จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ

จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-03
Oleh:  Piggy-lonely Ongoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
23Bab
266Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หลินอัน บุตรสาวแม่ทัพผู้ถูกมองเป็นเพียงหมากการเมือง ถูกดึงเข้าสู่เกมชิงบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยเล่ห์ลวงและการแก้แค้น ทว่ากลับได้หัวใจขององค์ชายเยี่ยนหยาง—ชายผู้เด็ดขาดแต่ยอมอ่อนโยนให้เธอเพียงคนเดียว ท่ามกลางวังหลังที่คุกรุ่น ทั้งคู่ต้องร่วมกันต่อสู้ ศัตรูในเงามืด และความลับที่อาจทำลายทุกอย่าง เมื่อความรักต้องแลกด้วยเลือดพวกเขาจะก้าวไปถึงปลายทางที่เรียกว่าความสุขได้หรือไม่…

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่1 ชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

ลมหอบหนึ่งพัดผ่านกระจกบานกว้างของคฤหาสน์ตระกูลหลิน ราวกับต้องการเตือนให้หลินอันตั้งสติ แต่ทว่าความเจ็บร้าวที่กลางอกกลับทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก เสียงพูดคุยคุ้นเคย—เสียงที่เธอไว้ใจที่สุดกลับทำให้โลกทั้งใบพังทลายลงอย่างไร้ชิ้นดี

“ดีเหมือนกันนะที่มันตายนั่นแหละ”

เสียงหัวเราะของ ไป๋เสวี่ยอัน เพื่อนสนิทที่เธอรักเหมือนพี่น้อง ดังลอดมาจากประตูที่แง้มไว้

“ก็เพราะแกนี่แหละ ถึงได้จัดการได้เนียนขนาดนั้น” ชายเสียงทุ้มตัวสูงที่เธอเคยเห็นเป็นคนดี—แฟนของเธอ—ตอบกลับ

หัวใจหลินอันเหมือนถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ เธอตั้งใจเพียงจะเอาของฝากมาให้เพื่อนหลังกลับจากต่างจังหวัด แต่กลับได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินที่สุดในชีวิต

“หลินอัน…แค่ของเล่น ไม่มีประโยชน์อะไรสักอย่าง ใครจะไปทนคบกับผู้หญิงน่าเบื่อนั่นได้ล่ะ”

เสียงหัวเราะเหยียดหยันตามมา

มันคือเสียงของคนที่เคยบอกรักเธอ ขาเธออ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว แต่ก็ยังยื้อประตูไว้ไม่ให้เปิดออก เธอรู้ดีว่าหากถูกพบตอนนี้ อะไรก็อาจเกิดขึ้นได้อีก

“อย่างน้อยเธอก็ตายไปแล้ว เรื่องมันก็จบสักที” ไป๋เสวี่ยอันพูดอย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย

“เอาจริง ๆ ฉันเคยอยากฆ่ามันตั้งแต่ปีที่แล้วด้วยซ้ำ รำคาญ!”

หลินอันตัวสั่นราวกับถูกโยนลงไปในน้ำแข็ง เธอเม้มริมฝีปากแน่น ตัวร้อนผ่าวตรงหัวตา ขณะที่เธอหันหลังเดินอย่างไร้จุดหมาย เสียงประตูเปิดดัง แอ๊ด…เธอรีบหลบหลังเสาก่อนที่ทั้งคู่จะเดินผ่านไป

ดวงตาที่เคยบริสุทธิ์สั่นไหวด้วยความเจ็บปวดแต่ตอนนั้นเอง—บางสิ่งที่เหมือนฟ้าลิขิตก็เกิดขึ้นเพราะในจังหวะที่เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเธอสะดุดตกบันไดทั้งชั้น

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

โลกมืดสนิทเสียงสุดท้ายในหู คือเสียงหัวเราะของทั้งคู่ที่ยืนมอง…ไม่ช่วย ไม่สน ไม่แม้แต่ตกใจ

---

🌗 ความว่างเปล่าหนึ่ง—ก่อนการเกิดใหม่

หลินอันลืมตาขึ้นพร้อมกลิ่นกำยานอ่อน ๆ ผนังไม้แกะลายมังกรโบราณ หน้าต่างทรงจีน และเสียงคนรับใช้ดังมาจากภายนอก

“คุณหนูหลินอัน ฟื้นแล้วหรือเพคะ!”

หลินอันเด้งตัวขึ้นนั่งด้วยความตกใจ นี่มัน…ห้องแบบนี้ เธอเคยเห็นในหนังจีนไม่—ไม่ใช่สิ มันคือ ฉากในนิยายเรื่องหนึ่ง นิยายที่เธอเคยอ่านก่อนตาย

เรื่องราวที่ตัวประกอบหญิงชื่อ “หลินอัน” ถูกครอบครัวทอดทิ้ง และถูกส่งไปเป็นตัวตายตัวแทน ไปแต่งงานกับองค์ชายที่เล่าลือว่าอัปลักษณ์และเลือดเย็น

เธอหันไปมองกระจกทองเหลืองอย่างไม่อยากเชื่อสายตาหญิงในกระจกคือเธอ แต่ในเวอร์ชันจีนโบราณ

“ขะ…ข้าอยู่ในนิยายงั้นหรือ”

หัวใจเธอเต้นแรง ร้อนผ่าว ความจริงหนึ่งถาโถมเข้ามา—เธอไม่ได้ตาย แต่หลุดเข้ามาในนิยายที่ตัวเองเคยอ่าน และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ…ในนิยายต้นฉบับ ตัวละคร “หลินอัน” ตายในคืนแรกของการแต่งงาน เพราะองค์ชายที่ได้ชื่อว่า

“จันทราอัปลักษณ์ เย็นชา และไร้หัวใจ”

สั่งให้ประหารเธอ

---

🌙 ราชสารที่เปลี่ยนชะตา

ไม่ทันที่หลินอันจะตั้งตัวเสียงคนใช้ตะโกนหน้าบ้านก็ดังขึ้น

“ราชสำนักส่งราชสารถึงบ้านตระกูลหลิน!!”

ใจเธอร่วงวูบนี่มันฉากที่เธออ่านมาก่อนแล้ว…คนใช้เปิดม้วนราชสารประกาศเสียงดัง

“พระบัญชา! ให้สกุลหลินส่ง ‘คุณหนูหลินอัน’ เข้าวังไปเป็นพระชายาของ องค์ชายเยี่ยนหยาง องค์ชายจันทรา ในวันขึ้นสิบห้าเดือนหน้า!”

บิดาและแม่เลี้ยงของหลินอันยิ้มออกมาอย่างโล่งใจพวกเขา…รู้ว่าการส่งเธอไปเท่ากับกำจัดเธอทิ้งโดยไม่ต้องลงมือเอง

น้ำเสียงแม่เลี้ยงเยาะเย้ย

“อันอัน เจ้าควรดีใจนะ ได้เป็นพระชายาองค์ชายจันทราเชียวนะ ฮึ”

มันคือความดีใจที่ได้กำจัดเธอและเธอรู้ดีว่าจุดจบของตัวเองตามต้นเรื่องคือความตาย แต่แล้วสิ่งที่ทำให้หัวใจเธอหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะคือ—เสียงหัวเราะเย็นชาเบื้องหลังของเธอ ไป๋เสวี่ยอัน…คนที่ฆ่าเธอในโลกเดิมกำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านหลินพร้อมรอยยิ้มพอใจ

หญิงสาวในชุดจีนโบราณเช่นกันแต่แววตา—แววตาเดียวกับในโลกนั้นแววตาที่เคยแทงเธอจนตายเธอก็หลุดเข้ามาในนิยายนี้เช่นกัน

“ดีจังเลยนะ…อันอัน” ไป๋เสวี่ยอันยิ้มเหมือนงู

“ชาตินี้เจ้าคงไม่รอดเหมือนเดิมสินะ?”

หลินอันเม้มปากแน่นหัวใจเธอร้อนระอุชาติก่อนเธอหนีไม่พ้นแต่ชาตินี้—เธอจะไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไปเสียงราชสารยังไม่ทันจางไป ดวงตาหญิงสาวเปล่งประกายแข็งกร้าวขึ้นเธอกำหมัดแน่น

“ชาตินี้…ข้าจะไม่ยอมตายง่าย ๆ อีกแล้ว”

ลมยามค่ำพัดแรงจนโคมไฟหน้าตำหนักสั่นไหว แสงสลัวทอดเงายาวบนพื้นหินเย็นเฉียบ หญิงสาวในชุดนักโทษสีหม่นถูกนำตัวมายังกระท่อมว่างแห่งหนึ่งชานเมือง—สถานที่ที่มีเพียงผู้แพ้ในเกมการเมืองเท่านั้นที่ถูกส่งมา

หลินอันถูกผลักเบา ๆ ให้อยู่กลางลาน เธอหายใจช้า พยายามไม่ให้ความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้า เสียงฝีเท้าเรียบหนักก้าวเข้ามาจากในความมืดชายผู้สวมชุดคลุมดำขลิบเงินเดินออกมา ใบหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมเข้มราวกับกำลังมองทะลุทุกความลับของโลก

องค์ชายเยี่ยนหยางเขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ—ไม่ใกล้ไม่ไกลแต่เพียงเท่านั้น ก็ทำให้หัวใจเธอเต้นรัวราวถูกกักไว้ในกำมือของเขา เยี่ยนหยางพูดเสียงเรียบ เงียบ แต่ชัดเจนจนลมหายใจของเธอสะดุด

“เจ้า…คือหลินอัน บุตรีแม่ทัพหลิน”

หลินอันค้อมศีรษะ แต่ไม่ก้มหนีสายตาของเขา

“เพคะ”

เขามองเธออยู่นาน—นานเสียจนเธอเริ่มไม่แน่ใจว่าควรหายใจเมื่อไรดวงตานั้นไม่ใช่ความเกลียดชังไม่ใช่การดูแคลนแต่เป็นสายตาที่อ่านทุกอย่างอย่างเงียบงัน…เย็นชา แต่ไม่ผลักไส

ในที่สุด เขาก็เอ่ยเบา ๆ

“เจ้ากำลังถูกคนทั้งวังตามฆ่า”

“เพราะข้า…เป็นคนเดียวที่พาเจ้าออกมาได้”

หลินอันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

“เหตุใดพระองค์ถึงช่วยหม่อมฉันเพคะ?”

เขาไม่ตอบเพียงเดินผ่านเธอไปทีละก้าวเมื่ออยู่ข้างหลังเธอ เสียงทุ้มเย็นก็เอ่ยขึ้นราวคำท้าทายที่ไร้อารมณ์ใด ๆ

“ถ้าอยากหนี…ก็หนีไปได้ ข้าไม่ห้าม”

“ประตูหลังเปิดอยู่ เจ้าจะเลือกชีวิตตัวเองก็ไม่ผิด”

หลินอันนิ่งงันลมพัดแรงจนเสื้อคลุมเธอสั่นถ้าเป็นใครคนอื่น—คงวิ่งทันทีไม่มีใครปฏิเสธเส้นทางรอดแต่นางกลับก้าวเท้าเดียว

แล้วหยุดยืนอยู่ที่เดิมเหมือนยึดพื้นหินเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เยี่ยนหยางหยุดเดินหันหน้ากลับมามองเธอด้วยสายตาที่คราวนี้…มีประกายบางอย่างที่บอกไม่ถูก ไม่ใช่ประหลาดใจแต่เหมือนกำลังประเมินเธอใหม่ทั้งหมดหลินอันเงยหน้าขึ้นเสียงมั่นคงกว่าหัวใจของตนเอง

“หม่อมฉัน…ไม่หนีเพคะ”

ดวงตาคมกริบคู่นั้นค่อย ๆ หรี่ลงเล็กน้อยคล้ายยอมรับ คล้ายเอ็นดู คล้ายอะไรบางอย่างที่เขาเองก็ไม่ตั้งใจให้ปรากฏ เขาเดินกลับมาหยุดตรงหน้าเธออีกครั้งระยะที่ใกล้ขึ้นกว่าเดิมจนหลินอันต้องกลั้นหายใจ

“ทำไมไม่หนี?” เขาถามเสียงเย็น แต่เบากว่าครั้งแรก

“เพราะหม่อมฉันเชื่อว่า…พระองค์ช่วยหม่อมฉัน ไม่ใช่เพราะอยากเห็นหม่อมฉันตายเพคะ”

คราวนี้…เงียบไปนานกว่าเดิมนานจนลมหายใจของเธอแทบติดคอแล้วเยี่ยนหยางก็กล่าวเบา ๆ แต่หนักแน่น

“หลินอัน เจ้าจะเป็นปัญหาให้ข้าแน่ๆ”

เป็นคำที่ไม่ใช่คำชมแต่กลับทำให้หัวใจเธอสั่นเขาหันหลัง—แต่ไม่เดินหนีอีกทว่ากล่าวเหมือนเป็นคำสั่งที่ตัดสินชะตาเธอในวินาทีนั้น

“ตั้งแต่วันนี้ เจ้าอยู่กับข้า”

น้ำเสียงไม่มีอารมณ์ทว่า…ละเอียดอ่อนกว่าเดิมนิดหนึ่งราวกับยอมให้เธอก้าวเข้ามาในชีวิตเขาทีละก้าวโดยไม่รู้ตัว

หลินอันก้มศีรษะ

“เพคะ”

องค์ชายเยี่ยนหยางมองเพียงครู่ก่อนจะเดินนำเธอเข้าสู่ความมืดของคืน—คืนแรกที่ชะตาทั้งสองเริ่มผูกกันโดยไม่มีใครรู้หลังจากหลินอันกล่าวยืนยันหนักแน่นว่า “หม่อมฉันไม่ไปเพคะ”ลานหน้าตำหนักก็ตกอยู่ในความเงียบอึดอัดครู่หนึ่งเยี่ยนหยางยืนหันหลังให้เธอราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่างแต่จริง ๆ แล้วในใจของเขากำลังโหมกระหน่ำอย่างประหลาด ทำไมสายตาของสตรีผู้นี้…ถึงคุ้นเคยนัก?

ยามหล่อนเงยหน้ามองเขาความกล้า ความตรงไปตรงมาแม้กระทั่งท่าทางเก็บแขนเสื้อเล็กน้อยขณะเดินขึ้นขั้นบันไดทุกอย่างช่าง—เหมือนเขาเคยเห็นมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่เคยพบหลินอันอย่างน้อย…ในชาตินี้เขาสูดลมหายใจสั่งคนคุมตำหนักสั้นๆ

“พานางไปยังเรือนรอง จัดคนดูแลให้เรียบร้อย”

ขณะที่องครักษ์ก้มหัวรับคำเยี่ยนหยางปรายตามองหลินอันอีกครั้งเป็นจังหวะเดียวกับที่ลมยามค่ำพัดผมเธอให้ปลิวเล็กน้อยและเธอ…ยกมือปัดผมทัดหูด้วยท่าที่เหมือนเขาเคยเห็นมานับพันครั้งหัวใจเขาสะดุดดึงสายตากลับทันทีอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

---

🍂 ระหว่างทางไปเรือนรอง

หลินอันเดินผ่านลานด้านในที่ประดับด้วยโคมกระดาษสีแดงทุกก้าวเธอรู้สึกเหมือนมีสายตาหนึ่งจ้องตามเธออยู่ แต่พอหันกลับไป

องค์ชายเยี่ยนหยางก็ยืนเงียบใต้เงาเสาไม้ดวงตาคมลึกคู่นั้นจ้องมาที่เธอเหมือนไม่ตั้งใจแต่ไม่ปิดบัง

หลินอันยื่นคำนับ เขาไม่พูดอะไร แต่ไม่ละสายตาจนเธอเดินพ้นกำแพงไป

---

🌙 ภายในตำหนัก

คืนนั้น เยี่ยนหยางนั่งอยู่ในตำหนักอ่านบันทึกทางทหาร แต่สายตากลับเลื่อนจากตัวหนังสือไปยังประตูอย่างไร้เหตุผล ร่างสูงเอนหลังพิงเก้าอี้แนวคิ้วขมวดเล็กน้อย

เหตุใดจึงรู้สึกคล้าย…คุ้นกับนาง?

เหมือนเคยพูดกับนาง เคยยืนข้างนาง…แม้กระทั่งเคยนั่งมองสีหน้าเหล่านั้นมาก่อน?

เขาวางพู่กันลงยกนิ้วแตะขมับอย่างหงุดหงิดเป็นครั้งแรกในหลายปีที่ความคิดของเขาไม่เป็นระเบียบ

ร่างเงาของอวี้เสวียน ขันทีประจำตำหนักเดินเข้ามา

“องค์ชาย ทรงมิพักผ่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ”

เยี่ยนหยางตอบเสียงเรียบแต่แฝงความครุ่นคิด

“สตรีผู้นั้น…แปลก”

อวี้เสวียนไหวตัว

“แปลก…ในทางใดพ่ะย่ะค่ะ?”

องค์ชายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบสั้นๆ อย่างที่แม้แต่ตนเองก็ไม่แน่ใจ

“รู้สึกเหมือนข้า…รู้จักนางมานานแล้ว”

อวี้เสวียนเบิกตา

“แต่องค์ชายเพิ่งพบคุณหนูหลินอันวันนี้—”

“ข้ารู้”

เขาตัดบททันทีเสียงเย็นขึ้นเล็กน้อยเพราะรำคาญตัวเองมากกว่าคนตรงหน้า เยี่ยนหยางลุกขึ้นยืนเดินไปยังหน้าต่างเปิดรับแสงจันทร์ลมเย็นพัดชุดยาวของเขาเบาๆ

ภาพหลินอันยืนบนลานเมื่อครู่ใบหน้าสว่างด้วยแสงโคมดวงตาเต็มไปด้วยความเชื่อใจที่ไร้เหตุผลลอยซ้อนขึ้นในหัวของเขา เขาสูดลมหายใจลึกพูดกับตัวเองมากกว่าขันที

“คงเพราะวันนี้ข้าเหนื่อย…จึงรู้สึกเพ้อเจ้อไปกระมัง”

แต่หัวใจกลับเต้นช้าลงไม่ได้ทุกครั้งที่คิดถึงเธอ

---

🍃 เรือนรอง — ในคืนนั้น

หลินอันเพิ่งอาบน้ำเสร็จผมยาวยังเปียกหมาดเธอเดินไปที่หน้าต่างเห็นเงาตำหนักองค์ชายอยู่ไกลๆ ไม่รู้เพราะเหตุใดแต่หัวใจก็เต้นแรง

“ท่าทางเขา…เปลี่ยนไปนิดหนึ่ง”

เธอพึมพำกับตัวเองใบหน้าแตะสีแดงอ่อนๆ โดยไม่รู้ตัวท่าทางขององค์ชายสายตาของเขาแม้จะเย็นชา แต่เหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่เหมือนว่าเขา…กำลังพยายามนึกให้ออกว่าเธอเป็นใคร

---

🌙 กลับไปที่ตำหนักองค์ชาย

เยี่ยนหยางลืมตาขึ้นอีกครั้งทั้งที่ควรหลับไปแล้วจู่ๆ ก็ลุกขึ้นมานั่งอย่างฉับพลันภาพหนึ่ง? ความรู้สึกหนึ่ง? หรือเสียง? บางอย่างแว้บเข้ามาในหัวโดยที่เขาควบคุมไม่ได้ เป็นภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่หันมายิ้มให้เขา—ยิ้มแบบเดียวกับหลินอันตอนยืนหน้าลานตำหนักเขากัดฟันแน่นขมวดคิ้วเข้าหากัน

นี่มัน…อะไรกันแน่?

เขาไม่เคยเชื่อเรื่องชาติภพแต่ในคืนนี้ เขากลับฝันถึงหญิงที่เหมือนหลินอันไม่มีผิด แม้จะไม่เห็นหน้าอย่างชัดเจน แต่ความรู้สึก “คุ้นเคย” ก็ชัดเจนราวกับพายุพัด เยี่ยนหยางกระซิบเบา ๆ แม้ไม่มีใครได้ยิน

“เจ้ากลับมาทำให้ข้าวุ่นวายตั้งแต่วันแรกเลยหรือ…หลินอัน”

น้ำเสียงเย็นแต่แฝงความอบอุ่นบางอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
23 Bab
บทที่1 ชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ลมหอบหนึ่งพัดผ่านกระจกบานกว้างของคฤหาสน์ตระกูลหลิน ราวกับต้องการเตือนให้หลินอันตั้งสติ แต่ทว่าความเจ็บร้าวที่กลางอกกลับทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก เสียงพูดคุยคุ้นเคย—เสียงที่เธอไว้ใจที่สุดกลับทำให้โลกทั้งใบพังทลายลงอย่างไร้ชิ้นดี “ดีเหมือนกันนะที่มันตายนั่นแหละ”เสียงหัวเราะของ ไป๋เสวี่ยอัน เพื่อนสนิทที่เธอรักเหมือนพี่น้อง ดังลอดมาจากประตูที่แง้มไว้ “ก็เพราะแกนี่แหละ ถึงได้จัดการได้เนียนขนาดนั้น” ชายเสียงทุ้มตัวสูงที่เธอเคยเห็นเป็นคนดี—แฟนของเธอ—ตอบกลับ หัวใจหลินอันเหมือนถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ เธอตั้งใจเพียงจะเอาของฝากมาให้เพื่อนหลังกลับจากต่างจังหวัด แต่กลับได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินที่สุดในชีวิต “หลินอัน…แค่ของเล่น ไม่มีประโยชน์อะไรสักอย่าง ใครจะไปทนคบกับผู้หญิงน่าเบื่อนั่นได้ล่ะ” เสียงหัวเราะเหยียดหยันตามมา มันคือเสียงของคนที่เคยบอกรักเธอ ขาเธออ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว แต่ก็ยังยื้อประตูไว้ไม่ให้เปิดออก เธอรู้ดีว่าหากถูกพบตอนนี้ อะไรก็อาจเกิดขึ้นได้อีก “อย่างน้อยเธอก็ตายไปแล้ว เรื่องมันก็จบสักที” ไป๋เสวี่ยอันพูดอย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย “เอาจริง ๆ ฉันเคยอยากฆ่ามันตั้งแต่ปีที่แล้วด้วยซ
Baca selengkapnya
บทที่2 นางเป็นใครกันแน่
สายลมนิ่งสงบของเช้าวันถัดมา ไม่ต่างจากความนิ่งเงียบภายในตำหนักรองที่หลิงอันต้องย้ายเข้ามาอยู่ชั่วคราวหลังอภิเษก หลิงอันในชุดชายาฉบับเรียบง่าย—ผ้าไหมสีอ่อนปักลายเมฆบาง—ยืนเงียบอยู่ริมบานหน้าต่าง มองบรรยากาศภายนอกที่เต็มไปด้วยต้นเหมยกำลังเริ่มผลิบาน ทว่าในใจกลับวุ่นวายยิ่งกว่าเมื่อวานหลายเท่า เมื่อคืน…หลังถูกพาตัวกลับจวน องค์ชายเยี่ยนหยางไม่ได้ตรัสอะไรอีก นอกจากให้คนพาหล่อนกลับตำหนักรอง เหมือนต้องการเว้นระยะห่าง เหมือนกำลังคิด…หรือกำลังระแวง… หลิงอันไม่แน่ใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน—สายตาของเขาในวินาทีนั้นมันคุ้นเคยจนน่ากลัว เหมือนเขากำลังจ้อง “นาง” ตัวตนของหล่อนก่อนมาอยู่ในจวนใหม่… ก่อนหล่อนจะลบตนเองออกจากสายตาเขาไปเมื่อหลายปีก่อน เพียงแต่ตอนนี้ เขาไม่รู้ว่านางคือใคร หรืออาจ…ยังไม่แน่ใจเท่านั้น --- ช่วงสาย องค์ชายเยี่ยนหยางเสด็จออกจากตำหนักเพื่อไปศาลาว่าราชการฝ่ายทหาร เหล่าข้ารับใช้ในตำหนักรองรีบวิ่งวุ่นขึ้น เพราะก่อนเสด็จพระองค์ทรงรับสั่งให้คนเตรียมสิ่งหนึ่ง “พระชายาเพคะ องค์ชายทรงมีรับสั่งให้เข้ารับพระบัญชาในสวนด้านในเพคะ”นางกำนัลคนสนิทรายงานด้วยท่าทีเกรงตัว หลิงอันสะดุ้งเล็กน้
Baca selengkapnya
บทที่3 ความฝันขององค์ชายจันทรา
ตำหนักหลงเยว่ในยามค่ำสงัดเงียบมีเพียงเสียงลมพัดต้องผ้าม่าน หลิงอันนั่งอยู่ในห้องรองรับอันกว้างใหญ่ รอองค์ชายเยี่ยนหยางตามมารยาทของชายาใหม่ แม้เขาไม่เคยสั่งให้นางรอเลยก็ตาม ในนิยาย… องค์ชายเยี่ยนหยางไม่สนใจแม้แต่มองหน้าชายาแรกพบด้วยซ้ำ…แต่วันนี้ เขากลับช่วยข้าจากการล้ม… แม้สีพระพักตร์จะยังเย็นชาเหมือนเดิมก็ตาม ขณะที่ความคิดสับสนวนเวียนอยู่ เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินหินหน้าตำหนัก เงาร่างสูงในชุดองค์ชายสีดำทองก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ประตูเปิดออก องค์ชายเยี่ยนหยางยืนอยู่ตรงนั้น—คิ้วเข้ม ดวงตาเย็นสงบ แต่แววลึกในดวงตานั้น… แปลกประหลาด คล้ายจับจ้องนางคล้าย… คุ้นเคยเสียอย่างนั้น หลิงอันรีบลุกขึ้นคุกเข่า “ถวายพระพรเพคะ พระองค์กลับมาแล้ว” เยี่ยนหยางเดินตรงเข้ามาโดยไม่สั่งให้นางลุกขึ้นเสียก่อน แต่กลับหยุดยืนตรงหน้า มองนางอย่างพิจารณา แทบจะนานเกินมารยาทขององค์ชายผู้สุขุม “เจ้า…” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาแผ่วลง “หน้าตาคล้ายคนคนหนึ่ง” หลิงอันเงยหน้าขึ้น “คล้ายผู้ใดเพคะ?” เยี่ยนหยางส่ายหน้าเบา ๆ ราวกับไม่อาจระบุได้ “ไม่รู้… แต่มันทำให้ข้าไม่อยากเมินเฉยใส่เจ้าอย่างที่ตั้งใจไว้” เขาพูดด้วยน้ำเส
Baca selengkapnya
บทที่4 สายตาที่คุ้นเคย
แสงอรุณอ่อนสาดลอดม่านหน้าต่างเข้ามาในตำหนักหลงเยว่ หลิงอันลืมตาขึ้นช้า ๆ ราวกับไม่คุ้นชินกับความเงียบสงบเช่นนี้ ในอดีต…เวลานี้เธอคงต้องลุกขึ้นก่อนฟ้าสาง เตรียมรับคำดูแคลน คำสั่ง และการกลั่นแกล้งแต่ในชาตินี้—ไม่มีเสียงใดเร่งเร้า ไม่มีใครตะโกน มีเพียงกลิ่นชาหอมจาง ๆ และเสียงฝีเท้าเบาที่คุ้นเคย “ตื่นแล้วหรือ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านในหลิงอันสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมอง องค์ชายเยี่ยนหยางยืนอยู่ข้างโต๊ะชา ชุดสีเข้มเรียบง่าย แต่สะอาดเนี้ยบ ใบหน้าเย็นชาตามเคย ทว่าดวงตากลับอ่อนลงอย่างที่เธอเริ่มคุ้น “เพคะ” หลิงอันตอบ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง “หม่อมฉันตื่นสายหรือไม่” เยี่ยนหยางส่ายหน้า “ยังไม่ถึงยามเช้า ข้าเพียง… คิดว่าเจ้าคงไม่ชินกับที่นี่” คำว่า ไม่ชิน ทำให้หลิงอันยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ใช่ของหญิงสาวอ่อนแอในนิยายแต่เป็นรอยยิ้มของคนที่เคยผ่านความเจ็บปวดมามากเกินพอ “หม่อมฉันชินกับที่ใดก็ตาม… หากไม่ต้องระวังว่าจะมีใครผลักตกบันไดอีก” คำพูดนั้นหลุดออกมาโดยไม่ทันคิดบรรยากาศในตำหนักเงียบลงฉับพลัน เยี่ยนหยางชะงักมือที่ยกถ้วยชาค้างกลางอากาศสายตาคมเข้มจับจ้องนางนิ่ง—ไม่ใช่ด้วยความไม่พอใจ แต่เป็น
Baca selengkapnya
บทที่5 ความอิจฉาริษยา
บนโต๊ะอาหารไม้หอมภายในตำหนักหลงเยว่ มีเพียงเสียงช้อนกระทบถ้วยเบาๆ กับเสียงลมยามค่ำที่พัดผ่านม่านหน้าต่าง หลิงอันนั่งกินข้าวอย่างสำรวมท่วงท่าเรียบร้อยตามแบบสตรีในวังแต่ไม่ถึงกับเกร็ง—เป็นความสบายที่ไม่ต้องเสแสร้ง ตรงข้ามกันองค์ชายเยี่ยนหยาง… กลับไม่ได้แตะตะเกียบมานานแล้วสายตาของเขาหยุดอยู่ที่นาง ไม่ใช่เพราะอาหารไม่ถูกปากแต่เพราะภาพตรงหน้ามันทับซ้อนกับความทรงจำที่เขาไม่อาจควบคุมได้ ในอดีต—ในชีวิตของ เฟิงเหยาหญิงสาวคนหนึ่งเคยนั่งตรงนี้ยิ้มให้เขาแบบเดียวกัน เรียกเขาด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ท่านอย่ามัวแต่มอง ข้าวจะเย็นเสียก่อน” “….” เยี่ยนหยางหลุบตาลงช้าๆ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางโดยไม่รู้ตัวหลิงอันชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ฝ่าบาท…?” “อาหารไม่ถูกพระโอษฐ์หรือเจ้าคะ” คำถามนั้นดึงเขากลับสู่ปัจจุบัน “ไม่” เสียงขององค์ชายต่ำ นุ่มกว่าที่เคย “เพียงแต่…” เขาหยุดคำพูดราวกับกำลังชั่งใจว่าจะพูดต่อดีหรือไม่ “…เจ้ากินแล้ว ดู…สบายใจดี” หลิงอันชะงักเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบางๆ “เพราะที่นี่คือ ตำหนักของหม่อมฉันแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ” “หม่อมฉันคิดว่า…การกินข้าวอย่างสงบ คือความสุขเล็ก ๆ ที่ควรรักษาไว้” คำต
Baca selengkapnya
บทที่6 ข้าจะรอ
ข่าวลือเรื่ององค์ชายจันทราเดินเคียงหลิงอันในสวนดอกเหมยยังไม่ทันจาง เช้าวันถัดมา องค์ชายเยี่ยนหมิง ก็เสด็จเข้าเฝ้าในตำหนักบรรทมของจักรพรรดิ ภายในห้องเงียบสงัด กลิ่นกำยานอ่อนลอยคลุ้ง จักรพรรดิประทับอยู่หลังโต๊ะทรงงาน ทอดพระเนตรเอกสารโดยไม่เงยพระพักตร์ “เสด็จพ่อ” เยี่ยนหมิงคุกเข่าลง น้ำเสียงสุภาพแต่แฝงความเร่งร้อน “หม่อมฉันใคร่ขอกราบทูลเรื่องงานเลือกคู่พระชายา” ปลายพู่กันหยุดชะงักเพียงชั่วอึดใจจักรพรรดิจึงเงยพระพักตร์ขึ้น “เหตุใดจู่ ๆ เจ้าจึงเร่งร้อน” เยี่ยนหมิงสูดลมหายใจ “หม่อมฉันพบสตรีผู้หนึ่ง เห็นว่าเหมาะสมยิ่ง อยากขอพระราชทานโอกาสเลือกนาง” “ผู้ใด” “…หลิงอันพ่ะย่ะค่ะ” บรรยากาศในห้องเย็นวูบลงในพริบตาจักรพรรดิทอดพระเนตรโอรสตรงหน้าอย่างพินิจ “ไม่ได้” คำตอบนั้นชัดเจน ไม่เปิดช่องให้ต่อรองเยี่ยนหมิงชะงัก “เหตุใดพ่ะย่ะค่ะ นางเป็นเพียงบุตรีตระกูลขุนนาง มิได้มีข้อห้าม—” “เพราะนางถูกกำหนดไว้แล้ว” จักรพรรดิรับสั่งเสียงเรียบ “และงานเลือกคู่จะยังไม่จัดในเวลานี้” เยี่ยนหมิงกำมือแน่น “แล้วจะจัดเมื่อใดพ่ะย่ะค่ะ” “หลังจากเจ้าและเยี่ยนหยางออกศึก” พระสุรเสียงทรงหนักแน่น “ผู้ใด
Baca selengkapnya
บทที่7 แผนรบแคว้นเหนือ
ในตำหนักขององค์ชายตะวัน—เยี่ยนหมิงบรรยากาศยามค่ำคืนกลับตึงเครียดยิ่งกว่ากลางวัน ถ้วยชาถูกวางทิ้งไว้จนเย็นชืด เยี่ยนหมิงยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองออกไปยังความมืดด้านนอก ดวงตาแข็งกร้าวฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด“ทุกอย่างเหมือนจะไม่เป็นใจเสียจริง…”ตั้งแต่ข่าวลือเรื่องหลิงอันยังมีชีวิตอยู่แพร่ออกมา ตั้งแต่เยี่ยนหยางเริ่มปรากฏตัวต่อหน้าขุนนางอย่างเปิดเผยตั้งแต่เสด็จพ่อเอ่ยถึง “ศึก” และ “ผลงาน” เป็นเงื่อนไขเลือกคู่ แผนที่เคยคิดว่าคุมได้…กลับเริ่มหลุดมือทีละน้อย“ฝ่าบาทเริ่มมองเยี่ยนหยางต่างไป” เยี่ยนหมิงกำหมัดแน่น “หากปล่อยไว้อย่างนี้…ข้าจะเสียทุกอย่าง”เงาร่างของเขาถูกแสงโคมสะท้อนยาวเหยียด ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานแต่ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร—คืนนี้ยังไม่มีคำตอบ---ขณะเดียวกัน ที่ ตำหนักหลงเยว่แสงโคมในห้องหนังสือยังสว่างอยู่แม้ยามดึก เยี่ยนหยาง นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ เต็มไปด้วยแผนที่ เส้นทางเดินทัพ และบันทึกการศึกจากอดีต เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ศึกยังมาไม่ถึง…แต่เขารู้ดีว่าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรบเพื่อแผ่นดิน หากเป็นการรบเพื่อ “อนาคต” เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นหน้าประตู“
Baca selengkapnya
บทที่8 การฝึกของทั้งคู่
คลื่นใต้น้ำเริ่มขยับสารลับจากวังหลวงถูกส่งออกไปอย่างเงียบงันในยามค่ำคืน ม้าด่วนวิ่งฝ่าความมืดออกจากประตูเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่จวนตระกูลขุนนางหลายแห่ง — รวมถึงตระกูลของ “นาง” ด้วยในจวนหลังหนึ่ง หญิงสาวในชุดเรียบหรูยืนอ่านราชสารในมือ ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเฉียบ“หลิงอันยังไม่ตายจริงๆ สินะ…”เสียงหัวเราะเบา ๆ แฝงความสะใจดังขึ้นในห้องนางไม่รู้รายละเอียด ไม่รู้ว่านางเอกอยู่ในฐานะใด ไม่รู้ว่าใกล้ชิดองค์ชายเยี่ยนหยางเพียงไหนรู้เพียงอย่างเดียว—หลิงอันยังมีชีวิตอยู่และนั่นก็เพียงพอจะทำให้ความริษยาในใจปะทุขึ้นอีกครั้ง“งั้นก็ยิ่งดี…คราวนี้ ข้าจะเหยียบเจ้าให้จมลงไปเอง”---ในเวลาเดียวกัน ณ ตำหนักหลงเยว่หลิงอันยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองกิ่งเหมยที่ไหวเอนตามแรงลม เช้าวันนี้อากาศเย็นผิดปกติ ทั้งที่ยังไม่ถึงฤดูหนาวเต็มตัวนางขมวดคิ้วเล็กน้อยหัวใจรู้สึกไม่สบายอย่างประหลาด“สารไปถึงนางแล้วสินะ…”หลิงอันพึมพำกับตัวเองเบาๆ แม้ยังไม่มีใครมาบอก แต่นางก็รู้ดีจากนิยาย จากประสบการณ์ชีวิตก่อนช่วงงานเลือกคู่ คือจุดเริ่มต้นของการห้ำหั่นครั้งนี้…ศัตรูไม่ใช่คนแปลกหน้าแต่คือ “เพื่อนสนิท” ที่เคยยืนมองนางล้มลง
Baca selengkapnya
บทที่9 ค่ำคืนนี้หนักหน่วงใจข้าเหลือเกิน
ลมต้นฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านลานฝึกในวังหลวง กลีบดอกเหมยที่หลงฤดูร่วงโปรยบางเบา เหล่าบุตรสาวจากตระกูลต่างๆ ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ เสื้อผ้าสีอ่อนสะท้อนแสงแดดยามสาย ทุกคนล้วนแต่งกายงดงามไร้ที่ติ หลิงอันยืนอยู่ในแถวกลาง ใบหน้าเรียบสงบ ดวงตานิ่งราวสายน้ำลึก แม้จะรู้ว่าตนเป็น “ชายาเงียบ” ขององค์ชายเยี่ยนหยางแล้ว แต่คำพูดของจักรพรรดินีก่อนหน้านี้ยังดังก้องในหู — “อยู่ในวังหลัง ไม่มีใครเป็นข้อยกเว้น” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ไป๋เสวี่ยอันเพื่อนสนิทในอดีต…ที่ไม่เหลือคำว่าสนิทอีกต่อไป นางยืนอยู่ไม่ไกล สายตามองหลิงอันอย่างประเมินค่า ปากยิ้มแต่แววตาเต็มไปด้วยความพึงใจแปลกประหลาด ราวกับกำลังคิดว่า ในที่สุด เจ้าก็กลับมาอยู่ตรงหน้าข้าอีกครั้ง แต่หลิงอันไม่หันไปมองนางรู้ดีว่าในวังแห่งนี้การนิ่งเฉย…คือการตอบโต้ที่คมที่สุด --- ในเวลาเดียวกันบนเนินหินสูงใกล้ลานฝึก เงาร่างสูงในชุดสีเข้มยืนทอดสายตามองลงมา หน้ากากเงินเรียบเย็นปิดบังใบหน้า แต่เสียงลมหายใจที่นิ่งหนักแน่นนั้น ไม่อาจปิดบังรัศมีได้ องค์ชายเยี่ยนหยางเขามาถึงที่นี่อย่างเงียบงัน ตั้งแต่ขันทีกระซิบรายงานว่า “ชายาเงียบถูกเรียกเข้าร่วม
Baca selengkapnya
บทที่10 คณะทูตมาเยือน
รุ่งอรุณแห่งการต้อนรับฟ้ายังไม่ทันสางดี เสียงระฆังยามเช้าก็ดังขึ้นจากทิศตะวันออก หลิงอันลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย วันนี้นางไม่มีการฝึกคัดเลือกชายา แต่กลับต้องตื่นเร็วกว่าทุกวัน เพราะเป็นวันที่ราชสำนักจะต้อนรับคณะทูตจากแดนตะวันตก นางลุกขึ้นให้สาวใช้ช่วยแต่งกายอย่างประณีต ชุดที่เลือกเป็นฉลองพระองค์สีอ่อน แซมลายเมฆเงิน ดูเรียบแต่สง่า สมฐานะชายาเงียบขององค์ชายเยี่ยนหยาง เมื่อประตูห้องแต่งตัวเปิดออก หลิงอันก้าวออกมาอย่างสงและในวินาทีนั้นเอง— องค์ชายเยี่ยนหยางที่ยืนรออยู่หน้าตำหนักก็ชะงักไอแสงอรุณอ่อนๆ สาดกระทบใบหน้าของนาง ผิวขาวเนียนตัดกับสีผ้าอย่างลงตัว เส้นผมถูกรวบเกล้าเรียบง่ายแต่แฝงความอ่อนหวาน ดวงตาคู่นั้นสงบนิ่ง ทว่าเหมือนมีแสงบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจละสายตาได้“…หลิงอัน”เสียงเรียกนั้นเบากว่าทุกครั้งนางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “องค์ชาย?”เยี่ยนหยางไอแผ่วๆ ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่ามองนางนานเกินไป “ชุดนี้…เหมาะกับเจ้า”คำชมสั้นๆ แต่จริงใจทำให้หัวใจหลิงอันสั่นไหวโดยไม่รู้ตัว “หม่อมฉันเกรงว่าจะดูไม่เหมาะกับพิธีใหญ่เช่นนี้”“เหมาะ” เขาตอบทันที ก่อนจะชะงัก แล้วพูดต่อช้าลง “เหมาะ…จนข้าต้องเตือนตัวเอง
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status