Masukร่างโปร่งบางในชุดพยาบาลสีขาวขยับกายอย่างคล่องแคล่ว ทุกท่วงท่าดูสง่างามจนภาคินัยไม่อาจละสายตาได้ เจนจิรา เธอสวยบาดใจ ใบหน้ารูปไข่รับกับจมูกโด่งรั้นที่บ่งบอกถึงนิสัยไม่ยอมคน ริมฝีปากอิ่มสวยที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยน่าดูน่าจูบ โดยเฉพาะไฟหน้าคู่สวยที่เด่นสง่าภายใต้ชุดยูนิฟอร์มพอดีตัว มันช่างกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายชายหนุ่มให้พลุ่งพล่าน
“สวัสดีค่ะ... คุณภาคินัย บวรกิจวัฒนา ใช่ไหมคะ?” เสียงหวานแต่ติดจะนิ่งเรียบปลุกเขาออกจากภวังค์หื่นกระหาย
“อะ... ใช่ครับ ใช่ครับ” ภาคินัยตอบตะกุกตะกัก เสียงในหัวบอกเขาว่า 'นี่มันนางฟ้าชัดๆ'
“คุณชื่ออะไรครับ...คุณพยาบาล”
“อยากรู้ไปทำเหรอคะ”
“ถ้าคุณทำผมเจ็บ ผมจะได้ร้องเรียนถูกไงครับ”
“รับรองค่ะ คุณไม่เจ็บแน่นอน”
“แล้วถ้าผมเจ็บล่ะ ผมจะทำโทษคุณยังไงดี” สายตาเจ้าเล่ห์ที่แฝงความนัยของเขา ทำให้พยาบาลสาวเผลอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก
ความกลัวเข็มเมื่อครู่ดูจะเป็นเรื่องเล็กไปถนัดตา เมื่อเทียบกับความปรารถนาที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางกลิ่นยาภายในห้องเจาะเลือด
ใบหน้าสวยหวานเคลื่อนเข้ามาใกล้จนภาคินัยได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกายสาว ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอรินรดอยู่แถวซอกคอขณะที่เธอค่อยๆ แหย่ก้านสำลีเข้าไปในโพรงจมูก
“โอ๊ย! โอ๊ยยย... ผมเจ็บครับคุณเจน” ภาคินัยแกล้งร้องเสียงหลงพลางทำหน้าเหยเกเกินจริง ก่อนจะสัมผัสมือของเธอเอาไว้
“อดทนนะคะ อีกนิดเดียวค่ะ” เธอตอบเสียงนุ่มแต่แฝงความระอาเล็กน้อย ก่อนจะถอนก้านสำลีออก
“เสร็จแล้วค่ะ... ต่อไปขอเจาะเลือดนะคะ” ทำเอาความหฤหรรษ์เมื่อครู่หายวับ ภาคินัยหน้าถอดสีทันที
“คุณพยาบาลครับ ผมขอพักทำใจแป๊บนะครับ... ผมใจคอไม่ดีเลย ผมกลัวเข็มจริงๆ”
“มันไม่เจ็บเลยค่ะ อย่างมากก็แค่มดกัด” เจนจิราเอ่ยประโยคคลาสสิกพลางหยิบอุปกรณ์
“แต่มดตัวโต ๆ มันก็กัดเจ็บอยู่นะคุณ”
“ผมไม่ใช่เด็ก ๆ นะครับที่คุณจะมาหลอก” เขาพยายามส่งสายตาอ้อนวอน ทว่าหญิงสาวกลับเลิกคิ้วมองอย่างรู้ทัน
“ถ้าคุณภาคินัยไม่ยอมเจาะ เดี๋ยวดิฉันไปตามพยาบาลผู้ชายมาจัดการให้ก็ได้ค่ะ”
“โอ๊ะ ๆ! ไม่ต้องครับไม่ต้อง... เจาะก็เจาะครับ” ภาคินัยจำยอมถลกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น กระดุมที่ถูกปลดออกเผยให้เห็นแผงอกตึงแน่นและกล้ามแขนล่ำสันที่ผ่านการเข้ายิมมาอย่างหนัก
ขณะที่เจนจิราก้มลงรัดสายยางที่ต้นแขน ภาคินัยที่อยู่สูงกว่ากลับได้จังหวะทอง สายตาคมกริบหลุบต่ำมองผ่านคอเสื้อพยาบาลที่ก้มลงต่ำจนเห็นเนินเนื้อขาวเนียนรำไร ความขาวผ่องนั้นทำเอาเขาเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเห็นเข็มเสียอีก
ฉึก!
“โอ๊ยยย!!” ภาคินัยสะดุ้งสุดตัว
“เจ็บครับ! คุณพยาบาลไม่ให้สัญญาณเลย!”
“ฉันบอกแล้วค่ะ แต่คุณเหม่อมองอะไรอยู่หรือเปล่าล่ะ” เจนจิราเงยหน้าขึ้นสบตาและบอกอย่างรู้ทันว่าเขาแอบสำรวจหน้าอกของเธอ นัยน์ตากลมนิ่งดุนั้นราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงความคิดอกุศลของเขา ภาคินัยรีบหลบตาทำเป็นสำออยต่อ
“มันเจ็บมากเลยครับ... คุณช่วยกดสำลีไว้ให้ผมหน่อยนะครับ ผมกลัวเลือดไหลหมดตัว” เขาถือวิสาสะคว้ามือเล็กนุ่มนิ่มของเธอมากุมทับสำลีไว้บนแขนตัวเอง สัมผัสจากมือนุ่มนั้นทำเอาเขารู้สึกวาบหวามไปทั้งร่าง
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ... กรุณาปล่อยมือดิฉันด้วยค่ะคุณภาคินัย” เธอสั่งเสียงเข้ม พลางดึงมือออกอย่างรวดเร็วแล้วปิดพลาสเตอร์ให้จนเสร็จสรรพ
“เรียบร้อยค่ะ เชิญไปรอหน้าห้องตรวจ ผลโควิดเป็นลบค่ะ ส่วนผลเลือดถ้าได้แล้วฉันจะรายงานหมอเอง”
ภาคินัยเดินออกมาจากห้องตรวจด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาแอบยกมือข้างที่สัมผัสมือเธอขึ้นมาสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ยังติดอยู่ที่ปลายนิ้ว
“ผู้หญิงอะไรดุชะมัด... แต่หุ่นน่าฟัดก็พอให้อภัย” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินกลับไปรอที่หน้าห้องตรวจ
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสตาร์ทซ้ำแต่เครื่องยนต์กลับนิ่งสนิท ทั้งสองจำใจลงจากรถมาช่วยกันเข็นรถเข้าข้างทางอย่างทุลักทุเล เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราวตามใบหน้าสวย เจนจิราพยายามมองหาแท็กซี่แต่กลับไร้วี่แวว“พร ไหนลองสตาร์ทอีกทีสิ...” เจนจิราชะโงกหน้าเข้าไปดูที่แผงหน้าปัด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเข็มวัดน้ำมันตกลงไปจมมิดขีดล่างสุด “นี่ยัยพร! แกขับรถจนน้ำมันหมดไม่รู้ตัวเลยเหรอเนี่ย ดูสิ!”“อ่าว! เฮ้ย! เป็นไปได้ไง ก็ฉันเพิ่งเติมเต็มถังเมื่อวานนี้เองนะ!” สุรีย์พรเถียงกลับอย่างงุนงง ด้วยความรีบเร่งทำให้เจนจิรามองข้ามความผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นกับรถของเธอเมื่อวานซืนไปอย่างน่าเสียดายจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเจนจิราก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเอกณัฐที่โทรเข้ามาด้วยจังหวะที่แม่นยำราวจับวาง“สวัสดีค่ะคุณเอก มีอะไรหรือเปล่าคะ”“อ๋อ พอดีทางอู
ตอนที่ 38 แผนรัก แผนร้าย...หลังเสร็จสิ้นพายุสวาทที่เร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำและบนเตียงที่ยับย่น ความเงียบสงบในยามสายกลับเต็มไปด้วยพันธนาการลับที่แน่นหนา เมธินีขยับกายเข้าไปซุกซบอกแกร่งที่ยังชื้นเหงื่อ พลางเอ่ยเสียงอ้อนแกมขู่ที่ทำให้ภาคินัยต้องใจหายวาบ“คราวนี้พี่ภาคย์ก็เป็นผัวเมย์เต็มตัวแล้วนะคะ ห้ามทิ้งเมย์นะ ไม่อย่างนั้นเมย์ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“แต่เมย์อย่าเพิ่งไปบอกอะไรเจนนะ พี่ขอร้อง” ภาคินัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงโรยแรง จุมพิตลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวอย่างจำยอม เพื่อรักษาความลับที่อาจทำลายชีวิตครอบครัวของเขา“ถ้าพี่ภาคย์ไม่ดื้อกับเมย์ รับรองเมย์ไม่บอกใครหรอกค่ะ” หล่อนยิ้มพึงใจ ซุกกายเข้าหาความอบอุ่นที่ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าของร่วมอย่างสมบูรณ์ ระหว่างที่ภาคินัยออกไปคุมงานที่ไซต์งานก่อสร้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมธินีที่นั่งรออยู่ในรถหรูแอบต่อสายหาเอกณัฐทันทีเพื่อรายงานความคืบหน้า“แผนของฉันสำเร็จแล้วนะ... ตอนนี้พี่ภาคย์ดิ้นไม่หลุดแล้ว”“หึๆ..ร้ายไม่เบานี่” เอกณัฐหัวเราะในลำคอ “รวบหัวรวบหางได้อยู่หมัดเลยล่ะ”“ว่าแต่คุณเถอะ รวบหัวรวบหางยัยพยาบาลนั่นได้เหรอยัง” เมธินีย้อนถามด้วยความริษยาที่ยังคุกร
ภาคินัยพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดค่อยๆ ถอนตัวตนออกอย่างเบามือ แล้วเริ่มเล้าโลมเธอใหม่อย่างใจเย็นเพื่อลดความทรมานจากฤทธิ์ยาที่ยังพลุ่งพล่าน เขาเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ที่ซอกขาเนียนละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทเพลงรักจังหวะต่อไปที่กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งภาคินัยที่ตกอยู่ในบ่วงกามและความมึนเมาของฤทธิ์ยา บรรเลงเพลงรักอย่างดุดันดั่งเสือหนุ่มที่หิวโหย จมูกโด่งคมสันฝังลึกเข้ากับจุดกึ่งกลางความสาว ก่อนจะปาดเลียเกสรดอกไม้งามด้วยลิ้นที่ร้อนผ่าวและแข็งกร้าว บิดเกลียวชอนไชจนเมธินีสะท้านไปทั้งร่าง“อื้อ พี่ภาคย์ขา เมย์เสียวว!! อื้อ เบา ๆ นะคะ อู๊ยย!! พี่ภาคย์ขา อย่าดูดแรงนักสิคะ เมย์จะขาดใจอยู่แล้ว”เสียงหวานหวีดร้องระงมติดๆ กัน ร่างกายอ้อนแอ้นหอบกระตุกเฮือกใหญ่เมื่อถูกเขานำพาไปถึงแตะขอบสวรรค์อย่างรุนแรง ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด มือน้อยสั่นเทาขยุ่มลงบนเส้นผมหนาของชายหนุ่มขณะที่เขาดูดกลืนน้ำหวานแห่งความใคร่จนหยดสุดท้าย ก่อนที่ลิ้นสากจะปาดเลียไล้ขึ้นมาตามหน้าท้องแบนราบที่แขม่วรับสัมผัสชวนสยิว จนมาหยุดอยู่ที่ยอดปทุมถันอวบอิ่มที่เขาใช้ความแกร่งขึงบดเบียดนว
เมธินีผละริมฝีปากออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อบอกความในใจที่เก็บกดมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสมหวัง ในที่สุดผู้ชายที่เธอเคยได้แต่เฝ้ามอง วันนี้เขากำลังสยบอยู่ใต้ร่างของเธอด้วยความโหยหาหญิงสาวไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หล่อนแอ่นกายรับสัมผัสรุกรานจากมือหนาที่เริ่มบีบเค้นทรวงอกอย่างแรงตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ภาคินัยซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นและลาดไหล่ขาวเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินผิวทำเอาเมธินีสั่นสะท้าน หล่อนหลับตาลงรับรสสวาทที่อาบไปด้วยเล่ห์กล โดยหารู้ไม่ว่าทุกสัมผัสที่แสนวาบหวามนี้เมื่อริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอีกครั้ง แรงอารมณ์มหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ร่างบางจนเมธินีแทบจะสำลักความเสียวซ่าน ภาคินัยในยามนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนคนเดิม แต่เขากลายเป็นเสือผู้หิวโหย ร่างสูงใหญ่พลิกกายขึ้นทาบทับเรือนร่างขาวโพลนที่นอนทอดกายยั่วยวนอยู่เบื้องล่าง แสงไฟสลัวขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวให้ดูเย้ายวนใจจนเขาลืมสิ้นซึ่งมโนธรรม“เมย์จ๋า...” เสียงแหบพร่าครางเรียกขณะใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้เข้าหาซอกคอขาวกรุ่น ขบเม้มทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“เมย์จ๋า!!!.
หล่อนรีบโทรสั่งพนักงานให้ส่งเบียร์เย็นจัดและน้ำแข็งขึ้นมาบนห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อของมาถึง มือบางสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นขณะรินเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วสองใบ ใบหนึ่งสำหรับเธอ... และอีกใบสำหรับเขาเมธินีหยิบซองยาเม็ดเล็กๆ ออกมาบดละลายลงในแก้วของภาคินัยอย่างเบามือ มันคือยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มพังทลายลงในชั่วพริบตา“อะไรมันจะง่ายดายขนาดนี้...” หล่อนพึมพำพลางเขย่าแก้วเบียร์เบาๆ ให้ยาสลายตัว“ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ห้องเต็ม... ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องเหนื่อยหาข้ออ้างมากกว่านี้”ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ภาคินัยเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดหยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอกหนาและลำคอแกร่ง ดูเย้ายวนจนเมธินีต้องลอบกลืนน้ำลาย หล่อนรีบปั้นหน้านิ่งแล้วส่งแก้วเบียร์ให้เขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ“ดื่มสักนิดนะคะพี่ภาคย์ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะได้หลับสบาย... เมย์ขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้พี่ลำบากใจขนาดนี้”ภาคินัยรับแก้วมาด้วยความเผลอเรอ เขาเพียงแค่อยากจะดับความกระหายและหวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยให้เขาหลับลงได้ในค่ำคืนที่แสนวุ่นวายนี้ โดยหารู้ไม่ว่า... เพียงแค่จิบแรกที่ผ่านลำคอเข้าไป
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยคำสั่งอันเด็ดขาด“ครับนาย” ชายคนดังกล่าวตอบรับเขาคือลูกน้องที่เอกณัฐจ้างมาจี้เจนจิราในคืนนั้น และตอนนี้ก็ทำหน้าที่คอยให้สะกดรอยตามพยาบาลสาวมาโดยตลอด ทุกความเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของเจนจิราถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่การ์ดอย่างละเอียด เอกณัฐเปิดดูรูปในโทรศัพท์ด้วยสายตาที่เป็นประกาย ภาพจังหวะที่เขาแสร้งประคองแผ่นหลังของเจนจิรา ภาพการพูดคุยที่ดูใกล้ชิดหน้าห้องพักผู้ป่วย เมื่อถูกถ่ายในมุมที่จงใจ มันกลับกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ “แกทำดีมาก...” เอกณัฐพึมพำ “วันนี้แหละไอ้ภาคินัย มึงได้อกแตกตายแน่ ๆ ”“แล้วเรื่องรถล่ะครับนาย” ชายชุดดำถามต่อ“เดี๋ยวแกไปจัดการต่อสายน้ำมันรถของคุณเจนให้เป็นปกติซะ เติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วขับไปจอดซ่อนไว้ที่คอนโดฉันก่อน... ระหว่างนี้ฉันจะโก







