Share

บทที่ 2

Author: ฤดูร้อนที่สดใส
เซิ่งอวิ้นมองไปด้วยความสงสัยแวบหนึ่ง ชายคนนั้นหน้าตาโดดเด่นอย่างมาก โครงหน้าคมชัดได้รูป คิ้วตาลึกคม ดูคล้ายลูกครึ่งอยู่เล็กน้อย

รูปร่างสูงใหญ่ บรรยากาศรอบตัวกดดันผู้คน เขาถูกคนกลุ่มหนึ่งรายล้อมอยู่ตรงกลาง ดูสูงศักดิ์และเย็นชา

ชายคนนั้นก็มองเห็นเซิ่งอวิ้นเช่นกัน เขาพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในท่ามกลางกลุ่มคนที่รายล้อม

“...”

เซิ่งอวิ้นรู้สึกสงสัยเล็กน้อย

เธอน่าจะไม่รู้จักชายคนนั้น แล้วทำไมเขาถึงพยักหน้าทักทายเธอ?

ในกลุ่มคนที่รายล้อมเขาอยู่ มีอยู่หลายคนที่เธอรู้สึกคุ้นหน้า เพราะเคยพบกันในแวดวงธุรกิจ

ดูท่าแล้ว อีกฝ่ายก็น่าจะเป็นนักธุรกิจเหมือนกัน การที่มีนักธุรกิจมากมายรายล้อมเขาอยู่แบบนั้น แสดงว่าสถานะของเขาคงไม่ธรรมดา

แต่เมือง B มีบุคคลโดดเด่นระดับลูกรักสวรรค์แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน ทำไมเธอถึงไม่รู้เลย?

เซิ่งอวิ้นให้เพื่อนคนนั้นกลับไปที่ห้องส่วนตัว ส่วนตัวเธอไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า

ร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านอาหารส่วนตัวระบบสมาชิก แขกที่เข้าออกล้วนร่ำรวยหรือมีฐานะสูงส่ง

พนักงานสาวสวยที่เคาน์เตอร์ยิ้มทักทาย “คุณหนูเซิ่ง”

เซิ่งอวิ้นพยักหน้า แล้วถามพนักงาน “เมื่อกี้คนนั้นคือ?”

พนักงานสาวยิ้มแล้วเอ่ยว่า “คุณหนูเซิ่งหมายถึงคุณเซี่ยใช่ไหมคะ?”

เซิ่งอวิ้น: “เซี่ย?”

พนักงาน: “ค่ะ คุณชายเซี่ยแห่งเมืองก่าง เขามาที่นี่สองครั้งแล้ว เจ้านายของเรายังกำชับให้ต้อนรับเขาเป็นพิเศษด้วยค่ะ”

เซิ่งอวิ้นพยักหน้า เธอรู้จักตระกูลเซี่ยแห่งเมืองก่าง เป็นตระกูลมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลของเมืองก่าง

ช่วงสองปีมานี้มีข่าวลือมาตลอดว่าตระกูลเซี่ยต้องการย้ายธุรกิจบางส่วนเข้ามายังภาคกลาง รัฐบาลท้องถิ่นในหลายพื้นที่ต่างพยายามทุกวิถีทางเพื่อดึงตระกูลเซี่ยเข้ามาลงทุน

สุดท้ายหลังจากตระกูลเซี่ยสำรวจหลายแห่ง ก็ตัดสินใจย้ายธุรกิจบางส่วนมาเมือง B ทางรัฐบาลเองก็ถึงขั้นคิดวิธีแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ขึ้นมาเพื่อผูกตระกูลเซี่ยเอาไว้

คนที่รับผิดชอบกิจการของตระกูลเซี่ยในเมือง B คือคุณชายรอง ซึ่งยังไม่ได้แต่งงาน ทางรัฐบาลจึงคัดเลือกคุณหนูจากตระกูลมีชื่อเสียงที่เหมาะสมในเมือง B เพื่อแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลเซี่ย

เธอเองก็อยู่ในรายชื่อของทางรัฐบาลเช่นกัน แต่เพราะเธอกำลังคบกับลู่จื่อหลี่ ตระกูลเซิ่งจึงปฏิเสธไป

คนเมื่อครู่น่าจะเป็นคุณชายรองตระกูลเซี่ย...เซี่ยปู้อวี่

ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินแต่ชื่อ วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เจอตัวจริง

ก่อนหน้านี้เธอไปทำงานต่างเมืองอยู่ระยะหนึ่ง เพิ่งกลับมาเมื่อสองวันก่อน

จึงพลาดงานเลี้ยงต้อนรับที่ทางรัฐบาลจัดให้ตระกูลเซี่ย

เซิ่งอวิ้นไม่ได้คิดอะไรมาก ชำระเงินเสร็จก็ออกไปเลย

……

เมื่อเพื่อนคนนั้นกลับไปถึงห้องส่วนตัว ลู่จื่อหลี่ก็เห็นว่าเขากลับมาเพียงคนเดียว

สีหน้าก็ยิ่งดูแย่กว่าเดิม

เขาเอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงตลอดมื้ออาหาร ส่วนซูเซี่ยงหว่านที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

……

เมื่อเซิ่งอวิ้นกลับถึงบ้านตระกูลเซิ่ง ประจวบเหมาะกับที่พ่อและแม่ของเธอไม่มีงานเลี้ยงหรือธุระเรื่องงาน จึงอยู่บ้านกันทั้งคู่

เธอจึงเล่าเรื่องที่ตัวเองเลิกกับลู่จื่อหลี่ให้พวกเขาฟัง

จากความเข้าใจที่เธอมีต่อลู่จื่อหลี่ ลู่จื่อหลี่ต้องคิดแน่นอนว่าเธอแค่กำลังโกรธ อีกไม่กี่วันก็หาย

เพราะที่ผ่านมา ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้

แต่เธอเหนื่อยแล้วจริง ๆ

เมื่อพ่อแม่เซิ่งได้ยินก็ขมวดคิ้วพลางมองเซิ่งอวิ้น “ลูกตัดสินใจจริง ๆ แล้วเหรอ?”

“ค่ะ” เซิ่งอวิ้นพยักหน้า “ลู่จื่อหลี่ทำอะไรไม่รู้จักขอบเขตมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ก็มีแต่จะทำให้สองตระกูลของเราต้องเสียหน้ามากกว่าเดิม”

ความจริง หลายปีมานี้ ขีดจำกัดของเธอถูกลดต่ำลงเรื่อย ๆ ก่อนวันนี้เธอยังคิดอยู่เลยว่า ไม่ว่าลู่จื่อหลี่จะไปเล่นสนุกข้างนอกอย่างไร ขอแค่ไม่ก่อเรื่องจนกระทบถึงหน้าตระกูลเซิ่งและตระกูลลู่ เธอก็สามารถทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ได้

สำหรับครอบครัวอย่างพวกเธอ สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดก็คือชื่อเสียงและหน้าตา

แต่ไม่รู้วันนี้ลู่จื่อหลี่เกิดบ้าอะไรขึ้นมา ถึงได้จงใจหักหน้าเธอแบบนี้

ยังไม่ทันแต่งงานก็เป็นถึงขนาดนี้ ถ้าแต่งงานกันแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะเหิมเกริมและทำเกินเลยไปถึงไหน

พ่อเซิ่งพยักหน้า

ตระกูลลู่เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมือง B จริง แต่ตระกูลเซิ่งของพวกเขาก็ไม่ได้น้อยหน้า หากไม่ได้มีฐานะคู่ควรกัน เซิ่งอวิ้นจะเข้าตาตระกูลลู่ได้ยังไง?

ลู่จื่อหลี่เป็นคุณชายผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมือง B ส่วนเซิ่งอวิ้นเองก็เป็นคุณหนูใหญ่ที่ตระกูลเซิ่งทุ่มเทอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดีเช่นกัน

เมื่อลู่จื่อหลี่ทำเกินไปถึงขนาดนี้ พวกเขาก็ไม่มีทางกระตือรือร้นส่งลูกสาวตัวเองไปให้อีกฝ่ายเหยียดหยามหรอก

“จะเลิกก็เลิกกันไป” พ่อเซิ่งเอ่ย

ลู่จื่อหลี่กับเซิ่งอวิ้นคบกันด้วยความสมัครใจ เริ่มคบกันตั้งแต่ยังวัยรุ่น ผ่านมาหลายปีก็ยังไม่ได้หมั้นหมายกัน จึงไม่ต้องยุ่งยากกับขั้นตอนถอนหมั้น

เซิ่งอวิ้นพยักหน้า

จากนั้นก็กลับห้องไปอาบน้ำจัดการตัวเอง

เดิมทีคิดว่าการตัดใจจากความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่าสิบปีคงทำให้เธอนอนไม่หลับ ใครจะรู้ว่าเพียงไม่นานเธอก็หลับสนิท

หลับยาวจนถึงเช้า ไม่แม้แต่จะฝันเลยด้วยซ้ำ

……

สามวันผ่านไป

ตลอดสามวันนี้ มีคนในแวดวงไม่น้อยที่รู้เรื่องว่าเธอกับลู่จื่อหลี่เลิกกันแล้ว

ต่างพากันมาหยั่งเชิงถามข่าว

มีทั้งพวกที่มาดูเรื่องสนุกเฉย ๆ พวกอยากรู้อยากเห็นชอบซุบซิบ และยังมีบางคนที่ซ่อนเจตนาอื่นเอาไว้

คำตอบของเซิ่งอวิ้นเหมือนกันทั้งหมด นั่นคือ เลิกกันจริง ๆ

ส่วนเรื่องอื่นเธอไม่ได้พูดอะไรมาก

หลายวันมานี้ เธอก็ได้รู้เรื่องของลู่จื่อหลี่จากปากของคนที่มาสอบถามข่าวด้วย เขาพาซูเซี่ยงหว่านตระเวนเที่ยวตามบาร์และไนต์คลับใหญ่ ๆ ทุกวัน คืนหนึ่งใช้เงินหลักแสนหลักล้านเปิดเหล้าสังสรรค์และเที่ยวเล่นสารพัด...

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เซิ่งอวิ้นคงเตือนลู่จื่อหลี่ให้ระวังภาพลักษณ์และดูแลสุขภาพ

แต่ตอนนี้ เมื่อได้ยินแบบนั้น เธอก็เพียงยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ

ใกล้เวลาเลิกงาน พ่อเซิ่งก็มาหาเซิ่งอวิ้นที่ห้องทำงาน

“คืนนี้ไปดูตัวนะ” พ่อเซิ่งเอ่ย

เซิ่งอวิ้นมองพ่อด้วยความประหลาดใจ พูดไม่ออกไปชั่วขณะ

เมื่อพ่อเซิ่งเห็นดังนั้นก็เลิกคิ้ว “ทำไม? ไม่ไป? อย่าบอกนะว่าลูกยังรอลู่จื่อหลี่อยู่?”

มุมปากเซิ่งอวิ้นกระตุก “พ่อ...วิธีล่อให้หนูตกหลุมพรางแบบนี้มันตื้นเขินเกินไปแล้ว”

พ่อเซิ่ง: “ยังไงคืนนี้ลูกก็ต้องไปดูตัว”

เซิ่งอวิ้นพยักหน้า “ได้ค่ะ”

พ่อเซิ่ง: “ถ้าลูกไม่ไป...อะไรนะ?”

พ่อเซิ่งชะงักไป

ก่อนจะมองเซิ่งอวิ้น

เซิ่งอวิ้นยิ้มแล้วเอ่ย “หนูบอกว่าได้ค่ะพ่อ หนูจะไปดูตัว”

พ่อเซิ่งมองเซิ่งอวิ้น เอ่อ...

เดิมทีเขาคิดว่าเซิ่งอวิ้นจะเอาเหตุผลอย่าง ‘เพิ่งจบความสัมพันธ์ ยังไม่อยากเริ่มต้นใหม่’ หรือ ‘ตอนนี้หนูอยากทำแต่งานหาเงิน’ มาเป็นข้ออ้างปฏิเสธการดูตัวเสียอีก

แต่เธอกลับตอบตกลง

“เป็นอะไรไปคะพ่อ?” เซิ่งอวิ้นถาม

พ่อเซิ่งส่ายหน้า “ไม่มีอะไร จะไปดูตัวจริงเหรอ?”

เซิ่งอวิ้นยิ้ม “พ่อเป็นคนให้หนูไปไม่ใช่เหรอคะ?”

พ่อเซิ่งพยักหน้า “อืม”

เขาเป็นคนให้เธอไปเอง

แต่การที่เธอไม่ขัดขืนเลยแม้แต่น้อยก็ทำให้เขารู้สึก...

เธอไม่ชอบลู่จื่อหลี่แล้วเหรอ? ปล่อยวางได้จริง ๆ แล้วเหรอ?

นั่นเป็นความสัมพันธ์ตั้งสิบกว่าปีเชียวนะ

“พ่อคะ หนูรู้ได้ไหมว่าคู่ดูตัวคือใคร?” เซิ่งอวิ้นถาม

พ่อเซิ่ง: “คุณชายรองเซี่ยแห่งเมืองก่าง เซี่ยปู้อวี่”

“...”

เซิ่งอวิ้นชะงักไป

เซี่ยปู้อวี่?

“ก่อนหน้านี้บ้านเราปฏิเสธตระกูลเซี่ยไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ?” เซิ่งอวิ้นถาม

พ่อเซิ่งเอ่ย “ตอนนั้นเราปฏิเสธเลขาหวังโดยตรง ตอนนั้นเลขาหวังเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ คาดว่าเลขาหวังคงไม่ได้ถ่ายทอดเรื่องนี้ไปถึงตระกูลเซี่ย...ตอนนี้เลขาหวังได้ยินว่าลูกกับลู่จื่อหลี่เลิกกันแล้ว ก็เลยคิดจะจับคู่ลูกกับเซี่ยปู้อวี่อีกครั้ง”

พูดให้ถูกก็คือ คิดจะจับคู่สองตระกูล

เซิ่งอวิ้น: “นอกจากบ้านเราแล้ว ไม่มีตัวเลือกอื่นแล้วเหรอคะ?”

เธอจำได้ว่าตอนนั้นพ่อเคยบอกว่า ทางรัฐบาลคัดเลือกคุณหนูจากตระกูลที่มีฐานะเหมาะสมเอาไว้ตั้งหลายคน

พ่อเซิ่งเอ่ย “ได้ยินเลขาหวังบอกว่า...ดูเหมือนตระกูลเซี่ยจะไม่ค่อยพอใจคนพวกนั้นเท่าไร”

เซิ่งอวิ้น: “...”

เข้าใจแล้ว

ก็คือไปดูตัวกันมาแล้ว แต่ไม่มีใครถูกใจกัน

ตอนนี้ในรายชื่อที่ทางรัฐบาลคัดเลือกไว้ก็เหลือแค่เธอคนเดียว

ความสัมพันธ์ทางเครือญาติจากการแต่งงานถือเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างมั่นคง ทางรัฐบาลจึงอยากใช้การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เพื่อให้ตระกูลเซี่ยปักหลักอยู่ในเมือง B ไปนาน ๆ

ถึงขั้นหวังว่าในอนาคตตระกูลเซี่ยจะย้ายธุรกิจเข้ามาในเมือง B มากยิ่งขึ้น

เซิ่งอวิ้นพยักหน้า

พ่อเซิ่งบอกเวลาและสถานที่ให้เซิ่งอวิ้นแล้วก็จากไป

หลังจากเขาออกไป เซิ่งอวิ้นก็ไม่มีสมาธิทำงานอีก เธอนึกถึงเซี่ยปู้อวี่ที่บังเอิญเจอในวันที่เลิกกับลู่จื่อหลี่...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณนายเซี่ยท้องแล้ว คุณชายลู่ยังไม่มูฟออน   บทที่ 30

    เซี่ยจือสิงแต่งงานกับกู้เซี่ยงหว่าน มีลูกชายหนึ่งคนกับลูกสาวหนึ่งคน คือเซี่ยกวนฉีและเซี่ยหนิงเซิ่งอวิ้นเคยเห็นรูปของคนในบ้านส่วนใหญ่ผ่านนิตยสารหรือข่าวมาก่อนแล้วหลังจากทักทายพูดคุยกันพอเป็นพิธี ทุกคนก็กินอาหารเช้าด้วยกัน พอกินเสร็จก็ออกเดินทางไปยังโรงแรมพร้อมกันเซี่ยปู้อวี่เป็นคนแรกในรุ่นใหม่ของตระกูลเซี่ยที่แต่งงาน ผู้ใหญ่ตระกูลเซี่ยต่างก็พอใจทั้งชาติตระกูล นิสัย หน้าตา และความสามารถของเซิ่งอวิ้นมากพอรู้ว่าเซิ่งอวิ้นจะมา ก็จัดเตรียมงานเลี้ยงไว้ล่วงหน้าแล้วเพื่อต้อนรับเซิ่งอวิ้นในงานเลี้ยงไม่ได้มีแค่คนในครอบครัวเซี่ย แต่ยังมีสมาชิกจากทั้งตระกูลใหญ่อีกด้วยตระกูลเซี่ยมีเครือญาติที่ใหญ่มาก แค่ญาติที่อยู่ในเมืองก่างก็มีหลายร้อยคนแล้วงานเลี้ยงจัดไปกว่าสามสิบโต๊ะ จึงคึกคักมากเซี่ยเจ๋ออีกับเสิ่นชูอี๋พาเซี่ยปู้อวี่และเซิ่งอวิ้นเดินไปชนแก้วและทำความรู้จักผู้คนตามแต่ละโต๊ะเซิ่งอวิ้นความจำดี เดินครบหนึ่งรอบ ถึงจะจำไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็จำได้เกือบหมดหลังงานเลี้ยงมื้อเที่ยงจบ ช่วงบ่ายก็เป็นการเล่นไพ่และกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆจากนั้นก็เป็นงานเลี้ยงมื้อค่ำ ซึ่งกินเวลาจนถึงสามทุ่มก

  • คุณนายเซี่ยท้องแล้ว คุณชายลู่ยังไม่มูฟออน   บทที่ 29

    เซี่ยปู้อวี่รู้สึกว่าตัวเองทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งไม่ใช่ว่าเขาหลงตัวเอง แต่ดูออกจากปฏิกิริยาและท่าทีของเธอ“วาสนา สามสิบเปอร์เซ็นต์ฟ้ากำหนด เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ต้องดิ้นรน ถ้าใช้ความสามารถของผมมาดิ้นรน วาสนาก็มาง่ายมาก” เซี่ยปู้อวี่เอ่ยเซิ่งอวิ้น: “...!”ค่ะ ๆ ๆคุณชายเซี่ยเก่งที่สุด เก่งอันดับหนึ่งของโลก ทำครั้งเดียวติด ครั้งเดียวไม่ป้องกันก็ตั้งครรภ์ได้เลยเพราะงั้น ตอนนี้เซี่ยปู้อวี่จะให้พ่อบ้านเอาถุงยางมาส่งจริง ๆ เหรอ?ถ้าเป็นแบบนั้น เธอคงอายจนอยากหายตัวไปแน่“...วันนี้ฉันเหนื่อยมาก” เซิ่งอวิ้นเอ่ยอ้อม ๆเซี่ยปู้อวี่มองเซิ่งอวิ้นวันนี้นั่งทั้งเครื่องบินและรถมาตั้งนาน มันก็เหนื่อยจริงนั่นแหละ“งั้นคืนนี้ติดไว้ก่อน” เซี่ยปู้อวี่เอ่ยเซิ่งอวิ้นงง “ติดไว้ก่อน?”เรื่องแบบนี้ติดไว้ก่อนได้ด้วยเหรอ?“อืม” เซี่ยปู้อวี่พยักหน้า “คืนนี้คุณพักผ่อนให้ดี คืนพรุ่งนี้ทำสามครั้ง”เซิ่งอวิ้น: “...สามครั้ง?!”เซี่ยปู้อวี่พยักหน้าเซิ่งอวิ้นมองอย่างประหลาดใจ “ทำไมต้องสามครั้ง? ต่อให้รวมของคืนนี้หนึ่งครั้ง กับคืนพรุ่งนี้อีกหนึ่งครั้ง ก็เป็นสองครั้งสิ”หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสามตั้ง

  • คุณนายเซี่ยท้องแล้ว คุณชายลู่ยังไม่มูฟออน   บทที่ 28

    พอกลับมาถึงที่นี่ ความเร็วในการพูดของเขาก็เร็วขึ้น ภาษากลางไม่ได้มาตรฐานเท่าตอนอยู่ภาคกลาง สำเนียงเมืองก่างชัดเจนมาก แต่เพราะน้ำเสียงของเขาไพเราะเมื่อได้ยินแล้วจึงยังรู้สึกว่าดูดีมากอยู่ดีเซี่ยปู้อวี่จับมือเซิ่งอวิ้นเดินเข้าไปในวิลล่า ตัววิลล่าใหญ่มากถึงนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอมา แต่ก่อนหน้านี้เคยเห็นวิลล่าตระกูลเซี่ยในนิตยสารมาก่อนวิลล่าตระกูลเซี่ยมีชื่อเสียงมากทั้งในเมืองก่างและภาคกลาง มักถูกนิตยสารอสังหาริมทรัพย์หยิบไปใช้เป็นจุดขายอยู่บ่อย ๆอย่างเช่นบอกว่าใช้เงินก่อสร้างไปเท่าไรต่อเท่าไรตอนนี้เป็นกลางคืน เซิ่งอวิ้นจึงไม่ได้มัวชื่นชมมากนัก แล้วกลับห้องไปพร้อมกับเซี่ยปู้อวี่ห้องของเซี่ยปู้อวี่ใหญ่มาก มีพื้นที่กว่าร้อยตารางเมตร สไตล์การตกแต่งไม่เหมือนบ้านของเขาที่ภาคกลางซึ่งเน้นเรียบง่ายและดูดี แต่กลับหรูหราอลังการมากกว่าคนรับใช้เอากระเป๋าเดินทางมาส่งถึงห้องแล้วเซิ่งอวิ้นนั่งเครื่องมาหลายชั่วโมง รู้สึกเหนื่อยมาก จึงหยิบชุดนอนแล้วไปอาบน้ำ พออาบเสร็จทั้งตัวถึงได้รู้สึกสดชื่นและสบายขึ้นมากพอเธออาบเสร็จ เซี่ยปู้อวี่ก็เข้าไปอาบต่อเซี่ยปู้อวี่ขึ้นเตียงเซิ่งอวิ้นกำลังจะ

  • คุณนายเซี่ยท้องแล้ว คุณชายลู่ยังไม่มูฟออน   บทที่ 27

    ลี่สิงอวิ๋น “…!!!”เขา…ไปเป็นเพื่อนกับคนอย่างลู่จื่อหลี่ได้ยังไงกัน?ทั้งที่เป็นคนขอให้จัดวงเองแท้ ๆ ตอนนี้เพิ่งเริ่มได้ไม่นานก็จะกลับแล้ว?ไปเลย ๆ ๆยังไงเห็นหน้าเขาก็หงุดหงิดอยู่ดี……ลู่จื่อหลี่เดินออกจากร้านอาหารแล้วขึ้นรถ จากนั้นก็ขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วที่สุดเขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องเมื่อกี้เขาเห็นกับตาว่าเซิ่งอวิ้นขับรถออกจากหมู่บ้านแต่นี่ผ่านไปนานแค่ไหนกัน?ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เซิ่งอวิ้นก็กลับไปแล้ว?ในสาย เซิ่งอวิ้นบอกว่ากำลังเก็บของสำหรับไปทำงานต่างเมืองของที่ต้องใช้เวลาไปทำงานต่างเมืองก็มีแค่เสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวสำหรับอาบน้ำล้างหน้าของพวกนี้ล้วนอยู่ที่บ้านเขาใช้เวลาเพียงยี่สิบกว่านาทีก็กลับมาถึงหมู่บ้านเหม่ยอิงพอขับรถเข้าไปในหมู่บ้าน เขาก็ชะลอรถลงตอนผ่านบ้านตระกูลเซิ่ง แล้วเงยหน้ามองห้องของเซิ่งอวิ้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าห้องของเซิ่งอวิ้นมืดสนิทนอกจากห้องของเซิ่งอวิ้น ห้องอื่น ๆ ในบ้านตระกูลเซิ่งกลับเปิดไฟสว่างไสวลู่จื่อหลี่ขมวดคิ้วเซิ่งอวิ้นไม่ได้เก็บของอยู่ที่บ้านเลยถ้าไม่ได้เก็บของที่บ้าน แล้วไปเก็บที่ไหน?หรือว่าโกหกเฟิงเถียน

  • คุณนายเซี่ยท้องแล้ว คุณชายลู่ยังไม่มูฟออน   บทที่ 26

    ลู่จื่อหลี่ไม่มีทางลงให้ตัวเองสมน้ำหน้า!เลิกกันอ่ะดีสุดแล้ว ปล่อยให้ลู่จื่อหลี่ดิ้นรนไป ถึงตอนนั้นค่อยดูว่าเขาจะตามง้อเมียจนไฟลนก้นยังไงลี่สิงอวิ๋นถอนหายใจ ก่อนจะกินข้าวพลางช่วยลู่จื่อหลี่นัดคนตอนที่ลู่จื่อหลี่มาถึง คนอื่นก็มากันครบแล้วลู่จื่อหลี่มาถึงและเห็นว่าทุกคนอยู่กันครบก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยคนที่เขาเดาว่าน่าจะไปกินข้าวกับเซิ่งอวิ้นล้วนอยู่ที่นี่หมดงั้นตอนนี้เซิ่งอวิ้นกำลังทำอะไร? อยู่กับใคร?ลู่จื่อหลี่เดินเข้าไปนั่ง แล้วเหลือบมองลี่สิงอวิ๋นแวบหนึ่งลี่สิงอวิ๋น: “…”บางครั้งเขาก็เกลียดจริง ๆ เกลียดที่ตัวเองฉลาดเกินไป เกลียดที่ตัวเองรู้จักลู่จื่อหลี่ดีเกินไปหลายครั้ง แค่ลู่จื่อหลี่ส่งสายตามา เขาก็เดาออกแล้วว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรเขายิ้มแล้วเอ่ยกับซือถูชิ่น “ฉันนึกว่าถ้าฉันชวน เธอจะไม่มาเสียอีก”ซือถูชิ่นยิ้ม “นายชวนฉัน ฉันจะไม่มาได้ยังไง?”ลี่สิงอวิ๋น: “ก็อยู่กับเซิ่งอวิ้นไง”ซือถูชิ่นยิ้มพลางเหลือบมองลู่จื่อหลี่แวบหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “พวกเราก็ไม่ได้เจอเซิ่งอวิ้นมาหลายวันแล้วเหมือนกัน”“ใช่” เฟิงเถียนเอ่ย “พอชวนก็ไม่ยอมออกมา ไม่รู้กำลังยุ่งอะไรอยู่”ซือถูชิ่น

  • คุณนายเซี่ยท้องแล้ว คุณชายลู่ยังไม่มูฟออน   บทที่ 25

    ตอนเช้า เซิ่งอวิ้นก็แทบลุกจากเตียงไม่ไหวเมื่อคืน…ความสามารถของเซี่ยปู้อวี่ทำให้เธอต้องทบทวนความเข้าใจที่มีต่อผู้ชายอีกครั้งเธอไม่มีประสบการณ์เรื่องเพศมาก่อน ความรู้เกี่ยวกับผู้ชายในเรื่องแบบนี้ล้วนมาจากคลิปให้ความรู้ของหมอบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น รวมถึงประสบการณ์ที่ชาวเน็ตแชร์กันหมอด้านบุรุษเวชบอกว่า ปกติผู้ชายหลังอายุยี่สิบห้าแล้ว จะได้แค่สัปดาห์ละสองถึงสามครั้งส่วนชาวเน็ตที่มีประสบการณ์บอกว่า ผู้ชายพอเกินยี่สิบห้าก็กลายเป็นวัยหกสิบไปเลยหมอด้านบุรุษเวชยังให้ความรู้ว่า ระยะเวลาปกติของผู้ชายอยู่ที่สามถึงยี่สิบนาทีแต่ทั้งหมดนี้…ไม่ตรงกับเซี่ยปู้อวี่เลยเซี่ยปู้อวี่วัยยี่สิบเจ็ด หลังจากแต่งงานกับเธอแล้ว เขาก็ไม่เว้นเลยสักคืนระยะเวลาก็นานกว่าที่หมอให้ความรู้ไว้ แถมยัง…นานกว่ามากอีกด้วยเซิ่งอวิ้นลุกจากเตียง เซี่ยปู้อวี่ก็ลุกตามแล้วถาม “เสาร์อาทิตย์ว่างไหม?”เซิ่งอวิ้นถาม “มีอะไรเหรอ?”เซี่ยปู้อวี่: “ถ้าไม่มีธุระ เรากลับเมืองก่างไปพบครอบครัวผมด้วยกัน”เซิ่งอวิ้นพยักหน้าก็ควรไปเยี่ยมผู้ใหญ่บ้างเซิ่งอวิ้นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถาม “พ่อแม่ฉันต้องไปด้วยไหม?”เซี่ยปู้อวี่ส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status