LOGINนาราผู้ที่ไม่ได้รังเกียจแมว แต่ก็ไม่เคยมีความคิดจะเดินเข้าสู่วงการทาสแมวเลยถอนหายใจ มองแมวขนฟูของคุณนายทองอยู่ที่เคยบอกว่าน้องเป็นแมวสายพันธุ์บริติช ที่ดูผ่านๆ จะคล้ายกับแมวเปอร์เซีย แต่สายพันธุ์บริติชนั้นมีต้นกำเนิดจากทางยุโรปประเทศอังกฤษ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชินีแมวก็ว่าได้ น้องเลยน่ารัก ขนฟู และน้องมีค่าตัวที่สูง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดเจ้าของเก่าถึงปล่อยให้น้องอดโซแล้วใส่ลังเอามาทิ้งไว้ที่สวนสาธารณะหน้าบ้าน จนคุณนายทองอยู่ซึ่งไปออกกำลังกายในตอนเช้าพบเข้าแล้วพากลับมาดูแล
แมวขนฟูเข้ามาพันแข้งพันขานาราที่กำลังจะก้าวออกจากครัว เอาหัวถูขา แล้วร้องเหมียว เหมียว ทำตาละห้อยผิดกับเมื่อครู่ เท่านี้ หญิงสาวก็เดาออก
“อยากไปโชว์ตัวนอกบ้านละสิ รู้หรอกนะ แต่เสียใจด้วย ปล่อยให้ลูกสาวที่แม่ไม่รักอย่างฉันออกไปข้างนอกคนเดียวพอ ลูกรักเบอร์หนึ่งอย่างหล่อน นั่งๆ นอนๆ อยู่เป็นคุณหนูที่บ้านดีแล้ว”
ดูเหมือนแผนออดอ้อนเพื่อขอตามออกไปข้างนอกจะใช้ไม่ได้ผล ลูกมนุษย์ขี้อิจฉาส่ายหน้าว่าไม่พาออกไปด้วย แล้วหิ้วถุงข้าวต้มมัดที่บรรจุข้าวต้มมัดไส้กล้วย ใส่ถั่วดำเยอะ ถึงห้ามัดเดินออกไปในครัว
“เหมียว เหมียว”
ก่อนที่แมวน้อยจะเดินสี่ขาออกประตูหลังครัวด้วยท่าทีผิดหวังที่ไม่ได้รับความสนใจจากนางทาสที่เดินหิ้วถุงข้าวต้มมัด มืออีกข้างก็หมุนวนพวงรีโมตรถยนต์ พารถเก๋งคู่ใจขับออกจากรั้วบ้าน ไม่ลืมว่ามารดาสั่งให้เอาข้าวต้มมัดไปผูกมิตรกับเพื่อนบ้าน
แต่ว่าข้าวต้มมัดกลีบแรกที่หวานมัน เหนียวหนึบ ถูกส่งเข้าปากจิ้มลิ้ม แล้วต่อด้วยชิ้นที่สองไปเรื่อยๆ แม้จะแอบนึกสงสารเพื่อนบ้านใหม่ที่อดกินของอร่อย แต่วันนี้ เธอยังไม่มีอารมณ์ผูกมิตรกับใคร ยิ่งมารดาบอกว่าเขาเป็นหนุ่มโสด เธอก็ยิ่งไม่กล้าเอาของไปให้ เกรงถูกหาว่าไปอ่อย การเอาขนมของแม่ฝากไว้ในท้องตัวเองจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ไม่นานรถเก๋งจอดสนิทแล้ว พร้อมกับความอิ่มตื้อจนลืมเรื่องมื้อเช้าไปได้เลย นาราในชุดกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดสีขาวเรียบง่ายก้าวลงจากรถรีบเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ยิ้มให้กับพนักงานที่กล่าวทักทาย แล้วรีบเดินไปที่ชั้นวางจำหน่ายอาหารสัตว์
ขณะที่แขนเรียวกำลังยื่นมือไปหยิบอาหารแมวยี่ห้อที่คุณหนูถ้วยฟูกินเป็นประจำ ทว่ามีมือหนาคว้าหยิบอาหารแมวถุงเดียวกัน
“ของฉันค่ะ”
นาราจะหันกลับไปมองหน้าว่าใครที่ใจตรงกับเธอ แต่เธอเดินมาถึงก่อน แม้แขนเขาจะยาวกว่าก็ตาม ก็พบว่าร่างกายของเธอกำลังเบียดกับแผงอกและแขนกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเรียบที่กั้นขวางอยู่ แล้วเมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองผู้ชายที่มีส่วนสูงถึงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ดวงหน้าสวยหวานฉายแววประหลาดใจ เมื่อพบว่าเขาคือคนที่เธอเคยรู้จัก และไม่มีวันลืมอย่างเด็ดขาด ก็เพราะเขาคือผู้ชายที่ได้จูบแรกของเธอไปอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนพี่หมอเอก แฟนคนแรกที่ทำให้เธอชีช้ำในตอนนี้เสียอีก
“บอส!”
นาราสูดลมหายใจเหน็บหนาวกับสายตาคมกริบที่จ้องเขม็งก้มต่ำลงมา แล้วชักสีหน้าประหลาดใจ ไม่คิดว่าจะพบเขาอีก โดยเฉพาะแถวๆ บ้านเธอ
“เธอนั่นเอง พักอยู่แถวนี้เหรอ”
คนพูดหน้าตาหล่อเหลาไสตล์อเมริกันซึ่งมีเลือดไทยผสมครึ่งหนึ่ง ‘ชาร์ลส์ สราวิน เฮอร์นันเดส’ เจ้าของบริษัท Asia Media (Thailand) Co., Ltd . ซึ่งเธอไปเคยฝึกงานfด้วย ในตำแหน่ง Creative มีหน้าที่คิด Contents และเรียนรู้แชนแนลต่างๆ
“ใช่ค่ะ บ้านนาราอยู่แถวนี้ แล้วคุณชาร์ลส์ กลับมาจากอเมริกานานแล้วหรือคะ” เธอเคยพบเขา และมีเรื่องเข้าใจผิดกันตอนที่ไปฝึกงาน ยังฝึกงานไม่เสร็จ เขาก็เดินทางกลับไปที่อเมริกาเพราะบิดาเสียชีวิต และต้องไปสะสางงาน เธอจึงไม่ได้พบชายหนุ่มอีก
ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลจ้องมองสาวน้อยก่อนจะตอบกลับ “ผมกลับมาเมืองไทยได้หลายเดือนแล้วครับ”
ชาร์ลส์จำดวงตาคู่หวานกับรอยยิ้มสดใส รวมถึงความโก๊ะ ความเปิ่น ที่อดีตนักศึกษาฝึกงานดันเข้าใจว่าเขาเป็นฝรั่งที่คิดจะมาซื้อบริการจากเธอได้ดี เขาจำไม่ลืม ส่วนเธอไม่รู้จำได้หรือเปล่า
1 ปี 6 เดือนก่อนหน้านี้
“นาราระวังนะ แถวบริษัทที่แกไปฝึกงาน ฝรั่งชอบไปเที่ยวกันซอยนั้น ส่วนใหญ่จะมองผู้หญิงไทยไม่ค่อยดีนัก”
สาวน้อยบิดยิ้มทะเล้น “ฝรั่งเหรอ ไม่กลัว เดี๋ยวนาราพกพริกกับเกลือไปด้วย เจอฝรั่งเข้าใกล้จะจับจิ้มพริกเกลือกินเลย”
ระหว่างพักเที่ยงวันหนึ่ง ด้วยในซอยซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัท มีร้านค้าให้ชอปปิงมากมาย แล้วกิ๊บติดผมสวยๆ ย่อมดึงดูดสายตาสาววัยรุ่น หลังทดลองสินค้าสองสามชิ้น เธออยากได้ทั้งหมด แต่มีงบจำกัด เพราะมารดาแม้จะมีฐานะดี แต่ไม่ต้องการให้บุตรสาวฟุ่มเฟือย จึงให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนไม่มากนัก หากอยากได้อะไรเป็นพิเศษ นาราจำเป็นต้องหาทำงานพิเศษเพื่อให้ได้ของชิ้นนั้นมา
“อันนี้ก็สวย อันนี้ก็อยากได้ อันนี้ก็ชอบมาก ทำไงดี ตัดสินใจไม่ได้” สาวสวยพึมพำเสียงอ่อยๆ
แม่ค้ามองหญิงสาวแล้วยิ้มน้อยๆ “งั้นรับไปทั้งหมดเลยไหม เดี๋ยวพี่ลดให้ค่ะ”
นาราส่งยิ้มแห้งๆ “วันนี้ ชิ้นเดียวดีกว่าค่ะ งบมีน้อย” ก่อนตัดสินใจยื่นชิ้นที่ชอบที่สุดเป็นโบรัดผมสวย น่ารัก สไตล์เกาหลี ส่งให้แม่ค้าสาวใหญ่วัยกลางคนคิดเงิน
นักศึกษาสาวที่มีป้ายคล้องคอระบุว่าเป็นนักศึกษาฝึกงานของบริษัทชื่อดังในย่านนี้ กำลังหมุนตัวกลับเร่งฝีเท้าเพื่อจะตามกลุ่มเพื่อนให้ทันหลังชำระเงินเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องชะงักงันเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบฝรั่งตัวสูง หล่อราวกับพระเอกฮอลลีวูดที่ยืนขวางอยู่
“How much?” ชาร์ลส์จดจ้องสาวน้อยอยู่สักพักแล้ว จึงเอ่ยถามหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บของที่ซื้อมาเมื่อครู่ใส่กระเป๋าเป้สีดำใบเล็กกะทัดรัด
คำถามสั้นๆ ง่ายๆ แต่กลับทำให้นาราหน้าเหวอ อ้าปากค้าง นี่มันกลางวันแสกๆ สถานบริการในซอยนี้ประเภทผับ บาร์ ทั้งหลายที่ชาวต่างชาตินิยมมาดื่มกินกันยังไม่ทันเปิดซะหน่อย อีตาฝรั่งหื่นก็เดินมาถามเธอว่า
‘ราคาเท่าไหร่’
หญิงสาวกรีดร้องในใจ
‘มันจะมากเกินไปแล้ว ดูถูกผู้หญิงไทย คิดว่าเราขายบริการ ฉันเหมือนตรงไหน’
ความหล่อที่เห็นตอนแรกเต็มสิบไม่หัก ตอนนี้เหลือศูนย์
‘เอาแล้วไงเล่า ตอนนี้มีฝรั่งตัวเป็นๆ หน้าตาหล่อเหลาอยากจิ้มเราแล้วสิ ทำยังไงดีล่ะทีนี้ อะไรมันจะหื่นเบอร์นี้วะ’
เธออยากจะด่ากลับเป็นภาษาอังกฤษรัวๆ แต่พออยู่ในสถานการณ์จริงๆ กลับนึกคำด่าเป็นภาษาอังกฤษไม่ออก
ชาร์ลส์ยกมือลูบหน้าล้างอาการชาๆ ออก ถึงจะเป็นการบอกรักในสถานที่แปลกๆ แต่ก็ทำให้หัวใจของเขาพองโตขึ้นมาจนคับอกกว้างๆ ที่พร้อมให้เธอนอนซบ พร้อมจะปกป้องดูแลภรรยาคนเดียวของเขาตลอดไปเขาไม่เคยคิดจะสร้างครอบครัวมาก่อน จนกระทั่งวันนั้นที่เห็นเด็กสาวคนหนึ่งอุ้มแมวที่ถูกรถชน แววตาที่เธอมองอย่างเป็นห่วงเป็นใยมัน ราวกับกระจกที่สะท้อนให้ชาร์ลส์เห็นบางอย่างในผู้หญิงคนนี้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง นาราของเขา สวย น่ารัก จิตใจดี ที่สำคัญคือ หลงรักเธอไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกที หญิงสาวก็เดินเข้ามาอยู่ในหัวใจของเขาไปแล้ว และมันจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป ตราบใดที่หัวใจของเขายังเต้นอยู่1 ปีผ่านไป ท้องฟ้าสดใสยามเช้าตัดสลับกับเมฆหมอกสีขาวสะอาดตา ปรากฏภาพของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวราวกับนางฟ้า เสื้อผ้าที่ใส่กัขับผิวขาวนวลเนียนอมชมพูให้ดูโดดเด่นอยู่ในทุ่งดอกเวอร์บีน่าสีม่วงอ่อน ที่แข่งกันออกดอกเรียงรายเป็นแถวยาวและลดหลั่นตามขั้นบันได&
นาราพยักหน้า “อืม แต่ไม่เคยคีบได้สักที เสียเงินฟรีตลอด แล้วคุณล่ะคะ เคยคีบตุ๊กตาไหม”เขาลอบถอนหายใจแรง ยิ้มเอ็นดูภรรยาสาว “ผมไม่เคยเล่นอะไรแบบนั้น” ของเล่นของชาร์ลส์คือตัวเลขหุ้นบนกระดาน ไม่รู้ว่าจะต้องการตุ๊กตาพวกนั้นไปทำไม เขาไม่ใช่ผู้หญิงสักนิด“นั่นสิคะ คนอย่างคุณ ไม่เล่นตุ๊กตาแบบนี้หรอก แล้วตุ๊กตายางล่ะคะ เคยซื้อมาเล่นบ้างไหม...”คนฟังถึงกับหันกลับมามองหน้า “หลอกถามอะไรผมที่รัก ตุ๊กตายางแบบนั้น ผมก็ไม่รู้จะสั่งมาให้รกห้องทำไม ผมชอบแบบดิ้นได้ เหมือนนารามากกว่า ”นาราเริ่มรู้สึกว่าเหมือนถูกของหล่นทับใส่หัว อยู่ดีๆ เธอไม่น่าไปถามอะไรที่เหมือนจะหาเรื่องใส่ตัวเลยชาร์ลส์ล้วงโทรศัพท์ สั่งการบางอย่างกับเควิน จากนั้นก็ตัดสายไป แล้วหันมาส่งยิ้มให้ภรรยาสาวที่สายตาเหมือนมีคำถาม“มีเรื่องด่วนเหรอคะ เห็นโทร.หาคุณเควินตอนนี้”“ด่วน แต่ไม่ใช่เรื่องงานที่บริษัท เป็นงานส่วนตัวที่ผมให้หมอนั่นทำ” มองหน้าเธอแล้วยิ้มๆ“ยิ้มแบบนี้มีอะไรห
“นาราอยากไปซื้อของต่อไหม เห็นบอกว่าอยากได้ปลอกคอแมวไปให้เจ้าสองตัวแสบนั่น แต่ยังไม่ได้เลย” ชาร์สลส์ถาม เพราะเกรงว่าภรรยาสาวจะไม่ได้สิ่งที่ต้องการมาซื้อ แต่ที่จริง เขาก็อยากพาเธอมาชอปปิง อยากเปย์ให้เธอบ่อยๆ เพราะในห้องแต่งตัวของนารา ยังมีพื้นที่เหลือมากพอแม้ว่านาราจะเป็นคนรักสวยรักงาม แต่เอาเข้าจริงๆ เธอแทบไม่เคยออดอ้อนขอให้ซื้อข้าวของแบรนด์เนมพวกนั้นเลยสักครั้ง แล้วยังบ่นว่าแพงเกินไป เธอไม่ได้ใช้กระเป๋าพร้อมกันครั้งละเป็นสิบใบอย่างที่เขาให้คนส่งมาให้ ภรรยาสาวใช้ทีละใบ เบื่อแล้วค่อยเปลี่ยน มีแต่เขาที่ยัดเยียด หากภรรยาทำทีไม่สนใจเพราะติดเรื่องราคาแพง เขาก็ก็จะตัดสินใจแทนด้วยการซื้อให้เธอเอง แต่พอเห็นนาราหยุดหน้าร้านหนังสือ ชาร์ลส์ก็เลิกคิ้วหันมองเจ้าตัวทันทีใบหน้าสวยอ่อนโยน หันกลับมามองสามี “นาราอยากได้หนังสือค่ะ เดี๋ยวเราไปร้านหนังสือสักครู่นะคะ”“ได้สิ” ชาร์ลส์บอกตอนที่นารากำลังจะเดินไปถึงร้านหนังสือเพื่อหาหนังสือประวัติศาสตร์ด้านโบราณคดีที่ชอบอ่านสักเล่มสองเล่ม หากแต่สายตามองไปเห็นว่า ตรงขวามือนั้นจัดโซนไว้เป็นที่ให
เจ้าแสบตัวกลมเหลือบตามองมนุษย์ทาสชาย แล้วทำเมินราวกับมันกำลังงอน น้อยอก น้อยใจ เหมือนรู้ว่าที่ว่างข้างๆ มนุษย์ทาสของมันมีเจ้าของแล้ว ต่อไป มันคงไม่ได้มีโอกาสขึ้นมานอนบ่อยนักชาร์ลส์หันไปยิ้มน้อยๆ ให้ภรรยา แล้วตรงเข้าไปช้อนอุ้มก้อนฟูสีเทาขึ้นมา “กลับห้องเราได้แล้ว ไป”นารามองภาพผู้ชายตัวโตอุ้มแมว มันทำให้ความดุดันของเขาลดทอนไปหลายส่วน แต่แล้วดูเหมือนว่าเจ้าออสการ์มันจะติดนิสัยถ้วยฟูแมวดื้อมา จึงกระโดดลงจากอ้อมแขนของเขาและกลับไปนอนเป็นก้อนกลมๆ ที่เดิมเป็นนาราที่แทรกขึ้น “ปล่อยให้ออสการ์นอนแทนที่นาราสักวันก็ได้ค่ะ”“เจ้านี่เป็นแมวขี้เซา นอนอยู่ในนี้ได้ทั้งวัน ถ้าให้เจ้าตัวกลมนี่ยึดที่นอน แล้วคืนนี้ คุณจะนอนตรงไหน”“ไม่ยากเลยค่ะ นาราก็นอนที่คุณ ส่วนคุณชาร์ลส์....” หญิงสาวชี้นิ้วไปที่พื้นว่างๆ ข้างเตียงหรูเขาก็รักแมวและเอ็นดูเจ้าก้อนกลมสีเทามาก แต่ที่รักมากกว่าแมวก็คือเมียสาว คืนนี้ ชาร์ลส์ไม่ยอมนอนข้างเตียงอย่างเด็ดขาด“ผมมีวิธีพาเจ้าตัวแสบกลับไปห้องแมว”“ทำยังไงคะ
นารามองเขาด้วยสายตาตั้งคำถาม ชาร์ลส์เห็นหัวหน้าแม่บ้านและสาวใช้อีกสองคนยืนมองอยู่แล้วลอบยิ้มให้กันก็ออกปากสั่งงาน“เอาของพวกนี้ไปเก็บที่ห้องแต่งตัวคุณผู้หญิง”เท่านั้น พวกเธอก็รู้แล้วว่าเจ้านายต้องการความเป็นส่วนตัว ทั้งสามจึงหอบข้าวของแบรนด์เนมอย่างระมัดระวังเดินหายเข้าไปในบ้านชาร์ลส์รั้งตัวนารามากอดแนบอก และเธอก็ยอมให้เขากอดแต่โดยดี “ชาร์ลส์คะ ของพวกนั้นราคามันแพงกว่าบ้านของนาราอีก...”“ของแค่นี้ ขนหน้าแข้งผมไม่ร่วงหรอก แต่ของทั้งหมด ผมไม่ได้ให้นาราฟรีๆ”นารามองเขาด้วยแววตาตั้งคำถามขึ้นมาใหม่ “อย่าบอกนะคะ ว่าจะลงบัญชีลูกหนี้อีก แค่นี้ ทั้งชาติ นาราก็หาเงินมาใช้หนี้คุณไม่หมดแล้วนะคะชาร์ลส์”“ใครว่าผมจะขูดเลือดเอากับเมีย ผมไม่ใจร้ายกับผู้หญิงที่ผมรักขนาดนั้นหรอก”นาราส่ายหน้าหวือ หูเธอก็ไม่ได้ฝาด เมื่อครู่ได้ยินเขาบอกไม่ได้ให้ฟรีๆ “ก็คุณบอกว่าไม่ได้ซื้อให้นาราฟรี นั่นก็หมายความว่า ถ้านาราไม่มีเงินก็ต้องเป็นหนี้คุณอีกสิคะ”ดวงตาปลาบคมส่อประกายวับวาวยามมองเม
นาราไม่ใช่คนที่หวาดหวั่นอะไรง่ายๆ เรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมชาติของคนรักกันและเธอก็เข้าใจดี เมื่อเขาจับมือเธอไปสัมผัสตัวตนของเขา เธอจึงโอนอ่อนทำตาม ทันทีที่มือเล็กมาครอบจับไว้ชาร์ลส์ก็ครางแผ่วเบาออกมาราวกับสุขสมและใบหน้าแววตาของเขาที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนทำให้นาราอยากทำให้เขาเสียการควบคุมบ้างเธอจับไว้แล้วก็ลูบขึ้นลงจนเขาครางผะแผ่ว แต่ก่อนที่เธอจะทำอะไรไปมากกว่านี้ ก็จับมือเธอไว้แล้วจูบเบาๆ“ช้าก่อนนะครับนารา เดี๋ยวผมจะเสร็จคามือนาราเสียก่อน”นาราหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึง เธอหลุบตาลงด้วยความอายและนั่นเปิดโอกาสให้คนหล่อยกยิ้ม“ถึงตาผมแล้วนะครับ”ชาร์ลส์ค่อยๆ พาตัวตนเข้าไปในร่างบอบบาง แต่แค่นั้นก็ทำให้นาราผวาเฮือก เมื่อรับรู้ได้ถึงสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ที่กำลังชำแรกผ่านเข้ามาในกายเธอใบหน้าหวานสวยบิดเบ้ แต่ชาร์ลส์ก็ก้มมาจูบปลอบอย่างเอาใจ เขาฟอนเฟ้นทรวงอกอวบทั้งสองแล้วงับปลายยอดจนมันเต่งตึงชูชัน เขาใช้นิ้วมือไล้วนจนนาราเสียดเสียว ทำให้ชาร์ลส์อาศัยจังหวะนี้พาตัวตนเข้าไปจนสุดอ๊ะนาราร้องคราง เมื่อรับรู้ว่าตัวตนใหญ







