Masukก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
บานประตูเปิดออกพร้อมร่างระหงของ เจนจิรา ที่ก้าวเข้ามาในชุดลำลองธรรมดา ทว่ากลับดูสวยสะอาดตาอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอางดูละมุนละไมจนภาคินัยที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงถึงกับตาค้าง
“สวัสดีครับ... ผมนึกแล้วว่าคุณต้องมา” ภาคินัยเอ่ยเสียงทุ้ม แววตาคมกริบฉายความดีใจอย่างปิดไม่มิด
“คุณควรพักผ่อนได้แล้วจะได้หายเร็วๆ” เจนจิราเอ่ยพลางเข็นรถอาหารเข้ามา
“รีบทานข้าวสิคะ จะได้รีบทานยา”
“คุณช่วยป้อนผมหน่อยสิครับคุณเจน... ผมเจ็บแผลที่หลังมือจนถือช้อนไม่ไหวเลย” เขาอ้อนวอน แววตาที่ส่งมานั้นเต็มไปด้วยเล่ห์กลจนหญิงสาวนึกหมั่นไส้
“มืออีกข้างคุณก็มี...ทำไมฉันต้องป้อนด้วย”
“ก็ข้างนี้ผมไม่ถนัดนี่ครับ... นะนะคุณพยาบาลคนสวย ป้อนผมหน่อยนะครับ” เมื่อทนลูกตื๊อไม่ไหว เจนจิราจึงจำใจตักข้าวป้อนชายหนุ่มทีละคำ เขาจ้องริมฝีปากอิ่ม สลับกับดวงตากลมโตของเธอราวกับจะกลืนกิน จนเจนจิราเริ่มประหม่า มือบางรีบยัดช้อนเข้าปากเขาจนอีกฝ่ายสำลัก
“แค่กๆ! ขอน้ำผมหน่อย...”
“ขอโทษค่ะ!” เธอรีบยื่นแก้วน้ำให้ด้วยความตกใจ
“กะจะให้ผมตายเลยเหรอไง...” ภาคินัยเอ่ยด้วยเสียงพร่ามัวเมื่ออาการสำลักทุเลาลง
“เมื่อกี้คุณแกล้งผมใช่มั้ย”
“เปล่าค่ะ”
“ไหน ๆ คุณก็ป้อนข้าวผมแล้ว... คุณเช็ดตัวให้ผมหน่อยสิครับคุณเจน มันติดสายน้ำเกลือผมขยับตัวลำบาก” ภาคินัยทอดเสียงอ้อนวอน นัยน์ตาคมกริบจ้องมองร่างระหงที่นั่งอยู่ข้างเตียง
“ตัวคุณก็ไม่ร้อนแล้วนี่ ก็ไปอาบน้ำเลยสิคะ” เจนจิราพยายามทำใจแข็ง ถึงแม้ในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่ลดละนั้น
“ไม่ได้... สายน้ำเกลือระโยงระยางแบบนี้ผมจะอาบยังไงล่ะครับ เกิดลื่นล้มขึ้นมาจะทำยังไง”
“งั้นก็เข้าไปเช็ดตัวในห้องน้ำเอาสิ คุณไม่ได้เป็นง่อยนะ”
“ไม่ได้ครับ ผมทำไม่ได้หรอก เกิดสายน้ำเกลือหลุดหรือเลือดไหลย้อนขึ้นมาจะทำยังไง... คุณเป็นพยาบาลนะ คุณต้องดูแลผมสิ หรือจะให้ผมรายงานป้าหมอว่าคุณทอดทิ้งคนไข้” ภาคินัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแกมบังคับสายตาเจ้าเล่ห์ที่เต็มไปด้วยความหยอกเย้า นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างท้าทาย
เจนจิราถอนหายใจยาวด้วยความระอาปนหมั่นไส้ เธอตัดสินใจตัดรำคาญด้วยการเดินเข้าปลดสายน้ำเกลือออกจากเครื่องควบคุม แต่ทันใดนั้น...วงแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามก็ตวัดรัดเอวบางของเธอไว้แน่น
“ว้าย! คุณภาคินัย! ปล่อยนะ!” พยาบาลสาวตกใจแต่ก็ไม่กล้าร้องโวยวายจนเสียงดัง
ร่างระหงของพยาบาลสาวถลาลงไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่ตึงแน่นภายใต้ชุดคนไข้เนื้อบาง กลิ่นกายชายหนุ่มที่หอมกรุ่นสะอาดสะอ้าน อันเป็นเอกลักษณ์ลอยมากระทบนาสิก ทำเอาสติของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว
“ขอกอดหน่อยสิครับ... ผมรู้สึกหนาวแปลก ๆ เหมือนไข้จะกลับมาอีกแล้ว” เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นจัดของเขารินรดซอกคอขาวเนียนจนเจนจิราขนลุกซู่ ความร้อนแรงจากผิวพรรณที่อัดแน่นด้วยมัดกล้ามส่งผ่านเนื้อผ้ามายังกายสาวจนเธอรู้สึกวูบวาบในช่องท้อง
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะคุณภาคินัย! คุณกำลังจะทำให้ฉันผิดจรรยาบรรณอยู่นะ!” เธอพยายามประท้วง เสียงที่ออกมาสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าเนียนแดงซ่านไปจนถึงลำคอ
“คุณต้องสัญญากับผมก่อน... ถ้าผมปล่อยแล้วคุณต้องเช็ดตัวให้ผมทุกซอกทุกมุม โอเคไหมครับ” ภาคินัยจ้องมองริมฝีปากอิ่มสวยที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบด้วยสายตาหิวกระหาย
“ก็ได้ ๆ เช็ดก็ได้! ปล่อยก่อนสิคะ เดี๋ยวพยาบาลคนอื่นเข้ามาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดี” เจนจิรารีบรับปากเพื่อพาตัวเองออกจากสถานการณ์ที่ล่อแหลมต่อหัวใจ
เมื่อเขาคลายอ้อมกอดออกเพียงเล็กน้อยพอให้เธอขยับตัวได้ พยาบาลสาวจึงหยิบผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาเริ่มเช็ดตามซอกคอและท่อนแขนล่ำสัน ทุกครั้งที่ผ้าขนหนูสัมผัสผิวอุ่นจัด ภาคินัยจะจ้องมองใบหน้าหวานของเธอไม่วางตา สายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นสะท้อนความปรารถนาออกมาอย่างชัดเจนจนเธอต้องหลบสายตาพัลวัน
มือของเธอเริ่มสั่นพร่าเมื่อต้องเลื่อนผ้าลงไปเช็ดตามแผงอกที่มีไรขนอ่อนพาดผ่าน ลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงามของเขาช่างเย้ายวนใจจนเธอเผลอกลั้นหายใจ... ทันใดนั้น มือหนากลับคว้ามือเธอที่ถือผ้าอยู่ แล้วบังคับให้เช็ดลงไปเบื้องล่างอย่างจงใจ
“อื้อ! คุณภาคินัย!!”
“ก็คุณเช็ดให้ผมไม่ทั่วนี่ครับ... ตรงนี้สำคัญนะคุณ มันอับชื้นง่าย” เขาบอกด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มุมปากหยักลึกยกขึ้นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า มองดูพยาบาลสาวที่บัดนี้หน้าแดงก่ำราวมะเขือเทศสุก
เจนจิรากลั้นใจเช็ดทำความสะอาดให้อย่างรวดเร็ว สัมผัสที่ผ่านเนื้อผ้าบางเบาปลุกเร้าอารมณ์บางอย่างที่เธอไม่คุ้นเคยให้แล่นพล่านไปทั่วกาย จนสุดท้ายเขาก็ยอมปล่อยมือให้เธอเป็นอิสระ
“มืออยู่ไม่นิ่งเลยนะคุณเนี่ย! เจ้าเล่ห์นัก!” เธอต่อว่าแก้เขินขณะเก็บอุปกรณ์
“ก็คุณเช็ดไม่ทั่วนี่นา ผมก็แค่ช่วยอำนวยความสะดวก” เขาตอบเสียงกลั้วหัวใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ไม่นานนัก หลังจากฤทธิ์ยากล่อมประสาทอ่อน ๆ เริ่มทำงาน ลมหายใจของภาคินัยก็เข้าออกสม่ำเสมอ เขาเข้าสู่ภวังค์หลับใหลไปพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก เจนจิราเดินกลับมามองใบหน้าหล่อเหลาที่ยามหลับดูไร้พิษสงราวกับเทพบุตร เธอถอนหายใจยาวพลางพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกที่สับสน
“เฮ้อ!!!... สิ้นฤทธิ์สักทีนะอีตาบ้า ถ้าลดความหื่นลงสักนิด... คุณจะเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดเลยรู้ตัวไหม”
พยาบาลสาวนั่งลงข้างเตียง สายตาที่จ้องมองชายหนุ่มเริ่มแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย จากความรำคาญกลายเป็นความหลงไหล...อย่างไม่รู้ตัว
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสตาร์ทซ้ำแต่เครื่องยนต์กลับนิ่งสนิท ทั้งสองจำใจลงจากรถมาช่วยกันเข็นรถเข้าข้างทางอย่างทุลักทุเล เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราวตามใบหน้าสวย เจนจิราพยายามมองหาแท็กซี่แต่กลับไร้วี่แวว“พร ไหนลองสตาร์ทอีกทีสิ...” เจนจิราชะโงกหน้าเข้าไปดูที่แผงหน้าปัด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเข็มวัดน้ำมันตกลงไปจมมิดขีดล่างสุด “นี่ยัยพร! แกขับรถจนน้ำมันหมดไม่รู้ตัวเลยเหรอเนี่ย ดูสิ!”“อ่าว! เฮ้ย! เป็นไปได้ไง ก็ฉันเพิ่งเติมเต็มถังเมื่อวานนี้เองนะ!” สุรีย์พรเถียงกลับอย่างงุนงง ด้วยความรีบเร่งทำให้เจนจิรามองข้ามความผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นกับรถของเธอเมื่อวานซืนไปอย่างน่าเสียดายจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเจนจิราก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเอกณัฐที่โทรเข้ามาด้วยจังหวะที่แม่นยำราวจับวาง“สวัสดีค่ะคุณเอก มีอะไรหรือเปล่าคะ”“อ๋อ พอดีทางอู
ตอนที่ 38 แผนรัก แผนร้าย...หลังเสร็จสิ้นพายุสวาทที่เร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำและบนเตียงที่ยับย่น ความเงียบสงบในยามสายกลับเต็มไปด้วยพันธนาการลับที่แน่นหนา เมธินีขยับกายเข้าไปซุกซบอกแกร่งที่ยังชื้นเหงื่อ พลางเอ่ยเสียงอ้อนแกมขู่ที่ทำให้ภาคินัยต้องใจหายวาบ“คราวนี้พี่ภาคย์ก็เป็นผัวเมย์เต็มตัวแล้วนะคะ ห้ามทิ้งเมย์นะ ไม่อย่างนั้นเมย์ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“แต่เมย์อย่าเพิ่งไปบอกอะไรเจนนะ พี่ขอร้อง” ภาคินัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงโรยแรง จุมพิตลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวอย่างจำยอม เพื่อรักษาความลับที่อาจทำลายชีวิตครอบครัวของเขา“ถ้าพี่ภาคย์ไม่ดื้อกับเมย์ รับรองเมย์ไม่บอกใครหรอกค่ะ” หล่อนยิ้มพึงใจ ซุกกายเข้าหาความอบอุ่นที่ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าของร่วมอย่างสมบูรณ์ ระหว่างที่ภาคินัยออกไปคุมงานที่ไซต์งานก่อสร้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมธินีที่นั่งรออยู่ในรถหรูแอบต่อสายหาเอกณัฐทันทีเพื่อรายงานความคืบหน้า“แผนของฉันสำเร็จแล้วนะ... ตอนนี้พี่ภาคย์ดิ้นไม่หลุดแล้ว”“หึๆ..ร้ายไม่เบานี่” เอกณัฐหัวเราะในลำคอ “รวบหัวรวบหางได้อยู่หมัดเลยล่ะ”“ว่าแต่คุณเถอะ รวบหัวรวบหางยัยพยาบาลนั่นได้เหรอยัง” เมธินีย้อนถามด้วยความริษยาที่ยังคุกร
ภาคินัยพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดค่อยๆ ถอนตัวตนออกอย่างเบามือ แล้วเริ่มเล้าโลมเธอใหม่อย่างใจเย็นเพื่อลดความทรมานจากฤทธิ์ยาที่ยังพลุ่งพล่าน เขาเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ที่ซอกขาเนียนละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทเพลงรักจังหวะต่อไปที่กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งภาคินัยที่ตกอยู่ในบ่วงกามและความมึนเมาของฤทธิ์ยา บรรเลงเพลงรักอย่างดุดันดั่งเสือหนุ่มที่หิวโหย จมูกโด่งคมสันฝังลึกเข้ากับจุดกึ่งกลางความสาว ก่อนจะปาดเลียเกสรดอกไม้งามด้วยลิ้นที่ร้อนผ่าวและแข็งกร้าว บิดเกลียวชอนไชจนเมธินีสะท้านไปทั้งร่าง“อื้อ พี่ภาคย์ขา เมย์เสียวว!! อื้อ เบา ๆ นะคะ อู๊ยย!! พี่ภาคย์ขา อย่าดูดแรงนักสิคะ เมย์จะขาดใจอยู่แล้ว”เสียงหวานหวีดร้องระงมติดๆ กัน ร่างกายอ้อนแอ้นหอบกระตุกเฮือกใหญ่เมื่อถูกเขานำพาไปถึงแตะขอบสวรรค์อย่างรุนแรง ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด มือน้อยสั่นเทาขยุ่มลงบนเส้นผมหนาของชายหนุ่มขณะที่เขาดูดกลืนน้ำหวานแห่งความใคร่จนหยดสุดท้าย ก่อนที่ลิ้นสากจะปาดเลียไล้ขึ้นมาตามหน้าท้องแบนราบที่แขม่วรับสัมผัสชวนสยิว จนมาหยุดอยู่ที่ยอดปทุมถันอวบอิ่มที่เขาใช้ความแกร่งขึงบดเบียดนว
เมธินีผละริมฝีปากออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อบอกความในใจที่เก็บกดมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสมหวัง ในที่สุดผู้ชายที่เธอเคยได้แต่เฝ้ามอง วันนี้เขากำลังสยบอยู่ใต้ร่างของเธอด้วยความโหยหาหญิงสาวไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หล่อนแอ่นกายรับสัมผัสรุกรานจากมือหนาที่เริ่มบีบเค้นทรวงอกอย่างแรงตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ภาคินัยซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นและลาดไหล่ขาวเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินผิวทำเอาเมธินีสั่นสะท้าน หล่อนหลับตาลงรับรสสวาทที่อาบไปด้วยเล่ห์กล โดยหารู้ไม่ว่าทุกสัมผัสที่แสนวาบหวามนี้เมื่อริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอีกครั้ง แรงอารมณ์มหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ร่างบางจนเมธินีแทบจะสำลักความเสียวซ่าน ภาคินัยในยามนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนคนเดิม แต่เขากลายเป็นเสือผู้หิวโหย ร่างสูงใหญ่พลิกกายขึ้นทาบทับเรือนร่างขาวโพลนที่นอนทอดกายยั่วยวนอยู่เบื้องล่าง แสงไฟสลัวขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวให้ดูเย้ายวนใจจนเขาลืมสิ้นซึ่งมโนธรรม“เมย์จ๋า...” เสียงแหบพร่าครางเรียกขณะใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้เข้าหาซอกคอขาวกรุ่น ขบเม้มทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“เมย์จ๋า!!!.
หล่อนรีบโทรสั่งพนักงานให้ส่งเบียร์เย็นจัดและน้ำแข็งขึ้นมาบนห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อของมาถึง มือบางสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นขณะรินเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วสองใบ ใบหนึ่งสำหรับเธอ... และอีกใบสำหรับเขาเมธินีหยิบซองยาเม็ดเล็กๆ ออกมาบดละลายลงในแก้วของภาคินัยอย่างเบามือ มันคือยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มพังทลายลงในชั่วพริบตา“อะไรมันจะง่ายดายขนาดนี้...” หล่อนพึมพำพลางเขย่าแก้วเบียร์เบาๆ ให้ยาสลายตัว“ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ห้องเต็ม... ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องเหนื่อยหาข้ออ้างมากกว่านี้”ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ภาคินัยเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดหยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอกหนาและลำคอแกร่ง ดูเย้ายวนจนเมธินีต้องลอบกลืนน้ำลาย หล่อนรีบปั้นหน้านิ่งแล้วส่งแก้วเบียร์ให้เขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ“ดื่มสักนิดนะคะพี่ภาคย์ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะได้หลับสบาย... เมย์ขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้พี่ลำบากใจขนาดนี้”ภาคินัยรับแก้วมาด้วยความเผลอเรอ เขาเพียงแค่อยากจะดับความกระหายและหวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยให้เขาหลับลงได้ในค่ำคืนที่แสนวุ่นวายนี้ โดยหารู้ไม่ว่า... เพียงแค่จิบแรกที่ผ่านลำคอเข้าไป
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยคำสั่งอันเด็ดขาด“ครับนาย” ชายคนดังกล่าวตอบรับเขาคือลูกน้องที่เอกณัฐจ้างมาจี้เจนจิราในคืนนั้น และตอนนี้ก็ทำหน้าที่คอยให้สะกดรอยตามพยาบาลสาวมาโดยตลอด ทุกความเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของเจนจิราถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่การ์ดอย่างละเอียด เอกณัฐเปิดดูรูปในโทรศัพท์ด้วยสายตาที่เป็นประกาย ภาพจังหวะที่เขาแสร้งประคองแผ่นหลังของเจนจิรา ภาพการพูดคุยที่ดูใกล้ชิดหน้าห้องพักผู้ป่วย เมื่อถูกถ่ายในมุมที่จงใจ มันกลับกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ “แกทำดีมาก...” เอกณัฐพึมพำ “วันนี้แหละไอ้ภาคินัย มึงได้อกแตกตายแน่ ๆ ”“แล้วเรื่องรถล่ะครับนาย” ชายชุดดำถามต่อ“เดี๋ยวแกไปจัดการต่อสายน้ำมันรถของคุณเจนให้เป็นปกติซะ เติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วขับไปจอดซ่อนไว้ที่คอนโดฉันก่อน... ระหว่างนี้ฉันจะโก







