Masukณ บริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ในเครือบวรกิจ บรรยากาศภายในห้องทำงานของประธานบริษัทเต็มไปด้วยความกดดัน เมื่อคุณนายนวลฉวีได้รับรายงานว่าลูกชายตัวดีโผล่หัวกลับมาทำงานแล้ว
“ล้มเลิกงานหมั้นได้ก็โผล่หัวมาทำงานได้เชียวนะ...” คุณนายนวลฉวีต่อว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวน นัยน์ตาคมกริบฉายแววขุ่นมัว
ภาคินัยนั่งหน้าระรื่นในขณะที่ผู้เป็นมารดาเดินเข้ามาหา รอยยิ้มประจบประแจงของชายหนุ่มที่ทำให้คนเป็นแม่ใจอ่อนได้เสมอ
“สวัสดีครับคุณแม่... อุตส่าห์เดินมาหาผมถึงห้อง มีเรื่องอะไรด่วนเหรอครับ?”
“ไม่ต้องมาทำไขสือ! เล่ามา แกหนีงานหมั้นทำไม แกรู้ไหมว่าฉันเสียหน้าแค่ไหน!”
“แม่ครับ... ผมก็บอกแม่แล้วไงว่า...ผมไม่ได้รักหนูเง็กอะไรนั่นเลย” ภาคินัยทอดเสียงนุ่มพลางเดินเข้าไปบีบนวดไหล่ให้มารดา
“และที่สำคัญ... ผมก็มีคนที่ผมรักอยู่แล้ว เอาไว้ผมเคลียร์งานเสร็จ ผมจะพาเธอมาไหว้คุณแม่นะครับ รับรองว่าสวยและเก่งกว่าหนูเง็กหลายเท่า!”
“อย่ามาหลอกแม่นะ...ภาคย์ ถ้าแกพามาไม่ได้ แกต้องกลับไปหมั้นทันทีรู้ไว้ซะ!” คุณนายนวลฉวีตั้งเงื่อนไข ถึงแม้จะอยากเห็นหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ที่ทำให้ลูกชายคนเดียวของเธอสิ้นลายได้ขนาดนี้ก็ตาม
ทางด้านโรงพยาบาล... เจนจิราเดินบีบนวดแขนตัวเองออกมาจากวอร์ดด้วยความล้า ทำให้เธออยากล้มตัวลงนอนเสียเดี๋ยวนี้
“เจน! ออกเวรแล้วเหรอ” สุรีย์พร เพื่อนพยาบาลสาวคนสนิททักขึ้นด้วยสภาพที่อ่อนล้าไม่แพ้กัน เพราะเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดเคสโคม่า
“เฮ่อ!!!”
“ง่วงจนจะหลับกลางอากาศแล้วเนี่ย แต่ท้องมันดันร้องประท้วงว่ะ” สุรีย์พรบ่นอุบ
“งั้นไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันมีเรื่องสำคัญจะปรึกษาแกพอดีเลย” เจนจิราลากแขนเพื่อนสาวออกไปทันที โดยไม่สนสายตาของบุรุษพยาบาลที่มองตามด้วยความเสียดาย เพราะสุรีย์พรถึงแม้จะเย็นชาเป็นน้ำแข็งขั้วโลกหลังเจอกับมรสุมรักเมื่อสามปีก่อน แต่ความสวยของเธอก็ยังคงเป็นที่หมายตา
ณ ร้านอาหารข้างโรงพยาบาล... ควันร้อนๆ จากโจ๊กและกลิ่นหอมของกาแฟช่วยปลุกสติของสองสาวได้เป็นอย่างดี
“ว่ามา... มีเรื่องอะไรที่ทำให้พยาบาลสาวเกียรตินิยมอย่างแกถึงกับเครียดจนคิ้วขมวดขนาดนี้” สุรีย์พร เปิดประเด็นพลางใช้ช้อนคนโจ๊กในชาม สายตาคมจ้องมองเพื่อนรักอย่างจับผิด
“ก็เพื่อนพี่ก้องน่ะสิ... คุณภาคินัย” เจนจิราเอ่ยเสียงแผ่ว ใบหน้านวลร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ เมื่อภาพเหตุการณ์ในห้องพักฟื้ที่แวบเข้ามาในหัว สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่รั้งเอวเธอไว้ยังความรู้สึกวูบวาบไม่หาย
“เขามาจ้างฉันไปเป็นแฟนหลอก ๆ เพื่อไปตบตาแม่เขาให้ยอมล้มเลิกงานหมั้นน่ะสิ”
“หือ!! จ้างเนี่ยนะ!!”
“อือ... เขาบอกว่าถ้าแม่เขายกเลิกงานหมั้นเมื่อไหร่ เขาจะจ่ายให้ฉันห้าล้านบาท!”
“ห้าล้าน!” สุรีย์พรทวนคำเสียงหลงจนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง เธอรีบลดเสียงลง
“แล้วแก... ชอบเขาไหมล่ะ!”
“เออ... ก็... ก็หล่อดีอยู่หรอก แต่กะล่อนไปหน่อยแถมยัง... หื่นกามสุด ๆ!” เจนจิราเม้มปากแน่น นึกถึงสายตาหิวกระหายคู่นั้นที่จ้องมองเธอราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว
“สวัสดีครับสองสาว!” เสียงทุ้มร่าเริงดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของก้องเกียรติ ที่เดินยิ้มกริ่มเข้ามานั่งลงข้างสุรีย์พรอย่างถือวิสาสะ
“กำลังนินทาใครอยู่ครับ น้องเจน น้องพร?”
“พี่ก้อง! มาก็ดีแล้ว เพื่อนพี่ที่ชื่อภาคินัยน่ะ เขามาจีบยัยเจน แถมยังจะจ้างห้าล้านให้เป็นแฟนหลอก ๆ อีก ไหนบอกหน่อยสิว่าเพื่อนพี่คนนี้ไว้ใจได้แค่ไหนกันเชียว” สุรีย์พรยิงคำถามใส่นายแพทย์หนุ่มทันที เธอรู้ดีว่าก้องเกียรติแอบมีใจให้เธอ แต่ตอนนี้เรื่องเพื่อนสำคัญกว่า
ก้องเกียรติหัวเราะร่วน ก่อนจะเอ่ยตอบ
“ไอ้ภาคย์มันบอกพี่หมดแล้วล่ะ เจน... จริง ๆ มันบอกพี่ว่ามันหลงรักเจนน่ะ ถึงกับอยากได้เป็นแม่ของลูก ไอ้เรื่องจ้างห้าล้านอะไรนั่นมันแค่ข้ออ้างที่มันอยากจะอยู่ใกล้ ๆ เจนและอยากหาเรื่องจีบเจนเท่านั้นแหละ”
“อีกอย่าง... ตอนนี้คุณแม่บังคับให้มันหมั้นกับสาวที่มันไม่ได้ชอบด้วย” ก้องเกียรติอธิบายเสริม
“อ๋อ... สรุปเพื่อนพี่ก้องคือเจ้าชู้จนแม่ไม่เชื่อใจสินะคะ เลยต้องมาลำบากคนอื่นแบบนี้” เจนจิราประชดเสียงสะบัด
“ก็น่าจะประมาณนั้นแหละครับ แต่รอบนี้มันย้ำกับพี่หนักแน่นเลยนะว่ามันจะเลิกเจ้าชู้เพื่อเจน เจนลองให้โอกาสมันหน่อยไม่ได้เหรอ” นายแพทย์หนุ่มพยายามช่วยเพื่อนสุดตัว ก่อนจะรีบตัดบทเปลี่ยนเรื่อง
“เอ่อ... มื้อนี้พี่ขอเป็นเจ้ามือนะครับ น้องพร... เดี๋ยวทานเสร็จพี่ไปส่งที่บ้านนะ”
“เสียใจด้วยค่ะ พรเอารถมา” สุรีย์พรตอบนิ่ง ๆ ใบหน้าสวยเรียบเฉยจนก้องเกียรติหน้าเสียไปนิด
“หว้า!!... เสียดายจัง พี่กะว่าจะเล่าเรื่องวีรกรรมเด็ด ๆ ของไอ้ภาคย์ให้ฟังซะหน่อย” ก้องเกียรติแกล้งทอดถอนใจ
“ถ้าเกี่ยวกับเพื่อนพี่... เล่าให้เจนฟังตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เจนจิราพยายามดึงข้อมูล
“ไม่เอาครับ... ข้อมูลลับระดับนี้ต้องใช้เวลาเล่านานหน่อย เอางี้ถ้าน้องเจนทำให้พี่ไปส่งเพื่อนที่บ้านได้ล่ะก็ พี่จะยอมเล่าความลับไอ้ภาคย์ให้ฟังหมดเปลือกเลย โอเคมั้ย”
เจนจิราหันไปสบตาเพื่อนรักด้วยสายตาเว้าวอน
“พร... ยอมให้พี่ก้องเขาไปส่งสักวันไม่ได้เหรอ ถือว่าช่วยเอาบุญให้เพื่อนได้ตาสว่างเรื่องอีตาภาคย์นี่หน่อยนะ”
สุรีย์พรมองหน้าเพื่อนที่ทำตาละห้อยสลับกับใบหน้าลุ้นระทึกของก้องเกียรติ ก่อนจะถอนหายใจยาว
“เออ ๆ ก็ได้ แค่วันนี้เดียวนะคะพี่ก้อง”
หลังจากที่ก้องเกียรติเล่าเรื่องราวพื้นฐานและนิสัยใจคอของภาคินัยให้ฟังคร่าว ๆ รวมถึงความกดดันที่ภาคินัยได้รับจากครอบครัว เจนจิราก็นั่งนิ่งงันไป เธอเปรยตามองภาพเพื่อนรักที่จำยอมเดินเคียงคู่ไปกับนายแพทย์หนุ่มไปขึ้นรถด้วยความรู้สึกที่เบิกบาน
“ห้าล้านบาทเป็นแฟนหลอก ๆ งั้นเหรอ..” เจนจิราพึมพำพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ สายลมยามเช้าพัดมาปะทะหน้าคล้ายจะเตือนให้เธอระวังหัวใจตัวเองให้ดี
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสตาร์ทซ้ำแต่เครื่องยนต์กลับนิ่งสนิท ทั้งสองจำใจลงจากรถมาช่วยกันเข็นรถเข้าข้างทางอย่างทุลักทุเล เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราวตามใบหน้าสวย เจนจิราพยายามมองหาแท็กซี่แต่กลับไร้วี่แวว“พร ไหนลองสตาร์ทอีกทีสิ...” เจนจิราชะโงกหน้าเข้าไปดูที่แผงหน้าปัด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเข็มวัดน้ำมันตกลงไปจมมิดขีดล่างสุด “นี่ยัยพร! แกขับรถจนน้ำมันหมดไม่รู้ตัวเลยเหรอเนี่ย ดูสิ!”“อ่าว! เฮ้ย! เป็นไปได้ไง ก็ฉันเพิ่งเติมเต็มถังเมื่อวานนี้เองนะ!” สุรีย์พรเถียงกลับอย่างงุนงง ด้วยความรีบเร่งทำให้เจนจิรามองข้ามความผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นกับรถของเธอเมื่อวานซืนไปอย่างน่าเสียดายจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเจนจิราก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเอกณัฐที่โทรเข้ามาด้วยจังหวะที่แม่นยำราวจับวาง“สวัสดีค่ะคุณเอก มีอะไรหรือเปล่าคะ”“อ๋อ พอดีทางอู
ตอนที่ 38 แผนรัก แผนร้าย...หลังเสร็จสิ้นพายุสวาทที่เร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำและบนเตียงที่ยับย่น ความเงียบสงบในยามสายกลับเต็มไปด้วยพันธนาการลับที่แน่นหนา เมธินีขยับกายเข้าไปซุกซบอกแกร่งที่ยังชื้นเหงื่อ พลางเอ่ยเสียงอ้อนแกมขู่ที่ทำให้ภาคินัยต้องใจหายวาบ“คราวนี้พี่ภาคย์ก็เป็นผัวเมย์เต็มตัวแล้วนะคะ ห้ามทิ้งเมย์นะ ไม่อย่างนั้นเมย์ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“แต่เมย์อย่าเพิ่งไปบอกอะไรเจนนะ พี่ขอร้อง” ภาคินัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงโรยแรง จุมพิตลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวอย่างจำยอม เพื่อรักษาความลับที่อาจทำลายชีวิตครอบครัวของเขา“ถ้าพี่ภาคย์ไม่ดื้อกับเมย์ รับรองเมย์ไม่บอกใครหรอกค่ะ” หล่อนยิ้มพึงใจ ซุกกายเข้าหาความอบอุ่นที่ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าของร่วมอย่างสมบูรณ์ ระหว่างที่ภาคินัยออกไปคุมงานที่ไซต์งานก่อสร้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมธินีที่นั่งรออยู่ในรถหรูแอบต่อสายหาเอกณัฐทันทีเพื่อรายงานความคืบหน้า“แผนของฉันสำเร็จแล้วนะ... ตอนนี้พี่ภาคย์ดิ้นไม่หลุดแล้ว”“หึๆ..ร้ายไม่เบานี่” เอกณัฐหัวเราะในลำคอ “รวบหัวรวบหางได้อยู่หมัดเลยล่ะ”“ว่าแต่คุณเถอะ รวบหัวรวบหางยัยพยาบาลนั่นได้เหรอยัง” เมธินีย้อนถามด้วยความริษยาที่ยังคุกร
ภาคินัยพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดค่อยๆ ถอนตัวตนออกอย่างเบามือ แล้วเริ่มเล้าโลมเธอใหม่อย่างใจเย็นเพื่อลดความทรมานจากฤทธิ์ยาที่ยังพลุ่งพล่าน เขาเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ที่ซอกขาเนียนละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทเพลงรักจังหวะต่อไปที่กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งภาคินัยที่ตกอยู่ในบ่วงกามและความมึนเมาของฤทธิ์ยา บรรเลงเพลงรักอย่างดุดันดั่งเสือหนุ่มที่หิวโหย จมูกโด่งคมสันฝังลึกเข้ากับจุดกึ่งกลางความสาว ก่อนจะปาดเลียเกสรดอกไม้งามด้วยลิ้นที่ร้อนผ่าวและแข็งกร้าว บิดเกลียวชอนไชจนเมธินีสะท้านไปทั้งร่าง“อื้อ พี่ภาคย์ขา เมย์เสียวว!! อื้อ เบา ๆ นะคะ อู๊ยย!! พี่ภาคย์ขา อย่าดูดแรงนักสิคะ เมย์จะขาดใจอยู่แล้ว”เสียงหวานหวีดร้องระงมติดๆ กัน ร่างกายอ้อนแอ้นหอบกระตุกเฮือกใหญ่เมื่อถูกเขานำพาไปถึงแตะขอบสวรรค์อย่างรุนแรง ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด มือน้อยสั่นเทาขยุ่มลงบนเส้นผมหนาของชายหนุ่มขณะที่เขาดูดกลืนน้ำหวานแห่งความใคร่จนหยดสุดท้าย ก่อนที่ลิ้นสากจะปาดเลียไล้ขึ้นมาตามหน้าท้องแบนราบที่แขม่วรับสัมผัสชวนสยิว จนมาหยุดอยู่ที่ยอดปทุมถันอวบอิ่มที่เขาใช้ความแกร่งขึงบดเบียดนว
เมธินีผละริมฝีปากออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อบอกความในใจที่เก็บกดมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสมหวัง ในที่สุดผู้ชายที่เธอเคยได้แต่เฝ้ามอง วันนี้เขากำลังสยบอยู่ใต้ร่างของเธอด้วยความโหยหาหญิงสาวไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หล่อนแอ่นกายรับสัมผัสรุกรานจากมือหนาที่เริ่มบีบเค้นทรวงอกอย่างแรงตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ภาคินัยซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นและลาดไหล่ขาวเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินผิวทำเอาเมธินีสั่นสะท้าน หล่อนหลับตาลงรับรสสวาทที่อาบไปด้วยเล่ห์กล โดยหารู้ไม่ว่าทุกสัมผัสที่แสนวาบหวามนี้เมื่อริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอีกครั้ง แรงอารมณ์มหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ร่างบางจนเมธินีแทบจะสำลักความเสียวซ่าน ภาคินัยในยามนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนคนเดิม แต่เขากลายเป็นเสือผู้หิวโหย ร่างสูงใหญ่พลิกกายขึ้นทาบทับเรือนร่างขาวโพลนที่นอนทอดกายยั่วยวนอยู่เบื้องล่าง แสงไฟสลัวขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวให้ดูเย้ายวนใจจนเขาลืมสิ้นซึ่งมโนธรรม“เมย์จ๋า...” เสียงแหบพร่าครางเรียกขณะใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้เข้าหาซอกคอขาวกรุ่น ขบเม้มทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“เมย์จ๋า!!!.
หล่อนรีบโทรสั่งพนักงานให้ส่งเบียร์เย็นจัดและน้ำแข็งขึ้นมาบนห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อของมาถึง มือบางสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นขณะรินเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วสองใบ ใบหนึ่งสำหรับเธอ... และอีกใบสำหรับเขาเมธินีหยิบซองยาเม็ดเล็กๆ ออกมาบดละลายลงในแก้วของภาคินัยอย่างเบามือ มันคือยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มพังทลายลงในชั่วพริบตา“อะไรมันจะง่ายดายขนาดนี้...” หล่อนพึมพำพลางเขย่าแก้วเบียร์เบาๆ ให้ยาสลายตัว“ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ห้องเต็ม... ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องเหนื่อยหาข้ออ้างมากกว่านี้”ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ภาคินัยเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดหยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอกหนาและลำคอแกร่ง ดูเย้ายวนจนเมธินีต้องลอบกลืนน้ำลาย หล่อนรีบปั้นหน้านิ่งแล้วส่งแก้วเบียร์ให้เขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ“ดื่มสักนิดนะคะพี่ภาคย์ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะได้หลับสบาย... เมย์ขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้พี่ลำบากใจขนาดนี้”ภาคินัยรับแก้วมาด้วยความเผลอเรอ เขาเพียงแค่อยากจะดับความกระหายและหวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยให้เขาหลับลงได้ในค่ำคืนที่แสนวุ่นวายนี้ โดยหารู้ไม่ว่า... เพียงแค่จิบแรกที่ผ่านลำคอเข้าไป
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยคำสั่งอันเด็ดขาด“ครับนาย” ชายคนดังกล่าวตอบรับเขาคือลูกน้องที่เอกณัฐจ้างมาจี้เจนจิราในคืนนั้น และตอนนี้ก็ทำหน้าที่คอยให้สะกดรอยตามพยาบาลสาวมาโดยตลอด ทุกความเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของเจนจิราถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่การ์ดอย่างละเอียด เอกณัฐเปิดดูรูปในโทรศัพท์ด้วยสายตาที่เป็นประกาย ภาพจังหวะที่เขาแสร้งประคองแผ่นหลังของเจนจิรา ภาพการพูดคุยที่ดูใกล้ชิดหน้าห้องพักผู้ป่วย เมื่อถูกถ่ายในมุมที่จงใจ มันกลับกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ “แกทำดีมาก...” เอกณัฐพึมพำ “วันนี้แหละไอ้ภาคินัย มึงได้อกแตกตายแน่ ๆ ”“แล้วเรื่องรถล่ะครับนาย” ชายชุดดำถามต่อ“เดี๋ยวแกไปจัดการต่อสายน้ำมันรถของคุณเจนให้เป็นปกติซะ เติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วขับไปจอดซ่อนไว้ที่คอนโดฉันก่อน... ระหว่างนี้ฉันจะโก







