ร้อยคำรักปักกลางใจ

ร้อยคำรักปักกลางใจ

By:  หรานเติงเติงUpdated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
30Chapters
1views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

[โบ้ตามง้อเมีย + ผู้มีอำนาจกลายเป็นหมา + การแข่งขันของเหล่าคนหล่อ + นางเอกเป็นศูนย์กลางของเรื่อง] จี้ซูอุตส่าห์ดูแลสามีเป็นอย่างดีตลอดสามปี แต่กลับแลกมาได้เพียงใบมรณะบัตรของบิดาผู้ให้กำเนิดเท่านั้น เธอเก็บซ่อนความแข็งกร้าวทั้งหมด ทำหน้าที่ของตนอย่างเจียมตัว และดูแลทุกอย่างด้วยความรอบคอบ เพียงเพื่อแลกกับเส้นสายทางการแพทย์ในมือเขา คำพูดลอย ๆ ที่ว่า “แต่คุณพ่อของทางนั้นจำเป็นต้องผ่าตัดมากกว่า” ได้บดขยี้ความหวังสายสุดท้ายของจี้ซูแหลกสลาย เธอเคยคิดว่าโจวฉงเซิ่นคือความหวังสุดท้ายที่ช่วยชีวิตตัวเอง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นยันต์เร่งความตาย ในวันที่งานศพสิ้นสุดลง เธอเซ็นหนังสือหย่า แล้วเก็บของย้ายออกไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ผู้ชายที่มีอำนาจและเย่อหยิ่งมาตลอดชีวิตคนนั้น มีอันต้องขอบตาแดงก่ำต่อหน้าเธอเป็นครั้งแรก พยายามฉุดรั้งเธอไว้อย่างต่ำต้อย จี้ซูหัวเราะหยัน ตอนที่ยกหมอผ่าตัดของพ่อเธอให้คนอื่นโดยไม่ลังเล เขาคงไม่เคยคิดสินะว่าจะมีวันนี้? เธอพูดเสียงเรียบ “ขอโทษด้วยค่ะประธานโจว รบกวนไสหัวไปไกล ๆ หน่อย คุณกำลังขวางทางฉันอยู่”

View More

Chapter 1

บทที่ 1 โจวฉงเซิ่น เราหย่ากันเถอะ

กว่าจะส่งแขกที่มาร่วมงานศพเสร็จก็เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว

จี้ซูพาร่างอันหนักอึ้งของตนเองกลับบ้าน และก็ได้เห็นรองเท้าคู่นั้นถอดทิ้งไว้ตรงโถงทางเดิน

สามีที่ขาดการติดต่อไปถึงเจ็ดวันของเธอกลับมาแล้ว

พ่อของเธอจากไปอย่างกะทันหัน ใช้เวลาเบ็ดเสร็จไม่เกินสามวัน ในช่วงเวลานี้เธอพยายามโทรหาโจวฉงเซิ่นไม่ต่ำกว่าห้าสิบสาย แต่ทุกสายกลับเงียบหายไปราวโยนหินลงทะเล

ตั้งแต่โรงพยาบาลไปยังสถานที่จัดงานศพตลอดจนถึงพิธีฝัง หากไม่มีญาติมิตรคอยช่วยเหลือ เธอคงทนรับมือไม่ไหวแน่

ตอนนี้บนตัวของจี้ซูยังคงหลงเหลือกลิ่นธูปจากงานศพ ช่างขัดแย้งกับกลิ่นสนซีดาร์จากเครื่องหอมอโรมาภายในบ้านอย่างสิ้นเชิง

เธอวางกระเป๋าลงบนตู้รองเท้าด้วยใบหน้าที่มีแต่ความเหนื่อยล้า เมื่อเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะเรียบร้อยถึงค่อยเดินเข้าไปด้านใน

ในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มกำลังยืนพิงกรอบหน้าต่างคุยโทรศัพท์

จี้ซูยืนมองเขาอยู่ตรงโถงทางเดินในความเงียบ น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำ มุมปากประดับรอยยิ้มเล็กน้อย

มุมปากของเธอปรากฏรอยยิ้มขื่นขม ที่แท้โทรศัพท์ก็ยังใช้ได้นี่ เธอนึกว่าโทรศัพท์ของเขาหายไปแล้วเสียอีก

ร่างกายเหนื่อยล้าถึงขีดสุด เธอคร้านแม้แต่จะพูดอะไร จึงไม่อยากตั้งคำถามว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงขาดการติดต่อไปแบบนั้น

เพราะมันไม่สำคัญแล้ว

ตอนแรกที่เลือกแต่งงานกับเขาก็เพราะเห็นแก่ทรัพยากรทางการแพทย์ในมือเขา แต่ในเมื่อตอนนี้พ่อเธอจากไปแล้ว เครื่องไม้เครื่องมือเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

และชีวิตการแต่งงานสามปีที่ภายนอกดูดีแต่ภายในขมขื่นซึ่งเธอคอยประคับประคอง ตอนนี้ก็ถือว่าจบสิ้นแล้วเช่นกัน

ตอนนี้เธอเพียงต้องการขึ้นไปอาบน้ำบนห้อง จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนให้เต็มอิ่มสักตื่น

ขณะก้าวเท้าขึ้นบันได เดินขึ้นมาได้ถึงขั้นที่สาม เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“ไปไหนมา ทำไมกลับดึกขนาดนี้?”

น้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยการตำหนิ

จี้ซูเป็นคนอยู่ในกรอบมาตลอด ไม่ชอบคบค้าสมาคมกับใคร เลิกงานก็ดิ่งตรงกลับบ้าน วัน ๆ เอาแต่วนเวียนอยู่กับสามีและหน้าเตา

ต่อให้พ่อต้องเข้าโรงพยาบาล เธอก็ยังจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพก่อนที่โจวฉงเซิ่นจะเลิกงานกลับมา

รองเท้าแตะที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบหน้าประตู เสื้อเชิ้ตที่รีดจนเรียบกริบในตู้เสื้อผ้า รวมถึงเครื่องหอมและชาดำที่ชงเตรียมไว้ในห้องหนังสือก่อนสามทุ่มของทุกคืน

ที่ทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อยื้อชีวิตพ่อเธอเอาไว้ แต่ผลลัพธ์ล่ะ?

ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองที่เดิมทีนัดหมายไว้ดิบดี กลับถูกโจวฉงเซิ่นส่งตัวไปเยอรมนีกะทันหัน

ความจริง พ่อเธอก็ไม่ได้ทรุดหนักอย่างกะทันหันอะไรหรอก แต่อาการของท่านวิกฤตมาโดยตลอด ถึงอย่างนั้นโจวฉงเซิ่นก็ยังคงเลือกให้ความสำคัญกับคนอื่นก่อน โดยไม่ปรึกษาเธอสักคำ

จี้ซูชะงักฝีเท้า ไม่ได้ตอบอะไร

เสียงฝีเท้าจากด้านหลังค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ ร่างสูงใหญ่นั้นเดินผ่านเธอไป ก่อนจะยืนขวางอยู่บนบันได

“การผ่าตัดที่เยอรมนีราบรื่นดี คาดว่าอีกไม่นานศาสตราจารย์สิงก็จะกลับมาที่จิงตู ถึงตอนนั้นค่อยจัดคิวผ่าตัดให้พ่อคุณแล้วกัน”

มือของจี้ซูที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวกำแน่นขึ้นเล็กน้อย ความโศกเศร้าในดวงตาถูกกลืนหายไปในเงามืด น้ำเสียงราบเรียบจนไม่อาจจับอารมณ์ใด “ไม่ต้องแล้วละ”

โจวฉงเซิ่นขมวดคิ้ว คิดแค่ว่าเธอกำลังโกรธเรื่องโทรศัพท์

จึงพยายามอธิบายอย่างใจเย็น “หลายวันนี้ผมอยู่เป็นเพื่อนซางซางมาตลอด พอดีว่าคุณลุงซางผ่าตัด เธอเป็นกังวลมากน่ะ”

ซางซางที่เขาพูดถึงก็คือซางฮวย ผู้เป็นคุณหนูรองแห่งตระกูลซางซึ่งเป็นเพื่อนเก่าแก่กับตระกูลโจว

เหตุผลนี้ ฟังดูดีทีเดียว

จี้ซูหลุบตาลง ความรู้สึกเย็นยะเยือกอันน่าขบขันสายหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในหัวใจ

หากไม่มีเธอ ซางฮวยก็คงได้ยืนอยู่เคียงข้างเขาอย่างสมเกียรติไปนานแล้ว

เพื่อปลอบประโลมความกังวลของซางฮวย เขาสามารถหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยได้ถึงหนึ่งสัปดาห์เต็ม

“เข้าใจแล้วค่ะ” จี้ซูตอบกลับอย่างอ่อนแรง ก่อนจะเดินเลี่ยงเขาเพื่อขึ้นไปชั้นบน

ชายหนุ่มขวางทางเดินไว้ พร้อมกับเอื้อมมือไปโอบรอบไหล่เธอเบา ๆ “นี่ไง พอจัดการธุระเสร็จผมก็รีบกลับมาแบบไม่ได้หยุดพักเลยนะ”

ไม่ได้หยุดพัก

จี้ซู : “งั้นฉันควรขอบคุณคุณไหม?”

ขอบคุณที่เขาอยู่เป็นเพื่อนซางฮวยถึงเจ็ดวันเต็ม แต่ก็ยังอุตส่าห์กลับมาหยิบยื่นคำว่า "ไม่ได้หยุดพัก" ให้เธอด้วยความเวทนาน่ะเหรอ?

เมื่อเห็นท่าทีของเธอ โจวฉงเซิ่นก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เผยให้เห็นความหงุดหงิดรำไร “ตกลงวันนี้คุณเป็นอะไรกันแน่ ดีแต่ทำตัวประชดกันอยู่ได้ ผมอธิบายแล้วไม่ใช่หรือไง จะมางี่เง่าอะไรนักหนา?”

งี่เง่า?

จี้ซูนึกอยากหัวเราะออกมา

พ่อของเธอจากไปได้สามวันแล้ว เธอทั้งต้องจัดงานศพ ส่งแขกเหรื่อ เรื่องใหญ่โตขนาดนี้ เขากลับไม่ระแคะระคายสักนิด

ยิ่งไปกว่านั้น โรงพยาบาลที่พ่อเธอรักษาก็อยู่ในเครือตระกูลโจวแท้ ๆ

ถึงจะเป็นการแต่งงานแบบปิดบัง ต่อให้เขาไม่รู้เรื่อง แต่ผู้ช่วยที่คอยจัดการธุระให้เขาทั้งวันล่ะ?

บางทีแม้แต่ผู้ช่วยก็คงรู้สึกว่า เรื่องของเธอไม่จำเป็นต้องไปรบกวนโจวฉงเซิ่นสินะ

จี้ซูเงยหน้าขึ้น มองคนที่อยู่ตรงหน้า พลันเกิดความรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่มีความหมายอีกแล้ว

ริมฝีปากบางขยับเล็กน้อย ขณะเอ่ยถ้อยคำที่แผ่วเบาราวสายลม “โจวฉงเซิ่น เราหย่ากันเถอะ”

เธอทนใช้ชีวิตแต่งงานที่เหมือนเป็นม่ายแบบนี้มานานพอแล้ว เช่นเดียวกับวันเวลาที่ต้องคอยหมุนรอบตัวผู้ชายในทุก ๆ วัน

เธอขยะแขยงใบหน้าของตัวเองที่ต้องคอยประจบประแจงเอาใจเขาเหลือเกิน

โจวฉงเซิ่นชะงักงันเล็กน้อย คล้ายกำลังประมวลผลความหมายของประโยคนี้ นัยน์ตาลึกล้ำราวสระน้ำเย็นเยียบจ้องมองอย่างจับผิด “แค่เพราะผมไม่รับโทรศัพท์เนี่ยนะ?”

จี้ซูหลุบตาลง ซ่อนประกายแสงสุดท้ายในแววตา “ใช่ แค่เพราะคุณไม่รับโทรศัพท์”

พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ไม่อยากมาโต้เถียงกันแล้ว

เธอผลักชายหนุ่มให้พ้นทาง ก่อนเดินขึ้นไปชั้นบนตามลำพัง

“จี้ซู เคยคิดบ้างไหมว่าถ้าทิ้งผมไปคุณจะใช้ชีวิตยังไง คุณจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ารักษาพ่อคุณ?”

หญิงสาวหยุดเท้าลงตรงหัวมุมบันได

โจวฉงเซิ่นล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาหนักแน่น “คำพูดในวันนี้ผมจะถือว่าไม่ได้ยิน คุณรีบพักผ่อนเถอะ”

แม้ว่าโถงบันไดมืดสลัว แต่จี้ซูก็ยังจับความรู้สึกสายหนึ่งในแววตาของเขาได้อย่างง่ายดาย

การดูถูก

การดูถูกจากผู้ที่อยู่เหนือกว่า

เสียงโทรศัพท์ของโจวฉงเซิ่นดังขึ้นอีกครั้ง เขาล้วงมันออกมาดูสายเรียกเข้าแล้วกดปิดหน้าจอ ก่อนจะหันหลังเดินลงบันไดไป

จี้ซูจิกเล็บลงบนฝ่ามืออย่างแรง มองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินจากไป พยายามกดข่มความรู้สึกจุกแน่นในลำคออย่างสุดความสามารถ

“เดี๋ยวฉันจะเขียนหนังสือหย่าให้เร็วที่สุด เรียบร้อยเมื่อไหร่จะให้เมสเซนเจอร์เอาไปส่งที่ห้องทำงานคุณแล้วกัน”

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกไป ร่างของชายหนุ่มก็ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะก้าวเดินต่อ ไม่กี่วินาทีให้หลัง เสียงปิดประตูก็ดังมาจากโถงทางเดิน

ห้องนั่งเล่นกลับคืนสู่ความเงียบงัน เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ดังขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ ถอยห่างออกไป

จี้ซูทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ความเย็นเยียบแผ่ซ่านมาจากพื้นหินอ่อน แต่นั่นก็เทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจ

โทรศัพท์สั่นเตือน จี้ซูกดรับสาย ปลายสายคือเสียงของติงเซี่ยน เพื่อนสนิทของเธอ ตัวติงเซี่ยนนั้นอยู่ต่างประเทศ แม้จะไม่ได้กลับมาร่วมงานศพพ่อ แต่ก็ส่งคนมาคอยช่วยจัดการให้ทุกอย่าง

“ซูซู ฉันให้คนจัดการเรียบร้อยแล้วนะ เธอตั้งใจจะขอหย่าเมื่อไหร่?”

ปลายนิ้วของจี้ซูชาวาบ ชะงักไปครู่หนึ่ง “ฉันบอกเขาแล้ว”

เธอกวาดตามองรอบคฤหาสน์หลังโต ตลอดสามปีที่ผ่านมา ของตกแต่งทุกชิ้นในที่แห่งนี้เธอเคยเช็ดถูมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ด้วยความที่โจวฉงเซิ่นชอบความสงบ เธอจึงเลิกจ้างแม่บ้านประจำ นอกจากแม่บ้านที่มาทำความสะอาดตามกำหนดแล้ว ปกติเรื่องทั้งหมดเธอจะเป็นคนลงมือทำด้วยตัวเอง

เธอเคยไร้เดียงสาถึงขั้นคิดว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง แต่มาวันนี้กลับรู้สึกแปลกหน้าไปเสียแล้ว

แต่สุดท้ายก็ต้องบอกว่าเป็นเธอรนหาที่เอง เธอยอมลดคุณค่าตัวเองลงขนาดนี้ แล้วยังหวังจะให้ผู้ชายเห็นหัวอีกหรือ?

ปลายสายรู้สึกประหลาดใจกับความรวดเร็วของเธออย่างเห็นได้ชัด จึงถามคล้ายหยั่งเชิง “แล้ว...โจวฉงเซิ่นยอมตกลงไหม?”

จี้ซูตอบกลับ “ความคิดเห็นของเขาไม่สำคัญหรอก”

เมื่อได้ยินเธอตอบกลับไปเช่นนี้ ติงเซี่ยนที่อยู่ปลายสายก็ไม่พูดอะไรมาก เพราะหลายปีนี้ความต่ำต้อยของจี้ซูล้วนอยู่ในสายตาของเธอทั้งหมด ยิ่งตอนนี้เกิดเรื่องของคุณลุงขึ้น ก็ยิ่งให้อภัยไม่ได้

เรื่องหย่าเธอขอชูสองมือสนับสนุนแน่นอน

แต่กลับมีความรู้สึกว่า โจวฉงเซิ่นคงไม่ยอมปล่อยมือง่าย ๆ เพราะการหย่าร้างมีแต่ส่งผลเสียกับเขาทั้งนั้น

“ในเมื่อขอหย่าแล้ว ก็ต้องย้ายออกมาสิ กุญแจบ้านที่เฉียนสุ่ยว่านอยู่ที่เธอไม่ใช่เหรอ ถ้าสองวันนี้เธอย้ายบ้านก็อย่าลืมบอกฉันละ ฉันจะได้ให้คนไปช่วย”

ริมฝีปากของจี้ซูยกยิ้มเล็กน้อย ไม่รู้ทำไม อยู่ดี ๆ ก็อยากร้องไห้ “ขอบใจนะ เซี่ยนเซี่ยน”

ติงเซี่ยนหัวเราะเบา ๆ “มาพูดอะไรแบบนี้เล่า เธอจำไว้นะว่าถ้ามีฉันอยู่ เธอจะมีทางออกเสมอ”

พูดจบก็ถอนหายใจ ก่อนว่าต่อไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “อย่าไปจมปลักอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่คู่ควรเลย ไม่มีใครมีค่าพอให้เธอต้องยอมทิ้งความภาคภูมิใจและแสงสว่างในตัวเองไปหรอกนะ”

หยดน้ำตาอุ่นร้อนหยดแหมะลงบนพื้น จี้ซูพยักหน้าเบา ๆ

“จริงสิ ฉันลืมบอกเธอไปเลย จี้หรงจื่อเหมือนจะกลับประเทศมาแล้วนะ”

จี้หรงจื่อ!

มือที่ถือโทรศัพท์ของจี้ซูพลันกำแน่นขึ้น แววตาถูกย้อมไปด้วยความรู้สึกอันยากจะคาดเดา

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
30 Chapters
บทที่ 1 โจวฉงเซิ่น เราหย่ากันเถอะ
กว่าจะส่งแขกที่มาร่วมงานศพเสร็จก็เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้วจี้ซูพาร่างอันหนักอึ้งของตนเองกลับบ้าน และก็ได้เห็นรองเท้าคู่นั้นถอดทิ้งไว้ตรงโถงทางเดินสามีที่ขาดการติดต่อไปถึงเจ็ดวันของเธอกลับมาแล้วพ่อของเธอจากไปอย่างกะทันหัน ใช้เวลาเบ็ดเสร็จไม่เกินสามวัน ในช่วงเวลานี้เธอพยายามโทรหาโจวฉงเซิ่นไม่ต่ำกว่าห้าสิบสาย แต่ทุกสายกลับเงียบหายไปราวโยนหินลงทะเลตั้งแต่โรงพยาบาลไปยังสถานที่จัดงานศพตลอดจนถึงพิธีฝัง หากไม่มีญาติมิตรคอยช่วยเหลือ เธอคงทนรับมือไม่ไหวแน่ตอนนี้บนตัวของจี้ซูยังคงหลงเหลือกลิ่นธูปจากงานศพ ช่างขัดแย้งกับกลิ่นสนซีดาร์จากเครื่องหอมอโรมาภายในบ้านอย่างสิ้นเชิงเธอวางกระเป๋าลงบนตู้รองเท้าด้วยใบหน้าที่มีแต่ความเหนื่อยล้า เมื่อเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะเรียบร้อยถึงค่อยเดินเข้าไปด้านในในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มกำลังยืนพิงกรอบหน้าต่างคุยโทรศัพท์จี้ซูยืนมองเขาอยู่ตรงโถงทางเดินในความเงียบ น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำ มุมปากประดับรอยยิ้มเล็กน้อยมุมปากของเธอปรากฏรอยยิ้มขื่นขม ที่แท้โทรศัพท์ก็ยังใช้ได้นี่ เธอนึกว่าโทรศัพท์ของเขาหายไปแล้วเสียอีกร่างกายเหนื่อยล้าถึงขีดสุด เธอคร้านแม้แต่จะพูดอะไ
Read more
บทที่ 2 คุณพ่อของคุณผู้หญิงเสียชีวิตแล้วไม่ใช่เหรอ?
โจวฉงเซิ่นไม่กลับบ้านตลอดทั้งคืนตอนเก้าโมงเช้า มีไฟล์เอกสารส่งเข้ามาในไลน์[คุณจี้ครับ ร่างหนังสือหย่าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ลองดูนะครับว่ามีตรงไหนอยากเพิ่มเติมหรือเปล่า?]หลังจี้ซูล็อกอินเข้าใช้งานบนคอมพิวเตอร์ ก็อ่านอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบหนึ่งรอบ[ไม่มีปัญหาค่ะ ขอบคุณทนายเฉินมากนะคะ]แผ่นกระดาษค่อย ๆ เลื่อนออกมาจากเครื่องพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเรียง เย็บเล่ม หรือการเซ็นชื่อ ต่างก็ถูกจัดการอย่างรวดเร็วโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยวินาทีที่ปิดปลอกปากกา จี้ซูก็คล้ายได้ยินเสียงบางอย่างในก้นบึ้งของหัวใจถูกปิดตายลงเช่นกันเธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อกดเรียกบริการจัดส่งพัสดุ ตอนเที่ยงตรง หนังสือหย่าฉบับนี้จะถูกส่งไปถึงสำนักงานใหญ่ของโจวกรุ๊ป และเข้าไปอยู่ในห้องทำงานของโจวฉงเซิ่นอย่างตรงเวลาจี้ซูอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และเก็บของข้าวของของเธอมีน้อยจนน่าสงสาร ใช้กระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียวก็ใส่ได้หมดแล้วสามปีผ่านไป ตอนมาก็คือกระเป๋าใบนี้ ตอนไปก็ยังคงเป็นกระเป๋าใบนี้เช่นกันถือซะว่าเริ่มต้นอย่างไรก็จบลงอย่างนั้นละนะคนในกระจกมีรอยคล้ำใต้ตา ความกังวลที่มักขมวดมุ่นอยู่บนหว่า
Read more
บทที่ 3 ซูซู ฉันจะไม่ไปไหนอีกแล้ว
ช่วงหลายวันที่ย้ายเข้ามาอยู่ในเฉียนสุ่ยว่าน จี้ซูไม่ได้สนใจ 'การเล่นละครเดียว' ของโจวฉงเซิ่นแม้แต่น้อยนอกจากการทำงานตามปกติในตอนกลางวันแล้ว เธอก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเอง นั่นก็คือ …อวี๋จืออวี๋จือคือแบรนด์กี่เพ้าสไตล์จีนที่พ่อของเธอก่อตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อแม่เป็นชื่อแบรนด์ ในยุคแรกนับว่ามีชื่อเสียงในวงการไม่น้อย แต่หลังจากพ่อป่วยหนัก ตัวแบรนด์จึงถูกทิ้งร้างมานานหลายปีบรรดาช่างฝีมือดีค่อย ๆ แยกย้ายกันไป โรงงานทอผ้าที่ร่วมงานกันมาหลายปีก็ขาดการติดต่อ แม้แต่เว็บไซต์ทางการของแบรนด์ก็หยุดอัปเดตไปนานแล้วตอนนี้ เธออยากสานต่อความตั้งใจสุดท้ายของพ่อกับแม่ให้สำเร็จ ด้วยการนำมันกลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งถึงแม้ว่าจะมีลูกค้าเก่าจำนวนมากฝากข้อความไว้ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ และพยายามสืบถามข่าวคราว แต่สำหรับอวี๋จือ มันก็เป็นเพียงหยดน้ำในมหาสมุทรหยดหนึ่งเท่านั้นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นอกจากการตามหาช่างฝีมือเก่าแก่ที่แยกย้ายกันไป เรื่องที่เร่งด่วนที่สุดก็คือต้องรีบหาซัพพลายเออร์ทอผ้าเกรดพรีเมียมให้ได้โดยเร็วที่สุดช่วงหลายวันนี้ จี้ซูไหว้วานคนไปทั่วเพื่อสอบถามข้อมูล
Read more
บทที่ 4 ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ โจวฉงเซิ่น
งานเลี้ยงจบลงเร็วกว่าที่คาดไว้จี้ซูลุกขึ้นเตรียมหยิบกระเป๋า แต่เห็นได้ชัดว่าคนที่อยู่ข้างกายรวดเร็วกว่าเธอ“เดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง”นี่ไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นประโยคบอกเล่านิสัยของจี้หรงจื่อเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรเธอไม่ได้ปฏิเสธ เพราะถึงปฏิเสธไปผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม ตั้งแต่เล็กจนโตก็เป็นแบบนี้มาตลอดถ้าจะบอกว่าโจวฉงเซิ่นเป็นพวกเผด็จการ จี้หรงจื่อก็ไม่ได้ต่างไปจากเขาเท่าไหร่นักบางครั้งเธอก็อยากเห็นจริง ๆ ว่าถ้าสองคนนี้มาเผชิญหน้ากัน ภาพมันจะออกมาเป็นยังไงและความจริงก็พิสูจน์แล้วว่า เมืองจิงตูมีอะไรที่เหนือความคาดหมายเสมอทั้งสองเดินออกจากห้องส่วนตัว แอร์ตรงโถงทางเดินดูเหมือนจะเย็นกว่าในห้องเล็กน้อย เธอจึงยกมือขึ้นมาลูบแขนตนเองโดยไม่รู้ตัวตรงหัวมุม เงาร่างหนึ่งทำให้จี้ซูต้องชะงักเท้าห่างออกไปสิบกว่าเมตร ร่างที่คุ้นเคยกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าประตูห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง รูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาผู้ช่วยพิเศษของโจวฉงเซิ่นเฉิงคุนในเมื่อเขาอยู่ที่นี่ โจวฉงเซิ่นก็ต้องอยู่ด้วยแน่ ๆจี้ซูหยุดเดินตามสัญชาตญาณ สมองของเธอขาวโพลนไปชั่วขณะเธอไม่อยากถูกจับได้ ไม่อยากอธ
Read more
บทที่ 5 คุณกับเขาเป็นอะไรกัน?
“ปล่อยฉันนะ”จี้ซูถูกลากตัวลงมายังลานจอดรถชั้นใต้ดิน ความเจ็บปวดบริเวณข้อมือทำให้เธอขมวดคิ้วมุ่นลานจอดรถกว้างขวางและว่างเปล่า มีเพียงเสียงอุทานของหญิงสาวที่ดังขึ้นเท่านั้นรอยแดงร้อนผ่าวที่นิ้วมือของเขาสัมผัสโดนนั้นทำเอากรามของโจวฉงเซิ่นขบแน่นแววตาของชายหนุ่มมืดทะมึน ในหัวเต็มไปด้วยภาพที่จี้หรงจื่อจับมือเธออยู่ตรงทางเดินเมื่อครู่นี้ แรงบีบที่มือจึงเผลอเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัวจี้ซูโกรธจนสองแก้มแดงก่ำ ในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว สะบัดเขาออกอย่างแรง “โจวฉงเซิ่น คุณจะพอได้แล้วหรือยัง?”น้ำเสียงของเธอบอกชัดถึงความรำคาญใจโจวฉงเซิ่นถูกสะบัดจนตัวเซ แววตาของเขาฉายความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเธอเรียกชื่อเต็มของตัวเองก่อนแต่งงานเธอเรียกเขาว่าคุณโจว หลังแต่งงานเธอเรียกเขาว่าสามีเขาหันขวับกลับมา สายตาจับจ้องไปที่จี้ซู “คุณเรียกผมว่าอะไรนะ?”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดนั้นเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดรดลงมาดับไฟในอกของเขาให้มอดดับคนที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาคือเธอแท้ ๆ แต่ทำไมเธอถึงกลายเป็นฝ่ายที่หงุดหงิดใส่เขาไปซะได้จี้ซูไม่สนใจคำพูดของเขา เธอเอาแต่ก้มหน้านวดข้อมือตัวเอง ห
Read more
บทที่ 6 พวกเขาจะหย่ากันแล้วเหรอ?
เคาน์เตอร์พยาบาลโทรมาแจ้งว่า พ่อของเธอยังมีของใช้ส่วนตัวทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลจี้ซูจัดการเก็บแบบร่างในมือให้เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงค่อยขับรถไปรับของเมื่อต้องเหยียบย่างเข้ามาในสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง ก้อนเนื้อในอกก็ยังคงปวดหนึบอย่างไม่อาจควบคุมวันที่การช่วยชีวิตล้มเหลว เธอเป็นคนเช็ดหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้พ่อด้วยตัวเอง กลิ่นอายอันแปลกประหลาดที่ไม่อาจลบเลือนนั้นยังคงติดอยู่ปลายจมูก กระทั่งเดินมาถึงแผนกผู้ป่วยใน จมูกก็พาลตีบตันด้วยความรู้สึกปวดร้าวฝนตกติดต่อกันมาสามวันแล้ว สายลมหอบเอาความหนาวเย็นตามมาด้วย จี้ซูจึงกระชับเสื้อโค้ตให้แน่นขึ้นลิฟต์มุ่งตรงขึ้นไปยังห้องผู้ป่วยวีไอพีบนชั้นเจ็ด พ่อของเธอพักอยู่ที่นี่มานานพอสมควร เธอจึงคุ้นเคยกับคนในแผนกเป็นอย่างดีแต่เพิ่งก้าวออกจากลิฟต์ เธอก็ถูกเรียกตัวไว้"เสี่ยวจี้มาแล้วเหรอ"เป็นคุณป้าไช่พนักงานทำความสะอาดนั่นเอง ก่อนหน้านี้ตอนที่คุณป้าถูกคนคอยจับผิด พ่อของเธอเคยช่วยพูดแก้ต่างให้ จึงมีความสนิทสนมกับจี้ซูมาตลอดคุณป้าเป็นคนตงเป่ย มีนิสัยกระตือรือร้นและซื่อสัตย์ เมื่อหนึ่งเดือนก่อนแกบอกว่าเพิ่งได้หลานชายเลยขอลากลับไปเยี่ยมที่บ้านเกิด ค
Read more
บทที่ 7 แล้วใครให้มาล่ะ จี้หรงจื่อเหรอ?
จี้ซูเลือกทำเลสตูดิโอแห่งใหม่ที่ซินเจียงในเขตหนานเจียว บริเวณโดยรอบเป็นแหล่งรวมผู้มีกำลังซื้อสูง การคมนาคมสะดวกสบายแต่ก็ไม่พลุกพล่านวุ่นวายจนเกินไป พอกลับจากโรงพยาบาลเธอก็หมกมุ่นอยู่กับการร่างแบบทันทีเธอกับจี้หรงจื่อตกลงเรื่องแหล่งจัดหาเนื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว โดยวางแผนสายการผลิตไว้อย่างชัดเจนสองสาย สายแรกเน้นความมีระดับด้วยการสั่งตัดแบบตัวต่อตัว รับเฉพาะคิวจอง และจำกัดจำนวนการสั่งตัดอีกสายคือสายเสื้อผ้าสำเร็จรูประดับไฮเอนด์ ซึ่งยังคงใช้แพตเทิร์นกี่เพ้าแบบชาววังขนานแท้ โดยจะจำหน่ายให้เฉพาะลูกค้าประจำและกลุ่มผู้หญิงชั้นนำในแวดวงเท่านั้น ไม่เน้นปริมาณการขายของหายากย่อมมีราคา สิ่งที่พวกคุณนายตระกูลเศรษฐีเกลียดที่สุดก็คือการใส่เสื้อผ้าซ้ำหรือหาดูได้ทั่วไป การสั่งตัดแบบส่วนตัวจึงตอบโจทย์ความต้องการนี้พอดีเนื้อผ้าระดับท็อป งานปักมือจากช่างฝีมือชื่อดัง ร่วมด้วยสัญลักษณ์ประจำตัว นี่คือความล้ำค่าที่มีเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่คนชนชั้นนี้ต้องการอย่างขาดไม่ได้ก่อนหน้านี้แม้พ่อเธอจะเน้นตลาดระดับไฮเอนด์ แต่ก็ยังขาดความรู้สึกหายากและความเฉพาะตัวไปสักหน่อยเป้าหมายของเธอ คือกลุ่มคุณนาย
Read more
บทที่ 8 ความรู้สึกแตกหัก
"ตกลงคุณอยากพูดอะไรกันแน่?"จี้ซูยืนพิงตู้อเนกประสงค์พลางยกสองแขนขึ้นกอดอกทั้งที่สืบรู้ทุกอย่างแล้ว ยังจะมาพูดจาอ้อมค้อมกวนประสาทกันอยู่ได้ทำไมเธอถึงไม่ยักรู้มาก่อนนะว่าผู้ชายคนนี้จะน่ารำคาญขนาดนี้?"ถ้ามาเพื่อหาเรื่องชวนทะเลาะ ก็ขอโทษนะที่ฉันไม่มีแรงมาเถียงด้วย แต่ถ้ามาเพื่อยืนยันอะไรบางอย่าง คุณก็ได้เห็นไปหมดแล้ว"มือของโจวฉงเซิ่นที่ถือแก้วน้ำอยู่ชะงักเล็กน้อย เขาไม่พูดอะไรไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางแก้วลง"สัปดาห์หน้างานฉลองวันเกิดครบหกสิบปีของตาเฒ่า คุณต้องกลับไปที่บ้านใหญ่"นี่คือการแจ้งให้ทราบงั้นเหรอ?"ไม่ไป" จี้ซูปฏิเสธอย่างเด็ดขาด โดยไม่ต้องเสียเวลาคิดสักนิดงานวันเกิดคุณพ่อโจว คนที่ไม่มีภูมิหลัง ไม่มีฐานะอย่างเธอจะไปทำไม? ไปฟังพวกผู้ใหญ่ตระกูลโจวพูดจาเหน็บแนมงั้นเหรอ? หรือให้ไปสวมบท 'คุณนายโจว' ผู้ว่านอนสอนง่ายที่วัน ๆ เอาแต่เดินตามหลังโจวฉงเซิ่นต้อย ๆ ต่อไป?เดี๋ยวกลับไปก็คงไม่พ้นโดนโจวฉงเซิ่นทิ้งไว้กลางดงผู้ใหญ่ ปล่อยให้พวกป้า ๆ น้า ๆ วิพากษ์วิจารณ์เธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนปิดท้ายด้วยประโยคสรุปความที่ว่า "ไม่รู้จริง ๆ ว่าอาเซิ่นไปถูกใจเธอตรงไหน"ตลอดสามปี ทุกคร
Read more
บทที่ 9 นี่ใช่คุณผู้หญิงคนเดิมจริง ๆ เหรอ?
เช้าวันที่สิบ จี้ซูได้รับเอกสารยืนยันจากทนายความที่โจวฉงเซิ่นส่งมา พร้อมภาพถ่ายหนังสือหย่าสองฉบับที่เซ็นชื่อและประทับลายนิ้วมือเรียบร้อยแล้วโจวฉงเซิ่น : [พอใจหรือยัง?]จี้ซูพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ลายมือหวัด ๆ ดุจมังกรบินหงส์ระบำนั้น เป็นของเขาไม่ผิดแน่แม้จะมีการให้ทนายความมาเป็นพยาน แต่หากโจวฉงเซิ่นคิดตลบตะแลงขึ้นมา ลำพังตัวเธอเองย่อมไม่มีทางต่อกรกับเขาได้อยู่แล้วแต่... จี้ซูก็ไม่คิดว่าโจวฉงเซิ่นจะยอมเสียแรงเสียเวลาไปกับคนอย่างเธอหรอกก็เหมือนอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ เขาไม่ได้มีแค่เธอเป็นตัวเลือกเดียวสักหน่อยในเมื่อซางฮวยกลับมาแล้ว ตัวเธอที่เป็นแค่คู่ผลประโยชน์ก็คงต้องหลีกทางให้ตามระเบียบจี้ซู : [ก็พอควรค่ะ]โจวฉงเซิ่น : [พรุ่งนี้เที่ยง ผมจะให้คนขับรถไปรับ]จี้ซู : [1 ]โจวฉงเซิ่นจ้องมองตัวเลขที่ถูกส่งมาบนหน้าจอ พลันรู้สึกเจ็บแปลบที่ขมับจนเส้นเลือดเต้นตุบ ๆ…คฤหาสน์ตระกูลโจวตั้งอยู่บริเวณภูเขาหลีซานในเขตชานเมืองทางตอนใต้ของจิงตู ตัวบ้านโอบล้อมด้วยขุนเขาและสายน้ำ มีทัศนียภาพอันงดงาม บนเนื้อที่กว่าสามสิบไร่ ตกแต่งตามสไตล์สวนโบราณเมืองซูโจวด้วยความประณีตก่อนที่ตาเฒ่าจะล
Read more
บทที่ 10 อย่าอินให้มันมากนักเลยค่ะ ประธานโจว
จี้ซูมองตามแผ่นหลังของอารองผู้เดินจากไปพลางเลิกคิ้วอดทนมาตั้งสามปี ในที่สุด วันนี้ก็ได้ระบายความอัดอั้นตันใจออกมาเสียทีในเมื่อกำลังจะหย่ากันอยู่แล้ว ยังต้องกลัวว่าจะล่วงเกินคนตระกูลโจวอีกหรือ?โจวฉงเซิ่นรวบเอวของเธอเข้ามากอด นัยน์ตาแฝงรอยยิ้ม "คิดไม่ถึงเลยนะ ว่าต่อหน้าคนนอกคุณจะปกป้องผมขนาดนี้?"จี้ซูผลักเขาออกทันที กวาดตามองเขารอบหนึ่ง มุมปากกระตุก "ก็แค่คำพูดตามน้ำเท่านั้นแหละ อย่าอินให้มันมากนักเลยค่ะ ประธานโจว"คำพูดตามน้ำ?โจวฉงเซิ่นเดาะลิ้นเบา ๆทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องรับแขก จี้ซูอาศัยศิลปะการพูดที่อุตส่าห์ขัดเกลามาอย่างยากลำบากแทรกซึมเข้าไปในแวดวงคุณหญิงคุณนายได้อย่างรวดเร็ว เพียงครึ่งชั่วโมงก็มีออเดอร์สั่งจองล่วงหน้าเข้ามาถึงห้ารายการ ซ้ำยังมีคนที่ต้องการสั่งตัดชุดแต่งงานให้ลูกสาวตัวเองด้วยเรื่องนี้ช่วยเตือนสติเธอได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นชุดยกน้ำชาสำหรับลูกสาวเศรษฐี หรือแม้แต่ชุดแต่งงานสไตล์จีน ก็สามารถนำมาพิจารณาได้เช่นกัน แต่ในเรื่องรายละเอียดคงต้องรอให้สตูดิโอพัฒนาไปอย่างมั่นคงเสียก่อนโจวฉงเซิ่นนั่งไขว่ห้างพิงโซฟาอยู่ด้านข้าง สายตาคอยมองตามจี้ซูที่เดินไปทางซ้าย
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status