Lahat ng Kabanata ng คุณนายเซี่ยท้องแล้ว คุณชายลู่ยังไม่มูฟออน: Kabanata 1 - Kabanata 10

30 Kabanata

บทที่ 1

เซิ่งอวิ้นเดินตามพนักงานมาจนถึงหน้าห้องส่วนตัวขณะที่กำลังจะเดินเข้าไป กลับได้ยินเสียงร้อนรนของลี่สิงอวิ๋นดังออกมาเสียก่อน“นายพาเธอมาทำไม? เดี๋ยวเซิ่งอวิ้นก็มาแล้ว”เซิ่งอวิ้นยกมือห้ามพนักงานที่กำลังจะเปิดประตู แล้วตั้งใจฟังต่อ“มาก็มาสิ” น้ำเสียงของลู่จื่อหลี่เต็มไปด้วยความไม่แยแส “คุณชายอย่างฉันจะต้องกลัวเธอด้วยหรือไง?”“พ่อคุณเอ๊ย ขอร้องเถอะ อย่าก่อเรื่องเลยนะ” ลี่สิงอวิ๋นเอ่ย “นายจะเล่นสนุกกันลับหลังยังไงก็ได้ เซิ่งอวิ้นเห็นแก่นายกับตระกูลลู่เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่มาตลอด แต่การที่นายพาเธอมาอยู่ตรงหน้าเซิ่งอวิ้นแบบนี้ มันเท่ากับตบหน้าทั้งตระกูลเซิ่งและเซิ่งอวิ้นนะ”“คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่งจะทนกล้ำกลืนเรื่องแบบนี้ลงเหรอ?”ลู่จื่อหลี่หัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “ทนไม่ได้ก็ต้องทน เธอเลิกกับฉันได้หรือไง? เธอตัดใจได้เหรอ? แล้วตระกูลเซิ่งตัดใจได้เหรอ?”ลี่สิงอวิ๋นเกลี้ยกล่อมเท่าไรก็ไม่ฟัง จึงได้แต่เอ่ยอย่างหมดหนทาง “นายเล่นแรงขนาดนี้ ระวังสุดท้ายต้องไปตามง้อเมียจนไฟลนก้นก็แล้วกัน”“หึ...” ลู่จื่อหลี่หัวเราะเบา ๆ อย่างดูแคลน“ตามง้อเมียจนไฟลนก้น? นายคิดว่านี่คือนิยายหรือไง?”
Magbasa pa

บทที่ 2

เซิ่งอวิ้นมองไปด้วยความสงสัยแวบหนึ่ง ชายคนนั้นหน้าตาโดดเด่นอย่างมาก โครงหน้าคมชัดได้รูป คิ้วตาลึกคม ดูคล้ายลูกครึ่งอยู่เล็กน้อยรูปร่างสูงใหญ่ บรรยากาศรอบตัวกดดันผู้คน เขาถูกคนกลุ่มหนึ่งรายล้อมอยู่ตรงกลาง ดูสูงศักดิ์และเย็นชาชายคนนั้นก็มองเห็นเซิ่งอวิ้นเช่นกัน เขาพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในท่ามกลางกลุ่มคนที่รายล้อม“...”เซิ่งอวิ้นรู้สึกสงสัยเล็กน้อยเธอน่าจะไม่รู้จักชายคนนั้น แล้วทำไมเขาถึงพยักหน้าทักทายเธอ?ในกลุ่มคนที่รายล้อมเขาอยู่ มีอยู่หลายคนที่เธอรู้สึกคุ้นหน้า เพราะเคยพบกันในแวดวงธุรกิจดูท่าแล้ว อีกฝ่ายก็น่าจะเป็นนักธุรกิจเหมือนกัน การที่มีนักธุรกิจมากมายรายล้อมเขาอยู่แบบนั้น แสดงว่าสถานะของเขาคงไม่ธรรมดาแต่เมือง B มีบุคคลโดดเด่นระดับลูกรักสวรรค์แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน ทำไมเธอถึงไม่รู้เลย?เซิ่งอวิ้นให้เพื่อนคนนั้นกลับไปที่ห้องส่วนตัว ส่วนตัวเธอไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านอาหารส่วนตัวระบบสมาชิก แขกที่เข้าออกล้วนร่ำรวยหรือมีฐานะสูงส่งพนักงานสาวสวยที่เคาน์เตอร์ยิ้มทักทาย “คุณหนูเซิ่ง”เซิ่งอวิ้นพยักหน้า แล้วถามพนักงาน
Magbasa pa

บทที่ 3

หลังเลิกงาน เซิ่งอวิ้นเติมเครื่องสำอางเล็กน้อย แล้วไปยังร้านอาหารที่นัดกันไว้ เมื่อไปถึงร้าน เธอกวาดตามองไปรอบหนึ่งก็เห็นเซี่ยปู้อวี่เขานั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อย ก้มหน้ามองโทรศัพท์เล็กน้อย ใบหน้าด้านข้างที่สมบูรณ์แบบทำให้แขกคนอื่นในร้านอาหารหันมามองอยู่บ่อย ๆเซิ่งอวิ้นเดินเข้าไป“คุณเซี่ย”เธอเอ่ยทักทายเซี่ยปู้อวี่เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นเธอก็วางโทรศัพท์ลง แล้วพยักหน้าทักทาย “คุณหนูเซิ่ง”เขาลุกขึ้นดึงเก้าอี้ให้เซิ่งอวิ้น พร้อมทำมือเชื้อเชิญเซิ่งอวิ้นเหลือบมองมือของเขา นิ้วยาวเรียว ข้อนิ้วเด่นชัด ดูสวยมากผู้ชายคนนี้ช่างหน้าตาดีและประณีตไปเสียทุกส่วนจริง ๆเซิ่งอวิ้นยิ้มบาง ๆ พยักหน้าแล้วนั่งลง“ขอบคุณค่ะ”เซี่ยปู้อวี่ก็นั่งลง ก่อนจะหยิบเมนูส่งให้เซิ่งอวิ้น “คุณหนูเซิ่งลองดูนะครับว่าอยากกินอะไร”เซิ่งอวิ้นรับเมนูมา สั่งอาหารสองอย่าง แล้วส่งต่อให้เซี่ยปู้อวี่ เซี่ยปู้อวี่ก็สั่งอีกสองอย่าง ก่อนจะยื่นเมนูคืนให้พนักงานพนักงานเดินจากไปเซิ่งอวิ้นมองเซี่ยปู้อวี่ด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยนี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาดูตัวปกติดูตัวกันมีขั้นตอนยังไงนะ?เธอไม่มีประสบการณ์
Magbasa pa

บทที่ 4

ตระกูลลู่กับตระกูลเซิ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน หมู่บ้านแห่งนี้สร้างมานานยี่สิบสามสิบปีแล้ว แม้จะเก่าแก่พอสมควร แต่ทำเลดี ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในหมู่บ้านวิลล่าที่แพงที่สุดของเมือง Bคนที่อาศัยอยู่ที่นี่หากไม่รวยก็มีฐานะสูงส่งหลายปีมานี้ ถึงแม้ตระกูลเซิ่งกับตระกูลลู่จะหาเงินได้มากขึ้น มีบ้านที่ดีกว่าเดิม แต่ก็ไม่เคยย้ายออกไปสาเหตุหลักก็เพราะทำเลดี ไปทำงานหรือเดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวกเซิ่งอวิ้นเห็นรถของลู่จื่อหลี่ขับผ่านรถของตัวเองไปก็เริ่มคิดเรื่องย้ายบ้านขึ้นมาถ้ายังอยู่หมู่บ้านเดียวกับตระกูลลู่ต่อไป เจอหน้ากันอยู่บ่อย ๆ ยังไงก็คงกระอักกระอ่วนอยู่บ้างเมื่อถึงบริษัท เธอก็เริ่มทำงาน พอสิบโมงเช้าก็ได้รับโทรศัพท์จากเซี่ยปู้อวี่เซี่ยปู้อวี่เชิญเซิ่งอวิ้น รวมถึงพ่อแม่เซิ่งไปกินข้าวด้วยกันเซิ่งอวิ้นตอบตกลงหลังวางสาย เซิ่งอวิ้นก็แจ้งพ่อแม่ พอถึงพักเที่ยง ทั้งสามคนก็ขับรถไปยังร้านอาหารที่เซี่ยปู้อวี่จองไว้เมื่อไปถึงร้านก็เห็นเซี่ยปู้อวี่สวมสูทสีดำเข้ารูป ยืนรออยู่ตรงหน้าร้านอาหารข้างกายมีผู้ช่วยของเขายืนอยู่ด้วยทั้งสามจอดรถเสร็จ ลงจากรถ แล้วเดินมาถึงหน้าร้านอาหาร“
Magbasa pa

บทที่ 5

……ลู่จื่อหลี่ก็เห็นโพสต์ในอินสตาแกรมของเซิ่งอวิ้นเช่นกันเขาขมวดคิ้วอยากโทรไปถามเซิ่งอวิ้น แต่สุดท้ายก็อดกลั้นไว้เขาไม่คิดว่าเซิ่งอวิ้นจะไปจดทะเบียนสมรสจริง ๆเซิ่งอวิ้นไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่นขนาดนั้น ต่อให้เลิกกับเขาจริง ๆ หากจะแต่งงาน เธอก็ต้องคิดพิจารณาอย่างรอบคอบไม่ใช่เหมือนในละครที่วันนี้เพิ่งเลิกกัน พรุ่งนี้ก็ประชดด้วยการคว้าใครสักคนมาแต่งงานเซิ่งอวิ้นเป็นคนสุขุมและมีวุฒิภาวะมากแต่บางครั้งก็สุขุมเกินไป...จนน่าหงุดหงิดลู่จื่อหลี่นึกถึงรถป้ายทะเบียนฮ่องกงที่เห็นเซิ่งอวิ้นขึ้นไปเมื่อเช้าวันนี้ในใจก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยไลน์ของลู่จื่อหลี่ก็ถูกข้อความถล่มเช่นกัน มีคนมากมายมาถามว่าทำไมจู่ ๆ ถึงแต่งงานแล้ว พร้อมทั้งแสดงความยินดีสารพัดต่อมา เมื่อเซิ่งอวิ้นโพสต์ว่าไม่ใช่เขา และเธอกับเขาเลิกกันแล้ว คนที่เข้ามาสอบถามข่าวก็ยิ่งมากขึ้นลู่จื่อหลี่หงุดหงิดจนปรับโทรศัพท์เป็นโหมดห้ามรบกวนเช่นกัน ก่อนจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานอย่างไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน……เซิ่งอวิ้นเดินออกจากบริษัท ขณะที่กำลังจะเรียกรถ ก็เห็นรถของเซี่ยปู้อวี่จอดอยู่หน้าบริษัท เธอจึงเดินเข้าไปหาเซี่ย
Magbasa pa

บทที่ 6

เซี่ยปู้อวี่ยืนรออยู่ข้างรถ เมื่อเห็นเซิ่งอวิ้นลากกระเป๋าเดินทางออกมา ก็เดินเข้าไปรับกระเป๋าจากมือเธอเซิ่งอวิ้น: “ขอบคุณค่ะ”เซี่ยปู้อวี่เหลือบมองเธอแล้วพยักหน้าเขาเอากระเป๋าเดินทางใบเล็กใส่ท้ายรถ จากนั้นทั้งสองก็ขึ้นรถ เซิ่งอวิ้นนั่งที่เบาะข้างคนขับ แต่ทันทีที่นั่งลง ยังไม่ทันคาดเข็มขัดนิรภัย ก็เห็นเซี่ยปู้อวี่โน้มตัวเข้ามาหา ทำเอาเซิ่งอวิ้นตกใจใบหน้าเธอแดงขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองเซี่ยปู้อวี่ด้วยความประหม่าและกระวนกระวายเขาคิดจะทำอะไร?ใจร้อนขนาดนี้เลยเหรอ?เพิ่งขึ้นรถก็จะจูบกันเลยเหรอ?เซิ่งอวิ้นกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวจากนั้นก็เห็นเซี่ยปู้อวี่ยื่นมือไปหยิบเข็มขัดนิรภัยเซิ่งอวิ้น: “…”ที่แท้ก็จะคาดเข็มขัดให้?ก็บอกกันก่อนสิแค่คาดเข็มขัดนิรภัยจะทำให้บรรยากาศคลุมเครือขนาดนี้ทำไม?ที่จริงเซี่ยปู้อวี่จงใจใช่ไหม?จงใจเข้าใกล้เธอ ช่วยคาดเข็มขัดนิรภัย ทำให้เธอเข้าใจว่าเขาจะจูบ ทำให้เธอทั้งประหม่าและเขินอายเป็นมุกที่ละครชอบใช้กันบ่อย ๆแสดงว่าเขาไปเรียนมาจากละครเหรอ?เธอไม่ใช่เจ้าหญิงบอบบาง และไม่ใช่เด็กโข่งที่ไม่รู้จักช่วยเหลือตัวเอง เธอคาดเข็มขัดนิรภัยเอง
Magbasa pa

บทที่ 7

เซิ่งอวิ้นรู้สึกเขินเล็กน้อย สองมือคล้องคอเซี่ยปู้อวี่ไว้ไม่ยอมปล่อย แบบนี้เขาก็ไม่มีทางถอดเสื้อคลุมนอนของเธอออกจนหมดได้เสื้อคลุมนอนจึงห้อยหลวม ๆ อยู่บนตัวเธอเซี่ยปู้อวี่มองเธอแล้วหัวเราะเบา ๆเซิ่งอวิ้นหน้าแดงจัด แต่ก็ยังคงคล้องคอเขาไว้เธอรู้สึกอยู่เสมอว่าถ้าถอดเสื้อผ้าจนหมดจะทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยและเขินมากเธอไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนเซี่ยปู้อวี่มองเธอแวบหนึ่ง มือไล้ไปตามเอว ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาถึงหน้าอกเซิ่งอวิ้นมองเซี่ยปู้อวี่พร้อมกับร่างกายที่เกร็งขึ้น จะจับก็จับเถอะ ถึงแม้เธอจะไม่เคยมีประสบการณ์แต่ก็พอรู้ขั้นตอนของเรื่องแบบนี้อยู่บ้างเพียงแต่...สีหน้าของเซี่ยปู้อวี่ทำให้เธอรับมือไม่ไหวทั้งจดจ่อ คลุมเครือ และร้อนแรง เต็มไปด้วยความปรารถนาทำให้เซิ่งอวิ้นทั้งประหม่าและหวาดกลัวจนอยากถอยหนีกลางคันดูเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงความประหม่าและเขินอายของเธอ เซี่ยปู้อวี่จึงโน้มตัวลงมาจูบเธออย่างช้า ๆ และอ่อนโยนค่อยเป็นค่อยไป จนเซิ่งอวิ้นเริ่มปรับตัวได้ ร่างกายจึงค่อย ๆ ผ่อนคลายและตอบรับเขาอย่างเงอะงะเมื่อได้รับการตอบรับจากเธอ เซี่ยปู้อวี่ก็เริ่มรุกหนักขึ้นทันทีที่เ
Magbasa pa

บทที่ 8

เซิ่งอวิ้นล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย แล้วเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว พอเธอออกมา เซี่ยปู้อวี่ถึงค่อยไปล้างหน้าแปรงฟัน หลังจากทั้งสองจัดการตัวเองเสร็จก็ออกจากบ้าน ลงไปกินอาหารเช้าด้านล่างกินอาหารเช้าเสร็จแล้วต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานเซิ่งอวิ้นมาถึงบริษัท แม่เซิ่งก็โทรเข้ามา บอกว่าคืนนี้จะเชิญเซี่ยปู้อวี่มากินข้าวกับญาติ ๆ ของตระกูลเซิ่ง จะได้ทำความรู้จักหน้าค่าตากันไว้ญาติผู้ใหญ่ของตระกูลเซี่ยไม่ได้อยู่เมือง B แต่ญาติผู้ใหญ่ของตระกูลเซิ่งล้วนอยู่กันที่นี่เซิ่งอวิ้นตอบตกลงแล้วเอ่ยว่า “เดี๋ยวหนูถามเซี่ยปู้อวี่ก่อนว่าคืนนี้เขามีธุระไหม”หลังวางสาย เซิ่งอวิ้นก็ส่งข้อความหาเซี่ยปู้อวี่เซิ่งอวิ้น: คืนนี้มีธุระไหม?เซี่ยปู้อวี่ตอบกลับแทบจะทันที: ไม่มีเซิ่งอวิ้น: คืนนี้ไปกินข้าวกับญาติผู้ใหญ่ของตระกูลเซิ่งได้ไหม?เซี่ยปู้อวี่: ได้เซิ่งอวิ้นจึงตอบกลับแม่เซิ่งแม่เซิ่งก็ไปจัดการเตรียมการเซิ่งอวิ้นก็ทำงานต่อ……ช่วงเย็นใกล้เลิกงาน เซี่ยปู้อวี่ส่งข้อความมาหาเซิ่งอวิ้น บอกว่าอีกเดี๋ยวจะไปรับเธอหลังเลิกงาน แล้วไปที่ร้านอาหารด้วยกันพอเลิกงาน เซิ่งอวิ้นเดินออกจากบริษัท ก็เห
Magbasa pa

บทที่ 9

คนตระกูลเซิ่ง: “...”น้องเซี่ย?เมื่อก่อนตอนเขาเรียกลู่จื่อหลี่ ไม่เคยกล้าอาศัยฐานะของตัวเองเรียกว่าน้องลู่เลยสักครั้ง เอาแต่ประจบเอาใจ เรียกประธานลู่บ้าง คุณชายลู่บ้างมาตลอดแต่เขาเป็นอาเขยของเซิ่งอวิ้น และก็ถือเป็นอาเขยของเซี่ยปู้อวี่ด้วย การเรียกน้องเซี่ยก็ไม่ถือว่าเกินไปนักเซี่ยปู้อวี่มองหลินเจี้ยนเฉิง ก่อนจะเอ่ยอย่างสุภาพมีมารยาท “ผมเป็นคนเมืองก่างครับ เพิ่งมาเมือง B ได้ไม่นาน”ทุกคนประหลาดใจคนเมืองก่าง?ทำไมจู่ ๆ เซิ่งอวิ้นถึงไปหาแฟนเป็นคนเมืองก่างได้?ทุกคนมองรูปลักษณ์และบุคลิกของเซี่ยปู้อวี่ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนธรรมดา“ที่บ้านทำธุรกิจอะไรเหรอ?” หลินเจี้ยนเฉิงถาม น้ำเสียงระมัดระวังขึ้นเล็กน้อยคนเมืองก่างมีเงินทุกคนพากันคิดในใจ เมืองก่าง...นามสกุลเซี่ย เพิ่งมาภาคกลาง...ช่วงนี้รัฐบาลเมือง B ก็เพิ่งดึงตระกูลมหาเศรษฐีเซี่ยจากเมืองก่างเข้ามาลงทุนด้วย...หรือว่า...จะเป็นตระกูลเซี่ยที่อยู่ตรงหน้านี้?“ทำธุรกิจครับ” เซี่ยปู้อวี่เอ่ยหลินเจี้ยนเฉิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถาม “บ้านนายคือตระกูลเซี่ยแห่งเมืองก่างใช่ไหม?”เซี่ยปู้อวี่พยักหน้าทุกคน: “!!!”เป็นตระกูลน
Magbasa pa

บทที่ 10

เซิ่งอวิ้นเหลือบมองเซี่ยปู้อวี่แวบหนึ่ง สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งและอ่อนโยน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่พ่อแม่เซิ่งขมวดคิ้วพลางมองหลินหว่านถัง“หว่านถัง ห้ามพูดจาเหลวไหล”หลินหว่านถังถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงเหลือบมองเซี่ยปู้อวี่แวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน แล้วกล่าวขอโทษเซิ่งอวิ้น “พี่คะ ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่...รู้สึกเสียดายนิดหน่อย”สีหน้าของเซิ่งอวิ้นเรียบเฉย เธอไม่ได้พูดอะไรหลินเจี้ยนเฉิงเอ่ยขึ้น “อวิ้นอวิ้น อย่าว่าหว่านถังเลย หว่านถังก็แค่เป็นห่วงเธอน่ะ”เซิ่งอวิ้นพยักหน้า “อืม”บอกตามตรง เธอไม่ได้เก็บเอาการยุแยงเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ของหลินหว่านถังมาใส่ใจเลยในแวดวงตระกูลเศรษฐีของเมือง B แทบไม่มีใครไม่รู้เรื่องของเธอกับลู่จื่อหลี่ ต่อให้วันนี้หลินหว่านถังไม่พูด วันหน้าก็ต้องมีคนอื่นไปพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเซี่ยปู้อวี่อยู่ดีหรือบางที เซี่ยปู้อวี่อาจรู้อยู่แล้วว่าเธอกับลู่จื่อหลี่เคยมีเรื่องราวอะไรกันหลินหว่านถังทำเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนโตไม่รู้กี่ครั้ง เธอชินไปนานแล้วหลินหว่านถังมองเซิ่งอวิ้นกับเซี่ยปู้อวี่ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อยสองคนนี้...สีหน้าล้วนสงบนิ
Magbasa pa
PREV
123
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status