่านเรียกหา แล้วก็ระวังกริยามารยาทให้ดีด้วยนะคุณหญิงท่านเป็นคนเจ้าระเบียบ”เมษาสะบัดผ้าซิ่น พูดหน้าระรื่น “เอาน่า เดี๋ยวฉันจัดให้ คนอย่างเมษามีทักษะการเจรจาดีเริ่ด”ที่ห้องโถงในเรือนหลังใหญ่ คุณหญิงจันทร์วาดนั่งอยู่ตรงกลางห้องบนตั่งไม้สูง สวมผ้าไหมสีกรมปักดิ้นทอง แววตาสงบนิ่งเมษาค่อย ๆ ย่อตัวนั่งลงตรงหน้า ยิ้มแหย ๆ “กราบสวัสดีเจ้าค่ะคุณหญิงแม่ กราบสวัสดีค่ะคุณพี่ขุนเทวัญ”ขุนเทวัญนั่งอยู่ข้างแม่ สีหน้าเรียบนิ่งคล้ายจะสงบ แต่ในใจคงไม่สงบเพราะไม่รู้ว่าแม่เมษาจะแผลงฤทธิ์พูดจาโฉ่งฉ่างต่อหน้าผู้เป็นแม่ของเขาเมื่อใดเมษานั่งอยู่ตรงหน้าเพื่อบทสนทนาจากอีกฝ่าย
더 보기
แม่หญิงสูงศักดิ์กับแม่หญิงสายแซ่บ
แดดสายสะท้อนลงบนหลังคามุงจาก กระทบผิวน้ำตลาดปากคลองจนเงาวาว แม่ค้าเขียงหมูเสียงดังแข่งกับเจ้าของร้านขนมฝอยทอง เสียงตะโกนเรียกลูกค้าเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณท่ามกลางความวุ่นวาย เมษาเดินมาในลุคสายช้อปย้อนยุค ผ้าซิ่นลายแดงสดเกือบสะท้อนแสงแดด เสื้อแขนกระบอกพับผิดเล็กน้อย ข้างหนึ่งไหล่ตก ข้างหนึ่งตั้งสง่า มือหนึ่งหิ้วขนมต้ม อีกมือถือทองหยอดมากินเล่น“ว้าว ตลาดนี่คือสวรรค์ของสายกิน นี่ถ้ามีชาไข่มุกให้กินด้วยละก็ ฟินสุด ๆ”แม่พลอยที่เดินตามแทบเอามือปิดหน้าผาก “อย่าพูดอะไรเพี้ยน ๆ ออกมาอีกเลยแม่เมษา แค่นี้คนก็มองกันทั้งตลาดแล้ว”“ก็มองคนสวยไง ไม่เห็นแปลก หรือเธอว่าฉันไม่สวยหรือไงแม่พลอย”“เออ ไอ้สวยน่ะก็สวย แต่แปลกก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน”เมษากรอกตามองบน “จะถือว่าเป็นคำชมแล้วกันนะ”ที่หัวตลาด เสียงวุ่นวายของพ่อค้าแม่ขายยังครึกครื้น แต่ทันทีที่แม่หญิงรำเพยปรากฏกายเดินนวยนาดอย่างงามสง่า ตลาดทั้งแถบก็เหมือนชะงักอารมณ์หนึ่งผ้าไหมสีชมพูทองจับจีบประณีต เสื้อห่มสไบกลิ่นน้ำอบโชยอ่อน ๆเมษาที่เพิ่งหันมาเห็น พึมพำกับแม่พลอยเบา ๆ “นั่นแม่หญิงรำเพยนี่”แม่พลอยพยักหน้า “ใช่ แม่หญิงรำเพย คู่หมายของท่านขุนเทวัญ”“คู
더 보기
ภาพในฝันที่เริ่มชัด
ในคืนนั้น สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านเรือนไม้ เสียงจั๊กจั่นยังดังเป็นจังหวะ กล่อมให้บรรยากาศยามค่ำในพระนครเงียบสงัดยิ่งขึ้นเมษานอนอยู่บนฟูกบาง ๆ ใต้แสงตะเกียงน้ำมันที่ไหวระริก เสียงลมหายใจเธอสม่ำเสมอก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป และเข้าสู่ห้วงนิทราเธอฝัน แต่มันทั้งชัดเจนและพร่าเบลอในเวลาเดียวกัน ในฝันนั้นเมษายืนอยู่กลางลานกว้าง รอบตัวเป็นสวนไม้สูงเรียงรายเหมือนเขาวงกต กลิ่นกำยานหอมจาง ๆ ลอยมาแตะจมูก ผืนฟ้าเป็นสีแดงใกล้โพล้เพล้ แต่ไม่มีแดด ไม่มีเงา เหมือนเป็นโลกอีกมิติหนึ่งเธอก้มมองตัวเองพบว่าตนเองไม่ได้สวมเสื้อแขนกระบอกหรือผ้าซิ่นแบบทุกวัน แต่เป็นสไบเฉียงสีขาวนวล เนื้อผ้าบางเบา และผ้านุ่งแบบจีบหน้านางสีแดงเข้ม ลวดลายละเอียดประณีตแบบหญิงในสมัยอยุธยา ซึ่งไม่เคยมีใครในยุครัตนโกสินทร์แต่งเช่นนั้นเธอก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ เท้าเปล่าสัมผัสพื้นดินอ่อนนุ่มและเย็นจับใจ เมษารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยเดินผ่านตรงนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย เสียงที่ทุ้มนุ่ม และอบอุ่นอย่างประหลาด“เจ้ามาแล้วหรือ”เมษาหันขวับ ชายหนุ่มในชุดโจงกระเบนสีดำ สวมเสื้อห่มแพร ผ้าโพกหัวบาง ๆ ดวงตาคมคู่นั้
더 보기
คำอธิษฐานที่ตรงกัน
เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ฝรั่งดังกระหึ่มขณะแล่นไปตามถนนลูกรังในพระนคร เมษานั่งเบียดแม่พลอยอยู่เบาะหลัง ดวงตาโตเท่าไข่ห่าน มองซ้ายขวาไม่หยุดส่วนขุนเทวัญนั่งอยู่เบาะด้านหน้าโดยมีเฟื่องเป็นคนขับรถ รถยนต์สีดำสนิทเงางาม ประทุนเปิดรับลมเย็นบาง ๆ ของช่วงสายวันนั้น“เพิ่งเคยนั่งรถโบราณย้อนยุคครั้งแรก” เมษาตะโกนฝ่าลม“รถโบราณอะไรกันแม่เมษา คันนี้เพิ่งนำเข้ามาจากอังกฤษเลยนะ” ขุนเทวัญพูดโดยไม่หันกลับมามอง“จริงด้วย นี่เรามาอยู่ในยุครัตนโกสินทร์นี่” เมษาบอกกับตัวเองก่อนที่จะหันไปมองทิวทัศน์รอบข้างของพระนครยุครัตนโกสินทร์รถยนต์แล่นมาหยุดที่หน้ากรมพระคลังสินค้า ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมผสมไทย-ตะวันตก ตัวอาคารสองชั้นทาสีขาวครีม มีบานหน้าต่างโค้งประดับไม้ฉลุลายทอง เสาเรียงรายรับชายคายาว หน้ากรมมีธงชาติสยามปลิวไสว เมษานั่งอ้าปากค้างอยู่เบาะหลัง“โอ้โห นี่หรือคือกรมพระคลังสินค้าของจริง มันทั้งสวยและดูขลังมาก”ขุนเทวัญหันมามองด้วยสีหน้าขรึมแต่แววตาขำ “ดูเธอจะไม่เคยเข้ามากลางพระนครสินะ”เขาก้าวลงจากรถแล้วหันมาทางแม่เมษาและแม่พลอย“ฉันต้องเข้าไปสะสางราชการภายในไม่นานนัก พวกเธอรออยู่แถวนี้ก่อน”“เจ้าค่ะ” แม่
더 보기
งานวัดฮีลใจ
ในเช้าของวันที่แสงแดดอ่อน เสียงนกเอี้ยงร้องแว่วจากยอดมะม่วง แม่พลอยจัดผมให้เมษาอยู่หน้าห้องเรือนในด้วยสีหน้าเคร่งครัด เพราะว่าพระยาภูบดินทร์ บิดาของขุนเทวัญกลับมาจากราชการที่หัวเมืองเหนือ และทราบว่าที่เรือนมีหญิงหลงทางมาอยู่อาศัย จึงอยากพบกับเมษา“ฟังให้ดีนะ เธออย่าเผลอพูดอะไรแปลกหูเหมือนที่ชอบพูดกับฉันต่อหน้าคุณท่านนะ”“จ้า จะเรียบร้อยแบบกุลสตรีศรีรัตนโกสินทร์เลยแม่พลอย” เมษาเบะปากใส่กระจกบนเรือนใหญ่ พระยาภูบดินทร์นั่งอยู่ที่ตั่งกลางเรือน เสื้อแพรสีเทาเงินตัดกับผ้าพับอย่างเรียบ เส้นผมขาวแซมข้างหู แต่ดวงตายังคมและนิ่ง ข้าง ๆ กันคือคุณหญิงจันทร์วาด ที่กำลังจิบชาด้วยท่าทางของหญิงชั้นสูงเมษาเดินเข้ามาด้วยอาการกึ่งประหม่า แต่พยายามทำใจดีสู้เสือ“กราบสวัสดีค่ะ คุณท่าน คุณหญิง แล้วก็คุณพี่ขุน เอ๊ย ท่านขุนเทวัญค่ะ” มือยกพนมแสนเรียบร้อย แต่เสียงสั่นปลายประโยคคุณหญิงหรี่ตามองตั้งแต่หัวจรดปลายซิ่น “ขอให้ความเรียบร้อยนั้นอย่าได้หมดอายุภายในห้านาทีเถอะ”พระยาภูบดินทร์หัวเราะเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ เสียงหัวเราะที่ไม่ได้ยินบ่อยในเรือนนี้“เธอคือแม่เมษาหรือ ดูท่าทางแปลกจากคนบ้านนี้เมืองนี้ยิ่งนัก
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status