Masukเจ็ดโมงเช้าเป๊ะ...
ตะวันยืนอยู่หน้าประตูรั้วอัลลอยด้วยสภาพที่ดู ‘ฝืนสังขาร’ สุดขีด เธอไม่ได้ตื่นเช้าขนาดนี้มาตั้งแต่วันกีฬาสีสมัยมัธยม ในมือถือร่มคันใหญ่ยักษ์ที่แม่หยิบส่งให้พร้อมกับสายตาเคลือบแคลงสงสัย
“มาตรงเวลาดีหนิตะวัน”
เสียงนุ่มลึกดังขึ้นจากเบื้องหลัง ตะวันหันไปมองแล้วก็ต้องเกือบทำร่มหลุดมือ คุณนายสายสมรอยู่ในชุดเตรียมจัดสวนที่อลังการกว่าเดิม
เธอสวมเสื้อแขนยาวผ้าลินินสีขาวสะอาด กางเกงขายาวเข้าชุด และที่ขาดไม่ได้คือหมวกปีกกว้างที่กว้างจนแทบจะคลุมไหล่ได้มิด ครั้งนี้เธอไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย แต่แต้มครีมกันแดดจนใบหน้าเนียนละเอียดดูเงาวาวรับแสงอรุณ
“มาเป็นคนถือร่มไงคะ กลัวใครบางคนผิวจะลอกซะก่อน” ตะวันแกล้งประชด แต่สายตากลับลอบมองริมฝีปากสีแดงของคุณนายอย่างเผลอตัว
“พูดมาก...กางร่มสิ”
สายสมรเดินนำเข้าไปในสวนทางทิศตะวันออก ที่ซึ่งแดดอ่อน ๆ กำลังพาดผ่านกอคุณนายตื่นสายที่ยังหุบกลีบรอเวลา
ตะวันรีบกางร่มคันยักษ์ครอบคลุมร่างโปร่งบางของคุณนายเอาไว้ ระยะห่างระหว่างเธอกับสายสมรเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นครีมกันแดดราคาแพงผสมกับกลิ่นสบู่หอมละมุนจากตัวคุณนายลอยมาเตะจมูกจนตะวันต้องแอบกลืนน้ำลาย
“ถือนิ่ง ๆ สิ กางให้มันดี ๆ อย่าให้แดดเลียโดนแขนฉัน” สายสมรสั่งขณะย่อตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวเล็ก เธอเริ่มใช้พลั่วอันจิ๋วพรวนดินอย่างเบามือ
“คุณนายคะ ฉันถามหน่อยเถอะ ทำไมต้องกลัวแดดขนาดนี้ คุณนายออกจะสวย ต่อให้คล้ำลงหน่อยก็ยังสวยอยู่ดีค่ะ”
สายสมรชะงักมือ เธอเงยหน้าขึ้นมองคนถือร่มผ่านขอบหมวก ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย
“บางครั้ง...ความสวยมันก็จำเป็น และเป็นประโยชน์กับเรานะตะวัน”
“จำเป็น?” ตะวันขมวดคิ้ว “จำเป็นยังไงคะ”
“ฉันเป็นเจ้าของตลาด ต้องจัดการปัญหาสารพัด ถ้าฉันปล่อยตัวให้ดูโทรมใครจะยำเกรง ฉันต้องดูดีที่สุดเสมอ เข้าใจรึยัง”
ตะวันนิ่งไป เธอไม่เคยคิดถึงมุมนี้ ‘คุณนายตื่นสาย’ ที่ใคร ๆ ตราหน้าว่ารักสบาย แท้จริงแล้วอาจจะเป็นผู้หญิงที่แบกความกดดันไว้มหาศาลจนต้องสร้างเกราะกำบังขึ้นมาปกป้องตัวเอง
“แต่ตอนอยู่กับฉัน... คุณนายไม่ต้องดูดีตลอดเวลาก็ได้นะ” ตะวันพูดออกมาจากใจจริง “เป็นแค่คุณสายสมรเฉย ๆ ก็พอ”
พลั่วในมือคุณนายเกือบจะปักลงผิดตำแหน่ง เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะแค่นเสียงในลำคอ
“เป็นแค่สายสมรเฉย ๆ งั้นเหรอ?”
“ใช่ค่ะ” ตะวันพยักหน้าหงึก ๆ เน้นย้ำ
“งั้นก็ช่วยเอาน้ำให้สายสมรหน่อย ฉันร้อนเป็นบ้าเลย วันนี้แดดแรงมาก”
ตะวันหลุดหัวเราะเบา ๆ เมื่ออีกฝ่ายแทนตัวด้วยชื่อเต็ม แม้จะไม่คุ้นหูนักแต่เธอกลับรู้สึกว่าคุณนายเริ่มลดช่องว่างระหว่างกันมากขึ้นแล้ว
เธอวางด้ามร่มพิงกับบ่าตัวเองเพื่อให้มือว่าง แล้วหยิบกระติกน้ำเย็นที่หิ้วเตรียมมาด้วยส่งให้ แต่จังหวะที่รับกระติก นิ้วเรียวเย็นเฉียบของคุณนายสัมผัสเข้ากับหลังมือร้อนผ่าวของตะวัน
เหมือนมีกระแสไฟอ่อน ๆ วิ่งผ่านจนทั้งคู่ชะงัก สายสมรมองสบตาคนอายุน้อยกว่าอยู่ครู่หนึ่ง และตะวันเป็นฝ่ายหลบตาก่อน เมื่อเห็นดอกคุณนายตื่นสายสีชมพูเข้มที่จู่ ๆ ก็ผลิบานออกมาต่อหน้าต่อตา
“ดอกไม้บานแล้ว...” ตะวันตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่น
“อื้ม บานแล้ว” สายสมรไม่ได้มองดอกไม้ แต่มองใบหน้าคมคายของคนตรงหน้าที่กำลังมองดูสีสันของดอกไม้อย่างสนอกสนใจ
ในวินาทีนั้น แสงตะวันที่ส่องผ่านขอบร่มลงมาสะท้อนเข้าที่ดวงตาของสายสมร มันไม่ใช่แสงที่แผดเผา แต่เป็นแสงที่ทำให้หัวใจที่เคยแช่แข็งมานานปีเริ่มละลาย
“เธอรู้มั้ย ว่าทำไมฉันถึงชอบดอกไม้ชนิดนี้ที่สุด”
สายสมรเอ่ยทำลายความเงียบที่แสนหวาน มือเรียวสวยเอื้อมไปเด็ดยอดอ่อนของต้นคุณนายตื่นสายที่ยังไม่ได้ออกดอกขึ้นมาหนึ่งกิ่ง
“เพราะมันสวยมั้งคะ คนเราจะชอบดอกไม้ด้วยเหตุผลอื่นหรือไง ถ้าไม่ใช่เพราะมันสวย”
ตะวันตอบทีเล่นทีจริง แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่นิ้วมือขาวนวลที่กำลังสาธิตการขยายพันธุ์อย่างทะนุถนอม
สายสมรยิ้มละมุนพลางส่ายหน้าช้า ๆ “ความสวยเป็นแค่เหตุผลเล็ก ๆ แต่ที่ฉันชอบมัน เพราะฉันว่า มันเป็นดอกไม้ที่ซื่อสัตย์นะ”
“ดอกไม้ซื่อสัตย์?” ตะวันขมวดคิ้วอีกครั้ง
“ใช่...มันจะยอมเบ่งบานก็ต่อเมื่อได้รับแสงแดด ถ้าวันไหนฟ้าหม่น หรือไม่มีแสงตะวันส่องถึง มันก็จะหุบกลีบซ่อนความสวยงามไว้กับตัวเอง คล้าย ๆ กับคนปลูกนั่นแหละ”
ตะวันนิ่งฟัง หัวใจเต้นแรงขึ้นเมื่อรับรู้ถึงนัยแฝงในคำพูดนั้น
“แล้ว...ตอนนี้คนปลูกเจอแสงตะวันของตัวเองรึยังคะ?”
สายสมรไม่ตอบเป็นคำพูด แต่เธอคว้ามือของตะวันให้แบออก แล้ววางกิ่งพันธุ์ดอกไม้เล็ก ๆ นั้นลงบนฝ่ามือของหญิงสาว ก่อนจะกุมมือตะวันไว้ให้มั่น
“การปลูกคุณนายตื่นสายต้องใช้ใจแล้วก็เวลาที่สม่ำเสมอ ลองปลูกสิ จะได้รู้ว่าการที่ดอกไม้จะได้เจอแสงตะวันมันง่ายหรือยาก”
สายสมรประคองมือตะวันให้กดกิ่งนั้นลงบนดินร่วนซุยที่เตรียมไว้แล้วค่อย ๆ อธิบาย
“ไม่ต้องฝังลึกมาก แค่ให้ดินโอบอุ้มเขาไว้ให้แน่นพอที่จะไม่ล้มเวลาลมพัดแรง ดอกไม้พวกนี้ต้องการดินที่ระบายน้ำได้ดี บางอย่างต้องมีระยะห่างที่พอดี”
สัมผัสอุ่นจากมือของคุณนายที่ซ้อนทับอยู่บนหลังมือของตะวัน ทำให้การปลูกดอกไม้ครั้งนี้ดูพิเศษกว่าครั้งไหน ๆ ตะวันมองตามทุกจังหวะการสอน เธอเห็นความละเอียดอ่อนของคุณนายที่ใส่ใจแม้กระทั่งทิศทางของแสงที่กระทบลงบนใบเล็ก ๆ ของต้นคุณนายตื่นสาย
“แล้วต้องรออีกนานแค่ไหนคะ กว่าเขาจะบาน?” ตะวันถามพลางเงยหน้าขึ้นสบตา
“ไม่นานหรอก ถ้าเราตั้งใจปลูก ดูแลดี เราก็แค่รอเวลาที่แสงแดดเหมาะเจาะส่องถึง วันนั้นเขาก็จะบานสะพรั่งเต็มสวน”
สายสมรขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกรั้นของตะวันสัมผัสกับกลิ่นหอมจาง ๆ จากแป้งเนื้อดีบนพวงแก้มของเธอ “อดเปรี้ยวไว้กินหวานน่ะ รู้จักมั้ย”
ตะวันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน แสงแดดที่เคยคิดว่าร้อนแรงบัดนี้กลับกลายเป็นเพียงฉากหลังที่ช่วยขับเน้นความงดงามของผู้หญิงตรงหน้าให้เด่นชัดขึ้น ยิ่งใกล้กันมากขึ้น ความรู้สึกบางอย่างก็ยิ่งแจ่มชัด
ตะวันเริ่มมั่นใจว่า ตอนนี้เธอกำลังรู้สึกบางอย่างกับคุณนาย ยิ่งเห็นดวงตาคู่สวยใกล้ ๆ ตะวันก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่อยากให้ใครคนอื่นได้เห็นความสวยงามนี้เลย
“พรุ่งนี้มาอีกนะ” สายสมรพูดเบา ๆ ขณะรับน้ำไปดื่ม
“เจ็ดโมงเช้าเหมือนเดิมเหรอคะ”
“หกโมงครึ่ง...ฉันอยากเห็นดอกไม้บานพร้อมเธอ”
คุณนายสายสมรยิ้ม ตะวันเองก็ยิ้มรับ
ครั้งนี้เธอไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดที่ต้องตื่นเช้าอีกต่อไป เพราะเธอเพิ่งค้นพบแล้วว่า ‘คุณนายตื่นสาย’ แท้จริงแล้วคือดอกไม้ที่งดงามที่สุด ซึ่งจะยอมบานให้เห็น...เฉพาะต่อหน้า ‘ดวงตะวัน’ เท่านั้น
เย็นวันเสาร์ที่อากาศเป็นใจ สายสมรตัดสินใจทำเรื่องที่ท้าทายที่สุดในชีวิตนั่นคือการ เข้าครัวปกติหน้าที่นี้จะเป็นของป้าจันทร์หรือไม่ก็ตะวัน แต่วันนี้คุณนายคนสวยยืนกรานว่าอยากจะทำมื้อพิเศษตอบแทนตะวันที่เหนื่อยกับการคิดโปรเจกต์ปรับปรุงตลาดใหม่มาทั้งอาทิตย์“พี่แน่ใจนะคะว่าไม่อยากให้ตะวันช่วย”แฟนเด็กของสมรยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว มองดูคุณนายในชุดผ้ากันเปื้อนลูกไม้สีหวานที่ดูขัดกับมีดทำครัวในมือซะเหลือเกิน“แน่ใจค่ะ! ตะวันไปนั่งรอที่โต๊ะเลย พี่อ่านสูตรมาอย่างดี วันนี้เราจะกินแกงส้มชะอมกุ้งฝีมือสายสมรกันค่ะ”สายสมรตอบด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น แม้จะดูเก้ ๆ กัง ๆ ตอนหยิบหอมแดงขึ้นมาปอกก็ตามและผ่านไปเพียงสิบนาที“โอ๊ย!”เสียงอุทานเบา ๆ ทำให้ตะวันที่แอบลุ้นอยู่ห่าง ๆ ต้องรีบพุ่งตัวเข้าไปหาทันที“เป็นอะไรคะ มีดบาดเหรอ?” ตะวันคว้ามือเรียวมาดูด้วยความตกใจ“เปล่าค่ะ พี่แค่แสบตา หอมแดงนี่ไม่น่ารักเลยนะคะ ทำพี่ร้องไห้”สายสมรตอบพลางขยี้ตาจนแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้าดูน่าเอ็นดูเสียจนตะวันหลุดขำ“โถ่พี่สมร มาค่ะ มานี่เลย ตะวันทำเองดีกว่า พี่ไปเป็นลูกมือคอยชิมรสก็พอ”ตะวันแย่งมีดมาถือไว้เองอย่างแคล่วคล่อง เธอเร
แสงแดดยามบ่ายที่เคยแผดเผาดูจะอ่อนแรงลงเมื่อลอดผ่านม่านลูกไม้สีนวลเข้ามาในห้องนั่งเล่นส่วนตัวของคุณนายสายสมร กลิ่นหอมสะอาดของน้ำมันสกัดจากดอกมะลิอบอวลไปทั่วห้อง ผสมผสานกับเสียงเพลงบรรเลงเบา ๆ ที่เปิดคลอไว้เพื่อสร้างความผ่อนคลายบนโซฟากำมะหยี่ตัวยาว สายสมรเอนกายพิงหมอนใบนุ่มในชุดคลุมผ้าไหมพริ้วไหว เธอหลับตาลงพริ้ม ปล่อยให้ความเครียดเรื่องงานที่แบกมาทั้งอาทิตย์มลายหายไป เพียงเพราะสัมผัสจากมืออุ่น ๆ ของคนข้างกาย“ผ่อนคลายนะคะที่รัก พี่อย่าเกร็งนะ”ตะวันนั่งอยู่บนพรมที่พื้นข้างโซฟา เธอกำลังใช้หัวแม่มือนวดคลึงไปตามฝ่าเท้าเรียวสวยของคุณนายอย่างเบามือ สลับกับน้ำหนักที่มั่นคงในจุดที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายมักจะปวดเมื่อยจากการสวมรองเท้าส้นสูงเดินเก็บค่าแผง“อืม...ตะวันนวดเก่งจังเลย ไปหัดมาจากไหน”สายสมรครางพึมพำทั้งที่ยังหลับตา รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าสวย“ตะวันดูจากยูทูบค่ะ บางครั้งก็ถามแม่สร้อยเอาบ้าง” ตะวันเงยหน้าขึ้นมายิ้มแป้น แววตาเต็มไปด้วยความทะนุถนอม “ก็พี่เอาแต่ทำงาน ถ้าตะวันไม่ดูแล ใครจะดูแลคะ”ตะวันค่อย ๆ เลื่อนมือนวดขึ้นมาถึงช่วงน่อง กดเน้นเบา ๆ ตามจุดสะท้อนกลับที่ช่วยให้ระบบห
ค่ำคืนในบ้านหลังโตเงียบสงัดกว่าปกติ ป้าจันทร์ลากลับไปพักผ่อนที่บ้านพักด้านหลังตั้งแต่หัวค่ำ ทิ้งให้พื้นที่กว้างขวางมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ และเสียงลมพัดใบไม้ไหวกระทบหน้าต่างภายในห้องนอนใหญ่ของคุณนายสายสมร เทียนหอมอโรม่ากลิ่นลาเวนเดอร์และกุหลาบอบอวลไปทั่วห้อง แสงจากดวงจันทร์สีนวลนิ่งที่ลอดผ่านม่านลูกไม้เข้ามาทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็นสายสมรนั่งอยู่บนเตียงกว้างในชุดนอนผ้าไหมสายเดี่ยวสีแชมเปญ ผิวขาวละเอียดของเธอสะท้อนกับแสงสลัวดูราวกับสลักจากหินอ่อนชั้นเลิศ มือเรียวสวยกำลังลูบไล้โลชั่นลงบนแขนอย่างใจเย็น แต่ทว่าดวงตาคมกลับคอยชำเลืองมองไปที่ประตูห้องน้ำที่เพิ่งเปิดออกตะวันก้าวออกมาในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้ม ผมสั้นประบ่าของเธอเปียกชื้นเล็กน้อยหยดน้ำเกาะตามลำคอระหงและไหปลาร้าดูมีเสน่ห์แบบดิบ ๆ ตามสไตล์หญิงสาวชาวตลาดที่ตอนนี้ดูเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว“ยังไม่นอนอีกเหรอคะ” ตะวันเอ่ยเสียงนุ่มพลางเดินเข้ามาช้า ๆสายสมรวางขวดโลชั่นลงพลางยกยิ้มที่มุมปาก“พี่รอคนแถวนี้มาเป่าผมให้ค่ะ หรือว่า...เราจะทำอย่างอื่นกันดีล่ะ”คำพูดกึ่งเชิญชวนนั้นทำให้ตะวันหน้าร้อนผ่าว เธอเดิ
เช้าวันอาทิตย์ที่แสนสดใส อากาศในต้นฤดูหนาวพัดพาความเย็นสบายมาสู่บ้านหลังใหญ่ท้ายซอย แต่ที่แตกต่างไปจากทุกวันคือความคึกคักที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนรุ่งสางสวนดอกไม้ฝั่งซ้ายที่เคยรกร้าง บัดนี้กลายเป็นทุ่ง คุณนายตื่นสาย หลากสีสันที่ชูช่อรอรับแสงอรุณ เพื่อเป็นประจักษ์พยานให้กับงานทำบุญใหญ่และพิธีเปิด สวนตะวันของคุณนาย อย่างเป็นทางการกลิ่นหอมของอาหารคาวหวานตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ป้าจันทร์หัวเรือใหญ่ของงานกุลีกุจอจัดเตรียมอาสนะสงฆ์ โดยมีตะวันในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กางเกงผ้าสแล็คสีครีม ดูภูมิฐานผิดหูผิดตา คอยช่วยยกถังน้ำแข็งและจัดเรียงเก้าอี้อย่างคล่องแคล่ว“ตะวัน มาช่วยแม่ยกถาดขนมตรงนี้หน่อย มัวแต่ไปยืนเก๊กหล่ออยู่หน้าสวนนั่นแหละ”เสียงของแม่สร้อยดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมที่เดินออกมาจากครัว วันนี้แผงขนมของแม่สร้อยที่ตลาดมนตรีหยุดการขายหนึ่งวัน และยกอุปกรณ์ทุกอย่างมาที่บ้านคุณนายเพื่อทำขนมเลี้ยงแขกในงานวันนี้“มาแล้วจ้ะแม่ วันนี้ใส่ผ้าซิ่นสวยจังเลยนะจ๊ะ ตัวนี้คุณนายซื้อให้ใช่มั้ย” ตะวันเย้าแหย่พลางเข้าไปโอบไหล่แม่แม่สร้อยสะบัดหน้าหนีแต่แอบยิ้มมุมปาก “เออ...ของดีก็ต้องใส่สิ เดี๋ยวจะเสียห
หลายสัปดาห์ผ่านไป พื้นที่รกร้างฝั่งซ้ายของบ้านหลังใหญ่ถูกพลิกฟื้นจนจำเค้าเดิมไม่ได้ ตะวันใช้หยาดเหงื่อและแรงกายทั้งหมดที่มีเนรมิตให้มันกลายเป็น อาณาจักรของคุณนายตื่นสาย อย่างที่เธอฝันไว้แผงไม้ไผ่ถูกยกขึ้นเป็นชั้นวางกิ่งพันธุ์ที่จัดเรียงตามเฉดสีอย่างสวยงาม ป้ายไม้เขียนด้วยลายมือบรรจงว่า สวนตะวันของคุณนาย ตั้งตระหง่านอยู่หน้าทางเข้าแต่ในขณะที่ดอกไม้กำลังชูช่อรับแสงแดดจัดจ้า ความสัมพันธ์ระหว่างคุณนายสายสมร กับตะวัน ดูเหมือนจะหลบอยู่ในร่มเงาที่มืดครึ้มกว่าเดิมสายสมรยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง มองลงมายังเบื้องล่าง เธอเห็นเงาร่างของตะวันในชุดเสื้อยืดสีซีดและหมวกปีกกว้างใบเก่า กำลังง่วนอยู่กับการผสมดินอยู่อย่างนั้นตั้งแต่เช้ามืดตะวันแทบจะไม่เงยหน้าขึ้นมามองที่หน้าต่างห้องนอนของเธอเหมือนแต่ก่อน ไม่มีการส่งสายตาหวานซึ้ง หรือเดินเข้ามาขอออดอ้อนกินน้ำเย็น ๆ จากมือเธอความภาคภูมิใจในตัวหญิงสาวคนนี้มีอยู่เต็มอก แต่ความอ้างว้างกลับมีมากกว่า“คุณนายคะทานมื้อเช้าเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเย็นหมด” ป้าจันทร์เอ่ยเรียกด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ตะวันล่ะป้า เข้ามาทานข้าวรึยัง?” สายสมรถามโดยไม่ละสายตาจากสวน“น้องบอกว่
มื้อเที่ยงที่แผงขนมวันนั้นจบลงด้วยความอิ่มเอมใจ แต่มันกลับทิ้งตะกอนบางอย่างไว้ในใจของตะวันความรักที่เบ่งบานกลางตลาดมนตรีกลายเป็นข่าวใหญ่ที่แพร่กระจายเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง แม้คุณนายสายสมรจะประกาศกร้าวเพื่อปกป้องเธอเพียงใด แต่ความจริงที่ว่า ลูกแม่ค้า กับ เจ้าของตลาด มันต่างกันราวฟ้ากับเหว ก็ยังเป็นสิ่งที่สังคมรอบข้างหยิบมาเคี้ยวซ้ำอย่างสนุกปากสามวันต่อมา บรรยากาศในตลาดเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติในสายตาคนนอก แต่สำหรับตะวัน มันคือการเผชิญหน้ากับความอึดอัดรูปแบบใหม่ ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าล้างถ้วยขนมอยู่หลังร้าน เสียงซุบซิบจากกลุ่มแม่ค้าที่ยืนอยู่หน้าแผงขายผลไม้ก็ลอยมาเข้าหู“ฉันล่ะอิจฉาคนมีความรักจริงจริ๊ง ตั้งแต่มีแฟนรวย หน้าตาก็อิ่มเอิบจริงเชียว” แม่ค้าคนหนึ่งเปรยขึ้น“ก็แน่ล่ะสิ มีบ่อเงินบ่อทองให้เกาะขนาดนั้น ไม่ต้องตื่นมาโม่แป้งเองยังได้เลยมั้ง ป่านนี้คุณนายคงประเคนเงินให้ใช้ไม่ขาดมือ แผงขนมนี่ก็เปิดบังหน้าไปงั้นแหละ ใครจะไปรู้...ลับหลังอาจจะอ้อนเอาโฉนดที่ดินไปกี่ใบแล้วก็ไม่รู้”ตะวันชะงักมือที่กำลังขัดถ้วยขนม ความร้อนวูบแล่นขึ้นมาที่ใบหน้า ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความละอายที่เธอไม่ได้ก่อ







