LOGIN[โบ้ตามง้อเมีย + ผู้มีอำนาจกลายเป็นหมา + การแข่งขันของเหล่าคนหล่อ + นางเอกเป็นศูนย์กลางของเรื่อง] จี้ซูอุตส่าห์ดูแลสามีเป็นอย่างดีตลอดสามปี แต่กลับแลกมาได้เพียงใบมรณะบัตรของบิดาผู้ให้กำเนิดเท่านั้น เธอเก็บซ่อนความแข็งกร้าวทั้งหมด ทำหน้าที่ของตนอย่างเจียมตัว และดูแลทุกอย่างด้วยความรอบคอบ เพียงเพื่อแลกกับเส้นสายทางการแพทย์ในมือเขา คำพูดลอย ๆ ที่ว่า “แต่คุณพ่อของทางนั้นจำเป็นต้องผ่าตัดมากกว่า” ได้บดขยี้ความหวังสายสุดท้ายของจี้ซูแหลกสลาย เธอเคยคิดว่าโจวฉงเซิ่นคือความหวังสุดท้ายที่ช่วยชีวิตตัวเอง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นยันต์เร่งความตาย ในวันที่งานศพสิ้นสุดลง เธอเซ็นหนังสือหย่า แล้วเก็บของย้ายออกไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ผู้ชายที่มีอำนาจและเย่อหยิ่งมาตลอดชีวิตคนนั้น มีอันต้องขอบตาแดงก่ำต่อหน้าเธอเป็นครั้งแรก พยายามฉุดรั้งเธอไว้อย่างต่ำต้อย จี้ซูหัวเราะหยัน ตอนที่ยกหมอผ่าตัดของพ่อเธอให้คนอื่นโดยไม่ลังเล เขาคงไม่เคยคิดสินะว่าจะมีวันนี้? เธอพูดเสียงเรียบ “ขอโทษด้วยค่ะประธานโจว รบกวนไสหัวไปไกล ๆ หน่อย คุณกำลังขวางทางฉันอยู่”
View Moreจี้ซูขับรถด้วยความเร็วสูงมาตลอดทาง เมื่อมาถึงคฤหาสน์ โจวฉงเซิ่นก็กำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงจรดเพดานไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ตอนที่เธอพรวดพราดเข้ามา โจวฉงเซิ่นมีสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเธอไม่พูดพร่ำทำเพลง โยนภาพหน้าจอแฮชแท็กยอดนิยมนั้นใส่หน้าเขาทันทีโจวฉงเซิ่นขยับตัวยืนตรง รับโทรศัพท์มือถือมา เมื่อเห็นรายละเอียดบนนั้นชัดเจน คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที “เกิดอะไรขึ้น?”น้ำเสียงที่จี้ซูใช้คาดคั้นนั้นเย็นเยียบจนทำให้คนฟังรู้สึกเสียวสันหลัง “ฝีมือคุณใช่ไหม?”โจวฉงเซิ่นหรี่ตา คล้ายกำลังทำความเข้าใจและย่อยคำพูดของเธอ“นี่คุณคิดว่าผมเป็นคนปล่อยข่าวเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะด้วยความโกรธ “จี้ซู ในใจคุณ ผมเป็นคนแบบนั้นหรือไง?”จี้ซูจ้องมองเขา นิ่งเงียบไม่พูดจาสีหน้าของโจวฉงเซิ่นมืดทะมึน สายตาแห่งความเคลือบแคลงของเธอทำให้เขารู้สึกโกรธขึ้นมาจับใจ เขาพยายามสะกดอารมณ์ ขณะหันหน้าไปมองนอกหน้าต่าง“ผมแค่ช่วยฝากให้พวกเขาเก็บชื่อคุณไว้ในรายชื่อผู้เข้ารอบ แต่ผมยังไม่ต่ำช้าถึงขั้นชักนำกระแสสังคมไปโจมตีคุณหรอกนะ”ผมแค่ช่วยฝากให้...ดังนั้น เรื่องใช้เส้นสายมันก็เป็นความจริงงั้นสิ?ไม่รู้ทำไม ความมุ
จี้ซูขมวดคิ้ว สังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก"เกิดอะไรขึ้น ค่อย ๆ พูดนะ"เสี่ยวจู : "มีคนแจ้งเบาะแสว่าพี่ใช้เส้นสาย แอบติดต่อกับกรรมการ ตอนนี้ใต้โพสต์ในเฟซทางการวุ่นวายไปหมดแล้วค่ะ"ปลายนิ้วของจี้ซูเกร็งแน่น รีบเปิดเฟซบุ๊กไปยังช่องคอมเมนต์ของเพจทางการทันที[จี้ซู? ใครเนี่ย ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน อยู่ดี ๆ ก็เข้ารอบซะงั้น][ได้ยินมาว่ามีคนคอยดันให้แหละ จุ๊ ๆ][อวี๋จือใช่ไหม? ขอแบนเลย แบรนด์แบบนี้จะทำของมีระดับออกมาได้ยังไง]คอมเมนต์ต่อจากนั้นยิ่งแล้วใหญ่ ต่างพากันเรียกร้องให้เธอถอนตัวจากการแข่งขัน บีบให้ผู้จัดงานออกมาชี้แจง และบอกให้เธอออกมาขอโทษพอหันไปดูเพจทางการของอวี๋จือก็ยิ่งถูกถล่มเละ ยอดคอมเมนต์พุ่งทะลุหมื่นบวกแล้วดูจากคอมเมนต์ที่ไปในทิศทางเดียวกัน ชัดเจนว่าเป็นฝีมือของทีมปั่นกระแสที่ถูกจ้างมาเสียงของเสี่ยวจูสั่นเครือดังลอดมาจากโทรศัพท์ "ทำยังไงดีคะพี่ซู แค่นาทีเดียวก็ปาไปเป็นสิบ ๆ คอมเมนต์แล้ว ยอดมันพุ่งไวเกินไปแล้วค่ะ"จี้ซูไม่ได้พูดอะไร ปลายนิ้วของเธอไถหน้าจอไปมา แววตาเริ่มเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆเธอค้นหาจนพบต้นตอของการแฉ มันคือภาพหน้าจอที่มีคนส่งเข้ามาแบบไม่ระบุตัวตน อ้างว่าเธ
เมื่อเห็นเขายังคงไม่พูดอะไร คุณพ่อโจวจึงคร้านกล่าวต่อ เพียงเสริมประโยคสุดท้ายขึ้นมาว่า"ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกจะทำยังไง แต่สรุปก็คือห้ามหย่า ตระกูลโจวไม่อนุญาตให้เกิดเรื่องแบบนี้เด็ดขาด"เหมือนกับคุณแม่ในตอนนั้นไม่มีผิดโจวฉงเซิ่นปรายตามองพ่อโจวด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปเมื่อเฉิงคุนเห็นเช่นนั้น ก็รีบค้อมตัวทำความเคารพ แล้วเดินตามโจวฉงเซิ่นออกจากบ้านใหญ่บนรถ โจวฉงเซิ่นมองออกไปนอกหน้าต่าง คิ้วขมวดมุ่นอดรู้สึกตลกไม่ได้เมื่อนึกถึงคำพูดที่ตาเฒ่าสั่งสอนเขาเมื่อครู่นี้ตาเฒ่าวิจารณ์ว่าเขาเย็นชา ไม่รู้จักหนักเบา แล้วตัวตาเฒ่าเองล่ะไม่ได้เป็นแบบนั้นหรือไงปีนั้นตอนที่คุณตาถูกศัตรูใส่ร้าย คุณแม่ขอร้องให้ช่วย ตาเฒ่ากลับบอกว่า "ตอนนี้โจวกรุ๊ปกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จะให้มาทำลายอนาคตตัวเองเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้หรอก"แถมยังกักบริเวณเธอ ไม่ยอมให้เงินใช้ พร้อมประกาศกร้าวว่าหากแม่ของเขากล้าทำให้เรื่องของตระกูลไช่มากระทบถึงราคาหุ้นของโจวกรุ๊ป เขาก็ไม่รังเกียจที่จะราดน้ำมันลงบนกองไฟเพิ่มเข้าไปอีกต่อมาตระกูลไช่มีเรื่องฟ้องร้องจนต้องประกาศล้มละลาย คุณตาทนรับความสะ
เขามองดูดวงตาของเธอที่ยังคงบวมเป่งอยู่เล็กน้อย น้ำเสียงแข็งกระด้าง "ที่ตาบวมก็เพราะเมื่อวานร้องไห้มาสินะ"จี้ซูยิ้มแห้ง ไม่ได้ตอบอะไรเขาถามขึ้น "ในใจเธอยังมีเขาอยู่อีกเหรอ?"มือที่ถือช้อนของจี้ซูชะงักไปเล็กน้อย แพขนตาสั่นไหวในใจยังมีเขาอยู่อีกไหมเหรอ?เธอคิดว่า บางทีตั้งแต่ตอนที่เขายอมยกหมอผ่าตัดของพ่อเธอไปให้คนอื่น เธอก็คงหมดหวังในตัวเขาโดยสมบูรณ์แล้วจี้ซูส่ายหน้า "น่าจะไม่มี ฉันไม่อยากข้องแวะอะไรกับเขาอีกแล้ว"หากบอกว่าในใจไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ เธอยังคงอยู่ในช่วงค่อย ๆ ดึงตัวเองออกมาการตัดใจจากเขาเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้นพอคิดถึงเรื่องการแข่งขัน เธอก็นึกถึงสายตาของเจียงรุ่ยที่มองมาตอนอยู่ในสนามแข่งขึ้นมาได้"เจียงรุ่ยคนนั้น เหมือนจะเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เผยนะ""ใช่ ตระกูลเจียงน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสามีของอาจารย์เผย เธอก็เลยถูกอาจารย์เผยปั้นมากับมือเลยละ"ก่อนหน้านี้ตอนที่จี้ซูขอให้เขาช่วยตามหาอาจารย์เผยจือหรง เขาก็ได้สืบเรื่องราวพร้อมกับทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของคนรอบข้างมาบ้าง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าการประกวดในครั้งนี้จะมีลูกศิษย์ของท่านปรมาจา