Masukเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาไม้สักทองดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าจะถล่ม แต่ภายในห้องโถงกว้างกลับเงียบสงบจนตะวันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัว แผ่นหลังของเธอเปียกโชก และน้ำหยดลงบนพรมทออย่างดีจนเธอรู้สึกผิด
“จะยืนตัวแข็งอยู่อีกนานมั้ย ถอดเสื้อลายสก็อตเน่า ๆ ของเธอออกซะ แล้วเอาผ้าเช็ดตัวนี่ไปซับหน้าเช็ดผมให้แห้ง”
น้ำเสียงเรียบเฉยดังมาจากโซฟาบุกำมะหยี่สีแดงเข้ม คุณนายสายสมรอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีหน้ากากหรือแว่นตากวนใจ แสงสลัวภายในบ้านขับให้ผิวของเธอเลื่อมพรายประดุจมุก ตะวันรับผ้าเช็ดตัวสีขาวสะอาดมาอย่างงง ๆ ยอมทำตามคำบอกกล่าวของอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย
ทว่าในจังหวะที่ตะวันจะถอดเสื้อเชิ้ตออก เธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะด้านในมีเพียงเสื้อกล้ามสีขาวตัวเดียว และตอนนี้มันก็เปียกชุ่มแล้ว
“ถะ ถอดเสื้อเหรอคะคุณนาย ฉันเป็นผู้หญิงนะ”
“แล้วฉันดูเป็นผู้ชายหรือไง?”
สายสมรเลิกคิ้วมอง สายตาคมกริบไล่ตั้งแต่ลำคอระหงไปจนถึงช่วงเอวของตะวัน
“เปียกจนเห็นเสื้อกล้ามข้างในขนาดนั้น ถ้าปอดบวมตายในบ้านฉัน จะเป็นภาระต้องลากศพออกไปทิ้งอีก ถอดวางไว้บนตะกร้าหน้าห้องน้ำนั่นแหละ เดี๋ยวให้สาวใช้หาเสื้อคลุมมาให้”
ตะวันหน้าร้อนผ่าว ไม่ใช่เพราะไข้ขึ้น แต่เพราะสายตาคู่นั้น เธอยอมทำตามอย่างว่าง่าย รีบจัดการตัวเองในห้องน้ำครู่ใหญ่ ก่อนจะก้าวออกมาในชุดเสื้อคลุมผ้าแพรสีน้ำเงินเข้มที่ดูดีกว่าเสื้อผ้าทั้งตู้ของเธอรวมกัน
เมื่อกลับมาที่ห้องโถง เธอเห็นคุณนายกำลังนั่งจิบชา กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกมะลิอบอวลไปทั่วบริเวณ บนโต๊ะข้างตัวเธอมีตะกร้าหวายใบเล็กที่ใส่ดอกคุณนายตื่นสายหลากสีซึ่งถูกเด็ดมาอย่างประณีต
“มองอะไร?” สายสมรพึมพำโดยไม่เงยหน้าจากถ้วยน้ำชา
“ปะ เปล่าค่ะ แค่ไม่คิดว่าคุณนายจะสวยขนาดนี้”
ตะวันหลุดปากพูดสิ่งที่คิดออกไป จนต้องรีบยกมือปิดปากตัวเอง
มือที่กำลังถือถ้วยชาชะงักไปเล็กน้อย สายสมรเงยหน้าขึ้น มองเด็กปากไวตรงหน้าที่ตอนนี้ดูเหมือนลูกหมาตกน้ำในชุดผ้าแพรราคาแพง
“สวยงั้นเหรอ คำชมจากเด็กที่เพิ่งเรียกฉันว่าป้าเมื่อห้านาทีที่แล้ว ฟังดูเชื่อถือไม่ได้เลยนะ”
“โถ่ ก็ตอนนั้นคุณนายแต่งตัวเหมือนจะไปกู้ระเบิดซะขนาดนั้น ใครจะไปรู้ล่ะคะว่าเป็นคุณนาย” ตะวันขยับเข้าไปใกล้ นั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลักฝั่งตรงข้าม “แล้วนี่..คุณนายอยู่บ้านคนเดียวเหรอคะ บ้านออกจะกว้าง ไม่เหงาเหรอ”
“เงียบกับเหงามันไม่เหมือนกันนะ เอ่อ เธอ ชื่ออะไรนะ”
“ตะวันค่ะ ฉันชื่อตะวัน ลูกแม่สร้อย แล้วก็ อายุสามสิบเอ็ดค่ะ ไม่เด็กแล้ว”
ตะวันย้ำประโยคหลัง และคนอายุมากกว่าก็หลุดยิ้มออกมา
“จะอายุเท่าไหร่ถ้าเกิดหลังฉันมากกว่าสิบปีฉันก็ถือว่าเด็กทั้งนั้น”
สายสมรวางถ้วยชาลงเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ
“ฉันชอบความเงียบ เพราะมันคือความสงบ ฉันใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตคุมคนในตลาด จัดการปัญหาบ้านเช่า เจอคนร้อยพ่อพันแม่ที่จ้องจะเอาเปรียบ พอได้กลับมาอยู่ท่ามกลางดอกไม้ที่ฉันปลูกเอง มันคือช่วงเวลาเดียวที่ฉันไม่ต้องเป็น 'คุณนาย' ให้ใครเกรงใจ”
ตะวันมองจังหวะการพูดและท่าทางที่ดูเหนื่อยล้าเล็กน้อยภายใต้ความสง่างามนั้น เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่มือของคุณนายมีรอยขีดข่วนจาง ๆ คล้ายรอยหนามจากกิ่งกุหลาบ
“คุณนายรักดอกไม้พวกนี้มากเลยเหรอคะ ถึงขนาดต้องออกไปดูแลเอง ทำไมไม่จ้างคนงานเพิ่มล่ะ”
สายสมรยกถ้วยชามาจิบเล็กน้อย แล้ววางมันกลับลงบนจานรองลายดอกไม้ เธอส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอ่ย
“ดอกคุณนายตื่นสายน่ะ ต้องอาศัยแดด ถ้าไม่มีแสงก็ไม่บาน” สายสมรใช้นิ้วเรียวยาวลูบกลีบดอกไม้ในตะกร้าเบา ๆ
“มันสอนให้ฉันรู้ว่า ทุกอย่างมีจังหวะเวลาของมัน ถ้ามันยังไม่พร้อมจะบาน ไปบังคับมันก็มีแต่จะเฉาตายเปล่า ๆ”
สายสมรเงยหน้าขึ้นสบตากับตะวันดวงตาคู่นั้นไม่ได้เย็นชาเหมือนตอนแรก แต่มันมีความวูบไหวบางอย่างที่ตะวันอ่านไม่ออก
“ก็คงเหมือนเธอมั้ง ที่บุกเข้ามารบกวนเวลาของฉันในวันที่ฝนตก”
“ฉันไม่ได้อยากจะรบกวนคุณนายสักหน่อย ก็แค่เอาเงินค่าแผงมาให้เหมือนทุกที ใครจะไปรู้ล่ะคะว่าป้าจันทร์ไม่อยู่”
ตะวันตอบเสียงแผ่ว ความใกล้ชิดในห้องที่เงียบสงัดทำให้เธอได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ผสมกลิ่นฝนจากตัวคุณนาย มันเป็นกลิ่นที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มอย่างประหลาด
“ส่งเงินแล้วก็หมดธุระเรื่องค่าแผงแล้ว”
สายสมรขยับตัวลุกขึ้น กลิ่นหอมนั้นลอยมาปะทะจมูกตะวันชัดเจนขึ้นเมื่อเธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า “แต่มีเรื่องที่เธอต้องรับผิดชอบ”
“รับผิดชอบ? รับผิดชอบอะไรคะ”
ตะวันแหงนหน้ามองคนตัวสูงกว่าเล็กน้อยที่กำลังโน้มตัวลงมาหา
“รับผิดชอบที่มาทำลายความสงบของฉัน” สายสมรยกยิ้มมุมปากก่อนจะพูดต่อ “ในเมื่อเธออยากรู้จักฉันมาก ฉันก็จะให้เธอได้รู้จักให้เต็มที่”
“หมายความว่าไงคะ”
ตะวันขมวดคิ้ว หัวใจเต้นระส่ำจนเกินจะควบคุม ยิ่งในตอนนี้ที่กลิ่นหอมจากตัวอีกฝ่ายมันเข้าใกล้เธอมากขึ้น
“พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้า มาหาฉันที่นี่ ฉันจะสอนเธอปลูกต้นไม้ มีค่าจ้างให้”
“โหเจ็ดโมง ช่วงนั้นแดดกำลังเปรี้ยงเลยนะคุณนาย ไม่กลัวผิวเสียเหรอคะ”
“หึ จะกลัวทำไม” คุณนายสายสมรมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “พรุ่งนี้ฉันจะใส่หมวกใบใหญ่กว่าเดิม และเธอต้องเป็นคนถือร่มให้ฉันด้วย”
คุณนายสายสมรเดินจากไปทิ้งให้ตะวันนั่งอึ้งอยู่กลางห้องโถง ท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มซาลง ทิ้งไว้เพียงหัวใจที่เต้นดังมากขึ้น
ตะวันยกมือขึ้นแตะที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองเบา ๆ ความรู้สึกแปลกใหม่นี้เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
แบบนี้เหรอที่เค้าเรียกว่าตกหลุมรัก พอคิดถึงความน่าจะเป็นนี้ ตะวันก็รีบส่ายหน้า
ไม่ได้ ๆ จะตกหลุมรักคนที่อายุน้อยกว่าแม่ไม่กี่ปีได้ยังไง
เย็นวันเสาร์ที่อากาศเป็นใจ สายสมรตัดสินใจทำเรื่องที่ท้าทายที่สุดในชีวิตนั่นคือการ เข้าครัวปกติหน้าที่นี้จะเป็นของป้าจันทร์หรือไม่ก็ตะวัน แต่วันนี้คุณนายคนสวยยืนกรานว่าอยากจะทำมื้อพิเศษตอบแทนตะวันที่เหนื่อยกับการคิดโปรเจกต์ปรับปรุงตลาดใหม่มาทั้งอาทิตย์“พี่แน่ใจนะคะว่าไม่อยากให้ตะวันช่วย”แฟนเด็กของสมรยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว มองดูคุณนายในชุดผ้ากันเปื้อนลูกไม้สีหวานที่ดูขัดกับมีดทำครัวในมือซะเหลือเกิน“แน่ใจค่ะ! ตะวันไปนั่งรอที่โต๊ะเลย พี่อ่านสูตรมาอย่างดี วันนี้เราจะกินแกงส้มชะอมกุ้งฝีมือสายสมรกันค่ะ”สายสมรตอบด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น แม้จะดูเก้ ๆ กัง ๆ ตอนหยิบหอมแดงขึ้นมาปอกก็ตามและผ่านไปเพียงสิบนาที“โอ๊ย!”เสียงอุทานเบา ๆ ทำให้ตะวันที่แอบลุ้นอยู่ห่าง ๆ ต้องรีบพุ่งตัวเข้าไปหาทันที“เป็นอะไรคะ มีดบาดเหรอ?” ตะวันคว้ามือเรียวมาดูด้วยความตกใจ“เปล่าค่ะ พี่แค่แสบตา หอมแดงนี่ไม่น่ารักเลยนะคะ ทำพี่ร้องไห้”สายสมรตอบพลางขยี้ตาจนแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้าดูน่าเอ็นดูเสียจนตะวันหลุดขำ“โถ่พี่สมร มาค่ะ มานี่เลย ตะวันทำเองดีกว่า พี่ไปเป็นลูกมือคอยชิมรสก็พอ”ตะวันแย่งมีดมาถือไว้เองอย่างแคล่วคล่อง เธอเร
แสงแดดยามบ่ายที่เคยแผดเผาดูจะอ่อนแรงลงเมื่อลอดผ่านม่านลูกไม้สีนวลเข้ามาในห้องนั่งเล่นส่วนตัวของคุณนายสายสมร กลิ่นหอมสะอาดของน้ำมันสกัดจากดอกมะลิอบอวลไปทั่วห้อง ผสมผสานกับเสียงเพลงบรรเลงเบา ๆ ที่เปิดคลอไว้เพื่อสร้างความผ่อนคลายบนโซฟากำมะหยี่ตัวยาว สายสมรเอนกายพิงหมอนใบนุ่มในชุดคลุมผ้าไหมพริ้วไหว เธอหลับตาลงพริ้ม ปล่อยให้ความเครียดเรื่องงานที่แบกมาทั้งอาทิตย์มลายหายไป เพียงเพราะสัมผัสจากมืออุ่น ๆ ของคนข้างกาย“ผ่อนคลายนะคะที่รัก พี่อย่าเกร็งนะ”ตะวันนั่งอยู่บนพรมที่พื้นข้างโซฟา เธอกำลังใช้หัวแม่มือนวดคลึงไปตามฝ่าเท้าเรียวสวยของคุณนายอย่างเบามือ สลับกับน้ำหนักที่มั่นคงในจุดที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายมักจะปวดเมื่อยจากการสวมรองเท้าส้นสูงเดินเก็บค่าแผง“อืม...ตะวันนวดเก่งจังเลย ไปหัดมาจากไหน”สายสมรครางพึมพำทั้งที่ยังหลับตา รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าสวย“ตะวันดูจากยูทูบค่ะ บางครั้งก็ถามแม่สร้อยเอาบ้าง” ตะวันเงยหน้าขึ้นมายิ้มแป้น แววตาเต็มไปด้วยความทะนุถนอม “ก็พี่เอาแต่ทำงาน ถ้าตะวันไม่ดูแล ใครจะดูแลคะ”ตะวันค่อย ๆ เลื่อนมือนวดขึ้นมาถึงช่วงน่อง กดเน้นเบา ๆ ตามจุดสะท้อนกลับที่ช่วยให้ระบบห
ค่ำคืนในบ้านหลังโตเงียบสงัดกว่าปกติ ป้าจันทร์ลากลับไปพักผ่อนที่บ้านพักด้านหลังตั้งแต่หัวค่ำ ทิ้งให้พื้นที่กว้างขวางมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ และเสียงลมพัดใบไม้ไหวกระทบหน้าต่างภายในห้องนอนใหญ่ของคุณนายสายสมร เทียนหอมอโรม่ากลิ่นลาเวนเดอร์และกุหลาบอบอวลไปทั่วห้อง แสงจากดวงจันทร์สีนวลนิ่งที่ลอดผ่านม่านลูกไม้เข้ามาทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็นสายสมรนั่งอยู่บนเตียงกว้างในชุดนอนผ้าไหมสายเดี่ยวสีแชมเปญ ผิวขาวละเอียดของเธอสะท้อนกับแสงสลัวดูราวกับสลักจากหินอ่อนชั้นเลิศ มือเรียวสวยกำลังลูบไล้โลชั่นลงบนแขนอย่างใจเย็น แต่ทว่าดวงตาคมกลับคอยชำเลืองมองไปที่ประตูห้องน้ำที่เพิ่งเปิดออกตะวันก้าวออกมาในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้ม ผมสั้นประบ่าของเธอเปียกชื้นเล็กน้อยหยดน้ำเกาะตามลำคอระหงและไหปลาร้าดูมีเสน่ห์แบบดิบ ๆ ตามสไตล์หญิงสาวชาวตลาดที่ตอนนี้ดูเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว“ยังไม่นอนอีกเหรอคะ” ตะวันเอ่ยเสียงนุ่มพลางเดินเข้ามาช้า ๆสายสมรวางขวดโลชั่นลงพลางยกยิ้มที่มุมปาก“พี่รอคนแถวนี้มาเป่าผมให้ค่ะ หรือว่า...เราจะทำอย่างอื่นกันดีล่ะ”คำพูดกึ่งเชิญชวนนั้นทำให้ตะวันหน้าร้อนผ่าว เธอเดิ
เช้าวันอาทิตย์ที่แสนสดใส อากาศในต้นฤดูหนาวพัดพาความเย็นสบายมาสู่บ้านหลังใหญ่ท้ายซอย แต่ที่แตกต่างไปจากทุกวันคือความคึกคักที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนรุ่งสางสวนดอกไม้ฝั่งซ้ายที่เคยรกร้าง บัดนี้กลายเป็นทุ่ง คุณนายตื่นสาย หลากสีสันที่ชูช่อรอรับแสงอรุณ เพื่อเป็นประจักษ์พยานให้กับงานทำบุญใหญ่และพิธีเปิด สวนตะวันของคุณนาย อย่างเป็นทางการกลิ่นหอมของอาหารคาวหวานตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ป้าจันทร์หัวเรือใหญ่ของงานกุลีกุจอจัดเตรียมอาสนะสงฆ์ โดยมีตะวันในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กางเกงผ้าสแล็คสีครีม ดูภูมิฐานผิดหูผิดตา คอยช่วยยกถังน้ำแข็งและจัดเรียงเก้าอี้อย่างคล่องแคล่ว“ตะวัน มาช่วยแม่ยกถาดขนมตรงนี้หน่อย มัวแต่ไปยืนเก๊กหล่ออยู่หน้าสวนนั่นแหละ”เสียงของแม่สร้อยดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมที่เดินออกมาจากครัว วันนี้แผงขนมของแม่สร้อยที่ตลาดมนตรีหยุดการขายหนึ่งวัน และยกอุปกรณ์ทุกอย่างมาที่บ้านคุณนายเพื่อทำขนมเลี้ยงแขกในงานวันนี้“มาแล้วจ้ะแม่ วันนี้ใส่ผ้าซิ่นสวยจังเลยนะจ๊ะ ตัวนี้คุณนายซื้อให้ใช่มั้ย” ตะวันเย้าแหย่พลางเข้าไปโอบไหล่แม่แม่สร้อยสะบัดหน้าหนีแต่แอบยิ้มมุมปาก “เออ...ของดีก็ต้องใส่สิ เดี๋ยวจะเสียห
หลายสัปดาห์ผ่านไป พื้นที่รกร้างฝั่งซ้ายของบ้านหลังใหญ่ถูกพลิกฟื้นจนจำเค้าเดิมไม่ได้ ตะวันใช้หยาดเหงื่อและแรงกายทั้งหมดที่มีเนรมิตให้มันกลายเป็น อาณาจักรของคุณนายตื่นสาย อย่างที่เธอฝันไว้แผงไม้ไผ่ถูกยกขึ้นเป็นชั้นวางกิ่งพันธุ์ที่จัดเรียงตามเฉดสีอย่างสวยงาม ป้ายไม้เขียนด้วยลายมือบรรจงว่า สวนตะวันของคุณนาย ตั้งตระหง่านอยู่หน้าทางเข้าแต่ในขณะที่ดอกไม้กำลังชูช่อรับแสงแดดจัดจ้า ความสัมพันธ์ระหว่างคุณนายสายสมร กับตะวัน ดูเหมือนจะหลบอยู่ในร่มเงาที่มืดครึ้มกว่าเดิมสายสมรยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง มองลงมายังเบื้องล่าง เธอเห็นเงาร่างของตะวันในชุดเสื้อยืดสีซีดและหมวกปีกกว้างใบเก่า กำลังง่วนอยู่กับการผสมดินอยู่อย่างนั้นตั้งแต่เช้ามืดตะวันแทบจะไม่เงยหน้าขึ้นมามองที่หน้าต่างห้องนอนของเธอเหมือนแต่ก่อน ไม่มีการส่งสายตาหวานซึ้ง หรือเดินเข้ามาขอออดอ้อนกินน้ำเย็น ๆ จากมือเธอความภาคภูมิใจในตัวหญิงสาวคนนี้มีอยู่เต็มอก แต่ความอ้างว้างกลับมีมากกว่า“คุณนายคะทานมื้อเช้าเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเย็นหมด” ป้าจันทร์เอ่ยเรียกด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ตะวันล่ะป้า เข้ามาทานข้าวรึยัง?” สายสมรถามโดยไม่ละสายตาจากสวน“น้องบอกว่
มื้อเที่ยงที่แผงขนมวันนั้นจบลงด้วยความอิ่มเอมใจ แต่มันกลับทิ้งตะกอนบางอย่างไว้ในใจของตะวันความรักที่เบ่งบานกลางตลาดมนตรีกลายเป็นข่าวใหญ่ที่แพร่กระจายเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง แม้คุณนายสายสมรจะประกาศกร้าวเพื่อปกป้องเธอเพียงใด แต่ความจริงที่ว่า ลูกแม่ค้า กับ เจ้าของตลาด มันต่างกันราวฟ้ากับเหว ก็ยังเป็นสิ่งที่สังคมรอบข้างหยิบมาเคี้ยวซ้ำอย่างสนุกปากสามวันต่อมา บรรยากาศในตลาดเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติในสายตาคนนอก แต่สำหรับตะวัน มันคือการเผชิญหน้ากับความอึดอัดรูปแบบใหม่ ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าล้างถ้วยขนมอยู่หลังร้าน เสียงซุบซิบจากกลุ่มแม่ค้าที่ยืนอยู่หน้าแผงขายผลไม้ก็ลอยมาเข้าหู“ฉันล่ะอิจฉาคนมีความรักจริงจริ๊ง ตั้งแต่มีแฟนรวย หน้าตาก็อิ่มเอิบจริงเชียว” แม่ค้าคนหนึ่งเปรยขึ้น“ก็แน่ล่ะสิ มีบ่อเงินบ่อทองให้เกาะขนาดนั้น ไม่ต้องตื่นมาโม่แป้งเองยังได้เลยมั้ง ป่านนี้คุณนายคงประเคนเงินให้ใช้ไม่ขาดมือ แผงขนมนี่ก็เปิดบังหน้าไปงั้นแหละ ใครจะไปรู้...ลับหลังอาจจะอ้อนเอาโฉนดที่ดินไปกี่ใบแล้วก็ไม่รู้”ตะวันชะงักมือที่กำลังขัดถ้วยขนม ความร้อนวูบแล่นขึ้นมาที่ใบหน้า ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความละอายที่เธอไม่ได้ก่อ







