Masukรุ่งเช้าภาคินัย งัวเงียตื่นขึ้น เขากวาดสายตามองหาพยาบาลสาวส่วนตัวเป็นอันดับแรก บนโซฟาที่เคยมีร่างระหงนอนอยู่กลับว่างเปล่า เขาก้มมองที่ข้อมือซ้าย... สายน้ำเกลือถูกถอดออกไป
ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก..
“เฮ้ย! เป็นไงบ้างไอ้ภาคย์ เมื่อคืนหลับสบายหรือเปล่าวะ” ก้องเกียรติ เดินหน้าระรื่นเข้ามาในห้อง
“คุณเจนไปไหนวะ?” ภาคินัยถามเสียงเข้ม ไม่สนใจคำทักทายของเพื่อน
“โธ่... ตื่นมาก็เรียกหาสาว เอ๊ย! เรียกหาพยาบาลเลยนะมึง ข้าวปลาไม่กินหรือไง”
“ไอ้ก้อง! อย่ากวนบาทา... ฉันถามว่าคุณเจนไปไหน”
“เขาก็รู้แล้วน่ะสิว่าแกน่ะป่วยการเมือง ต่อให้ไม่ใช่พยาบาลเกียรตินิยมอย่างคุณเจน เขาก็มองออกว่ะว่าแกแข็งแรงยิ่งกว่าควายถึกเสียอีก ตอนนี้เขาลงไปทำงานที่ห้องเจาะเลือดแล้ว”
“เฮ้ย! งั้นเดี๋ยวฉันมาว่ะ” ด้วยความร้อนรน ภาคินัยรีบสปริงตัวลงจากเตียง ทว่าเขาลืมไปว่าภายใต้ชุดคนไข้รุ่มร่ามนั้นเขา ไม่ได้สวมกางเกงใน ผลคือปลายขากางเกงพันกันจนเขาล้มคะมำลงพื้นประจวบเหมาะกับป้าแม่บ้านเปิดประตูเข้ามาพอดี
“ว้าย!!! ตาเถรตกใต้ถุน!” ป้าแม่บ้านร้องลั่นพลางปิดตาแน่น ภาคินัยรีบดึงกางเกงขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“ไอ้ก้อง! ฉันวานแกไปเซเว่นด่วน... ซื้อกางเกงในให้ฉันที เอาแบบด่วนที่สุดเลยนะ!” เขาสั่งเสียงหลงจนก้องเกียรติหลุดขำก๊าก ก่อนจะรีบวิ่งออกไปจัดการให้เพื่อนรัก
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ภาคินัยในชุดใหม่เอี่ยมที่เพื่อนซื้อมาให้ดูสมาร์ทและหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสาร เขาเดินตรงไปยังตึกตรวจโรคเป้าหมายคือห้องเจาะเลือด พยาบาลสาวน้อยสาวใหญ่ต่างมองตามกันเป็นแถว แต่สายตาคมกริบกลับหยุดอยู่ที่ร่างระหงของเจนจิรา
“สวัสดีครับ... คุณเจนจิรา มานะสกุลวงศ์” เขาเรียกชื่อเต็มของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มหวาน
“สวัสดีค่ะ... หายดีแล้วเหรอคะ” เจนจิราเงยหน้าขึ้นหรี่ตามองอย่างรู้ทัน
“คุณรู้อยู่แล้วจะแกล้งถามทำไมล่ะครับ... หรืออยากให้ผมแกล้งป่วยต่อคุณจะได้ให้คุณมาเฝ้าไข้ผมอีก” เขาโน้มตัวลงกระซิบ
“ขอเบอร์ติดต่อหน่อยสิ...ที่รัก”
“ใครที่รักคุณไม่ทราบ!” เจนจิราหน้าแดงซ่าน รีบชักหน้าหนี
“ก็มีกันอยู่แค่สองคน จะให้ผมเรียกเก้าอี้ว่าที่รักหรือไงครับ... เอาเป็นว่าเราสงบศึกก่อน ตอนนนี้ผมหิวมาก ไปทานข้าวเช้าเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ”
“ฉันทำงานอยู่ไม่เห็นรึไง”
“งั้นผมจะรออยู่ตรงนี้จนกว่าจะได้ไปทานมื้อเช้ากับคุณ”
ณ โรงอาหารของโรงพยาบาล ท่ามกลางบรรยากาศจอแจ เจนจิรานั่งจ้องหน้าชายหนุ่มที่ทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจ
“ถามจริงเถอะ ทำไมคุณต้องแกล้งป่วยด้วยคะ คุณต้องการอะไรกันแน่” ภาคินัยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ถ้าผมเล่าความจริงคุณเหยียบไว้เลยนะ” เมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้า เขาจึงเล่าเรื่องที่ถูกแม่บังคับหมั้นกับหนูเง็ก และแผนการแกล้งป่วยเพื่อหนีงานหมั้นทั้งหมดให้เธอฟัง
“สรุปคือ... คุณหนีงานหมั้นเพราะอยากใช้ชีวิตโสด!!!”
“เปล่าครับ... ผมหนีเพราะผมยังไม่เจอคนที่ใช่ จนได้มาเจอ คุณไง” ภาคินัยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย แววตาที่เคยเจ้าเล่ห์กลับดูจริงจังขึ้นมาทันที
“คุณเจน... ช่วยผมหน่อยได้ไหม แกล้งเป็นแฟนไปหลอกแม่ผมหน่อย หรือถ้าจะให้ดี... คบกับผมจริงๆ เลยก็ได้นะ ผมรับรองว่าผมจริงใจ ไม่กะล่อนเหมือนที่ใครๆ คิด”
“จะบ้ารึไงคุณ เราก็เพิ่งเจอกันได้ไม่ถึงสองวันเลยนะ จะไปคบกันได้ยังไง! อีกอย่างฉันก็โกหกไม่เก่งหรอก แม่คุณต้องจับได้แน่ ๆ คุณไปขอร้องคนอื่นเถอะ” เจนจิราบอก
“ช่วยผมหน่อยเถอะ”
“คุณทำอย่างกับเป็นละครน้ำเน่าไปได้ นี่มันชีวิตจริงนะคุณ”
“ละครกับชีวิตจริงมันก็ไม่ต่างกันหรอกครับ... ถือว่าช่วยผมเถอะนะ ผมมีค่าจ้างให้คุณด้วย ถ้าแม่ผมยอมรับคุณเมื่อไหร่ ผมจ่ายให้คุณห้าล้านทันที!”
“ตั้งห้าล้าน พูดเป็นเล่นน่า” เจนจิรานิ่งไปครู่หนึ่ง
“ผมพูดจริง”
“คุณต้องรวยมากสินะ”
“คุณจะรับข้อเสนอของผมมั้ย”
“แต่การโกหกผู้ใหญ่มันบาปนะคุณ ฉันขอคิดดูก่อนแล้วกัน”
“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ... ถ้าไม่อยากโกหก ก็แค่คุณก็ยอมเป็นแฟนกับผมเลยสิ รับรองว่าไม่บาป แถมได้สามีหล่อและรวยมากด้วยนะ” เขาหยอดมุกพลางยักคิ้วให้หนึ่งที
“คนอะไร้ หลงตัวเองชะมัด” เธอพึมพำ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อย พยายามข่มความหวั่นไหวในใจ
“ฉันไปก่อนะ ไม่อยากทิ้งงานมานาน มันเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน”
ภาคินัยยิ้มกริ่มอย่างผู้กำชัยชนะ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียงแข็งเหมือนตอนแรก อีกไม่นาน พยาบาลสาวคนนี้ต้องตกเป็นของเขาอย่างแน่นอน ทั้งตัวและหัวใจคอยดูสิ!
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสตาร์ทซ้ำแต่เครื่องยนต์กลับนิ่งสนิท ทั้งสองจำใจลงจากรถมาช่วยกันเข็นรถเข้าข้างทางอย่างทุลักทุเล เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราวตามใบหน้าสวย เจนจิราพยายามมองหาแท็กซี่แต่กลับไร้วี่แวว“พร ไหนลองสตาร์ทอีกทีสิ...” เจนจิราชะโงกหน้าเข้าไปดูที่แผงหน้าปัด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเข็มวัดน้ำมันตกลงไปจมมิดขีดล่างสุด “นี่ยัยพร! แกขับรถจนน้ำมันหมดไม่รู้ตัวเลยเหรอเนี่ย ดูสิ!”“อ่าว! เฮ้ย! เป็นไปได้ไง ก็ฉันเพิ่งเติมเต็มถังเมื่อวานนี้เองนะ!” สุรีย์พรเถียงกลับอย่างงุนงง ด้วยความรีบเร่งทำให้เจนจิรามองข้ามความผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นกับรถของเธอเมื่อวานซืนไปอย่างน่าเสียดายจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเจนจิราก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเอกณัฐที่โทรเข้ามาด้วยจังหวะที่แม่นยำราวจับวาง“สวัสดีค่ะคุณเอก มีอะไรหรือเปล่าคะ”“อ๋อ พอดีทางอู
ตอนที่ 38 แผนรัก แผนร้าย...หลังเสร็จสิ้นพายุสวาทที่เร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำและบนเตียงที่ยับย่น ความเงียบสงบในยามสายกลับเต็มไปด้วยพันธนาการลับที่แน่นหนา เมธินีขยับกายเข้าไปซุกซบอกแกร่งที่ยังชื้นเหงื่อ พลางเอ่ยเสียงอ้อนแกมขู่ที่ทำให้ภาคินัยต้องใจหายวาบ“คราวนี้พี่ภาคย์ก็เป็นผัวเมย์เต็มตัวแล้วนะคะ ห้ามทิ้งเมย์นะ ไม่อย่างนั้นเมย์ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“แต่เมย์อย่าเพิ่งไปบอกอะไรเจนนะ พี่ขอร้อง” ภาคินัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงโรยแรง จุมพิตลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวอย่างจำยอม เพื่อรักษาความลับที่อาจทำลายชีวิตครอบครัวของเขา“ถ้าพี่ภาคย์ไม่ดื้อกับเมย์ รับรองเมย์ไม่บอกใครหรอกค่ะ” หล่อนยิ้มพึงใจ ซุกกายเข้าหาความอบอุ่นที่ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าของร่วมอย่างสมบูรณ์ ระหว่างที่ภาคินัยออกไปคุมงานที่ไซต์งานก่อสร้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมธินีที่นั่งรออยู่ในรถหรูแอบต่อสายหาเอกณัฐทันทีเพื่อรายงานความคืบหน้า“แผนของฉันสำเร็จแล้วนะ... ตอนนี้พี่ภาคย์ดิ้นไม่หลุดแล้ว”“หึๆ..ร้ายไม่เบานี่” เอกณัฐหัวเราะในลำคอ “รวบหัวรวบหางได้อยู่หมัดเลยล่ะ”“ว่าแต่คุณเถอะ รวบหัวรวบหางยัยพยาบาลนั่นได้เหรอยัง” เมธินีย้อนถามด้วยความริษยาที่ยังคุกร
ภาคินัยพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดค่อยๆ ถอนตัวตนออกอย่างเบามือ แล้วเริ่มเล้าโลมเธอใหม่อย่างใจเย็นเพื่อลดความทรมานจากฤทธิ์ยาที่ยังพลุ่งพล่าน เขาเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ที่ซอกขาเนียนละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทเพลงรักจังหวะต่อไปที่กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งภาคินัยที่ตกอยู่ในบ่วงกามและความมึนเมาของฤทธิ์ยา บรรเลงเพลงรักอย่างดุดันดั่งเสือหนุ่มที่หิวโหย จมูกโด่งคมสันฝังลึกเข้ากับจุดกึ่งกลางความสาว ก่อนจะปาดเลียเกสรดอกไม้งามด้วยลิ้นที่ร้อนผ่าวและแข็งกร้าว บิดเกลียวชอนไชจนเมธินีสะท้านไปทั้งร่าง“อื้อ พี่ภาคย์ขา เมย์เสียวว!! อื้อ เบา ๆ นะคะ อู๊ยย!! พี่ภาคย์ขา อย่าดูดแรงนักสิคะ เมย์จะขาดใจอยู่แล้ว”เสียงหวานหวีดร้องระงมติดๆ กัน ร่างกายอ้อนแอ้นหอบกระตุกเฮือกใหญ่เมื่อถูกเขานำพาไปถึงแตะขอบสวรรค์อย่างรุนแรง ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด มือน้อยสั่นเทาขยุ่มลงบนเส้นผมหนาของชายหนุ่มขณะที่เขาดูดกลืนน้ำหวานแห่งความใคร่จนหยดสุดท้าย ก่อนที่ลิ้นสากจะปาดเลียไล้ขึ้นมาตามหน้าท้องแบนราบที่แขม่วรับสัมผัสชวนสยิว จนมาหยุดอยู่ที่ยอดปทุมถันอวบอิ่มที่เขาใช้ความแกร่งขึงบดเบียดนว
เมธินีผละริมฝีปากออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อบอกความในใจที่เก็บกดมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสมหวัง ในที่สุดผู้ชายที่เธอเคยได้แต่เฝ้ามอง วันนี้เขากำลังสยบอยู่ใต้ร่างของเธอด้วยความโหยหาหญิงสาวไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หล่อนแอ่นกายรับสัมผัสรุกรานจากมือหนาที่เริ่มบีบเค้นทรวงอกอย่างแรงตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ภาคินัยซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นและลาดไหล่ขาวเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินผิวทำเอาเมธินีสั่นสะท้าน หล่อนหลับตาลงรับรสสวาทที่อาบไปด้วยเล่ห์กล โดยหารู้ไม่ว่าทุกสัมผัสที่แสนวาบหวามนี้เมื่อริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอีกครั้ง แรงอารมณ์มหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ร่างบางจนเมธินีแทบจะสำลักความเสียวซ่าน ภาคินัยในยามนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนคนเดิม แต่เขากลายเป็นเสือผู้หิวโหย ร่างสูงใหญ่พลิกกายขึ้นทาบทับเรือนร่างขาวโพลนที่นอนทอดกายยั่วยวนอยู่เบื้องล่าง แสงไฟสลัวขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวให้ดูเย้ายวนใจจนเขาลืมสิ้นซึ่งมโนธรรม“เมย์จ๋า...” เสียงแหบพร่าครางเรียกขณะใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้เข้าหาซอกคอขาวกรุ่น ขบเม้มทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“เมย์จ๋า!!!.
หล่อนรีบโทรสั่งพนักงานให้ส่งเบียร์เย็นจัดและน้ำแข็งขึ้นมาบนห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อของมาถึง มือบางสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นขณะรินเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วสองใบ ใบหนึ่งสำหรับเธอ... และอีกใบสำหรับเขาเมธินีหยิบซองยาเม็ดเล็กๆ ออกมาบดละลายลงในแก้วของภาคินัยอย่างเบามือ มันคือยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มพังทลายลงในชั่วพริบตา“อะไรมันจะง่ายดายขนาดนี้...” หล่อนพึมพำพลางเขย่าแก้วเบียร์เบาๆ ให้ยาสลายตัว“ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ห้องเต็ม... ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องเหนื่อยหาข้ออ้างมากกว่านี้”ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ภาคินัยเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดหยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอกหนาและลำคอแกร่ง ดูเย้ายวนจนเมธินีต้องลอบกลืนน้ำลาย หล่อนรีบปั้นหน้านิ่งแล้วส่งแก้วเบียร์ให้เขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ“ดื่มสักนิดนะคะพี่ภาคย์ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะได้หลับสบาย... เมย์ขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้พี่ลำบากใจขนาดนี้”ภาคินัยรับแก้วมาด้วยความเผลอเรอ เขาเพียงแค่อยากจะดับความกระหายและหวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยให้เขาหลับลงได้ในค่ำคืนที่แสนวุ่นวายนี้ โดยหารู้ไม่ว่า... เพียงแค่จิบแรกที่ผ่านลำคอเข้าไป
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยคำสั่งอันเด็ดขาด“ครับนาย” ชายคนดังกล่าวตอบรับเขาคือลูกน้องที่เอกณัฐจ้างมาจี้เจนจิราในคืนนั้น และตอนนี้ก็ทำหน้าที่คอยให้สะกดรอยตามพยาบาลสาวมาโดยตลอด ทุกความเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของเจนจิราถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่การ์ดอย่างละเอียด เอกณัฐเปิดดูรูปในโทรศัพท์ด้วยสายตาที่เป็นประกาย ภาพจังหวะที่เขาแสร้งประคองแผ่นหลังของเจนจิรา ภาพการพูดคุยที่ดูใกล้ชิดหน้าห้องพักผู้ป่วย เมื่อถูกถ่ายในมุมที่จงใจ มันกลับกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ “แกทำดีมาก...” เอกณัฐพึมพำ “วันนี้แหละไอ้ภาคินัย มึงได้อกแตกตายแน่ ๆ ”“แล้วเรื่องรถล่ะครับนาย” ชายชุดดำถามต่อ“เดี๋ยวแกไปจัดการต่อสายน้ำมันรถของคุณเจนให้เป็นปกติซะ เติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วขับไปจอดซ่อนไว้ที่คอนโดฉันก่อน... ระหว่างนี้ฉันจะโก







