Masukภายในห้องประชุมที่เปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นเฉียบ แสงไฟสลัวลงเพื่อให้ภาพบนจอโปรเจกเตอร์โดดเด่นมากขึ้น ภาพจำลองสามมิติของออฟฟิศใหม่และห้องรับรองระดับพรีเมียมปรากฏแก่สายตา มันไม่ใช่แค่ความหรูหราฟุ่มเฟือยแบบที่คุณนายเอมอรเคยชิน แต่มันคือความ เท่ ที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นอย่างประหลาด
“นี่คือโครงสร้างที่ฉันปรับปรุงใหม่ค่ะ” กนกอรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กังวาน “ฉันเลือกใช้กระจกตัดแสงบานใหญ่เพื่อเปิดรับวิวด้านนอก ปั๊มน้ำมันของคุณนายตั้งอยู่ทิศทางที่ลมพัดผ่านดีที่สุด ถ้าเราใช้ประโยชน์จากแสงและเงา ออฟฟิศนี้จะไม่ใช่แค่ที่ทำงาน แต่มันจะเป็นหน้าตาที่บอกรสนิยมของคุณนายโดยไม่ต้องเอ่ยปากให้เหนื่อยค่ะ”
เอมอรจ้องมองภาพบนจออย่างไม่วางตา เธอพยายามจะหาจุดตำหนิเพื่อหักหน้าผู้หญิงตรงหน้าตามนิสัยเสียของตัวเอง แต่กลับพบว่าทุกรายละเอียดตั้งแต่โทนสีเทาควันบุหรี่ที่ดูภูมิฐาน ไปจนถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊คเนื้อดี มันช่างเข้ากับตัวตนของเธอเหลือเกิน
“ทำไมเธอถึงเอาสีเทามาใช้เยอะขนาดนี้ มันดูหม่นหมองไปรึเปล่า” เอมอรแสร้งขมวดคิ้ว “ฉันชอบอะไรที่มันดูสว่าง ๆ ดูรวย ๆ”
“รวยไม่จำเป็นต้องตะโกนเสมอไปค่ะ”
กนกอรขยับตัว เดินเข้าไปใกล้จอภาพจนแสงจากโปรเจกเตอร์ตกกระทบเสี้ยวหน้าหวาน “สีทองที่คุณนายชอบ ฉันไม่ได้ตัดทิ้งนะคะ แต่ฉันเอามาทำเป็นเส้นขอบและรายละเอียดเล็ก ๆ ตามเฟอร์นิเจอร์ มันจะช่วยขับให้ห้องดูแพงขึ้นแบบผู้ดี...ไม่ใช่แพงแบบคนเพิ่งรวย”
“นี่เธอหลอกด่าฉันว่ารสนิยมต่ำอีกแล้วเหรอ!”
เอมอรตบโต๊ะดังปัง แต่คราวนี้กนกอรกลับไม่ตกใจ เธอเพียงแค่เอียงคอเล็กน้อยแล้วยิ้มละมุน
“ฉันเรียกว่าการยกระดับค่ะ...ลองเปิดใจดูสิคะคุณนาย ถ้างานนี้ออกมาไม่เด่นที่สุดในย่านนี้ ฉันยินดีคืนเงินค่าออกแบบทุกบาทให้เลย”
สายตาคมกริบของคุณนายเอมอรปะทะกับสายตานิ่งสงบของกนกอร ในความเงียบนั้นมีกระแสบางอย่างที่มองไม่เห็นหมุนวนอยู่ เอมอรเริ่มรู้สึกว่าความร้อนแรงของเธอทำอะไรน้ำแข็งอย่างกนกอรไม่ได้เลย แถมน้ำแข็งก้อนนี้ยังกำลังละลายกำแพงในใจเธอทีละนิด
“ได้! ลองดูตามที่เธอว่าสักครั้งก็ได้ แต่ถ้าไม่สวยอย่างที่โม้ไว้ล่ะก็ เตรียมตัวโดนฉันฟาดได้เลย”
“ขอบคุณที่ไว้วางใจค่ะ” กนกอรค้อมตัวลงเล็กน้อย ท่าทางสง่างามนั้นทำให้เอมอรเผลอเกร็งไหล่ “งั้นพรุ่งนี้ฉันจะเริ่มคุมทีมเข้าเคลียร์พื้นที่เลยนะคะ รบกวนคุณนายจัดที่นั่งสำรองให้ฉันในออฟฟิศเดิมของคุณนายด้วย ฉันต้องการสังเกตพฤติกรรมการใช้งานพื้นที่จริงค่ะ”
“อะไรนะ! จะมานั่งเฝ้าฉันเนี่ยนะ?”
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่ได้จะมานั่งเฝ้าคุณนาย ฉันทำแบบนี้เพื่อความแม่นยำของงานค่ะ หรือว่า...คุณนายกลัวจะเสียสมาธิเพราะมีฉันอยู่ใกล้ ๆ เหรอคะ?”
กนกอรเอ่ยเย้าแหย่ สายตากวน ๆ นั้นทำให้อีกฝ่ายยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเมื่อได้มอง
“ฝันไปเถอะ! คนอย่างฉันไม่เคยเสียสมาธิเพราะใครหน้าไหนทั้งนั้น” เอมอรสะบัดหน้าลุกขึ้น “อยากนั่งตรงไหนก็นั่ง แต่อย่ามาเกะกะการทำงานของฉันก็พอ”
“แน่นอนค่ะ ฉันจะไม่รบกวนการทำงานของคุณนายแม้แต่วินาทีเดียวค่ะ ขอบคุณนะคะ”
กนกอรคลี่ยิ้มกว้างขึ้น ตั้งใจส่งมอบรอยยิ้มที่คิดว่าสวยที่สุดให้อีกฝ่าย ทว่ายังคงได้รับเพียงสีหน้าบึ้งตึงกลับมา แต่เธอไม่ได้ถือสาเรื่องนั้นอยู่แล้ว กลับชอบซะอีก
เช้าวันต่อมา...
คุณนายเอมอรเดินก้าวเข้ามาในปั๊มน้ำมันด้วยความมั่นใจเหมือนทุกวัน แต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้าไปในห้องทำงานเดิม เธอก็ต้องชะงัก
กลิ่นน้ำมันหอมระเหยจาง ๆ ของดอกลาเวนเดอร์และไม้จันทน์หอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง แทนที่กลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างอื่นที่เคยติดจมูก
และที่โต๊ะเล็กริมหน้าต่าง...
กนกอรในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนดูสะอาดตา กำลังนั่งจัดแจกันดอกไม้เล็ก ๆ อย่างประณีต
“ใครอนุญาตให้เธอเอาขยะพวกนี้เข้ามาในห้องฉัน!” เอมอรแหวขึ้นทันที
“นี่เค้าเรียกดอกเยอร์บีร่าค่ะคุณนาย ไม่ใช่ขยะ” กนกอรเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่สว่างไสวยิ่งกว่าแดดตอนเช้า “มันช่วยดูดสารพิษและทำให้สายตาผ่อนคลายนะคะ คุณนายต้องดูตัวเลขทั้งวัน ถ้าไม่มีสิ่งสวยงามให้พักสายตาบ้าง ระวังตีนกาจะขึ้นก่อนวัยนะคะ”
“กนกอร!” เอมอรเดินดิ่งเข้าไปหา มือเรียวสวยคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของสถาปนิกสาว “ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับพื้นที่ส่วนตัวของฉัน”
ผิวข้อมือของกนกอรนุ่มและลื่นจนเอมอรใจกระตุก ความร้อนจากฝ่ามือคุณนายส่งผ่านไปยังอีกฝ่าย กนกอรไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแค่ก้มลงมองมือที่จับข้อมือเธอไว้ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยแววตาซุกซน
“มือคุณนายอุ่นจังนะคะ...แต่ใจร้อนแบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพเลยค่ะ”
เอมอรรีบปล่อยมือราวกับสัมผัสของร้อน เธอถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวพลางปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“ไปทำงานของเธอไป อย่าพูดอะไรแบบนี้อีก”
กนกอรไม่ได้ต่อบทสนทนา เธอเพียงส่งยิ้มอีกครั้งและกลับไปสนใจงานของตัวเอง
ทว่าตลอดทั้งเช้า แม้เอมอรพยายามตั้งสมาธิกับสมุดบัญชีเงินกู้และยอดขายน้ำมัน แต่สายตาเจ้ากรรมกลับคอยแต่จะปัดไปมองคนที่นั่งเงียบ ๆ อยู่มุมห้อง
กนกอรทำงานด้วยความตั้งใจ เธอขีดเขียนแบบแปลนลงในไอแพด บางครั้งก็ลุกขึ้นเดินไปวัดขนาดผนัง ท่าทางที่เธอก้ม ๆ เงย ๆ และชายกระโปรงที่สะบัดไปมาตามจังหวะก้าวเดิน ทำให้เอมอรกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก
‘ยัยเด็กนี่ ทำไมต้องใส่กระโปรงมาทำงานด้วยนะ เกะกะลูกตาชะมัด’
เอมอรบ่นในใจ ทั้งที่ความจริงเธอมองจนแทบจะไม่ละสายตา จนกระทั่งได้เวลาพักเที่ยง
“คุณนายคะ เที่ยงแล้วค่ะ ไปทานข้าวกันมั้ยคะ”
กนกอรเดินมาหยุดหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มือสองข้างเท้าคาง มองอ้อนเจ้าของโต๊ะด้วยสายตาเว้าวอน
“ไม่ว่าง มีงานต้องเคลียร์” เธอตอบโดยไม่เงยหน้า
“งานกองนี้ อีกหนึ่งชั่วโมงก็ไม่เสร็จค่ะ แต่ถ้าคุณนายน้ำตาลตกแล้วไปวีนใส่ลูกน้อง งานจะยิ่งช้าลงนะคะ” กนกอรไม่พูดเปล่า เธอยื่นมือไปปิดสมุดบัญชีตรงหน้าคุณนายอย่างถือวิสาสะ
“นี่เธอ!” เจ้าของสมุดถลึงตาใส่
“ไปเถอะค่ะ ฉันเลี้ยงเองถือเป็นค่าเช่าที่นั่งทำงาน”
กนกอรยิ้มตาหยี เป็นครั้งแรกที่เอมอรเห็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจและอ่อนหวานขนาดนี้ ความหยิ่งทะนงที่มีอยู่เต็มเปี่ยมดูเหมือนจะลดระดับลงอย่างรวดเร็ว
“ได้ ถ้าอยากให้ฉันไปด้วยนักฉันก็จะไป แต่บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่กินร้านข้างทางนะ”
“เรื่องนั้นฉันพอรู้ค่ะ ระดับคุณนายเอมอร ฉันจองร้านอาหารไทยในสวนใกล้ ๆ นี้ไว้แล้วค่ะ รับรองว่าถูกใจแน่นอน”
“หึ เตรียมการไว้แล้วนี่เอง ถึงว่าคะยั้นคะยอ”
ระหว่างที่เดินไปที่รถ เอมอรลอบมองแผ่นหลังของกนกอร ผู้หญิงคนนี้มีบางอย่างที่ต่างจากทุกคนที่เธอเคยเจอ กนกอรไม่ได้เข้าหาเธอด้วยความกลัว แต่เข้าหาด้วยความเข้าใจ
และที่ร้ายที่สุด...คือการใช้ความหวานและความเอาใจใส่ที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้ามาในพื้นที่ใจของเธอทีละนิดและขณะที่กนกอรเดินนำไปที่รถเก๋งของคุณนาย เอมอรก็แอบยิ้มมุมปากเบา ๆ โดยที่ไม่มีใครเห็น
‘จะว่าไป สามสิบหก...ก็ไม่ได้เด็กขนาดนั้นหรอก’
เอมอรหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง แต่เมื่อเดินไปถึงรถ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็หายไปทันที หลงเหลือเพียงภาพเจ้าของปั๊มน้ำมันแสนเย่อหยิ่งตามเดิม
“เมื่อกี้คุณยิ้มอะไรคะ” กนกอรเอ่ยถาม
“เปล่า ไม่ได้ยิ้ม รีบขึ้นรถ”
สายลมหนาวพัดโชยผ่านระเบียงบ้านพักตากอากาศส่วนตัวริมหน้าผาที่มองเห็นวิวทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวนี้คือสถานที่ที่เอมอรเลือกเพื่อฉลองวันครบรอบสามปีของการใช้ชีวิตร่วมกับกนกอร เวลาสามปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพฝัน แต่มันคือภาพฝันที่เป็นจริงและมั่นคงที่สุดในชีวิตของเจ้าแม่ปั๊มน้ำมันเอมอรในวัยที่ใกล้จะก้าวเข้าสู่เลขห้า ยังคงความสง่างามและดูเท่ไม่เปลี่ยน เส้นผมที่เคยรวบตึงเป็นมวยสูงบัดนี้ถูกปล่อยสยายรับลมทะเล แววตาที่เคยแข็งกร้าวและดุดันบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นสะท้อนภาพหญิงสาวรุ่นน้องที่เดินถือถาดไวน์เข้ามาหา“ดื่มหน่อยมั้ยคะที่รัก วิวสวยขนาดนี้ ไวน์รสชาติดีสักแก้วน่าจะช่วยให้ครบรอบสามปีของเราสมบูรณ์แบบขึ้น” กนกอรในวัยเกือบสี่สิบปีเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวานที่ยังคงขโมยหัวใจเอมอรได้เสมอเอมอรรับแก้วไวน์มาจากมือคนรัก พร้อมกับคว้าเอวบางของอีกฝ่ายมากอดไว้ สายตาของทั้งคู่ที่มองกันยังเต็มไปด้วยความหวานฉ่ำไม่ต่างจากวันแรก“เป็นสามปีที่เราตื่นมาเจอกันทุกเช้า แล้วก็ได้เข้านอนพร้อมกันทุกคืน พี่มีความสุขมากเลยค่ะ” เอมอรโอบเอวคนรักเข้ามาแนบชิดมากกว่าเดิม “พี่ขอบคุณเธ
ค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงบในคฤหาสน์หลังงามของทวีกิจรุ่งเรือง กลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฟ้าคะนองกึกก้องเพียงครั้งเดียว ก่อนที่แสงไฟระยิบระยับทั่วทั้งบ้านจะดับวูบลง ทิ้งทุกอย่างให้อยู่ในความมืดมิดที่น่าอึดอัด เครื่องปรับอากาศที่เคยส่งเสียงครางเบา ๆ เงียบสนิทลง เหลือเพียงเสียงลมพัดแรงปะทะบานหน้าต่างกนกอรที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อเปิดไฟฉาย แต่ยังไม่ทันที่จะกดเปิด เธอก็ได้ยินเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นและเสียงบางอย่างหล่นกระแทกพื้นมาจากทางห้องทำงานของเอมอร“พี่อร! พี่อยู่ไหนคะ!” กนกร้องเรียกพลางรีบสาวเท้าไปยังทิศทางของเสียง แสงจากไฟฉายมือถือตัดผ่านความมืดไปกระทบกับร่างของเจ้าแม่ปั๊มน้ำมันที่ตอนนี้ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องทำงาน มือทั้งสองข้างกอดเข่าแน่น ใบหน้าที่เคยดูสง่าและเด็ดเดี่ยวกลายเป็นซีดเผือดและเต็มไปด้วยเหงื่อพราย“พี่อร! เป็นอะไรไปคะ” กนกปราดเข้าไปทรุดตัวลงข้าง ๆ แล้วดึงร่างที่สั่นเทาของคนรักเข้ามากอดไว้แน่น“เธออย่าไปไหนนะ อย่าทิ้งพี่ไว้ในที่มืด...”เสียงของเอมอรสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือของเธอจิกเกร็งลงบนแขนข
ฤดูฝนเพิ่งจะผ่านพ้นไป ทิ้งความชุ่มฉ่ำและอากาศที่สดชื่นไว้ให้ปั๊มน้ำมันทวีกิจ กนกอรในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนตัวเก่งกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมดินในสวนดอกไม้หลังออฟฟิศที่เป็นผลงานออกแบบชิ้นแรกของเธอ เสียงเสียมกระทบพื้นดินดังขลุกขลักเป็นจังหวะ แต่ใบหน้าหวานกลับเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข“คุณภรรยาคะ ให้พี่ช่วยอะไรมั้ย”เสียงทุ้มแหบพร่าของเอมอรดังขึ้นจากด้านหลัง เธอเดินเข้ามาในชุดเสื้อผ้าที่ดูคล่องตัวไม่แพ้กัน แต่กลับมีผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ผูกทับอยู่ เอมอรถือตะกร้าที่บรรจุถุงมือและอุปกรณ์ทำสวนอันเล็ก ๆ มาพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนแฟนเด็กอดไม่ได้ที่จะแซว“โห...นี่คุณนายเจ้าของปั๊มน้ำมันจะลงมาเป็นคนสวนเองเลยเหรอคะเนี่ย”“ก็คนสวนของพี่กำลังจะปลูกดอกไม้ให้พี่นี่นา แล้วพี่จะให้นั่งดูเฉย ๆ ได้ยังไง” เอมอรวางตะกร้าลงพลางสวมถุงมืออย่างคล่องแคล่ว“พี่เตรียมพันธุ์ไม้มาให้เธอเลือกเยอะแยะเลยนะ ทั้งกล้วยไม้ พุดซ้อน ชวนชม ที่รักอยากปลูกอะไรเพิ่มมั้ย”กนกอรยิ้มรับพลางส่ายหน้า “ไม่ปลูกอะไรเพิ่มแล้วค่ะ เพราะกนกมีดอกไม้พันธุ์พิเศษที่เตรียมจะลงดินแล้ว”เธอลุกขึ้นเดินไปหยิบกระถางต้นกุหลาบพุ่มใหญ่สองกระถางที่วา
เวลาผันผ่านไปอย่างมั่นคงราวกับโครงสร้างเหล็กกล้าที่ถูกคำนวณมาอย่างดี ปั๊มน้ำมันทวีกิจในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะพักเติมน้ำมันอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครผ่านไปมาต้องเหลียวมอง ออฟฟิศทรงโมเดิร์นที่โอบล้อมด้วยสวนดอกไม้บานสะพรั่งคือเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของสถาปนิกสาว และการเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของเจ้าแม่สายฟาดอย่างคุณนายเอมอรเช้าวันที่อากาศสดใส เอมอรในวัยที่ดูอ่อนเยาว์ลงกว่าแต่ก่อนมาก เดินถือถ้วยกาแฟคั่วบดที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเข้าไปในออฟฟิศส่วนตัวของผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ เธอไม่ได้เคาะประตู ไม่ได้วางมาดขรึมอย่างที่เคยเป็น แต่กลับมีรอยยิ้มที่ละมุนละไมแต้มอยู่บนใบหน้าเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยา“กาแฟค่ะคุณสถาปนิก...คิ้วขมวดแต่เช้าเลยเหรอ”เอมอรวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานของแฟนสาว ที่ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาตรวจแบบแปลนปั๊มน้ำมันสาขาใหม่ทางภาคเหนือคนเด็กกว่าเงยหน้าขึ้นจากจอไอแพด แววตาหลังกรอบแว่นดูอ่อนโยนลงกว่าวันแรกที่ทั้งคู่เจอกันมหาศาล เธอเอื้อมมือไปกุมมือของเอมอรแล้วดึงให้คนรักโน้มตัวลงมาหา“ขอบคุณค่ะที่รัก กนกได้ทำงานที่รักไม่เคยเหนื่อยเลยค่ะ แล้วกนกก็อยากให้แบบสาขานี้อ
สามสิบวันแห่งการรอคอยสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ สำหรับคุณนายเอมอรมันเป็นหนึ่งเดือนที่แสนยาวนานยิ่งกว่าช่วงเวลาที่เธอสร้างอาณาจักรปั๊มน้ำมันเสียอีก ทุกวันที่เธอขับรถจากปั๊มน้ำมันมาดักรอรับกนกอรที่หน้าบริษัทสถาปนิกในกรุงเทพฯ เธอจะคอยนับถอยหลังในใจเสมอ จนกระทั่งถึงเช้าวันจันทร์ที่สดใส วันที่กนกอรไม่ได้สวมชุดยูนิฟอร์มบริษัทเดิมอีกต่อไป แต่กลับอยู่ในชุดสูทลำลองสีขาวครีมที่เอมอรเป็นคนสั่งตัดให้เป็นพิเศษวันนี้ไม่ใช่แค่วันเริ่มงานใหม่ของกนกอร แต่มันคือวันเปิดตัวโครงการ ทวีกิจ คอมเพล็กซ์ สาขาที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกที่กนกอรออกแบบไว้ และเป็นวันแรกที่เธอจะเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและพัฒนาโครงการของอาณาจักรทวีกิจหน้าโครงการใหม่ที่ประดับประดาด้วยช่อดอกไม้สดส่งกลิ่นหอมฟุ้ง แขกเหรื่อระดับวีไอพี นักธุรกิจ และสื่อมวลชนท้องถิ่นต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี รถยุโรปคันหรูของเอมอรเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าพรมแดงทันทีที่ประตูรถเปิดออก เอมอรก้าวลงมาในชุดเดรสสีน้ำเงินมิดไนท์บลูที่ดูสง่างามและทรงพลังสมฉายาเจ้าแม่ปั๊มน้ำมัน แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องฮือฮา คือการที่เธอเดินไปเปิดประตูอีกฝั่ง และส่ง
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงชั้นบนสุดของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกไลเซนทัสสีขาวและสีพาสเทลที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีตแม้ว่าตอนแรกคุณนายเอมอรจะวาดฝันถึงงานหมั้นและงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ระดับจังหวัด มีแขกเหรื่อนับพันเพื่อประกาศศักดาความรักของเธอให้ก้องโลกแต่เมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากของกนกอรว่าเธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน พ่อแม่จากไปตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก และเติบโตมาด้วยลำแข้งของตัวเองมาตลอดเอมอรจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนทุกอย่างทันที...งานแต่งงานในวันนี้จึงกลายเป็นงานที่เรียบง่าย ทว่าหรูหราและอบอุ่นที่สุดเท่าที่หัวใจของคุณนายสายฟาดจะรังสรรค์ขึ้นมาได้“สวย...ที่รักของพี่สวยที่สุดในโลกเลย”เอมอรเอ่ยชมเสียงแผ่วในขณะที่ช่วยจัดชายผ้าลูกไม้บนชุดราตรีสีครีมเรียบหรูของคนรัก ทั้งคู่ยืนอยู่หน้ากระจกบานยักษ์ก่อนพิธีสวมแหวนจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้สถาปนิกสาวไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ต้องสู้ชีวิตมาเพียงลำพังอย่างเธอ จะมีวันที่ใครสักคนจัดเตรียมทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ ตั้งแต่การเลือกสถานที่ การจดทะเบียนสมรสอย่างถูกกฎหมาย ไปจนถึงก
![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






