Accueil / รักโบราณ / คุณชายเต้าหู้คุณหนูพริก / บทที่ 8 ข้าชอบสตรีหน้าตาน่ารัก

Partager

บทที่ 8 ข้าชอบสตรีหน้าตาน่ารัก

last update Date de publication: 2026-01-01 13:34:33

บทที่ 8

ข้าชอบสตรีหน้าตาน่ารัก

วันนี้เป็นอีกครั้งที่ไช่โต่วฟุทิ้งพี่ชายให้ไปงานเลี้ยงสังสรรค์เพียงลำพัง ถามว่ารู้สึกผิดหรือไม่…

ไม่เลยสักนิดเดียว! เพราะข้าไม่มีทางไปร่วมงานเลี้ยงพร้อมกับเขาแน่ อีกอย่างต้าเกอกำลังจะขึ้นเป็นเจ้าเมืองคนต่อไป การทำตัวให้ชินกับเรื่องงานเลี้ยงไว้ก็ถือเป็นการซ้อมรับตำแหน่ง

ร่างสูงบอบบางของไช่โต่วฟุเดินมาที่เรือนนอนของตน เอ่ยสั่งเสียงเบากับบุรุษร่างหนาผู้ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง

“ข้าขอเปลี่ยนชุดสักประเดี๋ยว เตรียมรถม้าไว้ที่ด้านหลังจวนด้วย เราจะไปค้างที่หนานไฮ้สักสองสามคืน”

“ขอรับคุณชายเล็ก”

ติงตงองครักษ์คนสนิทโค้งตัวลงให้อย่างนอบน้อม เขาเติบโตภายใต้ตระกูลไช่มาตั้งแต่ 4 หนาว อายุไล่เลี่ยกับไช่หลุน

“วันนี้จะใส่ชุดสีอะไรดี”

ไช่โต่วฟุเอ่ยด้วยน้ำเสียงนึกสนุก เมื่อเปิดหีบใส่ผ้าที่ด้านในบรรจุชุดสีสันสวยงามมากมายอยู่ในหีบ มือเรียวบางก็หยิบชุดสีชมพูกับสีฟ้าออกมาอย่างละหนึ่งชุด คิดอยู่สักพักว่าจะใส่ชุดไหน ก่อนที่จะตัดสินใจหยิบชุดสีชมพูปักลายบุปผาสีเหลืองและสีฟ้าออกมา

ชุดสีชมพู ปักลวดลายบุปผา อาจจะสงสัยกันว่าเหตุใดเขาต้องใส่ชุดนี้เหล่านี้แทนการใส่ชุดสีน้ำเงินหรือสีดำที่ขับให้คนใส่ดูน่าเกรงขามขึ้น

นั่นเป็นเพราะข้าไม่อยากดูน่าเกรงขามอย่างไรเล่า!

เสียงลือเสียงเล่าอ้างจากชาวเมืองกล่าวถูกแล้ว ใบหน้าของไช่โต่วฟุงดงามราวกับสตรี ร่างกายดูอ่อนแอไม่สมกับที่เป็นตระกูลก่อตั้งสมาคมจอมยุทธ์

ไช่โต่วฟุไม่ได้ป่วยตั้งแต่เด็ก ตรงข้ามกัน ร่างกายของเขาแข็งแรงมาก แม้จะดูบอบบางราวกับสตรีแต่สามารถต่อสู้และใช้วรยุทธ์ได้ อาจไม่ได้เก่งกาจเท่าไช่หลุน แต่ก็ไม่ตายเพราะคมดาบใครโดยง่าย

“งดงามยิ่ง ข้าสงสารสตรีนัก”

เมื่อแต่งตัว แต่งหน้า เขียนคิ้ว แต้มชาดเสร็จ ไช่โต่วฟุก็มายืนอยู่หน้ากระจกทองเหลืองดูความเรียบร้อยของตนเอง

การแต่งกายเป็นสตรีคือสิ่งที่เขาทำเป็นงานอดิเรก เขาไม่ได้กายเป็นชายแต่หัวใจเป็นหญิง เพียงแค่ชื่นชอบของสวยงาม น่ารักกระจิริด แน่นอนว่านั่นย่อมหมายถึงสตรีด้วยเช่นกัน

เขาเคยตั้งปณิธานเอาไว้ สตรีที่เขาจะแต่งงานมีบุตรด้วยในอนาคต หากหน้าตาไม่น่ารักจิ้มลิ้มหรืองดงามน้อยกว่า

ข้าขออยู่เป็นโสดตลอดชีวิต

“ติงตง”

เสียงเรียกทำให้ร่างหนาหันหน้าไปมอง ติงตงพลันชะงักกับภาพที่เห็นตรงหน้า ริมฝีปากอ้าค้างเสียอาการอย่างชัดเจน

“งดงามมากขอรับคุณชาย”

เป็นอีกครั้งที่เขาต้องตะลึงกับรูปโฉมของคุณชายเล็กในคราบสตรีเช่นนี้ เขากล้าบอกได้เลยว่าตั้งแต่มีชีวิตมายี่สิบกว่าปี ยังไม่เคยเห็นผู้ใดหน้าตางดงามเท่าคุณชายเล็กของเขามาก่อนเลย

สี่ยอดพธูแห่งเมืองหลวงหรือ นับเป็นอะไรได้!

แววตาเหม่อลอยของคนสนิททำให้คนที่ถูกชมหัวเราะออกมา ไม่วายหยอกล้อเขาด้วยการหมุนกายไปรอบหนึ่ง พร้อมย่อกายคารวะอย่างอ่อนช้อย

“ขอบคุณสำหรับคำชมเจ้าค่ะคุณชาย”

กล่าวจบก็เดินนำติงตงไปที่รถม้าซึ่งจอดรออยู่ที่หลังจวนติดกับสวนไผ่ ทุกครั้งที่ไช่โตว่ฟุแต่งกายเป็นสตรี มักจะให้คนเตรียมรถม้าไว้ที่หลังจวนเพื่อปิดบังสายตาสอดรู้จากชาวบ้านและบ่าวรับใช้ภายในจวน

เพราะเรื่องที่เขาแต่งกายเป็นสตรี นอกจากไช่หลุนและคนของเรือนโต่วฟุแล้วก็ไม่เคยมีผู้ใดเห็นหรือรับรู้มาก่อน

ไช่โต่วฟุชอบเรือนท้ายจวนก็เพราะอย่างนี้ เงียบสงบเพราะบ่าวทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเข้ามาในอาณาเขตท้ายจวน การอยู่คนเดียวเงียบ ๆ นอกจากจะทำอะไรสะดวกแล้ว ยังสามารถเล่นสนุกแอบทำอะไรลับหลังผู้อาวุโสภายในตระกูลได้อีกด้วย

การเดินทางจากเมืองตงไฮ้ไปหนานไฮ้ใช้เวลาไม่นานเพราะพื้นที่ของแคว้นไม่ได้กว้างใหญ่นัก วันปกติสามารถสัญจรได้โดยไม่ติดขัด ทว่าวันนี้เหมือนจะไม่ใช่วันปกติ

“วันนี้มีคนเข้าเมืองหนานไฮ้เยอะนัก เขาจัดงานอะไรขึ้นเป็นพิเศษหรือไม่ติงตง”

ครานี้เสียงที่กล่าวถามขึ้นถูกดัดให้เป็นเสียงหวานแบบสตรี มือเรียวบางเปิดม่านหน้าต่างรถม้าแอบยื่นหน้าออกไปดูเส้นทางด้านหน้าเล็กน้อยจึงเห็นว่าทางเข้าด้านหน้าเมืองมีรถม้ายาวเหยียดจอดอยู่บนถนน ขยับเขยื้อนได้ทีละนิด

“อาจเป็นเพราะมีคนรอเข้าเมืองตกค้างจากอาทิตย์ที่แล้วขอรับ ได้ข่าวว่าอาทิตย์ก่อนพายุเข้า ผู้คนจึงเลี่ยงเดินทางเข้าเมืองกันในช่วงนั้น ข้าน้อยผิดเองขอรับที่ไม่ได้เอ่ยเรื่องนี้กับคุณชายก่อน เอ้ย...คุณหนู”

ติงตงตีปากตนเองที่เผลอเรียกคุณชาย แต่ไช่โต้วฟุก็ไม่ได้ตำหนิอันใดเขา

“อ้อ เป็นเช่นนั้น” รับคำเสียงเบาพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

รออยู่เกือบครึ่งชั่วยามรถม้าคันหรูหราที่ไช่โต่วฟุนั่งอยู่ถึงได้แล่นมาจอดยังหน้าประตูเมือง ก่อนเข้าเมืองทหารยามจะตรวจค้นรถม้าอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อมั่นใจว่าจะไม่มีผู้ใดแอบกระทำการผิดกฎหมาย เช่น แอบบรรทุกสิ่งที่ไม่ควรนำเข้าเมืองมา

“ลงจากรถม้าด้วย”

ทหารเฝ้าประตูเมืองสั่งเสียงเข้ม หากเป็นคนของเมืองหนานไฮ้สามารถเข้าเมืองไปได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ยื่นป้ายประจำตัวให้เท่านั้น แต่หากเป็นคนของเมืองอื่นต้องขอตรวจตรารถม้า

วันนี้ป้ายประจำตัวที่ไช่โต่วฟุพกมาย่อมไม่ใช่ป้ายตัวจริงอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ผู้ใดสงสัยถึงตัวตนก็จำต้องละทิ้งความสบายจากอภิสิทธิ์ความเป็นบุตรของเจ้าเมืองมาใช้วิธีการแบบปุถุชน

“นี่เจ้าค่ะ ป้ายประจำตัวของข้า” มือขาวเนียนดั่งหยกยื่นป้ายประจำตัวให้ทหารยาม มือหยาบกร้านรับไปดูพร้อมกับจดชื่อคนเข้าเมืองในวันนี้ไปด้วย

ระหว่างรอให้ตรวจค้นรถม้า สายตาของไช่โตว่ฟุก็มองไปรอบ ๆ ก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับสตรีใบหน้าจิ้มลิ้มผู้หนึ่ง มันจะดูน่าเอ็นดูกว่านี้ หากนางผู้นั้นไม่อมไม้น้ำตาลปั้นคาปากไว้ แก้มใสพองออกมาจากก้อนน้ำตาลที่มีขนาดใหญ่

‘ยินดีต้อนรับ นี่พี่สาวเจ้าไง ฮุ้ยจื้อ!’ นี่คือข้อความที่เขาเห็นจากป้ายกระดาษในมือของสตรีผู้นั้น คำถามของเขาในตอนนี้ก็คือ…นางมายืนถือป้ายอะไรอยู่หน้าประตูเมือง!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คุณชายเต้าหู้คุณหนูพริก   บทที่ 130 ส้มส้ม(จบ)

    บทที่ 130 ส้มส้มโต้วฟุพาภรรยากลับจวนตระกูลไช่ทำการอาบน้ำผลัดเปลี่ยนชุดให้นางโดยไม่เรียกใช้สาวใช้ การกระทำนี้ทำเอาล่าเจียวมีความรู้สึกว่าเขากำลัง ‘ทำดีหวังผล’“พูดมาเถิดเจ้าค่ะฟูจวิน เอาใจข้าเช่นนี้กำลังห(จบวังผลอยู่ใช่หรือไม่”มือที่กำลังนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้นางอยู่ชะงัก ใบหน้างดงามเผยรอยยิ้มสมใจที่ต่อให้ล่าเจียวไม่หันไปมองก็รู้ว่าเขาทำสีหน้าเช่นไรอยู่“ต่อให้วันนี้จะได้รับชัยชนะมา แต่ตามเนื้อตามตัวเจ้ามีรอยฟกช้ำแถมมาด้วย ฟูจวินเห็นแล้วปวดใจยิ่ง”คนที่สนับสนุนให้นางเดินทางสายจอมยุทธ์นักประลองมีเพียงล่าซูซูเท่านั้น วันนี้มารดาของนางไม่ได้มาชมการประลองด้วยเพราะฮุ้ยจื้อมีสอบหน้าพระที่นั่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ล่าเจียวประลองยุทธ์ ต่อให้บิดามารดาไม่มาให้กำลังใจนางก็พอเข้าใจได้“กำลังจะขอให้ข้าเลิกการประลองยุทธ์ใช่หรือไม่เจ้าคะ”ล่าเจียวเข้าสู่สายจอมยุทธ์มาได้สองปีแล้ว ประลอง 12 ครั้งชนะรวด ใช้ทั้งอาวุธธรรมดาไปจนถึงท่าไม้ตาย‘ไม้ตาย’ ที่ว่าเป็นการแช่แข็งตัวคู่ต่อสู้ให้ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ นานทีนางจะแสดงวิชานี้ต่อหน้าผู้คน ถือว่าเป็นจุดขายที่ทำให้คนตีตั๋วเข้าชมเต็มทุกรอบ สร้างรายได้ให

  • คุณชายเต้าหู้คุณหนูพริก   บทที่ 129 เมื่อห้าปีผ่านไป

    บทที่ 129เมื่อห้าปีผ่านไปทุกคนมีสิ่งที่ต้องการทำในอนาคต ฮุ้ยจื้อเตรียมตัวสอบขุนนางในปีนี้ โต้วฟุเตรียมตัวขึ้นรับตำแหน่งผู้นำตระกูลไช่แทนไช่หลุนซึ่งจะต้องรับตำแหน่งผู้นำเมืองตงไฮ้ต่อจากบิดา ส่วนล่าเจียวนั้น...“และผู้ชนะในวันนี้ก็คือเถี่ยล่าเจียวเจียว~”“เฮ!”เป็นจอมยุทธ์สาวผู้เลื่องชื่อ!เมื่อประกาศชัยชนะ เสียงผู้คนโดยรอบก็เฮสนั่นด้วยสมใจเป็นอย่างยิ่ง นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเถี่ยล่าเจียวเจียว จอมยุทธ์สาวที่สามารถแช่แข็งคู่ต่อสู้ได้ด้วยการซัดลมปราณใส่“เฮ ท่านแมะ…” คำว่า ‘แม่’ หายไปในทันทีเมื่อถูกมือใหญ่ของผู้เป็นบิดาปิดปากเอาไว้ใบหน้างดงามกระซิบลงข้างหูเล็กของบุตรชายที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายเขาถึงเจ็ดส่วน“ถังถั่ง อยู่ตรงนี้เรียกแม่ไม่ได้นะ”เด็กน้อยวัยสี่หนาวเชื่อฟังบิดายิ่งแล้ว ยกมือเล็กปิดปากตนเองไว้ พยักหน้าเชื่อฟังบิดาแต่โดยดี“ขอรับ ถังถั่งจะไม่เรียกว่ามะ…จอมยุทธ์เจียวเจียวเก่งที่สุดเลย”โต้วฟุเอ็นดูลูกน้อย หอมแก้มซาลาเปาฟอดใหญ่ แววตาที่มองร่างเล็กจ้อยมีแต่ความรักใคร่ฉายอยู่ในนั้น“เก่งมาก ให้กำลังใจเจียวเจียวอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวเจียวเจียวก็ขึ้นมาแล้ว เมื่อนั้นถังถังจะเรียกเสียง

  • คุณชายเต้าหู้คุณหนูพริก   บทที่ 128 คุณสามีคุณภรรยา

    บทที่ 128คุณสามีคุณภรรยาเช้านี้เป็นเช้าแรกที่ล่าเจียวรู้สึกไม่อยากตื่นขึ้นมานั่ง ไม่อยากเดิน ไม่อยากขยับร่างกายเยอะ ด้วยเมื่อคืนเพิ่งผ่านประสบการณ์สุดวาบหวามกับสามีเขาไปหาเวลาศึกษาท่วงท่ามาจากไหน เหตุใดจึงเก่งกาจเพียงนี้“ตื่นแล้วหรือ…ฟอด~”ถามภรรยาด้วยเสียงนุ่มนวลก่อนที่จะก้มลงหอมแก้มนางฟอดใหญ่ แขนแกร่งสอดเข้ากับเอวเล็กดึงนางเข้ามาใกล้มากขึ้น แนบกายเปลือยเปล่าเข้ากับร่างบาง ก่อนที่จะจุมพิตบนเปลือกตากลมโต“เหนื่อยเจ้าค่ะ”ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังร่างกายท่อนบนของเขา หากไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน นางก็คงไม่ทราบว่าภายใต้อาภรณ์เนื้อดีนั้นมีมัดกล้ามแข็งแกร่งซ่อนอยู่ที่สำคัญคือเขายังโตได้อีก ไม่อยากจะคิดสภาพตัวเองเมื่อถึงยามนั้น ยามค่ำคืนที่เขา…“หน้าแดงเชียว คิดอะไรทะลึ่งอยู่ใช่หรือไม่”โดนเขาจับได้ไม่พอยังโดนอีกฝ่ายพลิกตัวให้ขึ้นมานอนบนร่าง ล่าเจียวหลุดเสียงกรี๊ดออกมาแผ่วเบา แต่หลังจากนั้นเสียงก็เงียบหายไปเมื่อโดนริมฝีปากของสามีกลืนกินเสียงไปทั้งหมดแล้วเช้าวันนี้คู่ข้าวใหม่ปลามันก็ทำกิจกรรมบนเตียงกันต่อโดยไม่สนใจเลยว่าหน้าเรือนหอนั้นกำลังมีบ่าวรับใช้ถืออ่างน้ำรออยู่ ติงตงที่มาหาเจ้านายแต่เ

  • คุณชายเต้าหู้คุณหนูพริก   บทที่ 127 วิวาห์สายฟ้าไม่ฟาด

    บทที่ 127วิวาห์สายฟ้าไม่ฟาด“หนึ่ง....คำนับฟ้าดิน สอง....คำนับบิดามารดา สาม....คำนับกันและกัน ส่งตัวเข้าห้องหอ!”เพียงจบประโยคนี้เท่านั้นล่าเจียวก็มีชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ร่างเล็กในชุดเจ้าสาวถูกพาตัวมาในห้องหอรอเจ้าบ้านร่ำสุรากับแขกเหรื่อ ปรกตินางไม่สวมเครื่องประดับหนักศีระอยู่แล้ว เมื่อสวมมงกุฏเจ้าสาวน้ำสามกิโลกรัมพลันมีความรู้สึกว่า…หัวจะแตกวันนี้ให้ได้เลยใช่ไหม หนักเว้ย!ป๋องแป๋ง ป๋องแป๋ง~“อันใดกัน บ่าวสาวยังไม่ทันได้เข้าห้องหอเลย มีคนมาก่อกวนแล้วเช่นนั้นหรือ”สาวใช้ตัวน้อยที่ถูกเลือกให้เป็นสาวใช้คนสนิทของฮูหยินน้อยคนใหม่เอ่ยขึ้นมาด้วยความฉงนการละเล่นอีกอย่างหนึ่งในพิธีแต่งงานคือการก่อกวนห้องหอของบ่าวสาว ทว่าตอนนี้เจ้าบ่าวยังไม่ได้เข้าห้องหอก็มีคนมาคอยแกล้งแล้ว หากสาวใช้นางนี้จะรู้สึกแปลกใจก็ไม่ผิดหรือเกอเกอสั่งให้คนมาแกล้งไปตามธรรมเนียมก่อน เข้าห้องหอจริง ๆ จะได้ไม่่โดนขัดจังหวะล่าเจียวเพิ่งมาตกผลึกได้ว่าสามีป้ายแดงของนางนั้นเจ้าเล่ห์ชอบวางแผนเป็นที่สุด เขาตบตาทุกคนไม่เว้นแม้แต่ท่านย่าของเขา การที่นางได้เข้าพิธีแต่งงานกับเขาในวันนี้แท้จริงแล้วคือความมุมานะของเขาทั้งส

  • คุณชายเต้าหู้คุณหนูพริก   บทที่ 126 สิ่งที่อยากจะทำเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว

    บทที่ 126 สิ่งที่อยากจะทำเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วหลังจากที่ร่วมรับประทานอาหารกับแขกเหรื่อเสร็จ ญาติผู้ใหญ่ของโต้วฟุและล่าเจียวก็ทำการพูดคุยเรื่องพิธีสำคัญที่เชื่อมสองตระกูลเอาไว้ด้วยกัน ส่วนเจ้าของงานทั้งสองคนนั้นได้เดินจับมือกันมานั่งเล่นที่เรือนไผ่ สถานที่โปรดของคนทั้งสอง“เกอเกอรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ กับการเป็นผู้ใหญ่สมบูรณ์แบบตามที่สังคมกำหนดเอาไว้”โต้วฟุยิ้ม เอ่ยตอบอย่างที่ใจรู้สึกมาตลอด“รู้สึกดีเป็นที่สุด เรื่องดีของการได้สวมกวานแล้วคือแต่งเจ้าเข้าจวนได้ ตรงข้ามกัน การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ทำให้รู้สึกว่าไหล่ทั้งสองข้างหนักมาก”ล่าเจียวพยักหน้าเข้าใจไม่แปลก กิจการร้านค้าเยอะขนาดนี้แต่ช่วยกันดูแลไม่กี่คนเท่านั้น หรือข้าจะต้องมีลูกให้เขาเยอะ ๆ แต่ว่าหากมีลูกเยอะแล้วจะแย่งสมบัติกันเองไหมนะท่าทางครุ่นคิดของล่าเจียวทำหว่างคิ้วทั้งสองมุ่นเข้าหากัน โต้วฟุจึงยื่นมือไปช่วยคลายปมตรงหว่างคิ้วให้“คิดอันใดอยู่ เหตุใดทำหน้าเครียดเชียว”“อ้อ แค่กำลังคิดเจ้าค่ะว่าจะมีบุตรให้ท่านกี่คนดี ต้องสอนลูกอย่างไรลูกถึงจะได้ไม่ทะเลาะกัน”นางก็วางแผนถึงอนาคตของเราหรือนี่“สองคนดีหรือไม่ ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง บ

  • คุณชายเต้าหู้คุณหนูพริก   บทที่ 125 สวมกวานครั้งแรก

    บทที่ 125สวมกวานครั้งแรกสามเดือนผ่านไปพิธีการที่โต้วฟุเฝ้ารอมาตลอดสุดท้ายก็มาถึง โดยปรกติแล้วฝ่ายชายมักรอฝ่ายหญิงปักปิ่น มีเพียงล่าเจียวเท่านั้นที่รอฝ่ายชายเข้าพิธีสวมกวานในห้องโถงยามนี้มีญาติผู้ใหญ่ของโต้วฟุอยู่รายล้อม ล่าเจียวและครอบครัวตระกูลช่านได้รับเกียรติให้อยู่ในพิธีการนี้ด้วย ผู้ที่จะทำการสวมกวานให้แก่โต้วฟุคือเจ้าเมืองไช่ช่านจิ่งผู้เป็นบิดา“คุณชายเล็กมาถึงแล้ว”ทุกคนอยู่ในความสงบ สายตามองไปยังประตูรอรับการมาของเจ้าของงานในวันนี้ ฝ่าเท้าภายใต้รองเท้าปักเย็บเป็นลวดลายเต่าสัญลักษณ์ประจำตระกูลไช่ไม่นานร่างสูงในชุดสีดำปักดิ้นลายเมฆาก็ได้ก้าวเข้ามาในห้องโถงเต็มร่าง ดวงตาคู่งามกวาดสายตามองคนในห้องโถง“เจอแล้ว” ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่สตรีใบหน้าน่ารักในชุดสีชมพูอ่อนดูน่ารักสมวัยเมื่อเห็นชายหนุ่มมองมา ล่าเจียวก็ส่งยิ้มหวานให้เขา ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเจินที่เห็นเช่นนั้นก็กลอกตามองไปทางอื่นเพียงแค่นึกถึงถ้อยคำด่ากราดอย่างรุนแรงของพี่สาวเมื่อสองเดือนก่อน ใจก็ร้อนรุ่มดังถูกไฟสุม ยามนั้นนางมาหาพี่สาวที่จวนตระกูลไช่เพราะได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าประกาศว่าคุณชายเล็กมีคู่หมายอย่างเป็นทางการ

  • คุณชายเต้าหู้คุณหนูพริก   บทที่ 54 ปัญหาคลาสสิก

    บทที่ 54ปัญหาคลาสสิกรถม้าคันหรูหราประจำตระกูลช่านแล่นเข้ามาในเขตหนานไฮ้โดยมีกลุ่มคนที่มาต้อนรับเดินตามหลังรถม้ามาด้วย สาวใช้คนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่าเดินลงจากรถม้า ทว่าไร้เงาฮูหยินผู้เฒ่าลงมาจากรถม้าด้วย“คารวะฮูหยินน้อย คุณหนู คุณชายเจ้าค่ะ”หลู่หมอมอสาวใช้คนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่าเดินเข้ามาคารวะทุกคน

  • คุณชายเต้าหู้คุณหนูพริก   บทที่ 53 ข้าว่ามันคือพรหมลิขิต

    บทที่ 53ข้าว่ามันคือพรหมลิขิตล่าซูซู ฮุ้ยจื้อ ล่าเจียว โต้วฟุและติงตงมาดินแดนทางบกเพื่อรอรับขบวนเดินทางจากตระกูลช่าน เมื่อกะเวลาแล้วขบวนเดินทางน่าจะมาถึงในยามอู๋ [1] ทุกคนก็มายืนรอที่หน้าประตูเมืองระหว่างยืนรอโดยไม่มีสิ่งใดทำนั้น ล่าเจียวพลันรู้สึกคุ้นเคยกับการกระทำนี้ ในหัวย้อนคิดไปเมื่อสามวันก

  • คุณชายเต้าหู้คุณหนูพริก   บทที่ 51 ข้าไม่อยากกลับ

    บทที่ 51ข้าไม่อยากกลับล่าเจียวเดินหน้าเครียดมาหาผู้คุ้มกันที่ยืนอยู่หน้าลานเรือนโดยมีน้องชายเดินตามมาด้วย ทั้งสามโค้งตัวให้คุณหนูคุณชายทั้งสองพร้อมรับคำสั่งทุกชั่วขณะ“สามารถส่งสารนี้ไปให้ท่านแม่ได้หรือไม่ ท่านแม่ข้าอยู่ที่ฐานฝึก”ผู้คุ้มกันทั้งสามยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาขัดจ

  • คุณชายเต้าหู้คุณหนูพริก   บทที่ 50 เลี้ยงไม่ดีก็ไม่ต้องเลี้ยง

    บทที่ 50เลี้ยงไม่ดีก็ไม่ต้องเลี้ยง“ล่าซูซูนะล่าซูซู ข้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเจ้ามันไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกให้ดีได้ ข้าจะไปหนานไฮ้เดี๋ยวนี้ ในเมื่อเลี้ยงดูให้ดีไม่ได้ก็ไม่ต้องเลี้ยง”นั่นประไร!“ท่านแม่ ยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นเจียวเอ๋อร์หรือจื้อเอ๋อร์เลยนะขอรับ ท่านแม่สงบใจเถิดขอรับ”ใบหน้าเหี่ยวชราทว่าย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status