Se connecterก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
บานประตูเปิดออกพร้อมร่างระหงของ เจนจิรา ที่ก้าวเข้ามาในชุดลำลองธรรมดา ทว่ากลับดูสวยสะอาดตาอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอางดูละมุนละไมจนภาคินัยที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงถึงกับตาค้าง
“สวัสดีครับ... ผมนึกแล้วว่าคุณต้องมา” ภาคินัยเอ่ยเสียงทุ้ม แววตาคมกริบฉายความดีใจอย่างปิดไม่มิด
“คุณควรพักผ่อนได้แล้วจะได้หายเร็วๆ” เจนจิราเอ่ยพลางเข็นรถอาหารเข้ามา
“รีบทานข้าวสิคะ จะได้รีบทานยา”
“คุณช่วยป้อนผมหน่อยสิครับคุณเจน... ผมเจ็บแผลที่หลังมือจนถือช้อนไม่ไหวเลย” เขาอ้อนวอน แววตาที่ส่งมานั้นเต็มไปด้วยเล่ห์กลจนหญิงสาวนึกหมั่นไส้
“มืออีกข้างคุณก็มี...ทำไมฉันต้องป้อนด้วย”
“ก็ข้างนี้ผมไม่ถนัดนี่ครับ... นะนะคุณพยาบาลคนสวย ป้อนผมหน่อยนะครับ” เมื่อทนลูกตื๊อไม่ไหว เจนจิราจึงจำใจตักข้าวป้อนชายหนุ่มทีละคำ เขาจ้องริมฝีปากอิ่ม สลับกับดวงตากลมโตของเธอราวกับจะกลืนกิน จนเจนจิราเริ่มประหม่า มือบางรีบยัดช้อนเข้าปากเขาจนอีกฝ่ายสำลัก
“แค่กๆ! ขอน้ำผมหน่อย...”
“ขอโทษค่ะ!” เธอรีบยื่นแก้วน้ำให้ด้วยความตกใจ
“กะจะให้ผมตายเลยเหรอไง...” ภาคินัยเอ่ยด้วยเสียงพร่ามัวเมื่ออาการสำลักทุเลาลง
“เมื่อกี้คุณแกล้งผมใช่มั้ย”
“เปล่าค่ะ”
“ไหน ๆ คุณก็ป้อนข้าวผมแล้ว... คุณเช็ดตัวให้ผมหน่อยสิครับคุณเจน มันติดสายน้ำเกลือผมขยับตัวลำบาก” ภาคินัยทอดเสียงอ้อนวอน นัยน์ตาคมกริบจ้องมองร่างระหงที่นั่งอยู่ข้างเตียง
“ตัวคุณก็ไม่ร้อนแล้วนี่ ก็ไปอาบน้ำเลยสิคะ” เจนจิราพยายามทำใจแข็ง ถึงแม้ในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่ลดละนั้น
“ไม่ได้... สายน้ำเกลือระโยงระยางแบบนี้ผมจะอาบยังไงล่ะครับ เกิดลื่นล้มขึ้นมาจะทำยังไง”
“งั้นก็เข้าไปเช็ดตัวในห้องน้ำเอาสิ คุณไม่ได้เป็นง่อยนะ”
“ไม่ได้ครับ ผมทำไม่ได้หรอก เกิดสายน้ำเกลือหลุดหรือเลือดไหลย้อนขึ้นมาจะทำยังไง... คุณเป็นพยาบาลนะ คุณต้องดูแลผมสิ หรือจะให้ผมรายงานป้าหมอว่าคุณทอดทิ้งคนไข้” ภาคินัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแกมบังคับสายตาเจ้าเล่ห์ที่เต็มไปด้วยความหยอกเย้า นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างท้าทาย
เจนจิราถอนหายใจยาวด้วยความระอาปนหมั่นไส้ เธอตัดสินใจตัดรำคาญด้วยการเดินเข้าปลดสายน้ำเกลือออกจากเครื่องควบคุม แต่ทันใดนั้น...วงแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามก็ตวัดรัดเอวบางของเธอไว้แน่น
“ว้าย! คุณภาคินัย! ปล่อยนะ!” พยาบาลสาวตกใจแต่ก็ไม่กล้าร้องโวยวายจนเสียงดัง
ร่างระหงของพยาบาลสาวถลาลงไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่ตึงแน่นภายใต้ชุดคนไข้เนื้อบาง กลิ่นกายชายหนุ่มที่หอมกรุ่นสะอาดสะอ้าน อันเป็นเอกลักษณ์ลอยมากระทบนาสิก ทำเอาสติของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว
“ขอกอดหน่อยสิครับ... ผมรู้สึกหนาวแปลก ๆ เหมือนไข้จะกลับมาอีกแล้ว” เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นจัดของเขารินรดซอกคอขาวเนียนจนเจนจิราขนลุกซู่ ความร้อนแรงจากผิวพรรณที่อัดแน่นด้วยมัดกล้ามส่งผ่านเนื้อผ้ามายังกายสาวจนเธอรู้สึกวูบวาบในช่องท้อง
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะคุณภาคินัย! คุณกำลังจะทำให้ฉันผิดจรรยาบรรณอยู่นะ!” เธอพยายามประท้วง เสียงที่ออกมาสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าเนียนแดงซ่านไปจนถึงลำคอ
“คุณต้องสัญญากับผมก่อน... ถ้าผมปล่อยแล้วคุณต้องเช็ดตัวให้ผมทุกซอกทุกมุม โอเคไหมครับ” ภาคินัยจ้องมองริมฝีปากอิ่มสวยที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบด้วยสายตาหิวกระหาย
“ก็ได้ ๆ เช็ดก็ได้! ปล่อยก่อนสิคะ เดี๋ยวพยาบาลคนอื่นเข้ามาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดี” เจนจิรารีบรับปากเพื่อพาตัวเองออกจากสถานการณ์ที่ล่อแหลมต่อหัวใจ
เมื่อเขาคลายอ้อมกอดออกเพียงเล็กน้อยพอให้เธอขยับตัวได้ พยาบาลสาวจึงหยิบผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาเริ่มเช็ดตามซอกคอและท่อนแขนล่ำสัน ทุกครั้งที่ผ้าขนหนูสัมผัสผิวอุ่นจัด ภาคินัยจะจ้องมองใบหน้าหวานของเธอไม่วางตา สายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นสะท้อนความปรารถนาออกมาอย่างชัดเจนจนเธอต้องหลบสายตาพัลวัน
มือของเธอเริ่มสั่นพร่าเมื่อต้องเลื่อนผ้าลงไปเช็ดตามแผงอกที่มีไรขนอ่อนพาดผ่าน ลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงามของเขาช่างเย้ายวนใจจนเธอเผลอกลั้นหายใจ... ทันใดนั้น มือหนากลับคว้ามือเธอที่ถือผ้าอยู่ แล้วบังคับให้เช็ดลงไปเบื้องล่างอย่างจงใจ
“อื้อ! คุณภาคินัย!!”
“ก็คุณเช็ดให้ผมไม่ทั่วนี่ครับ... ตรงนี้สำคัญนะคุณ มันอับชื้นง่าย” เขาบอกด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มุมปากหยักลึกยกขึ้นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า มองดูพยาบาลสาวที่บัดนี้หน้าแดงก่ำราวมะเขือเทศสุก
เจนจิรากลั้นใจเช็ดทำความสะอาดให้อย่างรวดเร็ว สัมผัสที่ผ่านเนื้อผ้าบางเบาปลุกเร้าอารมณ์บางอย่างที่เธอไม่คุ้นเคยให้แล่นพล่านไปทั่วกาย จนสุดท้ายเขาก็ยอมปล่อยมือให้เธอเป็นอิสระ
“มืออยู่ไม่นิ่งเลยนะคุณเนี่ย! เจ้าเล่ห์นัก!” เธอต่อว่าแก้เขินขณะเก็บอุปกรณ์
“ก็คุณเช็ดไม่ทั่วนี่นา ผมก็แค่ช่วยอำนวยความสะดวก” เขาตอบเสียงกลั้วหัวใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ไม่นานนัก หลังจากฤทธิ์ยากล่อมประสาทอ่อน ๆ เริ่มทำงาน ลมหายใจของภาคินัยก็เข้าออกสม่ำเสมอ เขาเข้าสู่ภวังค์หลับใหลไปพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก เจนจิราเดินกลับมามองใบหน้าหล่อเหลาที่ยามหลับดูไร้พิษสงราวกับเทพบุตร เธอถอนหายใจยาวพลางพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกที่สับสน
“เฮ้อ!!!... สิ้นฤทธิ์สักทีนะอีตาบ้า ถ้าลดความหื่นลงสักนิด... คุณจะเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดเลยรู้ตัวไหม”
พยาบาลสาวนั่งลงข้างเตียง สายตาที่จ้องมองชายหนุ่มเริ่มแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย จากความรำคาญกลายเป็นความหลงไหล...อย่างไม่รู้ตัว
ราตรีถัดมา ความลุ่มหลงในรสกามารมณ์ชั่วข้ามคืนฉุดรั้งให้เอกณัฐหวนกลับเข้าสู่กงจักรสังเวียนเดิมอีกครั้ง แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความแค้นที่รอการชำระ แต่กลิ่นกายสาวและสัมผัสรัญจวนใจของนิดกลับยั่วยวนจนเขาตัดใจไม่ลง เขาแอบย่องเข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่หอมฟุ้ง ท่ามกลางความเงียบงัดที่แสนอันตราย“เฮ่ย!..พี่เอก นิดตกใจหมด พี่เข้ามาได้ยังไงเนี่ย!” นิดอุทานลั่น ร่างอวบอิ่มในชุดนอนซีทรูสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาร่างกำยำปรากฏกายขึ้น“ก็เข้ามาทางประตูนะสิ... คืนนี้นิดเป็นของพี่อีกนะ พี่อดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ” เอกณัฐไม่พูดเปล่า เขาพุ่งเข้าประชิดตัว ล็อกร่างนุ่มนิ่มไว้ในอ้อมแขนพลางซุกไซ้ซอกคออย่างบ้าคลั่ง มือหนาบีบเค้นเต้าทรวงอวบหยัดผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างถือดี“อย่าพี่เอก! ปล่อยนะ อื้อ!!” นิดโวยวายและพยายามดิ้นรน ทว่าเสียงของเธอกลับไปกระตุกหนวดเสือที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้านมาพอดิบพอดี“ไอ้สัด! มึงทำอะไรเมียกู!”เสียงกัมปนาทของชัยดังขึ้นพร้อมกับร่างถึกทึนที่ถลันเข้ามา ชัยกระชากคอเสื้อเอกณัฐออกไปจากตัวนิด ก่อนจะระดมหมัดและเท้าเข้าใส่ร่างของเอกณัฐอย่างไม่ยั้งแรง เอกณัฐพยายามฮึดสู้แต่ด้วยกำลังที่ต่างกัน เขาพลาดท่าล้มลง
ราตรีที่ความลับกำลังจะถูกกระชากหน้ากากเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง เอกณัฐก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ทิ้งคราบชายผู้อ่อนแอไว้เบื้องหลัง เขารู้ดีว่าคืนนี้คือโอกาสทองเมื่อชัย ตัวละครลวงโลกออกไปแสวงโชคในวงพนัน ภายในห้องนอนที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นน้ำหอมอันเย้ายวน เอกณัฐจ้องมองนิด ในมุมมืดสายตาที่เย็นเฉียบดุจมัจจุราช เขาเดินตรงเข้าไปหาเธออย่างถือวิสาสะ“พี่เอก!!! นิดตกใจหมดเลย”“คืนนี้พี่อยากนอนที่นี่...” เสียงทุ้มพร่าแฝงอำนาจคุกคามทำให้หญิงสาวใจสั่นสะท้าน“พี่เอก! นิดบอกแล้วไงคะว่าต้องรอให้หายดีก่อน จำที่หมอสั่งไม่ได้เหรอคะ...” เธอละล่ำละลัก พยายามยกข้ออ้างเดิม ๆ มาเป็นเกราะกำบัง ทว่า...เอกณัฐกลับไม่เปิดช่องว่างให้เธอหายใจ“พี่หายดีแล้วนิด...” วงแขนแกร่งตวัดรัดเอวบางเข้าหาตัว ก่อนจะล็อกร่างอรชรให้บดเบียดกับอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดระแวงของเธอ เขาซุกไซ้ซอกคอขาวกรุ่นพลางบีบเค้นสะโพกมนอย่างจงใจ รสจูบที่เขามอบให้มันช่างป่าเถื่อนและหิวกระหาย ราวกับจะสูบเอาวิญญาณของสาวสิบหกมงกุฎออกมาเค้นความจริง นิดที่ตั้งตัวไม่ติดเริ่มโอนอ่อนตามสัมผัสอันช่ำชองอย่างไม่อาจต้านทาน“ถ้าเราเป็น
แดดยามบ่ายที่ร้อนระอุภายในห้องโดยสารของรถดูดส้วมคันเก่าที่ไม่มีแอร์ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์เข้ามาบริเวณคนขับ เอกณัฐใช้ชีวิตอยู่ในห้องเก็บของเก่าๆ ท้ายหมู่บ้านมานานถึงเจ็ดเดือนแล้ว ความทรงจำของเขายังคงเป็นหลุมดำที่ว่างเปล่า มีเพียงคำบอกเล่าของ นิด และ ชัย เท่านั้นที่คอยย้ำเตือนว่าเขาเป็นใครและเคยทำอาชีพอะไรวันหนึ่ง หลังจากเสร็จงานดูดส้วมตามหมู่บ้าน เขาแวะตลาดตามคำสั่งของนิดเพื่อซื้อหมูสดไปนิดทำกับข้าวเย็น ในจังหวะที่เร่งรีบเขาก็เดินไปชนกับชายชราคนหนึ่งเข้าอย่างจัง“ขอโทษครับคุณลุง ผมรีบไปหน่อย” เอกณัฐรีบเอ่ยขอโทษพลางพยุงลุงคนนั้นไว้ลุงคนนั้นหรี่ตามองเขาด้วยความสงสัย สำเนียงเหน่อๆ แบบคนสุพรรณขนานแท้เอ่ยถามขึ้น “ไอ้หนุ่ม... เอ็งเพิ่งมาอยู่ใหม่เร่อ!! ลุงไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเอ็งเลย”“ผมชื่อเอกครับเมียชื่อนิด มีพี่ชื่อชัย บ้านผมอยู่ท้ายหมู่บ้าน เอ่อ...ว่าแต่ลุงทำไมไม่เคยเห็นผมล่ะ” เอกณัฐถามกลับด้วยความประหลาดใจ“เป็นไปไม่ได้!” ลุงโบกมือวืดวาด “บ้านลุงน่ะอยู่ติดกับไอ้ชัยกับนังนิดมาจะยี่สิบกว่าปีแล้ว เห็นแค่เจ้าชัยกับนังนิด สองผัวเมียนั่น เท่านั้นแหละ ไม่เห็นจะมีใครอื่น”คำพูดของลุงเหมือนสายฟ
เที่ยงกว่า ๆ เอกณัฐ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง สัมผัสแรกที่เขารู้สึกคือความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่กระทบผิวเนื้อเปลือยเปล่า เสียงเคาะประตูจากพนักงานโรงแรมดังรัวขึ้นพร้อมคำแจ้งเตือนที่ทำให้เขาต้องสะดุ้ง“ขอโทษนะคะคุณลูกค้า เลยเวลาเช็คเอาท์มานานแล้วค่ะ หากต้องการพักต่อกรุณาชำระค่าที่พักเพิ่มด้วยนะคะ”เขาลนลานหากระเป๋าสตางค์และเสื้อผ้า แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่า เอกณัฐพยายามคาดคั้นถามพนักงานถึงเหตุการณ์เมื่อวานเย็น แต่ได้รับเพียงสายตาดูแคลน ผู้จัดการโรงแรมก้าวเข้ามาเชิญตัวเขาออกไปอย่างไม่ไว้หน้า ชายที่เคยจองหองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหวังจะพึ่งพาน้องชาย แต่ใบหน้าของเขาก็ต้องซีดเผือดทันทีเมื่อพบว่าข้อมูลในเครื่องถูกลบเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์... โลกของเขากำลังพังทลายลงในพริบตาด้วยความอับอายและสติที่เริ่มคลุ้มคลั่ง เอกณัฐในสภาพที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันกายพร้อมชุดชั้นในตัวเดียว ตัดสินใจวิ่งหนีสายตาผู้คนออกไปที่ลานจอดรถ เขาเห็นรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ เจ้าของรถกำลังวุ่นอยู่กับการขนของด้านหลัง เขาไม่รอช้า พุ่งขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งออกไปทันที
ในขณะที่ภาคินัยกำลังติดพันอยู่กับการประชุมใหญ่ เอกณัฐที่บัดนี้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดพร้อมเพลิงแค้นที่สุมอก ก็เริ่มเดินหมากตัวใหม่ เขาเฝ้ารอจังหวะกระชากหน้ากากของเมธินี นังตัวแสบที่บังอาจหักหลังเขาไปเป็นพวกศัตรูจำทำให้เขามีคดีความมาจนถึงทุกวันนี้เสียงแจ้งเตือนไลน์ในมือถือของเมธินีดังขึ้น เมื่อหล่อนเปิดดูดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว มันคือคลิปวิดีโอส่วนตัวที่หล่อนกับเขาเคยมีสัมพันธ์กับเอกณัฐในอดีต พร้อมข้อความข่มขู่“ออกมาเจอฉันที่โรงแรมเดิม ถ้าไม่อยากให้คลิปนี้ไปโผล่ในมือถือผัวของเธอภายในสิบนาที!”เมธินีใจสั่นรัว หล่อนรู้ดีว่าเอกณัฐไม่ได้ขู่เล่น ในนาทีที่มืดแปดด้าน หล่อนนึกถึงคำพูดของ เจนจิรา ที่เคยสั่งไว้ว่าหากเอกณัฐติดต่อมาให้บอกทันที... สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้หล่อนเลือกพึ่งพาอำนาจเมียหลวง“เจน... เอกมันขู่เมย์ มันมีคลิปแบล็กเมล์เมย์...ทำไงดี” เมธินีสารภาพเสียงสั่นเครือเจนจิรานิ่งฟังด้วยสติที่มั่นคง หล่อนรู้ว่านี่คือโอกาสทองที่จะขุดรากถอนโคนความชั่วร้ายของเอกณัฐให้สิ้นซาก “เมย์ฟังเจนนะ... นัดมันเย็นนี้เลย ทำตามที่มันต้องการ เดี๋ยวเจนจะเอาของบางอย่างให้ไป”เจนจิราแอบส่งยานอนหลั
ราตรีที่แสนยุ่งเหยิงกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย้ายวนอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ภาคินัยโอบประคองภรรยาสาวทั้งสองไว้แนบกาย ความขัดแย้งที่ทั้งคู่เคยมีต่อกันถูกหลอมละลายด้วยไฟตัณหาที่ภาคินัยมอบให้อย่างเท่าเทียม“คืนนี้ไหน ๆ เจนก็ลงเวรแล้ว” ภาคินัยกระซิบเสียงนุ่มก่อนจะโน้มตัวลงหอมแก้มเจนจิราอย่างแสนรัก “คืนนี้พี่ภาคย์จะควบสองเลยเหรอคะ พี่ไหวเหรอ” เมธินีแสร้งหยิกแกมหยอก แววตาจิกกัดเลือนหายไปเหลือเพียงความซุกซนที่รุ่มร้อน“ไหวสิครับหลายคืนนี้ที่เราสามคนไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน” ชายหนุ่มหันไปหอมแก้มเมธินีอีกฟากเพื่อไม่ให้เธอน้อยหน้า ก่อนจะนำพาสองนารีขึ้นรถมุ่งหน้าสู่รังรักที่กำลังจะกลายเป็นสรวงสวรรค์ชั้นฟ้าภายในห้องพักที่อบอวลด้วยกลิ่นอายเสน่หา ภาคินัยพาทั้งสองเข้าสู่ห้องน้ำหรูหรา อ่างน้ำวนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยฟองสบู่เนียนนุ่ม ร่างเปลือยเปล่าของสามคนสอดประสานกันท่ามกลางสายน้ำที่อุ่นกำลังดี เจนจิราที่ทนความคิดถึงไม่ไหวเป็นฝ่ายเริ่มจูบกับภาคินัยอย่างดูดดื่ม รสสัมผัสที่หวานล้ำทำเอาชายหนุ่มแทบละลาย ในขณะที่ท่อนล่างของเขาถูกเมธินีครอบครองด้วยเรียวปากอุ่นนุ่ม หล่อนใช้ลิ้นตวัดหยอกเย้าจนอาวุธร้ายแข็งขืนสู้มือ“
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสต
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่
เสียงหวีดร้องปนสะอื้นของเมธินีก้องอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันบิดเบี้ยว เมื่อเอกณัฐไม่ได้ใช้ความรักนำทาง แต่ใช้ความดิบเถื่อนเข้าครอบงำเพื่อสนองตัณหาและอำนาจที่เขามีเหนือกว่าหญิงสาวตรงหน้า“โอ๊ย! อร๊าย!! พอแล้ว เสียบเข้าสิ เร็ว...ฉันไม่ไหวแล้วนะ!” หล่อนจิกนิ้วลงบนผ้าปูที่นอนจนยับย่น เมื่อใบหน้
หลังจากพายุอารมณ์ในครั้งนั้นมอดดับลง ความสัมพันธ์ของภาคินัยและเจนจิรากลับยิ่งแน่นแฟ้นราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการเผาไหม้ ทั้งคู่ใช้ความเชื่อใจเป็นเกราะกำบัง จนไม่ว่าแผนการสกปรกของใครก็ไม่อาจแทรกซึมเข้าทำลายความรักของทั้งสองได้อีก แต่ฝั่งของคนที่พ่ายแพ้... เพลิงแค้นกลับยังคงคุกรุ่นท่ามกลางแสงสีที่สาดส




![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


