Share

บทที่ 7

Penulis: หรงหรงจื่ออี
เสิ่นชิงซูไม่ได้ดู เพียงแค่หยิบหนังสือข้อตกลงขึ้นมาแล้วมองโจวอวี๋ชู “บอกฟู่ซือเหยียนว่า เกี่ยวกับเรื่องหลังหย่า ทนายของฉันจะติดต่อกับเขาเอง”

ว่าแล้ว เธอก็หมุนตัวตั้งท่าว่าจะกลับ

โจวอวี๋ชูลุกขึ้นมา “คุณเสิ่น ซืออวี่อยู่กับคุณใช่ไหมคะ?”

เสิ่นชิงซูชะงักฝีเท้า เหล่ตามองเธอ

เสียงของโจวอวี๋ชูอ่อนโยน เจือด้วยน้ำเสียงขอร้องหลายส่วน “ฉันไม่ได้เจอซืออวี่มาหลายวันแล้ว ขอฉันขึ้นไปหาเขาหน่อยได้ไหมคะ?”

เสิ่นชิงซูไม่อยากให้โจวอวี๋ชูเหยียบเข้าไปในสตูดิโอของเธอเลยจริง ๆ

แต่ฟู่ซืออวี่เป็นลูกของโจวอวี๋ชู พอเธอหย่ากับฟู่ซือเหยียนแล้ว สถานะของเธอจะไม่นับว่าเป็นแม่เลี้ยงคนหนึ่งด้วยซ้ำ

นึกได้อย่างนี้แล้ว เสิ่นชิงซูกำลังคิดที่จะพูดบางอย่าง ทว่าเสียงเด็กไร้เดียงสาก็ดังขึ้นมาก่อน…

“แม่ครับ!”

เสิ่นชิงซูหันหน้ามา ฟู่ซืออวี่กำลังวิ่งมาทางนี้แล้ว!

ฟู่ซืออวี่กระโจนเข้ามาหาเสิ่นชิงซู

เสิ่นชิงซูอ้าแขนรับตัวเขาไว้ตามจิตใต้สำนึก ลูบหัวเขาเบา ๆ ตามความเคยชิน “ทำไมถึงวิ่งลงมาคนเดียวล่ะจ๊ะ?”

“พี่เสี่ยวหานลงลิฟต์มากับผมครับ พอเห็นว่าผมเข้ามาในร้านกาแฟแล้วเธอถึงค่อยกลับไป”

ฟู่ซืออวี่กอดเสิ่นชิงซู ดวงหน้าเล็กถูไถไปมาในอ้อมกอดของเธอ “แม่ครับ ทำไมแม่ถึงออกมานานจัง? จนผมคิดถึงแม่แล้วนะ!”

เสิ่นชิงซูกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างช่วยไม่ได้

เด็กคนนี้ถนัดเรื่องอ้อนนัก

ปฏิสัมพันธ์ของผู้ใหญ่กับเด็กล้วนอยู่ในสายตาของโจวอวี๋ชู ร่างผอมบางของเธอโอนเอนเล็กน้อย ดวงหน้างดงามพลันซีดเผือด

“ซืออวี่...”

ฟู่ซืออวี่ได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น จึงสบกับสายตาอันเจ็บปวดของโจวอวี๋ชูเข้าอย่างไม่ทันตั้งตัว

ร่างน้อย ๆ ชะงักงัน

เสิ่นชิงซูก็อึ้งไปเช่นกัน รู้สึกได้ถึงความไม่เป็นตัวเองของฟู่ซืออวี่อย่างชัดเจน

เธอกำลังคิดที่จะปล่อยฟู่ซืออวี่ออก เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากทางด้านหลัง

“เสี่ยวชู”

พอเสิ่นชิงซูหันศีรษะไปก็เห็นฟู่ซือเหยียน

เขาสวมเสื้อโค้ตยาวสีดำตัวใหญ่ รูปร่างสูงโปร่ง สีหน้าเย็นชาเคร่งขรึม

เสิ่นชิงซูมองเขาที่สาวเท้ายาวเดินเข้ามาถึงยังข้างกายของโจวอวี๋ชู ก่อนจะถอดเสื้อโค้ตมาคลุมหัวโจวอวี๋ชูไว้

โจวอวี๋ชูถูกเขากอดปกป้องไว้ในอ้อมแขนอย่างแน่นหนา

เสิ่นชิงซูมองเขานิ่ง ความเจ็บปวดรวดร้าวที่หน้าอกค่อย ๆ แผ่ซ่านอย่างควบคุมไม่ได้

ฟู่ซือเหยียนก้มหน้า พูดกับโจวอวี๋ชูที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยเสียงเบา “มีคนแอบถ่ายอยู่”

โจวอวี๋ชูได้ยินก็เผยสีหน้าตื่นตะลึง มือสองข้างจับสาบอกเสื้อของฟู่ซือเหยียนแน่น ใบหน้างดงามที่ทำให้แฟนคลับนับไม่ถ้วนคลั่งไคล้ซุกอยู่ในอกของฟู่ซือเหยียน

ฟู่ซือเหยียนคุ้มกันโจวอวี๋ชูและพาออกไป

ขณะเดินผ่านข้างกายเสิ่นชิงซู เขาทิ้งไว้เพียงประโยคเดียวว่า “ส่งซืออวี่กลับบ้าน ผมจะไปรับเขาช้าหน่อย”

เขาแค่แจ้งให้เธอทราบ ไม่ต้องการคำตอบของเธอ

เสิ่นชิงซูโอบฟู่ซืออวี่ไว้ มองภาพที่ฟู่ซือเหยียนคุ้มกันและพาตัวโจวอวี๋ชูขึ้นรถไปผ่านหน้าต่างกระจกร้านกาแฟ

ฟู่ซือเหยียนที่เป็นแบบนั้น ช่างอ่อนโยนและเป็นสุภาพบุรุษมากจริง ๆ

ตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่าว่าแต่หน้าของโจวอวี๋ชูเลย แม้แต่ผมเส้นเดียวก็ไม่สามารถโผล่ออกมาจากเสื้อโคตสีดำตัวนั้นได้

รถเมย์บัคสีดำแล่นออกไป

เสิ่นชิงซูก้มหน้า มองข้อตกลงการหย่าในมือตัวเอง ออกแรงเม้มที่ริมฝีปาก ไอร้อนผ่าวที่ทะลักขึ้นมาในเบ้าตาถูกเธอข่มกลับไปอีกครั้ง

“แม่ครับ แม่ไม่เป็นไรใช่ไหม?”

เสิ่นชิงซูดึงสติกลับมาได้ ก่อนจะสบกับสายตาห่วงใยของฟู่ซืออวี่

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ฝืนเค้นรอยยิ้มออกมา “แม่ไม่เป็นไร”

ฟู่ซืออวี่สังเกตสีหน้าของเสิ่นชิงซู

เห็นว่าเธอก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากในเวลาปกติเลย เขาจึงวางใจแล้ว

เสิ่นชิงซูไม่เป็นไร แต่ฟู่ซืออวี่ยังจำท่าทางเสียใจเมื่อกี้ของแม่ได้!

ฟู่ซืออวี่นึกได้ว่าตัวเองเป็นคนทำให้แม่เสียใจ จึงรู้สึกผิดมาก

เสิ่นชิงซูเหลือบมองเวลาแวบหนึ่ง

ใกล้ได้เวลานัดตรวจกับเพื่อนแล้ว

เธอลูบศีรษะของฟู่ซืออวี่ “ซืออวี่ แม่ต้องออกไปทำธุระนิดหน่อย ลูกกลับไปรอแม่ที่สตูดิโอก่อนได้ไหม?”

“ไม่เอา!” ตอนนี้ฟู่ซืออวี่อยากไปหาแม่ใจจะขาด แต่เขาก็ไม่กล้าให้เสิ่นชิงซูล่วงรู้ถึงความคิดในใจเขา

เขากลอกตาใช้ความคิด ก่อนจะพูดว่า “แม่ครับ แม่ไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว เมื่อกี้พ่อให้แม่ไปส่งผมกลับบ้านก่อน พ่อเขามีเรื่องสำคัญอะไรจะพูดกับแม่หรือเปล่าครับ?”

ฟู่ซือเหยียนจะมาหาเธอด้วยเรื่องสำคัญอะไรได้อีก นอกจากคุยเรื่องหย่า

แต่แล้วเธอจะพูดเรื่องพวกนี้กับฟู่ซืออวี่ได้ยังไง?

นี่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ควรลากเด็กบริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวด้วย

“แม่ครับ แม่กลับบ้านกับผมก่อนเถอะนะครับ!” ฟู่ซืออวี่ดึงมือของเสิ่นชิงซู พร้อมพูดเสียงอ้อน “นะครับ! ผมไม่ได้เจอพ่อมาหลายวัน ผมคิดถึงพ่อแล้วละครับ!”

เสิ่นชิงซูถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยตอบรับอย่างจนใจ “ได้ งั้นแม่ส่งลูกกลับบ้านก่อนแล้วกัน”

“ดีจังเลย!” ฟู่ซืออวี่ดีใจสุดขีด “แม่ดีจริง ๆ!”

เสิ่นชิงซูลูบศีรษะเขาเบา ๆ มองดวงหน้าเล็กที่ใสซื่อและน่ารักของฟู่ซืออวี่ แล้วเธอก็ถอนหายใจอย่างไร้สุ้มเสียง

ในชีวิตแต่งงานห้าปีนี้ สิ่งที่เป็นเรื่องจริงคงจะเหลือแต่การพึ่งพาและความรู้สึกของฟู่ซืออวี่ที่มีต่อเธอเท่านั้น

นอกเหนือไปจากนี้ ล้วนเป็นคำโกหก ล้วนเป็นความคิดเพ้อเจ้อ

……

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง เสิ่นชิงซูกับฟู่ซืออวี่กลับมาถึงคฤหาสน์หนานซี

ฟู่ซือเหยียนยังไม่กลับมา ฟู่ซืออวี่รอไปแค่สิบนาทีก็เริ่มหมดความอดทนแล้ว

“แม่ครับ แม่โทรถามพ่อหน่อยดีไหมครับว่าจะกลับมาเมื่อไร?”

เสิ่นชิงซูก็นึกว่าฟู่ซือเหยียนจะกลับมาเร็วเหมือนกัน เดิมทีเธอคิดว่าพอฟู่ซือเหยียนกลับมาแล้วเธอก็จะไปโรงพยาบาลทันที

แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเธอโทรหาฟู่ซือเหยียน ซึ่งโทรติดนานแล้วแต่ไม่มีคนรับ

โทรติดกันสามสายก็ไม่มีใครรับเหมือนเดิม

เสิ่นชิงซูจนปัญญา แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะปลอบใจฟู่ซืออวี่ “พ่อของลูกอาจจะกำลังยุ่งน่ะ”

หัวคิ้วของฟู่ซืออวี่ขมวดเป็นปม

หรือว่าแม่จะร้องไห้แล้ว พ่อกำลังปลอบใจแม่อยู่ก็เลยไม่ว่างรับโทรศัพท์?

พอคิดแบบนี้ ฟู่ซืออวี่ก็ยิ่งร้อนรนใจ เขาถึงขั้นเริ่มนึกเสียใจว่าทำไมเมื่อกี้ตัวเองต้องกอดเสิ่นชิงซูด้วย ถ้าเขาไม่กอดเสิ่นชิงซู แม่ก็คงไม่ต้องเสียใจ!

ฟู่ซืออวี่ยิ่งคิดยิ่งโมโห กระทั่งสายตาที่มองเสิ่นชิงซูก็ยังเจือด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย

เพียงแต่บัดนี้เสิ่นชิงซูกำลังส่งไลน์คุยกับเพื่อนสนิทอยู่ จึงไม่สังเกตเห็นอารมณ์ของฟู่ซืออวี่

เสิ่นชิงซู : [พอดีติดธุระนิดหน่อย เปลี่ยนเป็นตรวจพรุ่งนี้แล้วกันนะ]

เพื่อนสนิท : [พรุ่งนี้ฉันเข้าเวรเช้า เธอเข้ามาได้เลย]

เสิ่นชิงซู : [โอเค]

เพื่อนสนิท : [ดูทรงแล้วฉันเดาว่าเธอก็ยังไม่ได้ตรวจอยู่ดีสิท่า!]

เสิ่นชิงซูเหลือบมองกระเป๋าที่วางอยู่ข้าง ๆ แวบหนึ่ง ก็รู้สึกผิดเล็กน้อย เธอตอบกลับ : [จะตรวจเดี๋ยวนี้แหละ]

ทางด้านเพื่อนสนิทส่งสติกเกอร์ทุบหัวอย่างแรงมา

เสิ่นชิงซูส่งสติกเกอร์ ‘ฉันผิดไปแล้ว’ กลับไป จากนั้นก็หยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้น “ซืออวี่ แม่ไปห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะ”

ฟู่ซืออวี่ไม่สนใจเธอ

เสิ่นชิงซูนึกว่าเขางอนฟู่ซือเหยียนอยู่ จึงไม่คิดอะไรมาก หมุนตัวเดินขึ้นไปยังชั้นสอง

รอจนกระทั่งมีเสียงปิดประตูห้องนอนหลักที่ดังขึ้นมาจากชั้นสอง จากนั้นฟู่ซืออวี่ก็รีบวิ่งกลับห้องนอนเด็กของตัวเองทันที ก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้หมอนแล้วหยิบสมาร์ตวอตช์ที่โจวอวี๋ชูซื้อให้เขาออกมา

คนแรกในรายชื่อผู้ติดต่อก็คือโจวอวี๋ชู ฟู่ซืออวี่กดโทรออกไป

เสียงโทรศัพท์ดังอยู่นานกว่าจะถูกรับสาย

“ซืออวี่?”

เสียงแผ่วเบาและแหบแห้งของฟู่ซือเหยียนดังขึ้นจากปลายสาย ฟังแล้วเหมือนจะสอดแทรกด้วยเสียงหายใจเหนื่อยหอบนิด ๆ

ฟู่ซืออวี่ชะงักไปเล็กน้อย “พ่อ? ทำไมพ่อถึงรับโทรศัพท์ล่ะ? แม่ล่ะ?”

“แม่เพลียแล้วเลยเพิ่งหลับไป มีอะไรเหรอ?”

ฟู่ซืออวี่ได้ยินประโยคนี้เข้าไป ในใจก็ร้อนรนกว่าเดิม “แม่ร้องไห้แล้วใช่ไหมครับ?”

ฟู่ซือเหยียนไม่ได้ปฏิเสธ “ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วละ”

“ผมไม่วางใจแม่ พ่อครับ ผมกลับบ้านแล้วนะ พ่อมารับผมได้ไหม? ผมอยากไปอยู่เป็นเพื่อนแม่!”

“ได้ พ่อจะไปรับลูกเดี๋ยวนี้”

หลังจากวางโทรศัพท์ ฟู่ซืออวี่ตื่นเต้นดีใจสุด ๆ เขาแอบซ่อนสมาร์ตวอตช์ไว้ในกระเป๋าเสื้อกันหนาว เดินออกจากห้องและวิ่งลงไปชั้นล่าง

ฟู่ซืออวี่นั่งบนโซฟาแล้วกดเปิดทีวี เขาดูทีวีรอพ่อมารับอย่างมีความสุข

และในขณะเดียวกัน ในห้องอาบน้ำภายในห้องนอนหลัก เสิ่นชิงซูจับที่ตรวจครรภ์ไว้ในมือ ปลายนิ้วซีดเซียว…
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
วนิดา ศรีรัตนกูล
ลูกคนอื่นเลี้ยงยังไง็ไม่เชื่องอยู่ดี เลี้ยงหมายังดีกว่า
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 803

    เสิ่นชิงซูเม้มริมฝีปากฟู่ซือเหยียนเห็นเธอไม่โต้แย้ง ก็รู้ว่าตัวเองพูดถูกแล้วเขาจูบแก้มเธอเบา ๆ แล้วพูดต่อว่า“สถานะท่านเจ็ดซับซ้อนและพิเศษมาก ก่อนที่ปฏิบัติการสีเทาจะจบลง จะเปิดเผยง่าย ๆ ไม่ได้”เสิ่นชิงซูลังเลครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม “งั้นเงินที่คุณเอามาลงทุนพวกนั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ถูกกฎหมายด้วยเหรอคะ?”“วางใจเถอะ ถ้าผิดกฎหมาย ผมจะให้คุณได้ยังไง? ตามข่าวลือเลย ช่วงแรกเริ่มจากตลาดมืดในประเทศเอจริง ๆ ก็คือค้าอาวุธนั่นแหละ เพราะตอนนั้นปฏิบัติการสีเทาดำเนินการยากลำบากมาก จำเป็นต้องใช้ช่องทางความร่วมมือพิเศษ อย่างเช่นทหารรับจ้างแบบซ่งหลานอินที่มีจุดยืนทางการเมืองไม่ชัดเจน หวังแต่เงิน สถานะ ‘ท่านเจ็ด’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อติดต่อกับคนพวกนี้โดยเฉพาะ แน่นอนว่าต่อมาพอสถานการณ์เริ่มนิ่ง เงินทุนผ่านการหมุนเวียนหลายรอบ จนกลายเป็นเงินถูกกฎหมายแล้วถึงเริ่มนำมาลงทุนในแวดวงธุรกิจภายในประเทศ เพราะงั้นถูกกฎหมายทั้งหมด”เสิ่นชิงซูฟังแล้วยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดีนั่นเป็นโลกที่เธอจินตนาการไม่ออกเลยสักนิดจะบอกว่าเธอเปรียบเสมือนผ้าขาวสำหรับฟู่ซือเหยียนก็ไม่เกินจริงเลย“อาซู จริง ๆ แล้วตอนแรกที่ผมลงสน

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 802

    เสิ่นชิงซูชะงัก หันไปมองเขาชายหนุ่มปัดเส้นผมข้างแก้มเธอออก ก้มหน้าจูบมุมปากเธอเบา ๆ“คุณรับปากผมก่อน ว่าจะไม่โกรธ ตกลงไหม?”เสิ่นชิงซูเลิกคิ้ว “งั้นก็ต้องดูว่าคุณทำเรื่องอะไร ถ้าคุณทำเรื่องผิดต่อฉัน แล้วยังจะให้ฉันไม่โกรธ คุณว่ามันยุติธรรมเหรอคะ?”“ไม่ใช่ความหมายนั้น ผมหมายถึง...” ฟู่ซือเหยียนเม้มปาก ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ถึงพูดต่อว่า “ก็คือเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวนิดหน่อย”พอได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงซูก็ค่อนข้างแน่ใจว่าเรื่องที่เขาจะพูดก็คือเรื่องนั้นแต่เธอรู้สึกว่าฟู่ซือเหยียนปิดบังเธอมานานขนาดนี้ ในใจก็ยังขุ่นเคืองอยู่บ้าง เลยคิดจะถือโอกาสแกล้งเขาเล่น“ทรัพย์สินส่วนตัว? มีอะไรเหรอคะ? ขอแค่คุณไม่ได้มาบอกฉันว่าคุณซุกซ่อนลูกนอกสมรสไว้ข้างนอกก็พอ”ฟู่ซือเหยียนยิ่งร้อนรน “อาซู ผมเคยแตะต้องแค่คุณ ลูกของผมมีแค่เสี่ยวอันหนิงกับเนี่ยนอันเท่านั้น”เสิ่นชิงซูจงใจกลั่นแกล้ง “ชีหมิงเสวียนคลอดชีเยว่ออกมาได้ยังไงคุณลืมไปแล้วเหรอคะ?”ฟู่ซือเหยียน “...”ผู้ชายที่โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจและวงการกฎหมายได้อย่างรุ่งโรจน์ แต่ต่อหน้าคนรัก กลับอึดอัดทำตัวไม่ถูกอย่างที่สุดฟู่ซือเหยียนเดาใจเธอ

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 801

    ซือฟู่เหยียนขัดเธอไม่ได้ จึงเดินไปตรงหน้าเธอแล้วย่อตัวลงเสิ่นชิงซูมองเขาอย่างสงสัย “คุณทำอะไรคะ?”“ขี่หลังผมสิ”เสิ่นชิงซูมองฉือกั่วเอ๋อร์กับเจ้าของโฮมสเตย์แวบหนึ่ง รอบ ๆ ยังมีนักท่องเที่ยวประปราย...“ไม่เอาค่ะ ฉันโตป่านนี้แล้ว มันดูแปลก ๆ นะคะ”“คุณดูข้างหน้าสิ”เสิ่นชิงซูมองไปข้างหน้าคุณลุงคนหนึ่งกำลังแบกคุณป้าอยู่เสิ่นชิงซู “...”ฉือกั่วเอ๋อร์ช่วยเชียร์อยู่ข้าง ๆ “ประธานเสิ่นคะ คนที่มาที่นี่แล้วไม่สบายมีเยอะแยะไปค่ะ คุณฟู่ตัวสูงใหญ่แข็งแรง เขาแบกคุณก็สมควรแล้ว ดูคุณลุงคนนั้นยังแบกคุณป้าเลย จริง ๆ แล้วทุกคนเข้าใจได้ค่ะ สุขภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่น่าอายหรอกค่ะ”“นี่มัน... ฟู่ซือเหยียน!”เสิ่นชิงซูยังลังเลอยู่ ข้อมือก็ถูกฟู่ซือเหยียนกระตุก ตัวเธอก็ถลาไปเกาะอยู่บนหลังฟู่ซือเหยียนทันทีฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มประคองบั้นท้ายเธอไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เธอขัดขืนแล้วลุกขึ้นยืนทันทีเสิ่นชิงซูทั้งร้อนรนทั้งเขินอาย ซุกหน้าต่ำลงตามสัญชาตญาณ กดเสียงต่ำบอกให้เขารีบปล่อยเธอลง“อาซู ใจเย็น ๆ หน่อย ยิ่งตื่นเต้นอาการแพ้ความสูงจะยิ่งกำเริบหนักนะ”เสิ่นชิงซู “...คุณปล่อยฉันลงฉันก็ไม่

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 800

    ประมาณสิบนาที ประตูห้องน้ำก็เปิดออกฟู่ซือเหยียนสวมชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มเดินออกมาชายหนุ่มถือผ้าขนหนูเช็ดผมสั้นที่เปียกชื้นบนเตียง เสิ่นชิงซูพิงหัวเตียง ในมือถือบทละครอ่านอยู่ฟู่ซือเหยียนมองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นเปิดไดร์เป่าผมเป่าผมในห้องนอนที่เงียบสงบมีเพียงเสียงไดร์เป่าผมทำงานผ่านไปครู่หนึ่ง ไดร์เป่าผมหยุดลง เสิ่นชิงซูวางบทละครลง แล้วนอนตะแคงข้างฟู่ซือเหยียนเก็บไดร์เป่าผมเข้าที่ ปิดไฟแล้วขึ้นเตียงชายหนุ่มโอบกอดเธอจากด้านหลังเสิ่นชิงซูรู้สึกเพียงความเย็นเยียบเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำไมคุณอาบน้ำเย็นคะ?”“ดับร้อนน่ะ” ฟู่ซือเหยียนกอดเธอ ความรุ่มร้อนในร่างกายที่เพิ่งสงบลงพลันหวนกลับมาอีกครั้งในชั่วพริบตาแต่เขาไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่หลับตาลง น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ดึกมากแล้ว นอนเถอะ”จะตีสองแล้ว ดึกมากจริง ๆเสิ่นชิงซูขานรับ แล้วหลับตาลงแม้ฟู่ซือเหยียนจะมีถ้อยคำนับพันหมื่นอยากจะพูดกับเสิ่นชิงซู แต่พอนึกถึงว่าพรุ่งนี้ต้องปีนภูเขาหิมะ เขาเกรงว่าเสิ่นชิงซูจะนอนไม่พอจนส่งผลต่อสภาพร่างกาย จึงเลือกที่จะไม่พูดก่อน......ยามเช้า แสงแดดสดใสเสิ่นชิงซูที่กำลังหลับสนิทขมวดคิ้วเล็ก

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 799

    มิหนำซ้ำ ตอนนั้นเพราะยังมีเฉียวซิงเจียและเวินจิ่งซีคอยอยู่เป็นเพื่อน นอกจากต้องคอยดูแลฟู่ซืออวี่ที่เปลืองแรงไปบ้างแล้ว ที่เหลือก็ถือซะว่ามาเที่ยวพักผ่อนเสิ่นชิงซูพิมพ์ข้อความตอบกลับ [มันผ่านไปหมดแล้วค่ะ]ภายในวิลล่าหลีเจียง ฟู่ซือเหยียนจ้องมองข้อความนี้ คิ้วขมวดมุ่นเด็กสองคนกำลังเล่นเป็นเพื่อนเสี่ยวเนี่ยนเนี่ยนอยู่ข้าง ๆภายในบ้านตลบอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆทว่าจิตใจของฟู่ซือเหยียนกลับร้อนรุ่มกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูกเขาลุกขึ้นยืน กดโทรศัพท์หาเส้าชิง “ยื่นเรื่องขอเส้นทางบินเดี๋ยวนี้ ผมจะไปเมืองอวิ๋น”......เสิ่นชิงซูและฉือกั่วเอ๋อร์ทานข้าวเสร็จ เดินเล่นละแวกนั้นสักพัก ก็กลับมาที่โฮมสเตย์พรุ่งนี้ต้องขึ้นภูเขาหิมะ เจ้าของโฮมสเตย์เตือนพวกเธอว่านักท่องเที่ยวต่างถิ่นบางคนขึ้นภูเขาหิมะแล้วจะเกิดอาการแพ้ความสูง จึงให้พวกเธอรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เก็บแรงไว้ให้เต็มที่ พรุ่งนี้ขึ้นเขาจะได้ไม่เกิดอาการแพ้ความสูงได้ง่าย ๆทั้งสองคนจึงรีบแยกย้ายกันกลับห้องเสิ่นชิงซูกลับมาถึงห้อง หยิบมือถือขึ้นมาดูฟู่ซือเหยียนไม่ได้ตอบข้อความกลับมาอีกเธอวางโทรศัพท์ลง หยิบชุดนอนเดินเข้าไปในห

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 798

    “ฉันเหรอคะ...” ชีหมิงเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ก็คงเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ แหละค่ะ ไม่ได้มีแผนอะไรเป็นพิเศษ”“ไปพักผ่อนหย่อนใจมันก็ดีค่ะ แต่คุณจะร่อนเร่พเนจรอยู่ข้างนอกตลอดไปไม่ได้ ถึงชีเยว่จะกลับตระกูลหานไปแล้ว แต่คุณก็ยังเป็นแม่ของเขา คุณตัดใจไม่สนใจแกเลยได้จริง ๆ เหรอคะ?”“ฉันกับคุณไม่เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่ชีเยว่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เวลาที่ฉันเลี้ยงแกมากับมือมีน้อยมาก จริง ๆ แล้วฉันกับเขาไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งอะไรกัน ยิ่งบวกกับความสัมพันธ์ของฉันกับหานหมิงอวี่ที่เข้าขั้นน้ำกับไฟด้วยแล้ว คนเป็นแม่อย่างฉันทำตัวไร้ตัวตนหน่อยจะดีกว่าค่ะ”ชีหมิงเสวียนพูดออกมาอย่างปลอดโปร่งแต่เสิ่นชิงซูฟังแล้วกลับรู้สึกเศร้าใจ“ชีหมิงเสวียน ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปจริง ๆ อยากจะวางทุกอย่างลงชั่วคราวแล้วออกไปพักผ่อนหย่อนใจ ฉันสนับสนุนคุณนะคะ ชีเยว่เป็นเด็กรู้ความ ฉันเชื่อว่าถ้าคุณคุยกับเขาดี ๆ เขาต้องเข้าใจคุณแน่ แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณจะใช้วิธีตัดรอนแบบนี้มาจัดการความสัมพันธ์ของพวกคุณสามคน ถึงคุณกับหานหมิงอวี่จะไร้วาสนาต่อกัน แต่คุณกับชีเยว่ยังไงก็เป็นแม่ลูกกัน คุณไม่จำเป็นต้องตัดขาดการติ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status