LOGINหลินอัน บุตรสาวแม่ทัพผู้ถูกมองเป็นเพียงหมากการเมือง ถูกดึงเข้าสู่เกมชิงบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยเล่ห์ลวงและการแก้แค้น ทว่ากลับได้หัวใจขององค์ชายเยี่ยนหยาง—ชายผู้เด็ดขาดแต่ยอมอ่อนโยนให้เธอเพียงคนเดียว ท่ามกลางวังหลังที่คุกรุ่น ทั้งคู่ต้องร่วมกันต่อสู้ ศัตรูในเงามืด และความลับที่อาจทำลายทุกอย่าง เมื่อความรักต้องแลกด้วยเลือดพวกเขาจะก้าวไปถึงปลายทางที่เรียกว่าความสุขได้หรือไม่…
View Moreเสียงกลองพิธีดังขึ้นก้องวังหลวง เช้าวันนี้ ลานพิธีแน่นขนัดไปด้วยขุนนาง ราชวงศ์ และแขกผู้มีเกียรติจากทั่วแคว้น นี่คือวันอภิเษกขององค์ชายทั้งสองก่อนพิธี — คู่เยี่ยนหมิงไป๋เสวี่ยอันยืนอยู่ข้างเยี่ยนหมิง นางแต่งกายสมฐานะพระชายา สีหน้าเรียบแต่แววตามั่นใจ“อีกไม่นาน หม่อมฉันก็จะเป็นชายาของพระองค์อย่างเป็นทางการแล้ว”นางเอ่ยเสียงต่ำ แฝงความหมาย“ต่อไป เราควรช่วยกันวางแผนเรื่องในวังหลังบ้างนะเพคะ”เยี่ยนหมิงปรายตามองนางแววตานั้นเย็นจัด…และคมกริบ“เจ้าอย่าคิดไกลเกินฐานะ”ไป๋เสวี่ยอันชะงัก “หม่อมฉันหมายความว่า—”“เจ้าคือผู้ถูกเลือกเพราะ เหมาะสม ไม่ใช่เพราะข้าต้องการ”เสียงเขาเรียบ แต่คำพูดกลับร้ายกาจ“อย่าสำคัญตัวผิด”ใบหน้าของไป๋เสวี่ยอันซีดลงทันที มือที่ซ่อนในแขนเสื้อกำแน่น“พระองค์ตรัสเช่นนี้…หมายความว่าอย่างไร”เยี่ยนหมิงก้มลงเล็กน้อย กระซิบใกล้หูอย่างไม่เกรงใจ“หมายความว่า ต่อให้เจ้าเป็นชายาของข้า ก็อย่าคิดว่าข้าจะปฏิบัติกับเจ้าเหมือนหญิงที่ข้ารัก”ดวงตาของไป๋เสวี่ยอันสั่นไหว ความไม่พอใจแล่นวาบขึ้นมาทันที“หม่อมฉันไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่า”เสียงนางแข็งขึ้น“พระองค์อย่าลืมว่า หากไม่มีหม่อมฉัน
องค์ชายจันทราก้าวเข้าสู่ห้องทรงงานของจักรพรรดิในยามสาย แสงอาทิตย์ลอดผ่านฉากไม้แกะสลัก สาดลงบนโต๊ะทรงงานที่เต็มไปด้วยฎีกา“ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ”จักรพรรดิเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นบุตรชายคนรอง“เข้ามานั่งเถิด วันนี้ไม่มีเรื่องสำคัญ แค่อยากคุยสัพเพเหระ”เยี่ยนหยางรับคำ ก่อนจะนั่งลงอย่างสำรวม บทสนทนาเริ่มต้นด้วยเรื่องทั่วไป—การจัดงานเลือกคู่ ความเรียบร้อยในวัง การศึกชายแดนที่สงบลง เขาตอบไปตามมารยาท แต่สายตากลับเผลอเหลือบไปยังชั้นวางด้านหลังจักรพรรดิ ตรงนั้น…มีกล่องไม้จันทน์ใบหนึ่งเปิดแง้มอยู่และในกล่องนั้น—มี ปิ่นปักผมสีเงินเรียบ ๆ ลายดอกเหมย หัวใจของเยี่ยนหยางกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล จักรพรรดิที่สังเกตเห็นสายตานั้นก็ถอนหายใจเบา ๆ“เจ้าเห็นมันแล้วสินะ”เยี่ยนหยางชะงัก “ปิ่นนั่นคือ…”จักรพรรดิเอื้อมมือไปหยิบปิ่นปักผมนั้นขึ้นมาปลายนิ้วที่เคยเด็ดขาดในสนามการเมือง กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด“ของมารดาเจ้า”คำตอบนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงเยี่ยนหยางไม่เคยเห็นสิ่งของของมารดามาก่อน ในความทรงจำของตัวละครนี้—นางจากไปเร็วเกินไปไร้คำอธิบาย ไร้พิธีใหญ่โต จักรพรรดิหัวเราะเบา ๆ
ค่ำคืนนั้นลมหนาวพัดแรงกว่าทุกคืน บ้านดินเผาหลังเล็กนอกเมืองหลวง ไฟในเตาหลอมยังไม่ดับช่างหลิวนั่งก้มหน้า ปั้นดินด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขารู้สึกไม่ดีเหมือนมีสายตาจับจ้องอยู่ตลอดเวลาเสียง แกรก เบา ๆ ดังจากหลังคามช่างหลิวเงยหน้าหัวใจหล่นวูบมเงาดำร่อนลงอย่างเงียบเชียบมือหนึ่งจับมีด อีกมือกดผ้าปิดหน้า “ถึงเวลาแล้ว”เสียงแหบต่ำดังขึ้น “เจ้าน่าจะรู้ดีว่าเจ้าเคยทำอะไรไว้”ช่างหลิวถอยหลัง ชนชั้นวางเครื่องปั้นแตกกระจาย“ข้า—ข้าไม่ได้ทำอะไร!”เขาร้องเสียงสั่น “ข้าแค่ช่างปั้นธรรมดา!”เงาดำไม่ตอบมีดสะท้อนแสงไฟวาบเดียวแต่ในจังหวะที่คมมีดกำลังจะฟาดลง—ฉึก! เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นประกายไฟกระเด็นเงาดำชะงัก ร่างหนึ่งโผล่จากเงามืดด้านข้างสวมเสื้อผ้าธรรมดา หน้าปิดครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตา… เย็นและคมราวจันทราในคืนมืด“ใครอนุญาตให้เจ้าลงมือในพื้นที่ของข้า”มือสังหารถอยเปลี่ยนท่าจู่โจมทันทีการต่อสู้เกิดขึ้นในพื้นที่แคบเสียงดินแตก ไม้หัก ลมหายใจหนักหน่วงปะทะกันมือสังหารฝีมือดีแต่คนตรงหน้าดีกว่า รวดเร็วกว่าเด็ดขาดกว่าและ…ไม่ลังเล ฉึก! มีดปักเข้าลำคอ เลือดสาดเปื้อนพื้นดินเผาร่างเงาดำทรุดลงไร้เสียงสุดท้าย ช่างหลิวนั
ลมยามสายพัดผ่านสวนดอกเหมย กลีบสีขาวอมชมพูปลิวโปรยลงมาตามทางเดินหิน เยี่ยนหยางเดินเคียงหลิงอันจังหวะก้าวไม่เร็วไม่ช้า มือหนึ่งถือแขนเสื้อนางไว้เบา ๆ ตามธรรมเนียม เป็นท่าทีที่ไม่ล้ำเส้น แต่ก็ไม่เปิดช่องให้ใครอื่น ขันทีและนางกำนัลที่เดินตามหลัง ต่างลดสายตาลงอย่างรู้หน้าที่ แต่แววตาที่แอบเหลือบมองมาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น“ดอกเหมยปีนี้งามมาก”หลิงอันเอ่ยเสียงเบาเยี่ยนหยางยิ้มจาง ๆ “เพราะมีคนชมมันอยู่ข้าง ๆ กระมัง”นางเงียบไปเล็กน้อยแก้มขึ้นสีอ่อน ๆ ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงฝีเท้าอีกกลุ่มก็ดังขึ้นจากทางแยกด้านหน้า องค์ชายตะวัน เยี่ยนหมิง เดินเคียงข้างไป๋เสวี่ยอัน สีหน้าทั้งคู่เรียบเฉยตามมารยาท แต่แววตาไม่เป็นมิตรนัก“องค์ชายจันทรา”เยี่ยนหมิงเอ่ยทักก่อน “บังเอิญนัก”เยี่ยนหยางหยุดยืน โค้งคำนับเล็กน้อยอย่างถูกต้องตามฐานันดร“องค์ชายตะวัน”หลิงอันทำความเคารพตามธรรมเนียม ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไร—เยี่ยนหมิงกลับก้าวเข้ามาใกล้ สายตามองตรงมาที่หลิงอัน“ชายาหลิงอัน หลังพิธีเมื่อวาน ข้ายังไม่ได้กล่าวแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ”เขายื่นมือออกมาเล็กน้อย ท่าทางคล้ายจะเชื้อเชิญให้เข้าใกล้ แต่ในจังหวะนั้น—เยี่
หัวค่ำของวังหลวงเงียบสงบกว่าที่คิด แสงโคมไฟถูกจุดเรียงรายตลอดทางเดิน กลิ่นธูปหอมจาง ๆ ยังหลงเหลือจากพิธีเลือกคู่ที่เพิ่งจบลงไม่นาน หลิงอันเพิ่งกลับมาถึงตำหนักของตน ยังไม่ทันได้ถอดเครื่องประดับ ปิ่นปักผมรูปจันทราที่ปักอยู่บนเส้นผมก็สะท้อนแสงโคมวับไหว เตือนให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน—ช่ว
ตำหนักของจักรพรรดินีในยามค่ำยังคงเงียบสงบ แต่ความเงียบนี้กลับกดดันราวกับมีเงามืดแผ่ปกคลุม จักรพรรดินีนั่งอยู่หน้าหน้าต่าง มองออกไปยังลานพิธีที่กำลังจัดเตรียมอยู่ไกลลิบ แสงโคมแขวนเรียงรายเป็นแนวยาว ผืนพรมพิธีถูกปูอย่างประณีต ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ…มากเกินไป“องค์ชายจันทราเคลื่อนไหวบ่อยขึ้นจริง ๆ”นางก
ค่ำคืนในตำหนักเงียบสงบตะเกียงน้ำมันส่องแสงอุ่นอ่อน ทอดเงาไหวบนผนัง หลิงอันนั่งพิงโต๊ะเตี้ย มือกุมถ้วยชาร้อน ส่วนเยี่ยนหยางยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองแสงไฟในวังหลวงที่เรียงรายราวหมู่ดาว“จากนี้เราไม่ควรปล่อยให้เรื่องมันไหลไปเองแล้ว”เยี่ยนหยางพูดขึ้น เสียงเรียบ แต่ชัดเจน หลิงอันพยักหน้า“ใช่ ถ้าเราไม่เด
ยามค่ำคืนในตำหนักเงียบสงัด แสงตะเกียงน้ำมันส่องวาบไหวสะท้อนม่านโปร่ง สีทองนวลละมุนไปทั่วห้อง หลิงอันนั่งขัดสมาธิบนเตียง มือกุมถ้วยชาร้อน ขณะที่เยี่ยนหยาง—หรือ เฟิงเหยา ในเวลาที่มีเพียงสองคน—เอนหลังพิงโต๊ะเตี้ย ปลดเสื้อคลุมออกอย่างสบายอารมณ์“ไป๋เสวี่ยอันเริ่มขยับแล้ว”หลิงอันพูดขึ้นเสียงเบา แต่แววต











